Masukขณะที่ฝูงชนหลีกทางออกเป็นเส้นทางสายหนึ่ง กององครักษ์ที่ถือทวนยาวทำจากเหล็กนิลก็เดินนำทางจักรพรรดิหมิงกวงและฮองเฮาเซวียนหยวนเสวี่ยประทับบนรถม้าพระที่นั่งเคลื่อนผ่านไปอย่างช้า ๆจักรพรรดิหมิงกวงแตกต่างจากองค์จักรพรรดิของแคว้นฉินตะวันตกและอีกหลายแคว้น ตรงที่จักรพรรดิมิได้สวมชุดคลุมมังกรสีเหลืองอร่าม แต่สวมชุดคลุมมังกรสีดำทั้งร่างแทนบนชุดคลุมมังกรปักด้วยเส้นไหมสีค่อนข้างสว่างเป็นรูปมังกรสองตัวที่เหินทะยานขดกันไปมาดวงตาของมังกรทั้งสองตัวล้วนเป็นสีทอง ดูโดดเด่นอย่างยิ่งบนชุดคลุมมังกรสีดำเกราะส่วนไหล่ของชุดทำจากเหล็กนิล ส่วนปลายไหล่ที่เชิดขึ้นประดับด้วยหัวสิงห์เครื่องเงินการผสมผสานเช่นนี้ทำให้ชุดคลุมมังกรทั้งชุดดูน่าเกรงขาม และภูมิฐานยิ่งขึ้นไปอีกเซียวหลินเทียนเห็นดังนั้นก็เอียงศีรษะกระซิบกับหลิงอวี๋ว่า “ชุดคลุมชุดนี้ข้าชอบนัก วันหน้าเจ้าช่วยยึดตามแบบนี้ทำให้ข้าสักชุดเถิด!”หลิงอวี๋ยิ้มน้อย ๆ พลางพยักหน้านางเองก็รู้สึกว่าชุดคลุมมังกรชุดนี้ดูมีสง่าราศีนัก เซียวหลินเทียนยังหนุ่มและรูปงาม หากสวมชุดคลุมมังกรชุดนี้ย่อมต้องดูมีสง่าราศียิ่งกว่าจักรพรรดิหมิงกวงเป็นแน่แม้จักรพรรดิหมิงก
ดูท่าว่าสีหน้าเหม่อลอยของเซียวหลินเทียนจะถูกเจี่ยงชิงมองเห็นเข้าเสียแล้วใบหน้าของเจี่ยงชิงเผยความดูแคลนออกมาวูบหนึ่ง ก่อนจะสะบัดหน้าหนีไปอีกทางการต่อปากต่อคำมิใช่วิสัยของเจี่ยงชิง ในเมื่อหลิงอวี๋ไร้หนทางถอนพิษของนาง เช่นนั้นก็พิสูจน์แล้วว่าฝีมือของหลิงอวี๋ด้อยกว่านางเมื่อถึงเวลานั้นเพียงแค่เอาชนะหลิงอวี๋ในการชิงตำแหน่งเจ้าสำนักให้ได้ ก็สามารถกำจัดพวกหลิงอวี๋ทั้งกลุ่มให้สิ้นซากได้แล้วดังนั้นหากเทียบกับการล้างแค้นแล้ว เจี่ยงชิงจึงยอมละเว้นหลิงอวี๋ไว้ชั่วคราวเป้าหมายหลักของนางในยามนี้คือการคว้าตำแหน่งเจ้าสำนักแห่งสำนักเซียนแพทย์ ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ที่แสดงถึงอำนาจและฐานะอันเปล่งประกายเรืองรองเหลือเวลาอีกเพียงครึ่งชั่วยามจะถึงเวลาประลอง บรรดากรรมการตัดสินต่างทยอยมาถึงลานกว้างการประลองชิงตำแหน่งเจ้าสำนักสำนักเซียนแพทย์ครั้งนี้เป็นเรื่องสำคัญ แม้แต่เซวียนหยวนหงหมิง อดีตเจ้าสำนักผู้เฒ่าที่เร้นกายจากใต้หล้าไปนานหลายปีกยังมาแสดงตนเซวียนหยวนหงหมิงอายุล่วงเข้าได้แปดสิบปีแล้ว เรือนผมขาวโพลนถูกรวบไว้บนศีรษะอย่างเรียบร้อยด้วยปิ่นหยกเพียงเล่มเดียวแม้จะชราแล้ว แต่ท่วงท่ของเขามิได้ค่อมงอ
หลิงอวี๋มิใช่พวกลุ่มหลงในรูปโฉม นางมิได้เกิดความรู้สึกใกล้ชิดสนิทใจกับเด็กหนุ่มผู้นี้เพียงเพราะรูปโฉมอันหล่อเหลาของเขาสิ่งที่ทำให้หลิงอวี๋รู้สึกถูกชะตา คือปูมหลังชีวิตของผู้ปกครองแคว้นเยาว์วัยผู้นี้เมื่อห้าปีก่อน กู่เหลียงฉิวอายุเพียงสิบเอ็ดปี เดิมทีควรเป็นวัยที่ยังออดอ้อนอยู่ในอ้อมอกบิดามารดา แต่กลับถูกผลักขึ้นสู่ตำแหน่งผู้ปกครองแคว้นหลิงอวี๋แทบมิต้องดูข้อมูลของเขา ก็แจ้งแก่ใจว่า เพื่อที่จะยืนหยัดในแคว้นชางฉงให้มั่นคง เด็กหนุ่มผู้นี้ต้องทุ่มเทความพยายามอย่างยากลำบากเพียงใดหลิงอวี๋นับถือผู้แข็งแกร่ง และยิ่งนับถือผู้แข็งแกร่งที่สร้างตัวขึ้นมาด้วยตนเองเด็กหนุ่มผู้นี้ดูท่าทางไร้พิษสง แต่เบื้องลึกในจิตใจย่อมเต็มไปด้วยความพยศและจิตใจที่เข้มแข็งมุมานะครานี้เขาพาหมอมาเข้าร่วมการประลองสองคน ทั้งสองต่างเป็นบุรุษอายุราวสี่สิบปีหมี่อิงเคยสืบความมาว่า แม้หมอสองคนนี้จะถือเป็นยอดฝีมือด้านวิชาแพทย์ของแคว้นชางฉง แต่ดูเหมือนพรสวรรค์จะมิได้โดดเด่นหมี่อิงสันนิษฐานว่า การที่กู่เหลียงฉิวมาเข้าร่วมการประลองในครานี้ จุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาหาใช่การคว้าชัยไม่จุดประสงค์ของเขาคือการเสาะหาพัน
องค์จักรพรรดิแห่งแคว้นซิงลั่วทรงมีพระนามว่าจักรพรรดิหมิงกวง องค์จักรพรรดิได้ผนวกสิบเจ็ดแคว้นเล็กที่อยู่ภายใต้การปกครองของแคว้นซิงลั่ว และสถาปนาเป็นสิบเจ็ดมณฑล ส่วนผู้ที่เป็นประมุขของแคว้นเหล่านั้นก็ถูกแต่งตั้งเป็นอัครเสนาบดีบรรดาบุตรธิดาของพวกเขาจึงได้รับการแต่งตั้งเป็นรัฐทายาทและท่านหญิงคนเช่นอวี่เหวินหงที่เดิมทีควรจะได้เป็นรัชทายาท ฐานะกลับเปลี่ยนเป็นจวิ้นกง หรือก็คือรัฐทายาทความเหลื่อมล้ำเช่นนี้จะให้อวี่เหวินหงที่มีฝีมือปานนั้นยอมจำนนได้อย่างไร!ผู้ที่ยืนอยู่ข้างกายอวี่เหวินหงคือดรุณีร่างระหงนางหนึ่งในอาภรณ์ผ้าโปร่งสีฟ้าอ่อน เรียบง่ายแต่มิทิ้งความสง่างามนางดูเย้ายวนและสูงศักดิ์ บนดวงหน้าผุดผ่องมักแต้มรูปดอกเหมยจาง ๆ ไว้ใบหน้าดูราวกับเทพธิดาจุติลงมา งามล้ำล่มเมือง ดวงตาหงส์คู่นั้นทอประกายสดใสประหนึ่งแสงดาวปิ่นหยกมรกตหนึ่งเล่มเสียบอยู่ในเรือนผมดำขลับราวม่านเมฆพริ้วไหว คิ้วเรียวงามโค้งดั่งใบหลิวนางยืนอยู่ด้านหลังอวี่เหวินหงอย่างเนือย ๆ เมินเฉยต่อเสียงอื้ออึงรอบกาย คล้ายจมดิ่งอยู่ในห้วงความคิดของตนเอง ความนิ่งเฉยนั้นแสดงออกมาอย่างมิปิดบังนี่คงจะเป็นจูเสี่ยวเสี่ยว คู่หมั
หลิงอวี๋นึกถึงการที่ลูกหลานในตระกูลเซวียนหยวนแห่งสำนักเซียนแพทย์จำนวนมากแต่งงานกันเองในหมู่เครือญาติ ก็มิรู้สึกแปลกใจนักตระกูลเซวียนหยวนคงค้นพบผลเสียของการแต่งงานในหมู่เครือญาติแล้ว ดังนั้นในการเลือกสตรีที่จะมาช่วยสืบสกุลให้ตระกูลเซวียนหยวน จึงให้ความสำคัญกับเชื้อสายที่แข็งแรงทว่าแม้นเข้มงวดเพียงนี้ แต่หากมิเปลี่ยนประเพณีการแต่งงานในหมู่ญาติจากต้นเหตุ ตระกูลเซวียนหยวนก็คงให้กำเนิดมีเด็กที่พิกลพิการออกมามากขึ้นอยู่ดีบนลานกว้างมีผู้คนมารวมตัวกันมากมายแล้ว พวกเขาต่างสวมชุดหลากสีสัน ยืนจับกลุ่มสนทนาสัพเพเหระเพื่อรอให้การประลองเริ่มขึ้นเมื่อกลุ่มของหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนเดินขึ้นมา สายตานับมิถ้วนก็พุ่งเป้ามาทางพวกนางทันที อย่างไรเสียในช่วงที่ผ่านมาหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนและท่านอ๋องเหลียนก็เป็นบุคคลที่เป็นกระแส ใคร ๆ ต่างก็ทราบเรื่องที่นางจะฝ่าด่านทดสอบเพื่อถอนตัวออกจากสำนักเมื่อเห็นหยวนเฉี่ยนเฉี่ยนมาพร้อมกับกลุ่มคนแปลกหน้า บางคนก็เริ่มสืบหาที่มาที่ไปของพวกเซียวหลินเทียนและหลิงอวี๋“คนเหล่านั้นเป็นผู้ใดกัน?”“พวกเขาเป็นผู้ช่วยที่พระชายาเหลียนเชิญมาอย่างนั้นหรือ?”ใครบางคนถามขึ้นเบา ๆบางคน
ศิษย์ของสำนักเซียนแพทย์สวมเสื้อคลุมสีเดียวกันทั้งหมด และยืนอยู่ตามทางแยกต่าง ๆ เพื่อคอยชี้ทางให้ผู้เข้าร่วมการคัดเลือกมุ่งหน้าไปยังลานกว้าง หลิงอวี๋ เซียวหลินเทียนและคนอื่น ๆ ลงจากรถม้าเดินขึ้นบันไดไปตามฝูงชนที่หลั่งไหลมาตลอดเส้นทาง กลุ่มคนต่างชื่นชมทัศนียภาพและเยี่ยมชมความอลังการของสำนักหลักแห่งสำนักเซียนแพทย์ต้องยอมรับว่า พลังแห่งเงินตรานั้นยิ่งใหญ่นักบันไดหินด้านล่างโถงใหญ่นี้ สอดรับกับจำนวนดวงดาวและผังแปดทิศ มีขั้นบันไดรวมทั้งสิ้นเก้าสิบเก้าขั้นจากด้านล่างทอดยาวขึ้นไปจนถึงลานหน้าประตูโถงเมื่อแหงนมองจากด้านล่างขึ้นไป ก็จะเห็นโถงใหญ่เบื้องบนมุงด้วยกระเบื้องเคลือบสีทองอร่าม ดูน่าเกรงขามและศักดิ์สิทธิ์ โดยรอบโถงใหญ่รายล้อมด้วยต้นไม้ใหญ่เก่าแก่สูงเทียมเมฆอายุนับร้อยปี เส้นทางของสำนักเซียนแพทย์ที่ทุกย่างก้าวล้วนเป็นสัญลักษณ์ของเงินตรามหาศาล ช่างข่มขวัญสั่นประสาทผู้คนได้จริง ๆเซียวหลินเทียนที่มองเห็นได้แล้วก็ถูกสถาปัตยกรรมที่โอ่อ่าเหล่านี้ข่มขวัญเข้าเช่นกันหากนับดูแล้ว นี่คือสิ่งก่อสร้างที่อลังการที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา โถงใหญ่แต่ละหลังนั้น แม้มิใช่พระราชวัง ทว่ากลับดู




![ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)


