เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ

เกิดใหม่ไปใช้ชีวิตในยุคจีนโบราณ

last updateTerakhir Diperbarui : 2025-04-18
Oleh:  saengramTamat
Bahasa: Thai
goodnovel18goodnovel
Belum ada penilaian
20Bab
1.9KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

"หากอยากมีชีวิตใหม่ข้าจะให้เจ้า พร้อมของวิเศษหนึ่งอย่าง" นั้นคือพรที่ได้รับจากชายชราก่อนจะถูกส่งดวงวิญญาณมาอยู่ในร่างเกอน้อยนามว่า ซีเจียง ในยุคจีนโบราณ

Lihat lebih banyak

Bab terbaru

Bab Lainnya
Tidak ada komentar
20 Bab
บทที่1นับแต่นี้ไปข้าคือซีเจียง
' นับแต่นี้ไปเจ้าคือซีเจียงเกอน้อยวัยสิบหกปีมีน้องชายและน้องสาวฝาแฝดที่ต้องเลี้ยงดู พ่อแม่เสียไปเมื่อสามเดือนก่อน จำไว้หากอยากมีชีวิตต่อไปเจ้าต้องสู้ชีวิต ขอให้โชคดี 'นั้นคือคำพูดของชายชราก่อนที่มือเหี่ยวย่นจะผลักดวงวิญญาณเขาเข้ามาในร่างของเกอน้อยซีเจียงที่เพิ่งหมดลมหายใจไปได้ไม่นานจากอาการตรอมใจและป่วยตายหลังลืมตาตื่นขึ้นมาเขาจึงตระหนักได้ว่านอกจากความทรงจำของร่างนี้เขายังมีความทรงจำเก่าในชีวิตก่อนตายกลับมาอีกด้วย ทั้งที่ตอนเป็นวิญญาณอยู่นานหลายปีเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองเป็นใครมีชื่อว่าอะไร แต่ตอนนี้เขากลับจำได้แทบทุกอย่างก่อนตายเขามีชื่อว่า เจียง เป็นพ่อครัวของร้านอาหารร้านหนึ่ง สาเหตุการตายหน้ามืดในขณะขับรถจักรยานยนต์กลับบ้านเช่า ทำให้รถพุ่งชนเสาไฟฟ้าและเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ตายตอนอายุสามสิบปีคงเพราะทำงานกลับดึกติดต่อกันหลายวันซีเจียงถอนหายใจอย่างปลดปลง นั่นคือชีวิตก่อนจะตายแม้เสียดายแค่ไหนก็ย้อนกลับไปไม่ได้แล้ว ชีวิตใหม่นี้ต่างหากที่เขาจะต้องกลับมาให้ความสนใจอย่างจริงจังซีเจียง เกอน้อยวัยสิบหกปี มีน้องชายหนึ่งคนน้องสาวหนึ่งคนเป็นฝาแฝดกันอายุสิบปี บิดามารดาเพิ่งเสียชีวิ
Baca selengkapnya
บทที่2ป้าสะใภ้ใจร้าย
ลั่วหลันเชิดหน้ามองซีเจียงอย่างไม่พอใจเช่นกัน" ก็อย่างที่เจ้าได้ยิน อยู่ที่นี่ต้องช่วยทำงานบ้านจะมากินฟรีอยู่ฟรีๆ ได้เช่นไรกันข้าไม่ยอมหรอก "" แล้วท่านลุงรู้เรื่องหรือไม่ขอรับว่าท่านใช้งานน้องๆ ข้าแลกกับเศษข้าว "ลั่วหลันตวัดตามองสามพี่น้องหลานๆ ของสามีอย่างไม่พอใจระคนรังเกียจ" เรื่องงานบ้านลุงเจ้าไม่เกี่ยวอย่าคิดปากพล่อยเอาความไปบอกไม่งั้นพวกเจ้าอดข้าวแน่ "ซีเจียงกระตุกยิ้มร้ายทันที" ท่านลุงไม่รู้สินะขอรับ ไม่เป็นไรน้องข้าไม่กล้าบอก แต่ข้ากล้า "" นี่เจ้า! "" ท่านเป็นป้าสะใภ้ที่ใจร้ายมาก ข้าไม่สบายหลายเดือนลุกขึ้นมาช่วยทำงานไม่ไหวท่านจึงหันมาใช้งานน้องๆ ข้าแทน ข้าวสารที่ให้ไปก็กินไม่อิ่ม พวกเราได้กินข้าววันละมื้อเท่านั้น ทำไมท่านใจร้ายใจดำเช่นนี้ขอรับ "ซีเจียงรีบทรุดตัวกอดน้องทั้งสองคนเมื่อเห็นท่านลุงเปิดประตูรั้วบ้านเข้ามา เขากล่าวเสียงดังเพื่อทำให้ท่านลุงหันมาสนใจ และเป็นดั่งใจเมื่อท่านลุงซีถ่งเดินตรงมาทางนี้โดยที่ป้าสะใภ้ยังไม่รู้ตัว" แค่วันละมื้อก็เกินพอแล้วสำหรับเด็กที่ไม่มีพ่อแม่เช่นพวกเจ้า ไอ้พวกเด็กเหลือขอ "" เจ้าพูดอะไรของเจ้าลั่วหลัน! "นางลั่วหลันสะดุ้งตกใจที่อยู่
Baca selengkapnya
บทที่3มิติวิเศษ
" พี่ซีเจียงวางมีดพร้าลงก่อนเจ้าค่ะข้ามีเข็ม "ซีหลินรีบวิ่งเข้าไปเอากระปุกใส่เข็มและด้ายออกมายื่นให้พี่ชายอย่างเร่งรีบ นางกลัวจริงๆ กลัวว่าพี่ซีเจียงจะใช้มีดพร้าบาดนิ้วตัวเอง กลัวว่าแทนที่จะได้เลือดเพียงหยดเดียวกลายเป็นเลือดที่ไหลไม่หยุดพร้อมนิ้วขาดไปหนึ่งนิ้วด้วยนี่สิ มีดพร้าเล่มนี้คมน้อยเสียที่ไหน" อา ขอบใจเจ้ามาก "ซีเจียงวางมีดพร้าลงก่อนจะรับเข็มอันเล็กมาถือไว้ มองสบตาน้องๆ ที่รอลุ้นไปด้วยกันก่อนจะทำการจิ้มเข็มลงบนนิ้วแล้วหยดเลือดลงไปบนกำไลหนึ่งหยดเท่านั้น" เห้ย! "เพียงเลือดหยดลงไป อยู่ๆ ร่างของซีเจียงก็หายวับไปต่อหน้าต่อตาน้องๆ ทั้งสองคนทันที" พี่ซีเจียง!/พี่ซีเจียงเจ้าค่ะ! "ซีเจียงเองก็ตกใจไม่แพ้กัน เขาได้ยินเสียงน้องทั้งสองคนชัดเจนเพียงแต่ตอนนี้ร่างของเขามาโผล่งอยู่อีกสถานที่หนึ่งเสียแล้ว" โห้ "ตรงหน้าเขาฝั่งซ้ายคือแปลงผักหลากหลายชนิดสุดลูกหูลูกตารวมถึงเหล่าสมุนไพรมากมายทั้งที่รู้จักและไม่รู้จัก ส่วนฝั่งขวาคือสวนผลไม้ มีตั้งแต่ผลไม้ชนิดไม้เลื้อยไปจนถึงไม้ยืนต้นสุดลูกหูลูกตาไม่ต่างกันแถมแต่ละต้นยังมีผลที่สุกเต็มต้นไปหมดเลย ส่วนตรงกลางมีบ้านปูนชั้นเดียวทรงโมเดิร์นปลูกอยู่
Baca selengkapnya
บทที่4เด็กๆช่างรู้ความนัก
เช้านี้ซีเจียงตื่นมารับรู้ได้ว่าภายนอกมิติวิเศษฝนกำลังตกหนัก แม้พวกเขาจะยังอยู่ในมิติแห่งนี้แต่ทุกความเคลื่อนไหวด้านนอกเขาได้ยินและรับรู้ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นบ้างในมิติวิเศษมีกลางวันกลางคืนไม่ต่างกัน แต่บรรยากาศในนี้ไม่เหมือนบรรยากาศภายนอกแต่อย่างใด ด้านนอกตอนนี้ฝนกำลังตกหนักมากส่วนในมิติแห่งนี้กลับบรรยากาศดีมีลมพัดแผ่วเบาไม่ร้อนอบอ้าวและไม่หนาวจนเกินไปเมื่อคืนพวกเขาสามคนพี่น้องได้แยกกันนอนคนละห้องเป็นครั้งแรก หลังอาบน้ำเปลี่ยนชุดเสร็จซีเจียงจึงออกมาเข้าครัวเพื่อทำอาหารเช้าให้น้องๆทานมื้อเย็นเมื่อวานเด็กๆตื่นเต้นกันมากเมื่อเห็นอาหารที่เขาทำ ยิ่งได้ทานข้าวหอมมะลิเต็มเม็ดเป็นครั้งแรกในรอบสามเดือนเด็กฝาแฝดทั้งสองคนพากันน้ำตาคลอกันเลยทีเดียว เพราะที่ผ่านมาป้าสะใภ้ให้ข้าวสารพวกเขาเพียงวันละกำมือ เด็กๆจึงนำข้าวมาต้มเพื่อจะได้ทานกันพอทั้งสามคนพี่น้อง จากที่น้องสาวเล่าให้ฟังซีเจียงยอมรับว่าโกรธป้าสะใภ้มาก ข้าวสารหนึ่งกำมือกับผักหนึ่งกอเด็กสามคนจะทานกันอิ่มได้อย่างไร แค่คิดก็ปวดใจ เป็นป้าสะใภ้ที่ใจร้ายใจดำเป็นที่สุดเด็กๆเคยคิดจะนำความไปบอกท่านย่าหลายครั้งแต่ไม่กล้า เพราะป้าสะใภ้ขู่ว่าหากเรื
Baca selengkapnya
บทที่5 โสมอายุร้อยยี่สิบปี
เป็นครั้งแรกที่ซีเจียงได้ออกมาเห็นความเป็นอยู่ของคนในหมู่บ้านหมู่บ้านนี้มีชื่อว่า หมู่บ้านซูไฉ เมืองซานหวน หนึ่งในเขตปกครองของแคว้นจ้าว ชาวบ้านดำรงอาชีพทำนาปลูกผักเป็นส่วนใหญ่ เป็นหมู่บ้านขนาดใหญ่ มีชาวบ้านอาศัยอยู่สองร้อยหลังคาเรือนเห็นจะได้กระมังระหว่างทางที่เดินไปชายป่าหลังหมู่บ้าน มีชาวบ้านหลายคนเอ่ยทักทายกับน้องชายเขาอย่างเป็นกันเอง ดูท่าอาหลงคงออกมาเดินเล่นในหมู่บ้านบ่อยทีเดียวแต่เพราะเป็นครั้งแรกของเขาที่ออกมาจากรั้วบ้านสกุลซี ชาวบ้านที่เดินผ่านจึงหันมองมาอย่างสนใจ แถมยังมีเสียงกระซิบกระซาบตามหลังให้ได้ยินอีกต่างหากมีการถกเถียงกันว่าตัวเขาเป็นเกอหรือไม่ ซีเจียงยอมรับว่าไม่ใคร่พอใจเท่าไหร่ที่ถูกนินทาในระยะเผาขนเช่นนี้" พี่ซีเจียงนำผ้าไปปิดหน้าหน่อยเถิดเจ้าค่ะ "ซีหลินยื่นผ้าที่นางคาดไหล่ให้พี่ชาย นางก็ลืมไปเกอในหมู่บ้านนี้ส่วนใหญ่ไม่เปิดเผยใบหน้าให้ผู้ใดเห็นมากนัก " ทำไมหรือ "แม้จะถามแต่มือก็รับผ้าผืนบางมาคลุมศีรษะแล้วตวัดปลายผ้าไปด้านหลังปิดบังใบหน้าไปครึ่งหนึ่ง" ไม่ทราบเจ้าค่ะ แต่บุรุษเกอที่นี่เขามักจะใช้ผ้าปิดหน้ากันเวลาออกนอกบ้าน "" เฉพาะเกอที่ยังไม่ออกเรือนขอรับที
Baca selengkapnya
บทที่6 แก้เผ็ดป้าสะใภ้
สรุปน้องน้อยฝาแฝดของเขาไม่ได้ต้องการสิ่งใด เพียงแต่พวกเขาสามคนพี่น้องพากันเดินชมตลาดในเมืองซานหวนกันอย่างตื่นตาตื่นใจและแวะทานอาหารดังๆกันเท่านั้น" หากเราได้ย้ายออกมาอยู่ในเมืองคงดีนะขอรับ "ซีหลงกล่าวออกมาตามที่คิด ในเมืองซานหวนช่างดูคึกคักนัก หากได้มีบ้านในเมืองพวกเขาคงมีความสุขน่าดู" นั้นสิเจ้าคะ ฝีมือการทำอาหารของพี่ซีเจียงเปิดร้านขายอาหารได้สบายเลย "เมื่อครู่พวกเขาแวะทานอาหารในร้านอาหารแห่งหนึ่ง รสชาติแม้จะทานได้แต่ไม่อร่อยเท่าฝีมือพี่ชายสักนิดซีเจียงพยักหน้ารับฟัง เขาเองก็มองที่ทางและสังเกตอาหารที่พ่อค้าแม่ค้านำมาขายในตลาดเช่นเดียวกัน อาหารส่วนใหญ่ที่เหล่าพ่อค้าแม่ค้านำมาขายก็คล้ายๆกันหมด หากเขาทำอาหารแปลกตามาขายดูบ้างคงน่าจะขายดีทีเดียวเงินสองตำลึงทองที่มีอยู่ก็สามารถนำมาเป็นทุนซื้อโต๊ะและอุปกรณ์การทำอาหารได้ แต่เขาอยากได้รถเข็นที่สามารถเข็นขายอาหารได้มากกว่านี่สิ ไม่รู้ในโลกใบนี้จะมีรถเข็นอย่างโลกเก่าก่อนหรือเปล่า หากมีรถเข็นเคลื่อนที่ได้มันจะสะดวกในการขายมากทีเดียว แต่หากไม่มีจริงๆเขาก็คงต้องหาบ้านเช่าให้เป็นหลักเป็นแหล่งเพื่อจะเปิดร้านอาหารไปเลย ให้มาตั้งโต๊ะหาบเร่แผงลอ
Baca selengkapnya
บทที่7 เช่าบ้าน
เหตุการณ์หลังจากนั้น ป้าสะใภ้ถูกตำหนิจากทั้งชาวบ้าน จากท่านลุงซีถ่งผู้เป็นสามี และท่านปู่ท่านย่าพ่อแม่สามีอีกด้วย และยังถูกท่านลุงทำโทษด้วยการยึดอำนาจการดูแลค่าใช้จ่ายภายในบ้านคืน ในที่นี้คือนางยังต้องทำงานบ้านตามปกติแต่นางจะไม่มีสิทธิ์ถือเงินแม้แต่อีแปะเดียวนั้นเองส่วนพวกเขาหลังจากที่ท่านปู่ท่านย่าทราบข่าวว่าจะออกไปเช่าบ้านอยู่กันเองท่านจึงยื่นเงินให้มาหนึ่งถุงไว้เป็นทุนในการใช้ชีวิตในเมืองเมื่อกลับมาถึงบ้านไม้ไผ่ซีเจียงจึงแกะถุงนำเงินออกมานับ สรุปว่าเงินที่ท่านปู่ท่านย่าให้มาคือสามร้อยตำลึงเงิน หากนำมารวมกับเงินของพวกเขาตอนนี้ก็จะเป็นเงิน สองพันหนึ่งร้อยตำลึงทองสองร้อยตำลึงเงินกับอีกห้าร้อยอีแปะ เพราะเมื่อวานพวกเขาจ่ายเงินซื้อขนมและอาหารในตลาดไปแล้วห้าร้อยอีแปะ ส่วนเงินค่าเช่าบ้านก็ไม่ต้องกังวนเพราะท่านลุงอาสาจะจ่ายให้เอง ตอนนี้จึงถือว่าพวกเขาสามคนพี่น้องมีเงินติดตัวไม่น้อยทีเดียวตอนแรกซีเจียงตั้งใจจะกลับบ้านมาทำแปลงปลูกผัก แต่ตอนนี้คงต้องเปลี่ยนแผนแล้วล่ะ เพราะบ่ายวันนี้พวกเขาจะต้องเข้าเมืองกันอีกครั้งเพื่อจะไปหาบ้านเช่าพร้อมท่านลุงซีถ่งพวกเขาสามคนพี่น้องช่วยกับเก็บของที่แสนน้อ
Baca selengkapnya
บทที่8 ปลูกผัก
ยามเหม่า(05.00-06.59)ตอนนี้ทั้งซีเจียงและน้องสาวน้องชายต่างออกมาช่วยกับปรับหน้าดินตั้งแต่ท้องฟ้ายังไม่ทันสว่างดีจนตอนนี้พวกเขาทำแปลงผักได้ทั้งหมดยี่สิบแปลงแล้วอุปกรณ์ทุกอย่างซีเจียงก็นำออกมาจากมิติทั้งสิ้นแต่เพราะไม่ได้แตกต่างจากที่ชาวบ้านมีเขาจึงนำออกมาใช้ได้อย่างสบายใจ คงจะมีเพียงบัวรดน้ำกระมังที่คนในยุคนี้ไม่มี ส่วนจอบและที่พรวนดินชาวบ้านที่มีอาชีพทำสวนก็ต้องมีทุกบ้านอยู่แล้ว เพียงแต่ของเขาอาจจะดูทันสมัยกว่าก็เท่านั้นเอง" เอาน้ำในขวดแก้วเทใส่ในบัวรดน้ำแล้วนำมารดแปลกผักให้ทั่ว ก่อนนำต้นกล้าลงปลูก "ซีเจียงที่นั่งหมดแรงจากการใช้จอบทำแปลงผักขึ้นมายี่สิบแปลงอธิบายให้น้องๆฟังแล้วทำตาม ตอนนี้พวกเขาเนื้อตัวเต็มไปด้วยเหงื่อและเศษดินเต็มไปหมดดูมอมแมมมากทีเดียวเมื่อน้องๆรดน้ำทีละแปลงไปเรื่อยๆซีเจียงจึงนำต้นกล้าลงปลูกตามหลังทันที เขาจะปลูกชิงช่าย(กวางตุ้ง)ห้าแปลง ไป๋ช่าย(ผักกาดขาว)ห้าแปลง เปาซินช่าย(กะหล่ำปลี)ห้าแปลง และคงซินช่าย(ผักบุ้ง)อีกห้าแปลงก่อน อยากรู้ว่าจะปลูกผักได้สำเร็จหรือไม่เมื่อนำต้นกล้าผักทุกชนิดลงแปลงเสร็จแล้ว ซีเจียงก็นำน้ำจากสระมรกตมารดน้ำผักอีกรอบหนึ่ง เมื่อเสร็จทุกอย่
Baca selengkapnya
บทที่9 ขายผัก
ด้วยความที่ผักของพวกเขามันสมบูรณ์ต้นใหญ่จึงสามารถวางขายบนโต๊ะได้ไม่หมดส่วนที่เหลือต้องแยกใส่ไว้ในตะกร้าใบโตตรงพื้นด้านล่างแทนแต่ก็แยกชนิดผักไว้อย่างชัดเจนไม่ได้รวมกันแต่อย่างใดผักทั้งหมดซีเจียงจะขายในราคาเดียวกันคือจินละห้าสิบอีแปะ เมื่อครู่เขาลองนำผักแต่ละชนิดขึ้นตาชั่งแล้ว ผักที่มีน้ำหนักมากสุดถึงสิบจิน(5 กิโล)คือกะหล่ำปลี ส่วนกวางตุ้งกับผักกาดขาวมีน้ำหนักเท่ากันอยู่ที่หนึ่งต้นต่อแปดจิน(4 กิโล) และผักบุ้งสิบต้นต่อหนึ่งจินก็ถือว่าต้นสมบูรณ์มากๆแล้วบอกแล้วอย่างไรเล่าว่าผักของเขามีขนาดต้นที่ใหญ่มากกว่าในตลาดหลายเท่านักและคนที่มาอุดหนุนประเดิมการขายผักเป็นคนแรกก็คือท่านลุงเข่อจงเจ้าของบ้านเช่านั้นเอง ตอนแรกซีเจียงจะไม่คิดเงินเพราะตั้งใจไว้แต่แรกแล้วว่าจะนำผักไปฝากท่านลุงท่านป้าเจ้าของบ้านเช่าตอบแทนขนมที่ท่านนำมาให้ทานบ่อยๆแต่ท่านลุงกลับไม่ยินยอมนี่สิ" ของซื้อของขายจะให้ลุงฟรีๆได้เช่นไร ไม่ได้นะอาเจียงลุงไม่รับ "เข่อจงกล่าวจนเด็กๆต้องยอมคิดเงินจนได้" เช่นนั้นก็ได้ขอรับ ขอบคุณท่านลุงมากนะขอรับที่มาเป็นลูกค้าคนแรกของพวกเรา "ซีเจียงแม้จะเกรงใจแต่ในเมื่อท่านลุงต้องการซื้อเขาก็ทำอะไร
Baca selengkapnya
บทที่10 ดั่งพระเอกขี่ม้าขาว
สามวันต่อมาผักที่พวกเขาสามคนนำมาปลูกแล้วรดน้ำจากสระมรกตก็โตขึ้นพร้อมเก็บขายได้อีกครั้งตอนนี้รอบบ้านของพวกเขาเต็มไปด้วยผัก โดยเฉพาะจำพวก พริก พริกไทย พริกหยวก และพริกหวาน ผลของมันเต็มต้นและมีสีสันน่ามองมาก" พวกเราคงเก็บไม่หมดในวันนี้แน่เจ้าค่ะ "ซีหลินชี้ไปทางพวกพริกทั้งหลายแต่ละต้นผลิดอกออกผลมากกว่าใบเสียอีก" นั่นสิ "ซีเจียงก็คิดเช่นนั้น วันนี้ทั้งวันพวกเขาสามคนคงเก็บพวกพริกเหล่านี้ไม่หมดแน่ๆ และหากมัวแต่เก็บพริกพวกนี้ผักชนิดอื่นก็คงไม่ได้เก็บขายไปด้วยพวกเขามีเวลาเพียงหนึ่งชั่วยาม(2ชั่วโมง)ในการถอนผักมาวางขายก่อนที่ชาวบ้านชาวเมืองจะออกกันมาเดินตลาดจับจ่ายใช้สอยซื้อวัตถุดิบกลับไปทำอาหารมื้อเช้าทานกันที่บ้าน" เช่นนั้นพวกเราเก็บผักชนิดอื่นกันก่อนดีกว่าขอรับ ต้องนำมาล้างดินอีกเดี๋ยวจะไม่ทัน "" งั้นลงมือเก็บผักกันเลย "ซีเจียงก็เห็นด้วยกับอาหลงทั้งสามคนจึงช่วยกันถอนผักต้นโตๆออกมาใส่ไว้ในตระกร้าและแยกชนิดของผักไว้ไม่รวมกันจะได้ไม่เสียเวลาล้างแล้วนำไปวางขายตะกร้าไม้ไผ่สานอันใหญ่เหลานี้เขาก็ออกไปซื้อมาเพิ่มเมื่อวาน เพราะผักที่นำออกมาปลูกมีหลายชนิดกว่าครั้งแรก เขายังปลูกผักบุ้ง ผักกาดข
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status