Masukฮือ...ฮ่า
เสียงของเคนแสดงความพึงพอใจในแพมเป็นอย่างมาก เรื่องบนเตียงแพมเก่งมากอยู่แล้ว
แพมเงยหน้ามองเคน ที่บัดนี้เธอทำให้เขาสุขสมและเอาอยู่
"ชอบไหมคะที่รักที่แพมทำให้แบบนี้"
แพมละปากจากเจ้าโลกที่กำลังแข็งขืนพร้อมออกรบอยู่ในที
"ชอบสิแพม ไม่มีใครเด็ดเท่าเธอแล้ว เธอลืมอะไรไปหรือเปล่าจ๊ะแพม"
น้ำเสียงของเคน กระเส่าเร่าร้อน เพราะแพมรู้จุดอ่อนของเขา เคนอ่อนระทวยจนแทบจะกลืนกินแพมเข้าไปทั้งตัวบัดนี้
"ลืมอะไรค่ะเคน แพมลืมอะไรหรือค่ะ"
แพมทำหน้าไร้เดียงสาถามเคนกลับทั้งที่เธอก็น่าจะรู้อยู่แก่ใจ
"เธอยังไม่ขย่มให้เคนเลยนะวันนี้ ขย่มให้เคนหายคิดถึงแพมหน่อยสิคะ"
ในเรื่องเซ็กซ์เคนก็แสดงออกและหยาบเหมือนชายทั่วไป อยากได้แบบไหนก็พูดออกมาแบบนั้น
"ได้สิคะที่รัก เดี๋ยวแพมทำเอง"
ในเกมรักเคนชอบให้แพมรุก ดูแพมหื่นกระหายในเกมนัก เมื่อเคนต้องการแบบนั้น แพมเลยจัดให้ทันที
สวบ!
เสียงของแพมขึ้นคร่อมท่อนเอ็น ที่ไม่ยอมอ่อนข้อให้ใคร ผงกหัวไปมาไม่สิ้นฤทธิ์
"โอ๊ะ...โอ้ย!! แพมสุดยอดเลยครับที่รัก "
"แบบนี้ใช่ไหมที่คุณชอบ แพมก็ทำให้ตลอดนะ "
เหงื่อของแพมเริ่มซึมหน้าผาก เพราะกระดกก้นขึ้นลงตลอดเวลาเอาใจเคนไม่หยุด
"ผมไม่ไหวแล้ว"
เขาผลักแพมนอนลง แล้วเป็นคนควบคุมเกมเสียเอง
"โอ้ววว...ที่รัก ใกล้แล้ว ใกล้แล้ว"
เคนเร่งจังหวะเร็วขึ้น เร็วขึ้นเรื่อยๆ จนถึงสวรรค์ เขากอดรัดแพมอยู่ชั่วขณะ จึงผละถอนตัวเดินไปห้องน้ำเพื่อล้างตัว แต่ยังไม่ลืมว่าคนขับรถรออยู่ด้านล่างคอนโด
"เคนจะกลับเลยหรอค่ะ"
แพมที่นอนเหนื่อยไม่แพ้กันตะโกนถามเคนที่ยังล้างตัวอยู่ในห้องน้ำ
"ครับ...ผมให้นายแสงรออยู่ข้างล่าง"
แพมกระเง้ากระงอดไม่พอใจที่เคนไม่ค่อยมาค้างช่วงหลังเท่าไรนัก
"เอานี่รางวัล อย่าทำหน้างอหน่อยเลยครับ เดี๋ยวเคนก็มาอีก ช่วงนี้คุณแม่จำกัดบริเวณผมนะแพม แถมท่านก็ขู่ผมอีกว่า ถ้าไม่ทำตามจะตัดออกจากกองมรดก"
เมื่อแพมเห็นเงินปึกใหญ่ที่เคนโยนให้ เธอก็ซ่อนอาการเก็บความดีใจไว้ แสร้งตีหน้าอ้อนชายหนุ่มไปแบบนั้นเพราะเงินนั่นเอง
"ก็ได้คะแพมยอมคุณแค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคะ ครั้งหน้าแพมไม่ยอมด้วย"
เคนรีบแต่งเนื้อแต่งตัวเดินออกจากห้อง โดยไม่หันมาจูบลาแพมแม้แต่นิดเดียว
"เคนถ้าไม่เพราะคุณมีเงินนะ คุณจะมาทำแบบนี้กับแพมไม่ได้ กินอิ่มแล้วก็ไป แพมไม่ใช่สิ่งของที่คุณจะกระทำตามใจได้ "
แพมมองตามเคนออกไปอย่างหงุดหงิดใจ แต่ภายในมือก็ถือเงินอยู่ปึกใหญ่ให้พอปาร์ตี้กับเพื่อนๆได้ ขึ้นเตียงคราวนี้แพมลืมไปเสียสนิทว่าลืมทานยาคุมฉุกเฉินไปเลย ด้วยความลืมตัวที่เคนจู่โจมเข้ามาไม่ทันตั้งตัว
นายแสงรออยู่ที่รถ เขามองเห็นนายของเขากำลังเดินฉับๆมาที่รถ นายแสงยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมาดู
"รักษาเวลาดีมากคุณเคน สองชั่วโมงเป๊ะเลย "
"เป็นไงนายแสง รอไม่นานใช่ไหม"
นายแสงยิ้มรับและตอบไปว่า
"นายก็รักษาเวลาได้ดีแบบนี้ตลอดละครับ วันนี้นายไม่ค้างหรือครับ ขอโทษที่ผมละลาบละล้วงครับนาย"
เคนสีหน้านิ่งเฉย เขาให้ค่าตอบแทนแพมไปแล้วถือว่าไม่ติดค้างกัน
"ไม่ละนายแสง ช่วงนี้ฉันไม่อยากค้างที่นี่และคุณแม่ก็ไม่ชอบเธอด้วย แต่ฉันก็ไม่ทอดทิ้งเธอนะ ออกรถเลยนายแสงฉันง่วงและหิวละ"
รถหรูแล่นออกจากคอนโดทันทีตามคำสั่ง เคนผลอยหลับไปด้วยความอ่อนล้า ตื่นขึ้นมาอีกทีรถของเขาก็เข้ามาจอดบริเวณบ้านเรียบร้อยแล้ว
แม่จันทร์ที่ยืนคอยอยู่ เอื้อมมือมาหยิบเสื้อสูทจากมือเคนเช่นเคย
"แม่จันทร์ วันนี้มีอะไรกินบ้างฉันหิวแล้วก็ง่วงเหลือเกิน"
"มีค่ะคุณผู้ชาย ตั้งโต๊ะรอแล้วอาหารที่คุณผู้ชายชอบทั้งนั้นเลยจันทร์ทำสุดฝีมือค่ะอาบน้ำแล้วลงมาทานนะคะ"
แม่จันทร์รายงานเคนที่เพิ่งมาถึงส่วนเคนปลีกตัวขอไปอาบน้ำแล้วจะลงมาทานข้าวฝีมือแม่จันทร์ตามคำบอกกล่าว
ใกล้เวลาเลิกงาน ...
อ้อมจะต้องแวะมารับแม่จันทร์ที่บ้านของเคนก่อน แต่เธอไม่รู้มาก่อนว่าผู้ชายที่เธอสู้รบปรบมือทั้งวันคือลูกชายเจ้าของบ้านนี้
อ้อมเลี้ยวรถเข้ามาจอดหน้าบ้านสวยหรูหลังนั้น ซึ่งแม่จันทร์ก็ได้ยืนรออยู่ก่อนหน้านั้นแล้ว
"สวัสดีค่ะแม่ วันนี้เป็นไงบ้างคะ งานหนักไหม"
อ้อมถามแม่จันทร์ด้วยความเป็นห่วงเป็นใยเมื่อแม่จันทร์ขึ้นรถแล้ว ในขณะที่อ้อมเองก็เหนื่อยไม่แพ้กัน
"ไม่เท่าไรลูก ตอนแม่ออกมาคุณผู้ชายลูกชายเจ้าของบ้านก็สวนกลับเข้าบ้านมาพอดี เขาน่ารักดีนะแม่ไม่เห็นว่าเขาจะร้ายไม่น่ารักตรงไหนเลย"
อ้อมนิ่งฟังดวงตาก็มองไปข้างหน้า ช่วงนี้เป็นเวลาเลิกงานพอดี รถติดใช่เล่น
"ค่ะแม่ อ้อมไม่ออกความคิดเห็นนะคะ เพราะไม่เคยเจอเขา แต่วันนี้สิอ้อมเจอผู้ชายคนนึงกวนชะมัดคะ หน้าตาดี แต่นิสัยแย่ไม่ยอมผู้หญิงเลยเถียงคำไม่ตกฟาก อ้อมเกลียดชะมัดผู้ชายแบบนี้"
แม่จันทร์นั่งฟังที่อ้อมเอื้อนเอ่ยเล่า เธอรู้นิสัยลูกสาวตัวเองดี
"เค้าเถียงอ้อมใช่ไหมอ้อมถึงไม่ชอบเขา ระวังนะโบราณเขาว่าเกลียดสิ่งไหนมักได้สิ่งนั้นนะอ้อม...ลูก"
"ไม่มีทางซะหรอกค่ะแม่ อ้อมจะไม่ให้เป็นแบบนั้นเด็ดขาด ไม่เชื่อคอยดูค่ะ ถึงซะทีจากที่ทำงานมาบ้านทำไมมันช่างไกลเหลือเกิน ขับรถซะเหนื่อยเลย หิวแล้วค่ะแม่เข้าบ้านกันเถอะ"
สองแม่ลูกเดินจูงมือกันเข้าบ้านด้วยความเหนื่อยล้าและหิว หลังจากที่ทำเพื่อคนอื่นมาทั้งวัน
เช้าวันรุ่งขึ้น...เสียงนกส่งเสียงร้องดังบริเวณขอบหน้าต่างปลุกคนในบ้านให้ตื่้นขึ้นมาทำงานตามปกติเช่นทุกวัน
"อ้อม...อ่้อม ตื่นลูก แม่ต้องรีบไปบ้านใหญ่ เดี๋ยวคุณชายถามหา แม่ต้องรีบไปทำอาหารเช้าให้เธอ"
อ้อมดีดตัวลุกจากที่นอนทันควันนึกขึ้นได้ว่าต้องส่งแม่จันทร์ไปบ้านมหาประชานิเวศน์ทุกเช้า
"คะ...แม่ ตื่นแล้วคะ ห่วงจริงนะคะคุณชายของแม่นี่ ต้องรอคนอื่นทำให้ตลอด"
แม่จันทร์อมยิ้มในความขี้เซาของลูกสาว
บริษัทที่อ้อมทำงาน...
"พี่รัศมีคะ วันนี้ให้ดาวเอาเอกสารไปให้บริษัทนั้นอีกไหมค่ะ"
ดวงดาวมองหน้ารัศมีอย่างรู้ทันกัน ดวงดาวต้องการเจอเคนอีกสักครั้งเพื่อสานสัมพันธ์ต่อจากเมื่อวาน
"ไม่ต้องไปถึงบริษัทหรอก เธอก็แกล้งโทรผิดไปสิ ยากอะไรสวยๆอย่างเธอสานต่อได้ไม่ยากหรอกดวงดาวพี่เอาใจช่วย"
ระหว่างที่ทั้งสองสนธนากันอ้อมเดินเข้ามาได้ยินพอดี ได้แต่ทำหน้าปลงกับสองพี่น้องที่วันๆคิดถึงแต่เรื่องผู้ชาย อ้อมจึงเดินผ่านไปโดยไม่สนใจเท่าไรนัก
"เธอสวยนะดวงดาว เจ้าของบริษัทสุดหล่อต้องสนใจเธอแน่นอน เธอจะเป็นคุณนายแล้วนะดวงดาว พี่เห็นสายตาเขาก็สนใจเธออยู่ไม่น้อยเลยนะ"
"ขอบคุณค่ะพี่รัศมี ดาวจะลองแกล้งโทรผิดค่ะ วันนี้แหละ
ค่ะ หวังว่าแผนเราจะสำเร็จนะคะ ได้ข่าวว่าเขารวยมากค่ะพี่หมี ดาวตื่นเต้นคะ"
"เอาเลยน้องดวงดาว พี่รัศมีคนนี้เชียร์เต็มที่ค่ะ"
อ้อมเพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่ตอบอะไรนอกจากการเอ่ยขอบคุณในความห่วงใย ก่อนจะกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน แต่ใจและความคิดมันลอยตามร่างของเคนไปไกลจนแทบจะเรียกสติกลับมาไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าถ้าจะก้าวเดินไปด้วยกันมีอุปสรรคขวางกั้นรออยู่เพียบ แถมยังมีเรื่องที่คุณหญิงบัวพาเพิ่งพบความจริงเกี่ยวกับตัวเธอว่าเป็นลูกสาวของแม่บ้านในบ้านของเขาอีก เรื่องนี้อ้อมยิ่งรู้สึกด้อยค่าและไม่มั่นใจขึ้นไปอีกวันต่อมาเมื่อเคนกลับมาที่บ้าน คุณหญิงบัวพาก็เรียกเขามาคุยต่อตามลำพังที่ระเบียงห้องนั่งเล่น"แม่อยากถามอะไรเจ้าสักหน่อยพ่อลูกชายตัวดีให้มันชัดเจนสักที... เจ้าคิดกับอ้อมยังไงแน่"เคนชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยสายตาแน่วแน่แม้น้ำเสียงยังผ่อนหนักผ่อนเบาไม่มั่นใจอยู่บ้าง"ผมเองก็เพิ่งเริ่มรู้ตัวเมื่อเจอเรื่องราวพวกนี้เข้าครับ ว่าผมเริ่มไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเธอ... แต่ผมยังรู้สึกว่าตัวเองยังแก้ปัญหาให้ผู้หญิงอื่นในชีวิตไม่จบ โดยเฉพาะแพม ผมเลยไม่อยากลากเธอเข้ามาเดือดร้อนกับผมในตอนนี้ ผมกลัวว่าเธอจะรับไม่ไหวนะครับคุณแม่"คุณหญิงบัวพาถอนหายใจพลางมองลูกด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะรู้อะไรมากกว่าที่ลูกคิด จากการที่ผ่านโลกมานาน
เคนขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินชื่อจุ๋ม เขารู้ทันทีว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเขาทำงานอยู่คนละที่กับอ้อม อ้อมยังคงปฏิบัติงานอยู่ที่เดิมร่วมกับจุ๋มและดวงดาว อ้อมกับเคนทำงานกันคนละที่ จึงแทบไม่มีโอกาสได้พบปะหรือพูดคุยกันให้คนอื่นสงสัย ยกเว้นภารกิจสำคัญที่ต้องประสานงานร่วมกันเหมือนเมื่อคืนก่อนนี้ จึงมีปาร์ตี้ให้มีดื่มกันเล็กน้อยจนเกิดเรื่องขึ้น"จุ๋ม..." เคนกระซิบชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงทอดอารมณ์ "ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอจะทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร ทั้งที่รู้ดีว่าผมกับอ้อมแค่เพื่อนร่วมงานที่ปรึกษาเชื่อใจกันเท่านั้น"เคนพูดขึ้นมาเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจทั้งมารดาของเขาและดวงดาว แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน คุณหญิงบัวพาเอียงคอเล็กน้อยมองอ้อมด้วยสายตาปรานีแต่คุณหญิงบัวพาก็ต้องตกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อจำได้ว่าอ้อมคือลูกสาวจันทร์แรมแม่บ้านของเธอเอง ซึ่งเรื่องนี้เคนไม่รู้มาก่อน ตอนนี้ขอเคลียร์เรื่องของดวงดาวให้จบก่อน "ฟังนะ... ฉันไม่ได้โกรธเคืองเธอ แต่การมาอ้างสิทธิ์โดยไม่ตรวจสอบความจริงแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ ถ้าเธอเชื่อฟังคำพูดคนอื่นง่ายๆ จนลืมใช้เหตุผลแล้วก่อเรื่องราว คงไม่มีผู้ใหญ่คนไหนอยากมีลูกสะใภ้ที
อ้อมนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ของเธอออกไปทำงานแล้วจึงโทรหาจุ๋มรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ด้วยความร้อนใจ เรื่องงานนานทีปีหนอ้อมจะมีเรื่องแบบนี้ให้เห็น"อ้อมเธอหายไปไหนมาเมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านรึ เธอไปกลับคุณเคนเขาไม่ไปส่งที่บ้านหรือ แสดงว่าเธออยู่กับคุณเคนทั้งคืนเลยละสิ จะบ้าตายบอกใครก็ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าไม่มีอะไรกัน"ดวงดาวและรัศมีได้ยินชื่อเคนก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจในเรื่องของอ้อม"อะไรนะจุ๋มเธอบอกมาซะดีๆคุณเคนกับอ้อมมีอะไรกัน ที่พวกเธอกำลังปิดบังฉันอยู่ คุณเคนเป็นของฉันนะจำไว้ ใครก็ห้ามแตะต้อง"จุ๋มทำหูทวนลมแต่ด้วยความอยากแกล้งให้ดวงดาวเต้นเร่าจุ๋มจึงพูดขึ้นมาลอยๆว่า"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่อ้อมกับคุณเคนเขาไปปาร์ตี้กันแล้วหายไปด้วยกันทั้งคืนก็แค่นั้น"พอพูดจบจุ๋มก็หันกลับไปสนใจเอกสารที่โต๊ะแทน ชลาธรมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยคนที่เขาชอบและคิดจะจีบถูกผู้ชายที่ดูดีมีชาติตระกูลตัดหน้าไปเสียแล้ว"บ้าที่สุดนังอ้อมมันตั้งตัวเป็นศัตรูหัวใจกับฉันใช่ไหมคอยดูนะมันจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้"ดวงดาวเดินกระทืบเท้าออกไปแล้วตรงไปยังโต๊ะรัศมีส่งเสียงร้องไห้ด้วยความน้อยใจเคนที่ไม่รับผิดชอบเธอเลยแถมซ้ำมีคนใหม่อีก
เวลาก็ล่วงเลยไปเรื่อยๆอ้อมก็เมาจนหลับไหลไม่ได้สติ แม่จันทร์ของเธอก็ชะเง้อจนคอแทบหลุดแล้วก็เผลอนอนหลับอยู่บนโซฟากลางบ้านนั่นเองเคนฟุบหลับอยู่ข้างเตียงทนง่วงไม่ไหว ขณะนี้ก็ตีสามเข้าไปแล้ว ถึงแม้จะออกมาปาร์ตี้บ่อยขนาดไหนช่วงหลังมานี่เคยห่างหายไปนานกับการปาร์ตี้กลับดึกๆแบบนี้จนทำให้ร่างกายคุ้นที่ไม่นอนดึกแบบนี้ อ้อมขยับตัวเล็กน้อย พยายามลืมตาว่าที่ไหน แต่มันก็ไม่คุ้นชินเลยว่าใช่บ้านของเธอหรือไม่ อ้อมพยายามมองไปโดยรอบเพราะเริ่มสร่างเมาบ้างแล้ว สิ่งแรกที่เธอคิดได้ตอนนี้คือแม่ของเธอที่ต้องเป็นห่วงเธอมากแน่ จึงหันซ้ายหันขวาแล้วเจอเคนที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียงจึงกรี๊ดสุดเสียงจนเคนตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจเช่นกัน"อ้าวคุณเป็นอะไรร้องซะดังเลย ตื่นแล้วหรือ"เคนรีบเอามือปิดปากอ้อมที่กรี้ดขึ้นมาอย่างดังอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน"นายทำอะไรฉัน ดูสิพาฉันเข้าโรงแรม หรือนายทำอะไรฉันไปแล้ว ไม่นะ ไม่นะฉันต้องเก็บความบริสุทธิ์ไว้ในวันแต่งงาน ไอ้บ้า!"สารพัดคำพร่างพรูออกมาจากปากอ้อมจนเคนต้องรีบเอามือปิดปากเธออีกครั้ง"ยัยแว่น หยุดก่อนฟังฉันก่อนฉันแค่พาเธอมาเช็ดตัวนอนพักเพราะไม่รู้บ้านเธออยู่ไหน แค่นั้นเองที่เห
เคนตามอ้อมมาด้วยความเสน่หา เดี๋ยวนี้อ้อมสวยเซ็กซี่ขึ้น เขาจึงเกิดความหึงหวงขึ้นในใจโดยไม่ทราบสาเหตุ"เธอดื่มมากไปแล้ว ยัยแว่นดูสิไม่เคยดื่มไวน์หรืออย่างไรกันนะกระดกเอากระดกเอา ฉันนี่อยากจะลงโทษเธอเหลือเกินดื้อชะมัด"เคนนั่งมองอ้อมด้วยความห่วงใย แต่อ้อมไม่สนใจคนเจ้าชู้อย่างเคน ถึงแม้เขาจะหล่อเหลาและร่ำรวยเพียงใดก็ตาม ภาพจำของเธอคือชายหนุ่มไปกับดวงดาวตั้งแต่วันนั้น นั่นก็หมายความว่าเขาเป็นผู้ชายของดวงดาวแล้ว"ไอ้คนเจ้าชู้ไม่มีวันเสียหรอกที่เราจะตกเป็นเหยื่อฮึ..."อ้อมสัญญากับตัวเองไว้ว่ายังไงเสียเธอจะไม่ยอมเผลอใจไปหลงเสน่ห์เขาแน่ๆ "พี่อ้อมเมาแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งนะ พี่จุ๋มคิดเงินเลยไหม ดูสิพี่อ้อมไม่ไหวแล้ว"ในตอนนี้เห็นจะมีชลาธรเท่านั้นที่มีสติก็ว่าใคร ส่วนจุ๋มก็เมาไม่แพ้กัน "คิดเงินเลยไอ้น้อง บอกเขามาเก็บที่พี่ แต่พี่ยังไม่อยากกลับเลย อ้อมมันเมาแล้วหรอพี่ยังไม่เมาเลย"จุ๋มโอดครวญติดใจเพลงที่นักร้องกำลังร้องเลยไม่อยากกลับ ทั้งที่ตัวเองก็จะพยุงร่างไม่ไหวแล้ว"อ้อมยังไหวค่ะ อย่าห่วงหน่อยเลยชลาธร พี่ไหว อ้วก...เฮือก"ชลาธรส่ายหัวในความดื้อของอ้อมเขาเรียกเด็กเสริฟเก็บเงิน แล้วจะส่งอ้อมกับจุ
"พี่จุ๋มเป็นอะไรคะ ไม่พูดไม่จาหน้าตาไม่สบายเลย"อ้อมถามจุ๋มที่นั่งข้างๆ ด้วยความเป็นห่วง เป็นใย อย่างน้อยยามที่เธอไม่สบายใจโดนรัศมีและดวงดาวกลั่นแกล้งก็มีพี่จุ๋มนี่แหละที่คอยช่วยให้กำลังใจเสมอมา"คือพี่ทะเลาะกับคนที่บ้านมาจ้ะ ไม่สบายใจนิดหน่อย ขอบใจนะอ้อมที่เป็นห่วงพี่""ไม่เป็นไรนะพี่จุ๋ม เอางี้นะคะวันนี้อ้อมพาพี่ไปเปิดหูเปิดตาดีกว่าไหม ร้านนี้เขาว่าดีกัน นักร้องก็หล่อใช้ได้ร้องเพลงก็เพราะ"อ้อมพูดปลอบประโลมจุ๋มให้เธอคลายกังวล "อ้อมพูดเหมือนท่องราตรีจนช่ำชองแล้วอย่างนั้นแหละ แต่พี่ว่าก็ดีเหมือนกันนะ ช่วงนี้เบื่อๆเจอแต่อะไรก็ไม่รู้ บริษัทก็มีแต่มลพิษทางสายตาทางอารมณ์ ไปปลดปล่อยบ้างก็ดีนะ นี่ก็ใกล้เลิกงานแล้ว เตรียมตัวกันเถอะ แต่อ้อมไม่ต้องอะไรมากแค่นี้ก็สวยระเบิดเถิดเทิงแล้ว ให้คนอิจฉาเล่นๆ "จุ๋มไม่วายที่จะเอ่ยถึงฝ่ายตรงข้ามให้หายอารมณ์เสีย อย่างน้อยมันก็ช่วยได้ ไม่มากก็น้อย"ค่ะ...ไปกัน เอารถใครไปดีคะ วันนี้อาจจะมีการมึนเมากันเกิดขึ้น หรือเราจะนั่งแท็กซี่ไปกันดี"ทั้งสองปรึกษากันก่อนไป อ้อมไม่ลืมที่จะโทรบอกแม่ให้กลับก่อนโดยไม่ต้องรอเธอ เพราะวันนี้จะออกไปเปิดหูเปิดตากับจุ๋ม แม่ของอ้
พอถึงโรงแรม ดวงดาวแกล้งสะลึมสะลือไม่รู้ความ "ถึงแล้วหรือคะ ที่เราจะอยู่ต่อมีความสุขด้วยกันคะเคนที่รัก""ลงไหวไหม เดี๋ยวผมพยุงลงจากรถนะดาว "เคนพยุงดาวลงจากรถอย่างทุลักทุเล เนื่องจากตัวของดาวเองก็อวบอั๋นไม่ใช่น้อย"มาครับ ให้ผมช่วย"เคนพยุงดาวลงจากรถจนถึงห้องที่เปิดรอไว้ บัดนี้เขากับเธออยู่เพียงสอง
เช้าวันนี้เคนไม่เข้าบริษัทอีกเช่นเคย เพราะเมื่อวานจัดการกับเอกสารกองโตไปหมดแล้ว เขาจึงตื่นสายได้และนอนอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์อืด...อืด...อืด...อืดเสียงโทรศัพท์ยังคงดังอยู่เช่นนั้น เคนคว้ามือควักไขว้่ไปมา เพื่อควานหาที่มาของเสียง มันยังคงดังอยู่เช่นนั้นไม่เลิก เขาลืมตายสะลึมสะลือมองหาโทรศัพท์"
เสียงฝีเท้าของดวงดาวเดินกระทืบเท้าไปหาอ้อม"อ้อม...มีคนมาหาเธอนะ ยืนรออยู่ข้างหน้า เร็วๆหน่อยเขามีเวลาไม่มากนัก"ดวงดาวชักสีหน้าปนอิจฉาในที ที่คนที่เธอคิดกับเป็นคนละคนกัน พร้อมกับเร่งรีบอ้อม"ใครเหรอ...อ้อมไม่เคยนัดใคร"อ้อมยังสงสัยไม่เลิก จนดวงดาวชักหมั่นไส้ ชักสีหน้าให้อ้อมเห็น"แน่ละ หน้าตาแบบเธ
เสียงฝีเท้าเดินเข้าไปใกล้หน้าห้องเจ้าของบริษัทแห่งนี้ เคนยืนหันหลังมองออกไปทางนอกตึก"เชิญเข้ามา..."อ้อมได้ยินเสียงเชิญให้เข้ามาในห้อง เสียงนั้นทุ้มแต่หนักแน่นจนเธอหวั่นใจ ในเมื่อคุณศักดิ์ชัยไม่ใช่เจ้าของนั่นก็หมายความว่า เจ้าของคือคนที่อยู่ในห้อง ที่เธอกำลังจะก้าวไปเผชิญหน้าไม่กี่นาทีนี้"สู้โว้ย







