LOGIN"หลี่หยางข้าขอสาบานว่าถ้าหากว่าข้ายังมีชีวิตอยู่ข้าจะทำให้เจ้าแล้วตระกูลของเจ้าต้องล่มสลายตายตามพี่สาวของข้า!!!!" ชิงอี้นางได้ตะโกนออกมาด้วยความเสียใจพร้อมทั้งอุ้งทารกที่เกิดมาจากพี่สาวเอาไว้
View Moreสวัสดีครับนิยายเรื่องนี้แต่งโดยจินตนาการของผู้เขียนไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น
ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน อ่านเพื่อความสนุกเท่านั้นงดดราม่าทุกกรณีครับ นิยายเรื่องนี้เป็นแนวการเมือง สงคราม แนวชิงรักหักสวาทในวังหลวง และขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า นิยายเรื่องนี้ดราม่าเป็นอย่างมากครับ ถ้าใครกลัวตับพังขอให้รักษาตับตัวเองก่อนค่อยเข้ามาอ่านครับ และก็ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่านิยายเรื่องนี้ไม่มีพระเอกนางเอกมีเพียงแค่ตัวละครหลักเท่านั้น สปอยเนื้อเรื่อง "ทหาร!!! ลากตัวคนแพศยานี่ออกไปให้พ้นทางข้า!! "ฮ่องเต้ของแคว้นตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด "พวกเจ้าไม่ต้องมาจับตัวข้าพวกเจ้าก็รู้ว่าข้าคือผู้ใดต่อให้พวกเจ้าทั้งหมดรุมข้าก็อย่าหวังว่าจะแตะต้องได้แม้แต่เพียงปลายเล็บ" ฮองเฮาได้เชิดหน้าแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง เมื่อเหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก "พวกเจ้าออกไปให้หมดถ้าต้องการคุยกับฝ่าบาทเพียงลำพัง" ฮองเฮาได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและเยือกเย็น เมื่อเหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็พาทำการคารวะแล้วรีบวิ่งออกไปทันที "ฝ่าบาทข้าว่าพวกเรามาคุยกันให้จบภายในวันนี้ดีกว่าพวกเราปล่อยเวลาให้ร่วงเลยมานานถึง 10 ปีแล้วข้าว่ามันถึงเวลาที่ต้องจบได้แล้ว " "นี่เจ้าเอ่ยอันใดออกมารู้ตัวหรือไม่ " "ข้ารู้ตัวดีทุกอย่าง และข้าก็คิดดีแล้วเรื่องนี้ตั้งแต่วันนั้นที่ท่านพี่ของข้าตาย ข้าก็ได้รู้แล้วว่าตัวของเจ้านั้นมันเลวทรามขนาดไหน " เพี้ยะ!!! เสียงตบดังสนั่น แล้วร่างของฮองเฮาก็ล้มลงพื้น "เจ้ากล้าด่าข้าอย่างนั้นหรือช่างไม่เจียมตัวเสียจริงเป็นเพียงแค่เมียกล้าดียังไงมาด่าข้าที่เป็นผัวเช่นนี้ไม่กลัวข้าปลดจะออกจากตำแหน่งหรืออย่างไร!!!! " "ไม่ต้องลำบากให้เจ้ามาปลดข้าหรอก ข้านั่งตำแหน่งนี้มาจนเหนื่อยหน่อยเต็มทีแล้ว สำหรับชาวแมนจูการตัดผมเปรียบเสมือนตัดความสัมพันธ์ใช่หรือไม่"เมื่อกล่าวจบเขาก็ได้หยิบมีดที่อยู่ใกล้มือขึ้นมาแล้วทำการตัดไปที่ผมของตน "นี่เจ้าทำอะไรของเจ้า!!!!!" ฮ่องเต้ตะโกนออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นอีกฝ่ายตัดผม "หลี่หยางนับแต่นี้ต่อไปข้ากับเจ้าถือว่าตัดขาดกัน เจ้าจงรู้ไว้ทุกวันนี้ที่ข้าทนนั่งอยู่บนตำแหน่งนี้ก็เพราะเพื่อลูกของพี่สาวข้า และทุกวันนี้เด็กเหล่านั้นเติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ข้าก็ไม่มีเหตุผลอันใดที่จะต้องทนอีกต่อไป" เมื่อกล่าวจบฮองเฮาก็ได้ลุกขึ้นแล้วปล่อยเส้นผมที่ถูกตัดลงตรงหน้าของฮ่องเต้ "เส้นผมนี้แด่หลี่หยางและชิงอี้ที่จากไปแล้ว " "เจ้าบ้าไปแล้ว เจ้าจะต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ " "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ใช่ข้ามันบ้าไปแล้วที่มาหลงรักคนที่ต่ำช้าและเลวทรามเช่นเจ้า ถ้าข้าและพี่สาวไม่ได้มาเจอคนเช่นเจ้าป่านนี้พวกเราสองพี่น้องคงมีชีวิตที่สงบสุขอยู่ที่เมืองหน้าด่านแล้ว" เมื่อกล่าวจบนางก็ได้เดินออกไปด้วยสีหน้าที่ผ่อนคลายราวกับความทุกข์ทั้งหมดถูกปลดปล่อยออกไปแล้ว "และนับตั้งแต่บัดนี้เป็นต้นไปพวกเราทั้งสองคนนั้นจะอยู่กันในฐานะบิดาและมารดาแห่งแผ่นดินเท่านั้นไม่ใช่สามีภรรยา และการที่เจ้าตบข้าในครั้งนี้ได้นั้นก็เพราะว่าข้ายอมให้เจ้าถือว่าเป็นการตัดความสัมพันธ์ก่อนหน้านี้ของพวกเรา" ก่อนที่นางจะเดินออกไปนางได้เอ่ยออกมาแล้วตั้งหน้าดั่งพญาหงส์แล้วเดินออกไปอย่างสง่างามทิ้งให้ฮ่องเต้ยืนหงุดหงิดที่ทำสิ่งใดก็ไม่ได้ดั่งใจอยู่กับที่ ยศตำแหน่งขุนนางในนิยายเรื่องนี้ ขุนนางขั้นที่ 1 อัครมหาเสนาบดี ( มีเพียงแค่ 2 คน ) ขุนนางขั้นที่ 2 เสนาบดี (มีทั้งหมด 6 คน) ขุนนางขั้นที่ 3 หนิงอัน (มีจำนวนเท่ากรมต่างๆในราชสำนัก) ขุนนางขั้นที่ 4 อันฉี ขุนนางขั้นที่ 5 อัน ขุนนางขั้นที่ 6 หลีหมิ่น ขุนนางขั้นที่ 7 หวังหมิ่น ขุนนางขั้นที่ 8 ซิงอี ขุนนางขั้นที่ 9 ซิน การนับเดือนแบบจีน 一月 yī yuè (อี เย่ว) เดือนมกราคม 二月 èr yuè (เอ้อรฺ เย่ว) เดือนกุมภาพันธ์ 三月 sān yuè (ซาน เย่ว) เดือนมีนาคม 四月 sì yuè (ซื่อ เย่ว) เดือนเมษายน 五月 wǔ yuè (อู่ว เย่ว) เดือนพฤษภาคม 六月 liù yuè (ลิ่ว เย่ว) เดือนมิถุนายน 七月 qī yuè (ชี เย่ว) เดือนกรกฎาคม 八月 bā yuè (ปาเย่ว) เดือนสิงหาคม 九月 jiǔ yuè (จิ่ว เย่ว) เดือนกันยายน 十月 shí yuè (สือ เย่ว) เดือนตุลาคม 十一月 shíyī yuè (สือ อี เย่ว) เดือนพฤศจิกายน 十二月 shí èr yuè (สือ เอ้อรฺ เย่ว) เดือนธันวาคม เรื่องราวต่อจากนี้จะเป็นอย่างไรขอให้ทุกคนนั้นติดตามนิยายเรื่องนี้ให้ดีๆขอบอกเลยว่าสนุกไม่ผิดหวังอย่างแน่นอนครับ คำเตือน นิยายเรื่องนี้มีการฆาตกรรมมีฉากนองเลือดถ้าหากผู้ใดมีความอ่อนไหวกับเรื่องราวเหล่านี้ก็ขอให้ผ่านเรื่องนี้ไปก่อนชิงอี้ได้กรีดร้องไปได้สักพักก็สงบลงพร้อมทั้งหอบหายใจอย่างหนักด้วยความเหนื่อย "เสร็จแล้วใช่หรือไม่""เสร็จแล้วขอรับนายท่าน นับตั้งแต่วันนี้ไปข้าจะเป็นข้ารับใช้ของท่านไปจนตาย" "เจ้าเคยบอกว่าเจ้าสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษใช่หรือไม่ "" ใช่ขอรับเลยท่านข้านั้นสามารถกลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตใดก็ได้ที่มีพิษ และยังสามารถควบคุมสัตว์มีพิษได้ทุกชนิด""ถ้าเช่นนั้นเจ้าแปลงร่างเป็นสิ่งใดก็ได้ที่ข้าสามารถขี่เจ้าได้""รับบัญชานายท่าน " เมื่อกล่าวจบสิ่งมีชีวิตนั้นก็ได้กลายร่างเป็นแมงมุมขนาดใหญ่เท่ากับม้ายืนอยู่เบื้องหน้าของชิงอี้ แล้วใช้ขาของตนนั้นทำเป็นบันไดให้ร่างกายเดินขึ้นไปข้างบนได้ง่ายๆ "ข้ายังไม่ได้ตั้งชื่อให้เจ้าเลยเจ้าอยากมีชื่อว่าอะไร""แล้วแต่นายท่านจะตั้งชื่อให้เลยขอรับตัวข้านั้นสามารถใช้ชื่ออะไรก็ได้""ถ้าเช่นนั้นข้าจะให้เจ้าชื่อว่า ตู๋ชง ก็แล้วกันมันน่าจะเหมาะกับเจ้าดี ""จะชื่ออะไรก็ช่างตอนนี้พาข้าไปกินอาหารที่ท่านเตรียมเอาไว้ให้ก่อนดีกว่า""ได้ เจ้าพาลูกๆของเจ้าไปด้วยก็ได้เพราะถ้าเจ้าคนเดียวข้าเกรงว่าจะจัดการยาก เพราะที่ยังมีชีวิตอยู่มีเกือบหมื่นคน เอาลูกของเจ้าไปช่ว
วันเวลา 7 วันแห่งความเสียใจได้ผ่านพ้นไปตอนนี้เด็กน้อยทั้งสองต่างกักขังตัวเองอยู่ในห้องไม่ยอมกินและไม่ยอมพบผู้ใดเอาแต่นอนร้องไห้อยู่ภายในนั้น "อาเหมย อาอี้ พวกเจ้าทั้งสองเปิดประตูให้อาหน่อยได้หรือไม่ ข้ารู้ว่าเจ้าเสียใจเรื่องพ่อของเจ้าแต่เจ้าจะทรมานตัวเองเช่นนี้ไม่ได้ถ้าพ่อของเจ้าที่อยู่บนสวรรค์ได้รับรู้เรื่องนี้คงจะต้องเสียใจมากอย่างแน่นอน ""ตอนนี้พวกข้ายังไม่หิวเจ้าค่ะ เดี๋ยวถ้าเกิดว่าพวกข้าหิวเมื่อไหร่จะออกไปทานเองเจ้าค่ะท่านอา""เช่นนั้นอาจจะไม่บังคับพวกเจ้าแต่ห้ามทรมานตัวเองเด็ดขาดเข้าใจหรือไม่ ""เจ้าค่ะท่านอา" ผู้นำตระกูลลู่เมื่อได้ยินเช่นนั้นก็ยอมเดินออกมา"เป็นเช่นไรบ้างทั้งสองคนยอมกินอะไรหรือไม่ ""ทั้งสองคนไม่ยอมกินอะไรเลยแต่บอกว่าถ้าหิวเดี๋ยวออกมากินเองข้าก็จนใจไม่รู้จะบังคับยังไงแล้ว ""ช่างเป็นเด็กน้อยที่น่าสงสารจริงๆเหลือกันแค่สองคนคนในตระกูลที่เหลือต่างพากันไปร่วมรบจนตัวตาย ""เช่นนั้นเราต้องหาวิธีกระตุ้นทำให้เด็กน้อยทั้งสองคนมีกำลังใจในการมีชีวิตอยู่ ""แล้วพวกเราจะทำอย่างไรกันดีเล่าท่านอู่ ""เด็กน้อยทั้งสองคนเสียคนในตระกูลไปในสงครามข้าว่าพวกเขาต้องอยากแก้แค้นแน่ ถ้
ณ ดินแดนแห่งหนึ่งที่มีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากได้มีชายชราคนหนึ่งนิมิตรเรื่องราวในอนาคตได้ ได้นิมิตเห็นไฟสงครามที่ใกล้เข้ามายังเมืองของตน ในเช้าวันรุ่งขึ้นจึงเรียกประชุมเหล่าตระกูลใหญ่และขุนนางทั้งหมดของเมืองว่าจะแก้ไขเรื่องนี้ยังไง "ผู้อาวุโสอูลาเร่อปา ท่านเรียกพวกเรามารวมตัวกันแต่เช้าเช่นนี้มีเรื่องราวอันใดหรือ" ผู้นำตระกูลอู่ได้เอ่ยขึ้นมาอย่างงัวเงีย "ข้าได้นิมิตเห็นบางอย่างที่มันน่ากลัว" เมื่อชายชรากล่าวจบภายในห้องประชุมต่างก็ตกอยู่ภายใต้ความเงียบสงบ "เมื่อกี้ท่านบอกว่าท่านนิมิตหรือ ท่านนิมิตได้ถึงเหตุการณ์ใดผู้อาวุโสอูลาเร่อปาโปรดรีบกล่าวออกมา" ผู้นำตระกูลเปาได้เอ่ยออกมาอย่างเร่งรีบเพราะไม่มีผู้ใดไม่รู้ว่าผู้อาวุโสเร่อปาน่าลานิมิตแม่นขนาดไหน"ข้าได้นิมิตเห็นว่าภายในอีก 5 ปีเมืองของเรานี้จะถูกรุกรานจากแคว้นอู๋ตี้ จนทำให้ชาวเมืองทั้งหมดบาดเจ็บล้มตายกันไปเกินครึ่ง โดยที่คนจากวังหลวงไม่มาช่วยเราแม้แต่คนเดียว ""แล้วพวกเราจะทำเช่นไรกันดี ท่านพอจะทราบหรือไม่ว่าคนจากแคว้นอู๋ตี้มีจำนวนกี่คน ""จากที่ข้าเห็นในนิมิตมีมากกว่า 3 แสนคน" เมื่อทุกคนได้ยินเช่นนั้นก็นั่งเงียบเพราะคิดไม่ออกว่
สวัสดีครับนิยายเรื่องนี้แต่งโดยจินตนาการของผู้เขียนไม่ได้อ้างอิงประวัติศาสตร์ใดๆทั้งสิ้น ขอให้ทุกท่านที่เข้ามาอ่าน อ่านเพื่อความสนุกเท่านั้นงดดราม่าทุกกรณีครับนิยายเรื่องนี้เป็นแนวการเมือง สงคราม แนวชิงรักหักสวาทในวังหลวง และขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่า นิยายเรื่องนี้ดราม่าเป็นอย่างมากครับ ถ้าใครกลัวตับพังขอให้รักษาตับตัวเองก่อนค่อยเข้ามาอ่านครับและก็ขอบอกเอาไว้ตรงนี้เลยนะครับว่านิยายเรื่องนี้ไม่มีพระเอกนางเอกมีเพียงแค่ตัวละครหลักเท่านั้น สปอยเนื้อเรื่อง"ทหาร!!! ลากตัวคนแพศยานี่ออกไปให้พ้นทางข้า!! "ฮ่องเต้ของแคว้นตะโกนออกมาด้วยความหงุดหงิด "พวกเจ้าไม่ต้องมาจับตัวข้าพวกเจ้าก็รู้ว่าข้าคือผู้ใดต่อให้พวกเจ้าทั้งหมดรุมข้าก็อย่าหวังว่าจะแตะต้องได้แม้แต่เพียงปลายเล็บ" ฮองเฮาได้เชิดหน้าแล้วกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงที่เย่อหยิ่ง เมื่อเหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็ยืนนิ่งทำอะไรไม่ถูก"พวกเจ้าออกไปให้หมดถ้าต้องการคุยกับฝ่าบาทเพียงลำพัง" ฮองเฮาได้เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่งและเยือกเย็นเมื่อเหล่าทหารได้ยินเช่นนั้นก็พาทำการคารวะแล้วรีบวิ่งออกไปทันที "ฝ่าบาทข้าว่าพวกเรามาคุยกันให้จบภายในวันนี