LOGINบรรยากาศหน้าร้านชานมไข่มุกในช่วงบ่ายยังคงคึกคักเหมือนทุกวัน ลูกค้าต่อคิวกันยาวเหยียดจนแทบไม่มีที่ยืนพัก
หญิงสาวร่างอวบหลังเคาน์เตอร์ทำงานมือเป็นระวิง ทั้งรับออเดอร์ ชงชา และส่งมอบเครื่องดื่มอย่างคล่องแคล่ว แม้จะเหนื่อยล้าแต่รอยยิ้มการค้าก็ยังคงประดับอยู่บนใบหน้าจิ้มลิ้มไม่จางหาย
เข็มนาฬิกาบอกเวลาบ่ายโมงตรง ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มปรากฏตัวขึ้นที่หน้าร้านเหมือนเป็นการตั้งเวลาไว้
เขาไม่ได้เดินแทรกคิวหรือแสดงท่าทีเร่งร้อน เพียงแค่ไปยืนพิงผนังที่มุมเดิม กอดอกมองดูแม่ค้าสาวทำงานอย่างเงียบเชียบ สายตาคมกริบจดจ่ออยู่กับการเคลื่อนไหวของเธอโดยไม่สนใจสิ่งรอบข้าง
ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง คิวลูกค้าเริ่มบางตาลงจนเหลือเพียงความว่างเปล่าหน้าเคาน์เตอร์ ชายหนุ่มจึงขยับตัวก้าวเดินเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าคนชงชาที่กำลังหยิบผ้ามาเช็ดทำความสะอาดโต๊ะ
"วันนี้ก็รับชานมหวานร้อยเหมือนเดิมใช่ไหมคะ" เธอเอ่ยถามโดยไม่ได้เงยหน้าขึ้นมอง เพราะจำจังหวะการเดินและออร่าความกดดันเฉพาะตัวของเขาได้แม่นยำ
"ช่วงนี้งานที่คาสิโนยุ่งมาก" เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเรียบๆ ไม่ได้ตอบคำถามของเธอ "ผมเลยกะว่าจะเหมาชานมไปเลี้ยงลูกน้องที่บริษัทเพื่อซื้อใจสักหน่อย"
มือที่กำลังเช็ดโต๊ะชะงักไปเล็กน้อย หญิงสาวเงยหน้าขึ้นสบตากับลูกค้าประจำคิวที่สิบสอง
"ถ้าจะสั่งจำนวนเยอะๆ สักห้าสิบแก้ว ต้องทำยังไงเพื่อไม่ให้มากวนเวลาหน้าร้าน" เขาถามต่อด้วยท่าทีจริงจังเหมือนกำลังเจรจาธุรกิจระดับพันล้าน
"สั่งเยอะขนาดนั้น แอดไลน์ออฟฟิเชียลของร้านไว้ได้เลยค่ะ" เธอชี้มือไปยังป้ายพลาสติกใสที่มีคิวอาร์โค้ดตั้งอยู่ข้างเครื่องคิดเงิน "ทักมาสั่งล่วงหน้าสักหนึ่งวัน จะได้เตรียมไข่มุกกับต้มชาไว้ให้ทันค่ะ"
ชายหนุ่มปรายตามองป้ายคิวอาร์โค้ดนั้นเพียงเสี้ยววินาที ก่อนจะหันกลับมาสบตาคนชงชาพร้อมกับตีหน้าขรึม
"พอดีผมไม่เล่นไลน์ โทรศัพท์ผมมีแต่ไอจี"
คิ้วเรียวขมวดเข้าหากันแทบจะทันทีที่ได้ยินประโยคนั้น เธอจ้องมองใบหน้าหล่อเหลาอย่างจับผิด
"ระดับบอสคาสิโนทำงานแต่ไม่เล่นไลน์เนี่ยนะคะคุณลูกค้า" เธอถามกลับด้วยความสงสัย แกมหมั่นไส้กับข้ออ้างที่ฟังดูไม่ค่อยจะเนียนเอาเสียเลย
"ครับแต่อยากได้ไอจีคนชงชามากกว่าครับ" เขาตอบกลับหน้าตาเฉย ไม่มีแววตาลุกลี้ลุกลนหรือเขินอายใดๆ "ขอไอจีคุณแทนได้ไหม จะได้ไดเรกต์มาสั่งชาได้สะดวก"
"คุณมีลูกน้อง มีเลขาตั้งเยอะแยะ ให้พวกเขาสั่งผ่านไลน์ร้านก็ได้นี่คะ ไม่เห็นต้องลำบากให้คุณมาสั่งเองเลย" เธอพยายามหาทางหนีทีไล่ ไม่ยอมตกหลุมพรางง่ายๆ
"ผมชอบจัดการเรื่องสำคัญด้วยตัวเอง และเรื่องของคุณก็ถือเป็นเรื่องสำคัญ" เขาสวนกลับทันควัน สายตาที่มองมาสื่อความหมายชัดเจนจนคนฟังเริ่มทำตัวไม่ถูก "สรุปว่าขอไอจีไว้สั่งชานมได้ไหม หรือจะต้องให้ผมมายืนรอหน้าร้านแบบนี้ทุกวัน"
"ไอจีมุกเอาไว้ลงรูปส่วนตัวค่ะ ไม่ได้รับออเดอร์ร้าน" เธอพยายามปฏิเสธอย่างมีชั้นเชิงเป็นครั้งสุดท้าย
"งั้นผมจะฟอลโลว์ไว้ดูรูปส่วนตัวคุณ แล้วค่อยสั่งชาทีหลังก็แล้วกัน"
ความดื้อรั้นและลูกตื๊อแบบหน้ามึนของเขาทำให้เธอถึงกับถอนหายใจออกมาเบาๆ คนอะไรถูกจับได้ว่าหาข้ออ้างก็ยังพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาสได้อย่างหน้าตาเฉย
เธอรู้ดีว่าหากปฏิเสธไป เขาก็คงหาทางอื่นมากวนใจเธออยู่ดี หรือไม่ก็อาจจะมายืนกดดันอยู่ที่ร้านจนกว่าจะได้ในสิ่งที่ต้องการ
หญิงสาวหยิบกระดาษโน้ตแผ่นเล็กมาจรดปากกาเขียนชื่อบัญชีอินสตาแกรมของตัวเองลงไป ก่อนจะยื่นส่งให้คนตรงหน้า
"ให้ไปแล้ว ห้ามทักมาเพื่อกวนประสาทนะคะ เอาไว้สำหรับสั่งเครื่องดื่มจริงๆ เท่านั้น" เธอกำชับเสียงแข็ง
เขารับกระดาษแผ่นนั้นมาถือไว้ มุมปากหยักลึกเป็นรอยยิ้มที่ดูเจ้าเล่ห์กว่าทุกวัน
"รับทราบครับ ผมจะทำตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด"
เขาพับกระดาษเก็บใส่กระเป๋าเสื้อสูทอย่างทะนุถนอมราวกับเป็นเอกสารสำคัญ ก่อนจะหันไปพยักหน้าให้ลูกน้องที่ยืนรออยู่หน้าร้านเพื่อเตรียมตัวกลับ
"วันนี้ผมไม่รับชานมก็แล้วกัน ขอรับเป็นไอจีคุณไปแทน ไว้จะทักมาสั่งล่วงหน้านะครับ"
ร่างสูงหมุนตัวเดินออกจากร้านไปพร้อมกับความพึงพอใจที่ฉายชัดบนใบหน้า ทิ้งให้คนชงชายืนส่ายหน้าเบาๆ ให้กับความพยายามที่ไม่ลดละของเขา
คล้อยหลังรถยุโรปคันหรูที่ขับออกไปพ้นซอยได้ไม่ถึงสิบนาที เสียงแจ้งเตือนจากสมาร์ตโฟนในกระเป๋าผ้ากันเปื้อนก็ดังขึ้น
เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู หน้าจอแสดงแถบแจ้งเตือนว่ามียอดผู้ติดตามอินสตาแกรมเพิ่มขึ้นหนึ่งคน รูปโปรไฟล์เป็นภาพชายหนุ่มในชุดสูทนั่งหันข้างอยู่บนโซฟาหนังดูน่าเกรงขาม
พร้อมกันนั้นก็มีข้อความไดเรกต์แรกถูกส่งเข้ามา
'ชานมหวานร้อยอร่อยดี แต่คนชงน่าจะหวานกว่า ผมจะรอชิมนะครับ'
หญิงสาวอ่านข้อความนั้นแล้วเผลอเม้มริมฝีปากแน่น แก้มใสซับสีเลือดฝาดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่
ข้ออ้างเรื่องเหมาชานมไปเลี้ยงลูกน้องอะไรกัน สุดท้ายเขาก็แค่หาเรื่องทักมาจีบเธอเหมือนเดิม
สถานะที่เคยเป็นเพียงลูกค้าหน้าร้าน ตอนนี้กลับขยับเข้ามาอยู่ในพื้นที่ส่วนตัวของเธออย่างแนบเนียน และดูเหมือนว่าสิ่งที่เธอพยายามสร้างขึ้นมาป้องกันความสัมพันธ์นี้ กำลังถูกความหน้ามึนและลูกตื๊อของเขาค่อยๆ กะเทาะออกทีละน้อยโดยที่เธอเองก็แทบไม่ทันรู้ตัว
ชายหนุ่มนั่งมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเองอยู่หลังเบาะรถหรู เขากดดูรูปภาพในอินสตาแกรมของเธอทีละรูป รอยยิ้มสดใสในแต่ละภาพทำให้ความเหนื่อยล้าจากการทำงานหายเป็นปลิดทิ้ง
เขาไม่สนใจหรอกว่าจะต้องใช้วิธีไหนในการเข้าหาเธอ ขอแค่ผลลัพธ์คือการได้มีตัวตนอยู่ในสายตาของเธอก็พอแล้ว
การทักทายผ่านช่องทางแชทส่วนตัวเพิ่งจะเริ่มต้นขึ้น และเขาตั้งใจไว้แล้วว่าจะทำให้เธอกลายเป็นคนที่ต้องรอคอยข้อความจากเขาทุกวัน ไม่ต่างจากการที่เขารอคอยจะไปเจอเธอที่ร้านชานมในทุกๆ บ่ายโมงตรงเช่นกัน
เวลาผ่านไปหนึ่งปีเต็มนับตั้งแต่ไข่มุกย้ายเข้ามาอยู่ในเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมืองร่วมกับลูคัส ชีวิตคู่ของพวกเขาเต็มไปด้วยความหวานชื่นและอบอวลไปด้วยความรัก มาเฟียหนุ่มหน้าดุที่ใครต่อใครต่างหวาดกลัว ได้กลายร่างเป็นพ่อบ้านคลั่งรักอย่างสมบูรณ์แบบ ลูคัสยอมตื่นเช้ามาทำอาหารให้เธอทาน ยอมขับรถไปรับไปส่งที่ร้านชานมทุกวันจนลูกน้องในแก๊งต่างพากันลอบอมยิ้มและแซวบอสของตัวเองลับหลัง แต่ถึงอย่างนั้นลูคัสก็ไม่เคยสนใจ เขาสนแค่ยัยหนูชานมของเขาเพียงคนเดียวเท่านั้นทว่าภายใต้ความสุขสมบูรณ์แบบนี้ มีเรื่องหนึ่งที่ยังคงติดค้างอยู่ในใจของมาเฟียหนุ่ม ย้อนกลับไปเมื่อหลายเดือนก่อน ในคืนที่บรรยากาศเป็นใจ ลูคัสเคยเกริ่นเรื่องการแต่งงานกับไข่มุกมาแล้วครั้งหนึ่งย้อนความทรงจำ วันนั้นทั้งสองคนกำลังนั่งดูทีวีและกอดก่ายกันอยู่บนโซฟาตัวใหญ่ ลูคัสลูบเรือนผมสีแดงอ่อนของเธออย่างทะนุถนอม ก่อนจะเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงจริงจังว่า เมื่อไหร่ไข่มุกจะยอมใช้นามสกุลคาร์เตอร์ของเขาสักที คุณแม่ของเขาก็บ่นถามหาหลานและงานแต่งงานจนเขาแทบจะตอบคำถามไม่ทันแล้วในตอนนั้น ไข่มุกมีสีหน้าลำบากใจ หญิงสาวรีบขยับตัวลุกขึ้นนั่งและจับมือหนาของเขา
แสงแดดจ้าส่องผ่านม่านเนื้อหนาเข้ามาตกกระทบลงบนเตียงกว้าง ไข่มุกขยับเปลือกตาที่หนักอึ้งขึ้นอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่โจมตีเข้ามาคือความปวดเมื่อยร้าวรานไปทั่วทั้งร่างกายนุ่มนิ่ม ราวกับเพิ่งไปวิ่งมาราธอนมาสิบกิโลเมตร หญิงสาวพยายามพลิกตัวแต่ก็ต้องนิ่วหน้าเพราะความเสียดสีที่จุดกึ่งกลางกาย เธอกะพริบตาปรับโฟกัสสายตา มองไปยังนาฬิกาเรือนใหญ่บนผนังห้องนอน ตัวเลขดิจิทัลบอกเวลาสิบสามนาฬิกาตรงไข่มุกเบิกตากว้างด้วยความตกใจ วันนี้เธอตั้งใจจะเข้าไปเปิดร้านชานมตั้งแต่เช้า แต่ร่างกายกลับไม่รักดี อ่อนเปลี้ยเพลียแรงจากการโดนมาเฟียหนุ่มรังแกซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกือบเช้าโทรศัพท์มือถือของเธอที่วางอยู่บนโต๊ะข้างเตียงแผดเสียงร้องดังขึ้น ไข่มุกพยายามจะเอื้อมมือไปหยิบ แต่ท่อนแขนแกร่งของคนข้างกายกลับไวกว่า ลูคัสตื่นอยู่ก่อนแล้ว ชายหนุ่มนอนตะแคงเท้าคางมองเธอด้วยสายตาพราวระยับ ท่อนบนเปลือยเปล่าเผยให้เห็นแผงอกล่ำสันและหน้าท้องที่เป็นลอนสวยงาม เขาคว้าโทรศัพท์ของเธอไปดูหน้าจอ ก่อนจะกดรับสายอย่างหน้าตาเฉยโดยไม่ขออนุญาต"คุณพ่อครับ วันนี้มุกคงเข้าร้านเลทหน่อยนะครับ พอดีเมื่อคืนค่อนข้างดึก ตอนนี้น้องยังนอนหลับอยู่
เสียงเครื่องยนต์กระหึ่มของรถสปอร์ตยุโรปคันหรูดับลงเมื่อแล่นเข้ามาจอดสนิทภายในโรงรถส่วนตัวของเพนต์เฮาส์สุดหรูใจกลางเมือง ทันทีที่ประตูรถเปิดออก ร่างอวบอิ่มของไข่มุกก็ถูกตวัดอุ้มขึ้นพาดบ่ากว้างอย่างรวดเร็วโดยไม่ทันให้เธอได้ตั้งตัว"อ๊ะ! พี่ลูคัส ปล่อยมุกเลยนะ นิสัยไม่ดี ลักพาตัวกันชัดๆ" ไข่มุกแกล้งโวยวายเบาๆ หน้ามุ่ยด้วยความขัดใจ พร้อมกับกำปั้นเล็กที่ทุบลงบนแผ่นหลังกว้างของมาเฟียหนุ่มลูกครึ่งที่ทำตัวหน้ามึน อุ้มเธอเดินตรงดิ่งเข้าไปในลิฟต์ส่วนตัวโดยไม่สนเสียงทัดทานลูคัสไม่ตอบโต้คำประท้วงนั้น เขากระชับอ้อมแขนรัดสะโพกผายแน่นขึ้น ฝ่ามือหนาตีลงบนก้นงอนเด้งเบาๆ อย่างมันเขี้ยว ใบหน้าหล่อเหลาที่มักจะเย็นชาต่อหน้าคนอื่น บัดนี้กลับประดับไปด้วยรอยยิ้มมุมปากที่อ่านไม่ออก แววตาคมกริบภายใต้กรอบหน้าดุดันวาววับไปด้วยความหิวโหยที่สะสมมาหลายวัน ชายหนุ่มก้าวยาวๆ เข้าสู่ห้องนอนกว้างขวางทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออกร่างนุ่มนิ่มถูกโยนลงบนฟูกนอนคิงไซส์ ทว่าความนุ่มของเตียงก็ทำให้เธอไม่รู้สึกเจ็บ ไข่มุกพยายามจะตะเกียกตะกายลุกหนีทันทีเมื่อแผ่นหลังสัมผัสกับฟูกนอนนุ่ม แต่ความไวของมาเฟียหนุ่มนั้นเหนือกว่า ลูคัส
บรรยากาศภายในร้านชานมไข่มุกช่วงสายของวันธรรมดาค่อนข้างเงียบสงบ ลูกค้าส่วนใหญ่เป็นพนักงานออฟฟิศที่แวะมาซื้อเครื่องดื่มก่อนเข้างาน ทำให้ช่วงเวลานี้ไข่มุกพอจะมีเวลาว่างได้พักหายใจบ้างหญิงสาวร่างอวบกำลังยืนจัดเตรียมวัตถุดิบอยู่หลังเคาน์เตอร์ ทว่าเธอกลับไม่ได้ยืนอยู่เพียงลำพัง เพราะมีร่างสูงใหญ่ของมาเฟียหนุ่มลูกครึ่งกำลังยืนซ้อนทับอยู่ด้านหลัง ท่อนแขนแกร่งตวัดโอบรอบเอวบางเอาไว้อย่างถือวิสาสะ คางสากที่เต็มไปด้วยไรหนวดจางๆ วางเกยอยู่บนลาดไหล่มน"มุกย้ายไปอยู่กับพี่เถอะนะ ให้พี่นอนกอดหมอนข้างที่เพนต์เฮาส์คนเดียวทุกคืน พี่นอนไม่หลับเลย" ลูคัสออดอ้อนด้วยน้ำเสียงนุ่มทุ้ม พลางฝังจมูกลงบนซอกคอหอมกรุ่นของคนในอ้อมกอดไข่มุกส่ายหน้าเบาๆ มือเล็กยังคงง่วนอยู่กับการตักไข่มุกดิบลงไปต้มในหม้อ "ไม่ได้หรอกค่ะพี่ลูคัส พ่อกับแม่ท่านลงมาหาและพักอยู่ที่คอนโด มุกจะทิ้งพวกท่านไปอยู่กับพี่ได้ยังไงกันคะ ท่านอุตส่าห์มาอยู่ด้วยทั้งที มุกก็ต้องดูแลพวกท่านสิคะ"หลังจากที่พ่อและแม่ของเธอกลับมาจากเวียดนาม พวกท่านก็ตัดสินใจอยู่พักผ่อนที่กรุงเทพฯ ต่ออีกสักระยะ ทำให้พื้นที่ในคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดถูกจับจองจนหมด ลูคัส
ช่วงบ่ายของวันหยุด บรรยากาศภายในคอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัดของไข่มุกเต็มไปด้วยความตึงเครียดที่ลอยอวลอยู่ในอากาศ หญิงสาวร่างอวบในชุดเดรสดูเรียบร้อยน่ารักกำลังเดินวนไปวนมาอยู่หน้าโซฟาห้องนั่งเล่น สองมือเล็กบีบเข้าหากันแน่นจนชื้นเหงื่อ ดวงตากลมโตคอยชะเง้อมองไปที่บานประตูห้องสลับกับนาฬิกาแขวนผนังแทบจะทุกๆ ห้านาทีตรงกันข้ามกับชายหนุ่มลูกครึ่งรูปร่างสูงใหญ่ที่กำลังนั่งพิงพนักโซฟาด้วยท่าทีผ่อนคลาย ลูคัสไม่ได้สวมชุดสูทสีดำสนิทที่ดูดุดันและน่าเกรงขามเหมือนเวลาไปทำงาน วันนี้เขาเลือกสวมเสื้อเชิ้ตสีฟ้าอ่อนพับแขนขึ้นลวกๆ ปลดกระดุมคอออกสองเม็ดเพื่อให้ดูสุภาพและเข้าถึงง่าย ทว่าเสื้อผ้าธรรมดาเหล่านั้นก็ไม่อาจปิดบังออร่าความหล่อเหลาและบุคลิกที่ดูแพงของเขาเอาไว้ได้เลยที่มุมห้องด้านหนึ่ง เจสัน บอดี้การ์ดคนสนิทในชุดสูทสีเทาเข้มกำลังยืนสงบนิ่ง สองมือถือถุงกระดาษแบรนด์เนมสุดหรูและกล่องไม้สลักลายปราณีตเอาไว้อย่างระมัดระวัง เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสำคัญในการพิชิตใจว่าที่ครอบครัวของเจ้านาย"พี่ลูคัส มุกตื่นเต้นจนหายใจไม่ออกแล้วค่ะ พ่อกับแม่ส่งข้อความมาบอกว่ากำลังขึ้นลิฟต์มาแล้ว ทำยังไงดีคะ" ไข่มุกหันมา
เวลาล่วงเลยผ่านไปราวสามสัปดาห์นับตั้งแต่ค่ำคืนที่ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนขยับสถานะอย่างเป็นทางการ ชีวิตประจำวันของไข่มุกและลูคัสเริ่มปรับเข้าหากันอย่างลงตัวมากขึ้น หญิงสาวกลับไปดูแลร้านชานมไข่มุกของเธอตามปกติ ในขณะที่ชายหนุ่มก็กลับไปเคลียร์เอกสารและดูแลความเรียบร้อยที่คาสิโนแม้ลูคัสจะคลั่งรักและอยากให้ไข่มุกย้ายข้าวของมาอยู่ด้วยกันที่เพนต์เฮาส์แบบถาวร แต่หญิงสาวร่างอวบก็ยังคงยืนกรานปฏิเสธเพราะความเกรงใจและหวงแหนพื้นที่ส่วนตัวของตัวเอง สุดท้ายคนเอาแต่ใจจึงต้องยอมพบกันครึ่งทางด้วยการผลัดกันไปนอนค้างคืน บางวันลูคัสก็หอบเสื้อผ้าไปนอนเบียดกับเธอที่คอนโดมิเนียมขนาดกะทัดรัด ส่วนบางวันไข่มุกก็เป็นฝ่ายยอมมานอนค้างที่เพนต์เฮาส์สุดหรูของเขา เป็นการใช้ชีวิตคู่ที่เรียบง่ายแต่เต็มไปด้วยความสุขที่ค่อยๆ เติมเต็มซึ่งกันและกันช่วงสายของวันหยุดพักผ่อน ภายในห้องนั่งเล่นกว้างขวางของเพนต์เฮาส์ถูกปกคลุมไปด้วยความเงียบสงบ มีเพียงเสียงบทสนทนาจากภาพยนตร์สืบสวนสอบสวนที่กำลังฉายอยู่บนหน้าจอโทรทัศน์ขนาดใหญ่บนโซฟาบุหนังตัวนุ่ม ร่างอวบอิ่มของไข่มุกกำลังนอนหนุนตักแกร่งของลูคัสแทนหมอนใบโต ดวงตากลมโตจดจ่ออยู่กับเนื





![คุณหมอจองจำรัก [นิยายชุด จำยอมรัก 1]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)

