LOGINบทที่4
เยี่ยมไข้กลางดึก 2 18+ “กินข้าว กินยาหรือยังคะ” เสียงหวานกระซิบถามเพื่อไม่ให้ดังเล็ดลอดจนห้องข้างๆ ได้ยิน ตอนนี้เสียงกิจกรรมอันเร่าร้อนนั้นเงียบลงไปแล้วเธอจึงหายใจได้ทั่วท้องมากขึ้น จะว่ายังไงดีละ เกิดมาก็พึ่งเคยได้ยินคนรักกันแบบสดๆ “ผมกินแล้วครับ” ธันวาทรุดตัวนั่งที่เตียงนอน ทว่าไม่กล้าสบตาหญิงสาวที่ทอดมองเขาด้วยความห่วงใยโดยตรง สภาพเขาตอนนี้ไม่เหมาะที่จะสู้หน้าเธอเท่าไหร่ ไม่รู้ขี้หูขี้ตาติดตรงไหนบ้าง ไหนจะน้ำมูกที่ไหลอยู่นี่อีกเล่า น่าอายชะมัด “แล้วทำไมธันดื้อไม่ยอมไปหาหมอคะ” หญิงสาวเสียงเข้มขึ้นเมื่อคนตรงหน้าไม่ยอมไปหาหมอตามที่เธอบอก พลางส่งสายตาสำรวจห้องไปพลางๆ อืมห้องเป็นระเบียบดีนะ ให้ตายสิ คำว่า ‘ดื้อ’ มันดีต่อใจเขาเสียจริงๆ ทั้งๆ ที่เธอดุเขาแท้ๆ แต่ทำไมมันรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูก “อาการของผมไม่ถึงขั้นต้องไปหาหมอหรอกครับ แค่พักผ่อนกินยาวันสองวันก็หายแล้ว” “ดื้อ” เหมือนเธอรู้ว่าเขาชอบคำนี้ พิชชาอรถึงได้ดุชายหนุ่มอีกครั้ง ทว่าคนถูกดุกลับยิ้มพอใจและเป็นสุขประดุจดั่งได้รับคำอวยพรจากเจ้าหล่อนอย่างไรอย่างนั้น “ผมเปล่า” “ไหนดูสิ ตัวยังร้อนอยู่ไหม” ไม่ว่าเปล่าเธอยังขยับลุกขึ้นเดินเข้าไปใกล้ๆ เขาแล้วโน้มตัวลงยื่นมือไปอังหน้าผากเขาเพื่อวัดอุณหภูมิ ด้วยความที่ไม่ได้ระวังระยะห่างที่ควรคำนึงทำให้พิชชาอรรู้สึกถึงกระแสลมหายใจอุ่นร้อนของคนป่วยเป่ารดกระทบผิวแก้มเธอในระยะประชิด ร่างบางชะงักค้าง พลันหัวใจก็เต้นเร็วแรงแทบจะทะลุออกมานอกอก มันเสียงดังเสียจนกลัวว่าเขาจะได้ยินมันด้วยซ้ำ เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวก็รีบถอยกรูดทันที ส่วนคนที่แอบเสียดายกับความใกล้ชิดเมื่อคู่ก็คงมีแค่ชายหนุ่มที่เผลอสูดกลิ่นตัวหอมๆ จากตัวเธอเข้าปอดเฮือกใหญ่ เธอจะรู้ไหมหนอ ว่าเจ้าตัวกำลังทำให้เขาท้องไส้ปั่นป่วน สิ่งที่ไม่ควรรู้สึกในเวลานี้มันกำลังเรียกร้องและตื่นตัว บ้าเอ๊ย ฉิบหายแล้วไอ้ธัน “อะ เอ่อ ยังคงมีไข้ต่ำๆ อยู่นะครับ” คนป่วยตอบไม่เต็มเสียงเท่าไหร่นัก เพราะธันวาเองเสียอาการไม่น้อย ใครจะคิดว่าจู่ๆ เธอจะทำแบบนี้กับเขากันล่ะ พูดแล้วก็ยังเสียดายไม่หาย โอกาสแบบนี้ไม่ได้มีบ่อยๆ ด้วยสิ เห็นเจ้านายสาวเป็นห่วงเขาแบบนี้แล้วก็ชักอยากจะป่วยไปนานๆ คิดละก็อยากแช่งตัวเองให้ไข้ขึ้นสักสองอาทิตย์ “อ้อ เอ่อ จริงสิ ในถุงกระดาษนั่นมีแผ่นเจลลดไข้อยู่ เดี๋ยวฉันแกะให้ค่ะ” ความที่ทำตัวไม่ถูกจากเหตุการณ์เมื่อครู่ทำให้พิชชาอรลนลานไปคว้าถุงกระดาษที่เต็มไปด้วยยาหลากหลายชนิด ซึ่งหลักๆ เป็นยารักษาอาการไข้หวัด มือเรียวขาวแกะกล่องผิดๆ ถูกๆ แต่แล้วก็ได้แผ่นเจลสีขาวสะอาดมาอยู่บนมือ จากนั้นก็ค่อยๆ เดินมาวางแหมะที่หน้าผากเขาเบาๆ คนไข้ร่างสูงนั่งนิ่งๆ ยอมให้เจ้านายสาวจัดการกับร่างกายตนโดยไม่ขัดขืนแถมยังยอมร่วมมือเสยผมที่ปรกหน้าขึ้นไปเพื่อให้หญิงสาวติดแผ่นเจลได้สะดวก ธันวารู้สึกว่าตัวเองเป็นคนขับรถที่โชคดีที่สุดเลยก็ว่าได้ มีเจ้านายที่ไหนมาปรนนิบัติลูกน้องแบบเขาบ้างถ้าไม่ใช้เธอคนนี้ “อ๊า เสียวว อื้อออ แรงอีก” “แรงพอหรือยังจ๊ะ โอ้ ซี้ดดด ร่องเธอนี่เอามันจริงๆ แม่แต๋น” เสียงกีฬาในร่มจากห้องข้างๆ ก็ลอยเข้ามาแทรกโสตประสาทพวกเขาอีกครั้ง คราวนี้ไม่ใช่แค่เธอที่หน้าแดง แต่คนป่วยที่นั่งอยู่ริมเตียงก็แดงไม่แพ้เธอเช่นกัน แล้วสายตาทั้งคู่ก็สานสบกันโดยอัตโนมัติ ต่างคนต่างเงียบ ภายในห้องจึงตกอยู่ในความสงบ มีเพียงเสียงห้องข้างๆ ที่ดังมาให้ได้ยิน แต่เสียงนั้นมันกับสร้างความรู้สึกบางอย่างให้ค่อยๆ ก่อตัวแล้วเข้าครอบงำระหว่างเขาและเธอ ราวกับมันกำลังปลุกปั่นไฟปรารถนาที่ซุกซ่อนอยู่ภายในจิตใจอันลึกล้ำของทั้งคู่ เหมือนมีแรงดึงดูดบางอย่างประดุจแม่เหล็กที่ทำให้คนทั้งสองค่อยๆ ขยับตัวเข้าหากันช้าๆ แสงไฟจากหลอดนีออนบนเพดานสว่างไสว แต่คงไม่เจิดจ้าเท่ากับไฟปรารถนาที่อยู่บนนัยน์ตาสีน้ำตาลมากเสน่ห์ของเขายามที่จ้องมองหญิงสาวตาไม่กะพริบจนพิชชาอรยังรู้สึกสะเทิ้นอาย หญิงสาวใบหน้าร้อนผ่าว กำมือทั้งสองข้างแน่นด้วยใจที่เต้นรัวเร็วแทบกระเด็นออกจากอก ไม่มีคำพูดใดๆ หลุดออกจากปากคนทั้งสอง มีเพียงความปรารถนาเดียวกันที่นำทั้งคู่เคลื่อนริมฝีปากเข้าหากันอย่างช้าๆ อัตโนมัติ สองมือหนาโอบกอดรั้งร่างเล็กเข้ามาแนบอกจนตัวเธอนั่งเกยอยู่บนตัก เจ้านายสาวหันหน้าเข้าหาชายหนุ่มในท่าที่หวาดเสียว sds อุ๊ยยยยยยพวกเขากำลังงงงงงงงงจะ................ ขอเมนต์กดหัวใจเพื่อเป็นกำลังใจให้ไรท์หน่อยนะคะ ไหว้ย่อออ กะพริบตาออดอ้อนรี๊ดทุกท่าน เรื่องนี้เราใ้ชเวลาเขียนนานกว่าที่คาดไว้มาก ประมาณห้า หกเดือน เพราะอยากๆ ได้ภาษาที่ดี ไม่หยาบเหมือนเรื่องก่อนๆ ยังไงช่วยส่งเมนท์ให้ กลจ นักหัดเขียนตัวโน๊ยๆๆ คนนี้ด้วยน๊าาาาบทที่10แน่นไปหมด 20+“ไม่เป็นไร ผมจะอ่อนโยนกับคุณ เชื่อใจผมนะครับ” ก้มลงไปจูบขมับชื้นด้วยเหงื่อและบริเวณหางตามีคราบน้ำใสซึม แล้วไล้ริมฝีปากจูบซับอย่างแผ่วเบาลงมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าอกอิ่มที่ไหวกระเพื่อมด้วยแรงหายใจเข้าออกนิ้วแกร่งยังคงวนเวียนที่เนินกายสาว เขาใช้นิ้วปลายโป้งบดคลึง ขยี้เม็ดเสียวปรนเปรอหญิงสาวเพื่อให้เธอรู้สึกดีและผ่อนคลาย“อ่า ขยับหน่อย มันแน่นไปหมด” แต่คนที่อึดอัดที่สุดก็คงเป็นหญิงสาว เพราะส่วนนั้นมันร้อนผะผ่าวเมื่อถูกล่วงล้ำ มือทั้งสองข้างเกาะไหล่แกร่งชายหนุ่มไว้แน่นพลางจิกเล็บลงเนื้อคล้ายระบายสิ่งที่อัดอั้นภายใน“ครับ” ไม่ต้องบอกซ้ำ ชายหนุ่มก็เริ่มขยับสะโพกออกช้าๆ แล้วดันเข้ามาใหม่จนสุดความยาว ธันวาขยับเป็นจังหวะเนิบนาบซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นสักพัก เส้นเลือดปูดโปนบนท่อนเอ็นอุ่นครูดสากไปกับเยื่อบอบบางสะกิดต่อมหรรษา ปลายหัวมนเสียบลึกจนถึงโพรงมดลูก หล่อนห่อปากสลับเม้มปากแน่นไม่ให้หลุดครางกระเส่า ใบหน้าหวานเชิดปลายเท้าจิกเกร็งเมื่อเห็นคนใต้ร่างผ่อนคลายลงกว่าเมื่อครู่แล้วก็ค่อยๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น“อื้อ อ๊ะ ธัน” เสียงหวานร้องครวญครางเมื่อความเสียวสะท้านเข้ามาแทนที่ความเจ็บแส
บทที่9คืนแรก ครั้งแรก3 20+ธันวารั้งร่างเล็กลุกขึ้นนั่งแล้วจับมือเล็กไปสัมผัสมันเพื่อทำความคุ้นเคย เจ้าหล่อนไม่อิดออดยอมจับๆ แตะแท่งอุ่นจัดมันเบาๆ แม้จะหวาดหวั่นกับขนาดของมันอยู่ก็ตาม น้องสาวหล่อนคงไม่ฉีกหรอกใช่ไหมเขาจับมือเธอกอบกุมเจ้ามังกรน้อยแล้วรูดหนังหุ้มขึ้นลงช้าๆ จนส่วนปลายเริ่มมีน้ำใสไหลเยิ้มเคลือบไปทั่วจนมันวาวไม่ต่างจากตรงนั้นของเธอ“อ่า มือนุ่มมากเลยครับ” เสียงเขาครางต่ำเมื่อฝ่ามือหญิงสาวเริ่มเป็นงาน รูดชักแก่นกายของเขาด้วยตัวเองหลังจากที่สอนไปเมื่อครู่หัวเร็วแบบนี้เขายิ่งชอบพิชชาอรเงยหน้ามองร่างสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า คนอ่อนกว่าหลับตาพริ้มพลางเผยอปากส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอออกมาเป็นระยะๆ นั่นยิ่งทำให้พิชชาอรรู้สึกสนุก เธอจึงเร่งจังหวะรูดแก่นกายเขาเร็วขึ้นถี่ๆ จนมือเป็นระวิง“อ่า อื้มมม ยะ อย่าเร็วครับ โอ้ว เสียว” ชายหนุ่มซู้ดปาก ก้มมองหน้าคนขี้แกล้งที่ส่งยิ้มยั่วๆ มาให้เขา ธันวากัดกรามแน่น ปวดหนึบท่อนเนื้อจวนจะระเบิดลาวาสีขาวขุ่น ถ้าขืนปล่อยให้เจ้าหล่อนสนุกอยู่กับมังกรน้อยเขาต่อไป มีหวังน้ำพุ่งใส่หน้าเธอแน่ๆ เพราะตอนนี้เขาไม่ไหวแล้ว ถ้าจะพุ่งขอให้พุ่งในรูสวาทเธอไม่
“อ่า” แล้วความเสียวสยิวก็แทรกผ่านเข้ามาให้เธอได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรกของชีวิตตลอดเวลาสามสิบสองปีจนร่างบางสะดุ้งเฮือก อารมณ์พวยพุ่งจนตัวเริ่มสั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความอุ่นชื้นจากริมฝีปากจรดแนบเนื้อยังกลีบเนื้อนางไร้ขนปลุกคลุมที่ลอยเด่นตรงหน้าชายหนุ่มราวกับดอกไม้แรกแย้มและเย้ายวนชวนเชยชม มือสอดประสานจิกแน่นขึ้นจนธันวารู้สึก เขาจึงต้องสร้างความคุ้นชินให้กับเจ้าหล่อนเพราะพอจะมองออกว่าเธอคงไม่สันทัดเรื่องบนเตียงเท่าไหร่จากที่สัมผัสมา ปากอุ่นชื้นไล่ซับจูบไปทั่วเนินอูมก่อนปาดลิ้นชำแรกรอยแยกกลีบดอกไม้สีชมพูระเรื่อที่ปิดแน่นสนิท เขาชอนไชไปทั่วทั้งกลีบนอกกลีบใน ตวัดขึ้นลงด้วยความพลิ้วไหวดั่งหญ้าลู่ลม ติ่งไตแข็งเต่งตึงสู้ลิ้นเต้นตุบๆ ยามโดนเขาฉกละเลงระรัวเร็ว จนเด้งสะโพกขึ้นจากเตียง ร่อนส่ายไปมาจนเม็ดทับทิมครูดกับจมูกโด่งของชายหนุ่ม“อ๊า อ่า ธัน อื้ออออ” ปลายเท้าเธอจิกเกร็งเมื่อลิ้นสัมผัสกลีบเนื้อด้านในที่เริ่มชื้นแฉะด้วยน้ำเมือกสีใส มือที่จับประสานเริ่มชื้นด้วยเหงื่อทั้งสองจนเป็นหญิงสาวเองที่ผละมือออกจากการเกาะกุมแล้วกำผ้าปูที่นอนแทนเพื่อระบายอารมณ์อัดแน่นอยู่ข้างในเมื่อนิ้วแกร่งเป็นอิสระหลั
บทที่7คืนแรก20++++“อ๊ะ”แล้วเสียงหวานก็หลุดครางผ่านริมฝีปากอย่างแผ่วเบาเมื่อถูกร่างสูงจับข้อเท้าเธอชันเข่าแล้วแบะขาอ้าออก ปรากฏเนินสวาทขาวนูนปราศจากเส้นขนราวกับเด็ก สองกลีบปิดสนิทแต่ตรงนั้นเริ่มฉ่ำแฉะ เธออายเกินกว่าจะมองหน้าเขาตรงๆ ทำได้แต่หันข้างไปมองโต๊ะข้างหัวเตียงเมื่อรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้“คุณสวยมาก” นัยน์ตาเป็นประกายระยับยามที่จดจ้องเนินอวบอูมสีชมพูอ่อนระเรื่อ มันดูบอบบาง น่าทะนุถนอม ให้ตายเถอะ ทำไมเจ้านายเขามันน่าฟัดขนาดนี้กันนะมือแกร่งหยิบหมอนมารองสะโพกกลมกลึง ยกเรียวขาสวยขึ้นมาไล่พรมจูบตั้งแต่ปลายเท้าไต่ลงไปจนถึงโคลนขา ใบหน้าปัดผ่านเนินอูมไปขาอีกข้าง พิชชาอรซีดปากผงกหัวขึ้นมามอง ปากชื้นไล่พรมจูบไปทั่วเรียวขาด้านใน เขาขบเม้มต้นขาหล่อนอย่างมันเขี้ยว กลิ่นสาบสาวที่หอมรัญจวนทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่ง ลมหายใจอุ่นๆ รินรดจุดเสียวสาวทำเอาพิชชาอรเบิกตาโพลงด้วยความตื่นเต้นเร้าอารมณ์ มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น จนธันวาลากเรียวลิ้นผ่านเนินอวบอิ่มไปยังต้นขาอีกด้านทำเอาหล่อนถึงกับหลุดเสียงคราง“อ๊ะ”ชื่นชมความนุ่มนิ่มผิวกายเธอจนอิ่มเขาก็แนบปากประกบกับของสงวนหญิงสาวทันที ปลายลิ้นอ
บทที่6กินเด็กเป็นอมตะ2 20+++++“มะ หมายความว่ายังไงครับ” ชายหนุ่มตะลึงไม่คิดว่าเจ้านายสาวจะง่ายกับเขา“ต้องให้พูดอีกรอบเหรอคะ” เอียงคอถามร่างหนาด้วยท่าทางน่ารักจนเขาอดใจไม่ไหวกดจมูกฝังลงแก้มใสๆ ของเธอ เพราะตอนนี้เขาเข้าใจความหมายของเจ้าหล่อนแล้ว ในเมื่อเธอเปิดทางเสียขนาดนี้ คงไม่มีอะไรต้องถอย เรื่องอื่นค่อยคิดทีหลังแล้วกันคิดได้ดังนั้นธันวาก็จับตัวหญิงสาวพลิกนอนลงบนเตียงขนาดสามฟุต แม้ว่ามันเล็กไปหน่อยแต่ก็ทำได้หลายท่าเลยทีเดียว ไม่เชื่อเขาจะพิสูจน์ให้ดูทันทีที่แผ่นหลังสัมผัสความนุ่มของเตียงนอน หัวใจหญิงสาวก็เต้นโครมครามแทบทะลุอก พิชชาอรจ้องมองเขาตาไม่กะพริบ มือบางกำแน่นเข้าหากันด้วยความตื่นเต้นกับสิ่งที่กำลังจะเกิดอีกอีกไม่กี่นาทีข้างหน้า“คุณจะไม่เสียทีหลังแน่นะครับ” เขาถามย้ำเธออีกครั้ง“อื้อ”ธันวาขึ้นมาคร่อมทับตัวหญิงสาวจนเธอรู้สึกตัวเล็กลงไปถนัดตา ใบหน้าหยกขาวตี๋เคลื่อนเข้าหาเธอช้าๆ ก่อนจรดริมฝีปากอุ่นลงกลีบปากเธอเบาๆ แล้วบรรจงจูบอย่างดูดดื่มก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นความต้องการอันร้อนเร่าปลุกเร้าอารมณ์ปากของเขาทำงานประสานกับมือแกร่งที่ตอนนี้กำลังลูบไล้สำรวจเธอไปทั่วทั้งเรือนร่าง ไ
บทที่5กินเด็กเป็นอมตะ 18+เสียงหอบหายใจดังหนักหน่วงขึ้นยามที่ธันวาบดเบียดริมฝีปากแห้งผากเข้าหาความชุ่มฉ่ำจากคนตัวเล็ก แทรกเรียวลิ้นเข้าไปในโพรงปากนุ่ม ดูดดุนไล่ต้อนลิ้นอุ่น แต่เขาก็ต้องแปลกใจเมื่อเจอรสจูบที่ไม่ประสีประสาจากเจ้านายสาว เหมือนกับนี่คือจูบแรกของเจ้าหล่อน แล้วมันจะเป็นไปได้ยังไงในเมื่อเธอผ่านการแต่งงานและมีสามีมาแล้ว เขาคิดอย่างสงสัยขณะที่พยายามดุนลิ้นชื้นเข้าไปเก็บเกี่ยวความหวานในโพรงปากอวบอิ่มพิชชาอรที่ตอนนี้พยายามสูดลมหายใจเข้าปอดลึกๆ ราวกับปลากำลังขาดออกซิเจน นี่คือจูบแรกของเธอ จูบที่ไม่ได้ตั้งใจกับคนขับรถตัวเอง แต่ตอนนี้ในสมองเธอไม่ได้คิดถึงเรื่องความผิดถูกหรือเหมาะสมแต่อย่างใด สนใจแค่ว่าคนตรงหน้านี้เป็นเขา ผู้ชายที่เข้ามาทำให้โลกของเธอสดใส และในเวลานี้หล่อนก็มั่นใจแล้วว่าเธอกำลังหลงรักเขา รักลูกน้องตัวเองที่อายุห่างเธอถึงสี่ปีไม่เป็นไร ก็เขาว่ากินเด็กเป็นอมตะนี่นา จะผิดอะไรถ้าเธออยากจะเป็นอมตะจากจูบที่อ่อนโยนค่อยเป็นค่อยไปเพราะชายหนุ่มกำลังสอนคนในอ้อมกอดไปอย่างช้าๆ จนเริ่มดูดดื่มและเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆ ลิ้นทั้งสองเกี่ยวกระหวัดไปมาอย่างหยอกเย้า มันอ่อนโยนและร้อนแรง







