Se connecterบทที่3
เยี่ยมไข้กลางดึก1 เกือบสองทุ่มครึ่ง ร่างอรชรในชุดนอนผ้าฝ้ายสีน้ำเงินเข้มหลวมๆ แต่ใส่แล้วนอนสบายเดินลูบไล้ครีมที่ยังมีความนุ่มลื่นให้ซึมซับลงสู่ผิวมายังปลายเตียง พลันสายตาหวานซึ้งก็เหลือบมองถุงกระดาษเล็กๆ กับกระเช้าผลไม้สำหรับเยี่ยมไข้วางบนโต๊ะหัวเตียง คิดได้ดังนั้นใบหน้าสวยใสไร้เครื่องสำอางก็เหลือบมองเวลาบนนาฬิกาข้อมือตัวเอง มันยังไม่ดึกมาก คงไม่เป็นไรถ้าเธอจะเอาของพวกนี้ลงไปให้เขาในเวลานี้ เพราะสิ่งที่อยู่ในซองกระดาษนั้นมันอาจจะช่วยบรรเทาอาการป่วยของเขาได้ ไม่แน่ว่าหากได้ใช้คืนนี้ พรุ่งนี้เขาอาจจะหายหรือไม่ไข้ก็คงจะลดลงไปมาก อีกอย่าง แม่บ้านก็กลับไปนอนกันหมดแล้ว คงไม่มีใครว่าอะไรถ้าเธอจะไปเยี่ยมเขาในเวลานี้ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของดอกโมกลอยตลบอบอวลทั่วบริเวณบ้านยามค่ำคืน พิชชาอรสูดอากาศเข้าเต็มปอดพลางพยายามเดินให้เงียบมากที่สุดเมื่อถึงเรือนบ้านพักคนงาน “อืมม์ อ๊า เบาๆ หน่อย ซี๊ด” เสียงร้องครวญครางดังเล็ดลอดออกมาให้คนที่กำลังเดินผ่านหน้าประตูได้ยินจนเท้าน้อยๆ ต้องหยุดชะงัก เธอเหลือบมองไปยังหน้าห้องด้วยหัวใจที่เต้นแรงขึ้นเรื่อยๆ เพราะเธอก็พอจะรู้สาเหตุของเสียง “เบาก็ไม่มันส์สิจ๊ะ อ่า” พิชชาอรตัวแข็งทื่อ เสียงกิจกรรมเข้าจังหวะของป้าแต๋นกับลุงกัมพลสร้างความปั่นป่วนในช่องท้องเธอพิกลราวกับปลุกเรียกสิ่งที่ซ่อนเร้นภายในจิตใจอันลึกลับเธอให้ตื่นรับรู้ เลือดลมภายในกายสูบฉีดเร็วแรง ใบหน้าแดงระเรื่อ คนไม่ค่อยสันทัดเรื่องอย่างว่าเริ่มรู้สึกวูบวาบในช่องท้องแปลกๆ เมื่อได้ยินเสียงหอบกระเส่าชวนสยิว เธอสะบัดหน้าแรงๆ เพื่อเรียกสติตัวเองให้ขยับเท้าเดินไปอีกสามสี่เก้าเพื่อมาหยุดยังหน้าห้องคนไข้แม้ว่าตอนนี้หัวใจหญิงสาวเต้นดังกระหึ่มผิดปกติ ดวงตากลมโตมองผ่านหน้าต่างกระจกทึบที่ยังมีแสงไฟสว่างสาดส่อง นั่นหมายความว่าเขายังไม่หลับ รอยยิ้มบนมุมปากก็ยกยิ้มกว้างด้วยความพอใจ อย่างน้อยก็ไม่ได้ลงมาเสียเที่ยว ทั้งที่คิดหวาดหวั่นมาตลอดทางกลัวว่าเขาจะหลับไปแล้ว ร่างบางระหงยืนหันหน้าเข้าบานประตูนิ่ง มือข้างขวายกขึ้นค้างกลางอากาศ ริมฝีปากเม้มแน่นเข้าหากัน และพยายามตั้งสติไม่ให้หลุดลอยไปกับเสียงครางระคนคนใจจะขาดก็มิปานของห้องข้างๆ ที่ดังออกมาให้ได้ยินอยู่เนืองๆ ก๊อกๆ เธอตัดสินใจเคาะห้องคนขับรถเบาๆ เกรงว่าจะรบกวนชายหนุ่มที่กำลังพักผ่อน รออยู่ไม่นานบานประตูไม้สีน้ำตาลก็เปิดออกโดยเจ้าของห้อง “น้าสาหรือครับ” เสียงแหบแห้งของเขาตะโกนถามขณะแง้มประตูออกมามองแขกยามวิกาลเพราะคิดว่าแม่บ้านสาวคงแวะมาเยี่ยมหรือถามอาการเขาปกติอย่างที่เคยทำ “เอ่อ ปะ เปล่าค่ะ ฉันเอง” พิชชาอรตอบไม่เต็มเสียงนักด้วยอาการประหม่าเล็กน้อยขณะเงยหน้าคนตัวสูง ใบหน้าเขายังคงซีดเซียวอยู่แต่ก็ดีกว่าเมื่อวานอยู่บ้างแล้ว ร่างหนาสมส่วนในชุดกางเกงวอร์มสีเทาสีเดียวกับเสื้อฮู๊ดมองเธออย่างตกใจ แล้วก็รีบยืนตัวตรง ปัดผมที่หล่นปรกหน้าออกเพื่อจัดทรงไม่ให้ดูน่าเกลียดเมื่ออยู่ต่อหน้าหญิงสาว “คุณนายมีอะไรให้ผมรับใช้หรือเปล่าครับ” เสียงอู้อี้ถามคนตัวเล็กกำลังยืนหน้าแดงแจ๋ ชายหนุ่มคงพอจะเดาถึงสาเหตุที่ทำให้เจ้าตัวหน้าแดงได้อยู่หรอก เพราะเสียงที่เขาได้ยินตลอดหนึ่งชั่วโมงมันก็ดังรบกวนสมาธิเขาอยู่ไม่น้อย “ไม่ได้มาใช้ มาเยี่ยมค่ะ รบกวนดึกไปหรือเปล่า ขอโทษนะ พอดีพึ่งนึกออกน่ะ” เธอชูของในมือขึ้นมาตรงหน้าให้เขาดู ธันวาเลิกคิ้วมองคนตัวเล็กด้วยหัวใจที่พองโตแทบจะคับอก แค่เธอมาเยี่ยมก็ดีใจมากแล้ว นี่ยังอุตส่าห์ซื้อของมาเยี่ยมอีก สวยแถมรวยน้ำใจ เจ้านายอย่างเธอยังมีเมตตา เป็นห่วงเป็นใยกับคนขับรถอย่างเขา จะไม่ให้หลงรักเธอได้ยังไงกันนะ ใช่ ธันวามั่นใจแล้วว่าพื้นที่หัวใจทั้งสี่ห้องมันตกเป็นของเจ้านายสาวไปตั้งนานแล้ว ไม่ใช่ไม่หักห้าม เพียงแต่เจ้าหล่อนน่ารักจนเขาห้ามใจตัวเองไม่อยู่เท่านั้นเอง ถ้าจะโทษ คงต้องโทษที่ตัวเธอแล้วละที่น่ารักเกินไป “มะ ไม่รบกวนเลยครับ ที่จริงไม่เห็นคุณพิชชาต้องลำบากซื้อของอะไรพวกนี้มาให้ผมเลยนะครับ” เขาเบี่ยงตัวหลบ พยายามควบคุมน้ำเสียงที่ลิงโลดดีใจให้เป็นปกติที่สุด พลางเปิดประตูกว้างขึ้นเพื่อต้อนรับให้เธอเดินเข้าไปนั่งข้างใน ซึ่งเจ้าตัวก็ไม่ได้อิดออดกลับเดินตามเข้ามาอย่างไม่ถือตัว เจ้าของห้องหนุ่มรีบลากเก้าอี้ที่สอดอยู่ใต้โต๊ะทำงานมาให้หญิงสาวนั่ง ของเยี่ยมทั้งหมดถูกเปลี่ยนมือไปอยู่ที่คนไข้ตั้งแต่หน้าประตูเมื่อครู่ เขาจึงนำมันมาวางยังโต๊ะญี่ปุ่นเตี้ยๆ ยังพื้นกลางห้องที่เขาใช้สำหรับนั่งทานข้าวบทที่12ความจริงทันทีที่ได้ยินเสียงหวานเอื้อนเอ่ยร่างสูงใหญ่ก็พลอยโล่งอก คิ้วที่ผูกปมก็คลายออกส่วนริมฝีปากก็คลี่ยิ้มกับคำตอบเจ้านายสาว แต่เมื่อนึกถึงสิ่งที่คั่งค้างคาใจมาตลอดคืนธันวาจึงตัดสินใจถาม“ผมมีอะไรจะถามคุณนายหน่อยครับ แต่ถ้าไม่อยากตอบก็ไม่เป็นไรนะครับ” ธันวารีบออกตัว“เรื่องไรล่ะ ถ้าตอบได้ก็จะตอบค่ะ” พิชชาอรไม่กล้าเงยหน้าสบตามองเขาตรงๆ เพราะสถานการณ์พวกเธอตอนนี้มันหมิ่นเหม่และอันตรายเกินไป ไม่ใช่แค่เจ้าหล่อนที่เปลือยกายแต่หากเขาเองก็ไม่ได้ใส่อะไรสักชิ้นเดียวเช่นกันกับเธอ เจ้าหล่อนจึงต้องหลีกเลี่ยงการขยับตัวและมองหน้านายคนขับรถเพื่อเป็นการดีที่สุด เพราะเพียงแค่ลมหายใจอุ่นๆ ที่เป่ารดใบหน้าสวยอยู่ตอนนี้ก็แทบจะทำให้สติเจ้านายสาวแตกกระเจิงอีกรอบ“ทำไมคุณยัง เอ่อ ยัง ยัง บริสุทธิ์อยู่ครับ” คำถามไม่เต็มเสียงนักของเขาเรียกรอยยิ้มขำๆ จากคนในอ้อมแขน “ผมถามอะไรผิดไปงั้นเหรอ ทำไมคุณนายหัวเราะล่ะครับ”“ไม่ผิดหรอก ฉันก็นึกว่าเรื่องอะไรซะอีก” แม้โดนถามถึงเรื่องนี้ตรงๆ แต่ถามว่าเขินไหม พิชชาอรขอบอกได้เลยว่ามาก แต่ที่ทำเป็นขำก็แค่กลบเกลื่อนไปอย่างนั้นเองแหละ “นายรู้ใช่ไหมว่าสามีฉันตายไปเมื่อ
บทที่11เลียให้สะอาด 20+“ธัน ฉันไม่ไหวแล้ว อ๊ะ” เธอเกือบเผลอร้องสุดเสียงเมื่อความเสียวกระสันพุ่งทะยานขึ้นสุดขีดราวกับร่างถูกเหวี่ยงขึ้นกลางอากาศ“ปล่อยมันออกมาครับ” เขากัดฟันพูดเมื่อช่องรักของเธอเริ่มบีบรัดท่อนเนื้อเขาแน่นตุบๆ จนแทบจะแตก ธันวาเร่งจังหวะการเสียดสีกลางกายเร็วขึ้นเพื่อส่งหญิงสาวให้ถึงปลายทาง นิ้วโป้งเขาไม่อยู่นิ่งช่วยบดคลึงเม็ดเสียวที่แข็งเป็นติ่งไตอยู่กลางกลีบเนื้อนาง มันเต่งตึงยามที่ท่อนเนื้ออุ่นเสียดสีเข้าช่องรักฉ่ำแฉะ เพียงไม่กี่นาทีร่างเล็กก็กระตุกเกร็งแตกซ่านเสร็จสุขในครั้งแรก แต่ชายหนุ่มยังคงขยับกายไล่ตามเธอไปติดๆ“อ่า” เสียงทุ้มคำรามเบาๆ เมื่อสุขสม จนเจ้านายสาวรู้สึกว่าแก่นกายเขากระตุกหงึกๆ อยู่ในตัวเธอ เขาล้มตัวลงนอนทับทาบร่างเล็ก สูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อปรับระดับการหายใจให้คงที่เพราะอาการเหนื่อยหอบจนใบหน้าทั้งคู่ชื้นไปด้วยหยาดเหงื่อ เพียงไม่นานร่างหนาก็ถอดถอนกายออกจากช่องคับแคบเจ้าจับขาเรียวยกขึ้น แยกออกกว้างจนเจ้าตัวที่นอนหอบหายใจอยู่นั้นถึงกับตกใจที่อยู่ๆ ก็นอนในท่าแบของสงวนให้เขาเชยชมเธอตรงๆ แม้จะเห็นมาแล้วแต่เธอก็ยังไม่รู้สึกชิน แถมตอนนี้น้องสาวเธอก็แฉะไปด้ว
บทที่10แน่นไปหมด 20+“ไม่เป็นไร ผมจะอ่อนโยนกับคุณ เชื่อใจผมนะครับ” ก้มลงไปจูบขมับชื้นด้วยเหงื่อและบริเวณหางตามีคราบน้ำใสซึม แล้วไล้ริมฝีปากจูบซับอย่างแผ่วเบาลงมาเรื่อยๆ จนมาถึงหน้าอกอิ่มที่ไหวกระเพื่อมด้วยแรงหายใจเข้าออกนิ้วแกร่งยังคงวนเวียนที่เนินกายสาว เขาใช้นิ้วปลายโป้งบดคลึง ขยี้เม็ดเสียวปรนเปรอหญิงสาวเพื่อให้เธอรู้สึกดีและผ่อนคลาย“อ่า ขยับหน่อย มันแน่นไปหมด” แต่คนที่อึดอัดที่สุดก็คงเป็นหญิงสาว เพราะส่วนนั้นมันร้อนผะผ่าวเมื่อถูกล่วงล้ำ มือทั้งสองข้างเกาะไหล่แกร่งชายหนุ่มไว้แน่นพลางจิกเล็บลงเนื้อคล้ายระบายสิ่งที่อัดอั้นภายใน“ครับ” ไม่ต้องบอกซ้ำ ชายหนุ่มก็เริ่มขยับสะโพกออกช้าๆ แล้วดันเข้ามาใหม่จนสุดความยาว ธันวาขยับเป็นจังหวะเนิบนาบซ้ำๆ อยู่อย่างนั้นสักพัก เส้นเลือดปูดโปนบนท่อนเอ็นอุ่นครูดสากไปกับเยื่อบอบบางสะกิดต่อมหรรษา ปลายหัวมนเสียบลึกจนถึงโพรงมดลูก หล่อนห่อปากสลับเม้มปากแน่นไม่ให้หลุดครางกระเส่า ใบหน้าหวานเชิดปลายเท้าจิกเกร็งเมื่อเห็นคนใต้ร่างผ่อนคลายลงกว่าเมื่อครู่แล้วก็ค่อยๆ เร่งจังหวะเร็วขึ้น“อื้อ อ๊ะ ธัน” เสียงหวานร้องครวญครางเมื่อความเสียวสะท้านเข้ามาแทนที่ความเจ็บแส
บทที่9คืนแรก ครั้งแรก3 20+ธันวารั้งร่างเล็กลุกขึ้นนั่งแล้วจับมือเล็กไปสัมผัสมันเพื่อทำความคุ้นเคย เจ้าหล่อนไม่อิดออดยอมจับๆ แตะแท่งอุ่นจัดมันเบาๆ แม้จะหวาดหวั่นกับขนาดของมันอยู่ก็ตาม น้องสาวหล่อนคงไม่ฉีกหรอกใช่ไหมเขาจับมือเธอกอบกุมเจ้ามังกรน้อยแล้วรูดหนังหุ้มขึ้นลงช้าๆ จนส่วนปลายเริ่มมีน้ำใสไหลเยิ้มเคลือบไปทั่วจนมันวาวไม่ต่างจากตรงนั้นของเธอ“อ่า มือนุ่มมากเลยครับ” เสียงเขาครางต่ำเมื่อฝ่ามือหญิงสาวเริ่มเป็นงาน รูดชักแก่นกายของเขาด้วยตัวเองหลังจากที่สอนไปเมื่อครู่หัวเร็วแบบนี้เขายิ่งชอบพิชชาอรเงยหน้ามองร่างสูงที่นั่งคุกเข่าอยู่ตรงหน้า คนอ่อนกว่าหลับตาพริ้มพลางเผยอปากส่งเสียงครางต่ำๆ ในลำคอออกมาเป็นระยะๆ นั่นยิ่งทำให้พิชชาอรรู้สึกสนุก เธอจึงเร่งจังหวะรูดแก่นกายเขาเร็วขึ้นถี่ๆ จนมือเป็นระวิง“อ่า อื้มมม ยะ อย่าเร็วครับ โอ้ว เสียว” ชายหนุ่มซู้ดปาก ก้มมองหน้าคนขี้แกล้งที่ส่งยิ้มยั่วๆ มาให้เขา ธันวากัดกรามแน่น ปวดหนึบท่อนเนื้อจวนจะระเบิดลาวาสีขาวขุ่น ถ้าขืนปล่อยให้เจ้าหล่อนสนุกอยู่กับมังกรน้อยเขาต่อไป มีหวังน้ำพุ่งใส่หน้าเธอแน่ๆ เพราะตอนนี้เขาไม่ไหวแล้ว ถ้าจะพุ่งขอให้พุ่งในรูสวาทเธอไม่
“อ่า” แล้วความเสียวสยิวก็แทรกผ่านเข้ามาให้เธอได้ลิ้มลองเป็นครั้งแรกของชีวิตตลอดเวลาสามสิบสองปีจนร่างบางสะดุ้งเฮือก อารมณ์พวยพุ่งจนตัวเริ่มสั่นอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน ความอุ่นชื้นจากริมฝีปากจรดแนบเนื้อยังกลีบเนื้อนางไร้ขนปลุกคลุมที่ลอยเด่นตรงหน้าชายหนุ่มราวกับดอกไม้แรกแย้มและเย้ายวนชวนเชยชม มือสอดประสานจิกแน่นขึ้นจนธันวารู้สึก เขาจึงต้องสร้างความคุ้นชินให้กับเจ้าหล่อนเพราะพอจะมองออกว่าเธอคงไม่สันทัดเรื่องบนเตียงเท่าไหร่จากที่สัมผัสมา ปากอุ่นชื้นไล่ซับจูบไปทั่วเนินอูมก่อนปาดลิ้นชำแรกรอยแยกกลีบดอกไม้สีชมพูระเรื่อที่ปิดแน่นสนิท เขาชอนไชไปทั่วทั้งกลีบนอกกลีบใน ตวัดขึ้นลงด้วยความพลิ้วไหวดั่งหญ้าลู่ลม ติ่งไตแข็งเต่งตึงสู้ลิ้นเต้นตุบๆ ยามโดนเขาฉกละเลงระรัวเร็ว จนเด้งสะโพกขึ้นจากเตียง ร่อนส่ายไปมาจนเม็ดทับทิมครูดกับจมูกโด่งของชายหนุ่ม“อ๊า อ่า ธัน อื้ออออ” ปลายเท้าเธอจิกเกร็งเมื่อลิ้นสัมผัสกลีบเนื้อด้านในที่เริ่มชื้นแฉะด้วยน้ำเมือกสีใส มือที่จับประสานเริ่มชื้นด้วยเหงื่อทั้งสองจนเป็นหญิงสาวเองที่ผละมือออกจากการเกาะกุมแล้วกำผ้าปูที่นอนแทนเพื่อระบายอารมณ์อัดแน่นอยู่ข้างในเมื่อนิ้วแกร่งเป็นอิสระหลั
บทที่7คืนแรก20++++“อ๊ะ”แล้วเสียงหวานก็หลุดครางผ่านริมฝีปากอย่างแผ่วเบาเมื่อถูกร่างสูงจับข้อเท้าเธอชันเข่าแล้วแบะขาอ้าออก ปรากฏเนินสวาทขาวนูนปราศจากเส้นขนราวกับเด็ก สองกลีบปิดสนิทแต่ตรงนั้นเริ่มฉ่ำแฉะ เธออายเกินกว่าจะมองหน้าเขาตรงๆ ทำได้แต่หันข้างไปมองโต๊ะข้างหัวเตียงเมื่อรู้ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อจากนี้“คุณสวยมาก” นัยน์ตาเป็นประกายระยับยามที่จดจ้องเนินอวบอูมสีชมพูอ่อนระเรื่อ มันดูบอบบาง น่าทะนุถนอม ให้ตายเถอะ ทำไมเจ้านายเขามันน่าฟัดขนาดนี้กันนะมือแกร่งหยิบหมอนมารองสะโพกกลมกลึง ยกเรียวขาสวยขึ้นมาไล่พรมจูบตั้งแต่ปลายเท้าไต่ลงไปจนถึงโคลนขา ใบหน้าปัดผ่านเนินอูมไปขาอีกข้าง พิชชาอรซีดปากผงกหัวขึ้นมามอง ปากชื้นไล่พรมจูบไปทั่วเรียวขาด้านใน เขาขบเม้มต้นขาหล่อนอย่างมันเขี้ยว กลิ่นสาบสาวที่หอมรัญจวนทำเอาชายหนุ่มแทบคลั่ง ลมหายใจอุ่นๆ รินรดจุดเสียวสาวทำเอาพิชชาอรเบิกตาโพลงด้วยความตื่นเต้นเร้าอารมณ์ มือทั้งสองข้างกำผ้าปูที่นอนแน่น จนธันวาลากเรียวลิ้นผ่านเนินอวบอิ่มไปยังต้นขาอีกด้านทำเอาหล่อนถึงกับหลุดเสียงคราง“อ๊ะ”ชื่นชมความนุ่มนิ่มผิวกายเธอจนอิ่มเขาก็แนบปากประกบกับของสงวนหญิงสาวทันที ปลายลิ้นอ







