กับดักพี่หมอตัวร้ายมัดใจยัยหนูนิ่ม

กับดักพี่หมอตัวร้ายมัดใจยัยหนูนิ่ม

last updateปรับปรุงล่าสุด : 2026-05-05
โดย:  Kayra/จาลียังไม่จบ
ภาษา: Thai
goodnovel18goodnovel
คะแนนไม่เพียงพอ
39บท
1.5Kviews
อ่าน
เพิ่มลงในห้องสมุด

แชร์:  

รายงาน
ภาพรวม
แค็ตตาล็อก
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป

เพราะคำสั่งของผู้ใหญ่ เด็กหนุ่มร่างอวบจอมซื่อจึงต้องย้ายเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับคู่หมั้น คุณหมอหนุ่มสุดหล่อผู้เพียบพร้อมประหนึ่งสมบัติของโรงพยาบาล ทว่า...ภายใต้รอยยิ้มอบอุ่นนั้น มันมาจากความจริงใจหรือแท้จริงแล้วจะเป็นเพียงแค่กับดัก เพื่อข้อตกลงบางอย่างกันแน่...? “ถ้าภายใน1นาทีพี่ไม่เห็นหนูนิ่มในห้อง พี่จะไปอุ้มมานะครับ” “พี่อุ้มนิ่มไม่ไหวหรอก” “พี่อุ้มแตงหนูยังได้ หนูนิ่มจะลองไหม”

ดูเพิ่มเติม

บทที่ 1

ตอนที่ 1 ว่าที่คู่หมั้นที่แม่หามาให้

เสียงฝีเท้ากระทบพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลอย่างรีบเร่ง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหวอและพยาบาลที่วิ่งกันจนวุ่น แววตาคมของ ปรเมษฐ์ อิทธิวงศ์ หรือ ปริญ กำลังกวาดอ่านรายงานที่ผู้ช่วยยื่นมาให้อย่างใช้สมาธิ

"เคสนี้ต้องอาจารย์หมอประจักษ์เท่านั้น รีบไปตามอาจารย์หมอเลย เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูเบื้องต้นให้ก่อน"

"รับทราบค่ะ"

"ไปพักเถอะหมอปริญ"

"ครับอาจารย์"

"จริงๆคุณไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนี้ก็ได้นะ เป็นถึงลูกเจ้าของโรงพยาบาลแต่กลับลงมาดูเคสเองจนดึกดื่นทุกวันเลย"

"ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมตั้งใจเรียนหมอมาเพราะอยากช่วยคนจริงๆ"

"ดีจริงๆเลยนะ เฮ้อ งั้นผมขอลากลับก่อนแล้วกันเจอกันพรุ่งนี้นะ"

ปริญเองก็แยกตัวออกมาเพื่อที่จะกลับไปพักผ่อนที่คอนโดเช่นเดียวกัน ซึ่งตลอดทางเดินมาที่รถ พยาบาลสาวน้อยสาวใหญ่ก็ต่างพากันเหลียวมองพร้อมส่งยิ้มหวาน บอกฝันดีให้ไม่ขาดปาก เพราะความหล่อและความสามารถที่ไม่เป็นสองรองใครทำให้หมอหนุ่มวัย 28ปี ที่ยังไร้แววการมีคู่ครองตกเป็นที่หมายตาของใครหลายคนไม่น้อยเลย

"คุณแม่ ทำไมมาอยู่นี่ได้ล่ะครับ ดึกแล้วนะ"

เมื่อกลับมาถึงคอนโด ปริญก็ได้เห็นว่าคุณหญิงกนกวรรณ ผู้เป็นแม่มานั่งรออยู่บนโซฟาด้วยสีหน้าจริงจังแล้ว

"แม่มีเรื่องจะคุยด้วย…"

และตลอดการฟัง ร่างสูงได้แต่ขมาดคิ้วเป็นปม เมื่ออยู่ๆคุณหญิงแม่ก็มาบอกว่าจะให้เขาหมั้นกับคนที่ชื่อ หนูนิ่ม ทั้งๆที่ไม่เคยพบเจอกันมาก่อน แค่เพราะเหตุผลทางด้านธุรกิจ

ด้วยว่าโรงพยาบาลของพวกเขาเพิ่งได้เซ็นสัญญากับบริษัทของเพื่อนแม่ที่ทำการนำเข้าเครื่องมือการแพทย์ให้เมื่อไม่นานมานี้ แต่อยู่ๆประธานกรรมการบริหารของบริษัทนั้นก็เกิดประสบอุบัติเหตุ และคำขอสุดท้ายของคุณอิศรา รวิปรียาก็คือการฝากฝังมาให้ดูแลชีวิตเด็กหนุ่มคนนั้นต่อ ก่อนจะสิ้นลมไป

พอได้ฟังเหตุผลทั้งหมด ร่างสูงก็ไม่รีรอที่จะคัดค้านในทันที

"ยังไงผมก็ยืนยันว่าไม่ครับ"

"แม่ก็ยืนยันคำเดิมว่าปริญต้องหมั้นเหมือนกัน"

"แต่แม่ นี่มันยุคไหนแล้ว การดูแลมันมีตั้งหลายวิธี เรารับน้องเข้ามาดูแลโดยที่แม่ไม่ต้องมาบีบบังคับผมแบบนี้ก็ได้นี่ครับ"

"อีกอย่าง แม่ก็บอกเองว่าหนูนิ่มของแม่ยังไม่ตกลงเลย"

"ก็เพราะหนูนิ่มยังลังเล มันถึงต้องเป็นหน้าที่ปริญที่ต้องทำให้น้องยอมหมั้นไง แม่พูดไปตั้งยาวปริญไม่ได้ฟังเหรอ"

"แต่ผม..."

"ปริญฟังแม่นะ หนูนิ่มเพิ่งจะเรียนจบมาไม่นาน น้องไม่รู้เรื่องอะไรเกี่ยวกับงานแม่น้องเลย"

"อีกอย่างในอุบัติเหตุครั้งนั้นก็มีหนูนิ่มด้วย หลายๆอย่างมันยังไม่พร้อมที่จะให้น้องเข้ามาดูแลบริษัท"

"และเพื่อไม่ให้บริษัททางนั้นมันแย่ อิสราเลยมอบหุ้นของเขาให้แม่ช่วยดูแลไปก่อนชั่วคราว จนกว่าหนูนิ่มจะพร้อม"

"แต่แม่จะเข้าไปบริหารโต้งๆเลยมันก็ไม่ใช่เรื่อง เดี๋ยวได้โดนกรรมการบริษัทคนอื่นประท้วงพอดี มันเลยต้องเป็นวิธีนี้"

"และถ้าบริษัทนั้นล้ม ปริญอย่าลืมนะว่าโรงพยาบาลเราเซ็นลงทุนกับมันไปมากแค่ไหน เครื่องมือเราก็ยังได้มาไม่ครบ สัญญามัน5ปีเราจ่ายเงินเต็มจำนวนไปแล้ว3ปี ถ้าปล่อยให้คนอื่นมาดูแลบริษัทนั้นแทนแล้วบอกว่าสัญญาของเราเป็นโมฆะและหันไปหาโรงพยาบาลอื่นแทน เราก็ขาดทุนย่อยยับเลยนะ"

"ทีนี้ปริญเข้าใจแม่รึยัง"

"แต่ผมก็ยังไม่เห็นด้วยอยู่ดี เรื่องนี้มันเรื่องใหญ่มากนะแม่"

"แม่มีข้อเสนอ..."

"เดี๋ยวแม่จะนัดหนูนิ่มให้มากินข้าวกับเรา"

"ครับ"

"พักผ่อนเถอะ แม่มาเพื่อพูดแค่นี้"

ณ. ห้องอาหารของโรงแรม

นารินทร์ รวิปรียา หรือ หนูนิ่ม กำลังนั่งอยู่ข้างๆ คุณหญิงกนกด้วยสีหน้าท่าทางที่เกรงเล็กน้อย มือประสานวางไว้บนตัก หันมองซ้ายขวาอย่างตื่นเต้นที่รู้ว่าวันนี้ต้องมาดูตัว

"หนูนิ่มหิวรึยังคะ"

"ป้าว่าเรามากินกันก่อนเถอะ เดี๋ยวอาหารจะเย็นเสียหมด"

"....."

"จะรอพี่ปริญเหรอลูก ไม่ต้องรอก็ได้ค่ะ พี่เขาบอกป้าว่าออกมาแล้วนะ แต่สงสัยรถจะติดเลยช้า"

หนูนิ่มพยักหน้าให้ พร้อมตักอาหารให้กับผู้ใหญ่ก่อนตามธรรมเนียม ชั่งรู้จักเอาใจให้คนแก่เอ็นดูเสียจริง

ระหว่างนั้นเองเสียงฝีเท้าหนักๆของใครบางคนในชุดทำงานก็ได้เดินเข้ามาด้วยใบหน้าที่เร่งรีบ และเมื่อสายตาคมปะทะเข้ากับหนูนิ่มที่นั่งอยู่ข้างคุณหญิงกนก ปริญก็ชะงักไปในทันที ก่อนที่จะก้าวเข้าไปนั่งลงฝั่งตรงข้ามอย่างช้าๆ

"มาพอดีเลย แม่กับน้องเพิ่งจะเริ่มทาน"

"ปริญนี่หนูนิ่ม หนูนิ่มคะพี่ปริญว่าที่คู่หมั้นหนูค่ะ"

ทั้งคู่ต่างยกมือไหว้ทักทายกันตามมารยาท แต่สายตาของร่างสูงกลับเอาแต่มองพินิจพิจารณาคู่หมั้นที่แม่หามาให้อย่างไม่หยุดหย่อน

ปริญไม่คาดคิดมาก่อนเลยว่าหนูนิ่มที่แม่พูดถึงจะเป็นคนที่อวบอ้วนถึงเพียงนี้

ในขณะเดียวกันดวงตากลมโตสีน้ำตาลอ่อนแฝงประกายระยิบระยับเหมือนแสงดาวของหนูนิ่มก็มองปริญกลับไปด้วยเช่นเดียวกัน ขนตายาวงอนเป็นแพรับกับดวงตาที่ดูมีเสน่ห์นั้นหลบตาลงอย่างไร้เดียงสา เมื่อเผลอสบเข้ากับว่าที่คู่หมั้นสุดหล่อ แก้มอวบอิ่มกลมเป็นพวงน่าหยิกขึ้นสีระเรื่อเล็กน้อย ริมฝีปากอมชมพูเม้นเข้าหากันเป็นเส้นตรงอย่างน่าเอ็นดูในทันที

"ปริญตักอาหารให้น้องหน่อยสิคะ" คุณหญิงกนกพูดขึ้นเพื่อทำลายบรรยากาศ ซึ่งร่างสูงก็ยอมทำตามอย่างว่าง่าย

หนูนิ่มจึงรีบก้มหน้าก้มตาพิมพ์ไอแพดยื่นมาให้ในทันที

(ขอบคุณครับ)

"ทำไมคุณ เอ่อ หนูนิ่ม ไม่พูดแทนละครับ" ปริญถามด้วยน้ำเสียงสุภาพ แฝงความสงสัยเล็กน้อย

หนูนิ่มจึงรีบพิมพ์ข้อความใหม่ยื่นให้อีกฝ่ายอ่านอีกครั้ง

(ผมพูดไม่ได้ครับ)

ซึ่งนั่นก็ทำให้ร่างสูงชะงักไปไม่น้อย พร้อมเงยหน้าขึ้นมามองหนูนิ่มสลบกับผู้เป็นแม่ด้วยสีหน้างงงวย และคุณหญิงที่เห็นว่าใบหน้าอวบอิ่มของว่าที่ลูกสะใภ้นั้นเริ่มยิ้มเจื่อนลง เธอที่นั่งอยู่ข้างๆจึงรีบพูดเสริมขึ้น

"เพราะอุบัติเหตุรถยนต์ครั้งนั้นน่ะปริญ ที่แม่เล่าให้ฟังว่าคุณอาอิศราท่านประสบอุบัติเหตุ หนูนิ่มที่นั่งอยู่ในรถก็ได้รับบาดเจ็บไปด้วย น้องโดนกระจกบาดแทงเข้าที่กล่องเสียง ทำให้ต้องหัดพูดใหม่"

"แต่ว่าตอนนี้น้องเริ่มพูดได้แล้วนะคะ แค่อาจจะช้าหน่อย น้องกำลังหัดพูดเป็นคำๆไป ปริญช่วยน้องฝึกได้นะลูก"

สายตาคมมองหนูนิ่มที่พยายามเก็บสีหน้าแต่ทว่าสายตากับหงอยลงไปอย่างเห็นได้ชัด แล้วยิ้มบางส่งไปให้คนน้องเพื่อไม่ให้บรรยากาศเสีย ก่อนจะเริ่มลงมือทานข้าวกัน โดยที่ทั้งคู่แทบไม่ได้มีบทสนทนาอะไรกันเลยแม้แต่น้อย

จนกระทั่งหลังกลับมาบ้าน ปริญก็เริ่มพูดกับแม่ด้วยสีหน้าเคร่งขรึมในทันที

"ผมว่าเรามีเรื่องต้องคุยกันหน่อยนะครับ"

"แม่จะให้ผมหมั้นกับเขาจริงๆเหรอ?"

"ใช่ ปริญ หนูนิ่มเป็นเด็กดีมากเลยนะ แล้วน้องก็ต้องการใครสักคนมาดูแลปริญก็เห็น"

ร่างสูงได้แต่ถอนหายใจฟึดฟัดอย่างไม่สบอารมณ์นัก แต่ก็ไม่อาจจะโต้เถียงต่อได้ เมื่อถูกผู้เป็นแม่มองกดดันผ่านทางสายตาว่าเขาไม่ได้มีทางเลือกมากนัก

"พรุ่งนี้เก็บของกลับมาอยู่บ้านนะคะ แม่จะให้น้องย้ายมาอยู่บ้านนี้ด้วยเหมือนกัน จะได้สนิทกันเร็วๆ"

"เดี๋ยวแม่ เราไม่ได้คุยกันเรื่องนี้มาก่อนนี่ครับ"

"แม่เพิ่งคิดได้เมื่อกี้"

"ผมไม่ย้ายครับ ยังไงก็ไม่ย้าย"

"ผมทำงานหนัก บางทีก็กลับดึก ขับรถกลับบ้านไม่สะดวกครับ"

"ได้ งั้นปริญเลือกเอาแล้วกันนะคะ ว่าจะให้หนูนิ่มนอนห้องปริญหรือให้นอนอีกห้องในคอนโด" พูดจบคุณหญิงก็เตรียมจะเดินหนีขึ้นบันไดไปในทันที

"แม่ แม่อย่ามาเอาแต่ใจใช้มุกมัดมือชกผมแบบนี้นะ"

"แม่พูดกับน้องไปแล้ว ไม่คืนคำค่ะ"

"อ้อ ถ้าเป็นหมอมันยุ่งนัก ปริญก็เตรียมตัวขึ้นเป็นผู้อำนวยการโรงพยาบาลเลยแล้วกันเดี๋ยวพรุ่งนี้แม่แต่งตั้งให้เลย แล้วก็รับหนูนิ่มเข้าไปทำงานด้วย ตำแหน่งอะไรก็ได้ที่ใกล้ชิดปริญที่สุด"

"เลือกเองดีๆนะคะ อย่าให้แม่ต้องเลือกให้"

"ฝันดีค่ะลูกชาย"

"แม่กลับมาก่อน แม่!!!"

TBC

แสดง
บทถัดไป
ดาวน์โหลด

บทล่าสุด

บทอื่นๆ
ไม่มีความคิดเห็น
39
ตอนที่ 1 ว่าที่คู่หมั้นที่แม่หามาให้
เสียงฝีเท้ากระทบพื้นกระเบื้องสีขาวสะอาดของโรงพยาบาลอย่างรีบเร่ง บรรยากาศรอบตัวเต็มไปด้วยเสียงหวอและพยาบาลที่วิ่งกันจนวุ่น แววตาคมของ ปรเมษฐ์ อิทธิวงศ์ หรือ ปริญ กำลังกวาดอ่านรายงานที่ผู้ช่วยยื่นมาให้อย่างใช้สมาธิ"เคสนี้ต้องอาจารย์หมอประจักษ์เท่านั้น รีบไปตามอาจารย์หมอเลย เดี๋ยวผมจะเข้าไปดูเบื้องต้นให้ก่อน""รับทราบค่ะ""ไปพักเถอะหมอปริญ""ครับอาจารย์""จริงๆคุณไม่จำเป็นต้องทำงานหนักขนาดนี้ก็ได้นะ เป็นถึงลูกเจ้าของโรงพยาบาลแต่กลับลงมาดูเคสเองจนดึกดื่นทุกวันเลย""ไม่เป็นไรหรอกครับ ผมตั้งใจเรียนหมอมาเพราะอยากช่วยคนจริงๆ""ดีจริงๆเลยนะ เฮ้อ งั้นผมขอลากลับก่อนแล้วกันเจอกันพรุ่งนี้นะ"ปริญเองก็แยกตัวออกมาเพื่อที่จะกลับไปพักผ่อนที่คอนโดเช่นเดียวกัน ซึ่งตลอดทางเดินมาที่รถ พยาบาลสาวน้อยสาวใหญ่ก็ต่างพากันเหลียวมองพร้อมส่งยิ้มหวาน บอกฝันดีให้ไม่ขาดปาก เพราะความหล่อและความสามารถที่ไม่เป็นสองรองใครทำให้หมอหนุ่มวัย 28ปี ที่ยังไร้แววการมีคู่ครองตกเป็นที่หมายตาของใครหลายคนไม่น้อยเลย "คุณแม่ ทำไมมาอยู่นี่ได้ล่ะครับ ดึกแล้วนะ"เมื่อกลับมาถึงคอนโด ปริญก็ได้เห็นว่าคุณหญิงกนกวรรณ ผู้เป็นแม่มานั่งรออยู่บ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 2 แพ้คนลูบหัว
"เดี๋ยวหนูนิ่มนอนห้องนี้นะครับ" "พออยู่ได้ไหม"ปริญบอกขณะที่ช่วยยกของเข้ามาให้ในคอนโด ดวงตากลมโตสีน้ำตาลมองสำรวจรอบๆ ก่อนจะหันมามองหน้าเจ้าของห้องแล้วยกมือป้อมๆขึ้นมาไหว้ขอบคุณด้วยความอ่อนน้อม"ถ้าอย่างนั้นตามสบายนะครับ ห้องนี้พี่ยกให้หนูนิ่ม จัดของตามอำเภอใจได้เลย เดี๋ยวเที่ยงๆพี่มาตามไปทานข้าว"(ขอบคุณอีกครั้งนะครับ ทั้งที่ไปรับแล้วก็ให้มาอาศัยอยู่ด้วย)"ยินดีครับ"(แล้ววันนี้พี่ปริญไม่ไปทำงานเหรอ) ระหว่างที่ยัยหนูยื่นหน้าจอไอแพดไปให้อ่าน อยู่ๆปริญก็เอียงตัวเข้ามาหาจนแก้มแทบจะแนบไปกับกลุ่มผมของคนน้องและคงก้มลงมาชิดอีก หากหนูนิ่มไม่ถอยหนีเสียก่อนก่อนที่ยัยหนูจะเงยหน้าช้อนสายตาขึ้นมองว่าคนพี่ก้มลงมาทำไม แต่แทนที่จะได้คำตอบ พวงแก้มกลมกลับต้องรู้สึกเห่อร้อนแทน เมื่อถูกปริญมองด้วยสายตาแพรวพราวเช่นนั้น"จะถอยไปไหนครับ ไม่เอาคำตอบแล้วเหรอ"ยัยหนูรีบส่ายหัวเป็นพัลวันในทันที"แต่พี่อยากตอบ""วันนี้พี่หยุดครับ ว่าจะนอนดูหนังในห้อง""หนูนิ่ม...อยากจะเข้ามานอนดูด้วยกัน...ในห้องพี่...ไหมครับ" ปริญตั้งใจเน้นคำในช่วงท้าย พร้อมทั้งพูดด้วยแววตาและน้ำเสียงที่เจ้าเล่ห์ หยอกเย้า จนหนูนิ่มเบิกตากว้าง
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 3 เริ่มหวั่นไหวแล้วสิ
หนูนิ่ม ป้าโทรหาปริญแล้วพี่เขาไม่รับหนูเข้าไปบอกพี่เขาให้หน่อยนะคะว่าเย็นนี้ป้าอยากทานข้าวกับลูกทั้งสองแล้วเจอกันนะเพราะได้รับข้อความจากคุณหญิงกนกมาเช่นนั้นหนูนิ่มจึงได้มายืนลังเลอยู่หน้าห้องทำงานของปริญในช่วงพักเที่ยง ก่อนจะตัดสินใจถือวิสาสะเปิดเข้าไป แต่ก็ต้องสะดุ้งเมื่อถูกเจ้าของห้องตะคอกใส่"เข้ามาทำไมไม่รู้จักเคาะประตูห๊ะ!"ทุกอย่างในห้องหยุดชะงัก ยัยหนูได้แต่ยืนนิ่งด้วยความตกใจ ก่อนที่ปริญจะรีบปรับสีหน้าให้กลับมาเป็นปกติโดยเร็วที่สุด แต่แล้วในระหว่างนั้นเองหนูนิ่มก็ได้สังเกตเห็นเงาของใครบางคนเหมือนกำลังคุกเข่าทำอะไรอยู่ใต้โต๊ะ จนเมื่อคนๆนั้นลุกขึ้นมา ถึงได้พบว่าเป็นผู้ชายตัวเล็กน่ารักคนหนึ่งพร้อมเอกสารมากมายในมือ ที่คาดว่าคงทำหล่นตอนปริญตะคอก"คุณออกไปก่อนครับ"คนๆนั้นโค้งหัวให้ปริญเล็กน้อย แล้วรีบเดินออกไปในทันทีจนเมื่อเหลือกันเพียงสองคนในห้อง ปริญก็ค่อยๆเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าหนูนิ่ม"ต่อไปนี้จะเข้าห้องพี่ นิ่มต้องเคาะประตูก่อนนะ ไม่ต้องถือวิสาสะเข้ามาแบบนี้อีกนะครับ เดี๋ยวคนนอกเขาจะสงสัยว่าเรารู้จักกันเกินหน้าที่"หนูนิ่มพยักหน้าเบะปากน้อยๆอย่างรู้สึกผิดที่โดนติเตียน ก่
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 4 แกล้งเจ้าก้อนขนมปัง
"กลับมาแล้วค่ะ"ทันทีที่ได้ยินเสียงล็อคประตูอัตโนมัติดังขึ้น หนูนิ่มที่กำลังนั่งพิงโซฟาดูซีรีส์ก็รีบหันไปมอง ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างสูงของปริญเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางในมือ"กลับช้าไปหนึ่งวัน มีใครคิดถึงพี่ไหมนะ" แน่นอนว่าคำตอบนั้นถูกยืนยันด้วยการกระทำในทันที เพราะหนูนิ่มรีบทิ้งถุงขนมห่อใหญ่ในมือแล้วลุกขึ้นเพื่อรีบไปรับกระเป๋าจากปริญ แต่ร่างสูงก็ยกมือขึ้นห้ามเอาไว้เสียก่อน"ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวพี่ถือเอง""หนูนิ่มพักผ่อนเถอะ วันนี้วันหยุดไม่ใช่เหรอ" ปริญยิ้มก่อนจะเดินนำเข้าไปวางกระเป๋าไว้ที่มุมห้อง แล้วก็มานั่งลงข้างๆคนน้องบนโซฟา"ไหนดูอะไรอยู่คะ""การ์ตูนผี?"ใบหน้ากลมพยักหน้างึดๆก่อนจะมองหาไอแพดเพื่อที่จะพิมพ์อธิบายหากแต่ก็ไม่เจอ ปริญจึงทำท่าจะยื่นโทรศัพท์ของเจ้าตัวมาให้แทน แต่ในตอนที่มือป้อมกำลังจะหยิบ ร่างสูงก็กลับชักมือถอยจนหนูนิ่มเซไปซบกับอกแกร่งจนได้ "พะ..พี่..ปริญ""หืม...นิ่มเรียกชื่อพี่ได้แล้วเหรอคะ" ร่างสูงก้มลงมามองอย่างหยอกเย้า ซึ่งยัยหนูก็พยักหน้ารับทั้งที่ใบหน้ากลมยังคงมุดหนีคนพี่อยู่อย่างเขินอาย"ไม่เห็นต้องเขินเลยค่ะ หนูเก่งมากแล้ว" ปริญเอ่ยชมพร้อมกับวาดแขนแ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 5 จุดประสงค์ที่แท้จริง
ภายในห้องรับรองของบ้านอิทธิวงศ์ บนโต๊ะยาวถูกประดับไปด้วยดอกไม้สีขาวและไฮเดรนเยียสีฟ้าสวยงาม บรรยากาศในงานหมั้นวันนี้ถูกจัดขึ้นอย่างเป็นกันเอง มีเพียงญาติสนิทไม่กี่คนของคุณหญิงกนก เพื่อนสนิทของปริญ และตัวแทนครอบครัวของหนูนิ่มเท่านั้นหนูนิ่มอยู่ในชุดสูทสีขาวที่ดูอ่อนหวานเรียบร้อย ทำให้ดูน่ารักเป็นพิเศษ ก่อนที่ปริญในชุดแบบเดียวกันจะเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้า มือหนายื่นออกมารับตัวคู่หมั้นด้วยความอ่อนโยน แล้วทั้งคู่ก็เดินไปกราบผู้ใหญ่ด้วยกันเพราะรู้สึกเขินอายและไม่มั่นใจกับสายตาหลากหลายคู่ที่จับจ้องมา ยัยหนูจึงกุมมือปริญแน่นขึ้นเรื่อยๆ จนร่างสูงหันมามอง"ตื่นเต้นเหรอครับ"ใบหน้าจ้ำหม่ำรีบพยักหน้าให้ในทันที ก่อนจะเปล่งเสียงสั่นๆออกมา"ยะ..อย่า..." สุดท้ายเสียงหวานก็ขาดหายไปอย่างไม่สามารถเปล่งออกมาให้จบประโยคได้ แต่จากสายตาและท่าทางของหนูนิ่ม ร่างสูงก็พอจะเข้าใจได้ว่าน้องคงอยากบอกว่าอย่าปล่อยมือตัวเอง ร่างสูงจึงช่วยกำชับมือให้จับกันแน่นขึ้นอีกแรงพิธีการดำเนินไปอย่างรวดเร็วและเรียบง่าย พระอาจารย์ทำการผูกข้อมือให้เพื่อเป็นการหมั้นหมายอย่างถูกต้อง พร้อมทั้งปริญและหนูนิ่มที่ผลัดกันสวมแหวน ท่าม
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 6 โดนดุ
"ซีเชิดใหญ่เลย""ว่าละ มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งนานแล้วป้ะ""เอ้าเด็กๆเม้าส์อะไรกันแต่เช้า มาบอกเจ๊บ้างสิไม่อยากตกข่าว" เมื่อเห็นแบบนั้นโคโค้กับมัดหมี่ก็รีบลากเจ๊กบเข้ามาร่วมวงสนทนาด้วยในทันที เพื่อจับกลุ่มเม้าท์มอยกันอย่างออกรสออกชาติ ก่อนที่ในตอนนั้นร่างจ้ำหม่ำในชุดเสื้อคอกลมแขนยาวสีฟ้าจะมาหยุดยืนอยู่ข้างหลังทุกคนนิ้วอวบจิ้มๆลงตรงหลังของโคโค้เบาๆแต่พี่บ่าวกล้ามโตก็สบัดทิ้ง ยัยหนูจึงหันไปจิ้มหลังเจ๊กบ แต่หญิงวัยกลางคนที่กำลังพูดอย่างเครื่องติดก็ไม่รู้ตัวเลยสักนิด ก่อนที่ต่อมาเจ้าแก้มกลมจะเดินไปวางคางเกยแมะลงบนไหล่ของมัดหมี่ พร้อมกับรอยยิ้มพิมพ์ใจจนทุกคนตกใจหันมาวงแตกในทันทีเสียงร้องอุทานดังระงมราวกับเจอผีตอนกลางวันแสกๆ เจ๊กบที่ยืนอยู่เผลอก้าวถอยหลังจนชนเข้ากับเก้าอี้แทบหงายหลัง"โว้ย ยัยนิ่ม! ตกใจหมดเลย!”มัดหมี่ที่โดนคางกลมวางเกยอยู่ก็สะดุ้งสุดตัว แต่แม้จะเป็นแบบนั้นสุดท้ายทุกคนอดหัวเราะออกมาพร้อมกันไม่ได้ ขณะที่เจ้าตัวต้นเหตุยังคงยืนยิ้มแป้นอย่างมึนงงไม่รู้เรื่องอะไรเลย(คุยอะไรกันอยู่เหรอครับ ขอนิ่มคุยด้วยคนได้ไหม)"ได้สิ มานี่ยัยนิ่ม เจ๊จะเม้าส์เรื่องแซ่บๆให้ฟัง""อีเจ๊หยุด! อย่าใ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 7 นอนร่วมห้องครั้งแรก
"วันนี้พี่ไม่ได้ออกไปไหน นิ่มไม่ต้องทำอะไรไว้ให้พี่นะครับ""หนูทานข้าวเย็นตามสบายเลย พี่ไปอาบน้ำก่อนนะ"หนูนิ่มได้แต่มองตามหลังปริญจนเข้าห้องไปด้วยสายตามึนงงช่วงสองสามวันที่ผ่านมานี้ ยัยหนูรู้สึกได้ถึงความเปลี่ยนแปลงในตัวของปริญอย่างมาก แม้พี่ปริญของเขาจะยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม ทั้งส่งคนรถไปรับไปส่งที่ทำงานและซื้อขนมติดไม้ติดมือกลับมาให้ตอนเลิกงานตลอด แต่หนูนิ่มกลับรู้สึกว่ามันมีบางอย่างที่ต่างออกไป เหมือนมีระยะห่างเล็กๆที่อีกฝ่ายพยายามสร้างขึ้น มันรู้สึกได้จากสายตาและคำพูดที่ดูเหมือนจะระมัดระวังขึ้นของปริญหรือว่าจะกลัวเผลอดุเราอีกนะ แต่มันก็ผ่านมาแล้วนี่นาถึงจะสงสัย แต่ยัยหนูก็เลือกจะไม่ถามออกไปแล้วทำตัวเหมือนเดิม คอยดูแลพี่ปริญในแบบของเขา หาขนมมาวางไว้ให้ตอนดึกๆ หรือช่วยจัดเอกสารที่อีกฝ่ายลืมไว้บนโต๊ะ และพยายามบอกตัวเองว่า บางทีพี่ปริญอาจจะแค่ยุ่งกับงานเท่านั้นอีกด้านหนึ่งปริญกำลังอาบน้ำ ในหัวก็มีความคิดหลากหลายอย่างตีกันไปหมด เขาหยิบอาหารที่หนูนิ่มเตรียมให้ออกไปด้วยทุกคืน บางคืนก็หยิบไปดูคนไข้ที่โรงพยาบาลจริง บางคืนก็หยิบไปที่ห้องรพี ซึ่งอย่างหลังนั่นแหละที่ทำให้เขากำลังคิดหนัก
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 8 แตกต่างกันอย่างชัดเจน
เช้าวันรุ่งขึ้น ปริญเดินลงมาที่ห้องอาหารพร้อมหนูนิ่มด้วยสีหน้าอิดโรยจนคุณหญิงกนกที่เห็นก็อดจะหันไปยิ้มกรุ้มกริ่มกับนมอ่อนไม่ได้"ทำไมดูท่าทางเพลียแบบนั้นล่ะคะ ปริญ" คุณหญิงถามพลางจ้องสำรวจหน้าลูกชายอย่างจับผิด"ไม่มีอะไรครับแม่ ไม่มีอะไรเลย""ผมแค่ไม่ได้กลับมานอนบ้านนานก็เลยนอนไม่หลับแค่นั้น" เพราะรู้ดีว่าผู้เป็นแม่กำลังคิดอะไรอยู่ ปริญจึงรีบพูดตัดบทไปอย่างรู้ทันเสร็จสรรพส่วนหนูนิ่มก็ได้แต่นั่งเงียบอยู่ข้างๆ ก้มหน้าก้มตา เพราะกลัวจะโดนซักถามไปด้วยแค่นี้เขาก็รู้สึกผิดจะแย่อยู่แล้ว ที่เมื่อคืนพี่ปริญต้องลำบากไม่ได้นอนเตียงเพราะตัวเอง แม้จะขอโทษไปแล้วก็ตามทางด้านคุณหญิงเมื่อลูกชายไม่ได้ดั่งใจ เธอจึงหันเหสายตามาทางหนูนิ่มเพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญแทน"หนูนิ่นคะ แม่ว่าจะคุยกับหนูอยู่พอดี""หนูอยากได้ครูสอนพูดเฉพาะทางไหมลูก""แม่ไปเจอคนหนึ่งมา เขาเป็นอดีตหมอเกี่ยวกับกล่องเสียง แล้วตอนนี้เขาก็รับดูแลคนที่มีปัญหาด้านนี้โดยตรง ถ้าหนูสนใจแม่จะติดต่อให้"(สนใจครับ นิ่มอยากกลับมาพูดได้เร็วๆ)"งั้นเดี๋ยวแม่จัดการให้นะคะ""อีกเรื่องหนึ่ง แม่อยากให้หนูนิ่มใช้ไอแพดให้น้อยลงได้ไหม แม่กลัวหนูจะชินกับการ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 9 จูบเบาๆเท่านั้น(ไม่มีจริง)
เปรี้ยง!!เสียงฟ้าผ่าทำให้ยัยหนูสะดุ้งเฮือก มือที่กำลังนวดอยู่หยุดนิ่งลงทันที หนูนิ่มรีบหดตัวลงเหมือนจะซ่อนตัวเองจากบางสิ่ง มือสั่นเทาขณะที่ดวงตากลมเบิกกว้าง มองไปรอบห้องราวกับกำลังหาพื้นที่ปลอดภัยจนปริญที่สัมผัสได้ถึงความผิดปกติ เขาก็ลืมตาขึ้นมามองด้วยความสงสัย และทันทีที่เห็นคนน้องตัวสั่นทั้งยังมีสีหน้าตื่นตระหนกเช่นนั้น ร่างสูงก็รีบยันตัวขึ้นนั่ง มือหนาจับข้อมืออวบของหนูนิ่มมากุมเอาไว้ในทันที"หนูนิ่มเป็นอะไร กลัวฟ้าผ่าเหรอ"ยัยหนูไม่ได้ตอบ แต่พยักหน้าถี่ๆ ดวงตากลมสีน้ำตาลสั่นระริกพร้อมกับน้ำตาที่เอ่อคลอ จนปริญต้องรีบดึงน้องเข้ามาใกล้ วางมือหนาลงบนแผ่นหลังลูบไปมาอย่างปลอบโยน"ไม่ต้องกลัวนะ อยู่กับพี่ ไม่มีอะไรต้องกลัวแล้วครับ" แต่กระนั้น เสียงฟ้าฝนที่กระหน่ำตกลงมาหนักขึ้นก็ทำให้หนูนิ่มสะดุ้งอีกครั้ง หมัดกลมๆกำชายเสื้อของปริญเอาไว้แน่น ร่างทั้งร่างของน้องเอนลงมาหาคนพี่อย่างหาที่พึ่งพิง เหมือนพยายามจะซ่อนตัวอยู่ในเงาของปริญ"นิ่มเคย…จ...เจ็บ…" หนูนิ่มพูดเสียงสั่น พยายามอธิบายทั้งที่เสียงยังคงขาดหาย"ฝน…รถ...ลื่น…ม...แม่ๆ…อึก...ตาย""กระจก...แทง...ต...ตรงนี้" มือที่สั่งเทาของน้องลูบ
อ่านเพิ่มเติม
ตอนที่ 10 หนูทำให้พี่หลั่งคอร์ติซอล
ณ. ห้องแผนกเทคโนโลยีที่เงียบสนิทจนผิดปกติ หนูนิ่มเปิดประตูเข้าไปแล้วหยุดยืนงงอยู่กลางห้อง ดวงตากลมโตสอดส่องไปรอบๆก็ไม่พบใครเลยสักคนเรียกเรามาแล้วพี่ๆเขาหายไปไหนหมดนะแต่ยังไม่ทันจะตั้งคำถามในหัวจนจบดี เสียง แกร๊ก จากด้านหลังก็ดังขึ้น พร้อมกับเสียงปิดประตูล็อกอย่างแน่นหนา จนหนูนิ่มสะดุ้งสุดตัวรีบหันขวับกลับไปดู ก่อนจะเห็นร่างสูงใหญ่ของใครบางคนในรองเท้าหนังสีดำ ไล่สายตาขึ้นไปเรื่อยๆก็เจอเข้ากับขายาวในกางเกงสแลคสีกรม เสื้อเชิ้ตสีขาวที่พับแขนขึ้นไปจนเผยให้เห็นเส้นเลือดที่ข้อมือแกร่ง จนสุดท้ายก็ไปหยุดอยู่ที่ใบหน้าหล่อเหลาที่กำลังมองมาที่ตัวเองอย่างแฝงไปด้วยความรู้สึกบางอย่างที่อ่านไม่ออก"หลบหน้าพี่ทำไมครับ หนูนิ่ม" น้ำเสียงทุ้มต่ำที่เอ่ยเรียกชื่อทำให้ยัยหนูสะดุ้งเล็กน้อย และก็ยิ่งตื่นตระหนกมากขึ้นไปอีกเมื่อปริญเริ่มก้าวขาเข้ามาใกล้ขึ้นเรื่อยๆ จนหนูนิ่มถอยหลังหนีไปชนเข้ากับกำแพง"พ...พี่...ปริญ" สุดท้ายเจ้าก้อนกลมก็จนมุม ขยับไปไหนไม่ได้ ซ้ำยังถูกแขนแกร่งของปริญกักทางหนีเอาไว้จนหมดอีกมือใหญ่เท้าลงบนกำแพงข้างศีรษะของน้อง ขณะที่อีกมือก็กดไหล่น้องเอาไว้ ก่อนที่ใบหน้าคมคายจะโน้มลงมาหา"หนูนิ่
อ่านเพิ่มเติม
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status