ANMELDENทางเดินขนาดใหญ่ภายในถ้ำทอดลึกเข้าไปสู่โถงถ้ำภายในที่ไกลออกไป ตลอดเส้นทางช่างอับแสงมืดมิด ยิ่งเดินลึกเข้าไปอุณหภูมิยิ่งลดต่ำลง
อากาศหนาวเย็นลงจนเจียงหมิงเจ๋อต้องสยิวกาย ป๋ายซือ ผู้นี้ว่าสภาพร่างกายภายนอกย่ำแย่แล้ว ภายในย่ำแย่ยิ่งกว่า เจียงหมิงเจ๋อปวดหัวเป็นอย่างมาก
ยังดีที่มันถูกบรรเทาลงบ้างด้วยแมลงสีทองตัวน้อยที่บินอยู่ข้างกาย ยามเมื่อปีกเล็กๆ ของมันขยับจะเกิดความสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่มันก็คอยกะพริบเปล่งแสงอยู่ข้างๆ ให้กับเขาตลอดทาง
แมลงอสูรตัวเล็กๆ ที่บอบบางและอ่อนแอจนไม่รู้จะอ่อนแออย่างไรนั้น กลับทำให้เขาอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด จนในที่สุดชายหนุ่มก็หยุดเท้าลงที่ปากทาง มันคือสถานที่ ที่เขาตามหา ทะเลสาบคงนิรันดร์…
ทะเลสาบคงนิรันดร์ เป็นทะเลสาบรโหฐานขนาดมหึมาที่อยู่จุดศูนย์กลางกลางของถ้ำหิมะพันปี กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่สามารถมองเห็นที่จุดสิ้นสุดของผืนน้ำได้
และหากพิศดูจะพบว่าน้ำทะเลสาบสีเขียวอมฟ้าที่อยู่รายล้อมนั้นไม่มีความกระเพื่อมไหวแม้สักเล็กน้อย แต่กลับมีประกายระยิบระยับสอดรับแสงจากไข่มุกราตรีที่อยู่เบื้องบนเพดานถ้ำ นั่นหมายถึงว่าน้ำทะเลนี้อุดมไปด้วยพลังลมปราณและเป็นปราณบริสุทธิ์ เหมาะแก่การดูดซับเพิ่มพลังและหลอมโอสถที่สุด
น้ำทิพย์จากทะเลสาบคงนิรันดร์มีความจำเป็นต่อการหลอมโอสถทิพย์คืนวิญญาณอย่างมาก เขาจึงเดินพลังวัตรละลายน้ำแข็งเพียงเล็กน้อยและเก็บใส่ขวดอย่างระมัดระวัง น่าเสียดายที่ไม่สามารถเก็บในปริมาณมากได้ เพราะป๋ายซือผู้นี้ยากจนข้นแค้นยิ่งนัก ค้นแล้วค้นอีกก็เจอขวดบรรจุโอสถใบกระจิ๋วหลิวที่ว่างเปล่าเพียง 2 ขวดเท่านั้น
ทางด้านข้างของทะเลสาบ มีสะพานศิลาขาวทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ราวสะพานแกะสลักลวดลายมังกรดวงตาของมันผังอัญมณีสีทับทิมวิจิตรพิสดารปานมันมีชีวิตจริง ไอหมอกปกคลุมอย่างรำไร ทำให้ปรากฏทัศนียภาพอันงดงามประหนึ่งว่าสะพานสายนั้นจะพาดผ่านทอดยาวไปสู่แดนเซียน
แต่เจียงหมิงเจ๋อไม่แม้จะเหลือบตาแลสะพานศิลาแม้แต่น้อย กลับโยนหินไปเหนือทะเลสาบอีกทางหนึ่ง ไอหมอกก่อก็ตัวขึ้นจากเบื้องล่างโดยฉับพลัน ห่อหุ้มก้อนหินจนเป็นผลึกน้ำแข็งเพียงชั่วอึดใจก็แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงดีดหินอีกก้อนไปอีกครั้งในตำแหน่งสูงกว่าเดิม ก็บังเกิดพายุอันบ้าคลั่งหมุนตรงมาที่ก้อนหิน พร้อมลูกศรน้ำแข็งแหลมคมนับร้อย พุ่งมาจากรอบด้านอย่างรวดเร็วทิ่มแทงก้อนหินจนระเบิดเป็นจุณ ถ้าบินสูงต้องเป็นกลายเป็นแม่นด้วยศรน้ำแข็งนับพันแต่ถ้าบินต่ำเขาต้องเป็นบิงซูแล้ว
ซึ่งคนปกติทั่วไป อย่างไรก็ต้องไปทางสะพานศิลาขาวแน่นอน หากไม่แน่ใจยังสามารถส่งหน่วยกล้าตายทดลองเดินปูเส้นทางไปก่อนได้ จะพบว่าคนพวกนั้นเดินทางไปอย่างสุขสบาย
แต่เจียงหมิงเจ๋อคือผู้ใดกันล่ะ เขาเป็นนักเขียนบัดซบที่สร้างสรรค์โลกนี้ขึ้นมา ผู้ใดจะเดินทางไปสวรรค์โดยทางสะพานบ้างเขาไม่ทราบได้ แต่รับรองได้ว่าสะพานนี้ส่งถึงประตูยมโลกทุกคนแน่นอน
เพราะสะพานลวงตาไม่มีอยู่จริง หากตกหลุมพรางเดินเข้าไปอย่าหมายจะได้เดินกลับมาอีก หากไม่เป็นก้อนน้ำแข็ง ก็ต้องเป็นเม่นน้ำแข็งโดยไม่มีข้อยกเว้น ซ้ำยังสร้างภาพมายาหลอกฝั่งตรงข้ามได้ด้วย
ตอนนั้นเขาคิดว่าตัวเองช่างเป็นอัจฉริยะเสียจริงที่คิดกับดักแสนสนุกเหล่านี้ได้ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนยกก้อนหินทุ่มใส่เท้าตัวเองอย่างจัง จะยิ้มก็ไม่ได้ร่ำไห้ก็ไม่ออกแบบนี้สินะที่จึงเรียกว่ากรรมตามสนอง
หลังจากที่เขาได้ทดลองดีดก้อนหินเปิดทาง จนได้ระดับเหมาะสมแล้ว จึงหันไปกอบหินขึ้นมาเต็มกำมืออีกส่วนหนึ่งยัดใส่ไว้ในอกเสื้อ และนำเพื่อนตัวน้อยที่อยู่เป็นเพื่อนเขาตลอดทางเข้าในอกเสื้อด้วยเกรงว่ามันจะไม่ยอมรอคอยอยู่บนฝั่งนิ่งๆ
เขาโคจรพลังไปที่ปลายนิ้ว พร้อมดีดหินออกไปอย่างรวดเร็ว และโดดทะยานตามขึ้นไปเหยียบหินก้อนนั้น ในเสี้ยวนาทีก็ดีดหินก้อนใหม่และกระโดดไปอยู่บนหินก้อนต่อไปทันที ทิ้งหินก้อนเก่าที่ระเบิดเป็นผงไว้เบื้องหลังทอดเป็นทางยาว หมอกน้ำแข็งก่อตัวไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละ
ทั้งต้องดีดหินและโดดออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งต้องควบคุมความสูงระหว่างกระโดดเพื่อไม่ให้กระตุ้นกับดักของแท่งศรน้ำแข็ง ถึงเขาจะเรียกพลังได้ไม่จำกัด แต่การควบคุมพลังสำหรับมือใหม่เช่นเขา ยังคงเป็นปัญหาโลกแตก
ศรน้ำแข็งแหลมคมจึงปักใส่เนื้อเขาหลายคราว กว่าจะพุ่งไปถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลสาบน้ำแข็ง เสื้อขะมุกขะมอมของเขายังเห็นรอยโลหิตผสมหยดน้ำจากศรน้ำแข็งเป็นวงใหญ่
ในที่สุดเขาก็มองเห็น แท่นหยกบูชาสูงตระหง่านบนใจกลางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และเหนือแท่นหยก มีบัวกลีบบางใส แสงทอประกายเหลือบรุ้งส่องสว่างไสว ลอยอยู่เหนือใจกลางทะเลสาบน้ำแข็งสีเขียวมรกต มันคือบงกชคืนวัฏที่เขาต้องการ
มันอยู่ที่นี่อย่างที่เขาคาดการณ์ไว้จริงๆ แต่เจียงเจ๋อหมิงก็ชะงักตาเบิกโพลงจนแทบถลนออกนอกเบ้า พอเสียจังหวะศรน้ำแข็งพุ่งแทงทะลุแขนจนร่างได้รูเพิ่มอีกรูหนึ่ง
เรื่องบงกชคืนวัฏเขาพอคาดเดาได้บ้างแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาตระหนกคือเจ้าลำตัวสีแสงทองที่ขดตัวรอบบงกชคืนวัฏต่างหาก
หัวขนาดมหึมาของมันแนบชิดกับต้นบงกชคืนวัฏ เกล็ดสีทองของมันช่างส่องประกายทิ่มแทงสายตาเขาเหลือเกิน มันคือหวงหลงเทพมังกรบรรพกาล ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ควรอยู่ที่นี่ แม้นเขาไม่เคยกล่าวถึงมันในเรื่อง แต่เขารู้จักมันเป็นอย่างดี มันคือ 1 ใน 4 ของเทพอสูรบรรพกาล มหาเทพแห่งสัตว์อสูรทั้งมวล
แต่ดูเหมือนสวรรค์ยังคงเมตตา ดวงตาของหวงหลงปิดสนิท น่าจะอยู่ในช่วงจำศีลของมัน มิเช่นนั้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเช่นนี้มันจะไม่ได้ยินได้อย่างไร เขารีบพุ่งไปเอาบงกชคืนวัฏอย่างเร็ว
“ระวัง!!!” แต่เสียงเล็กๆ ดังกระทบดวงจิตเขาโดยตรง นั่นเกือบไม่ทันเสียแล้ว เขาพุ่งตรงไปยังดอกบงกชคืนวัฏ จนไม่อาจหยุดกะทันหันได้
ดวงตาอัญมณีสีทับทิมที่หลับอยู่ก็เปิดขึ้น ปากอันหนาใหญ่อ้ากว้าง รอเขาส่งตัวเข้าไปอยู่ในปากด้วยตัวเอง เขารีบเคลื่อนพลังวัตรสู่ฝ่ามือ กระแทกไปที่อสูรมังกรบรรพกาล
แน่นอนว่าเทพอสูรหวงหลงไม่คิดจะหลบพลังเล็กๆ ของมนุษย์กระจ้อยร่อยคนนี้ แต่ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง
เปลวไฟสีดำที่อัดแน่นด้วยพลังวัตรพุ่งชนมันอย่างจัง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาล จนฟันมันแทบหัก เจ็บปวดจนต้องถอยหลังไปหลายร้อยจั้ง*
เปลวเพลิงสีดำที่มันไม่เคยพบเจอมาก่อน พลังโจมตีทั้งร้อนและรุนแรงจนสามารถแผดเผาเกล็ดมังกรบรรพกาลหลุดลอกออกมาได้
“เก่งไม่เบาทีเดียวเจ้ามนุษย์กระจอกผู้นี้ ดูเหมือนข้าจะประมาทเจ้าเกินไป แต่ตอนนี้ข้าหมดอารมณ์เล่นสนุกกับเจ้าแล้ว เตรียมตัวตายเถอะ”
หางมังกรพลิกสะบัดกระแทกพื้นแตกกระจาย ทะเลสาบน้ำแข็งเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่นับพันพุ่งจากพื้นน้ำแข็งเหนือทะเลสาบ หมายกระแทกผู้บุกรุกให้แหลกลาญ
ม่านอัคคีถูกถักทอขึ้นมาอย่างเร่งรีบ ไอความร้อนมหาศาลแผ่กระจัดกระจาย ก่อนจะรวมเป็นดวงไฟสีดำสนิท ก่อตัวขึ้นเบื้องหลังชายหนุ่ม
เปลวไฟที่อัดแน่นด้วยพลังวัตรจนไม่สามารถมองทะลุได้ ถูกบีบจนเป็นเส้นสายนับพันพุ่งตัดการโจมตีก้อนน้ำแข็งมายาของอสูรเทพมังกรบรรพกาล
มวลน้ำแข็งขนาดยักษ์แตกกระจัดกระจาย และหลอมละลายอย่างรวดเร็ว หวงหลงถึงกับตะลึงงันต้องเข้าใจก่อนว่ามันเป็นถึงเทพอสูรบรรพกาล ธารน้ำแข็งบรรพกาลที่มันสร้างขึ้นย่อมแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังกระแสพลังเข้มข้น และเต็มไปด้วยไอพิษกัดกร่อนรุนแรง แต่คนผู้นี้ทำลายธารน้ำแข็งได้ด้วยเวลาเพียงชั่วอึดใจและไม่ได้รับผลจากไปพิษกัดกร่อนเลยแม้เพียงเล็กน้อย
และที่สำคัญที่สุดคือมันไม่อาจสัมผัสพลังที่แท้จริงของชายหนุ่มได้ เป็นไปได้อย่างยิ่งว่า จะมีระดับความแข็งแกร่งเหนือมันอย่างมาก
ดวงไฟสีดำถูกเรียกออกมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เจียงหมิงเจ๋อดูเหมือนจะรวบรวมพลังได้ง่ายดายกว่าครั้งแรกมากนัก ขนาดของมันใหญ่กว่าเดิมอีกหลายร้อยเท่า เขาวาดมือและผลักลูกไฟไปข้างหน้าอย่างดุดัน
คราวนี้อสูรเทพมังกรก็รู้แล้วว่าดวงไฟสีดำที่มันไม่เคยเห็นนี้มีความรุนแรงขนาดไหน มันผงะเบี่ยงตัวหลบออกอย่างรวดเร็ว
หากเลี่ยงได้เจียงหมิงเจ๋อก็ไม่อยากไปวัดพลังกับเทพอสูรบรรพกาล เมื่อเห็นหวงหลงเสียจังหวะ เขาจึงอาศัยเวลานั้นเปลี่ยนทิศพุ่งไปอีกทาง เพราะเป้าหมายของเขาต้องการเพียงบงกชคืนวัฏเท่านั้น เขารวมพลังวัตรดึงออกมาทั้งราก แล้วรีบเหาะหนีไปทันที
เจ้าเพื่อนตัวน้อยได้มาบินออกมาอยู่ข้างๆ เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขารู้สึกถูกชะตากับเจ้าอสูรแมลงตนนี้ยิ่งนัก มันคงเป็นอสูรหิ่งห้อยที่ถือกำเนิดจากปราณวิญญาณธาตุบริสุทธิ์ในถ้ำ มันอ่อนแอเพียงนั้นแต่กลับมีหัวใจกล้าหาญอย่างยิ่ง
“จะอยู่ที่นี่ หรือติดตามข้า” เขาส่งเสียงถามทางมโนจิตกับอสูรหิ่งห้อย แต่เขาก็เกิดชะงักลังเลกับการชวนแบบไม่ยังคิดของตัวเอง เขาไม่อาจอยู่ที่นี่ได้ตลอดไปหากเขาจากไปแล้วผู้ใดจะคุ้มครองมัน มันอยู่ในนี้ย่อมปลอดภัยกว่าโลกภายนอกอย่างแน่นอน ดูเหมือนเขาเอาแต่ใจมากเกินไปแล้ว
“ข้าไป!!” อสูรหิ่งห้อยเห็นอีกอีกฝ่าคล้ายจะลังเล จึงรีบร้องตอบแบบไม่รอให้เขาเปลี่ยนใจ มันต้องไปกับเขาแน่นอน ถึงเขาไม่ออกปากชวน มันก็จะยังคงทำตัวหน้าหนาติดตามไปอยู่ดี
เจียงหมิงเจ๋อ รีบคว้าอสูรหิ่งห้อยและบงกชคืนวัฏพร้อมเกล็ดมังกรบรรพกาลยัดใส่ในเสื้อแล้วเหาะหนีออกมาทันที ไหนๆ เกล็ดมันก็มันร่วงออกมาแล้ว ของดีเช่นนี้ไม่เก็บก็เสียเปล่า
เขารีบดึงเปลวอัคคีสีนิลกลับมา มันมีอันตรายมากเกินไป เขายังควบคุมไม่ค่อยอยู่ หากสัตว์อสูรผู้อภิบาลถ้ำเสียชีวิตลง และไม่มีสัตว์อสูรที่มีระดับขั้นเท่ากันหรือมากกว่าเข้าดูแล ถ้ำหิมะพันปีจะมิอาจคงความสมดุลของพลังได้ย่อมพังครืนลงมาซึ่งถ้ำนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อจักรวาลนิยายของเขา จะปล่อยให้พังทลายไม่ได้
และที่สำคัญที่สุดคือเฉินฮ่าวหลานยังรอคอยเขาอยู่ในม่านคุ้มกันด้านนอก เขาต้องกลับไปนำร่างออกไปจากถ้ำก่อน
ม่านคุ้มกันถูกสลายลง เขาแบกร่างไร้วิญญาณของเฉินฮ่าวหลานพุ่งออกไปสู่ปากถ้ำ ผ่านหมอกพิษและฝูงอสูรค้างคาวเขี้ยวเงิน ออกมาอย่างไม่ยากลำบากนัก แต่ที่ยุ่งยากคือต้องร่ายคาถาผนึกถ้ำตลอดทาง เป็นสร้างอุปสรรคกับหวงหลง เพื่อไม่ให้มันตามเขาทันเร็วเกินไป
แต่ที่เขาไม่รู้คือ หวงหลงไม่ได้ตามเขาออกมาจากทะเลสาบน้ำแข็งเลย มันเป็นเทพอสูรชั้นสูงที่มีสติปัญญาอันล้ำลึกมันสัมผัสได้ว่ามนุษย์ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา พลังจู่โจมและแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากจิตวิญญาณ คือดวงจิตก่อนกำเนิดเป็นกลิ่นอายของผู้อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของโลกทั้งปวง
ระหว่างต่อสู้กันนอกจากฝ่ามือแรกที่โจมตีจนเกล็ดมังกรหลุดลอกไปเล็กน้อยแล้ว ก็ไม่มีครั้งไหนทำร้ายมันจริงจังอีกเลย อีกทั้งเดิมทีผู้คุ้มกันบงกชคืนวัฏเป็นพยัคฆ์หิมะพันปี แต่มันดันโดนฆ่าตายเสียก่อน หวงหลงจึงถูกดึงขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจทั้งที่ยังจำศีลอยู่
ตอนนี้มันกำลังหดตัวให้มีขนาดเล็กและไปนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านบนแท่นหยกบูชาแทนที่ดอกบงกชคืนวัฎอย่างสบายใจ
"….อ่า…ตรงนี้ช่างอุ่นสบายเสียจริง" มันครางเสียงเบาก่อนปรือตาหลับลงอีกครั้ง
เจียงหมิงเจ๋อซึ่งขณะนี้ นั่งพักหอบเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้ที่เขาร่ายม่านคุ้มกันไว้อย่างแน่นหนา หากล่วงรู้ความคิดของหวงหลงคงเอาศีรษะโขกต้นไม้ตายแล้ว เพราะถึงแม้เขาจะเรียกพลังวัตรได้ไม่จำกัด แต่การเรียกพลังซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ คนดีๆ ยังแย่อย่าว่าแต่เดิมทีร่างนี้ก็ไม่ได้สมบูรณ์นักอีกด้วย
หิ่งห้อยตัวน้อยถูกปล่อยออกมาจากอกเสื้อ ชายหนุ่มค่อยๆ วางเด็กหนุ่มชุดขาวอย่างเบามือ และประคองศีรษะไว้บนตักอย่างนุ่มนวล
มันมีความสามารถมองทะลุเห็นใบหน้าใต้หน้ากากได้ จึงเห็นความปวดใจที่สะท้อนจากใบหน้าของเจ้าคนอัปลักษณ์ผู้นี้ เขาแบกร่างไร้วิญญาณไว้ดังสมบัติล้ำค่า ทั้งร่ายคาถา ทั้งต่อสู้มาตลอดทาง ยอมเป็นแผลทั่วตัวแต่ไม่ยอมให้ร่างนี้มีแผลเพิ่มขึ้นสักขีด
เมื่อจัดท่าทางให้เฉินฮ่าวหลานนอนราบในท่าสบายแล้ว ชายหนุ่มจึงหันมามอง ดวงแสงอ้วนกลม ที่มีปีกเล็กๆ สีทองนั้น ช่างเป็นสัตว์อสูรสัตว์อสูรที่น่ารักอย่างยิ่ง
“ข้าจะไม่ทำสัญญาอสูรกับเจ้า เจ้าสามารถไปเมื่อไหร่ก็ได้ที่เจ้าต้องการ ต่อไปนี้เจ้าคือ เสี่ยวกวาง (แสงสว่างดวงน้อย) เจ้าเรียกข้า เจียงหมิงเจ๋อ เถอะ” ใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นอัปลักษณ์สุดแสน แต่ดวงตาของเขากลับอบอุ่นสุดประมาณ ปากอันบิดเบี้ยวจนผิดรูป ได้เผยยิ้มอันอ่อนโยน นิ้วเรียวยาวยื่นออกไปสัมผัสดวงแสงเล็กๆ นั้น เขาหงายฝ่ามือเพื่อรองรับมัน มันเป็นเพื่อนตัวแรกของเขาที่นี่
แสงสีทองกะพริบถี่ยิบ มันชอบคนผู้นี้ตั้งแต่แรกพบ แม้นตัวเองยังอัศจรรย์ใจต่อความไว้วางใจอย่างไร้สาเหตุเช่นนี้ เหตุใดมันจึงต้องการอยู่เคียงข้างชายอัปลักษณ์ผู้นี้ ผู้ที่ไม่มีความสมบูรณ์แบบเลยสักนิดผู้นี้
แต่มันเป็นแค่อสูรหิ่งห้อยตัวกระจ้อยร่อย จึงไม่ได้ขบคิดสิ่งใดมากมายนักได้แต่ปัดความคลุมเครือนี้ไว้ก่อน แล้วบินไปยังฝ่ามืออันอุ่นร้อนของเขาด้วยความเต็มใจ
‘เจียงหมิงเจ๋อ ต่อไปนี้ท่านทิ้งข้าไม่ได้แล้วนะ’
........................................................................
ระยะ 1 จั้ง* ประมาณ 3.33 เมตร
หมู่บ้านเป่ยไห่หมิงจู เป็นหมู่บ้านติดชายฝั่งทะเล ทัศนียภาพงดงามสมเป็นไข่มุกน้ำงามแห่งทะเลเหนือ ชาวเมืองนอกจากเปิดรับผู้ฝึกตนที่ต้องการมาพำนักพักผ่อนก่อนออกเดินทางสู่แผ่นดินอื่นแล้ว ยังประกอบอาชีพหาสัตว์น้ำและสมบัติทางท้องทะเลเลี้ยงชีพอีกด้วย ซึ่งได้รับการคุ้มครองจากเทพอสูรเสวียนอู่สัตว์เทพแห่งท้องทะเล ชาวบ้านให้ความเคารพกับเทพเสวียนอู่เป็นอย่างยิ่ง จึงสร้างเป็นรูปสักการะองค์เทพด้วยหยกสีดำเป็นรูปเต่าดำมีงูพันรอบตัวอยู่กลางท้องทะเล โดยรวมๆ แล้ว หมู่บ้านนี้ ค่อนข้างสงบสุข ชาวบ้านแต่ละคนล้วนมีความสุขและฐานะไม่เลว ในเนื้อเรื่องเดิมเฉินฮ่าวหลานมาที่หมู่บ้านนี้ หลังจากนี้ 5 ปี เขาถูกส่งมาที่ยังหมู่บ้านเพื่อปราบปรามปีศาจวารี ซึ่งหนีมาจากรอยแตกของภพมาร จำนวนมหาศาลจนเทพอสูรแห่งท้องทะเลไม่สามารถกำจัดได้หมด จึงร้องขอความช่วยเหลือไปยังสำนักเทียนหนาน เมื่อเฉินฮ่าวหลานช่วยกำจัดปีศาจวารีและช่วยซ่อมผนึกรอยแยกสำเร็จ เทพอสูรเสวียนอู่ได้มอบน้ำตานางเงือกซึ่งเป็นสมบัติล้ำค่าแห่งท้องทะเลซึ่งใช้ในการผนึกประตูภพมารให้เฉินฮ่าวหลานเป็นการตอบแทน น้ำตานางเงือกเป็นอัญมณีสีเขียวอมฟ้า ซึ่งนอกจากจะใ
“ไม่ ไม่ ไม่ ข้าไม่ไป พี่เจียงอย่างทิ้งข้าไปขอรับ ท่านก็รู้ ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว ข้าจะเดินทางกลับสำนักผู้เดียวได้อย่างไร ท่านช่วยชีวิตข้ามาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ท่านจะปล่อยข้าให้ตายอย่างเดียวดายได้หรือขอรับ” หลังจากออกมาจากเขตแดน มู่โหย่วอวี้ ก็เอาแต่กอดขาพี่เจียงผู้อ่อนโยนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาโอดครวญจะให้เจียงหมิงเจ๋อไปส่งเขาที่สำนักให้ได้ หากมู่โหย่วอวี้มองทะลุเข้าไปในเขตแดนได้ เขาจะได้เห็นพี่เจียง ไม่ได้ใจดีอย่างที่เขาคิด “หยุดๆ คุณชายมู่ …มู่โหย่วอวี้ เจ้าฟังก่อน ข้ามีภารกิจเร่งด่วน มิอาจไปส่งเจ้าได้ เจ้าๆ ท่านปล่อยขาข้าสักค.. ”แค๊วก!!! กางเกงที่ผ่านศึกใหญ่ กับปีศาจผีดิบมาอย่างหนักหน่วงเดิมทีก็แทบเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว โดนมู่โหย่วอวี้ ดึงขาดจนท่อนขาเรียวยาวโผล่พ้นออกมา แต่มู่โหย่วอวี้ก็มิได้สนใจ ยังคงกอดขาเขา แน่นดุจกอเอี๊ยะหนังสุนัข สลัดอย่างไรก็ไปหลุด เจ้าเด็กผู้นี้เจอเมื่อไหร่ ก็ล้วนก่อปัญหาให้เขาได้ตลอดเวลา “นะขอรับ ท่านพี่เจียง ผู้อาวุโสเจียงท่านไปกับข้าเถอะขอรับ ถือโอกาสไปเอาอสูรอาชาลมกรดด้วย เอ๋..” มู่โหย่วอวี้ ที่มัวแต่กอดแข้งกอดขาเจียงหมิงเ
“ไม่ ไม่ ไม่ ข้าไม่ไป พี่เจียงอย่างทิ้งข้าไปขอรับ ท่านก็รู้ ข้าเกือบเอาชีวิตไม่รอดแล้ว ข้าจะเดินทางกลับสำนักผู้เดียวได้อย่างไร ท่านช่วยชีวิตข้ามาหลายครั้งแล้ว ครั้งนี้ท่านจะปล่อยข้าให้ตายอย่างเดียวดายได้หรือขอรับ” หลังจากออกมาจากเขตแดน มู่โหย่วอวี้ ก็เอาแต่กอดขาพี่เจียงผู้อ่อนโยนไว้แน่นไม่ยอมปล่อย เขาโอดครวญจะให้เจียงหมิงเจ๋อไปส่งเขาที่สำนักให้ได้ หากมู่โหย่วอวี้มองทะลุเข้าไปในเขตแดนได้ เขาจะได้เห็นพี่เจียง ไม่ได้ใจดีอย่างที่เขาคิด “หยุดๆ คุณชายมู่ …มู่โหย่วอวี้ เจ้าฟังก่อน ข้ามีภารกิจเร่งด่วน มิอาจไปส่งเจ้าได้ เจ้าๆ ท่านปล่อยขาข้าสักค.. ”แค๊วก!!! กางเกงที่ผ่านศึกใหญ่ กับปีศาจผีดิบมาอย่างหนักหน่วงเดิมทีก็แทบเป็นผ้าขี้ริ้วอยู่แล้ว โดนมู่โหย่วอวี้ ดึงขาดจนท่อนขาเรียวยาวโผล่พ้นออกมา แต่มู่โหย่วอวี้ก็มิได้สนใจ ยังคงกอดขาเขา แน่นดุจกอเอี๊ยะหนังสุนัข สลัดอย่างไรก็ไปหลุด เจ้าเด็กผู้นี้เจอเมื่อไหร่ ก็ล้วนก่อปัญหาให้เขาได้ตลอดเวลา “นะขอรับ ท่านพี่เจียง ผู้อาวุโสเจียงท่านไปกับข้าเถอะขอรับ ถือโอกาสไปเอาอสูรอาชาลมกรดด้วย เอ๋..” มู่โหย่วอวี้ ที่มัวแต่กอดแข้งกอดขาเจียงหมิงเ
ในห้องที่เต็มไปด้วยจอมอนิเตอร์ของระบบปกป้องโลกนิยาย วงล้อ LED ขนาดใหญ่หมุนส่งพลังงานจากความนิยมของนิยายต่างๆ ไปสู่ระบบอย่างต่อเนื่อง เจียงหมิงเจ๋อยังคงสงบนิ่ง ต้องการฟังเรื่องที่ซุกอยู่ใต้พรม เมื่อเริ่มรับภารกิจเขามีลางสังหรณ์ว่า เรื่องที่เขารู้อาจจะไม่ใช่เรื่องราวทั้งหมด ซึ่งหากจะถามว่าเรื่องนี้จะทำให้เขาโกรธจนให้เขาเปลี่ยนข้างไปอยู่ฝ่ายที่จ้องยึดทำลายโลกนิยายของตัวเอง เขาก็คงบ้าไปแล้ว [เรื่องนั้นมันเกิดขึ้น ก่อนที่ผมจะมารับผิดชอบในระบบนิยายเรื่องนี้] ระบบเอไอส่งเสียงทำลายความเงียบ“มันเป็นข้ออ้างที่คุณใช้ปฏิเสธความรับผิดชอบได้หรือ ในเมื่อคุณมีเวลามากมายที่จะบอกให้ผมรู้ แต่คุณก็ไม่คิดจะทำอะไรเลย” [อย่าเพิ่งโกรธเคืองเลยครับ ผมไม่ได้คิดจะปฏิเสธความรับผิดชอบ เรื่องนี้พวกเราผิดจริงๆ เราประเมินความสามารถ และหัวใจของคุณต่ำเกินไป ก่อนหน้านี้มีการดึงคนเข้ามาเพื่อกอบกู้โลกนิยายเรื่องนี้จริงๆ เดิมทีไม่ได้คิดจะปิดบังคุณ เพียงแต่คุณต้องผ่านการทดสอบบางอย่างเสียก่อน] “ปีศาจผีดิบคือบททดสอบคุณเช่นนั้นหรือ” ชายหนุ่มอดหรี่ตาถามไม่ได้ ถ้าเป็นเช่นนั้นจริงๆ ระบบเอไอ ดูจะไร้คุณธรรมเกินไปแล้ว
เหนือน่านฟ้าเมืองถงโจว เกิดเขตแดนทรงกลมขนาดใหญ่ ลอยอยู่กลางอากาศ หากสังเกตดูให้ดีจะเห็นเงาร่างเลือนรางอยู่ภายใน เสี่ยวกวางที่บินอยู่ข้างกายเจียงหมิงเจ๋อถึงกับตะลึงงัน เมื่อเห็นเขา ปิดน่านฟ้า กางเขตแดน น่ากลัวว่าครั้งนี้เขาจะลงมือแบบไม่ยั้งมือแล้ว ซึ่งต่างจากทุกครั้งที่แม้จะดูเหมือนลงมือรุนแรง แต่มีการยับยั้งอยู่หลายส่วน มันเห็นหลายครั้งที่เขาดึงรั้งพลังกลับมาจนลมปราณตีกลับบาดเจ็บภายใน คนผู้นี้มีความแข็งแกร่งเพียงไหนกัน ขนาดอสูรบรรพกาลยังไม่ใช่คู่ต่อสู้ของเขา ด้วยความสามารถระดับเขา การสังหารหวงหลงเพื่อช่วงชิงแกนผลึกอสูรมาใช่ว่าจะเป็นเรื่องเป็นไปไม่ได้ แต่เจียงหมิงเจ๋อเพียงประมือกับหวงหลงแบบขอไปที พอได้ของที่ต้องการ ก็หนีออกมา มันยังคิดว่าคนผู้นี้ปราศจากความโลภ ความโกรธเสียอีก ครั้งนี้มันรู้แล้ว ยามคนผู้นี้โกรธ น่าหวั่นเกรงเพียงใด บรรยากาศรอบกายเจียงหมิงเจ๋อเต็มไปด้วยแรงกดดัน แผ่กลิ่นอายอันตราย ใบหน้าหล่อเหลาปานเทพเซียนของเขาบัดนี้ดูโหดเหี้ยมถึงที่สุดแฝงความกระหายเลือดที่ไม่อาจปกปิด ดวงตาสีดำสนิทแปรเปลี่ยนเป็นสีอำพันเยียบเย็นจนอดสะท้านกายมิได้ มุมปากยิ้มเหยียดเหมือนมองดูมดปล
หลังการประมูลเสร็จสิ้น เจียงหมิงเจ๋อก็ขอแยกตัวกับพวกมู่เหม่ยหลาน ซึ่งมู่โหย่วอวี้อยากให้เขากลับไปพำนักที่สำนักหงอวิ๋นเป็นอย่างมาก ก็แสดงความผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด ระหว่างที่พวกมู่โหย่วอวี้เดินทางไปทางทิศใต้ของถงโจวเพื่อกลับสำนักหงอวิ๋น พวกเขาก็สัมผัสได้ถึงความกดดันและความร้อนของชั้นบรรยากาศ จากทางทิศเหนือของถงโจว ถึงแม้มู่โหย่วอวี้จะไม่สนใจร่ำเรียน ไม่สนใจฝึกยุทธ แต่กลับมีความสนใจต่อเรื่องของผู้อื่นเป็นอย่างมาก จึงอาสาไปสืบข่าวถึงเหตุการณ์แปลกประหลาดนั้น มู่เหม่ยหลานกลัวน้องชายจะก่อเรื่องจึงส่งผู้คุ้มกันที่มีระดับการฝึกตนถึงจินตันตอนปลาย 2 คนไปกับเขาด้วย เคราะห์ดีที่ครั้งนี้ มู่โหย่วอวี้ไม่ได้ไปก่อเรื่องก่อราวที่ไหน “ได้เรื่องแล้วขอรับ ท่านพี่ ท่านคงเดาไม่ออกแน่ว่าเกิดอะไรขึ้น” มู่โหย่วอวี้ ที่ออกไปสืบข่าวเพียง 1 ก้านธูป ก็กลับมาพร้อมข่าวสารและเรื่องซุบซิบมากมาย “ข้ารู้จะให้เจ้าไปสืบหรือ เจ้าเล่ามา” มู่เหม่ยหลานตัดบทเพื่อไม่ให้น้องชายพูดจาเลอะเทอะ “ท่านรู้หรือไม่ หลังจากที่เราออกเดินทางลงใต้จากถงโจว ในถงโจวแถบทางเหนือ มีการปล้นสินค้าประมูลมากมายหลายครั้งเลยขอรับ แ







