Home / วาย / ภารกิจปั้นจอมมาร / 2.ถ้ำหิมะพันปี

Share

2.ถ้ำหิมะพันปี

last update publish date: 2026-07-24 12:01:56

   เรื่อง อสุราจอมราชัน เป็นหนึ่งในหลายๆ เรื่องที่อยู่บนจักรวาลนิยายของเจียงหมิงเจ๋อ โดย เขาจะแบ่งภพในจักรวาลนี้ ออกเป็น 3 ภพ คือภพอสูร ภพมาร และภพผู้ฝึกตนมนุษย์ เรียกว่า จักรวรรดิเทียนเหมิน

   เฉินฮ่าวหลาน พระเอกของเรื่อง เป็นลูกครึ่งของราชาอสูรปีศาจ และมารดาเป็นอัจฉริยะผู้ฝึกตนแห่งโลกบำเพ็ญ ซึ่งเจียงหมิงเจ๋อไม่ได้ใส่รายละเอียดลงไปมากนัก เพียงเขียนว่าก่อนที่บิดามารดาของเฉินฮ่าวหลาน จะเสียชีวิต ทั้งสองได้ใช้พลังทั้งหมดหลอมเป็นผลึกคุมอสูรและเม็ดทองคำผนึกไว้ในตันเถียนของเขา

   ซึ่งทำให้เขามีดัชนีทองคำตั้งแต่เกิด และเมื่อระดับฝึกตนถึงจินตัน จึงได้สร้างเม็ดทองคำของตนเอง ทำให้มีเม็ดทองคำในร่าง 2 เม็ด ความเร็วในการเลื่อนระดับพลังจึงเป็นอัจฉริยะเหนืออัจฉริยะแห่งโลกบำเพ็ญเพียร

   ต่อมาเขาต้องการบีบคั้นตัวเอกของเรื่อง จึงหาเหตุแบบส่งๆ ให้สำนักฝึกตนของท่านตาและศิษย์ทั้งหมดถูกสังหารล้างสำนัก เหลือเพียงเฉินฮ่าวหลานที่หนีออกมาได้อย่างโดดเดียว

   แม้นว่าเขาจะไร้แรงสนับสนุนจากครอบครัว เขายังคงทดสอบเข้าเรียน ที่ยอดเขาเลี่ยงหรงด้วยความหวังจะพลิกฟื้นชีวิต แต่ซือจุนผู้สอนวิชาคุมอสูรของเขา ได้ล่วงรู้ความลับเรื่องเม็ดทองคำและผลึกควบคุมอสูรของเฉินฮ่าวหลาน จึงเกิดความละโมบอยาก และพยายามหาทุกวิถีทางในการแย่งชิงมาเป็นของตน

   จากนั้นเนื้อหาก็เริ่มเข้มข้น มีการต่อสู้ชิงไหวชิงพริบ ทั้งการตามล้างแค้นและแสวงหาโชคชะตา เจียงหมิงเจ๋อใช้ความเจ็บแค้นเกลียดชังเป็นแรงผลักดันในการดำเนินเรื่อง

   พระเอกได้รับโชควาสนามากมาย ทั้งเคล็ดวิชา โอสถ อาวุธ สตรี เพื่อความสนุกสนานสะใจ เขาได้สร้างบทละครที่บิดเบี้ยวอีกเป็นจำนวนมาก เพื่อส่งเฉินฮ่าวหลานขึ้นสู่ตำแหน่งจักรพรรดิมารควบคุม 3 โลกด้วยหัวใจที่มืดบอด เป็นทรราชที่ปกครองแผ่นดินทั้งเบื้องบนเบื้องล่างอย่างโหดร้ายทารุณ

   เจียงหมิงเจ๋อ เข้ามาในเนื้อเรื่องตอนที่เฉินฮ่าวหลาน อายุ 14 และมายังถ้ำน้ำแข็งพันปีระหว่างออกจากสำนักเพื่อไปฝึกประสบการณ์ ในตอนนี้หากเป็นเนื้อเรื่องในต้นฉบับเดิม นอกจากเฉินฮ่าวหลานจะได้ทำสัญญากับอสูรพยัคฆ์หิมะพันปีแล้ว ยังได้รับการกระตุ้นผลึกควบคุมอสูรด้วย ซึ่งเป็นการเพิ่มออร่าให้พระเอกในต้นเรื่อง

   แต่ที่เขาเห็นอยู่ตรงหน้านี้คือสิ่งใด หนุ่มน้อยเยาว์วัยฉายแววหล่อเหลาไร้ที่ติ แต่ใบหน้ากลับซีดขาวไร้สีเลือด

   มีเพียงคราบเลือดแห้งกรังไหลจากมุมปากที่ขบแน่น ริมฝีปากถูกกัดจนปริแตก ทั้งหมดชี้ให้เห็นว่าเขาเจ็บปวดแสนสาหัสก่อนหมดลมหายใจ คนที่ถูกควักเอาผลึกคุมอสูรออกขณะที่ยังมีชีวิต ต้องเจ็บปวดปานใดกัน

   เจียงหมิงเจ๋อ โกรธจนตัวสั่น น้ำตาเขาไหลมิอาจระงับได้ หากแม้นว่าเขาเข้ามาเร็วกว่านี้ แม้เพียงสักนิด อาจหยุดยั้งมันได้

   แต่น่าเสียดายที่คำว่า หากแม้นว่านั้นมันไม่มีจริง…เดรัจฉานเหล่านั้นเขาจะลากมันออกมาชำระบัญชีนี้

   “ระบบ!! เขาตายแล้วใช่ไหม บอกผมใครเป็นคนทำ ไอ้สารเลวมันอยู่ที่ไหน ผมจะเอาเลือดมันเซ่นไหว้ดวงวิญญาณเขา!!” เจียงหมิงเจ๋อคำรามเสียงสั่น

   [โฮสต์ครับ โปรดระงับโทสะ ตอนนี้พวกเรายังตรวจสอบไม่พบว่าคนทะลุมิติใช้ร่างไหนอยู่

แต่โลกนิยายยังไม่พังทลาย หมายความว่า พระเอกยังไม่ตาย ภารกิจเร่งด่วนคือต้องทำให้ดวงวิญญาณเข้าร่างเขาให้ได้ก่อน]

   “แต่ เขาไม่มีลมหายใจแล้ว” เจียงหมิงเจ๋อเอามืออังจมูกของเด็กหนุ่ม ผิวเขาขาวซีดราวกระดาษทั้งกระด้างและเย็นชืด

   [หากเป็นโฮสต์ต้องหาทางช่วยเขาอย่างได้แน่นอนครับ เพราะนี่เป็นโลกที่คุณสร้างขึ้น ไม่มีใครรู้เรื่องต่างๆ ได้ดีเท่าคุณอีกแล้ว และนี่คือภารกิจของคุณ คือนำร่างพระเอกออกจากถ้ำ และฟื้นคืนชีพให้เขาอย่างเร่งด่วน เรามีเวลาภารกิจเพียง 49 วัน ก่อนวิญญาณที่ล่องลอยอย่างไร้ทิศทางของเขาจะแตกสลายไปจริงๆ]

   ในถ้ำหิมะพันปี รอบกายของเขาเป็นสีขาวโพลน มันยังคงมีประกายระยิบระยับของเกล็ดน้ำแข็ง ช่างงดงามเหลือเกิน

   แต่หนาวเหน็บไปถึงขั้วหัวใจ เขาใช้เวลากว่าหนึ่งก้านธูป* ในการสงบสติอารมณ์รวบรวมกระบวนการความคิด

   เรื่องอสุราจอมราชัน เป็นนิยายเรื่องแรกที่เขาเขียนขึ้น แต่หลังจากนั้น ก็ได้แต่งมีนิยายในจักรวาลเดียวกัน แต่ตั้งอยู่บนจักรวรรดิอื่นๆ ตามมากอีกหลายเรื่อง ยังมีทั้งเคล็ดลับวิชา หรือสูตรโอสถต่างๆ ที่ยังไม่ได้เกิดในนิยายเรื่องนี้ หรือความลับต่างๆ ที่มีการเปิดเผยในเรื่องอื่นๆ ที่มีแต่เขาเท่านั้นที่สามารถเชื่อมโยงและนำมาใช้ได้

   วิธีการฟื้นคืนชีพก็เช่นกัน เขาเคยเขียนไว้ในนิยายเรื่องอื่นๆ หากนิยายของเขาเชื่อมต่อจักรวาลเดียวกันดังว่า เขาจะสามารถพลิกแพลงเอาเคล็ดวิชา และสูตรตำราต่างๆ มาปรับใช้ได้ในนิยายเรื่องนี้

   เจียงหมิงเจ๋อตกลงใจเดิมพันดูสักครั้งและหากสิ่งที่เขาคิดเป็นจริง โอกาสที่พระเอกของเขาจะคืนชีพก็มีทางแล้ว

   ในที่สุดเจียงหมิงเจ๋อก็เงยหน้าขึ้น และนำร่างเฉินฮ่าวหลาน วางราบลงเพื่อตรวจร่างไร้วิญญาณ เขาเป็นผู้เขียนเรื่องนี้เอง ดังนั้นจึงนับว่าคุ้นชิน และสามารถจดจำขั้นตอนต่างๆ ในการเดินลมปราณได้ แต่ทฤษฎีกับการปฏิบัตินั้น มันย่อมแตกต่าง เขาไม่มั่นใจว่าจะสามารถเดินลมปราณได้จริงตามที่เขียนหรือไม่

   กระแสลมปราณค่อยๆ ถูกส่งออกมาจากปลายนิ้ว หมอกจางโอบล้อมร่างของเฉินฮ่าวหลาน เสื้อสีขาวราวหิมะของเด็กหนุ่ม อาบย้อมด้วยสีแดงฉานของโลหิต บริเวณหน้าท้องฉีกขาดเป็นรูทะลุ เจียงหมิงเจ๋อค่อยๆ ส่งพลังเข้าไปตรวจสอบภาย

   เขาพบว่านอกจากจุดตันเถียนที่ว่างเปล่าแล้ว ยังมีบาดแผลกว้างและลึกไปถึงกระดูกสันหลัง แสดงให้เห็นว่า นอกจากผลึกคุมอสูรแล้ว เม็ดทองคำที่เป็นรากฐานของการฝึกตนยังโดนควักออกไปด้วย กระดูกทั้งร่างล้วนแหลกละเอียด กล้ามเนื้อเสียหายหมดสิ้น

   หากไม่รักษาในจุดนี้ก่อน เมื่อช่วยชีวิตกลับมาได้ ย่อมไม่ต่างอะไรกับคนพิการ ผู้กระทำการนั้นลงมืออำมหิตถึงที่สุด เขาได้จดจำภาพนี้ไว้แล้ว และต้องส่งคืนกลับไปร้อยเท่าพันทวี

   การหาวิธีเรียกดวงวิญญาณเฉินฮ่าวหลานเป็นเรื่องเร่งด่วน แต่การฟื้นฟูร่างกายจึงนับเป็นเรื่องเร่งด่วนที่สุด นอกจากนี้ เขาต้องหาวิธีเก็บรักษาร่างไม่ให้เสียหายด้วย

   เขาทดลองเดินพลังอีกครั้ง สร้างม่านคุ้มกันร่างเฉินฮ่าวหลานไว้ เป็นม่านคุ้มกันที่ถักทอเป็นตาข่ายถี่ยิบ มีความแข็งแกร่งอย่างมาก การสร้างม่านคุ้มกันในลักษณะนี้ ต้องสิ้นเปลืองพลังปราณวิญญาณอย่างยิ่ง คนทั่วไปย่อมไม่สร้างด้วยวิธีเช่นนี้ และไม่สามารถฟื้นพลังได้เร็วดั่งที่เขาเป็น

   ดูเหมือนจะเป็นดังที่ระบบบอกเขาไว้ พลังของเขาสามารถเรียกใช้ได้ไม่จำกัด ทำให้เขาโล่งใจไปได้เปลาะหนึ่ง

   ก่อนจะเดินเข้าไปในถ้ำชั้นใน เขาหันกลับไปตรวจดูม่านคุ้มกันอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ถึงแม้ ม่านคุ้มกันจะแข็งแกร่ง และ น้ำแข็งพันปีในถ้ำจะช่วยรักษาร่างไว้ชั่วคราว แต่เขาก็ยังอดห่วงไม่ได้ ในขณะนั้นมีดวงแสงสีทองเล็กๆ ได้ติดตามเจียงหมิงเจ๋อเข้าไปในถ้ำส่วนในอย่างช้าๆ

   น้ำตาที่ไหลในตอนแรก ตอนนี้เป็นเกล็ดน้ำแข็งเป็นที่เรียบร้อย ตอนนี้เขาเริ่มรำคาญอย่างมาก แต่พอยกมือจะเช็ดออก ก็กระทบโดนของแข็งๆ บนหน้า เขาเพิ่งได้สำรวจมองร่างนี้อย่างจริงจัง

   บนเงาสะท้อนของแผ่นน้ำแข็งภายในถ้ำ ปรากฏภาพชายหนุ่มท่าทางมืดมนคนหนึ่ง ใส่ชุดสีเทาขมุกขมัว ทั้งเก่าและซอมซ่อ มีสัญลักษณ์หยกห้อยลายเมฆ ตรงกลาง สลักตัวอักษรเทียนหนานสีขาว บ่งบอกว่าเป็นศิษย์ระดับล่างของสำนักเทียนหนาน ซึ่งเป็นสำนักฝึกตนของท่านตาพระเอก

   บริเวณใบหน้ามีหน้ากากไม้เก่าคร่ำคร่าปกปิดตั้งแต่หน้าผากจรดปลายคาง ทั่วทั้งร่างดูชำรุดผุพัง ถ้าไม่มีดวงตา คงจะแยกระหว่างเขากับกองขยะเปียกได้ยาก

   “4946 ออกมาเดี๋ยวนี้ เจ้าก้อนนี่มันอะไรกัน จะส่งมาทั้งทีทำไมไม่หาให้มันดีๆ กว่านี้หน่อย ดูหน้ากากบ้าบอนี่”

   [เรื่องนี้คุณจะโทษผมทั้งหมดก็ไม่ได้นะครับ ก็คุณเร่งผมเสียขนาดนั้น ร่างนี้เป็นซากศพที่อยู่ใกล้ที่สุด และสถานะดีที่สุดที่หาได้แล้ว ถึงจะพิกลพิการไปบ้าง แต่ก็ยังไม่เน่าเปื่อยนะครับ] เสียงโมโนโทน ไร้ซึ่งความสำนึกเสียใจตอบกลับ

   “ผมต้องขอบคุณ คุณใช่ไหม ผมไม่อยากเถียงกับระบบที่พึ่งพาไม่ค่อยจะได้อย่างคุณจริงๆ เขาใส่ชุดของสำนักเทียนหนาน แต่เท่าที่ดูจากสภาพของร่างนี้ไม่น่าเป็นศิษย์ของเทียนหนานได้ และผมก็ไม่เคยเขียนถึงคนคนนี้ในนิยายเลย เขาเป็นใครมาจากไหนกัน”

   [โลกนิยาย มันมีวิถีของตัวเองที่จะสร้างองค์ประกอบ อื่นๆ ที่ทำให้โครงเรื่องที่คุณสร้างไว้มันสมบูรณ์

   คุณเองก็คงไม่ได้เขียนรายละเอียดทุกๆ อย่างบนโลกนี้ลงไปใช่ไหมครับ อย่างเช่นร่างนี้ เป็นตัวประกอบที่ตายตั้งแต่ต้นเรื่อง ไม่ได้มีบทบาทสำคัญอะไรในเรื่อง เป็นตัวประกอบรับกระสุน ที่ไว้กล่าวถึงความดุร้ายของอสูรพยัคฆ์หิมะเท่านั้น

   เดิมทีเขาเป็นคนสติไม่สมประกอบอยู่แล้ว แต่ได้ปรมาจารย์โอสถเมตตาสงสาร และชุบเลี้ยงไว้ ให้ช่วยปลูกสมุนไพร รดน้ำ แลกกับอาหารและที่อยู่

   และในระหว่างที่เขาเดินเข้าป่าหาสมุนไพร ก็โดนสัตว์อสูรฆ่าตาย ประวัติขาวสะอาดมากขอรับ ไร้ญาติ ไร้ชื่อ ไร้พลังวัตร ส่วนศิษย์ร่วมสำนักเรียกว่าหมอนี่ว่า ป๋ายชือ (เจ้าโง่) ครับ]

   "แต่คุณก็น่าจะหาร่างที่ดีกว่านี้สักหน่อย ไม่ได้หรือคนผู้นี้ทั้งอัปลักษณ์ และยังเป็นใบ้อีก คุณไม่พอใจที่ผมขอดัชนีทองคำใช่ไหมหืม!" ถ้าบอกว่าไม่ตั้งใจเขาไม่มีทางเชื่อเด็ดขาด

   [โฮสต์ไม่คิดว่าเขาเหมือนคุณมากหรือครับ]

   “เหมือนตรงไหนกัน เจ้าระบบบ้า!!!”

   เขาจำไม่ได้ว่าจริงๆ ว่าได้สร้างตัวละครแบบเจ้าหนุ่มมืดมนที่เขาใช้ร่างกายผู้นี้ขึ้นมาเมื่อไหร่

   แต่โลกนิยายคงมีวิถีของมันเองอย่างที่ระบบบอก เพราะถึงแม้ว่าพวกเรื่องปลีกย่อยเล็กๆ น้อยๆ ที่ไม่ได้ลงรายละเอียดลึกลงไป แต่ก็จำเป็นจะต้องมีเพื่อเติมเต็มให้เนื้อเรื่องดำเนินต่อไปได้อย่างสมบูรณ์

   จึงเป็นสาเหตุว่า บางเรื่องถึงแม้ว่าเขาเป็นผู้สร้างโลกใบนี้ขึ้น เขาเองก็ไม่กระจ่างแจ้ง แต่ถึงอย่างนั้น ก็จะมีบางเรื่องที่เขารู้ แต่ไม่ได้เขียนข้อมูลเชิงลึกลงไปในนิยาย ซึ่งจะเป็นเรื่องที่เขารู้เพียงผู้เดียว

   ดังเช่นเจ้าอสูรพยัคฆ์หิมะ มันมีความลับซึ่งเขาได้กล่าวไว้ในตอนพิเศษที่เขาเขียนไว้ แต่ยังไม่ได้เปิดให้อ่าน

   ก็คือเหตุที่อสูรพยัคฆ์หิมะตนนี้อยู่ในถ้ำนี้ เพราะมันเฝ้าบงกชคืนวัฏ ซึ่งเป็นกระสายโอสถระดับเซียน ใช้หลอมโอสถทิพย์คืนวิญญาณ แต่กรรมวิธียุ่งยากเป็นอย่างยิ่ง และกว่าที่คัมภีร์หลอมโอสถคืนวิญญาณปรากฏ ก็ภายหลังจากนี้อีกหลายพันปี

   จุดแสงสีทองยังคงติดตามแผ่นหลังอันเหยียดตรง ชายหนุ่มผู้ที่ทั้งร่างไม่อาจมองเห็นความสมบูรณ์ได้เลย แต่สำหรับมัน บุรุษผู้นี้ กลับองอาจสง่างาม น่ามอง ทุกย่างก้าวของเขาล้วนหนักแน่นมั่นคง

   ช่างมีความย้อนแย้งเป็นอย่างยิ่ง แต่มันยังคงบินตามเขาอย่างห่างๆ ท่ามกลางความเย็นเยียบและเงียบสงัดของถ้ำหิมะ

   เจียงหมิงเจ๋อรู้ถึงการคงอยู่ของจุดแสงที่ตามเขามาตลอดนี้แล้ว แต่เขาไม่รู้สึกถึงความเป็นอริจากมัน มันอาจอสูรแมลงที่มีอยู่มากมายในโลกนี้ ซึ่งไม่มีพิษภัยอะไร ชายหนุ่มจึงไม่ได้ให้ความสนใจมากนัก เพราะมีเรื่องสำคัญยังรอเขาไปสะสางอยู่

-----------------------------------------------------------------

หนึ่งก้านธูป-เท่ากับเวลาประมาณครึ่งชั่วโมง

ระดับการบำเพ็ญเพียร (ไม่ต้องท่องจำก็ได้ค่ะมีไว้เพื่อแยกระดับสูงต่ำของการฝึกตนเท่านั้น)

1. เลี่ยนชี่ คือ ปรับปรุงลมปราณ

2. จู้จี คือ สร้างรากฐานลมปราณ

3. หนิงม่าย คือ ควบรวมชีพจร

4. จินตัน คือ สร้างแกนลมปราณ หรือ สร้างเม็ดพลังทองคำ

5. หยวนอิง คือ ปราณก่อกำเนิด

6. ฝ่านซู คือ คืนสู่ว่างเปล่า

7. ต้าเฉิง คือ สู่มหายาน

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   13.กลับสำนัก

    แม้นในท้องทะเลลึกจะมืดมิดและหนาวเย็น แต่บรรยากาศหน้าถ้ำหัวใจจ้าวสมุทร กลับเต็มไปด้วยความรุ่มร้อน เจียงหมิงเจ๋อนั่งรอจนข้ามวัน จากรุ่มร้อน เริ่มหัวร้อนขึ้นมาแล้ว ถึงกับต้องถีบประตูถ้ำอย่างเหลืออด เขามีเวลาจำกัดยิ่ง ถ้าไม่เอาไม้ตีแยกนกยวนยางออกจากกัน ไม่รู้จะต้องรอไปถึงเมื่อไหร่ ป่านนั้นวิญญาณเฉินฮ่าวหลานมีหวังสลายไปก่อนแล้ว “เจ้าอสูรไร้ยางอายพวกเจ้าคิดจะบำเพ็ญคู่ไปถึงเมื่อไหร่ ถ้าเจ้าไม่ออกมาเดี๋ยวนี้อย่าหาว่าข้าใจร้าย” เจียงหมิงเจ๋อส่งความร้อนเข้าไปต้มอสูรไร้ยางอายทั้งสอง ประตูถ้ำค่อยๆ เปิดออก เผยให้เห็นชายหนุ่มร่างกำยำกับสาวงามร่างกายแบบบาง ในอาภรณ์ยับย่นและฉีกขาด สวมใส่แบบลวกๆ ขาดความเรียบร้อยอย่างยิ่ง “ท่านปรมาจารย์ นี่คือเทพอสูรเต่าดำ ท่านพี่...ท่านนี้คือท่านปรมาจารย์เจียงที่ช่วยเหลือข้า ออกมาจากโรงประมูล และรอดพ้นจากการโดยหลอมเป็นอัญมณี อีกทั้งยังคุ้มกันข้าจากเจ้าปลาคุนเพื่อมาพบท่าน เรื่องราวมากมายข้าจะค่อยๆ เล่าให้ท่านฟังทีหลัง” เทพอสูรอสรพิษดำแนะนำพวกเขาให้รู้จักกัน แต่มือนางยังคงลูบไล้ไต่ไปยังแผ่นอกเปลือยเปล่าของเทพอสูรเต่าดำอย่างไม่วางมือ สีหน้านางนั้นเต็มไปด้ว

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   12.เบื้องหลังนางหิ่งห้อย-เป่ยไห่หมิงจู

    หมู่บ้านเป่ยไห่หมิงจู เป็นหมู่บ้านติดชายฝั่งทะเล ทัศนียภาพงดงามสมเป็นไข่มุกน้ำงามแห่งทะเลเหนือ ชาวเมืองนอกจากเปิดรับผู้ฝึกตนที่ต้องการมาพำนักพักผ่อนก่อนออกเดินทางสู่แผ่นดินอื่นแล้ว ยังประกอบอาชีพหาสัตว์น้ำและสมบัติทางท้องทะเลเลี้ยงชีพอีกด้วย ซึ่งได้รับการคุ้มครองจากเทพอสูรเสวียนอู่สัตว์เทพแห่งท้องทะเล ชาวบ้านให้ความเคารพกับเทพเสวียนอู่เป็นอย่างยิ่ง จึงสร้างเป็นรูปสักการะองค์เทพด้วยหยกสีดำเป็นรูปเต่าดำมีงูพันรอบตัวอยู่กลางท้องทะเล โดยรวมๆ แล้ว หมู่บ้านนี้ ค่อนข้างสงบสุข ชาวบ้านแต่ละคนล้วนมีความสุขและฐานะไม่เลว ในเนื้อเรื่องเดิมเฉินฮ่าวหลานมาที่หมู่บ้านนี้ หลังจากนี้ 5 ปี เขาถูกส่งมาที่ยังหมู่บ้านเพื่อปราบปรามปีศาจวารี ซึ่งหนีมาจากรอยแตกของภพมาร จำนวนมหาศาลจนเทพอสูรแห่งท้องทะเลไม่สามารถกำจัดได้หมด จึงร้องขอความช่วยเหลือไปยังสำนักเทียนหนาน เมื่อเฉินฮ่าวหลานช่วยกำจัดปีศาจวารีและช่วยซ่อมผนึกรอยแยกสำเร็จ เทพอสูรเสวียนอู่ได้มอบน้ำตานางเงือกซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งท้องทะเลซึ่งใช้ในการผนึกประตูภพมารให้เฉินฮ่าวหลานเป็นการตอบแทน น้ำตานางเงือกเป็นอัญมณีสีเขียวอมฟ้า ซึ่งนอกจากจะใ

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   11.เปลี่ยนเป้าหมาย

    “ไม่ ไม่ ไม่ ข้าไม่ไป พี่เจียงอย่างทิ้งข้าไปขอรับ ท่านก็รู้ ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว ข้าจะเดินทางกลับสำนักผู้เดียวได้อย่างไร ท่านช่วยชีวิตข้ามาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ท่านจะปล่อยข้าให้ตายอย่างเดียวดายได้หรือขอรับ” หลังจากออกมาจากเขตแดน มู่โหย่วอวี้ ก็เอาแต่กอดขาพี่เจียงผู้อ่อนโยนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาโอดครวญจะให้เจียงหมิงเจ๋อไปส่งเขาที่สำนักให้ได้ หากมู่โหย่วอวี้มองทะลุเข้าไปในเขตแดนได้ เขาจะได้เห็นพี่เจียง ไม่ได้ใจดีอย่างที่เขาคิด “หยุดๆ คุณชายมู่ …มู่โหย่วอวี้ เจ้าฟังก่อน ข้ามีภารกิจเร่งด่วน มิอาจไปส่งเจ้าได้ เจ้าๆ ท่านปล่อยขาข้าสักค.. ”แค๊วก!!! กางเกงที่ผ่านศึกใหญ่ กับปีศาจผีดิบมาอย่างหนักหน่วงเดิมทีก็แทบเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว โดนมู่โหย่วอวี้ ดึงขาดจนท่อนขาเรียวยาวโผล่พ้นออกมา แต่มู่โหย่วอวี้ก็มิได้สนใจ ยังคงกอดขาเขา แน่นดุจกอเอี๊ยะหนังสุนัข สลัดอย่างไรก็ไปหลุด เจ้าเด็กผู้นี้เจอเมื่อไหร่ ก็ล้วนก่อปัญหาให้เขาได้ตลอดเวลา “นะขอรับ ท่านพี่เจียง ผู้อาวุโสเจียงท่านไปกับข้าเถอะขอรับ ถือโอกาสไปเอาอสูรอาชาลมกรดด้วย เอ๋..” มู่โหย่วอวี้ ที่มัวแต่กอดแข้งกอดขาเจียงหมิงเ

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   11.เปลี่ยนเป้าหมาย

    “ไม่ ไม่ ไม่ ข้าไม่ไป พี่เจียงอย่างทิ้งข้าไปขอรับ ท่านก็รู้ ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว ข้าจะเดินทางกลับสำนักผู้เดียวได้อย่างไร ท่านช่วยชีวิตข้ามาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ท่านจะปล่อยข้าให้ตายอย่างเดียวดายได้หรือขอรับ” หลังจากออกมาจากเขตแดน มู่โหย่วอวี้ ก็เอาแต่กอดขาพี่เจียงผู้อ่อนโยนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาโอดครวญจะให้เจียงหมิงเจ๋อไปส่งเขาที่สำนักให้ได้ หากมู่โหย่วอวี้มองทะลุเข้าไปในเขตแดนได้ เขาจะได้เห็นพี่เจียง ไม่ได้ใจดีอย่างที่เขาคิด “หยุดๆ คุณชายมู่ …มู่โหย่วอวี้ เจ้าฟังก่อน ข้ามีภารกิจเร่งด่วน มิอาจไปส่งเจ้าได้ เจ้าๆ ท่านปล่อยขาข้าสักค.. ”แค๊วก!!! กางเกงที่ผ่านศึกใหญ่ กับปีศาจผีดิบมาอย่างหนักหน่วงเดิมทีก็แทบเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว โดนมู่โหย่วอวี้ ดึงขาดจนท่อนขาเรียวยาวโผล่พ้นออกมา แต่มู่โหย่วอวี้ก็มิได้สนใจ ยังคงกอดขาเขา แน่นดุจกอเอี๊ยะหนังสุนัข สลัดอย่างไรก็ไปหลุด เจ้าเด็กผู้นี้เจอเมื่อไหร่ ก็ล้วนก่อปัญหาให้เขาได้ตลอดเวลา “นะขอรับ ท่านพี่เจียง ผู้อาวุโสเจียงท่านไปกับข้าเถอะขอรับ ถือโอกาสไปเอาอสูรอาชาลมกรดด้วย เอ๋..” มู่โหย่วอวี้ ที่มัวแต่กอดแข้งกอดขาเจียงหมิงเ

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   10.เรื่องที่อยู่เบื้องหลัง

    ในห้องที่เต็มไปด้วยจอมอนิเตอร์ของระบบปกป้องโลกนิยาย วงล้อ LED ขนาดใหญ่หมุนส่งพลังงานจากความนิยมของนิยายต่างๆ ไปสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง เจียงหมิงเจ๋อยังคงสงบนิ่ง ต้องการฟังเรื่องที่ซุกอยู่ใต้พรม เมื่อเริ่มรับภารกิจเขามีลางสังหรณ์ว่า เรื่องที่เขารู้อาจจะไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด ซึ่งหากจะถามว่าเรื่องนี้จะทำให้เขาโกรธจนให้เขาเปลี่ยนข้างไปอยู่ฝ่ายที่จ้องยึดทำลายโลกนิยายของตัวเอง เขาก็คงบ้าไปแล้ว [เรื่องนั้นมันเกิดขึ้น ก่อนที่ผมจะมารับผิดชอบในระบบนิยายเรื่องนี้] ระบบเอไอส่งเสียงทำลายความเงียบ“มันเป็นข้ออ้างที่คุณใช้ปฏิเสธความรับผิดชอบได้หรือ ในเมื่อคุณมีเวลามากมายที่จะบอกให้ผมรู้ แต่คุณก็ไม่คิดจะทำอะไรเลย” [อย่าเพิ่งโกรธเคืองเลยครับ ผมไม่ได้คิดจะปฏิเสธความรับผิดชอบ เรื่องนี้พวกเราผิดจริงๆ เราประเมินความสามารถ และหัวใจของคุณต่ำเกินไป ก่อนหน้านี้มีการดึงคนเข้ามาเพื่อกอบกู้โลกนิยายเรื่องนี้จริงๆ เดิมทีไม่ได้คิดจะปิดบังคุณ เพียงแต่คุณต้องผ่านการทดสอบบางอย่างเสียก่อน] “ปีศาจผีดิบคือบททดสอบคุณเช่นนั้นหรือ” ชายหนุ่มอดหรี่ตาถามไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ระบบเอไอ ดูจะไร้คุณธรรมเกินไปแล้ว

  • ภารกิจปั้นจอมมาร   9.สังหารผีดิบ

    เหนือน่านฟ้าเมืองถงโจว เกิดเขตแดนทรงกลมขนาดใหญ่ ลอยอยู่กลางอากาศ หากสังเกตดูให้ดีจะเห็นเงาร่างเลือนรางอยู่ภายใน เสี่ยวกวางที่บินอยู่ข้างกายเจียงหมิงเจ๋อถึงกับตะลึงงัน เมื่อเห็นเขา ปิดน่านฟ้า กางเขตแดน น่ากลัวว่าครั้งนี้เขาจะลงมือแบบไม่ยั้งมือแล้ว ซึ่งต่างจากทุกครั้งที่แม้จะดูเหมือนลงมือรุนแรง แต่มีการยับยั้งอยู่หลายส่วน มันเห็นหลายครั้งที่เขาดึงรั้งพลังกลับมาจนลมปราณตีกลับบาดเจ็บภายใน คนผู้นี้มีความแข็งแกร่งเพียงไหนกัน ขนาดอสูรบรรพกาลยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ด้วยความสามารถระดับเขา การสังหารหวงหลงเพื่อช่วงชิงแกนผลึกอสูรมาใช่ว่าจะเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่เจียงหมิงเจ๋อเพียงประมือกับหวงหลงแบบขอไปที พอได้ของที่ต้องการ ก็หนีออกมา มันยังคิดว่าคนผู้นี้ปราศจากความโลภ ความโกรธเสียอีก ครั้งนี้มันรู้แล้ว ยามคนผู้นี้โกรธ น่าหวั่นเกรงเพียงใด บรรยากาศรอบกายเจียงหมิงเจ๋อเต็มไปด้วยแรงกดดัน แผ่กลิ่นอายอันตราย ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพเซียนของเขาบัดนี้ดูโหดเหี้ยมถึงที่สุดแฝงความกระหายเลือดที่ไม่อาจปกปิด ดวงตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีอำพันเยียบเย็นจนอดสะท้านกายมิได้ มุมปากยิ้มเหยียดเหมือนมองดูมดปล

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status