ログイン“ แม่ของเธออาการทรุด เพราะภาวะแทรกซ้อนกับโรคที่เป็นอยู่ ฉันเลยพาไปส่งโรงพยาบาล แล้วก็มารอเธอที่บ้านเพราะไปหาที่ตลาดแล้วไม่เจอ ตอนนี้แม่เธอรอเธออยู่” เจ้าไฟพูดด้วยเสียงไม่ค่อยพอใจเล็กน้อย เธอกล้าดียังไงมาทำร้ายเขาทั้งๆ ที่เขายอมลดตัวมานั่งรอเธอตั้งหลายชั่วโมง คิดแล้วเขาก็เหยียบคันเร่งจนมิด
“ ไม่!! ไม่ใช่ความจริง แม่ฉันแข็งแรงจะตาย” แก้มขวัญไม่อาจจะเชื่อที่เขาพูด แต่ตัวเธอกลับสั่นไปมาเพราะความรู้สึกของเธอมันสังหรณ์บอกกับเธอว่าเขาไม่ได้โกหก แต่ใจของเธออยากให้เขาแค่โกหก ให้เขาหลอกเธอไปฆ่าไปขายทิ้งซะยังดีกว่าอีก คิดแล้วน้ำตาของเธอก็ไหลพร่า ดวงใจดวงน้อยสั่นไหวดั่งรับรู้ว่าแม่คงจะรอเธออยู่จริงๆ ระหว่างที่แก้มขวัญกำลังร้องไห้ เจ้าไฟก็แอบเหลือบมองเธออยู่หลายครั้ง ยิ่งเห็นริมฝีปากที่แดงระเรื่อของเธอ มือข้างหนึ่งของเขาก็เผลอยกขึ้นทาบปากตัวเอง เมื่อกี้เขาโมโหหนักแต่ก็ไม่คิดว่าตัวเองจะหยุดเธอด้วยการจูบ คิดแล้วเขาก็ไม่เข้าใจ เพราะถ้าเป็นคนอื่นมาแหกปากต่อหน้า เขาคงจะตบให้ปากแตกแทนที่จะคิดทำเช่นนั้น ไม่นานรถของเขาก็มาจอดที่โรงพยาบาล แก้มขวัญรีบเปิดประตูลงรถและวิ่งเข้าไปข้างใน “ แก้มขวัญ” เมื่อมาถึงหน้าห้องฉุกเฉินก็เห็นว่าป้านุ่นกำลังยืนรอเธออยู่ “ ป้า แม่แก้มเป็นอะไรคะ แม่ไม่ได้เป็นอะไรใช่ไหมทุกคนหลอกแก้มใช่มั้ย” แก้มขวัญจับมือป้านุ่นขึ้นมาพลางเขย่าขึ้นลง อยากจะขอให้คนตรงหน้าปรานีเธอด้วยการบอกว่ามันคือเรื่องโกหก ซึ่งทุกการกระทำของเธอต่างอยู่ในสายตาของเจ้าไฟ ที่เพิ่งจะเดินตามเข้ามา เขามองมาที่ใบหน้าของเธอซึ่งเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำตา ก็รู้สึกแปลกๆ “ แก้ม ใจเย็นๆ นะลูก” คำตอบที่ป้านุ่นตอบกลับ เหมือนจะทำให้หญิงสาวใจสลายเธอร้องไห้หนักกว่าเดิม “ไปหาแม่ไปคุยกับแม่เขานะลูกนะ” เมื่อยอมรับในสิ่งที่เกิดแล้ว หญิงสาวก็วิ่งพรวดเข้าไปในห้อง เธอเห็นว่าแม่ของเธอนั้นนอนอยู่บนเตียงด้วยท่าทีอิดโรย “ แม่ แม่เป็นอะไร” แก้มขวัญเดินมานั่งลงที่เก้าอี้ข้างแม่ของเธอ มือเล็กกุมมือของแม่ไว้ “ แม่จ้ะ แม่แค่ล้อเล่นใช่มั้ย ฮื้อ” เธอพยายามซักไซ้แม้จะรู้ดีว่านี่ไม่ใช่เรื่องเล่นๆ แล้ว กมลยื่นมือมาลูบคลำที่แก้มกลมๆ ของลูกสาวอย่างเอ็นดู ลูกสาวของเธอเกิดมามีแก้มกลมสวยน่ารักจนได้ชื่อว่าแก้มขวัญ แต่มาบัดนี้แก้มใสนั้นพลันเปื้อนไปด้วยน้ำตา “ แก้มเห็นแม่แข็งแรงดีทุกวัน แล้วแม่เป็นแบบนี้ได้ยังไงจ๊ะ” เมื่อแม่ไม่ตอบแก้มขวัญก็เอ่ยขึ้นอีก ตอนที่มองหน้าซีดเซียวของแม่ใจเธอมันเจ็บปวดทรมาน ที่ต้องมาเห็นคนที่รักอยู่อย่างไร้เรี่ยวแรงเช่นนี้ “ แม่ แม่เจ็บไหมจ๊ะ” กมลมองที่หน้าลูกของเธอแล้วก็น้ำตาไหล มันคงถึงเวลาแล้ว ที่แก้มใสๆ ของลูกสาวของเธอจะต้องมีเจ้าของเสียที “ แม่รักลูกนะแก้มขวัญ แม่อยากให้ลูกปลอดภัย ลูกทำเพื่อแม่ได้ไหม” แก้มขวัญชะงักให้กับคำพูดของมารดา “ แล้วแม่จะไปไหน แม่จะไม่อยู่กับแก้มเหรอ ไม่นะ! แม่ห้ามไปไหนนะแม่” หญิงสาวกอดแขนของแม่ไว้พลางหมอบหน้าลงกับเตียงและร้องไห้โฮ “ ทุกสิ่งทุกอย่างที่แม่ทำไว้ให้ แม่อยากให้ลูกรู้เอาไว้ ว่าแม่ทำไปเพราะว่าแม่รัก และลูกก็ต้องทำตามนะ ไม่เช่นนั้นแม่อาจจะตายตาไม่หลับ” แก้มขวัญฟังเช่นนั้นเธอก็จำใจพยักหน้ารับอย่างฝืนๆ กมลจึงได้มองไปยังเจ้าไฟที่ยืนกอดอกมองมาตรงประตูทางเข้า เขาเห็นแบบนั้นจึงได้เดินเข้ามายืนอยู่ด้านหลังของแก้มขวัญ “ คุณต้องทำตามสัญญานะคะ” สีหน้าของชายหนุ่มดูเลิ่กลั่กเล็กน้อย “ ครับ ผมจะทำตามสัญญา” แต่ก็ตกปากรับคำแต่โดยดี กมลจึงยิ้มจางๆ ราวกับว่าเธอรู้อะไรบางอย่างที่จะเกิดขึ้นอยู่แล้ว เธอหันมาเอ่ยคำสุดท้ายกับลูกสาวด้วยน้ำเสียงที่แทบจะไม่ได้ยิน “ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น หนูทำตามเสียงของหัวใจนะลูก….” สิ้นคำก็เหมือนว่ากมลจะหมดห่วง ดวงตาของเธอหลับลงพลางจากไปอย่างสงบ “ แม่!! แม่!!! แม่ตื่นสิ!! แม่!!” แก้มขวัญที่เห็นว่าแม่หลับไป เธอก็ตะโกนร้องลั่น พลันรีบลุกเขย่าให้แม่กลับคืนมา โดยมีป้านุ่นคอยมาห้าม “ ไม่จริง!! นี่มันอะไร อ้าก ฮื้อๆ” แก้มขวัญร้องไห้พลางกรีดร้องลั่น เธอยังไม่ทันได้ตั้งตัวด้วยซ้ำ อยู่ดีๆ แม่ก็บอกว่าป่วยพร้อมกับจากไปกะทันหันแบบนี้เหรอ “ ฮื้อ~แม่! แม่ล้อหนูเล่นใช่มั้ย” แก้มขวัญเขย่าแขนแม่ไปมา อย่างไม่อยากจะเชื่อว่ามันเกิดขึ้นแล้ว “ อย่าลูกพอแล้วลูก แม่เขาไปสบายแล้วนะลูก” “ ฮื้อ ทำไมมันต้องเป็นแบบนี้ แล้วแก้มจะอยู่กับใคร” หญิงสาวส่ายหน้าไปมาพลางหันหน้าไปซบอกของป้านุ่น เธอยังรับไม่ได้และยังไม่ทันได้ตั้งตัวกับสิ่งที่เกิดขึ้น แม่ที่เห็นกันทุกวันและดูจะแข็งแรงดีมาตลอดอยู่ๆ มาบอกว่าป่วยและจากกันไปเสียอย่างนั้น แล้วแบบนี้เธอจะอยู่ต่อเช่นไร ในระหว่างที่แก้มขวัญกำลังร้องไห้ เอลิกก็เหลือบเห็นว่าเจ้านายของเขาแอบยืนหลบปาดน้ำตาอยู่อีกมุมหนึ่ง ก่อนที่เขาจะเดินออกไปด้านนอก เอลิกจึงเดินตามออกไป “ บอสครับ เห็นแบบนี้แล้วบอสยังจะทำเธอลงอีกเหรอ” เอลิกเอ่ยถามเสียงแผ่ว เจ้าไฟหลับตาถี่ๆ ก่อนรีบหันมาจ้องดุลูกน้อง “ ฉันก็ไม่ได้ทำอะไรนอกเหนือจากที่ได้สัญญาไว้กับแม่ของเด็กนั่นนิ” งานศพของกมลได้ถูกจัดขึ้นโดยมี อนาลาหรือเจ้าไฟ เป็นเจ้าภาพให้ในฐานะที่เขาเป็นเจ้านายของกีรติกร “ ลูกน้องของคุณกลับไปแล้ว แต่ทำไมคุณถึงยังไม่กลับ” คืนสุดท้ายก่อนวันเผาศพ เวลานี้แขกทยอยกลับกันหมดแล้ว แก้มขวัญก็เดินออกมานั่งหลบมุมเงียบๆ คนเดียวเหมือนทุกคืนซึ่งทุกครั้งจะมีเจ้าไฟเดินมานั่งเป็นเพื่อนเงียบๆ ทุกวัน แต่วันนี้เธอกลับได้เอ่ยพูดบางอย่างกับเขา “ ฉันก็แค่ให้เอลิกกลับไปดูงานให้ก่อน ส่วนฉันนะไม่จำเป็นต้องกลับหรอก” แก้มขวัญหันไปจ้องหน้าของเขาด้วยความแปลกใจ “ ทำไมคุณต้องมาทำดีกับฉันขนาดนี้ด้วย เพราะแค่อยากให้ฉันไปทำงานกับคุณน่ะเหรอ?” เธอถามเขาอย่างไม่เข้าใจ แก้มขวัญรู้เรื่องที่แม่ยกเธอให้ไปทำงานกับเขาที่ต่างประเทศแล้ว จากจดหมายที่แม่เขียนและฝากป้านุ่นไว้ให้ “ ก็มีส่วน แต่อีกส่วนหนึ่งก็เพราะว่าฉันรับปากกับแม่ของเธอไว้แล้ว” และอีกอย่างแผนการจับเธอไปกักขังและแก้แค้นมันก็ต้องดำเนินต่อด้วย ชายหนุ่มคิดระหว่างที่สบตากับหญิงสาว “ แล้ววันนั้นคุณคุยอะไรกับแม่ของฉัน” เขามองเข้าไปที่ตาแดงๆ ของเธอก่อนจะนึกย้อนไปถึงวันนั้นวันหนึ่งที่รีสอร์ท มีวัยรุ่นสองคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน “ มึง เด็กผู้หญิงที่เราเจอเมื่อตอนสายๆ นะ เธอเป็นใครกัน” ชายหัวทองพูดกับเพื่อนหัวดำของเขา “ ใครวะ” เพื่อนของชายหนุ่มก็ย้อนถามกลับ “ เอ้า ก็ผู้หญิงที่ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ๆ กับขาเกงขากระบอกไง” “ อ๋อ คนที่ตัวขาวๆ ผิวเนียนๆ นะเหรอ” “ ใช่ โคตรถูกใจกูเลยว่ะ นี่ขนาดแต่งตัวมิดชิดยังเห็นว่าขาวเนียนขนาดนั้นนะ” ชายหัวทองพูดพลางเพ้อฝันไปไกล “ มึงอย่า” เพื่อนของเขาที่พึ่งนึกขึ้นได้จึงรีบปราม “ ทำไม!ห้ามกูทำไม หรือว่ามึงก็อยากได้หะ” “ จะบ้าเหรอ ผู้หญิงคนนั้นนะ เมียเจ้าของรีสอร์ทนะเว้ย” เพื่อนของเขาเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมตบที่แขนชายหัวทองเบาๆ “ แล้วยังไงวะ บางทีน้องคนนั้นอาจจะอยากเปลี่ยนแนวมาชอบเจ้าของบริษัทส่งออกรถหรูแบบกูก็ได้นี่” นายหัวทองเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “ หึ มึงอย่าได้คิด หยุดความคิดบ้าๆ ของมึงไว้เลยนะเว้ย มึงไม่รู้จัก อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือไง คนที่ร้อยรุมหนึ่งเขาก็สามารถเอาชนะมาได้นะ” “ ห๊ะ ใช่คนเดียวกันเหรอวะ” “ ก็เอ้อนะสิ เขาว่ากันว่าคุณอนาลาเขาหวงเมียเข้ากระดูกเลยนะ ถ้ามึงยังอยากใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างสงบสุขละก็
ก๊อกๆ หลังจากไล่ลูกน้องกลับไปเจ้าไฟก็เดินมาเคาะที่ประตูห้องนอน ร้องเรียกเมียที่คิดว่าคงจะรออยู่ในห้อง “ เมียจ๋าอยู่ในห้องไหม พี่จะเข้าไปแล้วนะ” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าระรื่น หวังจะเข้ามากอดมาสัมผัสเมียให้ชื่นใจ แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อไม่เห็นใครอยู่ในนั้น “ กีรติกร!!” เขาแผดเสียงเรียกชื่อเธอเสียดังลั่น “เมียจ๋าไปไหนแล้ว” ชายหนุ่มคิ้วขมวดยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอชอบออกไปข้างนอกโดยไม่บอกเขา “ ดื้อจริงๆ” เขาบ่นพลางสาวขาเดินลงบันได ก่อนขึ้นรถขับออกไปที่รีสอร์ท ณ เวลานั้นแก้มขวัญก็กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับโสนแถวโรงครัวของรีสอร์ท “ สวยปะแก้ม ต่อไปนี้ฉันคงจะได้กลับมาที่เกาะแค่เสาร์-อาทิตย์แล้วนะ เพราะฉันต้องไปเรียนแล้ว” โสนอวดโบรชัวร์ภาพมหาลัยให้กับแก้มขวัญได้ดู แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอก็นึกดีใจกับเพื่อนด้วย “ ดีจังที่โสนมีโอกาสได้เรียน …” โสนจ้องหน้าแก้มขวัญเธอก็ดูออกทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้า ก็คงเคยมีความคิดอยากเรียนต่อมหาลัยเช่นเดียวกับเธอ โสนจึงรีบพูดตัด “ แล้วแก้มไม่อยากไปเรียนกับฉันเหรอ!” แก้มขวัญที่ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไรถึงกับชะงัก “ จะไปได้ยั
“ ทำอะไรอยู่ตรงนี้เหรอครับเมียจ๋า” เจ้าไฟเดินออกมาหาภรรยาของเขาที่ยืนหลบอยู่ตรงอีกมุมของงาน เนื่องจากเห็นว่าเธอแอบยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในมือถือ พอเห็นเขาเดินมาก็เงยหน้ายิ้มอ่อนให้ “ พี่นีวายไลน์มาค่ะ” “ ห๊ะ !” เจ้าไฟรีบแย่งมือถือเมียไปตรวจดูข้อความที่ว่าทันที “ บล็อกมันไปเลยนะ!!” “ พี่ไฟ ใจร้ายไปหรือเปล่า” เจ้าไฟคิ้วขมวดนิ่วไม่พอใจ แก้มขวัญจับที่แขนเขาและเขย่าเบาๆ “ อย่างอนนะ แก้มรักพี่คนเดียวน้า” เจ้าไฟยังคงหน้าบึ้งมองไกลไม่สนใจเมีย “ อะแห่ม!!” เสียงกระแอมดังขึ้นทำทั้งสองรีบหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเจ้าสัวที่ยิ้มอ่อนเดินมาหา ชายแก่เดินเข้ามาหยุดต่อหน้าทั้
บ้านพงษ์พิสิฐ “ ลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณหมอไนยะที่พึ่งกลับมาจากโรงพยาบาลหลังไปเป็นอาจารย์หมอสอนนักศึกษา เขารีบเดินมาหาเมียที่ยืนมองลูกชายของเขาอยู่ “ ก็จะเป็นยังไงล่ะคะคุณ” คุณหญิงณิหลาสะกิดให้สามีมองลูกชายของพวกเขาให้เต็มตา “ ตั้งแต่กลับมาจากไปเยี่ยมหนูแก้มขวัญวันนั้น ก็เอาแต่เงียบ กลับมาจากที่ทำงานมาทานข้าวกับคุณย่า เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่ยอมออกไปไหนเหมือนแต่ก่อนด้วย แล้วยิ่งรู้ว่าสองคนนั้นจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ ลูกก็ยิ่งซึมไปใหญ่เลยค่ะ” ณิหลาอธิบายปฏิกิริยาที่เธอคอยสังเกตจากลูกชายให้สามีของเธอฟัง “ เฮ้อ ผมก็ไม่คิดว่าลูกชายผู้แสนดีของเราจะแพ้คนแบบเจ้าไฟด้วยเรื่องความรักแบบนี้” คุณหมอกอดอกพึมพำอย่างหนักใจ “ เรื่องหัวใจมันเอามาแข่งกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถ้าคุณเป็นแก้มขวัญ รู้สึกรักกับเจ้าไฟ แต่คุณจะเลือกมาคบกับนีวายเพราะเขาแสนดีงั้นเหรอ” คุณหมอจ้องหน้าเมียที่ช่างเปรียบเปรยให้เขาฟัง ก่อนจะมองเธอด้วยตาหวานย้อย “ ก็นั่นแหละครับ แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดี ผมกลัวว่าลูกจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยที่อกหักช่วงมัธยมนะ กว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้เราก็สู้กันแทบตายไม่ใช่เหรอ” คุณหมอไนยะพูดพ
หลายอาทิตย์ต่อมา ณ บ้านศิลาแดง เสียงของเจ้าไฟนั้นดังสนั่นทั่วโซนมุมห้องทำงานของเขา “ ทำงานกันยังไงหะ แค่นี้ก็ช่วยกันดูไม่ได้เหรอ นี่ถ้าฉันต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเดือน รีสอร์ทก็คงเจ๊งเลยใช่ไหม!” เจ้าไฟเดือดดาลใส่มือถือ เนื่องจากลูกน้องโทรมารายงานว่าทางนู้นเกิดมีปัญหาหลายอย่างตอนที่เขาไม่อยู่ เขารีบวางสายอย่างหัวเสียก่อนหันหลังและเห็นว่าเมียของเขายืนดูอยู่ “ นี่เมียจ๋ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เจ้าไฟเดินจับขาของเขาที่ยังเจ็บและค่อยๆ เดินตรงไปหาเมีย แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอจึงเข็นรถวีลแชร์ไปให้เขา “ ขาเจ็บอยู่แต่ชอบลุกยืนจังเลยนะคะ เดี๋ยวถ้าพลาดล้มขึ้นมาคงได้เจ็บอีกแน่!” เธอบ่นเขาด้วยความเป็นห่วงแกมดุนิดๆ เพราะบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งนั้นยังคงอยู่ ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลและรอยช้ำ หลังที่ปวดเวลาก้มต่ำ และขาที่ยังใช้งานหนักไม่ได้ “ มันไกลหัวใจน้า” เขานั่งลงบนรถที่เมียเข็นมาอย่างว่านอนสอนง่ายก่อนหันไปขโมยหอมแก้มเธอ “ อือ มาให้หอมชื่นใจก่อนสิ” ตอนเห็นเธอจะเบือนหน้าหนี เขาก็รีบใช้มือดันให้หน้าเธอขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะหอมแล้วหอมอีกจนพอใจ “ พี่ไฟ พอแล้วเดี๋ยวคนอื่นมาเห็
“ คุณแม่โทรมาบอกพี่ว่า ให้เราไปดูใจพี่ไฟ…” “ อะ พี่ไฟ!! ไม่จริง!! เป็นไปไม่ได้ อึก” แก้มขวัญเหมือนจะสติหลุดไป เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลลิซเห็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สวมกอดหญิงสาวรุ่นน้องพลางร้องไห้ไปจนสุดท้าย โรงพยาบาล เมื่อรถจอดทั้งสองสาวก็รีบวิ่งมายังห้องที่เป็นจุดหมาย “ พี่ไฟ!!” แก้มขวัญรีบวิ่งเข้ามาในห้องพบร่างคนรักที่ถูกผ้าพันแผลพันรอบร่างกายไว้อย่างกับมัมมี่บนเตียงก็ใจสลาย เธอมองยังสายออกซิเจนบนหน้าเขาก่อนหันไปดูพ่อกับแม่ของชายหนุ่มที่ยืนเศร้าร้องไห้อยู่ข้างๆ “ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม…” แก้มขวัญเอ่ยถามกับคนที่อยู่ก่อน ทุกคนเอาแต่ก้มหน้า มีเพียงเสี่ยที่เป็นตัวแทนเอ่ยปากตอบเธอ “ ชีพจรของเจ้าไฟอ่อนลงมาก หมอบอกว่าให้พวกเราทำใจไว้น่ะลูก” สิ้นคำพูดร่างของแก้มขวัญก็ทรุดลงกอดร่างอันไร้สติบนเตียง “ ไม่จริง! ฮื้อ มันไม่ใช่ความจริง พี่ไฟจะทิ้งแก้มไปแบบนี้ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!! พี่ไฟ!!” เธอซุกหน้าลงบนตัวเขาพลางร้องไห้สะอื้น “แก้มรักพี่มากพี่รู้หรือเปล่า ตื่นขึ้นมาเถอะ แก้มขวัญคนนี้สัญญาว่าจะทำตัวดีๆ จะไม่ดื้อไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว แก้มจะยอมพี่ทุกอย่าง ขอร้อง
ในห้องนอน เอลิกพยุงแก้มขวัญมาส่ง แล้วเขาก็เดินไปหยิบกล่องปฐมพยาบาลมาให้ “ ให้ผมช่วยใส่ยาให้ไหมครับ” “ ไม่เป็นไรค่ะ ฉันทำเองดีกว่า ว่าแต่…” แก้มขวัญจ้องไปที่หน้าของเอลิกด้วยแววตาสงสัย “ฉันถามอะไรหน่อยได้ไหม ผู้ชายที่หน้าเหมือนพี่ไฟคนนั้นเป็นใครเหรอ” “ อ๋อ คนนั้นนายน้อยคิน เขาเป็นน้องชายแท้ๆ ของ
“ อือ” แก้มขวัญได้สติตื่นขึ้นมาอีกครั้งก็ตอนที่ฟ้าสางแสงแดดส่องผ่านเข้ามาทาบลงบนตัวเธอ ร่างเล็กค่อยๆ ดันร่างกายที่อ่อนล้าขึ้น “ พี่ไฟ” เธอเรียกหาชายคนนั้นเบาๆ แต่ดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้อยู่ในห้องแล้ว แก้มขวัญจึงค่อยๆ พยุงร่างกายขึ้นนั่งก่อนที่เธอจะแสดงสีหน้าเหมือนคนจะร้องไห้ “ เมื่อคืน มันครั้งแร
“ กีรติกร” “ พี่ไฟ ยังไม่นอนเหรอคะ ” หญิงสาวหน้าแดงจนต้องรีบหลบสายตา เวลานั้นเขาก็ลุกขึ้นนั่ง “ เธอเป็นอะไร” เขาจ้องเธอด้วยใบหน้านิ่งขรึม “ แก้มฝันร้าย” มุมปากข้างซ้ายของเจ้าไฟกระตุกขึ้นในทันทีเมื่อได้เห็นท่าทีที่เธอแสดงออก เขาเดินลงจากเตียงและเดินสาวขายาวไปหาน้องที่มุมประตู “ เธอเลยจะมาขอนอน
เมื่อแสงแดดยามเช้ามาเยือนอีกครา ร่างใหญ่ของเจ้าไฟก็เริ่มได้สติ เขาตื่นขึ้นมาในห้องนอนของตัวเอง สายตากวาดมองไปรอบห้องก่อนที่จะลุกขึ้นนั่งบนเตียง ก้มดูสภาพของตัวเองที่ยังสวมใส่ชุดของเมื่อวาน “ เมื่อวาน…” เขานึกย้อนไปกลับรู้สึกปวดหัว เนื่องจากตอนนี้มันมึนหัวไปหมด “ อ้าว บอสตื่นแล้วเหรอครับ” เอลิกเ







