Masuk“นอนกับฉันแค่คืนเดียว เธอคิดว่ามันคุ้มกับเงินที่ฉันจ่ายไปเหรอ...รมินดา?”
Lihat lebih banyak“เกิดอะไรขึ้นคะแม่ ทำไมบ้านเป็นแบบนี้” ทันทีที่เปิดประตูบ้านเข้ามาซินนีย์ก็ต้องตกใจเพราะข้าวของที่หล่นระเนระนาดอยู่บนพื้น บางอย่างแตกเสียหาย
และซินนีย์ยิ่งตกใจมากยิ่งขึ้นเมื่อใบหน้าของลลิตาผู้ที่เป็นแม่เลี้ยงของเธอมีรอยฟกช้ำ “แม่คะ!”
อึก~
“ซินนีย์...”
“ใครทำแม่คะ” หญิงสาวที่รักแม่เลี้ยงตัวเองดั่งแม่แท้ๆ เอ่ยถามอย่างห่วงใย มือเล็กสั่นเทายามที่สัมผัสรอยช้ำพวกนั้น
“คุณพิชิตเค้ามาทวงเงิน...”
“แล้วทำไมต้องทำขนาดนี้คะ”
“แม่...” ลลิตากุมมือของลูกเลี้ยงแน่น ก่อนจะปล่อยน้ำตาไหลออกมาอย่างไม่อาจกลั้นไว้ได้
“แม่ขา...” ซินนีย์เรียกเสียงแผ่ว ใจเต็มไปด้วยความกังวล
“พวกมันให้เวลาเราอีกแค่อาทิตย์เดียว ไม่อย่างนั้นจะยึดบ้านเรา”
“อะไรนะคะ! ทำไมถึงเป็นแบบนั้น” ซินนีย์เบิกตากว้าง หัวใจเต้นแรงด้วยความตกใจ
เธอรู้ดีว่าแม่เลี้ยงได้นำบ้านหลังนี้ สมบัติชิ้นสุดท้ายที่พ่อของเธอทิ้งไว้ ไปจำนองกับนายทุน เพื่อหาเงินก้อนโตมาใช้จ่าย โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อปีก่อน คุณานนท์ พี่ชายต่างสายเลือดของเธอ ประสบอุบัติเหตุและต้องใช้เงินจำนวนมากในการรักษาตัว รวมถึงเยียวยาคู่กรณี
“ทำไมล่ะคะแม่...”
“พวกมันบอกว่าเพราะเราจ่ายมันช้า” ลลิตาสะอื้น
ซินนีย์ขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจกับสิ่งที่ได้ยิน ในเมื่อก่อนหน้านี้ก็ตกลงและสัญญากันอย่างดิบดีแล้วว่าจะช่วยกัน เธอและคุณานนท์ ในส่วนของเธอ เธอก็พยายามหามาให้ครบทุกเดือนแม้จะเหน็ดเหนื่อยจนแทบจะไม่มีแรงหายใจแต่เธอก็อดทน
แต่ทำไมถึง...
“ตานนท์ไม่ได้ให้เงินแม่มาสามเดือนแล้ว เงินที่แม่เก็บไว้ก็ควักมาจ่ายแทนจนหมดแล้วลูก” แม่เลี้ยงบอกเสียงเบามีความรู้สึกผิดที่ซินนีย์สัมผัสได้
“แล้วแม่บอกพี่นนท์หรือยังคะ”
“โทรหาแล้วก็ไม่รับสาย”
“แล้วเราจะเอายังไงกันดีคะ”
“ซินนีย์...”
“...คะ” แววตาที่ซินนีย์จ้องมองอยู่มันเหมือนจะมีทางออก แต่ซินนีย์ก็รู้สึกว่ามันมีบางอย่างแอบซ่อนอยู่เช่นเดียวกัน
ความรู้สึกที่ทำให้เธอรู้สึกหวาดกลัวและหวั่นใจ
“คุณพิชิตเค้าบอกว่าเค้าอยากคุยกับลูก ยังไงก็ลองไปคุยกับเค้าหน่อยนะซิน บางทีอาจจะมีทางออกที่ดีให้เรา” ลลิตาจับมือของลูกเลี้ยงมากุมไว้ ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง
“แม่หมายความว่ายังไงคะ...”
“ซินรู้ใช่มั้ยลูกว่าคุณพิชิตเค้าเอ็นดูซินแค่ไหน”
คำว่า “เอ็นดู” ที่ออกจากปากแม่เลี้ยงทำให้ซินนีย์รู้สึกแปลก ๆ อย่างบอกไม่ถูก หัวใจเธอเริ่มเต้นแรงขึ้น ราวกับมีลางสังหรณ์บางอย่างไม่ดี สายตาหวานเงยมองหญิงตรงหน้าอย่างไม่เข้าใจ
เช้าวันรุ่งขึ้น
ในห้องรับรองหรูหราที่มีกลิ่นบุหรี่เจือจาง ผสมกับกลิ่นเครื่องดื่มราคาแพง ซินนีย์ นั่งนิ่งอยู่บนโซฟาหนังสีดำ ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความกังวล เธอรู้สึกได้ถึงแรงกดดันจากชายวัยสี่สิบปลาย ๆ ตรงหน้า
พิชิต นายทุนเงินกู้และเจ้าของธุรกิจสีเทาวัยสี่สิบปลาย ๆ ด้วยอิทธิพลและเครือข่ายที่กว้างขวาง ทำให้เขาเป็นที่รู้จักและทรงอำนาจในย่านนี้ แน่นอนว่ามีน้อยคนนักที่กล้าต่อรองหรือขัดคำสั่งของเขา
และเช่นเดียวกัน... หากเขาต้องการอะไร ก็แทบไม่มีใครกล้าปฏิเสธได้
“ฉันมีข้อเสนอให้เธอซินนีย์”
“ข้อเสนออะไรคะ” ซินนีย์ถามแล้วเม้มริมฝีปากแน่น หัวใจเต้นแรงอย่างไม่เป็นจังหวะ
พิชิตยกยิ้มมุมปากก่อนจะโน้มตัวมาข้างหน้าเล็กน้อย เสียงของเขาทุ้มต่ำแต่หนักแน่น
“มาเป็นเมียฉัน แล้วหนี้ทั้งหมดจะหายไป”
“คุณพูดเรื่องอะไรคะ!” หัวใจของซินนีย์หล่นวูบราวกับถูกเหวี่ยงตกจากที่สูง เธอเบิกตากว้าง มองชายตรงหน้าด้วยความตกใจ
“หนี้ของแม่เลี้ยงมันเยอะเกินกว่าที่เธอจะหาใช้คืนได้ง่าย ๆ แต่ถ้าเธอตกลงทุกอย่างจะจบลงทันที บ้านก็จะยังเป็นของเธอ แม่เธอก็จะไม่ต้องเดือดร้อน”
ซินนีย์กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าฝ่ามือ เธอรู้ว่าหนี้ก้อนนี้มากมายเกินกว่าที่เธอจะหาใช้คืนได้ในเวลาอันสั้น แต่การต้องแลกกับตัวเองเธอไม่อาจยอมรับได้เช่นกัน
“ไม่ค่ะ! ซินไม่มีวันตกลงกับข้อเสนอแบบนี้เด็ดขาด ซินจะหาเงินมาคืนคุณ” หญิงสาวเอ่ยขึ้นอย่างเด็ดเดี่ยว
แม้ลึกๆ จะรู้อยู่แล้วว่ามันไม่มีทางเป็นไปได้ แต่เธอก็อยากลองดู
“ฉันจะรอดูซินนีย์ ฉันจะรอ แต่ฉันบอกเธอไว้ก่อนเลยนะ ความใจดีของฉันมันมีขีดจำกัด ถ้าเธอช้าสิ่งที่เธอจะได้รับมันอาจจะไม่ใช่สิ่งที่ฉันจะให้เธอในวันนี้”
ประโยคนั้นซินนีย์รู้ดีว่ามันคืออะไร นอกจากเงินกู้ บ่อน พิชิตยังมีเลาจ์อีกหลายแห่ง และนั่นมันทำให้เธอเริ่มหวาดกลัวมากขึ้น
°•○ 🌸 ○•°
ซินนีย์ยืนมองกรอบรูปใหญ่ที่ติดอยู่บนผนังบ้านไม้หลังเก่าของเธอรูปงานแต่งงานของเธอกับสามีงานแต่งที่เขาเคยบอกว่ามันจะใหญ่ที่สุด แล้วมันก็ยิ่งใหญ่สมกับเป็นเดย์ตันจริงๆแม้จะผ่านไปหลายปีแล้วแต่ซินนีย์ก็ยังรู้สึกเหมือนมันเพิ่งผ่านไปไม่นาน“ไปกันครับ เดี๋ยวลูกจะรอ” เดย์ตันเดินเข้ามาพร้อมกับวาดแขนไปที่เอวบางของเมียรักเมื่อเช้าส่งลูกสาวคนสวยเสร็จก็แวะเข้ามาที่บ้าน เพราะป้ากนกโทรบอกว่ากุหลาบที่ปลูกไว้ออกดอกมากมาย ซินนีย์เลยแวะเข้ามาดู สุดท้ายก็เพลิดเพลินจนถึงเวลารับลูกสาวคนสวย“ไปค่ะ” ซินนีย์หันไปยิ้มหวานให้กับสามีก่อนจะพากันเดินออกจากบ้านที่แม้จะไม่ค่อยได้มาแต่ก็ยังอบอวลไปด้วยความสุขและความอบอุ่นเช่นกัน“กลับก่อนนะคะป้า ได้เวลารับเดมี่แล้ว”“จ้าลูก รีบไปๆ เดี๋ยวลูกจะรอ”“ไปนะครับคุณป้า เดี๋ยวผมพาซินมาหาใหม่” เดย์ตันไม่เคยถือตัว ยกมือไหว้ป้ากนกแม้จะเป็นเพียงผู้ใหญ่ที่ซินนีย์นับถือก็ตามมากกว่านั้นเดย์ตันยังให้ลูกน้องของตัวเองที่ส่งมาดูแลบ้านของซินนีย์คอยดูแลป้ากนกเป็นอย่างดีด้วยรถของเดย์ตันเคลื่อนมาจอดที่หน้าโรงเรียนก่อนเวลาอย่างเช่นทุกวัน เขาไม่ต้องการให้ลูกต้องเป็นฝ่ายรอ ผ่านไปเกือบสิบนาท
สายลมยามเย็นพัดผ่านเข้ามา ฟองอากาศที่ถูกเป่าลอยล่องอยู่ตรงหน้าเด็กสาวแก้มยุ้ย มือเล็กๆ ตบใส่กันด้วยความชื่นชอบก่อนจะหันมายิ้มหวานให้แด๊ดดี้สุดหล่อที่กำลังเป่าฟองอากาศนั่นอยู่“ชอบมั้ยคะ” ซินนีย์ถามลูกสาวที่นั่งอยู่บนตักของตัวเองเดมิร่า เทมฟอร์ด หรือน้องเดมี่ ลูกสาวคนสวยของแด๊ดดี้เดย์ตันกับคุณแม่ซินนีย์“ชอบค่า!” เดมี่ตัวอ้วนบอกเสียงสดใสพลางยื่นมือไปจับฟองอากาศกลมสีใสที่กำลังลอยอยู่ตรงหน้าเดย์ตันยิ้มกว้างเมื่อได้ยินเสียงลูกสาวตอบอย่างร่าเริง เขาเป่าฟองอีกชุดให้ลอยฟุ้งออกไปกลางลานสนามหญ้า พลางใช้มืออีกข้างลูบหัวลูกสาวเบาๆ“งั้นแด๊ดดี้จะเป่าให้เยอะกว่านี้เลย ดีมั้ยครับ”“เยอะๆ” คำพูดสั้นๆ ที่เดมี่พยายามพูดสร้างรอยยิ้มให้กับคนฟังได้เป็นอย่างดี แต่สิ่งที่สร้างรอยยิ้มได้มากกว่าคำพูดที่เด็กน้อยกำลังพยายามคือเสียงหัวเราะและรอยยิ้มเสียงหัวเราะของเด็กหญิงดังก้องไปทั่วบริเวณพร้อมกับฟองอากาศที่ลอยสะท้อนแสงแดดยามเย็นเป็นประกายระยิบระยับ ซินนีย์ก้มลงจูบแก้มนุ่มของลูกสาวเบาๆ ก่อนจะจับมือนุ่มๆ ของลูกสาวไล่จับฟองอากาศตรงหน้าอย่างสนุกสนานคิกๆ“แดะดี้ อุ้มๆ” เสียงใสแผ่วเบาแต่ชัดเจนเอ่ยออกมา มือป้อมๆ
บางคู่แต่งงานเสร็จก็ต่อด้วยฮันนีมูน แต่ไม่ใช่สำหรับคู่ของเดย์ตันและซินนีย์ เพราะทั้งสองตกลงกันว่าจะมาฮันนีมูนหลังจากที่คลอดลูกแล้ว และตอนนี้ซินนีย์ก็คลอดลูกได้หนึ่งปีแล้วเดย์ตันอยากใช้เวลากับคำว่า “ฮันนีมูน” อย่างเต็มที่“มองอะไรขนาดนั้นคะ” ซินนีย์ขมวดคิ้วเล็กน้อย เดินไปมุมไหนก็มีสายตาแพราวพราวของสามีมองตามตลอด“มองคนสวยครับ”“ปากหวาน...”“เรื่องจริงครับ ทำไมเมียพี่สวยขนาดนี้” ร่างบางถูกสวมกอดไว้หลวมๆ มือหนาจับปลายคางสวยขึ้นมาชมความงามให้ถนัดตา ไม่ว่าจะมองมุมไหนเมียเขาก็สวย ยิ่งมองก็ยิ่งสวย ยิ่งมองก็ยิ่งหลงใหล ยิ่งมองก็ยิ่งหวง“ก็ต้องสวยให้สมกับเป็นภรรยาแด๊ดดี้ไงคะ”“แล้วแบบนี้พี่จะปล่อยให้หนูไปทำงานได้ยังไงกัน...” เดย์ตันปัดป่ายปลายจมูกลงที่แก้มนุ่มอย่างหลงใหล มือหนาเริ่มลูบไล้ร่างกายที่เขาเป็นเจ้าของที่ถูกต้องและสมบูรณ์“แต่พี่รับปากซินแล้ว”“เปลี่ยนใจได้มั้ยครับ” เสียงแหบพร่าบอกในขณะที่สูดดมกลิ่นหอมจากร่างกายเมียรัก“อื้อ พะ พี่เดย์...”ความซุกซนของคนเชี่ยวชาญเพียงแค่ซินนีย์เผอเรอซิปที่อยู่ด้านหลังชุดสวยก็ถูกเลื่อนลงจนสุดและเสี้ยววินาทีชุดราคาแพงที่เธอสวมใส่อยู่ก็ร่วงหล่นลงพื้นไปแล
หน้าท้องที่นูนขึ้นเล็กน้อยถูกจูบย้ำๆ อยู่หลายครั้งจนว่าที่คุณแม่อดหัวเราะคิกคักไม่ได้ นิ้วเล็กสอดเข้ากลุ่มผมสีเข้มของคนรักแล้วสางเบาๆ อย่างอ่อนโยน“พี่อยากผู้หญิงหรือผู้ชายคะ” ซินนีย์ถามว่าที่คุณพ่อที่กำลังลูบหน้าท้องของเธออยู่เดย์ตันจูบลงที่หน้าท้องอีกครั้งก่อนจะยันตัวมองหน้าเมียรักที่อยู่ในท่านั่งพิงหัวเตียงพร้อมกับดึงชายกระโปรงชุดสวยลงมาปกปิดร่างกายของน้องไว้“อยากได้ผู้ชายครับ”“ทำไมล่ะคะ” หญิงสาวเอียงหน้าถาม สำหรับเดย์ตันเธอรู้ว่าทุกอย่างต้องมีเหตุผล“โตขึ้นลูกจะได้คอยปกป้องหนูได้ ถ้ามีน้องพี่ชายก็จะได้ดูแลน้องได้”“ดีจังเลยนะคะ” คิดตามแล้วก็อดอมยิ้มออกมาไม่ได้คิดย้อนไปตอนที่เธอยังเด็ก ช่วงเวลาที่มีคุณานนท์เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งในครอบครัวมันก็ดีมากจริงๆ แม้จะคนละสายเลือดแต่คุณานนท์ก็คอยปกป้องดูแลเธออย่างดี“อยากได้พี่ชายที่คอยดูแลน้องสาวตัวเล็กๆ อยากมีเจ้าหญิงตัวน้อยๆ มาวิ่งเล่นในบ้าน” เดย์ตันพูดทุกอย่างออกมาด้วยรอยยิ้ม มือหนาวางลงที่หน้าท้องนูนของเมียรักแล้วลูบสัมผัสเบาๆ ก่อนจะโอบกอดมันไว้อย่างหวงแหนเขาเงยหน้ามองคนรักที่กำลังยิ้มให้เขาอย่างอ่อนโยน ก่อนจะเอ่ยต่อด้วยแววตามุ่งมั่น
“แล้วถ้ามีใครที่ทำให้พี่มีความสุขมากกว่าซินล่ะคะ...”“ไม่มี และไม่เคยมี”ในเมื่อเขาหนักแน่นแล้วทำไมเธอต้องหวั่นไหว ในเมื่อที่ผ่านมาเขาก็มีแค่เธอ แล้วทำไมเธอต้องกลัวในสิ่งที่มันยังไม่เกิดขึ้นและมันอาจจะไม่เกิดขึ้นก็ได้เธออยากมีความสุข เธอจึงเลือกที่จะรักษาความสุขเอาไว้ในนานที่สุด“คุณซินครับ คุณซิน
“พี่ผึ้งคะ...” เสียงเรียกดังขึ้นจากหน้าห้องครัว ซินนีย์โผล่หน้าเข้ามาพร้อมรอยยิ้มที่ใครเห็นก็อดที่จะยิ้มตามไม่ได้“คุณซิน เอาอะไรคะ” น้ำผึ้งเงยหน้าขึ้นจากถุงผักที่กำลังล้างอยู่“ที่บ้านมีลังกระดาษที่ไม่ใช่แล้วมั้ยคะ”“เอาไปทำอะไรคะ” น้ำผึ้งถามอย่างสงสัย ขณะยังไม่ละมือจากงานตรงหน้า“ซินจะเอาไปเก็บชี
ไนท์คลับชื่อดังคือสถานที่ที่ซินนีย์ยืนมองตาปริบๆ อยู่ในตอนนี้ ก่อนจะหันกลับมามองร่างหนาที่ยืนอยู่ข้างๆ“ที่นี่เหรอคะ...” เสียงหวานถามอย่างแปลกใจไม่คิดว่าเขาจะพาเธอเที่ยวที่แบบนี้“ร้านของเพื่อนพี่เอง”“อ่อ...” ซินนีย์ตอบรับก่อนจะถูกจับมือไว้แน่นแล้วพาเดินเข้ามาด้านในจากวันที่มีซินนีย์เข้ามาในชีวิต
“พี่เดย์ ช่วยซินด้วยค่ะ!” หญิงสาวตะโกนเสียงดังและเพียงเสี้ยววินาทีประตูไม้เก่าๆ ก็ถูกกระแทกเปิดออกอย่างแรงเป็นยูตะและการ์ดอีกสองคนที่ยืนอยู่หน้าประตู ก่อนที่จะปรากฎร่างหนาที่ลลิตาเคยพบมาก่อนแล้วในวันที่เกิดเรื่อง“นะ นี่มันอะไรกัน พวกแก!!” ลลิตามองหน้าคนมาใหม่สลับไปมาก่อนจะค่อยๆ ถอยหลังหาที่หลบเมื