Masuk"หนีให้ตายก็ไม่พ้น ในเมื่อ หมาเด็ก ที่เคยเชื่อง กลายเป็นหมาป่าขี้หึงที่จ้องจะขย้ำพี่สาวคนสวยตลอด 24 ชั่วโมง!" "บทลงทัณฑ์สุดเถื่อนจาก หมาเด็ก จอมคลั่งรัก ที่จะมัดตัวพี่ไว้ด้วยพันธนาการร้าย... จนหนีไปไหนไม่ได้อีกตลอดชีวิต"
Lihat lebih banyakแสงไฟสีทองสลัวจากโคมไฟแบรนด์เนมราคาแพง ขับเน้นให้ห้องรับแขกสไตล์มินิมอลของคอนโดมิเนียมสุดหรูใจกลางเมืองในยามค่ำคืนดูเงียบสงบเกินกว่าที่ควรจะเป็น...
‘ลลิษา’ หรือ ‘มายู’ สาวสวยในวัย 27 ปี กำลังขดตัวอยู่บนโซฟาผ้าสีเอิร์ธโทน เธอใช้หมอนอิงกดทับแนบหูเอาไว้แน่น ลลิษาไม่ได้กำลังดื่มด่ำกับความเงียบสงบ แต่ใบหน้าเนียนใสของเธอนั้นกลับเริ่มแดงก่ำด้วยความหงุดหงิดจากเสียงที่ดังแว่วมาจากห้องนอนห้องหนึ่ง…
“อ๊าา...ปอนด์...แรงอีกนิด!...ซี๊ดดด...ดีมากเลย…อ๊ะ!”
ตั่บ! ตั่บ!
“ซี๊ดดด...ฉันจะเสร็จแล้ว…โอ๊ะ!”
T-T
“หึ! ไอ้พวกบ้า!”
แต่ถึงจะทำอย่างไร เสียง ‘กิจกรรม’ จากห้องนอนใหญ่ที่อยู่ถัดไปไม่ไกลก็ยังคงเล็ดลอดออกมาให้ได้ยินเป็นระยะ
“ซี๊ดด...แรงขึ้นอีกสิ”
เสียงหวานพร่าที่คุ้นเคยของ ‘ยี่หวา’ เพื่อนสนิทที่สุดของเธอดังแทรกผ่านความเงียบ ตามมาด้วยเสียงทุ้มต่ำของ ‘ณฐนนท์’ เพื่อนสุดรักอีกคน ที่กำลังขยับจังหวะเข้าหากันอย่างรุนแรงลั่นห้อง
T-T… ลลิษาหลับตาลง พลางนึกสมเพชตัวเองในใจ เธออายุ 27 ปีแล้ว หน้าที่การงานก็ดี คอนโดก็หรูระดับเพนท์เฮ้าส์ แต่สิ่งที่ขาดหายไปคือ ‘คนข้างกาย’ ในขณะที่เพื่อนรักทั้งสองคนกลับมาใช้ห้องของเธอเป็นรังรักชั่วคราวเพื่อเสพสมกามอารมณ์
“...”
เวลาผ่านไปราวห้านาที...ที่เหมือนนานเป็นชั่วโมงสำหรับคนโสดอย่างลลิษา เสียงครวญครางเริ่มเร่งเร้าและดังขึ้นเรื่อยๆ จนถึงขีดสุด มันโหยหวนเสียจนลลิษาที่พยายามข่มใจมานานเริ่มตบะแตก!
ลลิษาลุกพรวดขึ้นก่อนจะก้าวยาวๆ ไปที่หน้าประตูห้องนอนแล้ววาดเท้าถีบประตูไม้ราคาแพงอย่างแรงจนเกิดเสียงดังสนั่นไปทั่วทั้งห้อง
ปัง!!
“หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะ!..พวกแกหยุด!!”
ลลิษาตะโกนดังสุดเสียง!
“...???”
เสียงทุกเหตุการณ์ในห้องนั้นเงียบลงทันที ราวกับถูกปิดสวิตช์ ลลิษายืนหอบหายใจอยู่ที่หน้าประตูด้วยความโมโหผสมความหงุดหงิดที่อัดอั้นมานาน
และ...
3 นาทีต่อมา...
ประตูห้องนอนค่อยๆ แง้มเปิดออก ยี่หวาและณฐนนท์เดินก้มหน้าออกมาด้วยสภาพเหมือนผ่านมรสุมรบมา เสื้อผ้าที่สวมใส่อย่างลนลานดูยับย่น ใบหน้าของทั้งสองแดงก่ำไปถึงใบหู ทั้งจากแรงอารมณ์ที่ค้างคา และความเขินอายที่ถูกขัดจังหวะกลางคัน -..-
“...”
ลลิษากอดอก จ้องมองเพื่อนเลิฟทั้งสองด้วยสายตาคาดโทษก่อนจะโพล่งออกมา
“แกสองคนจะร้องโหยหวนให้เสียงดังไปถึงดาวอังคารเลยหรือไง!”
^<>^' ณฐนนท์เกาท้ายทอยตัวเองแก้เขิน พยายามปรับเสียงให้ปกติ
“แกเป็นอะไรมายู ฉันสองคนก็ทำแบบนี้กันเป็นประจำอยู่แล้วป่ะ?”
“นั่นสิ มายู...”
ยี่หวาเสริมพลางจัดระเบียบเส้นผมที่ยุ่งเหยิง
“นี่แกเป็นบ้าอะไรของแก อยู่ดีๆ มาถีบประตูห้องฉันทำไม ตกใจหมดเลยนะเนี่ย”
“ฉันหนวกหูเสียงแกไงยี่หวา! แกจะร้องครางอะไรนักหนา เสียวมากเลยหรือไงฮะ! ถึงได้ลืมไปว่านี่ยังมีคนนั่งอยู่อีกคนนึงน่ะ!”
ลลิษาตวาดกลับอย่างเหลืออด
ยี่หวาชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ ยกยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ แล้วมองเพื่อนสาวตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาหยอกล้อ
“นี่แกอิจฉาฉันสองคนใช่ป่ะมายู...แกถึงได้วีนแตกขนาดนี้”
“อิจฉา? ฉันจะไปอิจฉาพวกแกทำซากอะไรวะ”
ลลิษาตอบโต้ทันควัน พลางสะบัดหน้าหนีด้วยความอารมณ์ขุ่นมัว
“...?”
ณฐนนท์เลิกคิ้ว ขยับยิ้มกวนประสาท
“ถ้าแกไม่อิจฉา แกจะทำแบบนี้ทำไมมายู...หรือว่า...ฉันสองคนทำให้แกมีอารมณ์วะ? อืม...คราวหน้าแกจะเข้ามานั่งดูพวกฉันสองคนเอากันในห้องนี้เลยก็ได้นะ จะได้หายค้าง”
“ไอ้บ้า! แกมันหน้าไม่อายไอ่ปอนด์”
ลลิษาด่ากลับเสียงเขียว
“ฉันไม่ต้องไปนั่งดูให้เสียสายตาหรอก แค่ฉันนั่งตรงนี้ก็ได้ยินแกสองคนโหยหวนเหมือน*หมาติดเป้งกันอยู่แล้ว หัดปิดประตูหรือเกรงใจเจ้าของที่ซะมั่ง!”
“เอ๊า ก็ปกติฉันก็...” ยี่หวาพยายามจะแย้ง
“แกหยุดพูดไปเลยยี่หวา”
ลลิษาหันไปเอ็ดเพื่อนสาว
“ฉันแบ่งห้องให้แกเช่าร่วมกับฉัน ไม่ได้หมายความว่าแกจะเอาไอ้ปอนด์มา*ตำกันได้ตลอดเวลาแบบนี้ทุกวี่ทุกวันนะ!”
-..- ณฐนนท์ถอนหายใจยาว
“ฉันก็ไม่ได้มาทุกวันป่ะมายู นานๆ ครั้งเอง ฉันว่าแกเริ่มมีปัญหากับอารมณ์ตัวเองแล้วว่ะ แกเป็นวัยทองหรือเปล่าวะเนี่ย หรือจริงๆ แล้ว...แกต้องหาแฟนสักคนนะ?”
“นั่นสิมายู แกอายุ 27 แล้วนะ...”
ยี่หวาเปลี่ยนสีหน้าเป็นเห็นใจแบบทีเล่นทีจริง
“เอ่อ...ฉันไม่ได้จะ*ขยี้แกนะ แต่ว่าแกเป็นแบบนี้มันทำให้พวกฉัน...ลำบากนะ”
“แฟน? พวกแกจะให้ฉันหาแฟน แล้วมันหาได้ง่ายๆ เหมือนหาซื้อของเซเว่นมั้ยล่ะ!” ลลิษา*ว๊ากใส่
“ก็แกเสือกเรื่องมากเองไงมายู”
ณฐนนท์สวนกลับทันควันพลางมองรูปร่างของเพื่อนสาวอย่างพิจารณา ‘ความสวยระดับมิสแกรนด์ขนาดนี้’
“หน้าตาแกก็สวย หุ่นก็เอ็กซ์จัดขนาดนี้ แกเลือกเกินไปจนไม่มีใครเขาอยากจะมาเอาแกแล้วมั้ง”
“หนุ่มๆ ในบริษัทแกก็ไม่เอา นักธุรกิจต่างชาติที่เข้ามาจีบ แกก็ไม่เอา แกมันเรื่องมากอย่างที่ไอ้ปอนด์พูดจริงๆ นะมายู”
ยี่หวาส่ายหัวอย่างระอาใจ
“ก็มีแต่พวกสายหื่น จ้องจะ*งาบฉันตลอดนั่นแหละ ไม่เห็นมีใครจะเข้าตาหรือทำให้ฉันรู้สึกถูกใจได้สักคน”
“เอ๊า! ผู้ชายมันก็ต้องมีอารมณ์แบบนี้กันทุกคนเปล่าวะมายู”
ณฐนนท์ยักไหล่
“หรือแกจะให้ผู้ชายแค่มาจับมือแกแล้วสำเร็จความใคร่ด้วยตัวเองต่อหน้าแกงั้นเหรอ?”
“ฉันว่าแกลดสเปกลงหน่อยก็ได้มั้งมายู ดูอย่างฉันดิ ไม่ต้องเลือกอะไรมากชีวิตก็มีความสุขแล้ว”
ยี่หวาเสนอแนะด้วยรอยยิ้ม
“แกไม่ได้เลือก มาตั้งแต่มัธยมแล้วมั้ยยี่หวา!” ลลิษาโต้กลับ
“พอแกแตกเนื้อสาว แกกับไอ้ปอนด์ก็จับคู่กันแล้ว เพื่อนเอาเพื่อน...แกสองคนไม่กระดากใจกันบ้างหรือไงวะ?”
“กระดากอะไรวะมายู ฉันสองคนรักกันนะเว้ย!”
ณฐนนท์เถียงกลับทันที
“ฉันกับไอ้ยี่หวาคบเป็นแฟนกันมา 10 ปีแล้วเนี่ย อีกสักสองปีถ้าฉันเก็บเงินครบตามเป้า ฉันก็จะไปขอยี่หวาแต่งงานแล้ว มีแต่แกนี่แหละที่น่าเป็นห่วงที่สุด”
“นั่นดิ...อายุ 27 แล้วนะ อีกแค่สามปี แกก็จะสามสิบแล้วนะมายู ยิ่งนานไปฮอร์โมนทางเพศของแกจะเสื่อมลงเรื่อยๆ นะเว้ย เดี๋ยวก็แห้งเหี่ยวตายคาคอนโดหรอก”
ลลิษาชะงักไปครู่หนึ่ง ความเงียบเข้าปกคลุมเมื่อเธอเริ่มคิดตามคำพูดของเพื่อนรักทั้งสองที่พากันกรอกหูซ้ำๆ
หากมองจากภายนอก ชีวิตของลลิษาคือคำนิยามของ ‘ความสำเร็จ’ เธอและยี่หวาทำงานในตำแหน่งระดับสูงของบริษัทพัฒนาซอฟต์แวร์ข้ามชาติที่ทรงอิทธิพล ลลิษาดำรงตำแหน่งหัวหน้าทีมวิศวกรซอฟต์แวร์ที่ดูแลระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านความปลอดภัยให้กับธนาคารระดับโลก ส่วนยี่หวาคือผู้อำนวยการฝ่ายศิลป์ที่เนรมิตหน้าตาของแอปพลิเคชันให้ล้ำสมัย
รายได้ต่อปีของพวกเธอทะลุ 8 หลักไปไกล ลลิษาไม่มีหนี้สิน ไม่มีภาระครอบครัวที่ต้องดูแล (เพราะเธอเป็นลูกสาวคนสุดท้องที่น่าเป็นห่วงที่สุด...และกำลังเป็นภาระของครอบครัวเพราะความโสดของเธออีก) คอนโดเพนท์เฮ้าส์ที่เธอนั่งอยู่นี้คือหลักฐานของความพยายามตลอดหลายปีที่ผ่านมา
แต่นั่นแหละ...ทำไมคนที่มีครบทุกอย่างแบบเธอ ถึงยังไม่มีใครเดินเข้ามาในชีวิตอย่างจริงๆ จังๆ เสียทีนะ
..........................
บรรยากาศภายในออฟฟิศช่วงบ่ายเต็มไปด้วยความเร่งรีบ เสียงรัวคีย์บอร์ดและเสียงปรึกษางานดังก้องไปทั่วบริเวณ ลลิษาในชุดสูททำงานดูสง่างามและจริงจัง เธอเดินตรงไปที่โต๊ะของ กอล์ฟ ลูกน้องฝ่ายกราฟิกเพื่อเร่งแก้ไขงานด่วนที่กำลังมีปัญหา“กอล์ฟ ตรงจุดนี้ทำไมสีมันถึงเพี้ยนจากบรีฟล่ะ”ลลิษาเอ่ยถามพลางโน้มตัวลงไปชิดหน้าจอคอมพิวเตอร์เพื่อเพ่งมองรายละเอียดงานที่ติดปัญหา ระยะห่างระหว่างเธอกับลูกน้องลดน้อยลงจนแทบจะไหล่ชนกัน กอล์ฟรีบขยับเมาส์อธิบายด้วยท่าทางกระตือรือร้น“คือตรงเลเยอร์นี้มันซ้อนกันครับพี่มายู ถ้าผมแก้ตรงนี้...”กอล์ฟอธิบายพลางเงยหน้าขึ้นมาสบตากับหัวหน้าสาวในระยะประชิด ลลิษาพยักหน้าเข้าใจ เธอโน้มตัวลงไปต่ำกว่าเดิมเพื่อชี้จุดที่ต้องการให้ปรับปรุง โดยไม่รู้ตัวเลยว่าท่าทางที่ดูสนิทสนมนั้นกำลังทำให้ ‘ใครบางคน’ แทบคลั่งแดเนียล ที่นั่งอยู่ในฐานะเด็กฝึกงานที่โต๊ะถัดไปเพียงไม่กี่เมตร จ้องมองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่วาวโรจน์ด้วยความหึงหวงอย่างปิดไม่มิด มือหนากำปากกาแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน นัยน์ตาคมกริบจ้องเขม็งไปที่เจ้าหนุ่มตี๋นั่นราวกับจะกินเลือดกินเนื้อ หากสายตาเป็นใบมีด ป่านนี้ร่างของลูกน้องหนุ่มคนนั้น
“แดเนียล...เรื่องนี้พี่ว่ามัน...”ลลิษาพึมพำเสียงแผ่ว ความรู้สึกผิดชอบชั่วดีตีกันวุ่นอยู่ในอก“ผมรู้ว่าผมทำตัวไม่ดี ผมทำให้พี่เจ็บ ผมบีบบังคับพี่...”แดเนียลเอ่ยขัดขึ้นมาพลางกระชับมือเธอแน่นขึ้น“แต่ที่ผมทำไปทั้งหมด เพราะผมกลัว...กลัวว่าถ้าผมไม่รั้งพี่ไว้ พี่จะหนีไปจากชีวิตผมอีก ผมอยู่ไม่ได้จริงๆ ถ้าไม่มีพี่ พี่อย่าหนีผมไปไหนอีกเลยนะครับ ให้ผมได้ดูแลพี่ในฐานะสามี...ไม่ใช่แค่เด็กที่พี่มาเล่นๆ ด้วย”ลลิษามองดูใบหน้าอันหล่อเหลาที่อยู่ห่างไปเพียงไม่กี่คืบ ความโกรธเคืองที่เคยมีจากการกระทำของเขาในห้องเก็บเอกสารเริ่มถูกละลายด้วยคำบอกรักที่แสนจะหนักแน่นนี้ เธอเพิ่งเข้าใจเดี๋ยวนี้เองว่า พายุที่รุนแรงของแดเนียลเกิดจากความรักที่ล้นจนท่วมท้น และการขาดวุฒิภาวะในการจัดการความกลัวของตัวเอง“แล้วถ้าพี่ปฏิเสธล่ะ...” ลลิษาลองถามเพื่อดูปฏิกิริยาแดเนียลขยับยิ้มบางๆ ที่ดูเศร้าสร้อยแต่แฝงไปด้วยความดื้อรั้น“ถ้าพี่ไม่ตกลง ผมก็จะคุกเข่าอยู่ตรงนี้ไปเรื่อยๆ จนกว่าพี่จะใจอ่อน หรือไม่ผมก็จะ ‘มัดมือชก’ พี่ด้วยวิธีเดิมๆ จนกว่าพี่จะยอมสวมแหวนวงนี้ให้ได้”ลลิษาถอนหายใจยาว เธอรู้ดีว่าคำขอแต่งงานครั้งนี้ไม่ใช่แค่คำถาม
“ฉันควรทำยังไงดียี่หวา...”ลลิษาเอ่ยเสียงพร่า ดวงตาบวมช้ำจากการผ่านมรสุมมาทั้งวัน“จากที่แกเจอวันนี้ ฉันคิดว่าถ้าแกหนี แกก็คงหนีไม่พ้นหรอกว่ะมายู”ยี่หวาถอนหายใจยาวพลางมองไปทางประตู“ส่วนเรื่องที่คุณติรยาขอร้องแกแบบนี้ ฉันก็พอจะเข้าใจได้นะ แดเนียลเป็นลูกชายคนเดียว เป็นหัวใจของเขา ในเมื่อเขาขอร้องแกขนาดนี้ ฉันว่าเขาคงคิดทบทวนทุกอย่างมาดีแล้วแหละ”“แล้วแกคิดว่าฉันควรตัดสินใจยังไงดี...”ลลิษาถามย้ำ แววตาเต็มไปด้วยความสับสน“ถ้าฉันเป็นแก...ฉันก็คงไม่คิดหนีไปไหนแล้วว่ะ”ยี่หวาตอบตามตรง“ฉันเหนื่อยแทนแกจริงๆ อีกอย่างตอนนี้ปัญหาใหญ่ที่สุดอย่างคุณติรยาก็คลี่คลายแล้ว เขาเปิดทางให้แกขนาดนี้ ความจริงเขาไม่ได้เกลียดแกนะมายู ออกจะเอ็นดูแกด้วยซ้ำ แค่นางไม่ค่อยแสดงออกตามสไตล์เจ้านายแค่นั้นเอง”ลลิษานิ่งเงียบไป ลางสังหรณ์ร้ายจากคำขู่ของแดเนียลที่ออฟฟิศยังดังก้องอยู่ในหัว ‘ถ้าผมไปถึงแล้วไม่เจอพี่ เตรียมตัวเจอรับแรงปะทะได้เลย’ มือบางกำกระเป๋าที่มีซองยาคุมฉุกเฉินไว้แน่น“และ...ฉันควรจะไปหาแดเนียลไหมยี่หวา”“ไปสิ! ไปเถอะมายู”ยี่หวาคะยั้นคะยอพลางจับมือเพื่อน“แกหนีแดเนียลไม่พ้นแล้วแหละ ยิ่งหนีเขายิ่งคลั่ง
ลลิษาเดินตรงไปยังหน้าห้องทำงานสุดหรูด้วยฝีเท้าที่หนักอึ้ง เธอพยายามดึงสูทให้เข้าที่เพื่อปกปิดความบอบช้ำจากพายุสวาทที่เพิ่งพัดผ่านไป เมื่อไปถึงหน้าประตู เธอเหลือบไปเห็นเลขาสาวหน้าห้องที่เงยหน้าขึ้นมอง รอยยิ้มที่เลขาคนนั้นส่งมาให้ดูแปลกไปกว่าทุกครั้ง มันแฝงไปด้วยยินดีที่แสดงออกจากสีหน้าอย่างชัดเจนเธอหยุดยืนนิ่งอยู่หน้าบานประตูไม้บานใหญ่ สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อเรียกความกล้าและถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่เพื่อทิ้งความกังวล แต่ยังไม่ทันที่มือบางจะยกขึ้นเคาะ เสียงทรงอำนาจจากด้านในก็ดังลอดออกมาเสียก่อน“เข้ามา”ลลิษาค่อยๆ เปิดประตูเข้าไป พบคุณติรยานั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานท่าทางเคร่งขรึม เธอรีบก้มศีรษะทำความเคารพเจ้านายด้วยความเคยชิน“สวัสดีค่ะคุณติรยา”“อืม...” ติรยาตอบสั้นๆ ทว่าสายตากลับจดจ้องมองลลิษาด้วยความนัยที่เปลี่ยนไป“คุณติรยาเรียกดิฉันมา มีอะไรหรือเปล่าคะ?”ลลิษาถามเสียงแผ่ว พยายามรักษาระยะห่างในฐานะลูกน้องแต่ทว่าสิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เมื่อคุณติรยาไม่พูดตอบกลับด้วยคำสั่งงานเหมือนทุกครั้ง ท่านประธานลุกขึ้นเดินตรงมาหาเธอแล้วเอื้อมมือมากุมมือของลลิษาไว้แน่น สัมผัสนั้นอบอุ่นและสั่นเทาจนลลิษา