หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง

หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง

Par:  ลมใต้รู้ใจComplété
Langue: Thai
goodnovel4goodnovel
10
7 Notes. 7 commentaires
425Chapitres
44.2KVues
Lire
Bibliothèque

Partager:  

Report
Overview
Catalog
Scanner le code pour lire sur l'application

หลังจากแต่งงานกันมาได้สามปี รักแรกของฝู่เฉินซีได้กลับประเทศ ขณะเดียวกัน ซูย่างก็ได้รับเอกสารขอหย่าจากผู้ชายที่เธอรักมานานถึงสามปี หน้าสำนักงานทะเบียนสมรส ฝู่เฉินซีมองรักแรกด้วยสายตาอ่อนโยน เอ่ยคำสารภาพจากใจว่า “สามปีแล้วนะ ฉันไม่เคยแตะต้องเขาเลย ฉันรักแค่เธอคนเดียว” ซูย่างรู้สึกสิ้นหวังอย่างหมดใจ คิดว่าความรักตลอดสามปีที่ผ่านมาเหมือนทิ้งให้หมากิน จากนั้นเธอก็หันกลับไปทำงานเก่าของตัวเองอีกครั้ง มุ่งหน้าเก็บเงินและเดินหน้าสู่จุดสูงสุดของชีวิต ผู้คนถึงได้รู้กันในตอนนั้นว่า “คุณนายฝู่” ที่ถูกทอดทิ้งนั้น ทั้งสวย ทั้งรวย เป็นผู้หญิงคุณภาพระดับสูงตัวจริง สามเดือนต่อมา ในค่ำคืนหนึ่ง ฝู่เฉินซีโทรหาเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ “ย่างย่าง... ฉันเสียใจแล้ว...” ในสายโทรศัพท์ มีเพียงเสียงพึมพำของผู้หญิงที่แฝงความง่วงงุนว่า “หรงอวี้... ใครเหรอ...” ผู้ชายคนหนึ่งที่ได้ครอบครองหญิงงามหัวเราะพลางวางสาย ก่อนก้มลงจูบคนในอ้อมกอดเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก แค่พวกโทรมาขายของน่ะ”

Voir plus

Dernier chapitre

Plus de chapitres

commentairesPlus

Sukanya Srimuang
Sukanya Srimuang
ทุเรศมากคนเขียน​ลงบอกว่าจบสุดท้ายก็เท​
2026-07-16 11:38:37
4
1
ปาลิณีย์ เมธีเรืองวงศ์
ปาลิณีย์ เมธีเรืองวงศ์
รออ่านต่อเล่ม 2 นะค่ะ
2026-06-26 17:40:09
0
0
ปาลิณีย์ เมธีเรืองวงศ์
ปาลิณีย์ เมธีเรืองวงศ์
รอเล่ม 2 นะค่ะ
2026-06-26 17:39:02
0
0
nu_ting_02
nu_ting_02
เล่นต่อไป จะมาตอนไหนค่ะ
2026-04-08 06:21:37
0
0
พรนภา อนุมาศ
พรนภา อนุมาศ
แต่งดีอยู่นะคะ แต่ลงให้จบเรื่องก็ดีนะคะ อ่านได้ครึ่งๆกลางๆคนอ่านจะเบื่อ แล้วหันไปอ่านที่อื่นแทน
2025-12-21 20:42:36
0
2
425
บทที่ 1
“เซ็นชื่อเถอะ”เหนือศีรษะมีเสียงทุ้มต่ำเย็นชาดังขึ้น พร้อมกับเอกสารหย่าถูกยื่นมาตรงหน้า ซูย่างชะงักเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองฝู่เฉินซีด้วยความเงียบงัน พลางเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองไม่น่าแปลกใจเลยที่เช้าวันนี้เขาถึงกับโทรมาบอกอย่างไม่เคยมีมาก่อนว่าจะกลับมาค่ำนี้ เพราะมีเรื่องอยากจะคุยเธอเธอดีใจมาตลอดทั้งวัน ที่แท้เรื่องที่เขาจะพูดกลับกลายเป็นเรื่องนี้เอง…สามปีของการแต่งงาน สุดท้ายก็มาถึงจุดสิ้นสุดจนได้ซูย่างรับเอกสารหย่าไว้อย่างเงียบงัน มือกำแน่นเล็กน้อย นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“จำเป็นต้องหย่าจริง ๆ เหรอ?”ฝู่เฉินซีขมวดคิ้ว มองหญิงสาวตรงหน้าที่เป็นคุณนายฝู่มานานสามปีดูเหมือนว่าเพิ่งจะจัดห้องเสร็จใหม่ ๆ ตรงขมับขาวเนียนยังมีเหงื่อเกาะอยู่ ดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเลื่อนลอยที่เห็นได้ชัด ใบหน้าซีดเซียวไร้สีสันยังประดับด้วยแว่นหนาเตอะดูเผิน ๆ อ่อนโยน เรียบง่าย แต่ไร้เสน่ห์น่าสนใจก็ผู้หญิงธรรมดาเชื่องช้าเช่นนี้แหละ ที่เป็นคุณนายฝู่มานานถึงสามปีฝู่เฉินซีค่อย ๆ ถอนสายตากลับมา บดบุหรี่ในมือทิ้ง เสียงที่เอื้อนเอ่ยแม้จะราบเรียบ แต่
Read More
บทที่ 2
ซูย่างได้ยินบทสนทนานอกห้องทำงาน ก็หลุบตาลงตลอดหลายปีที่แต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลฝู่ เธอก็กล้าบอกกับตัวเองว่าได้ทุ่มเทดูแลทั้งคุณนายฝู่ผู้เป็นแม่สามี และฝู่หยาฮุ่ยผู้เป็นน้องสาวสามีอย่างสุดความสามารถตอนที่ฝู่หยาฮุ่ยประสบอุบัติเหตุรถชนต้องเข้ารับการผ่าตัด ก็เป็นเธอที่เฝ้าอยู่โรงพยาบาลติดต่อกันหลายวันที่แท้ ต่อให้ทำมากแค่ไหน ก็ไม่มีวันเปลี่ยนท่าทีของคนตระกูลฝู่ได้ไม่นานนัก สายของหลินลู่ซีโทรเข้ามา น้ำเสียงของเธอแฝงความเหนื่อยล้าเล็กน้อยว่า“ย่างย่าง เธอจะไม่ไปจริง ๆ เหรอ? ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอชอบล่าสัตว์กลางแจ้งที่สุด ยิ่งกว่านั้นยังมีโอกาสได้ซิ่งรถอีกนะ”ซูย่างชะงักไปบางความทรงจำก็พลันถูกดึงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวก่อนที่จะแต่งกับฝู่เฉินซี เธอชอบล่าสัตว์กลางแจ้ง ชอบซิ่งรถ ชอบเหล้าองุ่น หลังจากนั้นเธอได้พบฝู่เฉินซีที่บ้านตระกูลหลิน แล้วก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นหลังจากที่ตกหลุมรักฝู่เฉินซีไปแล้ว เธอก็ค่อย ๆ ได้ยินจากปากคนอื่นว่าฝู่เฉินซีชอบคุณหนูผู้ดีที่อ่อนโยนเรียบร้อยเธอถึงค่อย ๆ เลิกสิ่งเหล่านั้นไปทีละอย่างผ่านมาสามปีแล้ว เธอแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าตัวตนในตอนแรกเริ่มของเธอ
Read More
บทที่ 3
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฝู่หยาฮุ่ย ซูย่างลากกระเป๋าเดินออกไปโดยไม่หันกลับมาเลยพอเดินออกจากบ้านตระกูลฝู่ ซูย่างก็เห็นหลินลู่ซีเลื่อนกระจกรถลง โผล่หน้าออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใสแล้วส่งจูบมาให้เธอ “ที่รัก ขึ้นรถสิ พี่สาวจะพาไปฉลองเอง”บอกว่าจะพาไปฉลอง แต่หลินลู่ซีก็รู้ดีว่าซูย่างเพิ่งหย่า อารมณ์คงหดหู่ จึงพาเธอไปแค่ร้านอาหารธีมดนตรี พอรู้เหตุผลที่เธอหย่ากับฝู่เฉินซี หลินลู่ซีก็อดบ่นไม่ไหวว่า“ กู้อี่หนิงอีกแล้วเหรอ? หย่าแบบไร้เหตุผลสิ้นดี ฝู่เฉินซีชอบเธอตรงไหนกันแน่?”ซูย่างคนกาแฟพลางเอ่ยเสียงขี้เกียจ “ไม่รู้สิ…”ซูย่างไม่เคยรู้จักผู้หญิงที่เป็นรักแรกในใจของฝู่เฉินซี ตอนนั้นกู้อี่หนิงไปต่างประเทศแล้ว เธอถึงได้มารู้จักฝู่เฉินซีเธอแค่เคยได้ยินมาว่ากู้อี่หนิงเป็นคนอ่อนโยนเก่งกาจ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ตอนที่ฝู่เฉินซีกับคุณปู่ทะเลาะกันเพราะเรื่องของเธอ คุณหนูกู้ก็ยังวางตัวมีเหตุผล คอยเกลี้ยกล่อมฝู่เฉินซี หลังจากนั้นถึงได้มีการแต่งงานตามข้อตกลงระหว่างเธอกับฝู่เฉินซีเห็นเธอไม่อยากเล่าต่อ หลินลู่ซีก็เปลี่ยนเรื่อง ค้อมคางลงกับมือพลางพูดว่า “...แต่ฝู่เฉินซีก็ใจกว้างอยู่นะ ทั้งบ้าน ทั้งรถ แถมยังมี
Read More
บทที่ 4
ซูย่างหยุดก้าว สีหน้าเรียบเฉย แต่ไม่ได้ยื่นมือกลับไปจับสีหน้าของกู้อวี่หนิงแข็งกระด้างไปเล็กน้อยฝู่เฉินซีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นมาช่วยให้เธอคลายสถานการณ์ น้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “คุณปู่รู้เรื่องของเราแล้ว ท่านเลยให้เธอไปทานข้าวด้วยกันคืนนี้ มือถือเธอดันปิดเครื่องไว้ ฉันเลยมารับเอง”“ฉันรู้แล้ว” ซูย่างก้มมองมือถือ เห็นว่าปิดเครื่องอยู่จริง ๆ จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ขอฉันชาร์จแบตแป๊บนะ เดี๋ยวจะตามไป”ความหมายก็คือ เธอไม่คิดจะไปพร้อมกับพวกเขาฝู่เฉินซีขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “งั้นให้ฉันรอเธอก่อนก็ได้…”ซูย่างยิ้มพลางขัดขึ้นว่า “ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปเองก็ได้”เห็นเขาเงียบไป ซูย่างก็หันไปมองกู้อวี่หนิงแล้วพูดว่า“แล้วก็พรุ่งนี้เก้าโมง ถ้าคุณสะดวก เราไปเอาใบหย่ากันเถอะ”ฝู่เฉินซีไม่รู้ทำไม ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย “ต้องรีบขนาดนั้นเลยเหรอ?”ซูย่างพยักหน้า สีหน้าจริงจัง “ใช่ รีบมาก”ฝู่เฉินซีพูดไม่ออกกับคำตอบของเธอ สีหน้าหม่นหมองลง แล้วจูงกู้อวี่หนิงเดินออกไปเดินไปได้ไม่กี่ก้าว กู้อวี่หนิงก็พูดอะไรบางอย่างกับฝู่เฉินซีด้วยท่าทีสนิทสนม แล้วจึงหันกายกลับมาเดินตรงมาหาซูย่าง
Read More
บทที่ 5
ขณะเขากำลังคิดอยู่ ก็มีมืออุ่น ๆ คู่หนึ่งจับเขาไว้เบา ๆ ฝู่เฉินซีหันหน้าไป กู้อวี่หนิงมองเขาอย่างห่วงใยแล้วพูดว่า “เฉินซี ไม่สบายท้องหรือเปล่า อยากดื่มซุปสักหน่อยไหม?”ฝู่เฉินซีส่ายหัวซูย่างทักทายคุณปู่เสร็จแล้ว ก็ดึงเก้าอี้นั่งลงอย่างไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทำเหมือนไม่เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองคุณปู่ฝู่กลับส่งเสียงฮึออกมาอย่างดูแคลนเวลาทานอาหาร ตระกูลฝู่เคร่งครัดกับกฎที่ว่าห้ามพูดคุยระหว่างกิน ซูย่างเองก็ไม่ค่อยมีอารมณ์กินเท่าไหร่นัก เพียงแค่ตักอาหารเล็กน้อยตามมารยาทเพื่อให้คุณปู่สบายใจพอกินข้าวเสร็จ คุณปู่ฝู่ก็ดึงมือเธอไว้แล้วพูดว่า “เรื่องของหนูกับอาซี ปู่รู้หมดแล้วนะ ย่างย่าง ไม่ต้องกังวลหรอก ตระกูลฝู่ของเรายอมรับเธอเป็นลูกสะใภ้เพียงคนเดียวเท่านั้น”เขาหันไปมองกู้อวี่หนิงกับฝู่เฉินซีที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้าง ๆ แล้วเหน็บแนมว่า “ถ้าจะมีใครต้องออกไปจากตระกูลฝู่ ก็ควรจะเป็นมือที่สามที่ไปทำลายครอบครัวคนอื่น กับผู้ชายห่วย ๆ ที่ไม่รับผิดชอบต่างหาก!”ซูย่างรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยฝู่เฉินซีขมวดคิ้ว สีหน้าดูหม่นลงเล็กน้อย ข้าง ๆ กู้อวี่หนิงจับมือเขาไว้ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ดูน่าสงสา
Read More
บทที่ 6
คุณปู่ฝู่วางถ้วยชาลงอย่างแรง แววตาลึกซึ้งปนเศร้า “เธอแต่งเข้ามาในบ้าน แม่ของแกกลับทำตัวเย็นชาไม่เห็นใจ เวลาป่วยหรือไม่สบาย มีครั้งไหนบ้างที่ไม่ใช่เธอเป็นคนไปหาหมอให้ หยาฮุ่ยชอบอะไร อยากได้อะไร มีครั้งไหนบ้างที่ไม่กลายเป็นเธอต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ มีครั้งไหนบ้างที่แกกลับบ้านดึก แล้วไม่ใช่เธอที่คอยรอแก คอยทำอาหารไว้ให้แกกิน ตอนที่แกเป็นโรคกระเพาะเพราะกู้อี่หนิง ก็เป็นเธอนั่นแหละที่ต้มซุปให้ จนมือโดนน้ำร้อนลวกแดงไปทั้งแถบ”เขาถอนหายใจ แล้วพูดว่า “ตอนที่พ่อเธอเสียไป ต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน เธอก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ อาซี…ย่างย่างทำเพื่อแกมามากมายเหลือเกิน ให้เท่าไหร่ก็ไม่เคยปฏิเสธ แต่กู้อวี่หนิงแค่ตักน้ำซุปให้แกหนึ่งชาม แกก็กลับรู้สึกซาบซึ้งกินใจแล้วเหรอ?”ฝู่เฉินซีฟังแล้ว มือค่อย ๆ กำแน่น ความหม่นมืดในดวงตาเอ่อพลุ่งพล่านราวกับหมึกดำที่กำลังปั่นป่วนซูย่างไม่รู้เลยว่าคุณปู่พูดอะไรออกมาบ้าง เธอได้หลับสนิทอย่างที่หาได้ยากเช้าวันถัดมา เวลาแปดโมงครึ่ง เธอโทรหาฝูเฉินซีเพื่อปรึกษาเรื่องการไปรับใบสมรส“คุณฝู่ ถ้าสะดวก ตอนเก้าโมงรบกวนมาที่สำนักงานทะเบียนนะคะ ฉันกำลังรอคุณอย
Read More
บทที่ 7
ขนตาของซูย่างสั่นไหวเล็กน้อยถ้าเมื่อก่อนเธอไม่ได้คบกับฝู่เฉินซี ป่านนี้ก็คงได้เป็นนักจิตบำบัดไปแล้วจริง ๆ เพียงแต่พอเวลาผ่านไปหลายปี แม้ว่าในสายงานเธอจะไม่ได้มีความบกพร่องใด ๆ แต่เธอจะสามารถกลับไปทำอาชีพที่ถนัดได้อีกครั้งจริงเหรอ?ศาสตราจารย์เวินก็สังเกตเห็นความลังเลในใจของเธอ จึงพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องรีบหรอก แต่ถ้าเธอมีความตั้งใจจริง อาจารย์ก็ยินดีที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว”“ขอบคุณค่ะ ศาสตราจารย์”หัวใจของซูย่างอบอุ่นขึ้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่มีเวลาไปเยี่ยมศาสตราจารย์ คิดไม่ถึงว่าศาสตราจารย์เวินยังคงห่วงใยศิษย์คนนี้อยู่ซูย่างเอ่ยถามอาการป่วยของศาสตราจารย์เวินด้วยความห่วงใย ทั้งยังนั่งพูดคุยกับท่านอยู่นาน ศาสตราจารย์เวินถึงกับเชิญให้เธออยู่ร่วมทานอาหารด้วยอย่างอบอุ่นจนกระทั่งบ่าย ซูย่างถึงได้ออกจากบ้านตระกูลเวินเพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องออกล่าสัตว์ ซูย่างจึงตั้งใจหยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่เตรียมไว้แล้วออกมาวันถัดมา หลินลู่ซีขับรถไปรับซูหย่าง พอขับมาถึงเขาหมิง ทั้งสองก็มาถึงค่อนข้างเร็ว เห็นเพียงไม่กี่ใบหน้าที่ไม่คุ้นตา ไหนจะเพราะการล่าครั้งนี้จัดโดยตระกูล
Read More
บทที่ 8
ซูย่างรับปืนล่าสัตว์มาไว้ในมือ แต่ในใจกลับอดพึมพำไม่ได้ว่า “ปีศาจจริง ๆ”พอหรงอวี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ทุกคนก็จัดของกันเรียบร้อย ตามคำแนะนำของครูฝึกในสนาม เหล่านักล่าก็พากันเข้าสู่ลานล่าสัตว์แน่นอนว่ามีอีกหลายคนที่ตั้งใจมาที่นี่ก็เพราะชื่อเสียงของมู่หรงอวี้โดยเฉพาะ ส่วนพวกที่ไม่ถนัดการล่าสัตว์ก็ยังคงอยู่ที่ค่ายเพื่อเฝ้าดูอยู่รอบ ๆซึ่งในนั้นก็รวมถึงฝู่เฉินซีและกู้อวี่หนิงด้วยตระกูลหรงได้ให้คนเตรียมกล้องส่องทางไกลพร้อมทั้งเครื่องดื่มและขนมเอาไว้ อีกทั้งด้านหลังก็ยังเลี้ยงกวางน้อยไว้มากมาย ถึงไม่ได้ออกไปทำอะไร ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อทว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังสนใจสถานการณ์การล่าสัตว์ในสนามมากกว่า ต่างก็หยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูกันอย่างคึกคักฝู่เฉินซีนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของซูย่าง แล้วก้มหน้าหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาภายในสนามล่าสัตว์เป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ สายลมสงบโปร่งโล่งสุดลูกหูลูกตา ซูย่างขี่ม้าอยู่ท่ามกลางเสียงลมที่หวีดหวิวพัดผ่านเธอรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ราวกับสิ่งที่ถูกกดทับอยู่ในใจมาตลอด ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในที่สุดในดวงตาของเธอเหมือนกลับมามีประกายอีกครั้ง คล้าย
Read More
บทที่ 9
ซูย่างเงยหน้าขึ้น ก็เห็นดวงตาดวงตาคมหวานคู่หนึ่งที่งดงามสะดุดตาปรากฏตรงหน้าชายหนุ่มคนนั้นดูหล่อเหลามีเสน่ห์ ออกจะเจ้าชู้หยอกล้อ แต่ท่วงทีกลับอ่อนโยนอบอุ่น พอเขายิ้มก็เผยให้เห็นความสดใสไร้เดียงสา คล้ายเด็กหนุ่มที่น่ารักชวนให้คนเอ็นดูในความทรงจำของซูย่าง เธอไม่เคยรู้จักผู้ชายแบบนี้มาก่อน ส่วนหลินลู่ซีเองก็มองเขาอย่างสงสัยจ้าวเสี่ยวฉีออกจะคุ้นเคยเสียจริง เขายิ้มแย้มวางห่านป่าที่จัดการเสร็จแล้วไว้ข้าง ๆ ทั้งสอง พลางแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองว่า “ผมชื่อจ้าวเสี่ยวฉี เป็นพ่อครัวของคุณชายสาม ห่านป่าที่rujล่าได้ คุณชายสามให้ผมทำเป็นอาหารแล้วเอามาส่งให้พี่ ชิมดูหน่อยนะครับ”พ่อครัว?ซูย่างเงยหน้าขึ้นมอง จะมีพ่อครัวที่ใส่นาฬิการาคาเป็นล้านได้ยังไง?หลินลู่ซีเผลอพูดออกมาเลยว่า “เสี่ยวฉี พ่อครัวคุณชายสามของพวกคุณนี่รวยกันทุกคนเลยเหรอ?”จ้าวเสี่ยวฉีคอยหั่นห่านป่าให้ทั้งสองไปพลาง พร้อมพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ก็เพราะคุณชายสามของพวกเราน่ะสิที่รวยมาก”หลินลู่ซีกับซูย่างก็กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ต่างก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยเสียงหัวเราะพูดคุยของทั้งสามคนลอยไปเข้าหูของฝู่เฉินซี อกของเขาราวกับมีอะไรอัดแน่
Read More
บทที่ 10
งานเลี้ยงบาร์บีคิวยืดออกไปกว่าสามชั่วโมง ระหว่างนั้นเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกชนกัน กลิ่นหอมของเหล้าและอาหารอบอวลไปทั่ว บรรยากาศอบอุ่นราวกับได้อยู่บ้านตัวเองระหว่างนั้น ซูย่างแอบออกไปข้างนอก แล้วมีเจ้าหน้าที่พาไปเลือกของล่าที่เป็นรางวัลของตัวเองตามกฎของหรงอวี้ เธอสามารถพาม้าโพนตัวเล็กที่เธอชอบไปได้ หรือไม่ก็เลือกสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆแม้ซูย่างจะชอบม้ามากกว่า แต่สุดท้ายเธอกลับเลือกกวางน้อยตัวหนึ่งเธอรู้สึกโดยไม่ทันคิดว่าม้าไม่เหมาะจะถูกเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนพวกอื่น ๆ พอเธอเลือกของรางวัลเสร็จเดินออกมา ก็ถูกบอดี้การ์ดคนหนึ่งขวางไว้ เขายืนอย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยว่า “คุณซู คุณชายสามเชิญครับ”แน่นอนว่าที่นี่ไม่มีคุณชายสามคนที่สองดังนั้นก็ต้องเป็นหรงอวี้คนเดียวเท่านั้นซูย่างเดินตามบอดี้การ์ดขึ้นไปยังชั้นสอง ชายหนุ่มนั่งอย่างสบายอารมณ์บนเก้าอี้ริมหน้าต่าง จ้าวเสี่ยวฉีกำลังขยันขันแข็งผสมเหล้าอยู่ ก้อนน้ำแข็งแช่อยู่ในสุราสีม่วง แสงสะท้อนออกมาเป็นประกายยั่วยวนใจพอเห็นเธอมา จ้าวเสี่ยวฉีตาก็เป็นประกาย ก่อนจะแซวขึ้นว่า “โอ้ พี่สาวจริง ๆ ด้วย สรุปว่าพี่กับพี่สามของผมนี่มีซัมติงกันแน
Read More
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status