Masuk“ แกเป็นอะไรกมล” นุ่นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับกมล วันนี้ได้เดินมาหาหวังจะคุยเล่นกันที่บ้าน แต่ดันเจอเพื่อนนั่งซึมเศร้าอยู่บนแคร่ จึงได้เอ่ยถามอย่างห่วงใย
“ นุ่น ฉันมีอะไรจะบอกแล้วก็ปรึกษาแกว่ะ” “ พูดมาสิ” นุ่นนั่งขัดสมาธิลงข้างเพื่อนพร้อมกับสีหน้ารอรับฟังซึ่งน่าจะเตรียมพร้อมมาตั้งแต่ที่บ้านแล้ว “ ฉันป่วยหนัก ใกล้ตายแล้วน่ะ” “ หะ ล้อเล่นปะ ฉันยังเห็นแกแข็งแรงดีอยู่เลยกมล อย่ามาอำกันสิ” “ ก็เพราะว่าฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันใกล้ตายไงล่ะ” นุ่นฟังแบบนั้นจากที่มีสีหน้าขำขันก็พลันเงียบไปในทันที เธอจ้องหน้าเพื่อนที่กำลังก้มหน้าเศร้าก่อนเอ่ยถามแผ่วเบา “ แล้วแกเป็นโรคอะไรเหรอ” กมลถอนหายใจเบาๆ ให้กับคำถาม “ ฉันเป็นมะเร็งปอด แล้วก็มีภาวะหัวใจร่วมด้วย ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะตายวันไหน มันอาจไปได้ทุกเมื่อเลยนะเว้ย” มือของกมลนั้นสั่นไปมาขณะที่เธอเอ่ย นุ่นรีบยื่นมือมาจับมือเพื่อนเอาไว้ “ แก…” “ สิ่งเดียวที่ฉันห่วงมากตอนนี้ก็คือแก้มขวัญ ถ้าฉันตายแก้มมันจะอยู่ยังไง ฉันไม่ต้องการให้มันกลับไปอยู่กับพ่อ ฉันอยากให้มีคนมาพามันหนีไอ้พิทักษ์ไปไกลๆ เลย ใครมันจะทำให้ฉันได้บ้างไหมวะแก” กมลพูดไปพลางน้ำตาไหลเอ่อ เธอยกมือขึ้นทาบอก “ กมล แกเป็นอะไรหรือเปล่า” นุ่นเห็นท่าไม่ดีก็ถามขึ้นเสียงดัง แต่กมลยกมือขึ้นปรามไว้ “ ฉันโอเค” กมลหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นว่ามีรถหรูสีดำขับตรงมาทางบ้านเธอ “ นั่นรถใครวะ” ทั้งนุ่นและกมลต่างหันไปมองคนที่มาใหม่ วินาทีนั้นเมื่อกมลได้เห็นหน้าของชายร่างสูงตัวใหญ่เดินลงจากรถ ลางสังหรณ์ของเธอก็เหมือนดั่งทำงานอีกครั้ง กมลเห็นว่าในตัวเขามีรังสีแบบเดียวกันกับชายเมื่อวันก่อน แต่ร้อนแรงกว่าแถมมันยังมีทั้งสีของความทุกข์และความสุขปะปนกันไป ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าคนนี้แหละ! “ ผม อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือเจ้าไฟ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณแม่ของกีรติกรครับ” “ อ่า จ้ะ” ตอนที่ชายหนุ่มยกมือไหว้เธอ กมลก็หลุดจากห้วงความคิด และเพิ่งสังเกตว่าชายคนนี้ก็ไม่ได้ดูดีน้อยกว่าชายเมื่อวันก่อนเลย “ แม่! แก้มกลับมาแล้วจ้ะ อ้าว ทำไมถึงไม่เปิดไฟล่ะ” แก้มขวัญยืนชะเง้อคอมองบ้านที่มืดสนิท ก่อนที่จะก้าวขาเดินขึ้นไป เธอก็สะดุดเข้ากับรองเท้าขัดมันคู่ใหญ่ดูคุ้นตา สายตาหวานๆ รีบหันไปจ้องในบ้านที่มืดสนิทอีกครา “ อย่าบอกน่ะว่า…” มือเล็กจับไม้กวาดที่อยู่ตรงหน้าบ้าน แล้วค่อยๆ ก้าวขาเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ มือไม้ของเธอสั่นไปด้วยความลนลาน เพราะคิดว่าโจรแน่ๆ “ ย๊า!!!” “ เฮ้ย!” เมื่อพบว่ามีร่างสีดำตะคุ่มๆ อยู่ไม่ไกล เธอจึงกระโดดเข้าไปพลางใช้ไม้ในมือฟาดใส่คนๆ นั้น แต่เหมือนกับว่าร่างนั้นจะรู้ทัน จึงจับไม้ของเธอเอาไว้ และดึงรั้งเต็มแรงจนตัวเธอถูกดันไปประชิดกับผนัง แก้มขวัญตั้งสติแล้วยื่นมือไปเปิดสวิตซ์ไฟที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ “ คุณ!!!” เมื่อไฟสว่างขึ้น เธอก็ต้องตาเหลือกโต เพราะมันปรากฏให้เธอเห็นใบหน้าของชายคนที่เธอเจอเมื่อวานที่ตลาด ชายหนุ่มมองไปรอบๆ “ เฮ้อ สว่างได้สักที ฉันหาสวิตซ์ไฟตั้งนาน” เจ้าไฟบ่นพึมพำ ในขณะที่แขนของเขายังใช้ดันเหนืออกของเธอไม่ให้ดิ้นไปไหน “ นี่คุณแต่งตัวก็ดี แต่ที่แท้ก็เป็นโจรหรอกเหรอ ช่วยด้วย…ช่วยด้วย อึก !” แก้มขวัญตะโกนร้องเสียงดัง ทำให้เจ้าไฟที่รู้สึกรำคาญยกมือขึ้นปิดปากของเธอไว้ “ ดูดีขนาดนี้ จะมาจงมาโจรอะไร ฉันมารอ…โอ้ย!!!” ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรจบ เธอก็กัดเข้าที่มือของเขา เมื่อหญิงสาวหลุดไปได้ เธอก็หยิบไม้กวาดขึ้นมาฟาดเขาไม่ยั้ง “ ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!! โจรขึ้นบ้านค่ะ ช่วยด้วย!! ว้าย!!” “ เก่งนักหรือไง!!” แต่ร่างเล็กจะไปสู้คนตัวใหญ่ได้อย่างไร แถมเขายังโมโหจนหน้าแดงเพราะถูกเธอทำร้ายร่างกายเมื่อตะกี้อีก มือใหญ่สองข้างจับเข้าที่บ่าเล็กพลางผลักเธอเต็มแรงจนชิดผนังอีกรอบ เมื่อเห็นว่าปากอิ่มของเธอกำลังจะโวยวาย เขาก็รู้สึกขี้ค้านจะฟัง และไม่รู้อะไรมาดลใจเพียงไม่กี่เสี่ยววิที่เห็นเธอกำลังจะเปิดปาก เขาดันก้มลงไปและประกบปากของเขาปิดริมฝีปากอิ่มสีชมพูนั้นซึ่งกำลังจะกรีดร้องให้เงียบลง แก้มขวัญตาเหลือกโตด้วยความตกใจพลางร่างกายก็ร้อนวูบวาบ เธอพยายามดิ้นสุดฤทธิ์ แต่ก็ยังไม่พ้นต่อพันธการนี้ เขายังคงกดแน่นที่ริมฝีปากจนตัวของเธอเริ่มแดงระเรื่อ นี่มันความรู้สึกอะไรกัน ดวงใจน้อยๆ ของหญิงสาวเริ่มเต้นผิดจังหวะ มือไม้ที่เคยอ่อนแรงจึงยกขึ้นทุบอกเขาให้รู้ว่าเธอนั้นขัดขืน แต่เจ้าไฟตอนนี้กลับดูเหมือนจะชอบใจ ริมฝีปากของเขาเริ่มขยับเม้มเพื่อจะเปิดปากของเธอ ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าคนตัวเล็กกว่ากำลังตัวสั่น เธอเหมือนดั่งคนใจจะขาดตอนที่เขาเริ่มดูดมัน ชายหนุ่มจึงรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่ไม่ดีไม่ควรอยู่ ดังนั้นเขาจึงยอมลามือ “ ห่า…” สองร่างถอนหายใจแรง “ แหกปาก!อยากให้ฉันเป็นโจรนักใช่ไหม เดี๋ยวแม่งจะเป็นโจรข่มขืนให้เลย!!” เขาตะคอกใส่หน้าหญิงสาวออกมาเช่นนั้นเพราะโมโห ทำให้แก้มขวัญที่เพิ่งจะถูกเขาพรากจูบแรกไป ตัวสั่นหวาดกลัวว่าเขาจะทำเช่นพูดจริง “ อย่า ฉันกลัวแล้ว อย่าทำแบบนั้น” “ ฮือ” ลมร้อนถูกปล่อยออกมาจากจมูกของชายตรงหน้า จนหญิงสาวรับรู้ได้ เธอพยายามเบือนหน้าหนีไม่สบตากับเขา “ เงียบตั้งแต่แรกก็จบ” เขาเอ่ยพลางสายตาก็ยังคงจับจ้องปากอิ่มของเธอที่กำลังบวมเป่ง เขารีบปล่อยมือจากร่างบางและขยับตัวออกเนื่องจากกลัวใจตัวเอง “ คุณต้องการอะไร” เมื่อได้ยินเธอถามแบบนั้น ชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงมองเธอที่กำลังยืนคอหดอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาดุและเย็นชา “ แม่ของเธออยู่ที่โรงพยาบาล ฉันจะมาพาเธอไปหาแม่เนี่ย!!” คำพูดของเขาราวกับเป็นน้ำมาชำระล้างความกลัวเมื่อครู่ของแก้มขวัญให้สลายหายไปหมด เหลือเพียงความกังวลและตกใจเข้ามาแทนที่ “ ห๊า!! แม่เป็นอะไร!!” เธอรีบจับแขนเสื้อของเขาเอาไว้พลางขยับเข้าไปใกล้เขาอย่างเผลอตัว ชายหนุ่มไม่ตอบได้แต่มองดวงตาที่ก่อนหน้าแค่แดงก่ำแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยน้ำตา “ บอกฉันมาสิว่าแม่ฉันเป็นอะไร พาฉันไปหาแม่สิ ไม่ใช่ว่าเอาเรื่องนี้มาหลอกฉันหรอกน่ะ” เจ้าไฟไม่เอ่ยอะไรได้แต่นึกสงสัยว่าแค่เขาเอาเรื่องแม่ของเธอมาพูด เธอก็ยอมอ่อนให้ขนาดนี้เลยเหรอ เขาส่ายหน้าไปมาแล้วจับเข้าที่แขนของหญิงสาว มืออีกข้างล้วงเอากุญแจรถในกระเป๋ากางเกงและรีบจูงพาเธอไปที่รถหลายสัปดาห์ต่อมาที่เกาะ เจ้าไฟนั่งเท้าแก้มอยู่ในครัวของโรงอาหาร มองดูแก้มขวัญทำขนมเพื่อแจกคนงาน โดยมีเอลิกกับโสนเป็นลูกมือคอยสังเกตดูทั้งคู่อยู่ไม่ไกล “ ช่วงนี้หัวหน้าเขาไม่ค่อยสบายเหรอ” โสนกระซิบถามกับเอลิกที่ยืนข้างกัน “ ทำไมถึงถามแบบนี้” “ ก็ช่วงนี้ฉันเห็นเขายิ้มตลอด ไม่รู้ว่ายิ้มอะไร ทีแต่ก่อนเคยมีเรื่องดีๆ ที่ควรดีใจมากมายก็ยังไม่เห็นเขายิ้มเลย” เอลิกฟังแบบนั้นเขาก็แอบขำเบาๆ “ สงสัยคงมีความรักนะ” โสนนิ่งไปพลางจ้องไปที่แก้มขวัญ ด้วยอิจฉาเล็กน้อย “ ไม่น่าเชื่อว่าจะมีผู้หญิงที่มาทำให้หัวหน้าไฟหลงรักได้ด้วย” โสนบ่นกับตัวเองเบาๆ ก่อนก้มหน้าปั้นแป้งขนมต่อ ซึ่งทุกอย่างเอลิกก็ได้มองอยู่ “ พี่ไฟไม่คิดจะมาช่วยกันหน่อยเหรอ” แก้มขวัญเห็นว่าเขาเอาแต่จ้องจึงรู้สึกแปลกๆ เธอเลยหันไปถาม ชายหนุ่มก็ตอบกลับอย่างไม่ต้องคิด “ ไม่ว่าง” “ ธุระของพี่คือนั่งยิ้มงั้นเหรอคะ?” “ ใช่” แก้มขวัญทำได้เพียงส่ายหน้า เวลานั้นนีวายก็เดินเข้ามา “ อะหืม~ ขอโทษนะที่มารบกวน แต่ว่าหัวหน้าไฟกรุณาไปทำงานด้วยนะ” นีวายเดินมาหยุดต่อหน้าเจ้าไฟพลางจ้องเขา เนื่องจากช่วงนี้ดูเหมือนจะมีบางคนคลั่งรักมากจนไม่เป็น
เวลาผ่านไปไม่นานชายแก่ก็ได้ทานขนมที่เขาอยากสมใจ แชมป์น้ำตาซึมทันทีเมื่อตักเข้าปากไปคำแรก “ อืมรสชาติต่างไปคนล่ะแบบกับที่ลูกสาวลุงเคยทำให้ทานเลย แต่ก็อร่อยมาก” น้ำตาของเขาหยดลงมาแต่ใบหน้ากลับเปื้อนยิ้ม “ คุณลุงคงจะรักลูกสาวมากสินะคะ” “ อืม รักมาก จนลุงลืมตัว…พยายามฝืนคิดว่าลูกสาวยังอยู่ ทั้งๆ ที่เธอจากไปนานแล้ว…” แชมป์สะอื้นพลางยกมือปาดน้ำตา “แต่ก็ต้องขอบใจหนูมากๆ นะ” แก้มขวัญตาโตชี้นิ้วเข้าหาตัวเอง “ หนูเหรอคะ?” “ ใช่ ถ้าไม่มีหนูเข้ามาเมื่อวาน ลุงคงไม่ได้ฝันเห็นลูกสาวเหมือนเมื่อคืน รู้หรือเปล่าว่าเมื่อคืนโรแซนเขามาบอกลุงว่าอะไร”แชมป์จ้องแก้มขวัญก่อนละสายตาจ้องไปยังชายหาด “ โรแซนบอกลุง ขอร้องลุงว่าไม่ให้ยึดติด ตัวเธอถึงจะอยากกลับมาหา ก็คงมาหาไม่ได้แล้ว โรแซนอยากให้ลุงได้ทำในสิ่งที่อยากทำในช่วงบั้นปลายของชีวิต เธอไม่อยากให้ลุงมานั่งอมทุกข์รออยู่อย่างนี้” แชมป์ร้องไห้โฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ แก้มขวัญจึงรีบหยิบผ้าเช็ดหน้าให้ แชมป์ยื่นมือหยิบเอกสารบนโต๊ะใส่ในมือเธอเปลี่ยนกลับผ้าเช็ดหน้าที่หญิงสาวส่งให้ “ ลุงยกให้” “ อะไรกันคะ” “ ที่ดินผืนนั้นไง” เมื่อได้ยินแบบนั้นเธอก็ยกมือปฏ
กึก!! “ โอ้ยย” แชมป์ขับรถวีลแชร์ไปชนเข้ากับก้อนหิน ทำให้รถคว่ำเขาจึงร้องออกมาด้วยความเจ็บ “ คุณลุง! เป็นอะไรหรือเปล่าคะ” แก้มขวัญที่เดินมาเก็บว่าวของเธอเห็นเข้า จึงได้รีบเข้ามาช่วยพยุงลุงแชมป์ “ ขอบใจๆ” แชมป์รีบแสดงความขอบคุณหญิงสาวแต่พอเขาได้มองหน้าเธอชัดขึ้น กลับตะลึงตาโตติดดีใจจนเกือบจะพูดไม่ออก “ โรแซน ลูกพ่อ…” “ กีรติกร หายไปดื้อที่ไหนอีกแล้ว” เจ้าไฟที่เดินไปคุยโทรศัพท์กับสำเนาไม่นาน กลับมายังจุดเล่นว่าวก็ดันตามหาคนตัวเล็กที่เขาทิ้งให้เล่นคนเดียวไม่เจอ ชายหนุ่มเริ่มใจเสียเขาวิ่งไปมาทั่วชายหาดอย่างร้อนรน มือก็รีบล้วงเอามือถือขึ้นมาโทรตาม “ กีรติกร!!” ณ เวลานั้นที่บ้านริมทะเลของชายชรา “ คุณลุงเป็นยังไงบ้างคะ ไม่เจ็บตรงไหนแล้วใช่มั้ย” แก้มขวัญมาส่งชายแก่ที่บ้านด้วยความเป็นห่วงเพราะเห็นว่าอยู่คนเดียว เธอจึงขออาสาอยู่เป็นเพื่อนเขาสักพัก เช่นตอนนี้เธอก็ไปเอาน้ำมาให้เขา พลางนั่งลงข้างวีลแชร์ แชมป์ก็มองมาที่เธอด้วยแววตาซาบซึ้งก่อนจะร้องไห้ ทำแก้มขวัญสงสัยและสงสาร “ โรแซน ลูกไปไหนมา รู้ไหมว่าพ่อรอลูกมาตลอด เฝ้ามองหาลูกอยู่ตรงชายหาดที่ลูกเคยวิ่งเล่นทุกวัน รู้ไหมว่าพ่อต้องทนเ
“ อืม…” ร่างเล็กสะดุ้งตื่นขึ้นมา ในยามเช้า เธอดูตกใจเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเขานอนกอดเธอเอาไว้อยู่ จนต้องรีบเงยหน้าเชยชมเขา ใบหน้าที่กำลังหลับ ดูอิดโรยเล็กน้อยอาจเพราะเขาคงจะนอนดึก ก็เมื่อคืนเขาเล่นเธอจนสลบและไม่รู้ว่าเขาหยุดทำกี่โมง แก้มขวัญอมยิ้มให้กับใบหน้าอันแสนมีเสน่ห์ตรงหน้าของเธอ เขากำลังหลับสนิทหรือเปล่านะ ดูขนตานั่นสิ ช่างเรียงเส้นสวย ไหนจะจมูกโด่งๆ ริมฝีปากนั่น มองแล้วมันดูเข้ากันไปเสียหมด “ หล่อ…” ไม่คิดเฉยเธอยื่นมือจะไปสัมผัสที่ใบหน้าเขา “ ว๊าย!!” ก่อนร้องออกมาเพราะตกใจเนื่องจากคนที่เธอคิดว่าเขาหลับ ดันตื่นขึ้นมาจับมือข้างนั้นของเธอไว้ก่อนที่จะไปถึงจุดหมาย “ คิดจะทำอะไร” ใบหน้าของเขาก้มลงมามอง คนใต้ล่างจึงรู้สึกหน้าร้อน เธอก้มหน้าและมุดหัวเข้าตรงอกแกร่ง พลางแอบยิ้มอ่อน “ แก้มแค่มีความสุข ที่ตื่นมาแล้วยังเห็นพี่นอนอยู่ข้างๆ” คนฟังเผยยิ้ม ก่อนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ บนหัวคนตัวเล็กจนต้องเผลอก้มลงไปสูดดม “ ทีแต่ก่อน เธอยังแอบหนีฉันไปหาผู้ชายคนอื่นอยู่เลย” “ ตอนไหนคะ!!” แก้มขวัญรีบหันไปถามพลันพลิกตัวคว่ำให้ศอกยันเตียง เพื่อให้เธอจ้องหน้าเขาที่นอนตะแคงอยู่ให้ชัดขึ้น “ ก็ตอนที่เธอ
ณ โรงแรม “ พี่ไฟเลือกชุดอะไรให้เราเนี่ย โอ้ย” แก้มขวัญนั่งอยู่บนเตียงพร้อมกับมองสภาพตัวเอง เธอโดนคนพี่บังคับให้ใส่ชุดนอนที่เขาเลือกให้ พลางคิดไปว่าคืนนี้เธอคงไม่รอดแน่ “ อือฮื้อ” ร่างบางดีดดิ้นไปมาอยู่ไม่สุข เมื่อในหัวคิดมโนภาพไปล่วงหน้า เวลานั้นอีกคนก็เพิ่งจะอาบน้ำเสร็จ เจ้าไฟเดินออกมาพลางปรายตามองคนบนเตียงที่อยู่ในท่าทางแปลกๆ เธอนอนเอนกายบนเตียงเนื้อผ้านุ่ม ลำคอแหงนขึ้นเล็กน้อย เผยให้เห็นเส้นไหปลาร้าที่เรียวสวยรับกับสายสร้อยเส้นบางที่ประดับอยู่บนผิวเนียนละเอียด แสงจากหลอดไฟ กระทบเนื้อผ้าซาตินสีดำที่แนบไปตามเรือนร่างของหญิงสาว เนื้อผ้าลื่นไหลราวกับสายน้ำ บางเบาแต่เย้ายวน ชุดเดรสตัวนี้เป็นซาตินดำสนิท ประดับลูกไม้ตรงขอบอก เพิ่มเสน่ห์ชวนมอง เส้นสายของชุดออกแบบมาเพื่อเน้นส่วนเว้าส่วนโค้ง ผ่าข้างเล็กน้อยเผยให้เห็นเรียวขาขาวสวย และรูปร่างอันเป็นหญิงของเจ้าตัวเล็ก ด้ายรูดปรับขนาดตรงสะโพกยิ่งทำให้ดูอ่อนหวานปนน่าเสน่หา เส้นริบบิ้นที่ปล่อยชายระอยู่ข้างตัว คล้ายกับกำลังรอคอยให้ใครสักคนเข้าไปแตะต้อง มือเรียวของเธอวางแนบลำตัว นิ้วขยับเล็กน้อยเหมือนกำลังคลึงปลายผ้า ลมหายใจเร็วแรงสะท้อนถึงคว
“ ตกลงว่าคุณยอมยกให้ผมได้ไหมล่ะ” เยโด่ได้ทีก็เอาใหญ่ เห็นว่าชายหนุ่มยอมมาขอร้องด้วยตัวเองจึงหวังอยากได้ผู้หญิงที่มากับเขา “ อืม..” เจ้าไฟที่เป็นฝ่ายถูกขอเขายิ้มมุมปากเล็กน้อย แต่พอเห็นว่าเยโด่เริ่มดีใจ เขาจึงได้พูดบางอย่างออกมา “ คิดว่าผมมาขอร้องคุณถึงที่ แล้วคุณจะทำอะไรก็ได้งั้นเหรอ!!!” เยโด่ถึงกับตกใจให้กับท่าทางและน้ำเสียงดูโกรธเคืองของชายหนุ่ม เขาคิดว่าเด็กสาวนั่นเป็นเพียงของเล่นของเจ้าไฟไม่มีความหมายอะไรเสียอีก เขาคิดผิดงั้นเหรอ เยโด่คิดในเวลาเดียวกันก็จ้องหน้าของอีกคนที่มองมายังเขาด้วยคิ้วขมวด และเม้มปากแน่น “ ผมจะไม่เช่าท่าเรือของคุณแล้ว!!” เจ้าไฟตะโกนออกมาด้วยท่าทีเด็ดขาด ก่อนรีบสาวขาเดินออกไป “ กีรติกร! กลับ!” มือใหญ่ดึงแขนเล็กที่กำลังจับขนมใส่ปากพลันรีบดึงลากเธอออกไป “ ไอ้โบ่ม!! ไหนมึงบอกว่ามันอยากได้ท่าเรือกู กูจะต่อลองยังไงก็ได้ไง” เยโด่ที่มองทั้งสามเดินหายไปรีบหันไปต่อว่าลูกน้องซึ่งยืนอยู่ทางด้านหลังของเขาทันที “ สิ่งที่นายขออาจจะมากเกินไป ดูจากหน้านายอนาลานั่นแล้ว ผู้หญิงคนนั้นดูจะสำคัญกว่า คงไม่ใช่แค่เล่นๆ นะครับ” เยโด่กำมือแน่นพลางทุบลงโต๊ะเสียงดัง “







