เข้าสู่ระบบ“ แกเป็นอะไรกมล” นุ่นเพื่อนรุ่นราวคราวเดียวกันกับกมล วันนี้ได้เดินมาหาหวังจะคุยเล่นกันที่บ้าน แต่ดันเจอเพื่อนนั่งซึมเศร้าอยู่บนแคร่ จึงได้เอ่ยถามอย่างห่วงใย
“ นุ่น ฉันมีอะไรจะบอกแล้วก็ปรึกษาแกว่ะ” “ พูดมาสิ” นุ่นนั่งขัดสมาธิลงข้างเพื่อนพร้อมกับสีหน้ารอรับฟังซึ่งน่าจะเตรียมพร้อมมาตั้งแต่ที่บ้านแล้ว “ ฉันป่วยหนัก ใกล้ตายแล้วน่ะ” “ หะ ล้อเล่นปะ ฉันยังเห็นแกแข็งแรงดีอยู่เลยกมล อย่ามาอำกันสิ” “ ก็เพราะว่าฉันไม่อยากให้ใครรู้ว่าฉันใกล้ตายไงล่ะ” นุ่นฟังแบบนั้นจากที่มีสีหน้าขำขันก็พลันเงียบไปในทันที เธอจ้องหน้าเพื่อนที่กำลังก้มหน้าเศร้าก่อนเอ่ยถามแผ่วเบา “ แล้วแกเป็นโรคอะไรเหรอ” กมลถอนหายใจเบาๆ ให้กับคำถาม “ ฉันเป็นมะเร็งปอด แล้วก็มีภาวะหัวใจร่วมด้วย ตอนนี้ฉันไม่รู้ว่าตัวเองจะตายวันไหน มันอาจไปได้ทุกเมื่อเลยนะเว้ย” มือของกมลนั้นสั่นไปมาขณะที่เธอเอ่ย นุ่นรีบยื่นมือมาจับมือเพื่อนเอาไว้ “ แก…” “ สิ่งเดียวที่ฉันห่วงมากตอนนี้ก็คือแก้มขวัญ ถ้าฉันตายแก้มมันจะอยู่ยังไง ฉันไม่ต้องการให้มันกลับไปอยู่กับพ่อ ฉันอยากให้มีคนมาพามันหนีไอ้พิทักษ์ไปไกลๆ เลย ใครมันจะทำให้ฉันได้บ้างไหมวะแก” กมลพูดไปพลางน้ำตาไหลเอ่อ เธอยกมือขึ้นทาบอก “ กมล แกเป็นอะไรหรือเปล่า” นุ่นเห็นท่าไม่ดีก็ถามขึ้นเสียงดัง แต่กมลยกมือขึ้นปรามไว้ “ ฉันโอเค” กมลหายใจเข้าลึกๆ เพื่อตั้งสติ ก่อนที่สายตาจะเหลือบไปเห็นว่ามีรถหรูสีดำขับตรงมาทางบ้านเธอ “ นั่นรถใครวะ” ทั้งนุ่นและกมลต่างหันไปมองคนที่มาใหม่ วินาทีนั้นเมื่อกมลได้เห็นหน้าของชายร่างสูงตัวใหญ่เดินลงจากรถ ลางสังหรณ์ของเธอก็เหมือนดั่งทำงานอีกครั้ง กมลเห็นว่าในตัวเขามีรังสีแบบเดียวกันกับชายเมื่อวันก่อน แต่ร้อนแรงกว่าแถมมันยังมีทั้งสีของความทุกข์และความสุขปะปนกันไป ทำให้เธอรู้ได้ทันทีว่าคนนี้แหละ! “ ผม อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือเจ้าไฟ ผมมีเรื่องจะคุยกับคุณแม่ของกีรติกรครับ” “ อ่า จ้ะ” ตอนที่ชายหนุ่มยกมือไหว้เธอ กมลก็หลุดจากห้วงความคิด และเพิ่งสังเกตว่าชายคนนี้ก็ไม่ได้ดูดีน้อยกว่าชายเมื่อวันก่อนเลย “ แม่! แก้มกลับมาแล้วจ้ะ อ้าว ทำไมถึงไม่เปิดไฟล่ะ” แก้มขวัญยืนชะเง้อคอมองบ้านที่มืดสนิท ก่อนที่จะก้าวขาเดินขึ้นไป เธอก็สะดุดเข้ากับรองเท้าขัดมันคู่ใหญ่ดูคุ้นตา สายตาหวานๆ รีบหันไปจ้องในบ้านที่มืดสนิทอีกครา “ อย่าบอกน่ะว่า…” มือเล็กจับไม้กวาดที่อยู่ตรงหน้าบ้าน แล้วค่อยๆ ก้าวขาเดินเข้าไปอย่างเงียบเชียบ มือไม้ของเธอสั่นไปด้วยความลนลาน เพราะคิดว่าโจรแน่ๆ “ ย๊า!!!” “ เฮ้ย!” เมื่อพบว่ามีร่างสีดำตะคุ่มๆ อยู่ไม่ไกล เธอจึงกระโดดเข้าไปพลางใช้ไม้ในมือฟาดใส่คนๆ นั้น แต่เหมือนกับว่าร่างนั้นจะรู้ทัน จึงจับไม้ของเธอเอาไว้ และดึงรั้งเต็มแรงจนตัวเธอถูกดันไปประชิดกับผนัง แก้มขวัญตั้งสติแล้วยื่นมือไปเปิดสวิตซ์ไฟที่อยู่ไม่ไกลจากตรงนี้ “ คุณ!!!” เมื่อไฟสว่างขึ้น เธอก็ต้องตาเหลือกโต เพราะมันปรากฏให้เธอเห็นใบหน้าของชายคนที่เธอเจอเมื่อวานที่ตลาด ชายหนุ่มมองไปรอบๆ “ เฮ้อ สว่างได้สักที ฉันหาสวิตซ์ไฟตั้งนาน” เจ้าไฟบ่นพึมพำ ในขณะที่แขนของเขายังใช้ดันเหนืออกของเธอไม่ให้ดิ้นไปไหน “ นี่คุณแต่งตัวก็ดี แต่ที่แท้ก็เป็นโจรหรอกเหรอ ช่วยด้วย…ช่วยด้วย อึก !” แก้มขวัญตะโกนร้องเสียงดัง ทำให้เจ้าไฟที่รู้สึกรำคาญยกมือขึ้นปิดปากของเธอไว้ “ ดูดีขนาดนี้ จะมาจงมาโจรอะไร ฉันมารอ…โอ้ย!!!” ไม่ทันที่เขาจะได้พูดอะไรจบ เธอก็กัดเข้าที่มือของเขา เมื่อหญิงสาวหลุดไปได้ เธอก็หยิบไม้กวาดขึ้นมาฟาดเขาไม่ยั้ง “ ช่วยด้วย!! ช่วยด้วย!! โจรขึ้นบ้านค่ะ ช่วยด้วย!! ว้าย!!” “ เก่งนักหรือไง!!” แต่ร่างเล็กจะไปสู้คนตัวใหญ่ได้อย่างไร แถมเขายังโมโหจนหน้าแดงเพราะถูกเธอทำร้ายร่างกายเมื่อตะกี้อีก มือใหญ่สองข้างจับเข้าที่บ่าเล็กพลางผลักเธอเต็มแรงจนชิดผนังอีกรอบ เมื่อเห็นว่าปากอิ่มของเธอกำลังจะโวยวาย เขาก็รู้สึกขี้ค้านจะฟัง และไม่รู้อะไรมาดลใจเพียงไม่กี่เสี่ยววิที่เห็นเธอกำลังจะเปิดปาก เขาดันก้มลงไปและประกบปากของเขาปิดริมฝีปากอิ่มสีชมพูนั้นซึ่งกำลังจะกรีดร้องให้เงียบลง แก้มขวัญตาเหลือกโตด้วยความตกใจพลางร่างกายก็ร้อนวูบวาบ เธอพยายามดิ้นสุดฤทธิ์ แต่ก็ยังไม่พ้นต่อพันธการนี้ เขายังคงกดแน่นที่ริมฝีปากจนตัวของเธอเริ่มแดงระเรื่อ นี่มันความรู้สึกอะไรกัน ดวงใจน้อยๆ ของหญิงสาวเริ่มเต้นผิดจังหวะ มือไม้ที่เคยอ่อนแรงจึงยกขึ้นทุบอกเขาให้รู้ว่าเธอนั้นขัดขืน แต่เจ้าไฟตอนนี้กลับดูเหมือนจะชอบใจ ริมฝีปากของเขาเริ่มขยับเม้มเพื่อจะเปิดปากของเธอ ชายหนุ่มรับรู้ได้ว่าคนตัวเล็กกว่ากำลังตัวสั่น เธอเหมือนดั่งคนใจจะขาดตอนที่เขาเริ่มดูดมัน ชายหนุ่มจึงรู้ตัวว่าตัวเองกำลังทำอะไรที่ไม่ดีไม่ควรอยู่ ดังนั้นเขาจึงยอมลามือ “ ห่า…” สองร่างถอนหายใจแรง “ แหกปาก!อยากให้ฉันเป็นโจรนักใช่ไหม เดี๋ยวแม่งจะเป็นโจรข่มขืนให้เลย!!” เขาตะคอกใส่หน้าหญิงสาวออกมาเช่นนั้นเพราะโมโห ทำให้แก้มขวัญที่เพิ่งจะถูกเขาพรากจูบแรกไป ตัวสั่นหวาดกลัวว่าเขาจะทำเช่นพูดจริง “ อย่า ฉันกลัวแล้ว อย่าทำแบบนั้น” “ ฮือ” ลมร้อนถูกปล่อยออกมาจากจมูกของชายตรงหน้า จนหญิงสาวรับรู้ได้ เธอพยายามเบือนหน้าหนีไม่สบตากับเขา “ เงียบตั้งแต่แรกก็จบ” เขาเอ่ยพลางสายตาก็ยังคงจับจ้องปากอิ่มของเธอที่กำลังบวมเป่ง เขารีบปล่อยมือจากร่างบางและขยับตัวออกเนื่องจากกลัวใจตัวเอง “ คุณต้องการอะไร” เมื่อได้ยินเธอถามแบบนั้น ชายหนุ่มก็ก้มหน้าลงมองเธอที่กำลังยืนคอหดอยู่ตรงหน้าด้วยสายตาดุและเย็นชา “ แม่ของเธออยู่ที่โรงพยาบาล ฉันจะมาพาเธอไปหาแม่เนี่ย!!” คำพูดของเขาราวกับเป็นน้ำมาชำระล้างความกลัวเมื่อครู่ของแก้มขวัญให้สลายหายไปหมด เหลือเพียงความกังวลและตกใจเข้ามาแทนที่ “ ห๊า!! แม่เป็นอะไร!!” เธอรีบจับแขนเสื้อของเขาเอาไว้พลางขยับเข้าไปใกล้เขาอย่างเผลอตัว ชายหนุ่มไม่ตอบได้แต่มองดวงตาที่ก่อนหน้าแค่แดงก่ำแต่ตอนนี้กลับเต็มไปด้วยน้ำตา “ บอกฉันมาสิว่าแม่ฉันเป็นอะไร พาฉันไปหาแม่สิ ไม่ใช่ว่าเอาเรื่องนี้มาหลอกฉันหรอกน่ะ” เจ้าไฟไม่เอ่ยอะไรได้แต่นึกสงสัยว่าแค่เขาเอาเรื่องแม่ของเธอมาพูด เธอก็ยอมอ่อนให้ขนาดนี้เลยเหรอ เขาส่ายหน้าไปมาแล้วจับเข้าที่แขนของหญิงสาว มืออีกข้างล้วงเอากุญแจรถในกระเป๋ากางเกงและรีบจูงพาเธอไปที่รถวันหนึ่งที่รีสอร์ท มีวัยรุ่นสองคนกำลังจับกลุ่มคุยกัน “ มึง เด็กผู้หญิงที่เราเจอเมื่อตอนสายๆ นะ เธอเป็นใครกัน” ชายหัวทองพูดกับเพื่อนหัวดำของเขา “ ใครวะ” เพื่อนของชายหนุ่มก็ย้อนถามกลับ “ เอ้า ก็ผู้หญิงที่ใส่เสื้อยืดสีขาวตัวใหญ่ๆ กับขาเกงขากระบอกไง” “ อ๋อ คนที่ตัวขาวๆ ผิวเนียนๆ นะเหรอ” “ ใช่ โคตรถูกใจกูเลยว่ะ นี่ขนาดแต่งตัวมิดชิดยังเห็นว่าขาวเนียนขนาดนั้นนะ” ชายหัวทองพูดพลางเพ้อฝันไปไกล “ มึงอย่า” เพื่อนของเขาที่พึ่งนึกขึ้นได้จึงรีบปราม “ ทำไม!ห้ามกูทำไม หรือว่ามึงก็อยากได้หะ” “ จะบ้าเหรอ ผู้หญิงคนนั้นนะ เมียเจ้าของรีสอร์ทนะเว้ย” เพื่อนของเขาเอ่ยเสียงแผ่วพร้อมตบที่แขนชายหัวทองเบาๆ “ แล้วยังไงวะ บางทีน้องคนนั้นอาจจะอยากเปลี่ยนแนวมาชอบเจ้าของบริษัทส่งออกรถหรูแบบกูก็ได้นี่” นายหัวทองเอ่ยออกมาอย่างมั่นอกมั่นใจ “ หึ มึงอย่าได้คิด หยุดความคิดบ้าๆ ของมึงไว้เลยนะเว้ย มึงไม่รู้จัก อนาลา ศิลาหัตร์ทัยหรือไง คนที่ร้อยรุมหนึ่งเขาก็สามารถเอาชนะมาได้นะ” “ ห๊ะ ใช่คนเดียวกันเหรอวะ” “ ก็เอ้อนะสิ เขาว่ากันว่าคุณอนาลาเขาหวงเมียเข้ากระดูกเลยนะ ถ้ามึงยังอยากใช้ชีวิตบนโลกนี้อย่างสงบสุขละก็
ก๊อกๆ หลังจากไล่ลูกน้องกลับไปเจ้าไฟก็เดินมาเคาะที่ประตูห้องนอน ร้องเรียกเมียที่คิดว่าคงจะรออยู่ในห้อง “ เมียจ๋าอยู่ในห้องไหม พี่จะเข้าไปแล้วนะ” ชายหนุ่มเปิดประตูเข้าไปในห้องด้วยสีหน้าระรื่น หวังจะเข้ามากอดมาสัมผัสเมียให้ชื่นใจ แต่เขาก็ต้องชะงักเมื่อไม่เห็นใครอยู่ในนั้น “ กีรติกร!!” เขาแผดเสียงเรียกชื่อเธอเสียดังลั่น “เมียจ๋าไปไหนแล้ว” ชายหนุ่มคิ้วขมวดยกมือขึ้นกุมขมับ เพราะนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอชอบออกไปข้างนอกโดยไม่บอกเขา “ ดื้อจริงๆ” เขาบ่นพลางสาวขาเดินลงบันได ก่อนขึ้นรถขับออกไปที่รีสอร์ท ณ เวลานั้นแก้มขวัญก็กำลังนั่งคุยเล่นอยู่กับโสนแถวโรงครัวของรีสอร์ท “ สวยปะแก้ม ต่อไปนี้ฉันคงจะได้กลับมาที่เกาะแค่เสาร์-อาทิตย์แล้วนะ เพราะฉันต้องไปเรียนแล้ว” โสนอวดโบรชัวร์ภาพมหาลัยให้กับแก้มขวัญได้ดู แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอก็นึกดีใจกับเพื่อนด้วย “ ดีจังที่โสนมีโอกาสได้เรียน …” โสนจ้องหน้าแก้มขวัญเธอก็ดูออกทันทีว่าหญิงสาวตรงหน้า ก็คงเคยมีความคิดอยากเรียนต่อมหาลัยเช่นเดียวกับเธอ โสนจึงรีบพูดตัด “ แล้วแก้มไม่อยากไปเรียนกับฉันเหรอ!” แก้มขวัญที่ตอนแรกก็ยังไม่ได้คิดอะไรถึงกับชะงัก “ จะไปได้ยั
“ ทำอะไรอยู่ตรงนี้เหรอครับเมียจ๋า” เจ้าไฟเดินออกมาหาภรรยาของเขาที่ยืนหลบอยู่ตรงอีกมุมของงาน เนื่องจากเห็นว่าเธอแอบยืนอ่านอะไรบางอย่างอยู่ในมือถือ พอเห็นเขาเดินมาก็เงยหน้ายิ้มอ่อนให้ “ พี่นีวายไลน์มาค่ะ” “ ห๊ะ !” เจ้าไฟรีบแย่งมือถือเมียไปตรวจดูข้อความที่ว่าทันที “ บล็อกมันไปเลยนะ!!” “ พี่ไฟ ใจร้ายไปหรือเปล่า” เจ้าไฟคิ้วขมวดนิ่วไม่พอใจ แก้มขวัญจับที่แขนเขาและเขย่าเบาๆ “ อย่างอนนะ แก้มรักพี่คนเดียวน้า” เจ้าไฟยังคงหน้าบึ้งมองไกลไม่สนใจเมีย “ อะแห่ม!!” เสียงกระแอมดังขึ้นทำทั้งสองรีบหันไปมอง จึงเห็นว่าเป็นเจ้าสัวที่ยิ้มอ่อนเดินมาหา ชายแก่เดินเข้ามาหยุดต่อหน้าทั้
บ้านพงษ์พิสิฐ “ ลูกเป็นยังไงบ้าง” คุณหมอไนยะที่พึ่งกลับมาจากโรงพยาบาลหลังไปเป็นอาจารย์หมอสอนนักศึกษา เขารีบเดินมาหาเมียที่ยืนมองลูกชายของเขาอยู่ “ ก็จะเป็นยังไงล่ะคะคุณ” คุณหญิงณิหลาสะกิดให้สามีมองลูกชายของพวกเขาให้เต็มตา “ ตั้งแต่กลับมาจากไปเยี่ยมหนูแก้มขวัญวันนั้น ก็เอาแต่เงียบ กลับมาจากที่ทำงานมาทานข้าวกับคุณย่า เขาก็เอาแต่นั่งเหม่อลอย ไม่ยอมออกไปไหนเหมือนแต่ก่อนด้วย แล้วยิ่งรู้ว่าสองคนนั้นจะแต่งงานกันเดือนหน้านี้ ลูกก็ยิ่งซึมไปใหญ่เลยค่ะ” ณิหลาอธิบายปฏิกิริยาที่เธอคอยสังเกตจากลูกชายให้สามีของเธอฟัง “ เฮ้อ ผมก็ไม่คิดว่าลูกชายผู้แสนดีของเราจะแพ้คนแบบเจ้าไฟด้วยเรื่องความรักแบบนี้” คุณหมอกอดอกพึมพำอย่างหนักใจ “ เรื่องหัวใจมันเอามาแข่งกันได้ตั้งแต่เมื่อไหร่กันคะ ถ้าคุณเป็นแก้มขวัญ รู้สึกรักกับเจ้าไฟ แต่คุณจะเลือกมาคบกับนีวายเพราะเขาแสนดีงั้นเหรอ” คุณหมอจ้องหน้าเมียที่ช่างเปรียบเปรยให้เขาฟัง ก่อนจะมองเธอด้วยตาหวานย้อย “ ก็นั่นแหละครับ แล้วแบบนี้เราจะทำยังไงดี ผมกลัวว่าลูกจะกลับไปเป็นเหมือนสมัยที่อกหักช่วงมัธยมนะ กว่าจะผ่านตรงนั้นมาได้เราก็สู้กันแทบตายไม่ใช่เหรอ” คุณหมอไนยะพูดพ
หลายอาทิตย์ต่อมา ณ บ้านศิลาแดง เสียงของเจ้าไฟนั้นดังสนั่นทั่วโซนมุมห้องทำงานของเขา “ ทำงานกันยังไงหะ แค่นี้ก็ช่วยกันดูไม่ได้เหรอ นี่ถ้าฉันต้องอยู่ที่นี่ต่ออีกเดือน รีสอร์ทก็คงเจ๊งเลยใช่ไหม!” เจ้าไฟเดือดดาลใส่มือถือ เนื่องจากลูกน้องโทรมารายงานว่าทางนู้นเกิดมีปัญหาหลายอย่างตอนที่เขาไม่อยู่ เขารีบวางสายอย่างหัวเสียก่อนหันหลังและเห็นว่าเมียของเขายืนดูอยู่ “ นี่เมียจ๋ามายืนอยู่ตรงนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน” เจ้าไฟเดินจับขาของเขาที่ยังเจ็บและค่อยๆ เดินตรงไปหาเมีย แก้มขวัญเห็นแบบนั้นเธอจึงเข็นรถวีลแชร์ไปให้เขา “ ขาเจ็บอยู่แต่ชอบลุกยืนจังเลยนะคะ เดี๋ยวถ้าพลาดล้มขึ้นมาคงได้เจ็บอีกแน่!” เธอบ่นเขาด้วยความเป็นห่วงแกมดุนิดๆ เพราะบาดแผลจากการต่อสู้ครั้งนั้นยังคงอยู่ ร่างกายของชายหนุ่มเต็มไปด้วยรอยแผลและรอยช้ำ หลังที่ปวดเวลาก้มต่ำ และขาที่ยังใช้งานหนักไม่ได้ “ มันไกลหัวใจน้า” เขานั่งลงบนรถที่เมียเข็นมาอย่างว่านอนสอนง่ายก่อนหันไปขโมยหอมแก้มเธอ “ อือ มาให้หอมชื่นใจก่อนสิ” ตอนเห็นเธอจะเบือนหน้าหนี เขาก็รีบใช้มือดันให้หน้าเธอขยับเข้ามาใกล้ ก่อนจะหอมแล้วหอมอีกจนพอใจ “ พี่ไฟ พอแล้วเดี๋ยวคนอื่นมาเห็
“ คุณแม่โทรมาบอกพี่ว่า ให้เราไปดูใจพี่ไฟ…” “ อะ พี่ไฟ!! ไม่จริง!! เป็นไปไม่ได้ อึก” แก้มขวัญเหมือนจะสติหลุดไป เธอกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ลลิซเห็นแบบนั้นก็พูดอะไรไม่ออก ได้แต่สวมกอดหญิงสาวรุ่นน้องพลางร้องไห้ไปจนสุดท้าย โรงพยาบาล เมื่อรถจอดทั้งสองสาวก็รีบวิ่งมายังห้องที่เป็นจุดหมาย “ พี่ไฟ!!” แก้มขวัญรีบวิ่งเข้ามาในห้องพบร่างคนรักที่ถูกผ้าพันแผลพันรอบร่างกายไว้อย่างกับมัมมี่บนเตียงก็ใจสลาย เธอมองยังสายออกซิเจนบนหน้าเขาก่อนหันไปดูพ่อกับแม่ของชายหนุ่มที่ยืนเศร้าร้องไห้อยู่ข้างๆ “ ไม่ใช่เรื่องจริงใช่ไหม…” แก้มขวัญเอ่ยถามกับคนที่อยู่ก่อน ทุกคนเอาแต่ก้มหน้า มีเพียงเสี่ยที่เป็นตัวแทนเอ่ยปากตอบเธอ “ ชีพจรของเจ้าไฟอ่อนลงมาก หมอบอกว่าให้พวกเราทำใจไว้น่ะลูก” สิ้นคำพูดร่างของแก้มขวัญก็ทรุดลงกอดร่างอันไร้สติบนเตียง “ ไม่จริง! ฮื้อ มันไม่ใช่ความจริง พี่ไฟจะทิ้งแก้มไปแบบนี้ไม่ได้ ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!! พี่ไฟ!!” เธอซุกหน้าลงบนตัวเขาพลางร้องไห้สะอื้น “แก้มรักพี่มากพี่รู้หรือเปล่า ตื่นขึ้นมาเถอะ แก้มขวัญคนนี้สัญญาว่าจะทำตัวดีๆ จะไม่ดื้อไม่หนีพี่ไปไหนอีกแล้ว แก้มจะยอมพี่ทุกอย่าง ขอร้อง
เจ้าไฟไปดูงานที่แคมป์ ทั้งยังเข้าไปที่ออฟฟิศจำเป็นของเขา ซึ่งอยู่ใกล้กับแคมป์ก่อสร้าง เสร็จหมดก็เย็นมากแล้ว เขาก็ได้ขับรถกลับมาที่บ้านพัก “ เจ้าไฟ” แต่พอแค่เขาก้าวขาเข้าบ้านมา แป้งร่ำซึ่งนั่งรอนานแล้วรีบเดินเข้ามาประจบสอพลอเกาะแขนเกาะขาเขา “ เฮ้อ กว่าจะได้เจอหน้า รู้ไหมว่าแป้งรอไฟตั้งหลายวัน” เ
เช้าของวันต่อมา “ อ้าว ทำไมบอสถึง…” เอลิกที่เห็นว่าวันนี้บอสของเขาตื่นสาย เลยจะเดินไปเคาะเรียกที่ห้องนอน แต่กลับเห็นว่าเจ้าไฟเดินออกมาจากห้องของแก้มขวัญเสียก่อน “ ไปเตรียมตัว เดี๋ยวฉันจะรีบไปอาบน้ำ วันนี้เรามีประชุมกับคนงาน” เจ้าไฟไม่ได้ตอบสิ่งที่ลูกน้องสงสัย เขาเดินผ่านไปและเปิดประตูเข้าห้องนอน
ที่เกาะเออร์นาร์ดซึ่งตะวันลับขอบฟ้าไปแล้ว มีร่างใหญ่ร่างหนึ่งเดินไปเดินมาอยู่ทั่วบริเวณชายหาด เพราะกำลังเฝ้ารอใครบางคนที่ขึ้นฝั่งไปเมื่อช่วงเช้านั้นกลับมา ไม่นานนีวายก็เหลือบไปเห็นเรือสปีดโบ๊ทคันนั้นวิ่งเข้ามาเทียบฝั่ง ทำให้เขาดีใจรีบจ้องมองอย่างใจจดจ่อ แต่พอเห็นว่าคนที่กลับมาคือเอลิกคนเดียวเขาก็หน
“ มองหาใคร!” เจ้าไฟตอนนี้กำลังนั่งอยู่บนที่นั่งเอ่ยถามหญิงสาว เมื่อเห็นว่าเธอเอาแต่ยืนมองซ้ายขวาหาใครอยู่ “ พี่นีวาย เขาไม่ได้จะไปพร้อมเราแล้วเหรอคะ” แก้มขวัญหันมาถามกับเขาในสิ่งที่เธอคาใจ เจ้าไฟเบือนหน้าหนีพลางถอนหายใจแรงดั่งไม่พอใจ “ ไปด้วยกันเนี่ยแหละ แต่มันอยู่อีกห้อง เพราะว่าห้องนี้เป็นห้







