Mag-log inนับตั้งแต่ฟื้นขึ้นมาในร่างของคุณหนูจวนคหบดีแห่งเมืองหนานเฉา หรั่นหนิง ก็ตระหนักได้ถึงความฝันบอกเหตุที่น่าสะพรึง ทางเดียวที่จะนำพาคนทั้งตระกูลให้รอดพ้นจากภัยคุกคาม นั่นก็คือไม่เป็นแล้วคหบดีอันดับหนึ่งแห่งเมืองหนานเฉา ตระกูลจวินย้ายไปยังเมืองหยวนเฉิงซึ่งเป็นเมืองหลวงของแคว้น จากคหบดีที่มั่งคั่งและร่ำรวย กลับกลายเป็นเพียงตระกูลหมอมีร้านเล็กๆ เปิดจำหน่ายสมุนไพรกับใบชา ทว่าชะตาชีวิตนั้นไม่มีสิ่งใดแน่นอน ทั้งที่หลบเลี่ยงมาได้แล้วคราหนึ่ง ฝันบอกเหตุกลับยังตามมาหลอกหลอน หญิงสาวฝันถึงบุรุษสวมชุดแต่งงานสีแดง ในมือของเขามีกระบี่ยาวที่เปรอะเปื้อนไปด้วยเลือด ใต้ฝ่าเท้าของเขามีร่างของพี่ชายของนางที่ไร้ซึ่งลมหายใจ!!! ข้อมือที่กุมกระบี่ของชายผู้นั้น นางจำได้ว่ามีแผลเป็นคล้ายผีเสื้อ กระทั่งต่อมาหรั่นหนิงก็ได้พบเขา ฉู่เฟิงเยี่ยน หัวหน้าตระกูลฉู่ หนึ่งในตระกูลคหบดีอันดับหนึ่งที่มีอิทธิพลต่อแคว้นจ้าว!!!
view moreแม้กล่าวได้ว่าทั้งสองเป็นศิษย์ของหมอเทวดา แต่การใช้เข็มกับด้ายเย็บแผลก็ไม่แพร่หลาย เนื่องจากความเสี่ยงที่แผลจะติดเชื้อนั้นมีมาก เป็นนางเองที่แอบหยิบยืมความรู้จากโลกอนาคตมาแนะนำผู้เป็นอาจารย์ ทันทีที่เห็นฝีเข็มพี่ชายของนางย่อมตระหนักว่าผู้ใดเคยช่วยฉู่เฟิงเยี่ยนเอาไว้“ข้าน้อยสาบานจะไม่พูดออกไปเด็ดขาดเจ้าค่ะ”จี๋เอ๋อร์ทำให้นางหลุดจากภวังค์ จวินหรั่นหนิงพยักหน้าจากนั้นก็ครุ่นคิดครู่หนึ่ง “ในเมื่อเจ้ามาแล้ว... เจ้าช่วยอะไรข้าสักอย่าง” แล้วนางก็แอบกระซิบกับจี๋เอ๋อร์ให้อีกฝ่ายแอบไปสืบเรื่องคนตระกูลฉู่ที่เกิดขึ้นในช่วงเวลานี้นึกถึงท่านลุงใจดีผู้นั้น...ฉู่อวี้ นางอดที่จะถอนหายใจออกมาไม่ได้เนื่องจากตระกูลจวินต้องปิดบังความมั่งคั่ง ดังนั้นจึงแสร้งไปขอกู้เงินเปิดร้านจากร้านแลกเงินตระกูลฉู่ ครานั้นท่านลุงฉู่ยอมให้กู้เงินโดยไม่ได้คิดดอกเบี้ยตามปกติ ด้วยร้านหมอในเมืองหลวงนั้นมีเพียงไม่กี่ร้าน เพิ่มเข้ามาอีกสักแห่งก็สามารถช่วยชีวิตคนได้อีกคนหนึ่ง ท่านลุงฉู่กล่าวว่านับเป็นเรื่องดีนางยังไม่ปักปิ่นน้อยครั้งนักจะได้พบปะผู้คน ในยามมาช่วยงานในร้านก็มักขลุกอยู่หลังร้าน ทว่าก็เคยพบและได้คารวะท่านลุงฉู่หล
นับตั้งแต่ช่วยชีวิตบุรุษปริศนาในวันนั้น จวินหรั่นหนิงก็ไม่ได้ฝันอีก ไม่ได้เห็นภาพเหตุการณ์ อีกทั้งสตรีนางนั้นก็ไม่ได้ปรากฏตัวในเมืองหลวง ตามงานเลี้ยงที่นางติดตามผู้เป็นอาจารย์ออกไปไม่มีสตรีนางนั้นเช่นกันกับบุรุษที่นางช่วยเอาไว้ นับจากวันที่นางทิ้งเขาเอาไว้ที่อารามไห่หวง หลังมั่นใจว่าเขาจะปลอดภัยนางก็จากมา เขาพยายามรั้งนางอย่างอ่อนแรง ทั้งยังถามว่านางเป็นใคร‘ข้าเป็นเพียงคนผ่านทางที่ไม่อยากเดือดร้อน ข้าช่วยท่านไว้และหวังว่าท่านจะเข้าใจและช่วยไม่ให้ข้าเดือดร้อนเช่นกัน’นางพูดชัดเจนมากว่าไม่อยากเกี่ยวพันกับเขา หากเขาเป็นคนไม่ดีหรือถูกตามล่า นั่นย่อมไม่เกี่ยวกับนางทั้งสิ้น นางไม่ปรารถนาให้เขาตามหานาง แต่ก็ดีใจที่เขารู้สึกตัวขึ้นและรู้ว่านางเป็นคนช่วยชีวิตเขาเอาไว้ วันหน้าหากเกิดอะไรขึ้นนางหวังว่าเขาจะเห็นแก่ที่นางช่วยชีวิตเขาเอาไว้...ก่อนจากมาวันนั้นนางขอร้องไต้ซือหยวนไห่ ขอไม่ให้บอกว่านางเป็นใคร เขาอาจเข้าใจ...เพราะนับจากนั้นนางก็ไม่เคยเห็นเขาอีก ไม่มีข่าวคราว ไม่มีข่าวลือ ไม่มีภาพเหมือนของเขาบนประกาศจับของทางราชการ หรือจะให้พูดอีกอย่างก็คือเขาคล้ายกับ...ไม่มีตัวตนบุรุษผู้หนึ่งถูกรุมท
รถม้าออกตัวไปได้ไม่ไกลคนขับรถม้าก็ส่งเสียงเรียกนาง “คุณหนูขอรับ มีคนบาดเจ็บนอนอยู่ข้างถนน”นางเลิกม่านรถม้าขึ้น “หยุดรถ”ที่นี่อยู่ไม่ไกลจากประตูเมือง เป็นสามแยกที่ทางหนึ่งเป็นทางขึ้นเขาตรงไปยังอารามไห่หวง ส่วนอีกทางตรงไปยังเมืองอวี่เฉิงทางเหนือ มองไปรอบๆ ด้านล้วนเงียบงันทั้งยังไม่มีข่าวโจรปล้นชิง หญิงสาวลงจากรถม้าเพราะอย่างไรเสียนางก็เรียนหมอ การช่วยคนจึงถูกปลูกฝังมากับบทเรียนของท่านอาจารย์เจียงซานเด็กหนุ่มที่นอนอยู่อายุราวสิบหกสิบเจ็ด มากสุดเดาว่าคงไม่เกินสิบแปด เสื้อผ้าที่เขาสวมเป็นแพรพรรณเนียนลื่นราคาสูง ตามเนื้อตัวมีร่องรอยของการถูกทำร้าย เขาเสียเลือดมากจึงหมดสติ ดูแล้วคงหนีบางอย่างมาเพราะตามเนื้อตัวเต็มไปด้วยฝุ่นเปรอะเปื้อน“คุณหนูเขาคงมิใช่คนร้าย??” สาวใช้ของนางเสียงเบาด้วยความกลัวจวินหรั่นหนิงนั่งลงจากนั้นคว้าแขนของเขาขึ้น เลิกแขนเสื้อเพื่อจับชีพจร... ดวงตาของนางเบิกกว้าง ‘ผีเสื้อ’ นั่นเป็นปิ่นเงินรูปผีเสื้อ!!!ปิ่นนั้นดูเหมือนถูกดึงออกมาจากความร้อน เมื่อมือคว้าของร้อนแน่นอนย่อมทิ้งรอยเผาไหม้ มือของเขา...ข้อมือที่ตัวปิ่นทาบลง ...แผลยังสดใหม่คล้ายผีเสื้อบุรุษชุดแดงผู้นั้นแท้
“ข้าไม่มีจริงๆ นะ ไม่มีจริงๆ ขอรับอาจารย์ วันๆ เอาแต่เข้าๆ ออกๆ ร้านกับออกไปรักษาคนไข้คนเจ็บ ข้าไหนเลยจะมีเวลาไปมาหาสู่สตรีจวนใด” จวินเซียวปฏิเสธแข็งขันนางเชื่อพี่ชายของตน จากท่าทีนางมั่นใจว่าเขาไม่ได้โกหก “แล้วนางเป็นใคร เขา...เป็นใคร” หญิงสาวพึมพำกับตัวเองด้วยความหวาดหวั่น“บุญคุณ ความแค้น บางครั้งก็มิใช่ว่าเราจะตั้งใจ” เจียงซานขมวดคิ้ว “ในเมื่อเป็นฝันบอกเหตุเช่นนั้นก็รู้แล้วว่าต้องหลบเลี่ยง ช่วงนี้ก็พยายามอย่าพาตัวเองไปยุ่งเกี่ยวกับสตรีจวนใด จริงสิ...” เจียงซานเดินกลับไปที่ห้องพักจากนั้นเดินออกมาพร้อมเทียบเชิญ“คราแรกข้าคิดว่าคงไม่ไปเพราะไม่ชอบความครึกครื้นวุ่นวาย ถือโอกาสนี้ข้าจะพาหรั่นเอ๋อร์ไปงานเลี้ยงในจวนของใต้เท้าซวี คิดว่าในงานเลี้ยงต้องมีคุณหนูจากจวนต่างๆ ได้รับเชิญเช่นกัน หรั่นเอ๋อร์เป็นเพียงคนเดียวที่รู้ว่าสตรีนางนั้นหน้าตาเป็นอย่างไร หากเรารู้ว่านางเป็นสตรีจากจวนใดย่อมหลีกเลี่ยงง่ายกว่า”จวินเซียวเลิกคิ้ว “ท่านอาจารย์ช่างปราดเปรื่อง!!”ในงานเลี้ยง...ไม่ว่าจะกวาดสายตามองไปทางใดนางก็หาสตรีนางนั้นไม่พบ จวินหรั่นหนิงที่ปลอมตัวเป็นเด็กรับใช้ของเจียงซานขอตัวไปสุขา ในสวนนางบังเ