เข้าสู่ระบบเช้าวันนี้เคนไม่เข้าบริษัทอีกเช่นเคย เพราะเมื่อวานจัดการกับเอกสารกองโตไปหมดแล้ว เขาจึงตื่นสายได้และนอนอยู่บนเตียงอย่างสบายอารมณ์
อืด...อืด...อืด...อืด
เสียงโทรศัพท์ยังคงดังอยู่เช่นนั้น เคนคว้ามือควักไขว้่ไปมา เพื่อควานหาที่มาของเสียง มันยังคงดังอยู่เช่นนั้นไม่เลิก เขาลืมตายสะลึมสะลือมองหาโทรศัพท์
"ใครโทรมาแต่เช้า เบอร์แปลกอีกต้่างหาก"
เคนพึมพำ แต่ก็กดรับตามมารยาทกลัวจะเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่มีาติดต่องาน
"สวัสดีครับ...เคนพูดครับ"
"ดาวเองคะ คุณเคนขอโทษด้วยนะคะที่ทักมารบกวน พอดีดาวโทรผิดนะคะ แต่พอรู้เป็นคุณเคนก็ดีใจ"
เสียงแหลมเล็กของดวงดาว ทำให้เคนถึงกับถอยโทรศัพท์ให้ห่างจากหูมากขึ้น
"อ๋อ...ครับ ยินดีครับคุณดาว ผมตื่นแล้ว วันนี้ว่างพอดี คุณละว่างไหมให้ผมไปรับที่บริษัทดีไหมตอนเย็น"
"ยินดีมากเลยคะเคน ดาวจะรอนะคะ"
ดวงดาววางหูโทรศัพท์ลงพลันยิ้มแก้มแตกหน้าบาน จนคนเห็นพาลหมั่นไส้ไปด้วย
"พี่หมี...ตอนเย็นเขาจะมารับดาวคะ ดาวดีใจจังเลย แสดงว่าเขาก็สนใจดาวเหมือนกันใช่ไหมคะ"
ดวงดาวเขย่าแขนรัศมีอย่างลืมตัว
"ใจเย็นดาว พี่ช้ำไปหมดแล้วเธอนี่"
"ดาวขอโทษค่ะ ก็ดาวดีใจนี่คะพี่รัศมี"
หลังจากวางสายจากดวงดาวเคนก็เผลยหลับต่อ หาได้สนใจกับคำที่เชิญชวนดวงดาวไม่ เขารู้สึกเหมือนทุกครั้งที่ชวนแพมเข้าโรงแรม หรือสาวคนอื่นก่อนหน้านั้น มันแสนจะสนุกแต่ไม่มีคำว่าผูกพันธ์ปนอยู่ในนั้นเลย นอกจากคำว่าเงิน
เวลาเลิกงาน...
อ้อมมองมายังโต๊ะของดาว เห็นดวงดาวกำลังแต่งหน้าแต่งตาอย่างขมักเขม้น จนเธออดไม่ได้ที่จะแสดงสีหน้าปลงๆออกมากับเพื่อนร่วมงาน
"งานเป็นที่สอง หาสามีรวยเป็นที่หนึ่งเฮ้อ..."
"อ้อม...แกบ่นอะไร ว่าใครวะ"
เพื่อนข้างโต๊ะทำงานถามเมื่อเห็นอ้อมทำปากขมุบขมิบ
"เปล่าบ่นไรพูดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ทำงานต่อกันเถอะ จะได้รีบกลับบ้านกัน อ้อมต้องรีบไปรับแม่อีก"
อ้อมแกล้งเฉไฉ ไปเรื่องอื่นแทนเพราะไม่อยากมีเรื่อง
เวลาเลิกงาน...
ดวงดาวกระดี้กระด้ากว่าทุกวัน สายตาก็มองออกไปทางนอกกระจก มองหารถหรูของเคนที่จะมารับ ตามที่ตกลงกันไว้
"เมื่อไรจะมานะ พ่อรูปหล่อของฉันจะมีผัวรวยก็อีคราวนี้แหละนังดาวเอ๋ย"
ดวงดาวจินตนาการไปใหญ่โต ระหว่างรอเคนมารับ ผ่านไปไม่ถึงครึ่งชั่วโมงรถหรูของเคนก็มาจอดหน้าสำนักงานบริษัทที่ดวงดาวทำงานอยู่
"พวกเธอดูนั่น รถก็หรูคนก็หล่อ เขามารับใครกันนะ"
พนักงานสาวพากันซุบซิบกับภาพที่เห็น ส่วนดวงดาวรีบแสดงตัวทันทีว่าเป็นหล่อน
"มารับฉันเองแหละ อิจฉากันใช่ไหมละ "
ดวงดาวโบกสะบัดผมไปมาด้วยความภาคภูมิใจที่เคนเจ้าของบริษัทยักษ์ใหญ่มารอรับเธอ ดวงดาวย่างกรายออกไปหาเคนอย่างรวดเร็วไม่รอช้า
"เชิญครับคุณดาว"
เคนเปิดประตูให้ดวงดาวขึ้นรถ ส่วนสายตาก็หาได้จับจ้องที่ดวงดาวไม่กลับมองหาใครสักคน ที่ใส่แว่นตาแต่งตัวเชยๆให้เขาหงุดหงิดหัวใจเป็นอย่างยิ่ง
"ไปไหนวะ ไม่เห็นมายืนเสนอหน้าเหมือนเช่นเคย"
เคนคิดในใจขณะดวงดาวก้าวขึ้นรถแล้ว เขารู้สึกหงุดหงิดหัวใจนิดหน่อยที่มองไม่เห็นอ้อมตรงนั้น แต่คนในรถอย่างดวงดาวชักสงสัยก็เลยต้องรีบออกรถ
"เคนมองหาใครหรือคะ ดาวอยู่นี่ค่ะ ดาวออกจะสวยยังจะมองหาใครอีกคะในบริษัทไม่มีใครสวยเท่าดาวแล้ว"
เคนแทบสะอึกกับคำที่ดวงดาวบอกเล่า แต่ชายหนุ่มแบบเขาจะไปกับหญิงสาวคนไหนก็ได้ เขามีเงินซะอย่าง
"ไปร้านไหนดีครับดาว ราคาไม่เกี่ยงครับ เชิญดาวเลือกตามสบายเลย"
ดวงดาวเงียบไปชั่วครู่ ก็บอกร้านที่ต้องการกับเคนไป เป็นร้านหรูที่อาหารราคาแพงหูฉี่ บ่งบอกรสนิยมของคนทานได้เป็นอย่างดี
"เคนมีแฟนหรือยังคะ วันนั้นถ้าเป็นดาวไปให้คุณเซ็นต์เอกสารแทนอ้อมก็คงดีเนอะ ดาวเจอเคนไปนานแล้ว"
"เคนไม่มีแฟนครับ ยังหาสะใภ้ให้แม่กับพ่อไม่ได้เลย"
ดวงดาวตาโตแอบดีใจลึกๆ เธอหวังว่าสะใภ้ตระกูลนี้คงเป็นเธอ จะเป็นคนอื่นไปไม่ได้เด็ดขาดนอกจากเธอ
"คะเคนดาวดีใจนะคะที่ได้ยินเคนพูดแบบนี้ ถึงแล้วค่ะร้านที่ดาวต้องการ"
เคนหลังจากตอบคำถามดวงดาว ใจของเขาก็คิดไปถึงผู้หญิงใส่แว่น แต่งตัวเชยๆคนนั้นขึ้นมาทันที อย่างไม่มีเหตุผลซะงั้น
ที่บริษัทของอ้อม...
หลังจากอ้อมเห็นเคนมารับดวงดาว ความไม่ชอบขี้หน้าก็เพิ่มพูลเป็นทวีคูณ อ้อมถึงกับเอ่ยขึ้นมาทันทีกับตัวเอง
"อย่าได้เจอะได้เจอ ได้เป็นผัวเด็ดขาดเลย ผู้ชายเจ้าชู้ประตูดินแบบนี้ ใครได้ไปถือว่าโชคร้ายสุดๆ"
พูดจบอ้อมก็เก็บของบนโต๊ะและรีบกลับไปรับแม่อีกเช่นเคย อ้อมไม่เคยไปไหนไม่เคยออกนอกเส้นทางมากนักนอกจากบ้านกับที่ทำงาน
เวลาเริ่มดึก...
ดวงดาวเริ่มมึีึนเมา จากฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่สั่งมาดื่มหลายแก้ว เพราะนานๆครั้งจะมีเจ้ามือมาเลี้ยงแบบนี้ ต้องสั่งกินให้คุ้ม ไม่อ้วกไม่กลับ ส่วนเคน ได้แต่จิบๆแล้วนั่งมองดวงดาวด้วยความสงสาร
"โถ...คงไม่ค่อยได้กินของดีบ่อยนักใช่ไหมดวงดาว สั่งมาซะเต็มโต๊ะเลยดูสิ"
เคนนั่งคิดขณะมองดวงดาวที่กำลังเริ่มเมาจนได้ที่
"เคนมองดาวทำไมค่ะ ตะลึงในความสวยใช่ไหมละ "
"คุณเมาแล้วดาวเดี๋ยวผมไปส่งคุณกลับนะ"
ดวงดาวยังไม่อยากกลับ ในใจกลับมีแผนที่แยบยลกว่านั้น
"คืนนี้ถ้าไม่ได้เคนเป็นผัว ก็ไม่ใช่ดวงดาวแหละ"
สายตาของดวงดาวที่จ้องจะเขมือบเหยื่อที่อยู่เบื้องหน้ามันช่างน่ากลัวเหลือเกิน ส่วนเคนไม่รู้สึกอะไรเหยื่ออุตส่าห์มาให้เขมือบถึงที่แล้ว ปล่อยไปก็เสียชื่อเคนหมด
"กลับกันครับคุณดาว"
ดวงดาวแกล้งเมา แต่จริงๆแล้วก็เมานิดหน่อย เธอตื่นเต้นมากที่เคนเดินอ้อมพยุงเธอถึงโต๊ะ น้ำหอมรสนิยมคนรวยมันเป็นแบบนี้นี่เอง ดวงดาวอยากจะกระโดดกอดเสียตรงนั้นแต่เกรงใจ ต้องรักษาภาพพจน์ของหญิงสาวเอาไว้บ้าง
"ไปกันค่ะ เคนจ๋า ...ดาวรู้สึกหนาวคะกอดดาวหน่อยสิคะ"
เคนพยุงดวงดาวขึ้นรถอย่างทุลักทุเล
"ดาวยังไม่กลับนะคะ ยังอยากอยู่กับคุณนานๆได้ไหมคะ เราไปนั่งเล่นที่ไหนกันต่อเถอะค่ะเคน"
เคนพอจะเข้าใจความหมายของดวงดาวดี เขาก็ไม่คิดที่จะปฏิเสธเสียด้วย เส้นทางที่เขามามีโรงแรมตั้งอยู่หลายแห่ง สะดวกแก่การแวะได้อย่างง่ายดาย
"ครับดาว...ได้สิครับ ผมก็ยังไม่อยากกลับหรอก"
เคนหันไปดูดวงดาวที่นั่งข้างๆคนขับ เขารู้สึกเหมือนผู้ชายทั่วไป ดวงดาวเหมือนจงใจปล่อยเสื้อผ้าให้หลุดลุ่ย เปิดเนินอก ช่วงล่างก็เห็นขาอ่อน ทำให้เคนรู้สึกคึกคักขึ้นมาทันที
"เธอนี่ก็อวบอั๋นเหมือนกันนะดวงดาว คืนนี้เธอเสร็จฉันแน่ดวงดาว ดูสิระหว่างแพมกับเธอใครมั
นจะเด็ดกว่ากัน"
เคนขับรถมุ่งหน้าเข้าไปจอดภายในโรงแรมด้านหน้าซึ่งอยู่ไม่ไกลเท่าไรนัก ผู้หญิงคนนี้กำลังพร้อมให้เขาเขมือบแล้ว...
อ้อมเพียงแค่ยิ้มบางๆ ไม่ตอบอะไรนอกจากการเอ่ยขอบคุณในความห่วงใย ก่อนจะกลับไปนั่งที่โต๊ะทำงาน แต่ใจและความคิดมันลอยตามร่างของเคนไปไกลจนแทบจะเรียกสติกลับมาไม่ได้ เธอรู้ดีว่าเส้นทางข้างหน้าถ้าจะก้าวเดินไปด้วยกันมีอุปสรรคขวางกั้นรออยู่เพียบ แถมยังมีเรื่องที่คุณหญิงบัวพาเพิ่งพบความจริงเกี่ยวกับตัวเธอว่าเป็นลูกสาวของแม่บ้านในบ้านของเขาอีก เรื่องนี้อ้อมยิ่งรู้สึกด้อยค่าและไม่มั่นใจขึ้นไปอีกวันต่อมาเมื่อเคนกลับมาที่บ้าน คุณหญิงบัวพาก็เรียกเขามาคุยต่อตามลำพังที่ระเบียงห้องนั่งเล่น"แม่อยากถามอะไรเจ้าสักหน่อยพ่อลูกชายตัวดีให้มันชัดเจนสักที... เจ้าคิดกับอ้อมยังไงแน่"เคนชะงักเล็กน้อยก่อนจะตอบด้วยสายตาแน่วแน่แม้น้ำเสียงยังผ่อนหนักผ่อนเบาไม่มั่นใจอยู่บ้าง"ผมเองก็เพิ่งเริ่มรู้ตัวเมื่อเจอเรื่องราวพวกนี้เข้าครับ ว่าผมเริ่มไม่อยากให้ใครมาทำร้ายเธอ... แต่ผมยังรู้สึกว่าตัวเองยังแก้ปัญหาให้ผู้หญิงอื่นในชีวิตไม่จบ โดยเฉพาะแพม ผมเลยไม่อยากลากเธอเข้ามาเดือดร้อนกับผมในตอนนี้ ผมกลัวว่าเธอจะรับไม่ไหวนะครับคุณแม่"คุณหญิงบัวพาถอนหายใจพลางมองลูกด้วยสายตาที่ดูเหมือนจะรู้อะไรมากกว่าที่ลูกคิด จากการที่ผ่านโลกมานาน
เคนขมวดคิ้วแน่นเมื่อได้ยินชื่อจุ๋ม เขารู้ทันทีว่าไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เพราะเขาทำงานอยู่คนละที่กับอ้อม อ้อมยังคงปฏิบัติงานอยู่ที่เดิมร่วมกับจุ๋มและดวงดาว อ้อมกับเคนทำงานกันคนละที่ จึงแทบไม่มีโอกาสได้พบปะหรือพูดคุยกันให้คนอื่นสงสัย ยกเว้นภารกิจสำคัญที่ต้องประสานงานร่วมกันเหมือนเมื่อคืนก่อนนี้ จึงมีปาร์ตี้ให้มีดื่มกันเล็กน้อยจนเกิดเรื่องขึ้น"จุ๋ม..." เคนกระซิบชื่อนั้นด้วยน้ำเสียงทอดอารมณ์ "ผมไม่เข้าใจจริงๆ ว่าเธอจะทำเช่นนี้ไปเพื่ออะไร ทั้งที่รู้ดีว่าผมกับอ้อมแค่เพื่อนร่วมงานที่ปรึกษาเชื่อใจกันเท่านั้น"เคนพูดขึ้นมาเพื่อให้ทุกฝ่ายสบายใจทั้งมารดาของเขาและดวงดาว แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าไปก่อน คุณหญิงบัวพาเอียงคอเล็กน้อยมองอ้อมด้วยสายตาปรานีแต่คุณหญิงบัวพาก็ต้องตกใจหนักขึ้นไปอีกเมื่อจำได้ว่าอ้อมคือลูกสาวจันทร์แรมแม่บ้านของเธอเอง ซึ่งเรื่องนี้เคนไม่รู้มาก่อน ตอนนี้ขอเคลียร์เรื่องของดวงดาวให้จบก่อน "ฟังนะ... ฉันไม่ได้โกรธเคืองเธอ แต่การมาอ้างสิทธิ์โดยไม่ตรวจสอบความจริงแบบนี้ มันไม่ใช่เรื่องที่ควรทำ ถ้าเธอเชื่อฟังคำพูดคนอื่นง่ายๆ จนลืมใช้เหตุผลแล้วก่อเรื่องราว คงไม่มีผู้ใหญ่คนไหนอยากมีลูกสะใภ้ที
อ้อมนั่งแท็กซี่กลับถึงบ้านก็พบว่าแม่ของเธอออกไปทำงานแล้วจึงโทรหาจุ๋มรุ่นพี่ที่ทำงานอยู่ด้วยความร้อนใจ เรื่องงานนานทีปีหนอ้อมจะมีเรื่องแบบนี้ให้เห็น"อ้อมเธอหายไปไหนมาเมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านรึ เธอไปกลับคุณเคนเขาไม่ไปส่งที่บ้านหรือ แสดงว่าเธออยู่กับคุณเคนทั้งคืนเลยละสิ จะบ้าตายบอกใครก็ไม่มีใครเชื่อหรอกว่าไม่มีอะไรกัน"ดวงดาวและรัศมีได้ยินชื่อเคนก็เงี่ยหูฟังอย่างตั้งใจในเรื่องของอ้อม"อะไรนะจุ๋มเธอบอกมาซะดีๆคุณเคนกับอ้อมมีอะไรกัน ที่พวกเธอกำลังปิดบังฉันอยู่ คุณเคนเป็นของฉันนะจำไว้ ใครก็ห้ามแตะต้อง"จุ๋มทำหูทวนลมแต่ด้วยความอยากแกล้งให้ดวงดาวเต้นเร่าจุ๋มจึงพูดขึ้นมาลอยๆว่า"ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่อ้อมกับคุณเคนเขาไปปาร์ตี้กันแล้วหายไปด้วยกันทั้งคืนก็แค่นั้น"พอพูดจบจุ๋มก็หันกลับไปสนใจเอกสารที่โต๊ะแทน ชลาธรมีสีหน้าผิดหวังเล็กน้อยคนที่เขาชอบและคิดจะจีบถูกผู้ชายที่ดูดีมีชาติตระกูลตัดหน้าไปเสียแล้ว"บ้าที่สุดนังอ้อมมันตั้งตัวเป็นศัตรูหัวใจกับฉันใช่ไหมคอยดูนะมันจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้"ดวงดาวเดินกระทืบเท้าออกไปแล้วตรงไปยังโต๊ะรัศมีส่งเสียงร้องไห้ด้วยความน้อยใจเคนที่ไม่รับผิดชอบเธอเลยแถมซ้ำมีคนใหม่อีก
เวลาก็ล่วงเลยไปเรื่อยๆอ้อมก็เมาจนหลับไหลไม่ได้สติ แม่จันทร์ของเธอก็ชะเง้อจนคอแทบหลุดแล้วก็เผลอนอนหลับอยู่บนโซฟากลางบ้านนั่นเองเคนฟุบหลับอยู่ข้างเตียงทนง่วงไม่ไหว ขณะนี้ก็ตีสามเข้าไปแล้ว ถึงแม้จะออกมาปาร์ตี้บ่อยขนาดไหนช่วงหลังมานี่เคยห่างหายไปนานกับการปาร์ตี้กลับดึกๆแบบนี้จนทำให้ร่างกายคุ้นที่ไม่นอนดึกแบบนี้ อ้อมขยับตัวเล็กน้อย พยายามลืมตาว่าที่ไหน แต่มันก็ไม่คุ้นชินเลยว่าใช่บ้านของเธอหรือไม่ อ้อมพยายามมองไปโดยรอบเพราะเริ่มสร่างเมาบ้างแล้ว สิ่งแรกที่เธอคิดได้ตอนนี้คือแม่ของเธอที่ต้องเป็นห่วงเธอมากแน่ จึงหันซ้ายหันขวาแล้วเจอเคนที่นอนฟุบอยู่ข้างเตียงจึงกรี๊ดสุดเสียงจนเคนตื่นขึ้นมาด้วยความตกใจเช่นกัน"อ้าวคุณเป็นอะไรร้องซะดังเลย ตื่นแล้วหรือ"เคนรีบเอามือปิดปากอ้อมที่กรี้ดขึ้นมาอย่างดังอย่างไม่รู้เนื้อรู้ตัวมาก่อน"นายทำอะไรฉัน ดูสิพาฉันเข้าโรงแรม หรือนายทำอะไรฉันไปแล้ว ไม่นะ ไม่นะฉันต้องเก็บความบริสุทธิ์ไว้ในวันแต่งงาน ไอ้บ้า!"สารพัดคำพร่างพรูออกมาจากปากอ้อมจนเคนต้องรีบเอามือปิดปากเธออีกครั้ง"ยัยแว่น หยุดก่อนฟังฉันก่อนฉันแค่พาเธอมาเช็ดตัวนอนพักเพราะไม่รู้บ้านเธออยู่ไหน แค่นั้นเองที่เห
เคนตามอ้อมมาด้วยความเสน่หา เดี๋ยวนี้อ้อมสวยเซ็กซี่ขึ้น เขาจึงเกิดความหึงหวงขึ้นในใจโดยไม่ทราบสาเหตุ"เธอดื่มมากไปแล้ว ยัยแว่นดูสิไม่เคยดื่มไวน์หรืออย่างไรกันนะกระดกเอากระดกเอา ฉันนี่อยากจะลงโทษเธอเหลือเกินดื้อชะมัด"เคนนั่งมองอ้อมด้วยความห่วงใย แต่อ้อมไม่สนใจคนเจ้าชู้อย่างเคน ถึงแม้เขาจะหล่อเหลาและร่ำรวยเพียงใดก็ตาม ภาพจำของเธอคือชายหนุ่มไปกับดวงดาวตั้งแต่วันนั้น นั่นก็หมายความว่าเขาเป็นผู้ชายของดวงดาวแล้ว"ไอ้คนเจ้าชู้ไม่มีวันเสียหรอกที่เราจะตกเป็นเหยื่อฮึ..."อ้อมสัญญากับตัวเองไว้ว่ายังไงเสียเธอจะไม่ยอมเผลอใจไปหลงเสน่ห์เขาแน่ๆ "พี่อ้อมเมาแล้ว เดี๋ยวผมไปส่งนะ พี่จุ๋มคิดเงินเลยไหม ดูสิพี่อ้อมไม่ไหวแล้ว"ในตอนนี้เห็นจะมีชลาธรเท่านั้นที่มีสติก็ว่าใคร ส่วนจุ๋มก็เมาไม่แพ้กัน "คิดเงินเลยไอ้น้อง บอกเขามาเก็บที่พี่ แต่พี่ยังไม่อยากกลับเลย อ้อมมันเมาแล้วหรอพี่ยังไม่เมาเลย"จุ๋มโอดครวญติดใจเพลงที่นักร้องกำลังร้องเลยไม่อยากกลับ ทั้งที่ตัวเองก็จะพยุงร่างไม่ไหวแล้ว"อ้อมยังไหวค่ะ อย่าห่วงหน่อยเลยชลาธร พี่ไหว อ้วก...เฮือก"ชลาธรส่ายหัวในความดื้อของอ้อมเขาเรียกเด็กเสริฟเก็บเงิน แล้วจะส่งอ้อมกับจุ
"พี่จุ๋มเป็นอะไรคะ ไม่พูดไม่จาหน้าตาไม่สบายเลย"อ้อมถามจุ๋มที่นั่งข้างๆ ด้วยความเป็นห่วง เป็นใย อย่างน้อยยามที่เธอไม่สบายใจโดนรัศมีและดวงดาวกลั่นแกล้งก็มีพี่จุ๋มนี่แหละที่คอยช่วยให้กำลังใจเสมอมา"คือพี่ทะเลาะกับคนที่บ้านมาจ้ะ ไม่สบายใจนิดหน่อย ขอบใจนะอ้อมที่เป็นห่วงพี่""ไม่เป็นไรนะพี่จุ๋ม เอางี้นะคะวันนี้อ้อมพาพี่ไปเปิดหูเปิดตาดีกว่าไหม ร้านนี้เขาว่าดีกัน นักร้องก็หล่อใช้ได้ร้องเพลงก็เพราะ"อ้อมพูดปลอบประโลมจุ๋มให้เธอคลายกังวล "อ้อมพูดเหมือนท่องราตรีจนช่ำชองแล้วอย่างนั้นแหละ แต่พี่ว่าก็ดีเหมือนกันนะ ช่วงนี้เบื่อๆเจอแต่อะไรก็ไม่รู้ บริษัทก็มีแต่มลพิษทางสายตาทางอารมณ์ ไปปลดปล่อยบ้างก็ดีนะ นี่ก็ใกล้เลิกงานแล้ว เตรียมตัวกันเถอะ แต่อ้อมไม่ต้องอะไรมากแค่นี้ก็สวยระเบิดเถิดเทิงแล้ว ให้คนอิจฉาเล่นๆ "จุ๋มไม่วายที่จะเอ่ยถึงฝ่ายตรงข้ามให้หายอารมณ์เสีย อย่างน้อยมันก็ช่วยได้ ไม่มากก็น้อย"ค่ะ...ไปกัน เอารถใครไปดีคะ วันนี้อาจจะมีการมึนเมากันเกิดขึ้น หรือเราจะนั่งแท็กซี่ไปกันดี"ทั้งสองปรึกษากันก่อนไป อ้อมไม่ลืมที่จะโทรบอกแม่ให้กลับก่อนโดยไม่ต้องรอเธอ เพราะวันนี้จะออกไปเปิดหูเปิดตากับจุ๋ม แม่ของอ้
อ้อม อ้อม ย้ัยอ้อม"เสียงเรียกของผู้อาวุโสในงานอย่างรัศมี ที่ไม่ค่อยลงรอยกับอ้อมสักเท่าไร"ค่ะพี่ มีอะไรจะใช้อ้อมหรือค่ะ"เสียงอ้อมราบเรียบ รู้สึกอ่อนล้าในเสียงเรียกของรัศมีที่เธอรู้ดีว่าจะต้องถูกใช้ให้ไปทำโน่นนี่ข้างนอก ภายใต้อากาศร้อน ฝนตกบ้างละ ซึ่งต่างกับคนโปรดของรัศมีเองที่ชื่อดวงดาว ซึ่งแต่ละ
วันต่อมา..."อ้อมส่งแม่หน้าประตูนะคะ แม่เข้าไปได้ไหมคะ แม่คะถ้ามันเหนื่อย มันหนักก็อย่าทำนะคะ "อ้อมกล่าวทิ้งท้ายก่อนไปทำงานกับแม่จันทร์ของเธอ แม่ของเธอพยักหน้า เข้าใจว่าลูกสาวเป็นห่วงเพียงใด"ไม่ต้องห่วงแม่หรอกลูก รีบไปทำงานเถอะ เดี๋ยวเข้างานสาย ลองดูสักตั้งนะลูก"แม่จันทร์ชูสองนิ้วเดินลงรถ หายเข้
เช้าวันต่อมา"อ้อม...เสร็จยังลูกเดี๋ยวสาย กว่าจะไปถึงอีก เดี๋ยวเขาไม่รับทำงานกันพอดี"แม่ของอ้อมร้องเรียกอ้อมตั้งแต่ยังไม่เห็นตัว สักพักอ้อมก็โผล่มาพร้อมกับรอยยิ้มที่สดใส กับชุดที่แม่ใส่ซึ่งไม่เหมือนทุกครั้ง"แม่ใส่เสื้อผ้าสดใสกว่าทุกวันนะคะ"ถึงแม้จะดูเรียบง่าย แต่ก็ดูสดใสกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา บ้า
อ้อม ชื่อจริงของเธอคือ มยุรา ใจงาม ตั้งแต่พ่อของเธอเสีย แม่ของเธอก็ไม่เป็นอันทำอะไรมาประมาน1เดือนแล้วเธอนั่งมองแม่ของเธออย่างสิ้นหวัง โดยไม่รู้ว่าจะช่วยยังไง "แม่เอ้ย...นั่งหม่อนั่งเศร้าทั้งวัน อ้อมไม่รู้จะช่วยแม่ยังไงดี"เธอนิ่งไปชั่วครู่ก็คิดอะไรออกมาได้อย่างหนึ่ง ที่คนอย่างเธอจะคิดได้ตอนนี้ เธ







