LOGINลูคัสกลับมายังโรงพยาบาลในเวลาต่อมา ชายหนุ่มกลับมาทำงานต่อจนกระทั่งถึงหกโมงเย็นของวัน จากนั้นลูคัสก็ไปทานอาหารที่ร้านอาหารบนตึกหรูจวบจนเวลาผ่านพ้นไปถึงสามทุ่ม
หลังจากที่ชายหนุ่มทานอาหารเย็นจนเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาก็ตรงมายังผับสุดหรูทันทีโดยมีอีวานที่พ่วงตำแหน่งคนขับรถมาให้เจ้านาย เมื่อมาถึงผับหรูใจกลางเมืองแล้ว ลูคัสก็ตรงไปยังห้องวีไอพีประจำของเขากับเพื่อนทันที อีวานยืนรออยู่หน้าห้องวีไอพีตรงชั้นสองของผับหรูด้วยท่าทางแข็งแรงมั่นคง
“มาแล้วเหรอวะ” ฟีลิกซ์ เอ่ยทักทายเพื่อนทันที เมื่อลูคัสเปิดประตูเข้ามาในห้องวีไอพี เสียงเพลงในห้องวีไอพีไม่ได้เปิดดังเท่าเพลงด้านนอกห้องสักเท่าไหร่ เนื่องจากบางห้องก็ต้องการที่จะมาพูดคุยธุรกิจและดื่มกินไปด้วย เหมือนดั่งเช่นลูคัสกับฟีลิกซ์
ดวงตาคมกริบของลูคัสปรายตามองเพื่อนของตัวเองที่มีสาวหุ่นอวบอิ่มชุดเดรสสั้นสีดำนั่งอยู่ข้างกายบนโซฟานุ่มสีดำสนิท อีกทั้งตรงข้ามของฟีลิกซ์ก็ยังมีหญิงสาวชุดแดงเพลิงรัดรูปอีกคนที่นั่งอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าลูคัสรู้ดีว่าเพื่อนของเขาเองนั่นแหละที่เป็นคนเตรียมผู้หญิงพวกนี้มาเผื่อเขาด้วย
“มีอะไรวะ” ลูคัสใช้สองมือล้วงกระเป๋าพลางเอ่ยถามฟีลิกซ์ด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ เนื่องจากวันนี้ฟีลิกซ์เป็นคนโทรนัดเขาให้มาที่นี่
“กูแค่อยากกินเหล้ากับหุ้นส่วนเฉยๆ นี่แหละ มานั่งก่อน” เพื่อนของลูคัสตอบกลับมา
ชายหนุ่มนัยน์ตาสีดำเข้มจึงทำหน้านิ่งๆ ก่อนที่เขาจะเดินไปทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามกับเพื่อนอย่างช้าๆ สาวชุดรัดรูปสีแดงเพลิงส่งยิ้มหวานให้กับชายหนุ่มหน้านิ่ง แต่เขาก็ไม่ได้สนใจเธอสักเท่าไหร่ สาบเสื้อเชิ้ตของลูคัสถูกปล่อยออกมาจากขอบกางเกงทำให้ชายหนุ่มดูไม่ค่อยเป็นระเบียบสักเท่าไหร่
“ท่านค่ะ ดื่มอะไรดีคะ” หญิงสาวชุดรัดรูปที่นั่งอยู่ข้างลูคัสรีบเอ่ยถามชายหนุ่มขึ้นมาทันที
“บรั่นดี” เสียงทุ้มทรงพลังตอบกลับสั้นๆ
“ค่ะท่าน” สิ้นเสียงหวานหยดย้อยของสาวสวย เธอรีบรินเหล้าให้กับลูคัสทันที ก่อนที่เธอจะยื่นให้ชายหนุ่ม
“เป็นไงบ้าง” ลูคัสรับแก้วบรั่นดีสีอำพันมาถือเอาไว้พลางหันไปเอ่ยถามเพื่อนที่นั่งอยู่ตรงข้ามกับเขา
“กาสิโนเหรอ” ฟีลิกซ์เอ่ยถาม และอีกสถานะหนึ่งที่ลูคัสทำก็คือ…หุ้นส่วนของกาสิโนนั่นเอง
กาสิโนใหญ่ใจกลางเมืองกรุงเป็นของฟีลิกซ์ เพื่อนลูกครึ่งฝรั่งเศสตาฟ้าของลูคัส แต่ลูคัสมีหุ้นคนละครึ่งกับเพื่อนของเขา และเนื่องจากชายหนุ่มต้องรับตำแหน่งภายในโรงพยาบาลที่เป็นธุรกิจครอบครัว ลูคัสจึงไม่สามารถเปิดเผยตัวตนในเรื่องหุ้นส่วนของกาสิโนได้ ทุกคนจึงเข้าใจว่าฟีลิกซ์เป็นเจ้าของกาสิโนแต่เพียงผู้เดียวเท่านั้น ซึ่งนั้นมันก็เป็นเรื่องที่ดีกับตัวของลูคัสเอามากๆ
“อือ” ลูคัสพยักหน้าให้เพื่อนเบาๆ พลางยกแก้วบรั่นดีขึ้นมาจิบ สาวชุดเดรสสีแดงพยายามจะขยับมาใกล้ชายหนุ่ม แต่ท่าทีที่แสดงออกอย่างชัดเจนของลูคัส ทำให้เธอไม่ค่อยกล้าเข้าใกล้เขามากสักเท่าไหร่ ต่างกับฟีลิกซ์กับสาวสวยข้างกายเขาที่นัวเนียกันตั้งแต่ที่พวกเขาเข้ามาในห้องนี้แล้ว
“ก็ไปได้ดี..แต่วันนี้กูไม่คุยเรื่องงานนะ กูอยากแดกเหล้า”
“เออ” ลูคัสตอบกลับเพื่อน เขาก็ไม่ได้อยากจะคุยเรื่องงานเช่นกัน เพราะวันนี้ทั้งวันเขายุ่งกับงานที่โรงพยาบาลมามากพอแล้ว เขาเองก็อยากมีเวลาพักผ่อนบ้างเช่นกัน
ฟีลิกซ์ยกยิ้มมุมปากเล็กน้อย ก่อนที่มือแกร่งของเขาจะยกแก้วไปเบี่ยงหน้าเพื่อชนแก้วกับลูคัสโดยที่อีกมือหนึ่งของเขาก็ยังคงกกกอดร่างอวบอิ่มของสาวสวยที่เขาจ้างมาอยู่ตลอดเวลาตามประสาผู้ชายเจ้าชู้
ทั้งสองคนกินเหล้าด้วยกันพลางพูดคุยกันไปเรื่อยเปื่อย จนกระทั่งเวลาผ่านพ้นไปถึงตีหนึ่งของวัน ชายหนุ่มทั้งสองคนเริ่มมีใบหน้าที่แดงก่ำเล็กน้อยจากฤทธิ์ของแอลกอฮอล์ แต่กระนั้นก็ไม่ได้ทำให้พวกชายหนุ่มที่คอแข็งรู้สึกรู้สึกเมามากนัก
“กูกลับก่อน” ลูคัสยกนาฬิกาข้อมือขึ้นมามองเวลา ก่อนที่เขาจะวางแก้วและเอ่ยกับเพื่อน
“ทำไมวะ” ฟีลิกซ์เอ่ยถาม
“พรุ่งนี้ต้องเข้าโรงพยาบาลแต่เช้า”
“ถ้าพ่อแม่มึงรู้ว่ามึงแอบมีหุ้นในธุรกิจสีเทาแบบนี้ พวกท่านก็ไม่ยอมแน่เลย”
“พ่อกับแม่ของกูจะไม่มีทางรู้เรื่องนี้อย่างแน่นอน..กูไปล่ะ” ลูคัสตอบกลับด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
“เออ” ชายหนุ่มนัยน์ตาสีฟ้าตอบกลับเพื่อนด้วยใบหน้าที่แดงก่ำ ก่อนที่ลูคัสจะลุกขึ้นยืนอย่างช้าๆ
“จะกลับแล้วเหรอคะท่าน” สาวสวยชุดสีแดงเอ่ยถามลูคัสด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลและยั่วยวน ถึงแม้ว่าตลอดทั้งคืนชายหนุ่มจะไม่แตะต้องตัวเธอเลยก็เถอะ
“อือ” ลูคัสพยักหน้าให้หญิงสาวเบาๆ จากนั้นเขาก็หันมาเอ่ยกับเพื่อนต่อ
“ไว้เจอกัน”
“เออ ไว้เจอกัน” ฟีลิกซ์ตอบกลับ
ลูคัสจึงก้าวเดินออกมาจากตรงนั้นอย่างช้าๆ จนกระทั่งเขาออกจากห้องวีไอพีมาแล้วเดินตรงไปยังลานจอดรถหรูทันที อีวานเดินตามเจ้านายมาติดๆ ก่อนที่พวกเขาทั้งสองคนจะขึ้นมายังรถคันหรูสีดำเงา ลูคัสนั่งเบาะหลังคนขับตามปกติของเขา ส่วนอีวานก็ประจำตำแหน่งคนขับรถเหมือนเช่นเคย
ชายหนุ่มร่างกำยำหลับตาลงช้าๆ ด้วยความเหนื่อยล้า หลังจากที่เขาขึ้นมานั่งบนรถยนต์คันหรูเรียบร้อยแล้ว แต่ทว่าเมื่อเขาหลับตาลงชายหนุ่มกลับเห็นภาพของเด็กสาวที่เขาชนเข้าในวันนี้ฉายขึ้นมาในสมองของเขา
เด็กสาววัยกำลังสวยสะพรั่งที่ดูสดใสเบิกบานสมวัย ถึงแม้ว่าเขาจะเจอกับเธอแค่ชั่วครู่ แต่เขารู้สึกได้ว่ารอบๆ ตัวของหญิงสาวมีแต่พลังงานที่ดีเต็มไปหมด
“เด็กอะไรวะ น่าจับกินชะมัด” ชายหนุ่มบ่นพึมพำออกมา ทำให้อีวานที่นั่งอยู่ตรงเบาะคนขับได้ยินเข้าและเกิดความสงสัย
“ใครครับนาย” คนสนิทจึงเอ่ยถามเจ้านายขึ้นมา
เมื่อลูคัสรู้สึกตัวว่าตัวเองเผลอพูดสิ่งที่อยู่ในหัวของเขาออกมา ดวงตาคมกริบก็เปิดเปลือกตาขึ้นมาทันที
“ปะ..เปล่า ยุ่งจริงๆ เลยนะมึงเนี่ย” ลูคัสแสร้งทำเป็นตีโพยตีพายใส่คนสนิท
“ก็ผมได้ยินเจ้านาย…” ยังไม่ทันที่อีวานจะเอ่ยจบประโยค เสียงทุ้มทรงพลังของเจ้านายก็เอ่ยแทรกขึ้นมาเสียก่อน
“ไป! กลับเพนท์เฮาส์”
“ครับๆ” อีวานไม่ได้เซ้าซี้อะไรเจ้านายของเขาต่อ เพราะเขาเกรงว่าลูคัสจะรำคาญเอาได้ คนสนิทจึงนิ่งเงียบและขับรถต่อมาเรื่อยๆ จนกระทั่งถึงโรงแรมหรูแห่งหนึ่งที่มีเพนท์เฮาส์ของลูคัสอยู่ชั้นบนสุด ส่วนห้องของอีวานก็อยู่ชั้นล่างลงมาจากเพนท์เฮาส์ของเจ้านาย
ลูคัสซื้อเพนท์เฮาส์บนโรงแรมหรูแห่งนี้เอาไว้เมื่อสามปีที่แล้ว และแน่นอนว่าเขายังซื้อห้องไว้ให้ลูกน้องคนสนิทอีกด้วย เพื่อเป็นรางวัลให้กับการทำงานอย่างหนักของอีวานและตอบแทนให้กับความซื่อสัตย์ที่อีวานมีให้ต่อเขา
เจ้านายและลูกน้องแยกย้ายกันกลับห้องของตัวเอง เมื่อพวกเขามาถึงโรงแรมหรูเรียบร้อยแล้ว ลูคัสเอาแต่คิดถึงใบหน้าสวยคมของเด็กสาวอยู่ตลอดเวลาจนกระทั่งเขามาถึงห้องของตัวเอง
ลูคัสตรงมายังห้องน้ำทันทีที่เขาเข้ามาภายในห้องนอนที่ตกแต่งด้วยโทนสีขาวครีมดูสะอาดตา ภายในห้องน้ำของชายหนุ่มก็ถูกตกแต่งด้วยโทนสีขาวเช่นกัน ร่างกำยำเดินมาหยุดอยู่ตรงอ่างล้างหน้าที่มีกระจกบานใหญ่ เขามองตัวเองผ่านกระจกเงา ก่อนที่มือแกร่งจะเริ่มถอดชุดของตัวเองออกอย่างช้าๆ
ไม่กี่นาทีต่อมา ร่างกำยำสมบูรณ์แบบก็เปลือยเปล่า ชายหนุ่มโยนเสื้อผ้าลงไปในตะกร้าที่วางอยู่ใกล้ๆ จากนั้นเขาก็ก้าวตรงไปยังห้องกระจกเพื่ออาบน้ำชำระร่างกายทันที
ชายหนุ่มเอื้อมมือไปเปิดน้ำจากฝักบัวเพื่อให้สายน้ำไหลผ่านร่างกำยำของเขาไป ดวงตาคมกริบหลับตาลงอย่างช้าๆ และก็เป็นอีกครั้งที่เขาเห็นภาพสาวน้อยคนนั้นฉายขึ้นมาในหัวของเขา
น้ำเย็นเฉียบจากฝักบัวไหลลงมาชำระล้างร่างกายของชายหนุ่ม อยู่ดีๆ ความรู้สึกบางอย่างก็คืบคลานเข้ามาภายในกายแกร่งเมื่อเขาคิดถึงเด็กสาวคนนั้น
“ใจเย็นๆ ไอ้เสือ” ลูคัสบ่นพึมพำกับตัวเอง แต่ทว่าเบื้องล่างของเขากลับไวกว่าความคิดตัวเอง
แก่นกายใหญ่เริ่มขยายพองตัวขึ้นมาอย่างไม่สามารถห้ามตัวเองได้ ลูคัสลืมตาขึ้นมาพลางก้มลงไปมองตัวตนของตัวเองที่ใหญ่เกินมาตรฐานชายไทย ในขณะนี้ลำเอ็นใหญ่ของเขาขยายพองตัวจนเต็มที่แล้ว
“เฮ้ออ” ชายหนุ่มถอนหายใจออกมาด้วยความเบื่อหน่าย
แต่สุดท้ายแล้ว..เขาก็ต้องจัดการกับลูกชายของเขาด้วยความสำเร็จความใคร่ด้วยมือของตัวเองเพื่อเขาจะได้หลับสบายและไม่ฟุ้งซ่านไปมากกว่านี้
ย้อนไปก่อนหน้านี้ร่างกำยำของลูคัสสวมเสื้อเชิ้ตนั่งอยู่บนเก้าอี้ตรงโต๊ะทำงานภายในโรงพยาบาลของตัวเอง เขาใจจดใจจ่อกับเอกสารในแฟ้มตรงหน้าอยู่ เสียงเคาะประตูดังขึ้นมาพร้อมกับอีวานที่เปิดแง้มประตูห้องเข้ามา อีวานเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าโต๊ะทำงานของลูคัส“นายครับ…ประวัติของผู้หญิงที่นายให้ผมไปสืบมาครับ” อีวานเอ่ยพลางยื่นแฟ้มเอกสารสีดำวางไว้บนโต๊ะให้เจ้านาย ลูคัสจึงเอื้อมมือไปหยิบแฟ้มขึ้นมาและเปิดอ่านทันที “ชาลิสา” ลูคัสพึมพำชื่อของหญิงสาวออกมาเบาๆ ตั้งแต่วันนั้นที่เขาชนเข้ากับเธอ เขาก็รู้สึกถูกใจเธอมากๆ เขาไม่สามารถเอาผู้หญิงคนนั้นออกไปจากสมองของตัวเองได้ บางวันเขาก็ต้องมาสำเร็จความใคร่ด้วยมือของตัวเองเมื่อเขานึกถึงเธอ ลูคัสเพิ่งจะเข้าใจคำว่ารักแรกพบก็ตอนที่พบกับนักศึกษาคนนี้นี่แหละ“ครอบครัวเธอติดพนันเหรอ” ชายหนุ่มอ่านประวัติของเธอไปเรื่อยๆ พลางเอ่ยถามคนสนิทขึ้นมา “ไม่ใช่แม่แท้ๆ ครับ…เป็นแม่เลี้ยงกับลูกติดครับ” อีวานตอบกลับเจ้านาย ลูคัสครุ่นคิดอยู่ชั่วครู่ เขาไล่สายตาอ่านไปเรื่อยๆ ก็พบว่ากาสิโนที่พวกมันไปเล่น ก็คือกาสิโนของเขาเอง ดีเลย! แบบนี้เขาจะได้ทำอะไรง่ายยิ่งขึ้น“ทำให้พวกมันเป็นหนี้
หนึ่งปีต่อมา“พ่อกับแม่ถึงไหนแล้ว…เพิ่งลงเครื่องเหรอครับ…ครับ” เสียงทุ้มทรงพลังของลูคัสเอ่ยกับปลายสาย เขายืนอยู่ในห้องโถงของคฤหาสน์ที่ตอนนี้กลายเป็นสนามเด็กเล่นไปเรียบร้อยแล้ว ลูคัสยืนล้วงกระเป๋ากางเกงมือเดียวพลางแนบโทรศัพท์ตรงใบหูเพื่อคุยโทรศัพท์กับพ่อของตัวเอง เมื่อคุยเสร็จลูคัสก็กดวางสายไปทันที“พ่อแม่ลงเครื่องแล้ว…กำลังตรงมาที่คฤหาสน์” ลูคัสหันมาบอกกล่าวกับภรรยา ก่อนที่เขาจะเดินมาย่อตัวนั่งลงข้างๆ ชาลิสา“ค่ะ” เสียงหวานของชาลิสาตอบกลับสามีสั้นๆ เธอนั่งอยู่บนโซฟากลางห้อง บนอ้อมแขนของชาลิสามีเด็กชายแก้มยุ่ยๆ นอนมองเธอตาแป๋ว “เซบาสเตียน…คุณปู่คุณย่ากำลังจะมาหาแล้วนะลูก” ชาลิสาก้มลงเอ่ยกับลูกชายวัยสี่เดือนนิดๆ ถึงแม้ว่าเขายังไม่รู้เรื่อง แต่เธอก็มักจะพูดคุยกับลูกชายตลอด มือบางยกขึ้นมาลูบไล้แก้มขาวอมชมพูของเด็กน้อย“คุณหนูคะ” เสียงของณัฐวดีเอ่ยขึ้นมาพร้อมกับร่างหญิงสาวที่เดินตรงมาหยุดอยู่หน้าของเจ้านายทั้งสองคน“มีอะไรหรือเปล่าคะป้าณัฐ” ชาลิสาเงยหน้าขึ้นไปมองหญิงแก่ ปกติณัฐวดีจะประจำอยู่ที่บ้านของชาลิสา แต่เมื่อชาลิสาคลอดลูกชายออกมาได้ หญิงแก่ก็ขอมาดูแลคุณชายที่คฤหาสน์ทันที“คุณใบเฟิร
“สวัสดีค่ะท่านลูคัส…ยินดีต้อนรับนะคะมาดาม” เสียงของแม่บ้านทักทายลูคัสกับชาลิสาที่กำลังเดินเข้าไปในคฤหาสน์ของตระกูลโลรองต์ ข้างหลังของคู่สามีภรรยาป้ายแดงมีเหล่าบอดี้การ์ดที่ถือกระเป๋ามาให้หญิงสาวสามสี่ใบ สาวใช้ยืนเรียงรายอยู่ตรงประตูทางเข้าเพื่อรอรับเจ้านายอย่างเป็นระเบียบผ่านมาสามวันหลังจากงานแต่งงานของพวกเขา ชาลิสาคุยกับณัฐวดีเมื่อวานนี้ เพื่อที่จะให้หญิงแก่มาอยู่ที่คฤหาสน์ด้วยกัน แต่ทว่าหญิงแก่ก็ไม่อยากมาเพราะการเป็นอยู่ที่แตกต่างกัน ชาลิสากับลูคัสจึงได้ข้อสรุปว่าควรพาณัฐวดีไปส่งที่บ้านของชาลิสา เพื่อให้สาวใช้คนสนิทของเธอเป็นหูเป็นตาและดูแลคนในบ้านของหญิงสาวด้วย พวกเขาจึงจัดการทุกอย่างให้เสร็จก่อนที่จะย้ายเข้ามาที่คฤหาสน์คู่สามีภรรยาป้ายแดงเดินเคียงข้างกันมาที่ห้องโถงใหญ่เพราะลูคัสคาดว่าพ่อแม่ต้องอยู่ในห้องนี้อย่างแน่นอน“มากันแล้วเหรอ” เสียงชายแก่พูดขึ้นมาทันทีเมื่อเห็นชาลิสากับลูคัสเดินเข้ามาในห้องโถง“นั่งลงก่อนๆ” ลูตินนั่งอยู่บนโซฟาข้างภรรยาเอ่ยต่อ ลูคัสจึงดันแผ่นหลังแบบบางของชาลิสาให้เดินไปทิ้งตัวนั่งลงตรงข้ามกับพ่อแม่“พ่อกับแม่คุยกันแล้วนะ…ในเมื่อพวกแกมาอยู่ที่คฤหาสน์แล้ว…พ
ชาลิสามองลูคัสที่คืบคลานมาหาเธอตาปริบๆ มารู้ตัวอีกที ชายหนุ่มก็มาหยุดอยู่ตรงหน้าของเธอและเริ่มไต่มาคร่อมร่างเธอเอาไว้แล้ว ชาลิสาเอนกายไปด้านหลังอย่างช้าๆ เพราะร่างกำยำที่โน้มลงมาใกล้เธอมากยิ่งขึ้น“พี่ไม่เหนื่อยบ้างเหรอคะ” เสียงหวานของชาลิสาเอ่ยถาม“ก็เหนื่อยครับ” ลูคัสตอบกลับ“งั้นเรานะ…อืออ” ยังไม่ทันที่ชาลิสาจะเอ่ยจบประโยค เรียวปากหยักหนาฉกจูบลงบนเรียวปากเล็กอย่างรวดเร็วลิ้นสากร้อนแทรกเข้าไปตวัดพัวพันลิ้นเล็กอย่างหื่นกระหาย ถึงแม้ว่าหญิงสาวจะอยู่ในพิธีมาตลอดทั้งวัน แต่ผิวเนื้อของเธอก็ยังคงหอมหวานอยู่เหมือนเดิม ยิ่งเหงื่อหญิงสาวออกมันยิ่งทำให้กลิ่นของเธอชัดมากยิ่งขึ้น ชายหนุ่มทาบทับลงไปเรื่อยๆ จนหญิงสาวเอนกายลงไปนอนราบกับที่นอนลิ้นร้ายควานหาความหอมหวานจากอุ้งปากเล็กอยู่สักพัก ก่อนที่เรียวปากหยักจะค่อยๆ ละริมฝีปากออกมาอย่างช้าๆ เขาชะงักจ้องมองใบหน้าสวยคมของภรรยาอยู่ชั่วครู่ มือแกร่งเลื่อนมาจับใบหน้าเธอ ก่อนที่เขาจะจุมพิตลงบนหน้าผากเกลี้ยงเกลาอย่างแผ่วเบาเขายืดกายนั่งตัวตรง ก่อนที่มือแกร่งเลื่อนลงไปถอดชุดเจ้าสาวออกอย่างช้าๆ ไม่กี่นาทีต่อมาชุดเจ้าสาวแสนสวยก็หลุดออกไปจากร่างอรชร ชายห
เสียงดนตรีบรรเลงเปิดขึ้นเบาๆ บรรยากาศงานแต่งงานริมทะเลที่ตกแต่งโทนสีขาวผ้าพลิ้วไสวเข้ากับทะเลและหาดทรายสีขาว ภายในงานถูกตกแต่งด้วยกุหลาบสีชมพูกับขาวสลับกันดูสวยงาม ชาลิสาสวมชุดเจ้าสาวสีขาวสะอาดตาดุจดั่งนางฟ้าเดินดิน ร่างอรชรสวยสง่าก้าวเดินไปตามพรมที่ปูยาวไปจนถึงแท่นทำพิธีที่ฉากเบื้องหลังเป็นทะเลสีฟ้าครามที่มีชายหนุ่มสวมชุดสูทและแต่งทรงผมดูเรียบร้อยกว่าปกติชาลิสามองว่าที่เจ้าบ่าวที่อยู่ตรงสุดทางเดินพรมแดงด้วยสายตาเปล่งประกาย ลูคัสราวกับเทพเจ้าหล่อเหลาสง่างามที่หลุดออกมาในเทพนิยาย เรียวขาสวยย่างกรายตรงไปหาเจ้าบ่าวของเธออย่างช้าๆ แขกเหรื่อทั้งสองฝั่งของพรมแดงมองหญิงสาวที่กำลังก้าวอย่างชื่นชมในความงดงามของเธอลูคัสมองร่างอรชรในชุดเจ้าสาวตาไม่กะพริบ โดยปกติชาลิสาก็ดูสวยสดอยู่แล้ว แต่ทว่าในวันนี้หญิงสาวยิ่งดูสวยสง่าและมีเสน่ห์มากๆ เขามองตามร่างเล็กจนกระทั่งเธอเดินมาหยุดอยู่ตรงหน้าของเขาและบาทหลวง ใบเฟิร์นกับฟีลิกซ์รับหน้าที่เป็นเพื่อนเจ้าบ่าวเจ้าสาว เพื่อนทั้งสองคนยืนอยู่ด้านหลังของคู่บ่าวสาวของงานในวันนี้“สวยมาก” เสียงทุ้มเอ่ยออกมาพลางเลื่อนมือไปจับมือเล็กเอาไว้ทั้งสองข้าง“ขอบคุณค่ะ วั
หลายวันต่อมา“ครับ…ผมรู้แล้วครับพ่อ…เรื่องร้านชุดแต่งงานผมจัดการแล้ว” เสียงของลูคัสคุยโทรศัพท์กับบิดาตัวเองอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นบนเพนท์เฮาส์หรู ชาลิสากำลังเก็บจานช่วยณัฐวดีเพราะพวกเขาเพิ่งกินอาหารเช้าเสร็จ หลังจากวันที่ลูคัสขอชาลิสาแต่งงาน ชายหนุ่มก็โทรไปบอกกล่าวกับพ่อแม่ทันที ซึ่งพวกท่านก็ดีใจมากๆ แต่อีกอย่างหนึ่งที่เขาแอบทำไว้ก็คือการ์ดงานแต่งงาน เขาไม่รู้ว่าหญิงสาวจะตอบตกลงหรือเปล่า แต่เขาก็สั่งทำการ์ดแต่งงานไปเรียบร้อยแล้ว และตั้งแต่ที่ลูคัสแจ้งเรื่องที่เขาขอชาลิสาแต่งงานแล้ว ลูตินเอาแต่โทรมาหาเขาและสอบถามเรื่องนั้นเรื่องนี้ไม่หยุด ชายแก่โทรมาทุกวันจนเขารู้สึกรำคาญเล็กน้อย“คุณพ่อว่าไงบ้างคะ” หญิงสาวเก็บจานเก็บโต๊ะจนเสร็จสรรพ เธอก็เดินมาย่อตัวนั่งลงบนโซฟาข้างกายชายหนุ่ม มือแกร่งเลื่อนมาแตะต้นขาหญิงสาวเอาไว้ทันที“ก็เรื่องเดิมๆ นั่นแหละ ให้พี่เร่งหาร้านชุดแต่งงาน แล้วก็หาที่จัดงานแต่งงานด้วย” เขาหันมาตอบกลับชาลิสา“ไม่เห็นจะต้องเร่งเลยค่ะ” เธอก็ไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงได้ดูทำอะไรรีบร้อนไปหมดเช่นนี้ ถึงแม้ว่าชาลิสาจะรู้สึกดี แต่เธอก็ไม่ได้อยากจะให้ลูคัสเหนื่อยมากจนเกินไป“พวก







