Se connecterเพราะคำสั่งของผู้ใหญ่ เด็กหนุ่มร่างอวบจอมซื่อจึงต้องย้ายเข้ามาอยู่ใกล้ชิดกับคู่หมั้น คุณหมอหนุ่มสุดหล่อผู้เพียบพร้อมประหนึ่งสมบัติของโรงพยาบาล ทว่า...ภายใต้รอยยิ้มอบอุ่นนั้น มันมาจากความจริงใจหรือแท้จริงแล้วจะเป็นเพียงแค่กับดัก เพื่อข้อตกลงบางอย่างกันแน่...? “ถ้าภายใน1นาทีพี่ไม่เห็นหนูนิ่มในห้อง พี่จะไปอุ้มมานะครับ” “พี่อุ้มนิ่มไม่ไหวหรอก” “พี่อุ้มแตงหนูยังได้ หนูนิ่มจะลองไหม”
Voir plus“ตึงมากเลย ปวดมากไหมคะ”“อื้ม”ปริญถามขึ้นด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนขณะใช้มือนวดคลึงเท้าอวบที่เริ่มบวมเพราะอายุครรภ์ที่มากขึ้น หนูนิ่มท้องแก่เต็มที อีกอาทิตย์เดียวก็จะคลอดแล้ว ทำให้ช่วงนี้ยัยหนูปวดเนื้อปวดตัวไปหมด แถมเจ้าจิ๋วที่อยู่ในท้องก็ไม่จิ๋วสมชื่อเลยสักนิด ตัวก็ใหญ่แถมยังเอาแต่ดิ้นแกล้งคุณแม่แทบทั้งวัน โดยเฉพาะเวลาที่คุณพ่อออกไปทำงาน ทำให้แม่แมวต้องหิ้วท้องโตๆไปเฝ้าถึงที่โรงพยาบาลอยู่บ่อยครั้ง จนโดนอดีตเพื่อนร่วมงานแซวไปหลายรอบเลย“อ้ากกกก ไม่ใช่ขาหมูน้า กัดไม่ได้~!”หนูนิ่มสะดุ้งเฮือกรีบชักขาหนีแทบไม่ทัน เมื่อในตอนที่กำลังจะเคลิ้มหลับ อยู่ดีๆว่าที่คุณพ่อสุดหล่อก็ดันหมั่นเขี้ยวก้มลงไปกัดน่องอวบเข้าให้เต็มปากเต็มคำ“เป็นรอยฟันเลย...”มืออวบลูบขาตัวเองป้อยๆ ทำเสียงงุ้งงิ้งบ่นไม่หยุด แต่แทนที่ปริญจะรู้สึกผิด กลับหัวเราะก่อนจะยื่นมือไปลูบปลอบ“ไม่เบะสิคะ โอ๋น้าาา”“พี่ขอโทษมันหมั่นเขี้ยวไปหน่อย ก็ตอนนี้หนูแน่นทุกส่วนเลย เหมือนมาชเมลโล่นี่นา”“ไม่ต้องเลยน้า เมื่อวานตอนลูกดิ้นพี่ก็กัดท้อง…นิ่ม…จนเป็นรอยฟัน…หลายรอย…เลย”“วันนี้ก็มากัดขาอีก...” หนูนิ่มยังคงทำแก้มพองเป็นปลาปักเป้า จ้องค้อนปริญ
“ออกไปเลย ฮึก นิ่ม...ไม่อยากเห็น...หน้าพี่” หนูนิ่มร้องไห้สะอึกสะอื้น ปาหมอนไล่จนปริญต้องจำใจหันหลังเดินออกไป แต่ก่อนที่ประตูจะปิดลง เสียงเบาหวิวของหนูนิ่มก็...“เดี๋ยว...”“ไปจริงเหรอ”สุดท้ายปริญก็ต้องเดินกลับเข้ามาที่เดิมอีกเป็นครั้งที่เท่าไหร่แล้วก็ไม่รู้ของชั่วโมงนี้“ถอนหายใจ...ทำไม”“ขอโทษครับ”เขาได้แต่ยีฟันให้ยัยเด็กไป ก่อนหนูนิ่มจะหันไปนั่งดูการ์ตูนเหมือนเดิมราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นหนึ่งนาทีล้านอารมณ์จริงๆตอนนี้หนูนิ่มท้องได้เกือบหกเดือนแล้ว ซึ่งอารมณ์ของคุณแม่ก็แปรปรวนหนักมาก เดี๋ยวเหม็นเดี๋ยวบอกหอมปริญจนร่างสูงเริ่มทำตัวไม่ถูก ล่าสุดที่ร้องไห้ก็เพราะบอกอยากอมแมวแล้วเขาหาแมวมาให้เล่นในตอนนี้ทันทีไม่ได้ คิดแล้วก็อยากตัดเน็ตยัยเด็กจริงๆช่วงอายุครรภ์มากขึ้นแทบจะไม่มีแล้วเด็กขี้อ้อน มีแต่เด็กขี้แงที่เอะอะก็ร้องไห้ งอน ขึ้นเสียงใส่ตลอดแน่นอนว่าความเป็นหมอช่วยเขาได้มากในการทำความเข้าใจว่าสิ่งเหล่านี้เกิดจากฮอร์โมนคนท้อง แต่ในขณะเดียวกันก็เข้าใจความรู้สึกหนูนิ่มมากขึ้นด้วย ว่าเมื่อก่อนเวลาโดนเขาตะคอกใส่น้องรู้สึกยังไง “เด็ก พรุ่งนี้เราจะได้รู้เพศลูกแล้วนะ ตื่นเต้นไหมคะ”“อื้ม”
เพล้ง!เพล้ง!!เพล้ง!!!เพล้ง!!!!เพล้ง!!!!!เสียงตีหม้อดังลั่นห้องปลุกให้สองร่างที่กำลังนอนกอดกันกลมสะดุ้งตื่นขึ้นมาในทันที ก่อนจะเจอเข้ากับร่างอวบที่ถือตะหลิวกับหม้อพร้อมเท้าสะเอวมองคนบนเตียงตาเขียวปั้ดอยู่“ปล่อยมือจากหนูนิ่มเดี๋ยวนี้เลยนะ!!!” เสียงหวานแหลมตะโกนลั่น จนทำให้ปริญต้องขยี้ตารัวๆ หันกลับไปมองหนูนิ่มที่นอนซุกอกอยู่ที แล้วหันกลับไปมองอีกคนที่ยืนอยู่ข้างเตียงอีกทีด้วยความสับสนอะไรกันวะเนี่ยนั่นก็หนูนิ่ม นี่ก็หนูนิ่มเมาค้างรึเปล่าวะปริญขยี้ตารัวๆ พยายามมองให้แน่ใจเขาไม่ได้แฮงค์จนตาฝาดไปเอง ขณะที่หนูนิ่มรีบโกยผ้าห่มไปยื่นข้างพี่ตัวเองแล้ว เพราะกลัวโดนดุ“จะทำหน้างงอีกนานไหม”“พี่อั้ตแจ้งตำรวจเลยจ้า”“ปีนบ้านชาวบ้านชาวช่องเขาดึกๆ ดื่นๆ แถมยังมาฉวยโอกาสใส่คนในบ้านเขาอีก นิสัยแย่มาก!!” หนูนุ่มเท้าเอวจับตะหลิวชี้หน้าขู่ปริญอย่างเอาเรื่อง“เฮ้ยเดี๋ยว! ใจเย็นก่อนดิอ้วน!” ปริญเผลอหลุดปาก แต่ยังไม่ทันจบประโยคดี ตะหลิวก็ฟาดลงมาที่แขนของเขาเต็มแรงจนสะดุ้ง“โอ๊ย! ตีพี่ทำไมเนี่ย!!”“ใครน้องนาย!”“อย่ามานับญาติกับเรานะ”ร่างสูงแทบอยากทึ้งหัวตัวเอง แค่สถานการณ์ที่มีหนูนิ่มสองคนก็มึนจะ
สุดท้ายหนูนิ่มก็ยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะบอกหรือไม่บอกเรื่องเด็กในท้องกับปริญ แต่ณ.ตอนนี้อยู่กันสองคนกับจิ๋วเขาก็สบายใจดี มีหนูนุ่มรอเป็นแม่ทูนหัว ลุงอาทิตย์ก็ช่วยดูแลแค่นี้ก็พอแล้ว“บี๋~ เอาชุดนี้ไหม”หนูนุ่มชูเสื้อผ้าเด็กอ่อนขึ้นมาให้แฝดน้องดูพร้อมรอยยิ้มตื่นเต้นจนหนูนิ่มอดเอ็นดูในตัวพี่ชายไม่ได้ ก่อนจะส่ายหน้าช้าๆแล้วยกมือขึ้นมาจีบให้พี่ดู“ใหญ่ไป…จิ๋วตัว…เท่านี้”ยัยนุ่มถึงกับมองตามแล้วย่นจมูก ก่อนจะวางชุดนั้นลงไปอย่างเสียดาย“ทำไมหลานตัวเล็กจัง แบบนี้บี๋ต้องกินเยอะๆน้าหลานเค้าจะได้แข็งแรงๆ”หนูนิ่มได้แต่หัวเราะกับท่าทางตื่นเต้นของแฝดพี่ ดูเหมือนจะมีคนเห่อหลานเอามากจริงๆวันนี้สองแฝดและอาทิตย์พากันออกมาเดินซื้อของใช้สำหรับแม่และเด็ก โดยเฉพาะวิตามินบำรุงครรภ์สำหรับคุณแม่คงต้องซื้อเยอะเป็นพิเศษ เพราะช่วงนี้หนูนิ่มแพ้ท้องหนักมาก เรียกได้ว่าแค่น้ำลายตัวเองยังแพ้ ได้กลิ่นอะไรก็มวนท้องไปหมดจนน้ำหนักลดลงไปถึงห้ากิโลภายในเวลาไม่นาน คุณหมอที่ฝากครรภ์เองก็ดูแลเต็มที่แต่ยังจนปัญญา ได้แต่ให้น้ำเกลือเพื่อประคองร่างกายเท่านั้นสองแฝดเดินควงกันเลือกของไปได้ไม่นานหนูนิ่มก็รู้สึกคลื่นไส้ขึ้นมาอีกระล
"คนทั้งคนมันจะหายไปได้ยังไง!" ปริญสบถออกมาอย่างหัวเสียขณะที่เดินวนไปมารอบบริเวณบ้านพัก ท่ามกลางสายตาของรพี เก้า มัดหมี่ และชาวบ้านที่มารวมตัวกันด้วยความวุ่นวาย"เมื่อคืนใครอยู่กับนารินทร์เป็นคนสุดท้ายครับ" ร่างสูงหันไปมองหน้าทุกคนทีละคน พร้อมถามด้วยน้ำเสียงเคร่งเครียดแต่แทนที่รพีที่ยืนอยู่ข้างๆจะย
หนูนิ่มที่ร่างกายสั่นระริกพยายามขยับตัวถอยหนี สองมือดันแผงอกกำยำของปริญเอาไว้เป็นสัญญาณให้อีกฝ่ายหยุด เพราะรู้สึกว่าครั้งนี้มันเลยเถิดมากแล้ว"พะ...พอ...แล้ว" เสียงแผ่วเบาที่พยายามเปล่งออกมานั้นแสนสั่นไหว น่าเห็นใจเหลือเกินแต่มันก็สายเกินไปที่ปริญจะยับยั้งตัวเองได้อยู่แล้วจริงๆ"พี่ถอยไม่ได้แล้วเด
ก๊อกๆๆๆ"หนูนิ่ม ตื่นรึยัง""พี่เข้าไปหาได้ไหม"ปริญยืนเคาะประตูด้วยใบหน้าตึงเครียดแต่เช้า เพราะเห็นว่าเมื่อคืนทำน้องร้องไห้ขนาดนั้นในวันสำคัญของเจ้าตัว เช้านี้ตัวเองคงต้องง้อหนูนิ่มยกใหญ่แน่ๆแกร๊ก...และก็ไม่ผิดคาดจริงๆ เพราะเจ้าก้อนกลมที่เดินมาเปิดประตูยังคงมีสีหน้าหม่นเศร้าที่แม้เจ้าตัวจะพยายาม
"กลับมาแล้วค่ะ"ทันทีที่ได้ยินเสียงล็อคประตูอัตโนมัติดังขึ้น หนูนิ่มที่กำลังนั่งพิงโซฟาดูซีรีส์ก็รีบหันไปมอง ก่อนจะยิ้มกว้างเมื่อเห็นร่างสูงของปริญเดินเข้ามาพร้อมกระเป๋าเดินทางในมือ"กลับช้าไปหนึ่งวัน มีใครคิดถึงพี่ไหมนะ" แน่นอนว่าคำตอบนั้นถูกยืนยันด้วยการกระทำในทันที เพราะหนูนิ่มรีบทิ้งถุงขนมห่อใ


![สถานะลับ(รับ)สถานะรัก [เมะxเมะ]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


