เข้าสู่ระบบหรงหรงเป็นแม่ทัพหญิงที่เก่งกาจ เธอเสียชีวิตในขณะที่ได้รับภารกิจลับอย่างกระทันหัน และได้ข้ามเวลาไปอยู่ในอีกร่างหนึ่งของยุคโบราณ ในขณะร่างเดิมที่พึ่งจะสิ้นลม ร่างใหม่ก็ได้เข้าไปแทนที่โดยที่เธอเองก็พึ่งจะรู้ตัว หลังจากได้ข้ามภพไปแล้ว
ดูเพิ่มเติมหรงหรงเป็นหญิงสาวชนบท ปีนี้นางอายุครบ 14 หนาว เกิดมาในตระกูลฐานะที่ยากจนข้นแค้น มารดาป่วยหนักเป็นเวลาหลายปี ทำให้แม่สามีแอบใช้อำนาจในการตัดสินใจแทนมารดาแทบจะทุกอย่าง
แม่สามีหวังจะหุบทรัพย์สมบัติของลูกชายที่ตายจากไป และใช้ประโยชน์จากตัวหลานสาว พร้อมทั้งยังแอบรับเงินค่าสินสอดของหลานสาวเอามาไว้ก่อนล่วงหน้า บุตรชายตระกูลเซิ๋น นามว่าเซิ๋นอี้ฟู ปีนี้อายุได้ 18 หนาว เขาเป็นหัวหน้าอันธพาลใหญ่ในหมู่บ้าน วันๆไม่รู้จักทำการทำงาน เที่ยวหาเรื่องเด็กและคนชราที่ไม่มีทางสู้ ทำให้ชาวบ้านในระแวกนั้น ต่างรู้สึกเอือมระอา อี้ฟูมีรูปร่างอ้วนใหญ่ลงพุง หน้าตามีตุ่มสิวขึ้นเต็มตามใบหน้า ทำให้บรรดาหญิงสาวทั้งหลายที่พบเจอ ต่างเกรงกลัว และรู้สึกสะอิดสะเอียน เช้าวันใหม่อากาศเริ่มสดใส... แม่เฒ่าอิ๋น มีศักดิ์เป็นย่าของหรงหรง นางคิดวางแผนอุบายชั่วช้า เพื่อหลอกให้หลานสาวขึ้นไปเก็บฟืนแทนตนเองบนเขากลางป่า และด้วยนิสัยที่ไม่ทันคนของหลานสาว จึงได้ตกปากรับคำไปอย่างง่ายดาย เพราะมารดาคอยพร่ำสอนอยู่เสมอ ว่าให้บุตรสาวรู้จักกตัญญูรู้คุณ ให้เคารพต่อญาติผู้ใหญ่อย่างเคร่งครัด ห้ามละเลยโดยเด็ดขาด "หรงเอ๋อร์ วันนี้ย่ารู้สึกคั้นเนื้อคั้นตัว เมื่อวานย่าขึ้นเขาไปตัดฟืนทิ้งเอาไว้ หลานช่วยขึ้นเขาไปเอาฟืนลงมาให้ย่าได้หรือไม่ แค่ก...แค่ก...? แม่เฒ่าอิ๋นแสร้งทำทีไออกมาเป็นครั้งคราว เพื่อให้หลานสาวตายใจ "ได้สิเจ้าคะ" "เอ่อ....เจ้าก็ไปสักยามโหย่ว (17.00-19.00)แล้วกันนะ ยามนั้นอากาศจะได้ไม่ร้อนมาก ไม่ต้องรีบ..." แม่เฒ่าอิ๋นวางแผนการได้อย่างแยบยล ไม่นานนักก็แอบส่งข่าวไปให้อี้ฟูตามแผนการที่วางเอาไว้ เมื่อหลานสาวถึงวัยออกเรือน แม่เฒ่าอิ๋นมีหรือจะยอมนิ่งเฉย นางถึงกับคิดแผนการชั่วร้ายต่อหลานสาว ไม่มีแม้แต่จะจัดพิธีรีตองอย่างเรียบง่ายขึ้นมา นางยังสั่งให้อี้ฟู รีบรวบรัดตัดตอนหลานสาวได้อย่างเต็มที่ โดยไม่ได้สนใจว่าอี้ฟูจะเป็นคนเช่นไร แม่เฒ่าอิ๋น ถือว่าเป็นญาติผู้ใหญ่ฝ่ายหญิง นางได้ตกปากรับคำไปแล้ว ใครจะกล้ามาเอาเรื่องกับนางขึ้นมา ขึ้นชื่อว่าสามีภรรยาร่วมหลับนอนก่อนเคารพฟ้าดิน มันก็ไม่ใช่เรื่องแปลกอะไรสำหรับแม่เฒ่าอิ๋น วันนี้อี้ฟูนำคนติดตามมาด้วยไม่มาก ในใจพลันคิดว่าวันนี้เขาจะมีเมียเป็นตัวเป็นตนเสียที เขาเดินยิ้มหน้าบานอย่างมีความสุข..... อี้ฟูขึ้นเขาไปดักรอว่าที่ภรรยาก่อนหน้านั้นไม่นาน เขาซุ่มอยู่บริเวณพุ้มไม้บนเขาไม่ห่างไกลมาก เพื่อไม่ให้เหยื่อได้ไหวตัวทัน ตอนนี้เป็นเวลายามเย็น หรงหรงเอาตระกร้าแบกไว้ที่หลัง เตรียมจะออกไปเก็บฟืนตามที่ท่านย่าร้องขอ เด็กสาวเดินมาถึงด้านบนเขาเป็นที่เรียบร้อย สตรีร่างเล็กค่อยๆนั่งลงเก็บฟืนช้าๆ อย่างไม่ทันได้ระวังตัว จู่จู่พลันมีเงาของชายปริศนา เดินมาจากทางด้านหลังของนาง "พรึบ!!!!" ฝ่ามือใหญ่ปิดปากนางจนสนิท เพื่อไม่ให้นางได้กรีดร้อง หรงหรงยังไม่ทันจะตะโกนร้องออกไป ก็ถูกอี้ฟูใช้มืออีกข้างชกเข้าไปบริเวณหน้าท้องอย่างรุนแรง นางรู้สึกจุกเสียดอย่างแรงที่บริเวณท้องน้อย และไม่สามารถขัดขืนต่อบุรุษร่างใหญ่ตรงหน้าได้ จากนั้นบุรุษตรงหน้าไม่รอช้า รีบอุ้มสตรีตัวเล็กเข้าไปในป่า หวังจะรวบรัดตัดตอน เขาใช้ผ้าปูสีแดงเตรียมเอาไว้ล่วงหน้า ก่อนจะวางสตรีตัวเล็กลงอย่างช้าๆ ราวกับกำลังเข้าพิธีวิวาห์ และหันไปสั่งลูกน้อง ให้ออกไปเฝ้าดูต้นทางทันที สตรีร่างเล็กยังคงดิ้นรนสุดชีวิต ร้องไห้เนื้อตัวสั่นเทา คิดไม่ถึงว่าเหตุการณ์เลวร้ายครั้งแรกในชีวิตของนาง จะต้องมาเจอกับคนชั่วช้าเลวทรามต่ำช้าเช่นนี้เข้า รอยยิ้มอันชั่วร้าย ฉายแววขึ้นมาบนใบหน้าของบุรุษร่างอ้วน ใบหน้าอันอ้วนกลมจนน่าขยะแขยง บวกกับกลิ่นกายที่น่าสะอิดสะเอียน ทำให้สตรีร่างเล็กรู้สึกหวาดกลัว "น้องหรงเอ๋อร์คนดี เจ้ามิต้องกลัวไป พี่อี้ฟูจะค่อยๆ ทะนุถนอมเจ้าเป็นอย่างดี ย่าของเจ้าได้ขายเจ้าให้กับข้าแล้ว ตอนนี้นางได้เอาเงินค่าสินสอดทั้งหมดของเจ้าไปแล้วด้วย ตอนนี้เจ้าก็เป็นภรรยาที่ถูกต้องตามกฎหมาย เจ้ากระจ่างแล้วหรือไม่ ฮ่าฮ่าฮ่า" หรงหรงนิ่งอึ้งไปกับสิ่งที่อี้ฟูพูดออกมาเมื่อสักครู่ นางยังคงดิ้นรนต่อสู้สุดชีวิต ไม่คลาดคิดว่าย่าแท้ๆของนาง จะกล้าขายนางได้ลงคอ เพียงหวังเเค่เงินค่าสินสอดจากนางเท่านั้นเอง นางกลับหลงคิดว่า ย่าของนางนั่นเป็นคนดีมาตั้งนาน ที่แท้ก็หวังแค่เงินจากตัวนาง เมื่อได้ฟังเช่นนั้น ยิ่งทำให้สตรีร่างเล็กรู้สึกสิ้นหวังเป็นอย่างมาก น้ำตาค่อยๆไหลอาบแก้มด้วยหัวใจที่แหลกสลาย "น้องหญิงหรงเอ๋อร์...เจ้าอย่าได้คิดดิ้นรนให้เสียแรงเปล่าไปเลย แม้เจ้าจะไม่เต็มใจ แต่หลังจากที่น้องหญิงตกเป็นเมียของข้าแล้ว ยังไงเจ้าก็ต้องทนอยู่กับข้าต่อไป ตลอดชีวิตนี้ เจ้าจะเป็นเมียของข้าแต่เพียงผู้เดียว จงจำใส่สมองเอาไว้ให้ดีเสียเถอะ ฮ่า...ฮ่า...ฮ่า" "พี่อี้ฟู...ท่านปล่อยข้าไปเถอะ ข้าจะกลับไปพูดกับท่านย่าเอง ข้าจะรีบให้นางนำเงินสินสอดทั้งหมดมาคืนให้แก่ท่าน ฮือ...ฮือ...อย่าทำอะไรข้าเลยน่ะ ข้าขอร้องท่านละ..? สตรีร่างเล็กพนมมือขอร้องอ้อนวอนต่อบุรุษร่างอ้วนตรงหน้าสุดชีวิต นางร้องไห้สะอึกสะอื้นอย่างไม่เต็มใจ และดิ้นรนทุกวิถีทาง "ปล่อยเจ้า ฝันไปเถอะ ถึงอย่างไร วันนี้เจ้าก็ต้องตกเป็นเมียข้าอย่างไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลง.." "ไม่..ปล่อยข้านะ ฮือ..ฮือ..ปล่อยข้า" หรงหรงยังคงขัดขืนร้องไห้ดิ้นรนต่อบุรุษร่างอ้วนอย่างไม่ลดละ ด้วยเนื้อตัวที่สั่นเทา อี้ฟูกะชากเส้นผมหรงหรงอย่างสุดแรง นางกำลังจะดิ้นหลุดออกไป เขากลับกระชากนางกลับคืนมา เเล้วตบไปที่ใบหน้าของคนตัวเล็กอย่างเต็มกำลังทันที "เพลี้ยะ...." "โอ้ยยย...." หรงหรงใช้เล็บมือข่วนไปที่ใบหน้าอี้ฟู ทำให้มีเลือดไหลออกมา ยิ่งทำให้อี้ฟูรู้สึกเจ็บและโมโหมากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว อี้ฟูต่อยไปที่บริเวณท้องน้อยนางอีกครั้ง ครั้งนี้คนตัวเล็กรู้สึกหายใจไม่ออกเหมือนกับจะขาดใจตายในไม่ช้า "อึก...!!!" อี้ฟูรีบล้มทับไปบนร่างของคนตัวเล็กทันที เขากระชากเสื้อผ้าของนางขาดออกอย่างบ้าคลั่ง จนเสื้อผ้าของนางหลุดรุย ผมเพ้ายุ่งเหยิง เนื้อตัวนางเริ่มสั่นเทาราวกับคนเสียสติ คนตัวเล็กเริ่มหมดแรง นางตะเกียดตะกายดิ้นรนสุดชีวิต ครั้งนี้เห็นทีนางคงไม่มีโอกาสได้กลับไปหามารดาของนางอีกแล้วอย่างแน่นอน หยดน้ำตาค่อยๆไหลผ่านหางตาอย่างเศร้าสลด หรงหรงยังคงไม่ยอมแพ้ นางคว้ามือไปสัมผัสโดนกิ่งไม้ จึงใช้ลมหายใจเฮือกสุดท้ายทั้งหมดที่มี ใช้ไม้ในมือ แทงไปกลางอกของบุรุษตรงหน้าอย่างสุดแรง "ปึก.." "อ้ากกก....." เลือดสดๆสีแดง ค่อยๆไหลหยดลงไปตามพื้นในทันที "นังสารเลว...กล้าทำร้ายข้ารึ ตายสะเถอะ!!!.." อี้ฟูเจ็บปวดเป็นอย่างมาก เขาใช้มือบีบไปที่คอของคนตัวเล็กอย่างสุดแรง ใบหน้าสตรีร่างเล็กเริ่มแดงก่ำ แล้วค่อยๆหยุดการเคลื่อนไหวลงอย่างช้าๆ ในตอนนี้อี้ฟูสนใจเพียงร่างกายของนาง ไม่สนใจว่านางจะเป็นหรือตาย เขารีบถือวิสาสะถอดเสื้อผ้าของนางออกจนหมด และกำลังจะแสดงความใคร่อย่างหื่นกระหาย แต่ทันใดนั้นเอง..... "ปั้ก!!!" "โอ้ยยย..ใครว่ะ..?"ปัง!!! เสียงเปิดประตูถูกถีบออกอย่างสุดแรง "ที่เจ้าพูดเมื่อครู่ หมายความว่าอย่างไรกันแน่...? หนานเฟิงกัดฟันกรอดถามออกไป ภายในใจราวกับภูเขาไฟที่พร้อมจะปะทุได้ทุกเมื่อ "ข้าไม่รู้..." โม่เฉินเอ่ยเสียงสั่น ภายในใจกลับทุกข์ทรมาน "ให้ตายเถอะ...หากหรงเอ๋อร์เป็นอะไรไป ข้าไม่ปล่อยเจ้าไว้แน่.." หนานเฟิงสบถออกมาอย่างหัวเสีย ก่อนจะรีบหันหลังเดินจากไป แล้วใช้วิชาตัวเบามุ่งไปที่สนามรบอย่างร้อนใจ โม่เฉินก็รีบตามหลังไปด้วยเช่นกัน.... ภายในสนามรบ....... เสียงระเบิดดังตูมตามจนเกิดเป็นประกายไฟ เพียงแค่คนธรรมดามิอาจเข้าไปใกล้ได้ การต่อสู้ของผู้มีวรยุทธ์สูงส่ง ทำให้รอบข้างถึงกับสะเทือนฟ้าสะเทือนดิน เมื่อเหลือบมองไปบนท้องฟ้า เกิดแสงประกายไฟไปทั่วท้องนภา ราวกับจุดดอกไม้ไฟลูกใหญ่ ทำให้บริเวณรอบข้างส่องสว่างไปทั่วผืนธรณี จักรพรรดิ์แคว้นเป้ยยืนหอบหายใจอย่างเหนื่อยล่า ร่างกายเขาเปียกชุ่มไปด้วยเลือด เพราะได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการต่อสู้ ส่วนหรงหรงก็ไม่ต่างกันมาก เนื่องจากชุดเกราะสีดำที่หรงหรงสวมใส่อำพรางบาดแผล ต่อให้ได้รับบาดแผลฉกรรจ์มากมาย ก็มองไม่ออกว่านางกำลังบาดเจ็บสาหัสอยู่ สนามรบตอนนี้เจิ่ง
ทหารแคว้นเป้ยต่างมองดูภาพสยดสยองตรงหน้ากันอย่างอกสั่นขวัญแขวน ฝูงหมาป่ากระโจนยื้อแย่งรุมทึ้งกัดกินเนื้อสดๆไปทีละคนสองคน ตามมาด้วยเสียงร้องขอชีวิต และเสียงร้องโหยหวนอย่างเจ็บปวดทุกข์ทรมาน ยามที่หรงหรงออกกระบวนท่า คิดไม่ถึงว่าจักรพรรดิ์แคว้นเป้ยจะมีวรยุทธ์ซ่อนเร้น เขาหลบหลีกการโจมตีไปได้อย่างหวุดหวิด แต่ละกระบวนท่าของหรงหรง ล้วนมุ่งเน้นไปที่จุดสำคัญอย่างไม่ออมแรง การต่อสู้เริ่มยืดเยื้อไปเรื้อยๆ ดูเหมือนตอนนี้จักรพรรดิ์แคว้นเป้ยจะเปลี่ยนเป้าหมายไปที่ถังจวิ๋นแทน เมื่อเริ่มมองเห็นจุดอ่อน..... "พี่ใหญ่ระวัง...!!! หรงหรงรีบพุ่งตัวเข้าไปรับกระบวนท่าแทนพี่ชาย จึงทำให้นางกระอักเลือดออกมา แล้วล้มลงไปท่ามกลางซากศพนับหมื่น กลิ่นคาวเลือดชวนให้สะอิดสะเอียนเป็นอย่างมาก "น้องหญิง...เจ้ายังไหวหรือไม่....? ถังจวิ๋นรีบวิ่งเข้าไปพยุงน้องสาวให้ลุกขึ้นยืน "ข้าไม่เป็นไร ตาแก่นี้ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของท่าน ท่านรีบไปช่วยเสี่ยวไป่ทางโน้นเถอะ ส่วนทางนี้ข้าจะรับมือเอง..." หรงหรงรีบเอามือเช็ดเลือดที่มุมปาก ตอนนี้กำลังภายในนางเริ่มถดถอยลงเรื่อยๆ จนเป็นที่น่าตกใจ มีเพียงนางที่รู้ดีกว่าใคร เพื่อไม่ให้กลายเป็นจ
คลื่นพายุซัดโหมกระหน่ำ เสียงเม็ดฝนสาดกระเซ็นมิรู้วันรู้คืน คล้ายกำลังร่ำไห้บอกลาความเศร้าโศกเสียใจไม่มีสิ้นสุด จนแสงอรุณนอกหน้าต่างค่อยๆสว่างไสวขึ้น หลังจากพายุฝนที่บ้าคลั่งสงบลง "ฟางเอ๋อร์...แม่มาช่วยแล้ว..." น้ำเสียงที่คุ้นเคยเอ่ยขึ้น สตรีร่างอรชรสวมชุดแม่ทัพหญิงเดินแหวกทหารเกาะเหล็กเข้าไปจนถึงแนวหน้า แววตาอ่อนโยนหันไปมองแก้วตาดวงใจ ก่อนจะหันไปเผยรัศมีอำมหิต จ้องมองทัพกบฏนับแสนอยู่เบื้องหน้าอย่างไม่เกรงกลัว "เสด็จแม่...!!! รัชทายาทน้อยรีบหันไปมองน้ำเสียงที่คุ้นเคย ดวงตาเริ่มคลอเบ้า นึกว่าชาตินี้จะไม่ได้เห็นมารดาผู้ให้กำเนิดอีกแล้ว ทหารเกาะเหล็กเริ่มอ่อนกำลังลง หลังจากต้านทานทัพของศัตรูติดต่อกันไปหลายวันจนไม่ได้พัก แต่ละคนต่างมีสีหน้าอิดโรย "ฟางเอ๋อร์...รีบสั่งให้ทหารแนวหน้าถอนกำลังออกไปให้หมด ที่เหลือแม่จะจัดการเอง..." รัชทายาทน้อยทำตามที่มารดาบอก เขารีบหันไปออกคำสั่งถอนกำลังทหารออกไปจนหมด ตอนนี้ภายในสนามรบ เหลือเพียงแค่เสี่ยวไป่กับแม่ทัพหญิงยืนคู่กัน "เสี่ยวไป่...รีบเรียกกำลังเสริมออกมาช่วยข้า วันนี้ข้าจะกำจัดกองทัพศัตรูให้สิ้นซากไปพร้อมกับเจ้าเป็นครั้งสุดท้าย...."
"ในที่สุดท่านก็มาได้สักที ข้ารู้อยู่แล้วว่าท่านจะไม่ทอดทิ้งฝ่าบาท ฝ่าบาทก็ทรงรอคอยท่านเหมือนกัน..." จ้าวหมิงเอ่ยน้ำตาคลอเบ้า เมื่อเห็นสตรีปริศนาเดินเข้ามายืนอยู่เบื้องหน้าเขา "ข้าไม่มีเวลาแล้ว ศัตรูบุกประชิดเมืองหลวงเอาไว้ทุกด้าน ข้าจะรีบไปช่วยฟางเอ๋อร์ บอกพวกเขาทุกคนให้รีบออกไปให้หมด..." หรงหรงหันไปบอกจ้าวหมิง จ้าวหมิงก็หันไปออกคำสั่งให้หมอหลวงทุกคน รวมถึงนางกำนัลทุกคนให้รีบออกไปให้หมด ฮองเฮารีบเดินเข้าไปยืนขวางทางหรงหรงเอาไว้ พร้อมกับใช้สายตาเหยียดหยาม มองสตรีตรงหน้าตั้งแต่หัวจรดเท้า แสยะยิ้มอย่างสมเพช "ฮองเฮา...พระนางจะทรงทำสิ่งใดพะย่ะค่ะ...? จ้าวหมิงรีบหันไปถาม เมื่อเห็นการกระทำของฮองเฮา "นางนะหรือคิดจะช่วยฝ่าบาท ช่างน่าขันยิ่งนัก หญิงบ้านนอกไร้มารยาทเช่นนี้ จะเอาปัญญาที่ไหนมาช่วยเหลือชีวิตฝ่าบาท ขนาดหมอหลวงที่ว่าเก่งกาจหลายคนยังจนปัญญา ไร้ซึ่งหนทาง เจ้าคงจะถูกนางหลอกให้แล้วละจ้าวหมิง.." ฮองเฮาพรางหัวเราะเยาะเย้ย "เพลี้ยะ..." ฝ่ามือเรียวบางตบไปที่ใบหน้าฮองเฮาไปหนึ่งฉาดอย่างไม่เบาแรง ทำให้ฮองเฮาถึงกับล้มลงไปนั่งอยู่ที่พื้น มุมปากยังมีเลือดออก "นี้เจ้าบังอาจกล้าตบข้า น












คะแนน
ความคิดเห็นเพิ่มเติม