FAZER LOGINทางเดินขนาดใหญ่ภายในถ้ำทอดลึกเข้าไปสู่โถงถ้ำภายในที่ไกลออกไป ตลอดเส้นทางช่างอับแสงมืดมิด ยิ่งเดินลึกเข้าไปอุณหภูมิยิ่งลดต่ำลง
อากาศหนาวเย็นลงจนเจียงหมิงเจ๋อต้องสยิวกาย ป๋ายซือ ผู้นี้ว่าสภาพร่างกายภายนอกย่ำแย่แล้ว ภายในย่ำแย่ยิ่งกว่า เจียงหมิงเจ๋อปวดหัวเป็นอย่างมาก
ยังดีที่มันถูกบรรเทาลงบ้างด้วยแมลงสีทองตัวน้อยที่บินอยู่ข้างกาย ยามเมื่อปีกเล็กๆ ของมันขยับจะเกิดความสว่างขึ้นเล็กน้อย แต่มันก็คอยกะพริบเปล่งแสงอยู่ข้างๆ ให้กับเขาตลอดทาง
แมลงอสูรตัวเล็กๆ ที่บอบบางและอ่อนแอจนไม่รู้จะอ่อนแออย่างไรนั้น กลับทำให้เขาอบอุ่นใจขึ้นมาอย่างน่าประหลาด จนในที่สุดชายหนุ่มก็หยุดเท้าลงที่ปากทาง มันคือสถานที่ ที่เขาตามหา ทะเลสาบคงนิรันดร์…
ทะเลสาบคงนิรันดร์ เป็นทะเลสาบรโหฐานขนาดมหึมาที่อยู่จุดศูนย์กลางกลางของถ้ำหิมะพันปี กินอาณาบริเวณกว้างใหญ่ไพศาลจนไม่สามารถมองเห็นที่จุดสิ้นสุดของผืนน้ำได้
และหากพิศดูจะพบว่าน้ำทะเลสาบสีเขียวอมฟ้าที่อยู่รายล้อมนั้นไม่มีความกระเพื่อมไหวแม้สักเล็กน้อย แต่กลับมีประกายระยิบระยับสอดรับแสงจากไข่มุกราตรีที่อยู่เบื้องบนเพดานถ้ำ นั่นหมายถึงว่าน้ำทะเลนี้อุดมไปด้วยพลังลมปราณและเป็นปราณบริสุทธิ์ เหมาะแก่การดูดซับเพิ่มพลังและหลอมโอสถที่สุด
น้ำทิพย์จากทะเลสาบคงนิรันดร์มีความจำเป็นต่อการหลอมโอสถทิพย์คืนวิญญาณอย่างมาก เขาจึงเดินพลังวัตรละลายน้ำแข็งเพียงเล็กน้อยและเก็บใส่ขวดอย่างระมัดระวัง น่าเสียดายที่ไม่สามารถเก็บในปริมาณมากได้ เพราะป๋ายซือผู้นี้ยากจนข้นแค้นยิ่งนัก ค้นแล้วค้นอีกก็เจอขวดบรรจุโอสถใบกระจิ๋วหลิวที่ว่างเปล่าเพียง 2 ขวดเท่านั้น
ทางด้านข้างของทะเลสาบ มีสะพานศิลาขาวทอดยาวสุดลูกหูลูกตา ราวสะพานแกะสลักลวดลายมังกรดวงตาของมันผังอัญมณีสีทับทิมวิจิตรพิสดารปานมันมีชีวิตจริง ไอหมอกปกคลุมอย่างรำไร ทำให้ปรากฏทัศนียภาพอันงดงามประหนึ่งว่าสะพานสายนั้นจะพาดผ่านทอดยาวไปสู่แดนเซียน
แต่เจียงหมิงเจ๋อไม่แม้จะเหลือบตาแลสะพานศิลาแม้แต่น้อย กลับโยนหินไปเหนือทะเลสาบอีกทางหนึ่ง ไอหมอกก่อก็ตัวขึ้นจากเบื้องล่างโดยฉับพลัน ห่อหุ้มก้อนหินจนเป็นผลึกน้ำแข็งเพียงชั่วอึดใจก็แตกกระจายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อย
เมื่อเห็นดังนั้นเขาจึงดีดหินอีกก้อนไปอีกครั้งในตำแหน่งสูงกว่าเดิม ก็บังเกิดพายุอันบ้าคลั่งหมุนตรงมาที่ก้อนหิน พร้อมลูกศรน้ำแข็งแหลมคมนับร้อย พุ่งมาจากรอบด้านอย่างรวดเร็วทิ่มแทงก้อนหินจนระเบิดเป็นจุณ ถ้าบินสูงต้องเป็นกลายเป็นแม่นด้วยศรน้ำแข็งนับพันแต่ถ้าบินต่ำเขาต้องเป็นบิงซูแล้ว
ซึ่งคนปกติทั่วไป อย่างไรก็ต้องไปทางสะพานศิลาขาวแน่นอน หากไม่แน่ใจยังสามารถส่งหน่วยกล้าตายทดลองเดินปูเส้นทางไปก่อนได้ จะพบว่าคนพวกนั้นเดินทางไปอย่างสุขสบาย
แต่เจียงหมิงเจ๋อคือผู้ใดกันล่ะ เขาเป็นนักเขียนบัดซบที่สร้างสรรค์โลกนี้ขึ้นมา ผู้ใดจะเดินทางไปสวรรค์โดยทางสะพานบ้างเขาไม่ทราบได้ แต่รับรองได้ว่าสะพานนี้ส่งถึงประตูยมโลกทุกคนแน่นอน
เพราะสะพานลวงตาไม่มีอยู่จริง หากตกหลุมพรางเดินเข้าไปอย่าหมายจะได้เดินกลับมาอีก หากไม่เป็นก้อนน้ำแข็ง ก็ต้องเป็นเม่นน้ำแข็งโดยไม่มีข้อยกเว้น ซ้ำยังสร้างภาพมายาหลอกฝั่งตรงข้ามได้ด้วย
ตอนนั้นเขาคิดว่าตัวเองช่างเป็นอัจฉริยะเสียจริงที่คิดกับดักแสนสนุกเหล่านี้ได้ ตอนนี้เขารู้สึกเหมือนยกก้อนหินทุ่มใส่เท้าตัวเองอย่างจัง จะยิ้มก็ไม่ได้ร่ำไห้ก็ไม่ออกแบบนี้สินะที่จึงเรียกว่ากรรมตามสนอง
หลังจากที่เขาได้ทดลองดีดก้อนหินเปิดทาง จนได้ระดับเหมาะสมแล้ว จึงหันไปกอบหินขึ้นมาเต็มกำมืออีกส่วนหนึ่งยัดใส่ไว้ในอกเสื้อ และนำเพื่อนตัวน้อยที่อยู่เป็นเพื่อนเขาตลอดทางเข้าในอกเสื้อด้วยเกรงว่ามันจะไม่ยอมรอคอยอยู่บนฝั่งนิ่งๆ
เขาโคจรพลังไปที่ปลายนิ้ว พร้อมดีดหินออกไปอย่างรวดเร็ว และโดดทะยานตามขึ้นไปเหยียบหินก้อนนั้น ในเสี้ยวนาทีก็ดีดหินก้อนใหม่และกระโดดไปอยู่บนหินก้อนต่อไปทันที ทิ้งหินก้อนเก่าที่ระเบิดเป็นผงไว้เบื้องหลังทอดเป็นทางยาว หมอกน้ำแข็งก่อตัวไล่ตามเขาอย่างไม่ลดละ
ทั้งต้องดีดหินและโดดออกไปอย่างรวดเร็ว ทั้งต้องควบคุมความสูงระหว่างกระโดดเพื่อไม่ให้กระตุ้นกับดักของแท่งศรน้ำแข็ง ถึงเขาจะเรียกพลังได้ไม่จำกัด แต่การควบคุมพลังสำหรับมือใหม่เช่นเขา ยังคงเป็นปัญหาโลกแตก
ศรน้ำแข็งแหลมคมจึงปักใส่เนื้อเขาหลายคราว กว่าจะพุ่งไปถึงพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์กลางทะเลสาบน้ำแข็ง เสื้อขะมุกขะมอมของเขายังเห็นรอยโลหิตผสมหยดน้ำจากศรน้ำแข็งเป็นวงใหญ่
ในที่สุดเขาก็มองเห็น แท่นหยกบูชาสูงตระหง่านบนใจกลางพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์และเหนือแท่นหยก มีบัวกลีบบางใส แสงทอประกายเหลือบรุ้งส่องสว่างไสว ลอยอยู่เหนือใจกลางทะเลสาบน้ำแข็งสีเขียวมรกต มันคือบงกชคืนวัฏที่เขาต้องการ
มันอยู่ที่นี่อย่างที่เขาคาดการณ์ไว้จริงๆ แต่เจียงเจ๋อหมิงก็ชะงักตาเบิกโพลงจนแทบถลนออกนอกเบ้า พอเสียจังหวะศรน้ำแข็งพุ่งแทงทะลุแขนจนร่างได้รูเพิ่มอีกรูหนึ่ง
เรื่องบงกชคืนวัฏเขาพอคาดเดาได้บ้างแล้ว แต่สิ่งที่ทำให้เขาตระหนกคือเจ้าลำตัวสีแสงทองที่ขดตัวรอบบงกชคืนวัฏต่างหาก
หัวขนาดมหึมาของมันแนบชิดกับต้นบงกชคืนวัฏ เกล็ดสีทองของมันช่างส่องประกายทิ่มแทงสายตาเขาเหลือเกิน มันคือหวงหลงเทพมังกรบรรพกาล ซึ่งความจริงแล้วมันไม่ควรอยู่ที่นี่ แม้นเขาไม่เคยกล่าวถึงมันในเรื่อง แต่เขารู้จักมันเป็นอย่างดี มันคือ 1 ใน 4 ของเทพอสูรบรรพกาล มหาเทพแห่งสัตว์อสูรทั้งมวล
แต่ดูเหมือนสวรรค์ยังคงเมตตา ดวงตาของหวงหลงปิดสนิท น่าจะอยู่ในช่วงจำศีลของมัน มิเช่นนั้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหวเช่นนี้มันจะไม่ได้ยินได้อย่างไร เขารีบพุ่งไปเอาบงกชคืนวัฏอย่างเร็ว
“ระวัง!!!” แต่เสียงเล็กๆ ดังกระทบดวงจิตเขาโดยตรง นั่นเกือบไม่ทันเสียแล้ว เขาพุ่งตรงไปยังดอกบงกชคืนวัฏ จนไม่อาจหยุดกะทันหันได้
ดวงตาอัญมณีสีทับทิมที่หลับอยู่ก็เปิดขึ้น ปากอันหนาใหญ่อ้ากว้าง รอเขาส่งตัวเข้าไปอยู่ในปากด้วยตัวเอง เขารีบเคลื่อนพลังวัตรสู่ฝ่ามือ กระแทกไปที่อสูรมังกรบรรพกาล
แน่นอนว่าเทพอสูรหวงหลงไม่คิดจะหลบพลังเล็กๆ ของมนุษย์กระจ้อยร่อยคนนี้ แต่ดูเหมือนจะเป็นการตัดสินใจที่ผิดพลาดอย่างใหญ่หลวง
เปลวไฟสีดำที่อัดแน่นด้วยพลังวัตรพุ่งชนมันอย่างจัง พร้อมกับแรงกดดันมหาศาล จนฟันมันแทบหัก เจ็บปวดจนต้องถอยหลังไปหลายร้อยจั้ง*
เปลวเพลิงสีดำที่มันไม่เคยพบเจอมาก่อน พลังโจมตีทั้งร้อนและรุนแรงจนสามารถแผดเผาเกล็ดมังกรบรรพกาลหลุดลอกออกมาได้
“เก่งไม่เบาทีเดียวเจ้ามนุษย์กระจอกผู้นี้ ดูเหมือนข้าจะประมาทเจ้าเกินไป แต่ตอนนี้ข้าหมดอารมณ์เล่นสนุกกับเจ้าแล้ว เตรียมตัวตายเถอะ”
หางมังกรพลิกสะบัดกระแทกพื้นแตกกระจาย ทะเลสาบน้ำแข็งเกิดแรงสั่นสะเทือนอย่างรุนแรง ก้อนน้ำแข็งขนาดใหญ่นับพันพุ่งจากพื้นน้ำแข็งเหนือทะเลสาบ หมายกระแทกผู้บุกรุกให้แหลกลาญ
ม่านอัคคีถูกถักทอขึ้นมาอย่างเร่งรีบ ไอความร้อนมหาศาลแผ่กระจัดกระจาย ก่อนจะรวมเป็นดวงไฟสีดำสนิท ก่อตัวขึ้นเบื้องหลังชายหนุ่ม
เปลวไฟที่อัดแน่นด้วยพลังวัตรจนไม่สามารถมองทะลุได้ ถูกบีบจนเป็นเส้นสายนับพันพุ่งตัดการโจมตีก้อนน้ำแข็งมายาของอสูรเทพมังกรบรรพกาล
มวลน้ำแข็งขนาดยักษ์แตกกระจัดกระจาย และหลอมละลายอย่างรวดเร็ว หวงหลงถึงกับตะลึงงันต้องเข้าใจก่อนว่ามันเป็นถึงเทพอสูรบรรพกาล ธารน้ำแข็งบรรพกาลที่มันสร้างขึ้นย่อมแข็งแกร่งและเต็มไปด้วยพลังกระแสพลังเข้มข้น และเต็มไปด้วยไอพิษกัดกร่อนรุนแรง แต่คนผู้นี้ทำลายธารน้ำแข็งได้ด้วยเวลาเพียงชั่วอึดใจและไม่ได้รับผลจากไปพิษกัดกร่อนเลยแม้เพียงเล็กน้อย
และที่สำคัญที่สุดคือมันไม่อาจสัมผัสพลังที่แท้จริงของชายหนุ่มได้ เป็นไปได้อย่างยิ่งว่า จะมีระดับความแข็งแกร่งเหนือมันอย่างมาก
ดวงไฟสีดำถูกเรียกออกมาอีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้เจียงหมิงเจ๋อดูเหมือนจะรวบรวมพลังได้ง่ายดายกว่าครั้งแรกมากนัก ขนาดของมันใหญ่กว่าเดิมอีกหลายร้อยเท่า เขาวาดมือและผลักลูกไฟไปข้างหน้าอย่างดุดัน
คราวนี้อสูรเทพมังกรก็รู้แล้วว่าดวงไฟสีดำที่มันไม่เคยเห็นนี้มีความรุนแรงขนาดไหน มันผงะเบี่ยงตัวหลบออกอย่างรวดเร็ว
หากเลี่ยงได้เจียงหมิงเจ๋อก็ไม่อยากไปวัดพลังกับเทพอสูรบรรพกาล เมื่อเห็นหวงหลงเสียจังหวะ เขาจึงอาศัยเวลานั้นเปลี่ยนทิศพุ่งไปอีกทาง เพราะเป้าหมายของเขาต้องการเพียงบงกชคืนวัฏเท่านั้น เขารวมพลังวัตรดึงออกมาทั้งราก แล้วรีบเหาะหนีไปทันที
เจ้าเพื่อนตัวน้อยได้มาบินออกมาอยู่ข้างๆ เขาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เขารู้สึกถูกชะตากับเจ้าอสูรแมลงตนนี้ยิ่งนัก มันคงเป็นอสูรหิ่งห้อยที่ถือกำเนิดจากปราณวิญญาณธาตุบริสุทธิ์ในถ้ำ มันอ่อนแอเพียงนั้นแต่กลับมีหัวใจกล้าหาญอย่างยิ่ง
“จะอยู่ที่นี่ หรือติดตามข้า” เขาส่งเสียงถามทางมโนจิตกับอสูรหิ่งห้อย แต่เขาก็เกิดชะงักลังเลกับการชวนแบบไม่ยังคิดของตัวเอง เขาไม่อาจอยู่ที่นี่ได้ตลอดไปหากเขาจากไปแล้วผู้ใดจะคุ้มครองมัน มันอยู่ในนี้ย่อมปลอดภัยกว่าโลกภายนอกอย่างแน่นอน ดูเหมือนเขาเอาแต่ใจมากเกินไปแล้ว
“ข้าไป!!” อสูรหิ่งห้อยเห็นอีกอีกฝ่าคล้ายจะลังเล จึงรีบร้องตอบแบบไม่รอให้เขาเปลี่ยนใจ มันต้องไปกับเขาแน่นอน ถึงเขาไม่ออกปากชวน มันก็จะยังคงทำตัวหน้าหนาติดตามไปอยู่ดี
เจียงหมิงเจ๋อ รีบคว้าอสูรหิ่งห้อยและบงกชคืนวัฏพร้อมเกล็ดมังกรบรรพกาลยัดใส่ในเสื้อแล้วเหาะหนีออกมาทันที ไหนๆ เกล็ดมันก็มันร่วงออกมาแล้ว ของดีเช่นนี้ไม่เก็บก็เสียเปล่า
เขารีบดึงเปลวอัคคีสีนิลกลับมา มันมีอันตรายมากเกินไป เขายังควบคุมไม่ค่อยอยู่ หากสัตว์อสูรผู้อภิบาลถ้ำเสียชีวิตลง และไม่มีสัตว์อสูรที่มีระดับขั้นเท่ากันหรือมากกว่าเข้าดูแล ถ้ำหิมะพันปีจะมิอาจคงความสมดุลของพลังได้ย่อมพังครืนลงมาซึ่งถ้ำนี้มีความสำคัญอย่างมากต่อจักรวาลนิยายของเขา จะปล่อยให้พังทลายไม่ได้
และที่สำคัญที่สุดคือเฉินฮ่าวหลานยังรอคอยเขาอยู่ในม่านคุ้มกันด้านนอก เขาต้องกลับไปนำร่างออกไปจากถ้ำก่อน
ม่านคุ้มกันถูกสลายลง เขาแบกร่างไร้วิญญาณของเฉินฮ่าวหลานพุ่งออกไปสู่ปากถ้ำ ผ่านหมอกพิษและฝูงอสูรค้างคาวเขี้ยวเงิน ออกมาอย่างไม่ยากลำบากนัก แต่ที่ยุ่งยากคือต้องร่ายคาถาผนึกถ้ำตลอดทาง เป็นสร้างอุปสรรคกับหวงหลง เพื่อไม่ให้มันตามเขาทันเร็วเกินไป
แต่ที่เขาไม่รู้คือ หวงหลงไม่ได้ตามเขาออกมาจากทะเลสาบน้ำแข็งเลย มันเป็นเทพอสูรชั้นสูงที่มีสติปัญญาอันล้ำลึกมันสัมผัสได้ว่ามนุษย์ผู้นี้ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดา พลังจู่โจมและแรงกดดันที่แผ่ซ่านออกมาจากจิตวิญญาณ คือดวงจิตก่อนกำเนิดเป็นกลิ่นอายของผู้อยู่เหนือกฎเกณฑ์ของโลกทั้งปวง
ระหว่างต่อสู้กันนอกจากฝ่ามือแรกที่โจมตีจนเกล็ดมังกรหลุดลอกไปเล็กน้อยแล้ว ก็ไม่มีครั้งไหนทำร้ายมันจริงจังอีกเลย อีกทั้งเดิมทีผู้คุ้มกันบงกชคืนวัฏเป็นพยัคฆ์หิมะพันปี แต่มันดันโดนฆ่าตายเสียก่อน หวงหลงจึงถูกดึงขึ้นมาอย่างไม่เต็มใจทั้งที่ยังจำศีลอยู่
ตอนนี้มันกำลังหดตัวให้มีขนาดเล็กและไปนอนขดตัวอย่างเกียจคร้านบนแท่นหยกบูชาแทนที่ดอกบงกชคืนวัฎอย่างสบายใจ
"….อ่า…ตรงนี้ช่างอุ่นสบายเสียจริง" มันครางเสียงเบาก่อนปรือตาหลับลงอีกครั้ง
เจียงหมิงเจ๋อซึ่งขณะนี้ นั่งพักหอบเหนื่อยอยู่ใต้ต้นไม้ที่เขาร่ายม่านคุ้มกันไว้อย่างแน่นหนา หากล่วงรู้ความคิดของหวงหลงคงเอาศีรษะโขกต้นไม้ตายแล้ว เพราะถึงแม้เขาจะเรียกพลังวัตรได้ไม่จำกัด แต่การเรียกพลังซ้ำๆ อย่างต่อเนื่องเช่นนี้ ทำให้เขาเหน็ดเหนื่อยแทบขาดใจ คนดีๆ ยังแย่อย่าว่าแต่เดิมทีร่างนี้ก็ไม่ได้สมบูรณ์นักอีกด้วย
หิ่งห้อยตัวน้อยถูกปล่อยออกมาจากอกเสื้อ ชายหนุ่มค่อยๆ วางเด็กหนุ่มชุดขาวอย่างเบามือ และประคองศีรษะไว้บนตักอย่างนุ่มนวล
มันมีความสามารถมองทะลุเห็นใบหน้าใต้หน้ากากได้ จึงเห็นความปวดใจที่สะท้อนจากใบหน้าของเจ้าคนอัปลักษณ์ผู้นี้ เขาแบกร่างไร้วิญญาณไว้ดังสมบัติล้ำค่า ทั้งร่ายคาถา ทั้งต่อสู้มาตลอดทาง ยอมเป็นแผลทั่วตัวแต่ไม่ยอมให้ร่างนี้มีแผลเพิ่มขึ้นสักขีด
เมื่อจัดท่าทางให้เฉินฮ่าวหลานนอนราบในท่าสบายแล้ว ชายหนุ่มจึงหันมามอง ดวงแสงอ้วนกลม ที่มีปีกเล็กๆ สีทองนั้น ช่างเป็นสัตว์อสูรสัตว์อสูรที่น่ารักอย่างยิ่ง
“ข้าจะไม่ทำสัญญาอสูรกับเจ้า เจ้าสามารถไปเมื่อไหร่ก็ได้ที่เจ้าต้องการ ต่อไปนี้เจ้าคือ เสี่ยวกวาง (แสงสว่างดวงน้อย) เจ้าเรียกข้า เจียงหมิงเจ๋อ เถอะ” ใบหน้าภายใต้หน้ากากนั้นอัปลักษณ์สุดแสน แต่ดวงตาของเขากลับอบอุ่นสุดประมาณ ปากอันบิดเบี้ยวจนผิดรูป ได้เผยยิ้มอันอ่อนโยน นิ้วเรียวยาวยื่นออกไปสัมผัสดวงแสงเล็กๆ นั้น เขาหงายฝ่ามือเพื่อรองรับมัน มันเป็นเพื่อนตัวแรกของเขาที่นี่
แสงสีทองกะพริบถี่ยิบ มันชอบคนผู้นี้ตั้งแต่แรกพบ แม้นตัวเองยังอัศจรรย์ใจต่อความไว้วางใจอย่างไร้สาเหตุเช่นนี้ เหตุใดมันจึงต้องการอยู่เคียงข้างชายอัปลักษณ์ผู้นี้ ผู้ที่ไม่มีความสมบูรณ์แบบเลยสักนิดผู้นี้
แต่มันเป็นแค่อสูรหิ่งห้อยตัวกระจ้อยร่อย จึงไม่ได้ขบคิดสิ่งใดมากมายนักได้แต่ปัดความคลุมเครือนี้ไว้ก่อน แล้วบินไปยังฝ่ามืออันอุ่นร้อนของเขาด้วยความเต็มใจ
‘เจียงหมิงเจ๋อ ต่อไปนี้ท่านทิ้งข้าไม่ได้แล้วนะ’
........................................................................
ระยะ 1 จั้ง* ประมาณ 3.33 เมตร
การรับโลหิตจอมมารเข้ามาในร่างหาใช่เรื่องง่าย หากผู้รับมอบไม่มีพลังวัตรที่แข็งแกร่งเพียงพอ คนผู้นั้นถ้าไม่วิกลจริตก็ต้องร่างระเบิดแหลกเหลว ซึ่งจอมมารผู้เฒ่า เมื่อล่อลวงให้เฉินฮ่าวหลานให้แบกทั้งความแค้น และภพมารของตนไว้ ก็ไม่สนใจว่าเฉินฮ่าวหลานจะมีชีวิตอยู่จนเป็นจอมมารแทนเขา หรือร่างระเบิดจิตใจวิกลจริตไปแล้วหรือไม่ เขาได้ละสังขารไปสู่สะพานไน่เหอเพื่อพบกับฮูหยินของเขาอย่างปลอดโปร่งโล่งใจ และทิ้งให้เฉินฮ่าวหลานต่อสู้ดูดซับกับโลหิตพญามารตามลำพัง โดยไม่อยู่คอยชี้แนะใดๆ ทั้งสิ้น การที่เฉินฮ่าวหลานต้องพยายามดูดซับโลหิตจอมมารอย่างเร่งรีบ ทำให้ทั้งทางด้านอารมณ์และร่างกายเกิดการต่อต้านแปรปรวนอย่างหนัก บัดเดี๋ยวคลุ้มคลั่ง บัดเดี๋ยวดุร้าย บัดเดี๋ยวสุขสันต์ บัดเดี๋ยวซึมเซา เล่นเอาเฉินฮ่าวหลานต้องสะกดข่ม จนกระอักโลหิตกองโตอยู่หลายครั้ง ทางร่างกายยิ่งเปลี่ยนแปลงราวพายุ ในช่วงหนึ่งถ้วยชา ก็แปรเปลี่ยนนับ 10 รูปแบบ เดี๋ยวสูงใหญ่ บัดเดี๋ยวผอมบาง บัดเดี๋ยวเด็ก บัดเดี๋ยวแก่ชรา ร่างเขายุบขยายปานลูกหนังเป่าลม พองแล้วแฟบ แฟบแล้วพอง นับร้อยนับพันครั้ง จนผิวหนังแตกเป็นริ้วๆ หากเขามิใช่มีพรสวรรค์ที่ด
เฉินฮ่าวหลานแบกหงอ้ายเหริ่นลัดเลาะมาตามเส้นทางที่อีกฝ่ายชี้บอก และทะลุออกมาได้อย่างไม่ยาก แม้นในช่วงแรกหงอ้ายเหริ่นจะชี้บอกทางสะเปะสะปะ คล้ายจำทางไม่ค่อยได้ แต่ในช่วงหลังๆ ดูเหมือนหงอ้ายเหริ่นจะเกิดความจำดีขึ้นมาฉับพลัน ชี้ทางออกจากป่ามายาได้ถูกทางแล้ว เมื่อหลุดออกมาจากป่ามายาที่เต็มไปด้วยกับดักและอสูรดุร้ายแล้วเฉินฮ่าวหลานจึงผ่อนลมหายใจลง การเข้าแดนลับครั้งนี้ได้ผลพลอยได้ไม่น้อย นอกจากอาวุธชั้นเซียนจำนวนมากแล้ว ยังได้สมุนไพรล้ำค่า และผลึกอสูรชั้นสูงที่สามารถเป็นวัตถุดิบในการหลอมโอสถของเจียงหมิงเจ๋ออีกไม่น้อย แม้นเจียงหมิงเจ๋อสามารถใช้โอสถของเลี่ยงหรงได้อย่างไม่จำกัด แต่เจ้าตัวกลับรังเกียจว่าโอสถเหล่านั้นระดับไม่สูงพอที่จะให้พวกเขาใช้ จึงมักหลอมโอสถใช้เอง ดังนั้นโอสถที่เฉินฮ่าวหลานใช้ตลอดมา จึงเป็นโอสถชั้นสูงที่เจียงหมิงเจ๋อเป็นผู้หลอมมากับมือทั้งสิ้น ซึ่งหากคนภายนอกรู้คงต้องตาร้อนอย่างมิอาจระงับได้ "โอ๊ย! หลัง หลังข้า พี่เฉินหลังข้า" หงอ้ายเหริ่นร้องโวยวาย เฉินฮ่าวหลานแบกเขาชนซ้ายกระแทกขวาไปตลอดทาง หากจะกล่าวว่าในคราแรกเรียกบาดเจ็บ ตอนนี้ต้องกล่าวว่าถึงกับบาดเจ็บสาหัสแล้ว
“เจียง…เจียงหมิงเจ๋อเช่นนั้นหรือ” เฉินฮ่าวหลานตะลึงงันอยู่ครู่ใหญ่ เขาตรวจร่างกายคนผู้นั้น พบว่ายังมีลมหายใจอยู่ จึงได้นำขึ้นจากน้ำทำการป้อนโอสถและเดินพลังรักษาอาการบาดเจ็บให้ ใช้เวลาไม่นานขนตางอนยาวของบุรุษชุดขาวเริ่มขยับไหว “ท่านเป็นผู้ช่วยเหลือข้าจากปีศาจวารีเช่นนั้นหรือ” เสียงแหบพร่าจากชายหนุ่มผู้นั้น เมื่อเขาค่อยๆ เปิดเปลือกตาขึ้น จึงพบว่าคนผู้นี้คล้ายเจียงหมิงเจ๋ออย่างมาก ต่างที่ดวงตาของเขาแม้นจะมีดวงตาหงส์คิ้วกระบี่คมกริบเช่นเดียวกัน แต่ดวงตาของเจียงหมิงเจ๋อมักเจือด้วยไปด้วยความอ่อนโยน สามารถหลอมละลายหัวใจผู้คนได้เสมอ “ปีศาจวารีเช่นนั้นหรือ ข้าไม่เห็นพวกมัน เมื่อข้ามาถึงก็พบเพียงท่านหมดสติที่ริมน้ำผู้เดียว จึงช่วยท่านขึ้นมา เกิดสิ่งใดขึ้นเช่นนั้นหรือ” “ข้าถูกประตูเหลียงหวายดูดพัดเข้ามาที่ป่านี้ จนแยกจากสหายร่วมสำนัก รู้ตัวอีกทีก็เดินวนไปวนมาอยู่ในป่ามิอาจออกไปได้ กระทั่งรู้สึกอ่อนล้าจึงมาพักอยู่ริมน้ำนี้ ไม่นึกว่าจะมีปีศาจวารีต้องการจับข้ากินเป็นอาหาร โชคดีนักที่ท่านมาพบก่อน พวกมันจึงพากันหนีไป ข้าแซ่หง นามอ้ายเหริ่น ขอทราบนามอันสูงส่งของท่านผู้มีพระคุณได้หรือไม่”
การปรากฏของพื้นที่หลังประตูมิติ ของแดนลับเหลียงหวายในแต่ละครั้งจะมีความแตกต่างกันดังที่เทพพยากรณ์ได้กล่าวไว้ แต่ที่แน่นอนว่าแดนที่ปรากฏขึ้นนี้ ต้องอุดมไปด้วยปราณทิพย์บริสุทธิ์ เล่ากันว่าแม้นได้เข้ามานั่งสมาธิดูดซับไอปราณทิพย์ที่นี่ในเวลาไม่กี่วันโดยไม่ต้องทำสิ่งใดเพิ่มเติม ก็สามารถยกระดับการฝึกตนของผู้ฝึกตน ได้เหมือนอยู่โลกภายนอกหลายปี นอกจากในส่วนของสิ่งล้ำค่าหายากที่อาจพบเห็นได้หากมีวาสนาเช่นพืชสมุนไพรล้ำค่า หรือสัตว์อสูรหายากแล้ว ในบางสถานที่ยังพบอาวุธเวทย์และสินแร่ต่างๆ ที่ถูกซุกซ่อนและกลบฝังเมื่อครั้งสงครามสวรรค์อีกเป็นจำนวนไม่น้อย ดังนั้นการเข้ามาร่วมแสวงหาโชควาสนาที่แดนลับเหลียงหวายจึงเป็นที่ใฝ่ฝันของผู้ฝึกตนทุกคน แต่หลังประตูแดนลับนี้กลับสงวนไว้เฉพาะสำนักเหลียงหวายเท่านั้น ไม่นึกว่าในการแต่งตั้งเจ้าสำนักในครั้งนี้ ทางเหลียงหวายถึงกับใจกว้าง เชื้อเชิญผู้ฝึกตนทั่วอาณาจักรกว่า 2 พันคนเข้าร่วมด้วย นับว่าน่าแตกตื่นตกใจอย่างมาก แรงดึงดูดจากพายุหมุนทำให้พวกผู้ร่วมแสวงหาโชคชะตาถูกพัดกระจัดกระจาย จนแยกกลุ่มออกจากกัน พวกเขาเข้ามาในสถานที่แปลกประหลาดจนไม่รู้ทิศเหนือใต้ ยิ่งไม
เมื่อครั้งเฉินฮ่าวหลานเร่งรีบเดินทางไปเลี่ยงหรงเพื่อเข้าไปนำสมุนไพรจากแปลงเพาะปลูกที่ห้องตระหนักรู้กลับไปที่เหลียงหวาย เขารับรู้ว่ายามนั้นเจียงหมิงเจ๋อค่อนข้างรับมือกับเหตุการณ์ปรสิตระบาดเพียงลำพังอย่างตึงมือ ทั้งต้องหลอมโอสถประคองอาการผู้ติดเชื้อ และ คิดวิธีหลอมโอสถกำจัดตัวหนอนปรสิต ด้วยความร้อนใจจึงบุกเข้าไปหุบเขาโอสถกลางดึกคืนนั้น แบกรั่วจือซือจุนมาที่เหลียงหวายด้วย กว่าจะสอบถามกันรู้ความเขาก็ถูกรั่วจือซือจุนทุบตีไปหลายที ความจริงแล้วถ้าบอกกับนางดีๆ นางยินดีอย่างยิ่ง ที่จะมาเหลียงหวาย เพราะนอกจากจะต้องการมาช่วยเหลือซือจุนแล้ว นางยังคิดถึงปรมาจารย์หลิวซิงอย่างยิ่ง ครั้นมาถึงหน้าประตูเหลียงหวายยังไม่ทันได้หายใจหายคอ นางก็เห็นเฉินฮ่าวหลานเหาะขึ้นไปโจมตีเขตแดนอย่างบ้าคลั่ง ที่เฉินฮ่าวหลานบอกกับเจียงหมิงเจ๋อว่า เขตแดนของจางเจียห่าวนั้นมีจุดอ่อน เขากับปรมาจารย์หลิวซิงช่วยกันโจมตีจนกระทั่งเกิดรอยร้าวนั้น ไม่เป็นความจริงแม้แต่น้อย ความจริงแล้ว เขตแดนของจางเจียงห่าวนั้นแข็งแกร่งยิ่ง ปรมาจารย์หลิวซิงโจมตีเพียงฝ่ามือเดียวก็ถูกแรงสะท้อนระดับต้าเฉิงกระแทกจนบาดเจ็บ เฉินฮ่าวหลาน
เจียงหมิงเจ๋อถูกจางเจียห่าว ดันร่างจนแผ่นหลังสัมผัสผืนหญ้าชื้นแฉะ มือทั้ง 2 ถูกรวบไว้อย่างแน่นหนา จางเจียห่าวแข็งแกร่งกว่าเขา ทั้งรูปร่างและในด้านระดับการฝึกตน ยิ่งในหลายวันนี้เขาเคี่ยวเข็ญพลังวัตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อหลอมโอสถจำนวนมากแจกจ่ายให้ชาวเมืองผู้ติดเชื้อ ร่างกายเขาเองก็อ่อนล้าจนแทบยืนไม่อยู่ ยิ่งเขาต่อต้านขัดขืน จางเจียห่าวดูเหมือนยิ่งบ้าคลั่ง เขาเองก็เป็นบุรุษผู้หนึ่งเช่นกัน ถ้าอีกฝ่ายดื้อรั้นต่อต้านเขามากเท่าไหร่ กลับยิ่งทำให้รู้สึกตื่นเต้นท้าทายมากเท่านั้น เขาไม่คิดว่าวันหนึ่งจะเป็นตัวเขาเองที่ตกในสภาพวิกฤตินี้มาก่อน และวิกฤตครั้งนี้ร้ายแรงถึงขั้นสูญเสียเอกราช!! "เดี๋ยว!! จางเจียห่าว อาห่าวเจ้าอย่าวู่ว่าม ถ้าเจ้าเมาก็กลับไปนอนเสีย ข้าไม่ได้ชอบเจ้า ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ " "ไม่!! อาหมิงเข้ารอวันนี้มานับร้อยปี ข้ารอเจ้ามานานเหลือเกินแล้ว เจ้าเองก็รักข้า ไม่เช่นนั้นเจ้าคงไม่ขอให้ข้าเป็นคู่บำเพ็ญกับเจ้าในครั้งนั้น ความขลาดเขลาของข้าที่ปฏิเสธเจ้าในวันนั้น มันทำให้ข้าสำนึกเสียใจมาจนทุกวันนี้ ชีวิตที่ไม่มีเจ้ามันไร้ความหมายยิ่งนัก ข้ายอมสละทุกสิ่งเพื่อเจ้าแล้ว อาหมิงเ







