ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]

ภรรยาเช่นข้าหาได้ยากยิ่ง [ตัวประกอบ]

last updateDernière mise à jour : 2026-01-24
Par:  ซูมู่หรานComplété
Langue: Thai
goodnovel18goodnovel
Notes insuffisantes
30Chapitres
2.1KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

ทางเข้าแห่งนี้ ว่ากันว่า สตรีทั่วหล้าล้วนแต่อยากก้าวเข้าไป ทว่าข้ากลับคิดว่ามันไม่ใช่สถานที่ที่น่าอภิรมย์เลย แล้วเหตุไฉนโชคชะตาตัวประกอบเช่นข้า กลับต้องพบเจอเรื่องยากลำบากเช่นนี้กันเล่า

Voir plus

Chapitre 1

1.บทนำ

บทนำ...

เสียงควบม้าอย่างเร่งรีบยังคงดังก้องป่า  ราวกับกลุ่มคนเหล่านี้กำลังตามล่าใครสักคน  ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น  พวกมันกำลังตามเอาชีวิตใครคนหนึ่งที่กำลังควบม้าหนีตาย

“ตามมันให้ทัน  โอกาสดีเช่นนี้มิได้หาง่าย ๆ”  เสียงตะโกนดังขึ้นตามหลัง  พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังตามมา

ส่วนกลุ่มคนด้านหน้าควบม้าพร้อมกับวางแผนไปด้วย

“จินเฉิง  เจ้าทิ้งข้าไว้เถิด  มิเช่นนั้นเราจะตายกันหมด”  ถ้อยคำแหบพร่าเปล่งออกมาไม่ต่างจากเสียงลมพัดผ่าน

“ไม่ได้”  ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดกล่าวเสียงแผ่วไม่ต่างกัน  เพราะเขาเองก็บาดเจ็บ  สภาพนายบ่าวดูไม่ค่อยได้เลย  ร่างกายพวกเขาต่างก็โชกไปด้วยโลหิตเต็มอาภรณ์

“จินเฉิง  ดูนั่น”  อี้ฟานร้องเรียกสหาย  พร้อมกับชี้ลงไปด้านล่างเชิงเขา  ซึ่งมีกลุ่มเดินทางของผู้คนน่าจะครึ่งร้อยได้

“ดีควบม้าลงไป”  สหายรีบร้องบอก  ก่อนที่ทั้งคู่จะควบม้าลงไปตามทางเพื่อมุ่งหน้าลงไปขอความช่วยเหลือกับคนด้านล่าง  

“จินเฉิง พวกเขาอาจเป็นชาวบ้าน อย่าทำให้พวกเขาเดือดร้อน” คนเจ็บเอ่ยบอกอย่างร้อนใจ เพราะกลุ่มที่ตามมาล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ  คนทั่วไปไม่อาจรับมือได้แน่

“ขออภัยที่ข้าน้อยมิอาจฟังคำสั่งได้ขอรับ” ความภักดีทำให้องครักษ์หนุ่มไม่อาจลังเลได้แม้เพียงชั่วอึดใจ  เขารีบบึ่งควบม้าห้อตะบึงไปโดยไม่แยแสคำขอของผู้ที่นั่งซ้อนด้านหลังสักนิด

 

อีกด้านของขบวนสินค้า

“นายน้อย  บนทางลาดมีม้าเร่งฝีเท้ามาขอรับ”  เสียงรายงานดังขึ้น  ทุกคนจึงมองไปยังทุ่งหญ้าด้านบนของแนวเขา

“ด้านหลังมีคนตามมาด้วยขอรับ”  อีกหนึ่งรีบเอ่ย

ผู้ที่อยู่บนรถม้าจึงเปิดม่านออกมา  ดวงตาคมกริบจ้องมองสถานการณ์บื้องหน้าอย่างพินิจ  ก่อนจะออกคำสั่งเสียงเรียบ

“เตรียมตั้งรับ” สิ้นคำสั่งร่างอรชรก็พาตนเองออกมายืนตระหง่านด้านหน้า  ในมือถือคันธนูพร้อมศรเตรียมยิงสามดอก   เป้าหมายคือผู้บุกรุกที่กำลังตรงดิ่งเข้ามาหาขบวนคาราวาน  แววตาคมเฉี่ยวจับจ้องไปยังบุรุษสามคนด้านหน้า  

“อย่ายิง!” เสียงตะโกนแว่วมา  ทว่าศรธนูหาได้เชื่อฟังไม่  มันยังคงถูกปล่อยออกไปอย่างไร้ปรานี  

ทว่าศรนั้นกลับแผ้วผ่านพวกเขาทั้งสามไปอย่างรวดเร็ว ตามมาด้วยเสียงร้องโอดโอยจากด้านหลังที่แว่วมาให้ได้ยิน  

“จินเฉิงพวกมันถอยไปแล้ว  ดูเหมือนหัวหน้ามันจะถูกยิง” อี้ฟานรีบกล่าวบอกสหายเพื่อให้เบาใจ

จินเฉิงเห็นเช่นนั้นก็หมายจะควบม้าไปต่อ  ทว่าสิ่งที่เขาคิดกลับต้องหยุดลงในทันที  เพราะผู้เป็นนายได้พลัดตกจากหลังม้าลงมากองต่อหน้าคนเหล่านี้เสียแล้ว

สองสหายจึงรีบกระโดดลงจากม้าเพื่อมาพยุงนายของตน  และพวกเขาก็ถูกคนที่ช่วยเอาไว้โอบล้อมในเวลาต่อมา

“พวกเจ้าเป็นใคร  คงไม่ได้ทำผิดแล้วถูกตามล่าใช่หรือไม่”  หานฟู่เอ่ยถามคนทั้งสามที่มีอาการบาดเจ็บพอสมควร

“พวกเราคือขุนนางในราชสำนัก  คนเหล่านั้นคือโจร  ว่าแต่พวกเจ้าพอจะมีหมอหรือไม่  นายท่านของข้าเสียโลหิตมาก  เขาจะไม่ไหวแล้ว” อี้ฟานรีบเอ่ยบอก  กลุ่มชายฉกรรจ์จึงหันไปยังรถม้าฟังว่านายของตนจะว่าเช่นไร

“เอาคนอาการหนักขึ้นมารักษาบนรถม้า  จากนั้นก็ออกเดินทางได้  ชักช้าจะถึงศาลาพักม้ามืดค่ำ”  เสียงสั่งการแม้จะหวานใส  ทว่ามันกลับดูหนักแน่นและมีอำนาจมาก  เพราะกลุ่มชายฉกรรจ์เหล่านี้ล้วนแต่เชื่อฟัง  และรีบทำตาม

‘นางเป็นใครกัน?’  จิ่นหรงนึก  ในช่วงชุลมุนเขารับรู้ว่ามีคนยืนยิงศรอยู่บนรถม้า และมันก็สกัดมือสังหารได้ในทันที แต่เมื่อขึ้นมาเขากลับพบว่าบนนี้มีแค่สตรีสองนางนั่งอยู่

‘เป็นพวกนางงั้นหรือ’

นัยน์ตาคมจ้องมองสตรีทั้งสองสลับกันไปมา  เพราะทั้งคู่สวมผ้าขาวปิดบังใบหน้าเอาไว้  ทว่าความสงสัยเขากลับหยุดลงเพียงเท่านั้น  เพราะทุกอย่างมันได้ดับวูบไปเสียแล้ว

พวกนางเป็นใคร ไยถึงยอมช่วยเขา…

 

 

 

Déplier
Chapitre suivant
Télécharger

Dernier chapitre

Plus de chapitres
Pas de commentaire
30
1.บทนำ
บทนำ...เสียงควบม้าอย่างเร่งรีบยังคงดังก้องป่า ราวกับกลุ่มคนเหล่านี้กำลังตามล่าใครสักคน ซึ่งมันก็เป็นเช่นนั้น พวกมันกำลังตามเอาชีวิตใครคนหนึ่งที่กำลังควบม้าหนีตาย“ตามมันให้ทัน โอกาสดีเช่นนี้มิได้หาง่าย ๆ” เสียงตะโกนดังขึ้นตามหลัง พร้อมกับเสียงหัวเราะเย้ยหยันดังตามมาส่วนกลุ่มคนด้านหน้าควบม้าพร้อมกับวางแผนไปด้วย“จินเฉิง เจ้าทิ้งข้าไว้เถิด มิเช่นนั้นเราจะตายกันหมด” ถ้อยคำแหบพร่าเปล่งออกมาไม่ต่างจากเสียงลมพัดผ่าน“ไม่ได้” ชายหนุ่มวัยยี่สิบเจ็ดกล่าวเสียงแผ่วไม่ต่างกัน เพราะเขาเองก็บาดเจ็บ สภาพนายบ่าวดูไม่ค่อยได้เลย ร่างกายพวกเขาต่างก็โชกไปด้วยโลหิตเต็มอาภรณ์“จินเฉิง ดูนั่น” อี้ฟานร้องเรียกสหาย พร้อมกับชี้ลงไปด้านล่างเชิงเขา ซึ่งมีกลุ่มเดินทางของผู้คนน่าจะครึ่งร้อยได้“ดีควบม้าลงไป” สหายรีบร้องบอก ก่อนที่ทั้งคู่จะควบม้าลงไปตามทางเพื่อมุ่งหน้าลงไปขอความช่วยเหลือกับคนด้านล่าง “จินเฉิง พวกเขาอาจเป็นชาวบ้าน อย่าทำให้พวกเขาเดือดร้อน” คนเจ็บเอ่ยบอกอย่างร้อนใจ เพราะกลุ่มที่ตามมาล้วนแต่เป็นยอดฝีมือ คนทั่วไปไม่อาจรับมือได้แน่“ขออภัยที่ข้าน้อยมิอาจฟังคำสั่งได้ขอรับ” ความภัก
Read More
2.ใม่เป็นดั่งหวัง/1
ณ ชานเมืองผิงทิศทางตะวันออกของแคว้นหนาน ที่นี่ถือว่าเป็นเมืองใหญ่พอสมควร เพราะอยู่ห่างเมืองหลวงแค่เพียงครึ่งวันเท่านั้น ทว่าต้องควบม้ามาจึงจะถึงได้ไวเช่นนี้ หากนั่งรถม้าก็ต้องใช้เวลาเกือบวันจึงจะถึงตัวเมืองและที่นี่ก็คือบ้านเกิดเมืองนอนของ ‘มู่ตันหยง’ บุตรสาวคนรองของโหราจารย์มู่ซางฉี ทว่ายามนี้นางแต่งให้ฟู่อินโหวไปแล้ว ผู้ที่อาศัยอยู่ในจวนจึงมีแค่น้องสาวคนเล็กนามว่า ‘มู่ตันหยาง’ส่วนพี่ชายคนโตนามว่า ‘มู่ตานชุย’ นาน ๆ จึงจะได้กลับมาที เพราะเขาประจำการอยู่ที่ค่ายเสียมากกว่าจึงทำให้น้องสาวคนเล็กอย่างมู่ตันหยางจำต้องพักอาศัยอยู่เพียงลำพัง ไร้ซึ่งญาติพี่น้องคอยอยู่เคียงข้าง ส่วนบิดาก็ต้องประจำอยู่ในวังหลวงตามหน้าที่ แม้มู่ซางฉีจะร้องขอให้นางไปอยู่ด้วย ทว่ามู่ตันหยางกลับไม่พึงปรารถนาที่จะติดตามไปเพราะนางไม่ชอบความวุ่นวายของเมืองหลวง… ยิ่งไปกว่านั้น มู่ตันหยางยังมีหน้าที่ต้องดูแลสำนักคุ้มภัยของท่านปู่ และบริวารนับร้อยที่ยังคงพึ่งใบบุญตระกูลมู่อยู่ นางจึงไม่อาจทอดทิ้งสถานะประมุขสำนักคุ้มภัยนี้ไปได้ทว่าวันนี้นางจำต้องจากที่นี่ไปแล้ว…“คุณหนู พวกเราขอให้ท่านมีความสุขมาก ๆ
Read More
3.ไม่เป็นดั่งหวัง /2
ร่างสูงของเจ้าบ่าวได้หยุดยืนที่กลางห้องราวกับชั่งใจ แต่ความเป็นจริงจิ่นหรงกำลังตื่นเต้นต่างหาก“นี่ท่าน…” มู่หลิงเห็นอีกฝ่ายก็ยกนิ้วชี้หน้า“อย่าเสียมารยาท คนผู้นี้คือรัชทายาท” มู่เฟิงรีบเอ่ยบอกน้องสาวของตน ก่อนที่นางจะทำกิริยาหยาบคายใส่“ระ…รัชทายาทหรือ” คนตื่นตระหนกยังคงไม่เชื่อ“เรื่องอื่นเอาไว้เราจะอธิบายภายหลัง ว่าแต่นายของเจ้าที่แต่งเข้ามา ใช่แม่นางที่ช่วยรัชทายาทเอาไว้วันนั้นหรือไม่” อี้ฟานเอ่ยถามแทนผู้เป็นนาย ซึ่งยืนนิ่งจ้องมองเจ้าสาวของตนด้วยดวงตาเปล่งประกายราวกับเก็บของรักที่หล่นหายกลับคืนมาได้“ใช่… เป็นคุณหนูของเราเองที่ช่วยพวกท่านไว้เมื่อครึ่งเดือนก่อน” มู่หลิงเอ่ยบอกเสียงอ่อนลง จิ่นหรงยกยิ้มเล็กน้อย ก่อนจะเดินเข้ามานั่งข้างชายาของตนที่ยังคงนั่งนิ่งเหมือนรูปปั้นที่ถูกนำมาตั้งเอาไว้“เปิดผ้าก่อนเพคะ” แม่สื่อหลวงเอ่ยบอกเจ้าบ่าวจึงทำตามโดยการใช้ไม้ยกผ้าคลุม ไม่ถึงอึดใจมันก็ร่วงหล่นลงไปกองทางด้านหลัง เผยใบหน้างามหวานหยดย้อยให้เห็น ทำเอาจิ่นหรงถึงกับนิ่งงันไปในทันทีทว่าเจ้าสาวกลับขมวดคิ้วด้วยความมึนงง“พี่ชายสุดหล่อ ไยท่านถึงมาอยู่ที่นี่ได้เล่า” ตันหยางเอ่
Read More
4.สังหารด้วยเพลิง
ตันหยางยืนจ้องพระสวามีที่มองตนด้วยแววตานิ่งเรียบ “พระองศ์คงไม่คิดจะให้หม่อมฉันนอนพื้นกระมัง”“เจ้าบอกเองว่าจะนอนตรงนั้นมิใช่หรือ”“ก็แค่ลมปากทรงเชื่อหรือเพคะ ขยับไป…หากไม่ขยับหม่อมฉันจะนอนทับพระองค์นะเพคะ” ตันหยางบอกกล่าวเสียงจริงจัง ผู้เป็นสามีจึงรีบทำตามที่นางบอก เพราะเขาเชื่อว่านางต้องทำจริงแน่ สตรีผู้นี้เคยพูดเล่นเสียที่ไหน ด้วยว่าการกระทำที่ผ่านมา มันเผยธาตุแท้ให้เขาได้เห็นหลายคราแล้วตันหยางยกยิ้มก่อนจะหย่อนกายลงนั่ง เมื่อถอดรองเท้าแล้วนางก็เอนตัวลงนอนพร้อมกับดึงเอาผ้าจากเขามาห่มครึ่งตัว “นอนเถิดเพคะ หากไม่นอนจะทำอย่างอื่นหม่อมฉันก็ไม่ว่านะ” นางเอียงหน้ามองเขาพร้อมกับยิ้มมุมปาก ทว่าผู้เป็นสามีกลับขยับนอนตะแคงหันหลังให้ พร้อมกับบ่นพึมพำให้ได้ยิน ตันหยางได้แต่เม้มปากไว้เพราะเกรงตนจะหลุดขำออกมา ก่อนจะปิดเปลือกตาลง ทว่าในใจกลับคิดถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น องค์รัชทายาทเกลียดชังนาง เขามิได้เต็มใจจะแต่งด้วย ที่สำคัญเขาน่าจะพึงใจสตรีอื่นอยู่ ซึ่งมันคงมิใช่ใครที่ไหน นอกจากคุณหนูกู้อิงเถาสตรีที่ร่วมทางกับตนในช่วงนั้น เพราะท่าทีที่พระสวามีแสดงออกมันเผยให้เห็นชัดเจน ‘
Read More
5.ห่วงหรือ
จิ่นหรงได้แต่นั่งนิ่งมองชายาของตนอย่างชื่นชม แต่ยังไม่ทันได้กล่าวอันใด ตำหนักอันสวยงามก็พังครืนลงมา และเป็นช่วงที่เหล่าองครักษ์ฝ่ายในดับไฟที่ประตูทางเข้าได้พอดี“ฝ่าบาท! กระหม่อมขออภัยที่อารักขาล่าช้าพ่ะย่ะค่ะ” หัวหน้าองครักษ์จินอู่เอ่ยพร้อมกับหมอบลงอย่างสำนึกผิด“เรื่องสำคัญยามนี้ควรต้องรีบพาคนเจ็บไปรักษา รีบพาทุกคนออกไปจากที่นี่ก่อน” จิ่นหรงออกคำสั่งเอง ยามนี้ร่างกายเขาเริ่มกลับมามีแรงบ้างแล้ว เพียงแต่มันยังไม่เต็มที่นัก จากนั้นเขาก็หันมาหาร่างอรชรที่นอนแผ่หราบนพื้นหญ้า“พระชายาเป็นอย่างไรบ้างเพคะ” มู่หลิงรีบมาประคองผู้เป็นนายด้วยความเป็นห่วง เพราะคิดว่าตันหยางหมดสติ ก่อนหน้านี้นางไม่ได้รับอนุญาตให้ตามเข้ามา จึงต้องรออยู่ด้านนอกรวมกับองครักษ์ของรัชทายาท “หลินเอ๋อร์รีบดูน้องสิ” ผู้เป็นย่าร้องเตือนด้วยความกังวล เพราะเกรงหลานสะใภ้ตนจะหมดสติ จิ่นหรงจึงรีบเข้ามาจับนาง “อื้อ…อย่ากวนคนจะนอน” เสียงแหบพร่าเอ่ยขึ้นอย่างขัดใจ ทำให้ผู้ที่เป็นห่วงถึงกับส่ายศีรษะไปตาม ๆ กัน“ดูท่าหยางเอ๋อร์คงจะเหนื่อยมาก หลินเอ๋อร์เจ้าพาน้องกลับไปพักเถิด” ฮ่องเต้ตรัสด้วยน้ำเสียงเอ็นดูจิ่น
Read More
6.รับบทเมียเอก
อี้ฟานยืนนิ่งไม่ต่างจากรูปปั้น เพราะประโยคที่ได้ยินทำเขาลอบกลืนน้ำลายอึกใหญ่เลยทีเดียว“ช่างเถิด ข้ารู้อยู่แก่ใจว่าเขาไม่ได้ห่วงใย ทว่าเรื่องที่ข้าสั่งใต้เท้าก็ทำตามเถิด คนของข้าดูแลข้าได้ไม่จำเป็นต้องมีเพิ่ม”“แต่ว่า…”ตันหยางเงยหน้ามองพร้อมกับใช้สายตากดต่ำจ้องเขา สุดท้ายองครักษ์หนุ่มจึงต้องทำตามอย่างเลี่ยงมิได้ขณะนั่นเอง…อรชรของสนมชิงก็ก้าวเข้ามาในห้องโถง “หม่อมฉันสนมชิงบุตรสาวเจ้ากรมขุนนาง ขอถวายพระพรพระชายารัชทายาทเพคะ” ชิงอวี้หรูกล่าวอย่างนอบน้อม ท่วงท่าที่แสดงออกมาก็อ่อนช้อยนัก “นั่งสิ เจ้ามาหาข้ามีธุระอันใดหรือ” ตันหยางเอ่ยอย่างเป็นมิตร เพราะนางไม่ใช่คนที่ชอบตั้งแง่กับผู้ใดตั้งแต่แรกเห็น“หม่อมฉันแค่อยากมาเยี่ยมเพคะ ก่อนนี้มาแล้วทว่าพระชายายังไม่ได้สติ วันนี้ได้ข่าวว่าฟื้นแล้วเลยรีบมาดู”“ขอบใจนะข้าสบายดี แค่หลับนานไปหน่อยเท่านั้น”“ดีจริงเพคะ เห็นเช่นนี้หม่อมฉันก็เบาใจ” อวี้หรูยิ้มจนเห็นฟันขาว ทว่าเมื่อเห็นผู้ที่ตนเอ่ยด้วยมีสีหน้าเรียบเฉย นางก็หุบปากลงในทันที “พระชายาทรงกำลังคิดว่าหม่อมฉันมาถามเพื่อเอาใจพระองค์ใช่หรือไม่เพคะ” ดวงตาเรียวเล็กกะพริบถี่รัว“
Read More
7.ผ่อนคลาย
จิ่นหรงนั่งนิ่งอยู่ที่เดิมนานกว่าหนึ่งก้านธูป จนกระทั่งเสียงหวานของสนมเกาแว่วมาให้ได้ยิน ร่างสูงจึงรีบลุกพรวดแล้วเดินขึ้นเรือนชายาของตนไปในทันที ทำเอาสนมคนงามได้แต่ยืนนิ่งงัน เพราะไม่กล้าตามขึ้นไป “บ้าจริง ข้ามาช้าไปหรือนี่” นางบ่นพึมพำ ก่อนจะเดินย่ำเท้าย้อนกลับไปยังเรือนพักด้วยอาการหงุดหงิดส่วนคนที่หนีขึ้นเรือนมาก็กำลังเดินตรงมายังห้องนอน เมื่อเห็นเพียงสาวใช้ของชายาตนอยู่ก็ไม่เอ่ยถามอันใด เพราะคิดว่าตันหยางคงกำลังอาบน้ำ จิ่นหรงจึงเอ่ยสั่งว่า “เจ้าไปเอาชุดที่ตำหนักมาให้ข้าที”“เพคะ” มู่หลิงรับคำแล้วก็ออกไปจากห้อง เมื่อประตูปิดลงร่างสูงก็ลุกขึ้นแล้วเดินไปยังมุมห้องเพื่อเข้าไปยังห้องอาบน้ำ“อยากดูก็เดินเข้ามาสิเพคะ ไม่เห็นต้องทำตัวเป็นพวกถ้ำมองเลย” เสียงตำหนิดังขึ้นตั้งแต่อีกฝ่ายยังไม่ทันได้ก้าวขาเข้ามาเสียด้วยซ้ำ ร่างสูงจึงชะงักเล็กน้อยแต่ก็เดินต่อจนมาหยุดที่ข้างขอบบ่อที่กว้างกว่าเตียงนอนเป็นเท่าตัว“จะอาบด้วยกันไหมเพคะ” ตันหยางเอ่ยเชิญชวน เพราะนางไม่ได้เปลือยผ้าอาบเหมือนผู้อื่น ยังมีผ้าพันผูกรอบกายอยู่ ทว่าหากนางลุกขึ้นมันย่อมเผยทรวดทรงองเอวให้เห็นเด่นชัดแน่จิ่
Read More
8.สตรีต้องซื่อสัตย์
ความเงียบเข้าปกคลุมในทันที ไม่มีใครกล่าวอันใดอีกจนกระทั่งเกศาที่ถูกเช็ดมันเริ่มแห้ง ตันหยางจึงเอ่ยว่า“หม่อมฉันจะไปเอาหวีมาสางให้นะเพคะ”“อืม” จิ่นหรงรับคำ พร้อมกับเหลือบมองร่างอรชรที่เดินห่างออกไป ‘ทำไมนางถึงได้ดีกับข้านัก ทั้งที่ข้ามักจะว่าร้ายนางอยู่ตลอด หรือนางจะตกหลุมรักข้าอย่างที่จินเฉิงกล่าว’ เขานึกถึงคำพูดของคนสนิทที่เอ่ยบอกเมื่อวันก่อน มู่ตันหยางพยายามเข้าใกล้เขา และคอยยั่วยวนอยู่เสมอ คืนนี้ก็เช่นกัน เขาคิดจนเหม่อ กระทั่งร่างเล็กเดินเข้ามาใกล้จึงได้สติรีบหันหนีตันหยางยกยิ้ม ก่อนจะเดินมายืนซ้อนด้านหลังเขาเพื่อหวีผมให้ “ทำไมเพคะ ทรงคิดหาวิธีก่นด่าหม่อมฉันอีกหรือ”“ข้าอยากรู้…” เสียงทุ้มกลับขาดหายไป“ว่า?” คิ้วสวยขมวดเป็นปมทันที มือก็ชะงัก“เหตุใดเจ้าถึงดีกับข้านัก” ในที่สุดเขาก็ถามตันหยางเงียบไปครู่หนึ่ง ทว่านางก็ไม่ได้ปล่อยให้อีกฝ่ายรอนาน เมื่อมือขาวเริ่มขยับ ปากนางก็พูดไปด้วย“หม่อมฉันแต่งให้พระองค์แล้ว ไม่ให้ดีกับพระองค์จะให้ไปดีกับผู้ใด มีสามีได้สองสามคนก็ว่าไปอย่าง หากเป็นเช่นนั้นรับรองว่าพระองค์จะไม่เอ่ยถามเช่นนี้แน่ เพราะหม่อมฉันคงขลุกอยู่เรือน
Read More
9.หวง
หลังจากจัดการตนเองเรียบร้อย ตันหยางก็รีบออกจากห้อง วันนี้นางตั้งใจจะไปเยี่ยมไทเฮาที่ตำหนักใหม่ เพราะนี่ก็สามวันแล้วตั้งแต่เกิดเรื่อง ตนยังไม่ได้ไปถามไถ่อาการเลย แต่จะว่าไปนางเองก็เพิ่งฟื้นเมื่อบ่ายวาน จึงไม่ได้ไปเยี่ยมผู้ใด“เจ้าจะไปไหน” จิ่นหรงเอ่ยถามชายาตัวน้อยเสียงอ่อน วันนี้นางแต่งกายด้วยอาภรณ์พลิ้วไหวสีชมพูอ่อน มันช่างขับกับผิวพรรณขาวผ่องของนางดีเหลือเกิน เสียก็ตรงเนินอกมันดูล้นจนเกินไป ทำให้เขาอดไม่ได้ที่จะเดินมาหา แล้วยกผ้าที่คล้องอยู่บนแขนขึ้นมาพาดลงปิดส่วนที่ล้นออกมา“ใครเขาทำอย่างนี้กันเพคะ” ตันหยางท้วง พร้อมกับดึงผ้าลงมาไว้ที่แขนตนตามเดิม แต่อีกฝ่ายก็ยังจับพาดบ่าเช่นเคย“อย่าดื้อ มันดูไม่งามมิเห็นหรือ” เอ่ยพร้อมกับจ้องมาที่เนินเต้าอวบอิ่มของชายา และเขาก็ยืนนิ่งอยู่เช่นนั้น“คนชีกอ คิดว่าคนอื่นเขามีตามองแต่ตรงนี้เหมือนพระองค์หรือเพคะ ลามก” นางต่อว่าเขาก่อนจะรีบเดินหนีจิ่นหรงมองตามพร้อมกับขมวดคิ้ว แล้วหันมาหาคนสนิทที่ยืนอยู่ไม่ไกล “คนเช่นข้าหรือชีกอ นางแต่งกายไม่มิดชิดข้าก็แค่ตักเตือน แต่นางกลับด่าข้ากระนั้นหรือ”สองสหายยิ้มแหย แต่ไม่มีใครกล้าตอบอันใด “
Read More
10. ทวงบุญคุณ
ตันหยางยกยิ้มกับท่าทางของสตรีตรงหน้า ต่างจากฮองเฮาที่นั่งมึนงงด้วยความไม่เข้าใจ เพราะเมื่อครู่ญาติผู้น้องตนเอ่ยเองว่า ผู้ที่ช่วยคนไว้คือตันหยาง และคนที่เฝ้าไข้บุรุษแปลกหน้าทั้งวันคืนก็ยังเป็นตันหยาง แล้วเหตุใดยามนี้ กู้อิงเถาถึงได้เอ่ยว่าคนผู้นั้นคือตนเอง ความสงสัยมีมาก ฮองเฮาจึงหันกลับมาหาตันหยางที่นั่งนิ่งทว่าริมฝีปากกลับยกยิ้ม‘เรื่องมันเป็นมายังไงกันแน่ แล้วนี่คนที่เสี่ยวอิงเอ่ยถึงคือรัชทายาทกระนั้นหรือ’ ฮองเฮาได้แต่นึกในใจเพราะไม่กล้าถาม ด้านจิ่นหรงเมื่อได้ฟังคำของสตรีที่ยืนอยู่ตรงหน้าเขาก็นิ่งไปครู่หนึ่ง ‘นางคือหญิงสาวที่ช่วยเราไว้กระนั้นหรือ’“รัชทายาทจำหม่อมฉันไม่ได้จริงหรือเพคะ ตอนเจ็บป่วยหม่อมฉันหรืออุตส่าห์นั่งเฝ้าพระองค์ทั้งวัน ไยถึงลืมกันง่ายเพียงนี้เพคะ” อิงเถาเอ่ยตัดพ้อพร้อมกับยกมือขึ้นมาทำทีสะอื้นไห้“ขะ… ข้าขอโทษ ยามนั้นเจ้าปิดหน้าไว้ข้าเลยจำไม่ได้ แล้วนี่เจ้ามาอยู่ที่นี่ได้เยี่ยงไร” เมื่อได้สติเขาก็รีบถาม“หม่อมฉันเป็นญาติผู้น้องฮองเฮาเพคะ”“อย่างนี้เองหรือ” จิ่นหรงยิ้มอ่อน ก่อนจะหันมาหาชายาตนที่นั่งก้มหน้ามองกล่องในมืออย่างไม่แยแสอันใด“ลุกสิ ไยเจ้า
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status