LOGINความรักและชีวิตที่มอบให้เขากลับกลายเป็นสิ่งไร้ค่าและจบลงที่คำว่า 'หมดความรู้สึก' หัวใจรักที่แหลกสลายปะติดปะต่อขึ้นใหม่จนสวยงามดังเดิม เขาหมดรัก เธอหมดใจ แต่แล้ววันที่เธอไม่เหลือเยื่อใย ‘เขาก็กลับมา'
View More'ขอให้ครองรัก ครองสุข อยู่ด้วยกันไปจนแก่จนเฒ่า'
'ขอให้รักกันยืนยาวจนถือไม้เท้ายอดทอง กระบองยอดเพชร'
'ขอให้รักกันนาน ๆ มีลูกเต็มบ้าน มีหลานเต็มเมือง'
คำอวยพรที่มาพร้อมรอยยิ้มเพื่อมอบให้แก่คู่รักที่กำลังจะเริ่มต้นการใช้ชีวิตคู่ ความหมายของทุกถ้อยคำในประโยคเหล่านั้น ล้วนแล้วแต่อยากให้เป็นอย่างที่เอ่ยออกมา แต่ใครจะรู้ว่าคนสองคนที่ต้องมาใช้ชีวิตอยู่ด้วยกันจะเป็นไปตามอย่างคำอวยพรหรือเปล่า
กี่คู่ กี่คนที่ประสบความสำเร็จตามคำอวยพรเหล่านั้น และกี่คู่ กี่รักที่ต้องร้างราแยกทาง ไม่หลงเหลือร่องรอยแห่งความชื่นชมยินดีในวันแต่งงาน
'รัญชิดา' นิ่งมองหน้าผู้ชายอันเป็นที่รัก คนที่เธอยอมมอบกาย มอบหัวใจให้เขาครอบครอง สิบปีแล้วที่รู้จักกับผู้ชายคนนี้มา หกปีที่คบหาและสี่ปีสำหรับชีวิตของการแต่งงาน นับรวมกันได้ก็เป็นเวลาสิบปีพอดิบพอดี
แม้ว่าเขาจะเป็นผู้ชายที่มีใบหน้าหล่อเหลาระดับเดือนของมหาวิทยาลัย แต่วันแรกที่เจอกันเธอก็ไม่เคยคิดจะสนใจ ไม่มองตามเวลาเดินผ่าน ไม่ทักทายเวลาที่เขายิ้มให้ และไม่แม้แต่จะชายตามองในตอนที่เขาจงใจเข้ามาทำความรู้จัก ไม่ใช่เพราะหยิ่งแต่เพราะเธอไม่คิดจะสนใจผู้ชายคนไหนเลยต่างหาก
ชีวิตของเธอแม้จะดูสวยหรูในเบื้องหน้า เป็นดาวคณะผู้งดงามจนมีหนุ่ม ๆ มาหมายปอง เป็นผู้หญิงที่โดดเด่นคนหนึ่งของมหาวิทยาลัย ชนิดที่ว่าหากมีขบวนพาเหรด ดรัมเมเยอร์ไม้หนึ่งก็ต้องเป็นเธอ หากมีการแข่งขันทางวิชาการทางมหาวิทยาลัยก็มักจะนึกถึงเธอเป็นคนแรก เรียกได้ว่าสวย เก่ง ครบเครื่องในคนเดียว แต่ใครจะรู้ว่าแท้จริงแล้วเบื้องหน้าที่งดงามนั้นกลับมีเบื้องหลังที่แทบจะมองไม่เห็นแสงสว่าง แม่เสียชีวิตเพราะตรอมใจที่พ่อมีภรรยาคนใหม่ แม่เลี้ยงผู้แสนดีก็หาได้แค่ในโลกแห่งความฝัน ตั้งแต่เข้ามาเรียนในมหาวิทยาลัย รัญชิดาจึงแยกออกมาเช่าหอพักอยู่เพียงลำพัง ตั้งใจทำงานเก็บเงินเพื่อส่งเสียตัวเองเรียน แม้ผู้เป็นพ่อจะคอยส่งเงินมาให้จ่ายค่าเทอม แต่เงินที่มาพร้อมกับคำก่นด่าของแม่เลี้ยงที่ส่งมาตามหลัง ทำให้เธอหยุดรับเงินจากผู้เป็นพ่อไปตั้งแต่ขึ้นปีสอง
ด้วยเหตุนี้รัญชิดาจึงคร่ำเคร่งกับการเรียนเพียงอย่างเดียว เรื่องรักไม่ยุ่งเกี่ยว ต่อให้ผู้ชายจะหล่อราวเทพบุตรแค่ไหนเธอก็ไม่คิดจะสนใจ จึงทำให้เธอกลายเป็นสิ่งตื่นเต้นของหนุ่ม ๆที่หมายปองอยากจะได้เธอมาเป็นคู่ควง ทั้งสวย ทั้งเก่ง ทั้งโดดเด่น แถมยังจีบยาก หากผู้ชายคนไหนพิชิตหัวใจของเธอได้ นั่นก็เท่ากับว่าเขาคนนั้นจะกลายเป็นผู้ชายที่น่าอิจฉาที่สุดแล้ว
แต่ยิ่งเธอไม่สนใจก็ยิ่งเหมือนเป็นการท้าทายให้เข้าหา 'ภัควัฒน์' ก็จัดเป็นหนึ่งในผู้ชายจำพวกนั้น หนุ่มวิศวะหน้าตาหล่อเหลาผู้เป็นที่หมายปองของสาว ๆ ทั้งมหาวิทยาลัย ประวัติความรักของเขามีแค่ไหน เธอเองก็ไม่เคยรู้ เพราะสิ่งเดียวที่เธอรู้คือตั้งแต่ที่เขาพยายามเข้ามามีตัวตนในสายตาของเธอ เขาก็ทำทุกอย่างเพื่อที่จะให้ได้เธอมาเป็นผู้หญิงของเขา
หนึ่งปีที่ภัควัฒน์พยายามเอาใจ ดูแล ตามรับตามส่ง รัญชิดา จนในที่สุดเธอก็ตกลงปลงใจอยู่ในสถานะแฟนของเขา จากแฟนกลายเป็นคนรักและขยับสถานะมาถึงขั้นของภรรยา หกปีที่คบหาภัควัฒน์ทำให้เธอเห็นถึงความรักและจริงใจของเขา สองปีหลังการแต่งงานเธอก็ยังมีความสุขกับชีวิตคู่ที่ตัดสินใจเลือกเขามาเป็นสามี ทว่าเมื่อย่างเข้าปีที่สามจนล่วงเลยมาถึงปีที่สี่ เธอกลับเห็นถึงความหมางเมินจากคนที่เธอมอบความรักให้เขาไปจนหมดหัวใจ
ความรักที่เคยหอมหวาน ความสุขที่เคยสดใส ค่อย ๆ จางหายไปจากชีวิตคู่ที่เธอใฝ่ฝัน วันนี้ เวลานี้ในขณะที่เธอกำลังเพ่งมองใบหน้าของสามี เธอกลับเห็นแค่ความว่างเปล่าและความเบื่อหน่ายจากเขาเท่านั้น
เส้นทางรักของเขาและเธอไม่ใช่คู่ขนานที่ถึงแม้จะไม่มีวันบรรจบกันได้แต่ก็ยังเคียงข้างกันไป แต่ความรักของเธอและเขาเป็นเส้นที่กำลังวิ่งสวนทางกัน เขาค่อย ๆ ลดระดับความรักจากร้อยลงจนเหลือศูนย์ ในขณะที่เธอเริ่มจากศูนย์และตอนนี้เธอก็รักเขาไปจนหมดหัวใจ
"พี่อิ่มแล้ว ไปทำงานก่อนนะ"
ช้อนข้าวถูกวางลงในชาม เสื้อสูทที่พาดอยู่ตรงเก้าอี้ถูกหยิบไปพร้อมกับกุญแจรถและกระเป๋าทำงาน รัญชิดามองร่างของผู้เป็นสามี ที่ก้าวเท้าตรงไปยังประตูบ้านจนสุดสายตา ก่อนจะตามมาด้วยเสียงรถที่สตาร์ทและขับออกไป
ไม่มีการหอมแก้มลา เหมือนปีแรกของการแต่งงาน ไม่มีรอยยิ้มให้กันเหมือนปีที่สองที่เธอมาใช้ชีวิตอยู่กับเขา คงมีแต่ความหมางเมินและว่างเปล่าเท่านั้นที่ยังหลงเหลือ
ปลายปากกาเร่งจดออเดอร์จากลูกค้าที่สั่งเข้ามาทางช่องแชตของเพจรัญชิดา อาชีพเดียวที่ยังพอจะทำเงินให้คนที่ต้องออกจากงานมาเป็นแม่บ้านเต็มตัวอย่างเธอก็คือการขายของออนไลน์ เพราะความสวยกับผิวกายอันขาวผ่องของรัญชิดา ทำให้สินค้าที่เกี่ยวกับความสวยความงามของผู้หญิงที่เธอเปิดเพจขาย ทำรายได้ให้เธอจนค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ ตั้งแต่ที่เธอตกลงแต่งงานกับภัควัฒน์ เขาก็บอกให้เธอลาออกจากงานที่ทำด้วยเหตุผลเพียงเพราะ 'หวง' ก็เธอสวยมาก ไม่แปลกที่จะมีหนุ่ม ๆ มาขายขนมจีบไม่เว้นแต่ละวัน จึงเป็นเหตุให้ภัควัฒน์ไม่ชอบใจนักที่ชายอื่นมาเกี้ยวพาคนรักของตัวเอง
พี่ดูแลรัญได้ รัญแค่อยู่เป็นเมียคนสวยของพี่คนเดียวก็พอแล้ว
คำหวานหูในเช้าแรกหลังวันแต่งงาน ทำให้เธอยอมออกจากงานและมาเป็นแม่บ้านของเขาตามที่เขาต้องการ จากคนที่เคยมีรายได้ ทำงานหาเลี้ยงตัวเอง ต้องกลายเป็นคนไม่มีเงินเดือน ไม่มีหนทางทำมาหากิน แต่ละเดือนก็ต้องคอยรับเงินจากสามีที่หยิบยื่นมาให้ พอว่างมากเข้ารัญชิดาจึงหางานที่พอจะทำได้โดยที่ไม่ต้องออกไปนอกบ้าน เพราะไม่อยากขัดคำสั่งของสามี และก็มาลงเอยที่การขายของออนไลน์
"เดี๋ยวรัญไปตักเองค่ะพี่ณัสม์ พี่ภาคย์คงเหนื่อยน่ะค่ะ พี่ณัสม์จะเอาอะไรไหมคะเดี๋ยวรัญตักมาเผื่อ" รัญชิดาพูดแทรกขึ้นอีกครั้งก่อนที่ปาณัสม์จะตอบโต้ภัควัฒน์กลับไปเป็นครั้งที่สอง"พี่ว่าพี่ไปตักให้น้องรัญเองดีกว่า" สามีไม่สนใจแต่เขาที่เป็นเจ้าของวันเกิดก็ทนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้ ยิ่งเห็นสีหน้าหมองเศร้าอย่างรู้ชะตาตัวเองของรัญชิดาเขาก็ยิ่งรู้สึกสงสารจนจับใจ"ไม่เป็นไรค่ะพี่ณัสม์ รัญไปตักเองจะได้เลือกที่อยากทานด้วยค่ะ""เอางั้นก็ได้จ้ะ" ปาณัสม์ยิ้มอ่อนให้รัญชิดาก่อนที่หญิงสาวจะลุกออกไปโต๊ะ แล้วหันมาหาภัควัฒน์ที่ยังนั่งนิ่งไม่สนใจโลกอยู่ข้างเขา"ไอ้ภาคย์ มึงเป็นอะไรมากไหม กูรู้สึกว่ามึงไม่ค่อยจะสนใจน้องรัญเหมือนเมื่อก่อนหรือว่ามึงทะเลาะกับน้องรัญ" อาการมึนตึงไม่สนใจ ไม่เทคแคร์ ไม่อยู่ในสายตา คล้ายกับคนที่กำลังมีเรื่องผิดใจกัน ซึ่งก็เป็นเรื่องธรรมดาของคนเป็นสามีและภรรยา ที่คงจะต้องมีเรื่องกระทบกระทั่งกันบ้าง"เปล่า" แต่คำตอบของภัควัฒน์กลับยิ่งทำให้ปาณัสม์เกิดความสงสัย ถ้าบอกว่าทะเลาะกันเขาก็ยังพอจะเข้าใจได้ แต่ไม่ทะเลาะแล้วยังทำเหมือนคนไม่รู้จักแบบนี้ มันเกินกว่าที่เขาจะหาคำตอบได้ด้วยตัวเอง"แล้ว
รัญชิดาเงยหน้าขึ้นมองป้ายร้านที่เขียนด้วยสีดำคำโตว่า Bliss (บลิส) สามทุ่มกว่าแท็กซี่ก็พาเธอมาส่งยังหน้าร้านที่เธอไม่เคยจะมาเลยสักครั้ง สายตาคู่งามมองตรงไปยังประตูทางเข้า แสงหลากสีจากในร้านคงจะทำให้เธอหาโต๊ะของปาณัสม์ได้ไม่ง่าย ทีแรกเธอเข้าใจว่างานวันเกิดของปาณัสม์คงจะจัดที่บ้านของเขา บรรยากาศแบบสบาย ๆ ไม่มีอะไรมากมาย แต่เมื่อมาเห็นว่าเป็นร้านสำหรับนักท่องเที่ยวยามราตรีแบบนี้ เธอก็ยังไม่รู้ว่าจะต้องเดินไปทางไหนก่อนดี เข้าร้านไปก่อนหรือจะหยุดรอภัควัฒน์อยู่ที่นอกร้าน ถ้าภัควัฒน์มาถึงแล้วเห็นว่าเธอยังรอเขา เขาจะหงุดหงิดใส่เธออีกหรือเปล่าหรืออาจจะทำให้เขาคิดว่า เธอทำอะไรด้วยตัวเองไม่เป็นเหมือนที่เขาเคยต่อว่าเธออยู่บ่อย ๆโทรศัพท์เครื่องเล็กถูกหยิบออกมาใช้เพื่อสื่อสารกับเจ้าของวันเกิด โทรให้ปาณัสม์ออกมารับคงดีกว่ายืนรอภัควัฒน์ที่อาจจะอารมณ์เสียเมื่อมาถึงแล้วเห็นเธอยืนรอเขาอยู่ด้านหน้า ต่อสายอยู่ได้ไม่นานปาณัสม์ก็รับสายและเดินออกมาต้อนรับรัญชิดาที่ยืนรออยู่หน้าร้าน"น้องรัญ ทำไมมาคนเดียวล่ะ แล้วไอ้ภาคย์ไปไหน" ปาณัสม์เอ่ยถามหญิงสาวที่ยืนนิ่งเพียงลำพังอยู่หน้าร้าน ปกติหากเห็นรัญชิดาเขาก็ต้องเห
เมนูโปรดของภัควัฒน์จัดวางอยู่ในจานอย่างสวยงาม กลิ่นหอมชวนกินลอยฟุ้งไปทั่วทั้งบริเวณบ้าน ไอร้อนของอาหารที่เพิ่งปรุงเสร็จใหม่ ๆ ยังลอยอบอวลอยู่ในอากาศ รัญชิดาจัดเตรียมโต๊ะอาหารอย่างเรียบร้อย พร้อมทาน ตักข้าวใส่จาน รินน้ำใส่แก้ว เพื่อที่ภัควัฒน์กลับมาจากทำงานเหนื่อย ๆ จะได้ลงมือทานโดยไม่เสียเวลาหนึ่งทุ่มกว่าคือเวลาทานอาหารเย็นของบ้าน แต่วันนี้นาฬิกาข้างฝาผนังบอกเวลาสองทุ่มกว่าเข้าไปแล้ว อาหารทุกจานก็ยังคงปริมาณอยู่เท่าเดิม ไอร้อนจางหายไปเปลี่ยนเป็นความเย็นชืดเข้ามาแทนที่ ภัควัฒน์ไม่เคยกลับบ้านผิดเวลา หรือหากวันไหนที่เขาติดงานก็จะโทรมาบอกก่อนทุกครั้ง แต่เธอคงลืมไปว่าครั้งสุดท้ายที่เขาโทรหาเพื่อบอกเวลากลับบ้านก็ตั้งแต่เมื่อสองปีที่แล้วใบหน้าสวยชะเง้อหามองทางประตูบ้านที่ยังคงปิดสนิท ท้องที่ว่างเปล่าเริ่มจะส่งเสียงร้องเพราะเลยเวลาอาหารมานานพอสมควร มือบางหยิบโทรศัพท์และวางลงที่เดิมอยู่หลายครั้ง อยากจะโทรถามภัควัฒน์แต่เธอก็ไม่กล้า หญิงสาวได้แต่จ้องมองหน้าจอโทรศัพท์ของตัวเอง พลันเกิดคำถามขึ้นมาในหัวใจอย่างเงียบ ๆตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่เธอไม่กล้าแม้แต่จะโทรถามเวลากลับบ้านของภัควัฒน์ ทั้งที่เมื
รอยยิ้มจาง ๆ ระบายขึ้นบนริมฝีปากคู่สวย เมื่อสายตาเหลือบมองไปเห็นแหวนเพชรเม็ดน่ารักบนนิ้วนางข้างซ้าย แหวนแต่งงานที่เธอยังคงสวมมันติดตัวมาตั้งแต่วันเข้าพิธีจวบจนตอนนี้ก็เป็นเวลาสี่ปีแล้วที่มันยังเป็นตรารักของเขาที่มีต่อเธอ ถึงแม้ความรักนั้นอาจจะจืดจางไปแล้วแต่แหวนวงนี้ก็ยังทำให้เธอมีรอยยิ้มได้ทุกครั้งที่จ้องมองฟริ้ง ฟิ้ง ฟิ้งเสียงโทรศัพท์มือถือที่ตั้งอยู่บนโต๊ะกระจกกลมกลางห้องนั่งเล่นกรีดเสียงร้องขึ้นเมื่อมีคนโทรเข้ามาหา รัญชิดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาก่อนจะรีบกดรับสายเมื่อเห็นชื่อของคนโทร"สวัสดีค่ะ พี่ณัส" เสียงหวานกรอกผ่านไปตามสายตอบรับคนที่โทรเข้ามา(สวัสดีจ้ะรัญ วันนี้ไอ้ภาคย์มันไปทำงานหรือเปล่า)"ไปค่ะ พี่ณัสมีอะไรหรือเปล่าคะ"(ไม่มีเรื่องด่วนหรอกจ้ะ พี่โทรหามันแต่มันไม่ยอมรับสาย เลยต้องโทรมาหารัญแทน)ปาณัสม์เพื่อนสนิทของภัควัฒน์ และเคยตามขายขนมจีบรัญชิดามาแล้วด้วยเหมือนกัน แต่เมื่อเธอตกลงคบหากับภัควัฒน์เขาจึงตัดใจและกลายมาเป็นแค่พี่ที่สนิทกับเธอแทน"พี่ภาคย์คงออกไปดูงานที่ไซต์ก่อสร้างมั้งคะ"บริษัท เรียลดรีมดีไซน์แอนด์คอนสตรัคชั่น เป็นบริษัทที่ภัควัฒน์ก่อตั้งขึ้นมาด้วยตัวเองตั้งแต่เพ