Partager

บทที่ 3

Auteur: ddaisybelle
last update Date de publication: 2026-03-12 17:38:34

Chapter 2

แสงโคมไฟบนโต๊ะไม้สีเข้มในห้องทำงานชั้นบนสุดของ เศวตากรุ๊ปส่องสว่างเพียงจุดเดียวกลางโต๊ะ เอกสารกองใหญ่เรียงอย่างเป็นระเบียบ ปลายปากกาหมึกดำตวัดลายเซ็นด้วยความมั่นคงทุกฉบับ โดยมีชายหนุ่มเจ้าของตำแหน่งประธานนั่งอยู่ที่นั่นดวงตานิ่งเฉยปราศจากความเหนื่อยล้า ไม่เร่งรีบทุกการเคลื่อนไหวดูเหมือนถูกวางแผนไว้ล่วงหน้า

เสียงเคาะประตูดังขึ้นหนึ่งครั้งก่อนที่มันจะเปิดออกโดยไม่รอคำอนุญาต นที มือขวาคนสนิทของคามิน ก้าวเข้ามาพร้อมแฟ้มเอกสารบางในมือ ใบหน้าเคร่งขรึมสะท้อนว่ามีเรื่องด่วน

“พวกนั้นมาถึงแล้วครับ คุณคามิน” คามินยังไม่เงยหน้า เขาเซ็นเอกสารอีกฉบับก่อนจะตอบเสียงเรียบ

“ให้พวกมันรอไปก่อน”

“ผมแจ้งไปแล้ว แต่เขาอยากให้คุณคามินไปดูของด้วยตัวเองครับ” น้ำเสียงของนทีฟังดูนิ่งแต่แฝงแรงกดดัน มือของคามินหยุดลง เขาปิดแฟ้มลงช้า ๆ ก่อนจะเงยหน้าขึ้น แววตาไม่ได้ถามว่าใครเพราะเขารู้ดีว่าหมายถึงใคร นายทุนนักค้าอาวุธผิดกฎหมายจากตะวันออกกลาง

“ที่ไหน”

“ท่าเรือตะวันออก โกดังหมายเลข 4 ครับ ผมส่งคนตรวจพื้นที่รอบนอกแล้ว ปลอดภัย…แต่คนของเขามีอาวุธทุกคนครับ” คามินลุกขึ้น ถอนหายใจแรง เขาหยิบเสื้อสูทจากพนักเก้าอี้แล้วสวมมันช้า ๆ ก่อนเดินผ่านนทีไป พร้อมคำสั่งเพียงสั้น ๆ

“เตรียมรถ”

ท่าเรือที่นัดหมาย

ท่าเรือฝั่งตะวันออกเงียบจนน่าขนลุก ต่างจากฝั่งเมืองที่เต็มไปด้วยเสียงรถและแสงไฟที่นี่มีเพียงเสียงลมกับคลื่นที่ซัดกระทบผนังโกดังสนิมเงียบ ๆ ประตูเหล็กถูกเลื่อนเปิดออกช้า ๆ แสงสลัวภายในเผยให้เห็นเงาคนหลายร่างยืนเรียงอยู่ลึกเข้าไป ใกล้ลังไม้ขนาดใหญ่ที่ยังไม่ได้เปิดคามินก้าวเข้าไปช้า ๆ นทีตามห่างสองก้าวปืนเหน็บเอวแนบเนียนกับสูทเรียบไร้รอยยับ ชายคนหนึ่งในชุดลินินสีเข้มเดินออกจากเงา ร่างสูง หนวดเคราเรียบ รอยยิ้มเยือกเย็นบนใบหน้าแฝงไว้ด้วยความระแวดระวัง

“คุณคามิน…ในที่สุดผมก็ได้เจอตัวจริง” ภาษาไทยของเขามีน้ำเสียงต่างชาติปนอยู่ชัด คามินไม่ตอบ ไม่มีท่าทีจะทักทายใด ๆ

“ของอยู่ในนั้น?”

“ใช่ ครบตามที่คุณต้องการ ผมอยากให้คุณเห็นกับตาว่ามันคู่ควรกับราคาที่คุณจ่าย” เมื่ออีกฝ่ายพยักหน้า ชายร่างใหญ่ก็เปิดลังไม้ขนาดใหญ่ เผยให้เห็นอาวุธปืนกลรุ่นใหม่เอี่ยมพร้อมกล่องกระสุนเรียงอย่างเป็นระเบียบ

คามินยื่นมือไปหยิบปืนขึ้นช้า ๆ น้ำหนักพอดีมือ นิ้วคลึงที่ไกเบา ๆ ปลดแม็กกาซีน เช็กทุกชิ้นส่วนด้วยความแม่นยำและคุ้นเคย การเคลื่อนไหวของเขาชัดเจนจนแม้แต่คนเคยผ่านสงครามก็ต้องหยุดมอง

“บาลานซ์ดี” เขาพึมพำก่อนจะเงยหน้า แล้วหันปลายกระบอกปืนเล็งใส่คนขาย วินาทีนั้นคนตรงหน้าเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจ ใครบางคนกลืนน้ำลายแทบไม่ทันแต่เขาก็ลดปืนลงช้า ๆ วางกลับเข้าไปในลังไม้ดังเดิม เสียงไม้กระทบกันดังแน่นพอจะทำให้หัวใจคนทั้งโกดังสะดุดวูบ

“ใช้ได้” คำพูดสั้น ๆ เหมือนคำตัดสินจากศาล เต็มไปด้วยอำนาจ เขาปิดฝากล่องไม้ลงด้วยมือเปล่า เสียงกระแทกดังก้องในความเงียบก่อนจะเอ่ยอีกครั้ง

“ตกลง ราคาตามที่เสนอ ไม่มีต่อรอง” ชายตรงหน้ายิ้มฝืนพยักหน้ารับรวดเร็ว สีหน้าไม่แน่ใจว่าควรดีใจหรือกลัวมากกว่ากันคามินหมุนตัวเดินกลับไปที่ทางออกของโกดัง สายลมจากทะเลพัดปลายเสื้อสูทให้ปลิวเล็กน้อย ฝีเท้าของเขาหนักแน่นทุกก้าว เมื่อถึงหน้าประตูเขาหยุดก่อนจะเอ่ยกับนทีที่เดินตามมาเสียงเบา

“ให้คนขนของไปเก็บที่โกดังใหญ่”

“ครับ” นทีพยักหน้ารับคำสั่ง คามินขึ้นรถสีดำสนิทที่คนขับรถรอเปิดประตูให้ เขานั่งลงก่อนจะพูดกับนทีอีกครั้ง

“นายตามไปคุมความเรียบร้อยด้วย เสร็จแล้วค่อยตามฉันไปที่ท่าเรือ”

“…ฉันอยากเช็กอะไรบางอย่าง” คำพูดนั้นไม่ได้กดเสียง แต่มีน้ำหนักมากพอให้ไม่มีใครกล้าเอ่ยซักถาม รถเคลื่อนออกจากโกดังเงียบ ๆ ทิ้งนทีไว้เบื้องหลัง พร้อมลูกน้องที่เริ่มขนของตามคำสั่ง แต่เมื่อรถของคามินลับสายตาไปแล้ว กลับมีใครบางคนปรากฏตัวจากเงาเงียบ เสียงรองเท้าบูทกระทบพื้นดังหนักแน่น ร่างชายหนุ่มในเสื้อเชิ้ตดำพับแขนก้าวออกมาจากหลังกองไม้ ฌอน ใบหน้าเรียบสนิทแต่นัยน์ตาวาวโรจน์ ชายอีกสองคนเดินตามมาช้า ๆ คนหนึ่งสะพายกล้องเลนส์ยาวอีกคนยืนนิ่งเงียบเหมือนไม่มีตัวตน

“มึงกล้าปฏิเสธกู…” ฌอนพูดเบา ๆ แต่เสียงนั้นเหมือนคมมีดกรีดกลางอากาศ

“…ทั้งที่กูให้ข้อเสนอที่ไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้” ไม่มีใครกล้าพูดอะไร ลูกน้องเขารู้ดีหากเขาเริ่มพูดคำว่าแค้นกับใครอีกฝ่ายไม่มีวันได้อยู่อย่างสงบ

“ยังไม่พอ มึงแย่งปิดดีลที่ท่าเรือของกูอีก”

“…คิดว่ากูจะยอมแพ้?” เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นเปิดภาพอะไรบางอย่างก่อนจะกำมันแน่น ข้อนิ้วขึ้นสีขาวแล้วพูดเสียงต่ำ

“ออกรถ ตามมันไป”

ท่าเรือฝั่งเหนือแดดยามบ่ายคล้อยส่องสะท้อนผิวน้ำ แสงสีทองทอดเงาเรือบรรทุกลำเปล่าที่โยกไหวตามกระแสลมพัดเบา ๆ ทว่าบริเวณโดยรอบกลับถูกปิดล้อมไว้แน่นหนามีป้ายติดชัดว่า ‘พื้นที่ส่วนตัว ห้ามบุกรุก’ รถสีดำสนิทแล่นมาจอดช้า ๆ ประตูเปิดออกพร้อมร่างของชายผู้เป็นเจ้าของพื้นที่คนใหม่ คามินก้าวลงจากรถอย่างเงียบ ๆ ไม่มีมือขวา ไม่มีการ์ด มีเพียงเขาและคนขับรถที่เฝ้ารออยู่ห่าง ๆ เขาเดินสำรวจพื้นที่โดยรอบอย่างระมัดระวัง ฝีเท้าหนักแน่นแววตากวาดมองโถงกว้างที่เต็มไปด้วยเศษซากของเรือเก่าถูกทิ้งไว้เป็นกลุ่ม ๆ เขาเดินไปจนถึงปลายสะพาน จุดนั้นเหมาะสำหรับการขนส่งสินค้า ทุกอย่างดูนิ่งเกินไป ราวกับถูกจับแช่ไว้ในเงาสงบก่อนพายุจะมา

ทันใดนั้นเสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจากรถ คนขับหยิบโทรศัพท์ขึ้นทันทีก่อนจะรีบเดินตรงไปหาคามิน

“มีสายเข้าครับ นาย” คามินรับมันมานิ่ง ๆ แนบโทรศัพท์กับหู ปลายสายคือนที

“ทุกอย่างเรียบร้อยดีครับคุณคามิน ผมกำลังจะถึงท่าเรือแล้ว” คามินมองทะเลเงียบ ๆ ลมทะเลตีปลายสูทเบา ๆ ก่อนจะตอบสั้น

“อืม…ที่นี่ไม่มีอะไรผิดปกติ”

“…ฉันกำลังจะกลับ” เขากดวางสาย เก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง จากนั้นก็หมุนตัวกลับเตรียมเดินไปขึ้นรถ

ไม่นานรถเลื่อนกลับทางเดิม แต่ไปได้เพียงไม่ถึง 300 เมตร เสียงเครื่องยนต์ที่นิ่งและในเสี้ยววินาทีนั้นเอง บึ้ม! เสียงระเบิดดังกึกก้อง สะเทือนลั่นทั้งบริเวณ แรงอัดจากระเบิดมหาศาลพุ่งขึ้นพร้อมเปลวไฟที่กลืนรถทั้งคันในพริบตา เสียงเหล็กกระแทก กระจกแตกร้าว ปะทะกันสนั่นราวกับฉากสงคราม ฝุ่นควันตลบ เสียงโครงเหล็กบิดเบี้ยวลั่นลาน

ภายในรถคนขับสิ้นใจในทันที คามินถูกแรงอัดดันร่างกระเด็น เสียงกะโหลกกระแทกกับโครงเหล็กดังชัด หายใจติดขัดจากนั้นทุกอย่างก็ดับวูบ รถของนทีแล่นเข้ามาถึงในเวลาไล่เลี่ย เสียงระเบิดยังไม่ทันจาง เขากระโจนออกจากรถ วิ่งฝ่าควันไฟเข้ามาทันที

“คุณคามิน!!” เสียงของนทีดังก้อง ทั้งเครียดทั้งสั่น เขากระแทกเท้าใส่กระจกด้านข้าง ดึงเปิดประตูอย่างบ้าคลั่ง ร่างของคามินนอนแน่นิ่ง เลือดไหลอาบหน้าผาก ใบหน้าไร้สติ ไม่มีการตอบสนองใด ๆ ลูกน้องอีกคนพุ่งเข้ามาช่วยทันที นทีออกแรงดึงร่างเจ้านายออกจากซากรถ มือของเขาสั่น และมันคือครั้งแรกที่เขาแสดงความกลัวออกมา

“คุณคามิน…ได้ยินผมไหมครับ!” ไม่มีคำตอบใด ๆ ทันทีที่นทีดึงตัวคามินออกห่างจากรถ เสียงตูมระเบิดลูกที่สองดังซ้ำ เปลวไฟพุ่งขึ้นเหนือชั้นอากาศอีกครั้ง

โรงพยาบาล – ห้องฉุกเฉิน

ไฟสีแดงเหนือประตูยังคงสว่าง ฝีเท้าสองคู่เดินเร่งมาตามทางเดิน ดอนคอร์เลโอเน่และคุณหญิงพิศมัย ใบหน้าของทั้งสองคนเคร่งเครียด ดวงตาของหญิงผู้เป็นแม่บวมช้ำจากน้ำตา ส่วนอดีตเจ้าพ่อมาเฟียผู้สงบนิ่ง บัดนี้มีเพียงไฟกรุ่นอยู่ในแววตา เมื่อเห็นนทีที่เปื้อนเลือด ดอนเอ่ยเสียงต่ำ

“คามินอยู่ไหน”

“ข้างในครับ…” เสียงของนทีเบาราวกับกระซิบ คุณหญิงพิศมัยยกมือปิดปาก น้ำตาเริ่มไหลอีกครั้งอย่างห้ามไม่อยู่ ดอนพาภรรยาไปนั่งก่อนจะหันกลับมาถามนทีด้วยน้ำเสียงต้องการความจริง

“ใครทำ!!”

“ตอนนี้ยังไม่ทราบแน่ชัดครับ แต่เรากำลังตามรอยจากจุดเกิดเหตุ คาดว่าจะได้เบาะแสเร็ว ๆ นี้ครับ”

ดอนเงียบไปครู่ ก่อนจะพูดช้า ๆ แต่หนักแน่น

“จับมันมาให้ได้ แล้วอย่าให้ใครแตะตัวมันก่อนฉัน…” ดอนพูดต่อ “…ฉันจะจัดการมันเอง”

“รับทราบครับท่าน” นทีก้มศีรษะลงต่ำ ก่อนจะหันหลังเดินออกไปช้า ๆ เมื่อเสียงฝีเท้าของนทีเลือนหายไป เหลือเพียงความเงียบในโถงโรงพยาบาล คุณหญิงพิศมัยนั่งกำชายกระโปรงแน่น น้ำตาอาบแก้มเงียบ ๆ ส่วนดอนยังคงยืนนิ่งแต่ไฟในดวงตานั้นเริ่มสั่นไหว

สองชั่วโมงผ่านไป

ไฟแดงเหนือประตูห้องฉุกเฉินยังคงสว่างจ้า เวลาผ่านไปช้า ๆ จนในที่สุด บานประตูก็เปิดออก แพทย์ในชุดสีเขียวก้าวออกมาอย่างสงบ ใบหน้าตึงเครียดแต่ควบคุมได้

“คุณคามินพ้นขีดอันตรายแล้วครับท่าน” เขาพูดตรงไปยังดอนคอร์เลโอเน่ ก่อนพูดต่อ

“บาดแผลภายนอกไม่มีจุดใดเป็นอันตราย อวัยวะภายในยังทำงานปกติ แต่…” หมอเว้นจังหวะนิดหนึ่ง ดวงตากวาดมองไปยังผู้เป็นพ่อแม่

“เนื่องจากสมองได้รับแรงกระแทกอย่างรุนแรง จึงหมดสติไปทันทีหลังเหตุการณ์”

คุณหญิงพิศมัยยกมือทาบอก น้ำตารื้นขอบตาเงียบ ๆ แต่สายตายังจับจ้องหมออย่างมีหวัง

“ผลสแกนเบื้องต้นพบจุดฟกช้ำบริเวณกลีบหลังของสมองซึ่งเป็นส่วน ควบคุมการมองเห็นครับ”

ดอนคอร์เลโอเน่ขมวดคิ้วทันที “หมายความว่าไง?”

“แรงกระแทกทำให้เกิดความเสียหายบริเวณประสาทตา อาจมีผลกระทบต่อการมองเห็นระยะยาว เราจำเป็นต้องเฝ้าดูอาการอย่างใกล้ชิด และรอจนกว่าคุณคามินจะฟื้นตัวก่อน จึงจะสามารถตรวจได้อย่างละเอียดครับ” ดอนนิ่งแต่เสียงของเขากดต่ำ

“ทำยังไงก็ได้ให้ลูกชายฉันหายเป็นปกติ” ดอนเม้มปากแน่น

“เขาต้องหาย” แม้จะไม่ตะโกน แต่ทุกคำคือคำสั่งที่ไม่มีวันปฏิเสธได้ หมอพยักหน้าช้า ๆ

“หมอจะทำเต็มที่ครับท่าน”

สามวันต่อมา

แสงแดดอ่อนรอดผ่านม่านสีขาว เงาไม้ไหวตามลม บรรยากาศเงียบเกินกว่าจะเชื่อว่าเจ้าของเตียงกลางห้องเคยใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางเสียงปืน คามินนอนนิ่งใบหน้าที่มีรอยฟกช้ำเริ่มจางลงบ้างแล้ว จังหวะเครื่องวัดชีพจรยังคงสม่ำเสมอ สายน้ำเกลือเชื่อมจากข้อมือไปยังเครื่องด้านข้าง คุณหญิงพิศมัยนั่งอยู่ข้างเตียง มือของเธอประคองมือลูกชายไว้แน่น ตาแดงช้ำจากการอดนอน ข้าง ๆ ดอนคอร์เลโอเน่ยืนกอดอกมองออกไปนอกหน้าต่างโดยไม่พูดอะไร ในขณะนั้นเองเสียงประตูเปิดออก นทีเดินเข้ามา สีหน้าตึงเครียด

“ทราบตัวคนลงมือแล้วครับท่าน…”

“ฌอน หยาง คือคนอยู่เบื้องหลังครับ”

ดอนขยับศีรษะช้า ๆ แววตาเปลี่ยนเป็นดุดันทันที

“จับมันมาให้ฉัน”

“ครับท่านตอนนี้คนของเราควบคุมตัวมันไว้ที่โกดังใหญ่เรียบร้อยแล้วครับ”

ดอนไม่พูดซ้ำ เขาหันหลังเตรียมจะออกคำสั่ง แต่แล้วเสียงเบาหวิวเล็ดลอดจากลำคอของคามิน คุณหญิงพิศมัยสะดุ้งทันทีหันกลับไปจับมือเขาแรงขึ้น

“คามิน…ลูก” เสียงจังหวะชีพจรเต้นสม่ำเสมอดังลอดเข้ามาในความรู้สึกพร่าเบลอ กลิ่นยาและกลิ่นเลือดจาง ๆ ลอยแตะปลายจมูกร่างทั้งร่างหนักอึ้งราวกับจมหายไปในเงามืดที่ไร้ที่สิ้นสุด

คามินขยับเปลือกตาอย่างยากลำบาก ความรู้สึกแรกที่ไหลท่วมเข้ามาไม่ใช่ความเจ็บแต่เป็นความว่างเปล่า ทุกอย่างเงียบ มืดไม่มีอะไรเลย ไม่มีแสง ไม่มีรูปร่าง ไม่มีแม้แต่เงา นิ้วมือเรียวยาวยกขึ้นอย่างสับสน แตะที่เปลือกตาเบา ๆ เหมือนอยากให้มันเป็นแค่ฝัน แต่ไม่ว่าจะแค่นิดหรือแรงแค่ไหนความมืดก็ยังคงแนบแน่นรอบตัว

“ทำไม…” เสียงแหบแห้งเล็ดลอดอย่างยากเย็น

“ทำไมมัน…มืด…?” เสียงนั้นไม่ดังแต่ความตระหนกเริ่มกัดกินทุกอณู คิ้วเรียวขมวดแน่น หัวใจเต้นแรงขึ้นอย่างบ้าคลั่ง ลมหายใจร้อนระอุ เสียงของเขาหลุดออกมาอีกครั้ง คราวนี้ชัดเจนและสั่นสะท้านกว่าเดิม

“ฉัน…มองไม่เห็น…” คำพูดนั้นไม่ดัง แต่สั่นสะเทือนคนทั้งห้อง เหมือนทุกเศษเสี้ยวของความแข็งแกร่งถูกดึงร่วงตรงกลางอก หมอและพยาบาลกรูกันเข้ามาทันที

“คุณคามินรู้สึกตัวแล้วใช่ไหมครับ” หมอพูดขึ้นเร็ว ๆ ไม่มีคำตอบมีเพียงใบหน้าเรียบเฉยที่จ้องไปยังความว่างเปล่า

“หมอขอตรวจหน่อยนะครับ” หมอเปิดไฟฉายเล็ก ๆ ส่องตรงไปยังดวงตาทั้งสองข้างของคามิน

“เห็นแสงไหมครับ?”

“…ไม่” คำตอบสั้น แต่เสียงพร่า หมอรีบตรวจต่อ ตรวจม่านตา กล้ามเนื้อตา การตอบสนอง พยาบาลจดข้อมูลเงียบ ๆ

“ม่านตาไม่มีการตอบสนองครับ”

“แล้ว…จะหายไหม?” คุณหญิงถามทั้งที่เสียงแทบไม่ออก หมอมองหน้าทั้งครอบครัว

“จากที่ตรวจเบื้องต้นระบบรับแสงยังไม่ทำงาน หมอจะทำการสแกนซ้ำอีกครั้งครับ”

ดอนคอร์เลโอเน่ยืนฟังเงียบ ๆ สายตาจ้องไปที่ลูกชาย หัวใจราวกับแตกออกเป็นเสี่ยง ๆ ก่อนจะเอ่ยขึ้น

“แล้วจะกลับมามองเห็นได้แค่ไหน”

หมอหันไปสบตาก่อนจะตอบแบบตรงไปตรงมา

“โอกาสฟื้นการมองเห็นยังมีครับ แต่น้อยมากและต้องใช้เวลา”

คุณหญิงพิศมัยเบือนหน้าหนี ริมฝีปากเม้มแน่น ขณะที่ดอนยังยืนนิ่งไม่หลบสายตาหมอ

“ในเคสของคุณคามิน หมอได้ให้ยาสเตียรอยด์เข้มข้นสูงทันทีแต่ยังไม่พบการตอบสนองใด ๆ หลังจากผ่านไปกว่า 72 ชั่วโมง นั่นหมายความว่าเราต้องพิจารณาผ่าตัดลดแรงกดบริเวณประสาทตาโดยตรงครับ” หมอพูดต่อ “เป็นการผ่าตัดเฉพาะทางที่ซับซ้อนแต่อาจเปิดโอกาสให้เส้นประสาทมีโอกาสฟื้นฟูในระยะยาว”

คามินนอนนิ่งแต่ปลายนิ้วนิ่งจิกผ้าห่มแน่น เขาได้ยินทุกคำและเขาเข้าใจทุกอย่าง ห้องทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงลมหายใจของผู้เป็นแม่ที่นั่งอยู่ข้างเตียง แล้วเสียงเธอก็ดังขึ้น

“ผ่าเลยค่ะหมอ” ทุกคนในห้องชะงัก มองมาทางคุณหญิงพิศมัย ใบหน้าของเธอยังเปื้อนน้ำตา แต่สายตาแน่วแน่กว่าทุกคน

“แม่ไม่รู้ต้องใช้เวลานานแค่ไหน…แต่ลูกแม่ต้องกลับมามองเห็นให้ได้”

“หมอจะเตรียมทีมเฉพาะทางทันทีและจะเริ่มผ่าตัดโดยเร็วที่สุดครับ” หลังจากที่หมอเดินออกไป ในห้องก็กลับมาเงียบอีกครั้ง คามินยังคงขมวดคิ้วแน่นราวกับไม่เชื่อว่านี่เป็นความจริง ในขณะที่ดอนกับคุณหญิงเองก็เงียบ น้ำตาไหลอาบแก้ม ถึงแม้ไม่ได้พูดอะไร แต่สีหน้ากังวลและเป็นห่วงลูกชายไม่น้อย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 113

    “ไม่มีทาง…” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่แน่วแน่ “ลันเลือกพี่มินแล้ว และจะเลือกทุกวันจากนี้ไป” ไม่มีถ้อยคำใดหวือหวา ไม่มีคำสาบานยืดยาว มีเพียงการสวมแหวนที่เรียบง่ายเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง มีสายตาที่สื่อสารแทนทุกอย่างว่า ‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ปล่อยมือเธอ’ เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย เฟรโด้หัวเรา

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 112

    “ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาในวันนี้…” เสียงของเขานิ่ง เรียบ แต่หนักแน่นจนเงียบทั้งห้อง “นี่จะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ผมเชื่อว่าทุกคนที่นี่…และทุกคนในประเทศนี้ควรได้รับ” เสียงปรบมือดังขึ้นเรื่อย ๆ แววตาหลายคู่มีน้ำตา พ่อแม่ของเด็ก ๆ ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิต่างลุกขึ้นปรบมือด้วยความจริงใจจนเสี

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 111

    “คุณตา! คุณตาขา!” เสียงของแมร์รี่ในชุดเดรสสีขาววิ่งเข้ามา ผมสีน้ำตาลหยิกเป็นลอนสวยสะบัดไปตามแรงวิ่ง ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูในอ้อมแขนกระเด้งดึ๋งดั๋งตามจังหวะฝีเท้าไร้เดียงสา ดอนหัวเราะแผ่ว ๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู “มาแล้วเหรอ คนเก่งของตา…” แมร์รี่ยิ้มแฉ่งก่อนจะกระโดดขึ้นไปกอดดอนไ

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 110

    Chapter 42 บรรยากาศภายในตึกสูงของห้องประชุมลับชั้นบนสุด เงียบสงบกว่าทุกวันแต่ภายใต้ความนิ่งสงบมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันราวกับระลอกคลื่นคลื่นใต้น้ำที่ไม่มีใครมองเห็น ประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างช้า ๆ เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นดังแผ่วเบา คามินในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมแววตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 109

    “ฉันเชื่อใจแก” “ว่าแกจะสามารถยืนได้โดยไม่มีใครล้มแกได้อีก”คามินรับปืนมาเงียบ ๆ มาเงียบ ๆ ปลายนิ้วลูบผ่านตัวปืนช้า ๆ ราวกับสัมผัสถึงน้ำหนักของมัน ไม่ใช่แค่น้ำหนักของโลหะแต่คือน้ำหนักของชีวิต เลือดและบาปทั้งหมดที่หล่อหลอมเขามา เขาเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา ริมฝีปากขยับช้า ๆ “…ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มต่ำเบา แต

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 108

    รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากสถานที่ประชุมช้า ๆ เสียงเคริ่งยนต์แผ่วเบา ภายในรถเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของแต่ละคน คามินนั่งพิงเบาะด้านหลัง ดวงตาไร้แววทอดมองออกไปยังแสงไฟถนนที่ไหลผ่านอย่างเนิบช้า มือข้างหนึ่งวางอยู่บนต้นขา มือที่เพิ่งปลิดชีวิตใครบางคนไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน อลันนั่งอยู่ข้าง ๆ นทีนั

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 79

    บ้านริมหาด รถสีดำคันหรูแล่นเข้าจอดใต้ร่มไม้ริมชายหาดส่วนตัวที่ไม่ไกลจากหมู่บ้านมากนัก แสงแดดอ่อนยามบ่ายส่องลอดผ่านกิ่งไม้ลงมากระทบกับพื้นทรายสะอาด สายลมทะเลพัดเบา ๆ พาเอากลิ่นเค็มของคลื่นและเสียงน้ำกระทบฝั่งมาแตะหูอย่างแผ่วเบา คามินลงจากรถก่อนยกกระเป๋าสัมภาระทั้งหมดลงจากท้ายรถด้วยท่าทีเรียบนิ่งแต่ด

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 9

    Chapter 8 แสงแดดอ่อนลอดผ่านม่านสีขาวสะอาดในโถงกลาง อากาศเงียบสงบ เย็นเยือกเกินกว่าที่จะเรียกว่าเช้าแสนธรรมดา ประตูห้องบนชั้นสองเปิดออกอย่างแผ่วเบา เสียงฝีเท้าหนักแน่นแต่มั่นคงค่อย ๆ ก้าวลงบันได คามินในเสื้อยืดสีเข้มกับกางเกงผ้าธรรมดาใช้มือหนึ่งไล้ตามราวบันไดเพื่อประคองตัว ขณะที่อีกมือแนบลำตัว สีหน้

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 8

    Chapter 7 ห้องประชุมบนชั้นสูงสุดของตึกเศวตากรุ๊ป เงียบงันจนน่าหวั่น แม้ภายในจะเต็มไปด้วยผู้ทรงอิทธิพลกว่าสิบห้าชีวิต ทั้งนักธุรกิจอาวุโส หุ้นส่วนหลัก และบอร์ดผู้บริหาร เก้าอี้ประธานด้านหน้าสุดยังคงว่างเปล่า ตำแหน่งที่เคยเป็นของคามิน แต่ในวันนี้กลับเป็นชายชราผู้หนึ่งที่คุ้นเคยเดินตรงเข้ามาแทนที่ ดอ

  • มาเฟียรุ่นที่ 5 The Blind Don   บทที่ 7

    Chapter 6 ณ กรุงฟลอเรนซ์ ประเทศอิตาลี เสียงเข็มนาฬิกาในคาเฟ่เล็ก ๆ ดังเบา ๆ ท่ามกลางแสงแดดอ่อนของสายวันนั้น แสงแดดสาดลอดผ่านกระจกบานใสลงกระทบโต๊ะไม้ริมหน้าต่างที่มีชายคนหนึ่งนั่งอยู่อย่างเงียบงัน คาโรล คอร์เลโอเน่ เศวตาภิวัฒน์ เสื้อเชิ้ตสีอ่อนกับกางเกงผ้าธรรมดาไม่มีร่องรอยของอดีตทายาทมาเฟีย เขานั

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status