LOGINหนึ่งเดือนผ่านไป
เวลาผ่านพ้นไปอย่างรวดเร็ว ชาลิสาตื่นมาในช่วงเช้ามืดของวันและเธอก็ตรงไปยังห้องน้ำ เพื่ออาบน้ำชำระร่างกายทันที
หลังจากที่ชาลิสาอาบน้ำแต่งตัวด้วยชุดนักศึกษาเสร็จสรรพ หญิงสาวก็คว้ากระเป๋าสะพายสีดำขึ้นมาสะพายบนไหล่แบบบางเอาไว้ ก่อนที่ร่างอรชรจะมองตัวเองในกระจกเล็กน้อย แล้วค่อยเดินด้วยความมาดมั่นออกมาจากห้องนอนของเธอ
ชาลิสาลงมาจากชั้นสองของบ้าน และเตรียมจะเดินไปยังห้องอาหารเพื่อทานอาหารเช้าก่อนออกไปมหาวิทยาลัย แต่ทว่าร่างอวบอิ่มก็ต้องชะงักฝีเท้าไปเล็กน้อย เมื่อหูของหญิงสาวดันไปได้ยินเสียงคนมาเอ๊ะอ๊ะโวยวายอยู่หน้าบ้านของเธอ หญิงสาวจึงรีบเร่งฝีเท้าเดินไปหน้าบ้านทันที
ดวงตากลมโตกวาดสายตามองไปหน้าประตูรั้ว เธอพบกับแม่เลี้ยง พี่ชาย คนใช้อีกสองคนที่ยืนอยู่ในรั้วประตูบ้าน อีกทั้งยังมีชายชุดดำสองคนที่ยืนเสียงดังโวยวายอยู่ด้านนอกของรั้วบ้านเธอ
“เกิดอะไรขึ้นคะ ทำไมถึงมาโวยวายหน้าบ้านของคนอื่นแบบนี้คะ” เสียงหวานเอ่ยออกมาดังเล็กน้อย ทำให้ทุกคนที่อยู่หน้าบ้านหันมามองเธอเป็นตาเดียวกัน
“เอ่ออ” แม่เลี้ยงกระอักกระอ่วนไม่กล้าตอบ ก่อนที่เสียงของชายชุดดำร่างใหญ่ด้านนอกประตูรั้วจะเอ่ยแทรกขึ้นมาก่อน
“ก็สองคนนี้มันติดหนี้พนันของกาสิโนเจ้านายของพวกฉันอยู่นะสิ”
“อะไรนะคะ!” สิ้นเสียงของชายชุดดำ ชาลิสาเบิกตากว้างขึ้นมาด้วยความตื่นตกใจ เธอไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่เธอเพิ่งได้ยินมา แต่หญิงสาวก็พยายามมองโลกในแง่ดีและปลอบใจตัวเองว่ามันอาจจะเป็นเงินจำนวนไม่มากสักเท่าไหร่ เพราะเธอก็ให้เงินแม่เลี้ยงกับพี่ชายไปเล่นตลอด
“เท่าไหร่คะ” ชาลิสาปรับโทนเสียงให้เป็นปกติและเอ่ยถามต่อ
“ยี่สิบล้าน” ชายชุดดำหน้าตาดุดันดูน่ากลัวตอบกลับมา
“อะไรนะคะ! ยี่สิบล้าน!” และก็เป็นอีกครั้งหนึ่งที่หญิงสาวแทบจะไม่เชื่อกับสิ่งที่ตัวเองเพิ่งได้ยินมาเมื่อสักครู่นี้
“ใช่ ยี่สิบล้านเงินต้น ยังไม่รวมดอก พวกแกจะเอายังไง”
“ใจเย็นๆ ก่อนนะคะ” ชาลิสาเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ เงินตั้งมากมายขนาดนั้นเธอจะไปหาจากไหนมาคืนให้พวกเขาได้ล่ะคราวนี้
“พวกแกกลับไปก่อนได้ไหม เดี๋ยวอีกสองวัน ฉันกับลูกจะเข้าไปหา” กนกนุชพูดขึ้นมา
“ถ้าอีกสองวัน พวกฉันไม่ได้เงิน พวกแกเดือดร้อนกันทั้งครอบครัวแน่” ชายชุดดำทิ้งท้ายประโยคไว้ด้วยน้ำเสียงข่มขู่ ก่อนที่เขาจะหันหน้ากลับไปพยักหน้าให้เพื่อนร่างใหญ่อีกคน จากนั้นพวกเขาก็เดินออกไปจากหน้าบ้านของชาลิสาทันที
“นี่มันอะไรกันคะ” หญิงสาวในชุดนักศึกษาหันมาเอ่ยถามแม่เลี้ยงทันที ซึ่งแน่นอนว่ากนกนุชกับฉัตรพลมีสีหน้าที่เลิ่กลั่กและไม่กล้าตอบคำถามของเธอ
“เงินตั้งยี่สิบล้าน” ชาลิสาพูดต่อ
“แทนที่จะมาซ้ำเติมกัน มาหาวิธีช่วยกันใช้หนี้ไม่ดีกว่าหรือไง” ฉัตรพลที่ยืนอยู่ข้างมารดาของตัวเองเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเย่อหยิ่ง
“เงินแกหมดแล้วหรือไง” กนกนุชเอ่ยถามต่อ
“คุณป้าคะ เงินตั้งยี่สิบล้าน สาจะมีถึงได้ยังไงคะ” ชาลิสาเว้นประโยคเล็กน้อย ก่อนที่เธอจะพูดต่อ
“อีกอย่าง..ช่วงสองเดือนที่ผ่านมาคุณป้ากับพี่ชายก็มาขอสาตลอด จนเงินมันลดลงไปทุกวัน”
ที่ผ่านมากนกนุชกับลูกชายของเธอก็มาตอดเล็กตอดน้อยจากเด็กสาวทุกวัน ต่อให้เธอจะมีเงินเป็นร้อยล้าน แต่ถ้าสองแม่ลูกถลุงกันขนาดนี้ ยังไงมันก็ต้องหมดอยู่วันยังค่ำ
“เอาไงดีแม่ พวกมันต้องมาตามเราอีกแน่เลย” ฉัตรพลเขย่าแขนมารดารัวๆ ด้วยใบหน้าที่ตื่นตระหนกและกังวล เขากลัวว่าพวกนั้นจะมาลอบทำร้ายหรือซ้อมเขากับแม่
“ไม่รู้! ขอฉันคิดก่อน!” กนกนุชสะบัดแขนตัวเองออกจากการเกาะกุมของลูกชาย จากนั้นหญิงแก่ก็เดินปึงปังด้วยท่าทางหงุดหงิดเข้าไปยังในบ้านทันที ส่วนฉัตรพลก็หันมามองหน้าเด็กสาวเล็กน้อย ก่อนที่เขาจะก้าวขาตามแม่ของเขาไปอย่างรวดเร็ว
ณัฐวดี สาวใช้ที่พ่วงตำแหน่งแม่นมข้างกายของชาลิสา หญิงแก่เดินปรี่เข้ามาจับเรียวแขนเล็กเอาไว้เพื่อเป็นการปลอบประโลม เด็กสาวจึงหันมาสบตากับหญิงแก่ด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความกังวล
“เอาไงดีคะคุณหนู” ณัฐวดีเอ่ยถามออกมาอย่างเป็นห่วงเด็กสาว
ชาลิสาหันไปมองตามหลังแม่เลี้ยงกับลูกติดของแม่เลี้ยงพลางถอนหายใจออกมาด้วยความเหนื่อยล้า เธออายุเพิ่ง 21 ปี แต่ทำไมเธอต้องมารับภาระที่หนักอึ้งเกินอายุขนาดนี้กันนะ
นั่นสิชาลิสา เธอควรที่จะเอายังไงกับปัญหาในตอนนี้ดีล่ะ
เด็กสาวไม่ได้ตอบกลับอะไรออกไป เธอยืนครุ่นคิดหาทางออกต่างๆ นานาในหัวของเธอ จนกระทั่งสาวใช้เอ่ยขึ้นมา
“เข้าบ้านกันก่อนเถอะคุณหนู”
“ค่ะ” สิ้นเสียงชาลิสา ณัฐวดีก็โอบประคองพาเด็กสาวเข้ามาในบ้านหลังใหญ่ในเวลาต่อมา
เด็กสาวเดินมาจนถึงห้องนั่งเล่นภายในบ้าน เธอทิ้งตัวนั่งลงบนโซฟาสีครีมด้วยใบหน้าที่เศร้าหมองและแววตาที่ดูสั่นไหวอยู่ตลอดเวลา
เวลาผ่านไปเกือบสองชั่วโมงที่ชาลิสานั่งครุ่นคิดเกี่ยวกับเรื่องหนี้สินที่แม่เลี้ยงของเธอเป็นคนก่อขึ้นมา หญิงสาวไม่รู้ว่าเวลาผ่านพ้นไปนานสักแค่ไหนแล้ว ส่วนคนใช้ที่เธอเคารพรักก็ได้แค่นั่งอยู่ข้างกายเธอเพื่อทำให้ชาลิสารับรู้ได้ว่าเด็กสาวยังมีหญิงแก่อยู่ข้างๆ
จนกระทั่งเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าสะพายของเด็กสาวดังขึ้นมา ชาลิสาสะดุ้งเล็กน้อยก่อนที่เธอจะได้สติและเคลื่อนมือเล็กไปล้วงหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูออกมาจากกระเป๋า และเมื่อพบว่าคนที่โทรมาคือเพื่อนของเธอ เธอจึงกดรับสายทันที
‘สา ทำไมวันนี้มาสายจัง’ ใบเฟิร์น เพื่อนสนิทของชาลิสาเอ่ยผ่านโทรศัพท์มา เนื่องจากปกติชาลิสาจะต้องไปมหาวิทยาลัยไวกว่าใบเฟิร์น เธอจึงเกิดความสงสัยขึ้นมา
“พอดีฉันมีปัญหาที่บ้านนิดหน่อย ฝากลาอาจารย์ให้ด้วยนะ” ชาลิสาตอบกลับไป ตอนนี้เธอไม่ได้มีกะจิตกะใจที่จะไปไหนทั้งนั้น
‘มีอะไรหรือเปล่า’
“นิดหน่อย เดี๋ยวฉันเล่าให้ฟังนะ”
‘โอเค มีอะไรให้ช่วยก็บอกนะ’
“ขอบใจนะ ไว้ฉันโทรไปหา”
‘จ้า’ สิ้นเสียงใบเฟิร์น ชาลิสากดวางสายไปอย่างรวดเร็ว
หญิงสาวกำโทรศัพท์เอาไว้แน่น ก่อนที่เธอจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้ หญิงสาวจึงลุกขึ้นจากโซฟาและเดินตรงไปหาแม่เลี้ยงบนห้องนอนทันที
ใช้เวลาไม่นาน ชาลิสาก็มาถึงชั้นสองและมาถึงห้องนอนของแม่เลี้ยงในเวลาต่อมา มือเล็กยกขึ้นมาเคาะประตูห้องของแม่เลี้ยงอย่างแผ่วเบา ซึ่งรอไม่นานสักเท่าไหร่ ประตูห้องก็ถูกเปิดแง้มออกอย่างช้าๆ พร้อมกับร่างของแม่เลี้ยงที่โผล่พ้นประตูออกมามองหน้าเด็กสาว
“คุณป้าคะ สาขอคุยด้วยหน่อยค่ะ” ชาลิสาเอ่ยอย่างนุ่มนวล
“อะไร” แม่เลี้ยงตอบกลับห้วนๆ
“มันคงมีทางเดียว คือเราต้องขายทรัพย์สมบัติในบ้านเพื่อใช้หนี้คนพวกนั้นไปก่อนนั่นแหละค่ะ” เด็กสาวเอ่ยต่อ
“ขายจนหมดบ้านก็ยังไม่พอเลยมั้ง” กนกนุชประชดประชันใส่หญิงสาว ก่อนที่เธอจะเอ่ยต่อ
“เอาแบบนี้ละกัน พรุ่งนี้แกไปกับฉัน ฉันจะไปคุยกับผู้ใหญ่ที่ฉันเคารพให้ช่วยเหลือพวกเราสักหน่อย”
“เขาจะยอมช่วยเหรอคะ” เด็กสาวเอ่ยถามด้วยความสงสัย
“ก็ต้องลองดูก่อนไหมล่ะ”
“คะ..ค่ะ” ชาลิสาไม่ได้คิดว่าผู้ใหญ่ที่กนกนุชพูดถึงจะสามารถช่วยพวกเธอได้ แต่ยังไงเธอก็ต้องลองดูกันก่อน
ย้อนไปก่อนหน้านี้ร่างกำยำของลูคัสสวมเสื้อเชิ้ตนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานภายในโรงพยาบาลของตัวเอง เขาใจจดใจจ่อกับเอกสารในแฟ้มตรงหน้าอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาพร้อมกับอีวานที่เปิดแง้มประตูห้องเข้ามา อีวานเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของลูคัส“นายครับ…ประวัติของผู้หญิงที่นายให้ผมไปสืบมาครับ” อีวานเอ่ยพลางยื่นแฟ้มเอกสารสีดำวางไว้บนโต๊ะให้เจ้านาย ลูคัสจึงเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มขึ้นมาและเปิดอ่านทันที “ชาลิสา” ลูคัสพึมพำชื่อของหญิงสาวออกมาเบาๆ ตั้งแต่วันนั้นที่เขาชนเข้ากับเธอ เขาก็รู้สึกถูกใจเธอมากๆ เขาไม่สามารถเอาผู้หญิงคนนั้นออกไปจากสมองของตัวเองได้ บางวันเขาก็ต้องมาสำเร็จความใคร่ด้วยมือของตัวเองเมื่อเขานึกถึงเธอ ลูคัสเพิ่งจะเข้าใจคำว่ารักแรกพบก็ตอนที่พบกับนักศึกษาคนนี้นี่แหละ“ครอบครัวเธอติดพนันเหรอ” ชายหนุ่มอ่านประวัติของเธอไปเรื่อยๆ พลางเอ่ยถามคนสนิทขึ้นมา “ไม่ใช่แม่แท้ๆ ครับ…เป็นแม่เลี้ยงกับลูกติดครับ” อีวานตอบกลับเจ้านาย ลูคัสครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขาไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆ ก็พบว่ากาสิโนที่พวกมันไปเล่น ก็คือกาสิโนของเขาเอง ดีเลย! แบบนี้เขาจะได้ทำอะไรง่ายยิ่งขึ้น“ทำให้พวกมันเป็นหนี้
หนึ่งปีต่อมา“พ่อกับแม่ถึงไหนแล้ว…เพิ่งลงเครื่องเหรอครับ…ครับ” เสียงทุ้มทรงพลังของลูคัสเอ่ยกับปลายสาย เขายืนอยู่ในห้องโถงของคฤหาสน์ที่ตอนนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเรียบร้อยแล้ว ลูคัสยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมือเดียวพลางแนบโทรศัพท์ตรงใบหูเพื่อคุยโทรศัพท์กับพ่อของตัวเอง เมื่อคุยเสร็จลูคัสก็กดวางสายไปทันที“พ่อแม่ลงเครื่องแล้ว…กำลังตรงมาที่คฤหาสน์” ลูคัสหันมาบอกกล่าวกับภรรยา ก่อนที่เขาจะเดินมาย่อตัวนั่งลงข้างๆ ชาลิสา“ค่ะ” เสียงหวานของชาลิสาตอบกลับสามีสั้นๆ เธอนั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง บนอ้อมแขนของชาลิสามีเด็กชายแก้มยุ่ยๆ นอนมองเธอตาแป๋ว “เซบาสเตียน…คุณปู่คุณย่ากำลังจะมาหาแล้วนะลูก” ชาลิสาก้มลงเอ่ยกับลูกชายวัยสี่เดือนนิดๆ ถึงแม้ว่าเขายังไม่รู้เรื่อง แต่เธอก็มักจะพูดคุยกับลูกชายตลอด มือบางยกขึ้นมาลูบไล้แก้มขาวอมชมพูของเด็กน้อย“คุณหนูคะ” เสียงของณัฐวดีเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับร่างหญิงสาวที่เดินตรงมาหยุดอยู่หน้าของเจ้านายทั้งสองคน“มีอะไรหรือเปล่าคะป้าณัฐ” ชาลิสาเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงแก่ ปกติณัฐวดีจะประจำอยู่ที่บ้านของชาลิสา แต่เมื่อชาลิสาคลอดลูกชายออกมาได้ หญิงแก่ก็ขอมาดูแลคุณชายที่คฤหาสน์ทันที“คุณใบเฟิร
“สวัสดีค่ะท่านลูคัส…ยินดีต้อนรับนะคะมาดาม” เสียงของแม่บ้านทักทายลูคัสกับชาลิสาที่กำลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลโลรองต์ ข้างหลังของคู่สามีภรรยาป้ายแดงมีเหล่าบอดี้การ์ดที่ถือกระเป๋ามาให้หญิงสาวสามสี่ใบ สาวใช้ยืนเรียงรายอยู่ตรงประตูทางเข้าเพื่อรอรับเจ้านายอย่างเป็นระเบียบผ่านมาสามวันหลังจากงานแต่งงานของพวกเขา ชาลิสาคุยกับณัฐวดีเมื่อวานนี้ เพื่อที่จะให้หญิงแก่มาอยู่ที่คฤหาสน์ด้วยกัน แต่ทว่าหญิงแก่ก็ไม่อยากมาเพราะการเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ชาลิสากับลูคัสจึงได้ข้อสรุปว่าควรพาณัฐวดีไปส่งที่บ้านของชาลิสา เพื่อให้สาวใช้คนสนิทของเธอเป็นหูเป็นตาและดูแลคนในบ้านของหญิงสาวด้วย พวกเขาจึงจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนที่จะย้ายเข้ามาที่คฤหาสน์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงข้างกันมาที่ห้องโถงใหญ่เพราะลูคัสคาดว่าพ่อแม่ต้องอยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอน“มากันแล้วเหรอ” เสียงชายแก่พูดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชาลิสากับลูคัสเดินเข้ามาในห้องโถง“นั่งลงก่อนๆ” ลูตินนั่งอยู่บนโซฟาข้างภรรยาเอ่ยต่อ ลูคัสจึงดันแผ่นหลังแบบบางของชาลิสาให้เดินไปทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามกับพ่อแม่“พ่อกับแม่คุยกันแล้วนะ…ในเมื่อพวกแกมาอยู่ที่คฤหาสน์แล้ว…พ
ชาลิสามองลูคัสที่คืบคลานมาหาเธอตาปริบๆ มารู้ตัวอีกที ชายหนุ่มก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอและเริ่มไต่มาคร่อมร่างเธอเอาไว้แล้ว ชาลิสาเอนกายไปด้านหลังอย่างช้าๆ เพราะร่างกำยำที่โน้มลงมาใกล้เธอมากยิ่งขึ้น“พี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ” เสียงหวานของชาลิสาเอ่ยถาม“ก็เหนื่อยครับ” ลูคัสตอบกลับ“งั้นเรานะ…อืออ” ยังไม่ทันที่ชาลิสาจะเอ่ยจบประโยค เรียวปากหยักหนาฉกจูบลงบนเรียวปากเล็กอย่างรวดเร็วลิ้นสากร้อนแทรกเข้าไปตวัดพัวพันลิ้นเล็กอย่างหื่นกระหาย ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในพิธีมาตลอดทั้งวัน แต่ผิวเนื้อของเธอก็ยังคงหอมหวานอยู่เหมือนเดิม ยิ่งเหงื่อหญิงสาวออกมันยิ่งทำให้กลิ่นของเธอชัดมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มทาบทับลงไปเรื่อยๆ จนหญิงสาวเอนกายลงไปนอนราบกับที่นอนลิ้นร้ายควานหาความหอมหวานจากอุ้งปากเล็กอยู่สักพัก ก่อนที่เรียวปากหยักจะค่อยๆ ละริมฝีปากออกมาอย่างช้าๆ เขาชะงักจ้องมองใบหน้าสวยคมของภรรยาอยู่ชั่วครู่ มือแกร่งเลื่อนมาจับใบหน้าเธอ ก่อนที่เขาจะจุมพิตลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างแผ่วเบาเขายืดกายนั่งตัวตรง ก่อนที่มือแกร่งเลื่อนลงไปถอดชุดเจ้าสาวออกอย่างช้าๆ ไม่กี่นาทีต่อมาชุดเจ้าสาวแสนสวยก็หลุดออกไปจากร่างอรชร ชายห
เสียงดนตรีบรรเลงเปิดขึ้นเบาๆ บรรยากาศงานแต่งงานริมทะเลที่ตกแต่งโทนสีขาวผ้าพลิ้วไสวเข้ากับทะเลและหาดทรายสีขาว ภายในงานถูกตกแต่งด้วยกุหลาบสีชมพูกับขาวสลับกันดูสวยงาม ชาลิสาสวมชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาดุจดั่งนางฟ้าเดินดิน ร่างอรชรสวยสง่าก้าวเดินไปตามพรมที่ปูยาวไปจนถึงแท่นทำพิธีที่ฉากเบื้องหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามที่มีชายหนุ่มสวมชุดสูทและแต่งทรงผมดูเรียบร้อยกว่าปกติชาลิสามองว่าที่เจ้าบ่าวที่อยู่ตรงสุดทางเดินพรมแดงด้วยสายตาเปล่งประกาย ลูคัสราวกับเทพเจ้าหล่อเหลาสง่างามที่หลุดออกมาในเทพนิยาย เรียวขาสวยย่างกรายตรงไปหาเจ้าบ่าวของเธออย่างช้าๆ แขกเหรื่อทั้งสองฝั่งของพรมแดงมองหญิงสาวที่กำลังก้าวอย่างชื่นชมในความงดงามของเธอลูคัสมองร่างอรชรในชุดเจ้าสาวตาไม่กะพริบ โดยปกติชาลิสาก็ดูสวยสดอยู่แล้ว แต่ทว่าในวันนี้หญิงสาวยิ่งดูสวยสง่าและมีเสน่ห์มากๆ เขามองตามร่างเล็กจนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาและบาทหลวง ใบเฟิร์นกับฟีลิกซ์รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อนทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหลังของคู่บ่าวสาวของงานในวันนี้“สวยมาก” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพลางเลื่อนมือไปจับมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้าง“ขอบคุณค่ะ วั
หลายวันต่อมา“ครับ…ผมรู้แล้วครับพ่อ…เรื่องร้านชุดแต่งงานผมจัดการแล้ว” เสียงของลูคัสคุยโทรศัพท์กับบิดาตัวเองอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นบนเพนท์เฮาส์หรู ชาลิสากำลังเก็บจานช่วยณัฐวดีเพราะพวกเขาเพิ่งกินอาหารเช้าเสร็จ หลังจากวันที่ลูคัสขอชาลิสาแต่งงาน ชายหนุ่มก็โทรไปบอกกล่าวกับพ่อแม่ทันที ซึ่งพวกท่านก็ดีใจมากๆ แต่อีกอย่างหนึ่งที่เขาแอบทำไว้ก็คือการ์ดงานแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวจะตอบตกลงหรือเปล่า แต่เขาก็สั่งทำการ์ดแต่งงานไปเรียบร้อยแล้ว และตั้งแต่ที่ลูคัสแจ้งเรื่องที่เขาขอชาลิสาแต่งงานแล้ว ลูตินเอาแต่โทรมาหาเขาและสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่หยุด ชายแก่โทรมาทุกวันจนเขารู้สึกรำคาญเล็กน้อย“คุณพ่อว่าไงบ้างคะ” หญิงสาวเก็บจานเก็บโต๊ะจนเสร็จสรรพ เธอก็เดินมาย่อตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกายชายหนุ่ม มือแกร่งเลื่อนมาแตะต้นขาหญิงสาวเอาไว้ทันที“ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ ให้พี่เร่งหาร้านชุดแต่งงาน แล้วก็หาที่จัดงานแต่งงานด้วย” เขาหันมาตอบกลับชาลิสา“ไม่เห็นจะต้องเร่งเลยค่ะ” เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงได้ดูทำอะไรรีบร้อนไปหมดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าชาลิสาจะรู้สึกดี แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะให้ลูคัสเหนื่อยมากจนเกินไป“พวก







