Masuk“ไม่มีทาง…” เสียงของเขาแผ่วเบา แต่แน่วแน่ “ลันเลือกพี่มินแล้ว และจะเลือกทุกวันจากนี้ไป” ไม่มีถ้อยคำใดหวือหวา ไม่มีคำสาบานยืดยาว มีเพียงการสวมแหวนที่เรียบง่ายเปี่ยมไปด้วยความหมายลึกซึ้ง มีสายตาที่สื่อสารแทนทุกอย่างว่า ‘ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ฉันจะไม่ปล่อยมือเธอ’ เสียงปรบมือดังขึ้นประปราย เฟรโด้หัวเรา
“ขอบคุณทุกท่านที่ให้เกียรติมาในวันนี้…” เสียงของเขานิ่ง เรียบ แต่หนักแน่นจนเงียบทั้งห้อง “นี่จะเป็นก้าวแรกของการเปลี่ยนแปลงที่ผมเชื่อว่าทุกคนที่นี่…และทุกคนในประเทศนี้ควรได้รับ” เสียงปรบมือดังขึ้นเรื่อย ๆ แววตาหลายคู่มีน้ำตา พ่อแม่ของเด็ก ๆ ที่ได้รับทุนจากมูลนิธิต่างลุกขึ้นปรบมือด้วยความจริงใจจนเสี
“คุณตา! คุณตาขา!” เสียงของแมร์รี่ในชุดเดรสสีขาววิ่งเข้ามา ผมสีน้ำตาลหยิกเป็นลอนสวยสะบัดไปตามแรงวิ่ง ตุ๊กตากระต่ายสีชมพูในอ้อมแขนกระเด้งดึ๋งดั๋งตามจังหวะฝีเท้าไร้เดียงสา ดอนหัวเราะแผ่ว ๆ น้ำเสียงของเขาแหบพร่าแต่เปี่ยมไปด้วยความเอ็นดู “มาแล้วเหรอ คนเก่งของตา…” แมร์รี่ยิ้มแฉ่งก่อนจะกระโดดขึ้นไปกอดดอนไ
Chapter 42 บรรยากาศภายในตึกสูงของห้องประชุมลับชั้นบนสุด เงียบสงบกว่าทุกวันแต่ภายใต้ความนิ่งสงบมีบางสิ่งเคลื่อนไหวอย่างเงียบงันราวกับระลอกคลื่นคลื่นใต้น้ำที่ไม่มีใครมองเห็น ประตูบานใหญ่เปิดออกอย่างช้า ๆ เสียงส้นรองเท้าหนังกระทบพื้นดังแผ่วเบา คามินในชุดสูทสีเข้มก้าวเข้ามาพร้อมแววตาเรียบนิ่งไร้อารมณ์
“ฉันเชื่อใจแก” “ว่าแกจะสามารถยืนได้โดยไม่มีใครล้มแกได้อีก”คามินรับปืนมาเงียบ ๆ มาเงียบ ๆ ปลายนิ้วลูบผ่านตัวปืนช้า ๆ ราวกับสัมผัสถึงน้ำหนักของมัน ไม่ใช่แค่น้ำหนักของโลหะแต่คือน้ำหนักของชีวิต เลือดและบาปทั้งหมดที่หล่อหลอมเขามา เขาเงยหน้าขึ้นสบตาบิดา ริมฝีปากขยับช้า ๆ “…ขอบคุณครับ” เสียงทุ้มต่ำเบา แต
รถยนต์คันหรูเคลื่อนตัวออกจากสถานที่ประชุมช้า ๆ เสียงเคริ่งยนต์แผ่วเบา ภายในรถเงียบจนได้ยินเพียงเสียงลมหายใจของแต่ละคน คามินนั่งพิงเบาะด้านหลัง ดวงตาไร้แววทอดมองออกไปยังแสงไฟถนนที่ไหลผ่านอย่างเนิบช้า มือข้างหนึ่งวางอยู่บนต้นขา มือที่เพิ่งปลิดชีวิตใครบางคนไปเมื่อไม่กี่นาทีก่อน อลันนั่งอยู่ข้าง ๆ นทีนั
Chapter 28 ภายในรถปอร์เช่สีดำเคลื่อนตัวอย่างเงียบเชียบออกจากลานวัดเสียงเครื่องยนต์เบาราวกับกลืนไปกับเสียงลมรอบข้าง คามินนั่งขับอย่างสงบ มือหนาวางมั่นบนพวงมาลัย แว่นกันแดดยังคงปิดบังแววตาใต้กรอบหน้า บรรยากาศในรถเงียบงันไม่มีใครพูดอะไร อลันนั่งข้าง ๆ มองออกไปนอกหน้าต่าง พลางเหลือบสายตาไปทางคามินเป็นร
“ถ้ามึงแตะใครในครอบครัวกูแม้แต่นิดเดียว…” ริมฝีปากขบแน่น แววตาที่เคยเย็นเยียบตอนนี้กลับเต็มไปด้วยโทสะกรุ่น “…คราวนี้ กูจะไม่ปล่อยมึงไว้แน่ ไอ้กรรณ” คำพูดนั้นลอยอยู่ในความเงียบของห้องทำงาน ไม่ใช่แค่คำสัญญาแต่คือคำประกาศิตจากผู้ชายที่ไม่ยอมอีกต่อไป สายตาคมปลาบทอดผ่านม่านหน้าต่างออกไปในความมืดที่เงียบ
“พี่ว่าวันนี้แกกลายเป็นตำนานไปแล้วล่ะ” อลันหัวเราะเบา ๆ พลางหันไปมองคามินข้างตัว “พี่มินไม่พูดอะไรบ้างเหรอ” คามินยกแก้วขึ้นจิบเล็กน้อย ก่อนหันมามองเธอด้วยแววตาผ่อนคลายกว่าทุกฉากที่ผ่านมา “ถ้าฉันพูดทุกอย่างที่คิด ฉันคงต้องขึ้นเวทีอีกรอบ” เสียงหัวเราะเบา ๆ ดังขึ้นรอบโต๊ะ ช่วงเวลานั้น ไม่มีสปอตไลท์ ไ
“เฟรโด้ดูมีความสุขดีนะ” เสียงหนึ่งเอ่ยขึ้นจากข้างหลัง ทุ้มนุ่มแฝงรอยยิ้มจาง ๆ อยู่ในน้ำเสียงคามินไม่จำเป็นต้องหันไปก็รู้ว่าเป็นใคร คาโรลเดินมาหยุดข้างน้องชายอย่างเงียบงัน แววตาที่ทอดมองลูกชายตัวเองในอ้อมแขนมารดานั้นเต็มไปด้วยความรัก แต่ลึก ๆ ข้างในก็มีบางอย่างแฝงเร้นอยู่ “พี่อยากเห็นลูกยิ้มแบบนี้ไป







