หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง

หย่าครั้งนั้น ฉันเกิดใหม่ในเส้นทางของตัวเอง

بواسطة:  ลมใต้รู้ใจمكتمل
لغة: Thai
goodnovel4goodnovel
10
7 تقييمات. 7 المراجعات
425فصول
44.1Kوجهات النظر
قراءة
أضف إلى المكتبة

مشاركة:  

تقرير
ملخص
كتالوج
امسح الكود للقراءة على التطبيق

หลังจากแต่งงานกันมาได้สามปี รักแรกของฝู่เฉินซีได้กลับประเทศ ขณะเดียวกัน ซูย่างก็ได้รับเอกสารขอหย่าจากผู้ชายที่เธอรักมานานถึงสามปี หน้าสำนักงานทะเบียนสมรส ฝู่เฉินซีมองรักแรกด้วยสายตาอ่อนโยน เอ่ยคำสารภาพจากใจว่า “สามปีแล้วนะ ฉันไม่เคยแตะต้องเขาเลย ฉันรักแค่เธอคนเดียว” ซูย่างรู้สึกสิ้นหวังอย่างหมดใจ คิดว่าความรักตลอดสามปีที่ผ่านมาเหมือนทิ้งให้หมากิน จากนั้นเธอก็หันกลับไปทำงานเก่าของตัวเองอีกครั้ง มุ่งหน้าเก็บเงินและเดินหน้าสู่จุดสูงสุดของชีวิต ผู้คนถึงได้รู้กันในตอนนั้นว่า “คุณนายฝู่” ที่ถูกทอดทิ้งนั้น ทั้งสวย ทั้งรวย เป็นผู้หญิงคุณภาพระดับสูงตัวจริง สามเดือนต่อมา ในค่ำคืนหนึ่ง ฝู่เฉินซีโทรหาเธอด้วยดวงตาแดงก่ำ “ย่างย่าง... ฉันเสียใจแล้ว...” ในสายโทรศัพท์ มีเพียงเสียงพึมพำของผู้หญิงที่แฝงความง่วงงุนว่า “หรงอวี้... ใครเหรอ...” ผู้ชายคนหนึ่งที่ได้ครอบครองหญิงงามหัวเราะพลางวางสาย ก่อนก้มลงจูบคนในอ้อมกอดเบา ๆ แล้วพูดว่า “ไม่มีอะไรหรอก แค่พวกโทรมาขายของน่ะ”

عرض المزيد

الفصل الأول

บทที่ 1

“เซ็นชื่อเถอะ”

เหนือศีรษะมีเสียงทุ้มต่ำเย็นชาดังขึ้น พร้อมกับเอกสารหย่าถูกยื่นมาตรงหน้า ซูย่างชะงักเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองฝู่เฉินซีด้วยความเงียบงัน พลางเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา

ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง

ไม่น่าแปลกใจเลยที่เช้าวันนี้เขาถึงกับโทรมาบอกอย่างไม่เคยมีมาก่อนว่าจะกลับมาค่ำนี้ เพราะมีเรื่องอยากจะคุยเธอ

เธอดีใจมาตลอดทั้งวัน ที่แท้เรื่องที่เขาจะพูดกลับกลายเป็นเรื่องนี้เอง…

สามปีของการแต่งงาน สุดท้ายก็มาถึงจุดสิ้นสุดจนได้

ซูย่างรับเอกสารหย่าไว้อย่างเงียบงัน มือกำแน่นเล็กน้อย นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า

“จำเป็นต้องหย่าจริง ๆ เหรอ?”

ฝู่เฉินซีขมวดคิ้ว มองหญิงสาวตรงหน้าที่เป็นคุณนายฝู่มานานสามปี

ดูเหมือนว่าเพิ่งจะจัดห้องเสร็จใหม่ ๆ ตรงขมับขาวเนียนยังมีเหงื่อเกาะอยู่ ดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเลื่อนลอยที่เห็นได้ชัด ใบหน้าซีดเซียวไร้สีสันยังประดับด้วยแว่นหนาเตอะ

ดูเผิน ๆ อ่อนโยน เรียบง่าย แต่ไร้เสน่ห์น่าสนใจ

ก็ผู้หญิงธรรมดาเชื่องช้าเช่นนี้แหละ ที่เป็นคุณนายฝู่มานานถึงสามปี

ฝู่เฉินซีค่อย ๆ ถอนสายตากลับมา บดบุหรี่ในมือทิ้ง เสียงที่เอื้อนเอ่ยแม้จะราบเรียบ แต่กลับแฝงด้วยอำนาจกดดันที่ไม่เปิดโอกาสให้ปฏิเสธได้ “เซ็นเถอะ... เธอกลับมาแล้ว ฉันไม่อยากให้เธอเข้าใจผิด”

ซูย่างชะงักเล็กน้อย ปลายลิ้นขมขึ้นมา เธอรู้ดีว่า ผู้หญิงที่ฝู่เฉินซีกล่าวถึงนั้นคือใคร

กู้อี่หนิง รักแรกที่เปรียบเสมือนดวงใจของฝู่เฉินซี

เพราะเธอทำให้ชีวิตสมรสของทั้งคู่มีแต่เพียงในนามไร้ความจริงตลอดสามปี ฝู่เฉินซีถึงกับรักษาตัวไม่ข้องเกี่ยวกับผู้ใด เพื่อเธอเพียงคนเดียว

เหมือนกลัวว่าเธอจะไม่ยอมตกลง ฝู่เฉินซีจึงมองเธอแล้วเอ่ยเสริมด้วยน้ำเสียงราบเรียบว่า “เราหย่าตามข้อตกลงกันอยู่แล้ว วุฒิการศึกษาของเธอก็ไม่ได้สูงนัก หลังหย่า บ้านไม่กี่หลังนั้นกับรถจะตกเป็นของเธอทั้งหมด นอกจากนี้ฉันจะชดเชยให้เธออีกสี่ร้อยล้านบาท”

แต่แรกนั้น ทั้งสองแต่งงานกันก็เพื่อเอาใจคุณปู่เท่านั้น จึงได้ทำสัญญาแบ่งแยกทรัพย์สินก่อนสมรสไว้ด้วย สิ่งที่ฝู่เฉินซีจะมอบให้เธอนั้นมากเกินกว่าที่เธอควรได้รับเสียอีก

แม้ฝู่เฉินซีจะไม่ได้ชอบเธอ แต่ตลอดสามปีนี้ซูย่างก็ทุ่มเทอย่างเต็มที่ สิ่งที่ให้เกินมานั้นก็เพื่อชดเชยความเหนื่อยยากตลอดหลายปีของเธอ อีกทั้งผู้หญิงอย่างซูย่างที่จบแค่มัธยมปลาย เมื่อหย่าแล้วก็ย่อมต้องการเงินไว้เลี้ยงตัวจริง ๆ

ซูย่างเข้าใจความหมายของเขา พลิกดูเอกสารหย่าจนครบ ก่อนจะก้มตาลงแล้วพยักหน้าอย่างช้า ๆ “ตกลง ฉันยอมก็ได้”

เธอหยิบปากกาขึ้นมา เซ็นชื่อของตัวเองลงไปอย่างฉับไวไม่ลังเล จากนั้นเงยหน้ามองฝู่เฉินซี แววตาที่ซ่อนอยู่หลังเลนส์หนา ยากจะบอกได้ว่าเป็นความขมขื่นหรือความไม่ยอมจำนน

“ไม่ต้องห่วง ภายในสองวันนี้ฉันจะย้ายออกไปเอง จะไม่รบกวนพวกคุณหรอก”

ฝู่เฉินซีพยักหน้าเล็กน้อย “ตลอดสามปีที่ผ่านมา ลำบากเธอแล้ว”

ต่อให้ผู้หญิงตรงหน้าจะจืดชืดแค่ไหน จะทื่อหรือธรรมดาสักเพียงใด เขาก็ยังต้องยอมรับว่าซูย่างเป็นภรรยาที่ดีสมบูรณ์แบบ

ต่อให้ผู้หญิงตรงหน้าคนนี้จะไร้เสน่ห์ น่าเบื่อ และธรรมดาสักเพียงใด เขาก็ยังต้องยอมรับว่าซูย่างเป็นภรรยาที่ดีสมบูรณ์แบบคนหนึ่ง

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอทุ่มเทดูแลทุกคนในตระกูลฝู่ ขณะที่เขามัวแต่ยุ่งอยู่กับธุรกิจ แต่เพราะมีเธออยู่ เขาจึงสามารถก้าวไปข้างหน้าได้อย่างไร้กังวล

เพียงแต่…สุดท้ายแล้วก็ฝืนกันไปไม่ได้

แต่ซูย่างกลับรู้สึกขำนัก ที่ทุ่มเทเพื่อฝู่เฉินซีมามากมาย สูญเสียวัยสาวไปถึงสามปี สุดท้ายสิ่งที่ได้รับกลับมาก็มีเพียงคำพูดว่า “ลำบากเธอแล้ว”

ฝู่เฉินซีไม่ได้สังเกตเห็นรอยยิ้มในดวงตาของเธอ เขารับเอาใบหย่าที่เซ็นเสร็จแล้วมาเก็บไว้ ระหว่างนั้นผู้ช่วยก็โทรเข้ามา เขาเหลือบมองซูย่างเล็กน้อยก่อนเอ่ยเสียงเรียบว่า “ที่บริษัทฉันยังมีงานต้องจัดการ ถ้ามีอะไรต้องการให้ช่วยก็ให้ป้าหวังช่วยเธอ”

ซูย่างพยักหน้า

ฝู่เฉินซีเดินออกมาจากห้องทำงาน แม่ฝู่ที่อยู่ในห้องรับแขกก็รีบตรงเข้ามาหาด้วยความกังวล

“เป็นยังไงบ้าง เธอยอมเซ็นไหม?”

ฝู่เฉินซีขมวดคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้าตามมา

แม่ฝู่ถอนหายใจโล่งอก ก่อนจะพยักหน้าอย่างยินดี “เซ็นแล้วก็ดีแล้ว เซ็นแล้วก็ดีตลอด ที่ผ่านมาหลายปีที่ลูกแต่งกับเธอ แม่ก็ไม่เคยรู้สึกสบายใจเลย อย่างอื่นไม่ต้องพูดถึง แค่แต่งมาแล้วตั้งสามปียังไม่มีลูกสักคน อีกทั้งวัน ๆ ก็เอาแต่เงียบ ไม่พูดไม่จา ใครจะรู้ว่าเธอคิดร้ายอะไรอยู่หรือเปล่า”

ฝู่เฉินซีไม่ได้พูดอะไร

แม่ฝู่ถอนหายใจ ก่อนพูดต่อว่า “ตั้งแต่ก่อนที่คุณพ่อจะบังคับให้ลูกแต่งกับเธอ แม่ก็ไม่เห็นด้วยแล้ว เด็กกำพร้าที่พ่อแม่ตายหมด ต้องไปอาศัยอยู่กับตระกูลหลิน จะมีอะไรดีได้ ตอนนี้ก็ดีแล้ว ลูกหย่ากับเธอเรียบร้อย พอได้แต่งงานกับอี่หนิง แม่ก็จะวางใจได้เสียที มีเพียงสะใภ้อย่างอี่หนิงเท่านั้นแหละ ที่คู่ควรกับลูก”

ฝู่หยาฮุ่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็พยักหน้าด้วยความดีใจ “นั่นสิ พี่ มีพี่สะใภ้อย่างนั้น ฉันยังอายแทนเลย แต่ตอนนี้ดีแล้ว ถ้าพี่อี่หนิงได้มาเป็นพี่สะใภ้ของฉัน ไม่รู้จะมีคนอิจฉาสักเท่าไหร่”

توسيع
الفصل التالي
تحميل

أحدث فصل

فصول أخرى

المراجعاتأكثر

Sukanya Srimuang
Sukanya Srimuang
ทุเรศมากคนเขียน​ลงบอกว่าจบสุดท้ายก็เท​
2026-07-16 11:38:37
4
1
ปาลิณีย์ เมธีเรืองวงศ์
ปาลิณีย์ เมธีเรืองวงศ์
รออ่านต่อเล่ม 2 นะค่ะ
2026-06-26 17:40:09
0
0
ปาลิณีย์ เมธีเรืองวงศ์
ปาลิณีย์ เมธีเรืองวงศ์
รอเล่ม 2 นะค่ะ
2026-06-26 17:39:02
0
0
nu_ting_02
nu_ting_02
เล่นต่อไป จะมาตอนไหนค่ะ
2026-04-08 06:21:37
0
0
พรนภา อนุมาศ
พรนภา อนุมาศ
แต่งดีอยู่นะคะ แต่ลงให้จบเรื่องก็ดีนะคะ อ่านได้ครึ่งๆกลางๆคนอ่านจะเบื่อ แล้วหันไปอ่านที่อื่นแทน
2025-12-21 20:42:36
0
2
425 فصول
บทที่ 1
“เซ็นชื่อเถอะ”เหนือศีรษะมีเสียงทุ้มต่ำเย็นชาดังขึ้น พร้อมกับเอกสารหย่าถูกยื่นมาตรงหน้า ซูย่างชะงักเล็กน้อย ก่อนเงยหน้ามองฝู่เฉินซีด้วยความเงียบงัน พลางเผยรอยยิ้มขมขื่นออกมา ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เองไม่น่าแปลกใจเลยที่เช้าวันนี้เขาถึงกับโทรมาบอกอย่างไม่เคยมีมาก่อนว่าจะกลับมาค่ำนี้ เพราะมีเรื่องอยากจะคุยเธอเธอดีใจมาตลอดทั้งวัน ที่แท้เรื่องที่เขาจะพูดกลับกลายเป็นเรื่องนี้เอง…สามปีของการแต่งงาน สุดท้ายก็มาถึงจุดสิ้นสุดจนได้ซูย่างรับเอกสารหย่าไว้อย่างเงียบงัน มือกำแน่นเล็กน้อย นิ่งไปครู่หนึ่งก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงแหบพร่า“จำเป็นต้องหย่าจริง ๆ เหรอ?”ฝู่เฉินซีขมวดคิ้ว มองหญิงสาวตรงหน้าที่เป็นคุณนายฝู่มานานสามปีดูเหมือนว่าเพิ่งจะจัดห้องเสร็จใหม่ ๆ ตรงขมับขาวเนียนยังมีเหงื่อเกาะอยู่ ดวงตาเต็มไปด้วยความเหนื่อยล้าและความเลื่อนลอยที่เห็นได้ชัด ใบหน้าซีดเซียวไร้สีสันยังประดับด้วยแว่นหนาเตอะดูเผิน ๆ อ่อนโยน เรียบง่าย แต่ไร้เสน่ห์น่าสนใจก็ผู้หญิงธรรมดาเชื่องช้าเช่นนี้แหละ ที่เป็นคุณนายฝู่มานานถึงสามปีฝู่เฉินซีค่อย ๆ ถอนสายตากลับมา บดบุหรี่ในมือทิ้ง เสียงที่เอื้อนเอ่ยแม้จะราบเรียบ แต่
اقرأ المزيد
บทที่ 2
ซูย่างได้ยินบทสนทนานอกห้องทำงาน ก็หลุบตาลงตลอดหลายปีที่แต่งเข้ามาอยู่ในตระกูลฝู่ เธอก็กล้าบอกกับตัวเองว่าได้ทุ่มเทดูแลทั้งคุณนายฝู่ผู้เป็นแม่สามี และฝู่หยาฮุ่ยผู้เป็นน้องสาวสามีอย่างสุดความสามารถตอนที่ฝู่หยาฮุ่ยประสบอุบัติเหตุรถชนต้องเข้ารับการผ่าตัด ก็เป็นเธอที่เฝ้าอยู่โรงพยาบาลติดต่อกันหลายวันที่แท้ ต่อให้ทำมากแค่ไหน ก็ไม่มีวันเปลี่ยนท่าทีของคนตระกูลฝู่ได้ไม่นานนัก สายของหลินลู่ซีโทรเข้ามา น้ำเสียงของเธอแฝงความเหนื่อยล้าเล็กน้อยว่า“ย่างย่าง เธอจะไม่ไปจริง ๆ เหรอ? ฉันจำได้ว่าเมื่อก่อนเธอชอบล่าสัตว์กลางแจ้งที่สุด ยิ่งกว่านั้นยังมีโอกาสได้ซิ่งรถอีกนะ”ซูย่างชะงักไปบางความทรงจำก็พลันถูกดึงขึ้นมาโดยไม่รู้ตัวก่อนที่จะแต่งกับฝู่เฉินซี เธอชอบล่าสัตว์กลางแจ้ง ชอบซิ่งรถ ชอบเหล้าองุ่น หลังจากนั้นเธอได้พบฝู่เฉินซีที่บ้านตระกูลหลิน แล้วก็ตกหลุมรักตั้งแต่แรกเห็นหลังจากที่ตกหลุมรักฝู่เฉินซีไปแล้ว เธอก็ค่อย ๆ ได้ยินจากปากคนอื่นว่าฝู่เฉินซีชอบคุณหนูผู้ดีที่อ่อนโยนเรียบร้อยเธอถึงค่อย ๆ เลิกสิ่งเหล่านั้นไปทีละอย่างผ่านมาสามปีแล้ว เธอแทบจะลืมไปแล้วด้วยซ้ำ ว่าตัวตนในตอนแรกเริ่มของเธอ
اقرأ المزيد
บทที่ 3
ท่ามกลางสายตาตกตะลึงของฝู่หยาฮุ่ย ซูย่างลากกระเป๋าเดินออกไปโดยไม่หันกลับมาเลยพอเดินออกจากบ้านตระกูลฝู่ ซูย่างก็เห็นหลินลู่ซีเลื่อนกระจกรถลง โผล่หน้าออกมาพร้อมรอยยิ้มสดใสแล้วส่งจูบมาให้เธอ “ที่รัก ขึ้นรถสิ พี่สาวจะพาไปฉลองเอง”บอกว่าจะพาไปฉลอง แต่หลินลู่ซีก็รู้ดีว่าซูย่างเพิ่งหย่า อารมณ์คงหดหู่ จึงพาเธอไปแค่ร้านอาหารธีมดนตรี พอรู้เหตุผลที่เธอหย่ากับฝู่เฉินซี หลินลู่ซีก็อดบ่นไม่ไหวว่า“ กู้อี่หนิงอีกแล้วเหรอ? หย่าแบบไร้เหตุผลสิ้นดี ฝู่เฉินซีชอบเธอตรงไหนกันแน่?”ซูย่างคนกาแฟพลางเอ่ยเสียงขี้เกียจ “ไม่รู้สิ…”ซูย่างไม่เคยรู้จักผู้หญิงที่เป็นรักแรกในใจของฝู่เฉินซี ตอนนั้นกู้อี่หนิงไปต่างประเทศแล้ว เธอถึงได้มารู้จักฝู่เฉินซีเธอแค่เคยได้ยินมาว่ากู้อี่หนิงเป็นคนอ่อนโยนเก่งกาจ เข้าอกเข้าใจผู้อื่น ตอนที่ฝู่เฉินซีกับคุณปู่ทะเลาะกันเพราะเรื่องของเธอ คุณหนูกู้ก็ยังวางตัวมีเหตุผล คอยเกลี้ยกล่อมฝู่เฉินซี หลังจากนั้นถึงได้มีการแต่งงานตามข้อตกลงระหว่างเธอกับฝู่เฉินซีเห็นเธอไม่อยากเล่าต่อ หลินลู่ซีก็เปลี่ยนเรื่อง ค้อมคางลงกับมือพลางพูดว่า “...แต่ฝู่เฉินซีก็ใจกว้างอยู่นะ ทั้งบ้าน ทั้งรถ แถมยังมี
اقرأ المزيد
บทที่ 4
ซูย่างหยุดก้าว สีหน้าเรียบเฉย แต่ไม่ได้ยื่นมือกลับไปจับสีหน้าของกู้อวี่หนิงแข็งกระด้างไปเล็กน้อยฝู่เฉินซีที่ยืนอยู่ข้าง ๆ เอ่ยขึ้นมาช่วยให้เธอคลายสถานการณ์ น้ำเสียงทุ้มต่ำว่า “คุณปู่รู้เรื่องของเราแล้ว ท่านเลยให้เธอไปทานข้าวด้วยกันคืนนี้ มือถือเธอดันปิดเครื่องไว้ ฉันเลยมารับเอง”“ฉันรู้แล้ว” ซูย่างก้มมองมือถือ เห็นว่าปิดเครื่องอยู่จริง ๆ จึงพยักหน้าแล้วพูดว่า “ขอฉันชาร์จแบตแป๊บนะ เดี๋ยวจะตามไป”ความหมายก็คือ เธอไม่คิดจะไปพร้อมกับพวกเขาฝู่เฉินซีขมวดคิ้วเล็กน้อยแล้วเอ่ยว่า “งั้นให้ฉันรอเธอก่อนก็ได้…”ซูย่างยิ้มพลางขัดขึ้นว่า “ไม่เป็นไรหรอก ฉันไปเองก็ได้”เห็นเขาเงียบไป ซูย่างก็หันไปมองกู้อวี่หนิงแล้วพูดว่า“แล้วก็พรุ่งนี้เก้าโมง ถ้าคุณสะดวก เราไปเอาใบหย่ากันเถอะ”ฝู่เฉินซีไม่รู้ทำไม ในใจกลับรู้สึกหงุดหงิดขึ้นมาเล็กน้อย “ต้องรีบขนาดนั้นเลยเหรอ?”ซูย่างพยักหน้า สีหน้าจริงจัง “ใช่ รีบมาก”ฝู่เฉินซีพูดไม่ออกกับคำตอบของเธอ สีหน้าหม่นหมองลง แล้วจูงกู้อวี่หนิงเดินออกไปเดินไปได้ไม่กี่ก้าว กู้อวี่หนิงก็พูดอะไรบางอย่างกับฝู่เฉินซีด้วยท่าทีสนิทสนม แล้วจึงหันกายกลับมาเดินตรงมาหาซูย่าง
اقرأ المزيد
บทที่ 5
ขณะเขากำลังคิดอยู่ ก็มีมืออุ่น ๆ คู่หนึ่งจับเขาไว้เบา ๆ ฝู่เฉินซีหันหน้าไป กู้อวี่หนิงมองเขาอย่างห่วงใยแล้วพูดว่า “เฉินซี ไม่สบายท้องหรือเปล่า อยากดื่มซุปสักหน่อยไหม?”ฝู่เฉินซีส่ายหัวซูย่างทักทายคุณปู่เสร็จแล้ว ก็ดึงเก้าอี้นั่งลงอย่างไม่แสดงอารมณ์ใด ๆ ทำเหมือนไม่เห็นปฏิสัมพันธ์ระหว่างคนทั้งสองคุณปู่ฝู่กลับส่งเสียงฮึออกมาอย่างดูแคลนเวลาทานอาหาร ตระกูลฝู่เคร่งครัดกับกฎที่ว่าห้ามพูดคุยระหว่างกิน ซูย่างเองก็ไม่ค่อยมีอารมณ์กินเท่าไหร่นัก เพียงแค่ตักอาหารเล็กน้อยตามมารยาทเพื่อให้คุณปู่สบายใจพอกินข้าวเสร็จ คุณปู่ฝู่ก็ดึงมือเธอไว้แล้วพูดว่า “เรื่องของหนูกับอาซี ปู่รู้หมดแล้วนะ ย่างย่าง ไม่ต้องกังวลหรอก ตระกูลฝู่ของเรายอมรับเธอเป็นลูกสะใภ้เพียงคนเดียวเท่านั้น”เขาหันไปมองกู้อวี่หนิงกับฝู่เฉินซีที่ยืนหน้าตึงอยู่ข้าง ๆ แล้วเหน็บแนมว่า “ถ้าจะมีใครต้องออกไปจากตระกูลฝู่ ก็ควรจะเป็นมือที่สามที่ไปทำลายครอบครัวคนอื่น กับผู้ชายห่วย ๆ ที่ไม่รับผิดชอบต่างหาก!”ซูย่างรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อยฝู่เฉินซีขมวดคิ้ว สีหน้าดูหม่นลงเล็กน้อย ข้าง ๆ กู้อวี่หนิงจับมือเขาไว้ ดวงตาเอ่อคลอไปด้วยน้ำตา ดูน่าสงสา
اقرأ المزيد
บทที่ 6
คุณปู่ฝู่วางถ้วยชาลงอย่างแรง แววตาลึกซึ้งปนเศร้า “เธอแต่งเข้ามาในบ้าน แม่ของแกกลับทำตัวเย็นชาไม่เห็นใจ เวลาป่วยหรือไม่สบาย มีครั้งไหนบ้างที่ไม่ใช่เธอเป็นคนไปหาหมอให้ หยาฮุ่ยชอบอะไร อยากได้อะไร มีครั้งไหนบ้างที่ไม่กลายเป็นเธอต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบ มีครั้งไหนบ้างที่แกกลับบ้านดึก แล้วไม่ใช่เธอที่คอยรอแก คอยทำอาหารไว้ให้แกกิน ตอนที่แกเป็นโรคกระเพาะเพราะกู้อี่หนิง ก็เป็นเธอนั่นแหละที่ต้มซุปให้ จนมือโดนน้ำร้อนลวกแดงไปทั้งแถบ”เขาถอนหายใจ แล้วพูดว่า “ตอนที่พ่อเธอเสียไป ต้องไปอาศัยอยู่ที่บ้านตระกูลหลิน เธอก็ไม่เคยทำอะไรแบบนี้มาก่อนเลยนะ อาซี…ย่างย่างทำเพื่อแกมามากมายเหลือเกิน ให้เท่าไหร่ก็ไม่เคยปฏิเสธ แต่กู้อวี่หนิงแค่ตักน้ำซุปให้แกหนึ่งชาม แกก็กลับรู้สึกซาบซึ้งกินใจแล้วเหรอ?”ฝู่เฉินซีฟังแล้ว มือค่อย ๆ กำแน่น ความหม่นมืดในดวงตาเอ่อพลุ่งพล่านราวกับหมึกดำที่กำลังปั่นป่วนซูย่างไม่รู้เลยว่าคุณปู่พูดอะไรออกมาบ้าง เธอได้หลับสนิทอย่างที่หาได้ยากเช้าวันถัดมา เวลาแปดโมงครึ่ง เธอโทรหาฝูเฉินซีเพื่อปรึกษาเรื่องการไปรับใบสมรส“คุณฝู่ ถ้าสะดวก ตอนเก้าโมงรบกวนมาที่สำนักงานทะเบียนนะคะ ฉันกำลังรอคุณอย
اقرأ المزيد
บทที่ 7
ขนตาของซูย่างสั่นไหวเล็กน้อยถ้าเมื่อก่อนเธอไม่ได้คบกับฝู่เฉินซี ป่านนี้ก็คงได้เป็นนักจิตบำบัดไปแล้วจริง ๆ เพียงแต่พอเวลาผ่านไปหลายปี แม้ว่าในสายงานเธอจะไม่ได้มีความบกพร่องใด ๆ แต่เธอจะสามารถกลับไปทำอาชีพที่ถนัดได้อีกครั้งจริงเหรอ?ศาสตราจารย์เวินก็สังเกตเห็นความลังเลในใจของเธอ จึงพูดปลอบอย่างอ่อนโยนว่า “เรื่องนี้ไม่ต้องรีบหรอก แต่ถ้าเธอมีความตั้งใจจริง อาจารย์ก็ยินดีที่จะช่วยเหลืออยู่แล้ว”“ขอบคุณค่ะ ศาสตราจารย์”หัวใจของซูย่างอบอุ่นขึ้นมาตลอดหลายปีที่ผ่านมา เธอไม่มีเวลาไปเยี่ยมศาสตราจารย์ คิดไม่ถึงว่าศาสตราจารย์เวินยังคงห่วงใยศิษย์คนนี้อยู่ซูย่างเอ่ยถามอาการป่วยของศาสตราจารย์เวินด้วยความห่วงใย ทั้งยังนั่งพูดคุยกับท่านอยู่นาน ศาสตราจารย์เวินถึงกับเชิญให้เธออยู่ร่วมทานอาหารด้วยอย่างอบอุ่นจนกระทั่งบ่าย ซูย่างถึงได้ออกจากบ้านตระกูลเวินเพราะวันรุ่งขึ้นจะต้องออกล่าสัตว์ ซูย่างจึงตั้งใจหยิบเสื้อผ้าและอุปกรณ์ที่เตรียมไว้แล้วออกมาวันถัดมา หลินลู่ซีขับรถไปรับซูหย่าง พอขับมาถึงเขาหมิง ทั้งสองก็มาถึงค่อนข้างเร็ว เห็นเพียงไม่กี่ใบหน้าที่ไม่คุ้นตา ไหนจะเพราะการล่าครั้งนี้จัดโดยตระกูล
اقرأ المزيد
บทที่ 8
ซูย่างรับปืนล่าสัตว์มาไว้ในมือ แต่ในใจกลับอดพึมพำไม่ได้ว่า “ปีศาจจริง ๆ”พอหรงอวี้เปลี่ยนเสื้อผ้าเสร็จ ทุกคนก็จัดของกันเรียบร้อย ตามคำแนะนำของครูฝึกในสนาม เหล่านักล่าก็พากันเข้าสู่ลานล่าสัตว์แน่นอนว่ามีอีกหลายคนที่ตั้งใจมาที่นี่ก็เพราะชื่อเสียงของมู่หรงอวี้โดยเฉพาะ ส่วนพวกที่ไม่ถนัดการล่าสัตว์ก็ยังคงอยู่ที่ค่ายเพื่อเฝ้าดูอยู่รอบ ๆซึ่งในนั้นก็รวมถึงฝู่เฉินซีและกู้อวี่หนิงด้วยตระกูลหรงได้ให้คนเตรียมกล้องส่องทางไกลพร้อมทั้งเครื่องดื่มและขนมเอาไว้ อีกทั้งด้านหลังก็ยังเลี้ยงกวางน้อยไว้มากมาย ถึงไม่ได้ออกไปทำอะไร ก็ไม่ถึงกับน่าเบื่อทว่าคนส่วนใหญ่ก็ยังสนใจสถานการณ์การล่าสัตว์ในสนามมากกว่า ต่างก็หยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาดูกันอย่างคึกคักฝู่เฉินซีนึกถึงคำพูดเมื่อครู่ของซูย่าง แล้วก้มหน้าหยิบกล้องส่องทางไกลขึ้นมาภายในสนามล่าสัตว์เป็นทุ่งหญ้าอันกว้างใหญ่ สายลมสงบโปร่งโล่งสุดลูกหูลูกตา ซูย่างขี่ม้าอยู่ท่ามกลางเสียงลมที่หวีดหวิวพัดผ่านเธอรู้สึกตื่นเต้นขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก ราวกับสิ่งที่ถูกกดทับอยู่ในใจมาตลอด ได้ถูกปลุกให้ตื่นขึ้นในที่สุดในดวงตาของเธอเหมือนกลับมามีประกายอีกครั้ง คล้าย
اقرأ المزيد
บทที่ 9
ซูย่างเงยหน้าขึ้น ก็เห็นดวงตาดวงตาคมหวานคู่หนึ่งที่งดงามสะดุดตาปรากฏตรงหน้าชายหนุ่มคนนั้นดูหล่อเหลามีเสน่ห์ ออกจะเจ้าชู้หยอกล้อ แต่ท่วงทีกลับอ่อนโยนอบอุ่น พอเขายิ้มก็เผยให้เห็นความสดใสไร้เดียงสา คล้ายเด็กหนุ่มที่น่ารักชวนให้คนเอ็นดูในความทรงจำของซูย่าง เธอไม่เคยรู้จักผู้ชายแบบนี้มาก่อน ส่วนหลินลู่ซีเองก็มองเขาอย่างสงสัยจ้าวเสี่ยวฉีออกจะคุ้นเคยเสียจริง เขายิ้มแย้มวางห่านป่าที่จัดการเสร็จแล้วไว้ข้าง ๆ ทั้งสอง พลางแนะนำตัวอย่างเป็นกันเองว่า “ผมชื่อจ้าวเสี่ยวฉี เป็นพ่อครัวของคุณชายสาม ห่านป่าที่rujล่าได้ คุณชายสามให้ผมทำเป็นอาหารแล้วเอามาส่งให้พี่ ชิมดูหน่อยนะครับ”พ่อครัว?ซูย่างเงยหน้าขึ้นมอง จะมีพ่อครัวที่ใส่นาฬิการาคาเป็นล้านได้ยังไง?หลินลู่ซีเผลอพูดออกมาเลยว่า “เสี่ยวฉี พ่อครัวคุณชายสามของพวกคุณนี่รวยกันทุกคนเลยเหรอ?”จ้าวเสี่ยวฉีคอยหั่นห่านป่าให้ทั้งสองไปพลาง พร้อมพูดอย่างภาคภูมิใจว่า “ก็เพราะคุณชายสามของพวกเราน่ะสิที่รวยมาก”หลินลู่ซีกับซูย่างก็กลั้นยิ้มไว้ไม่อยู่ ต่างก็หัวเราะออกมาเล็กน้อยเสียงหัวเราะพูดคุยของทั้งสามคนลอยไปเข้าหูของฝู่เฉินซี อกของเขาราวกับมีอะไรอัดแน่
اقرأ المزيد
บทที่ 10
งานเลี้ยงบาร์บีคิวยืดออกไปกว่าสามชั่วโมง ระหว่างนั้นเหล้าแก้วแล้วแก้วเล่าถูกยกชนกัน กลิ่นหอมของเหล้าและอาหารอบอวลไปทั่ว บรรยากาศอบอุ่นราวกับได้อยู่บ้านตัวเองระหว่างนั้น ซูย่างแอบออกไปข้างนอก แล้วมีเจ้าหน้าที่พาไปเลือกของล่าที่เป็นรางวัลของตัวเองตามกฎของหรงอวี้ เธอสามารถพาม้าโพนตัวเล็กที่เธอชอบไปได้ หรือไม่ก็เลือกสัตว์เลี้ยงตัวอื่น ๆแม้ซูย่างจะชอบม้ามากกว่า แต่สุดท้ายเธอกลับเลือกกวางน้อยตัวหนึ่งเธอรู้สึกโดยไม่ทันคิดว่าม้าไม่เหมาะจะถูกเลี้ยงไว้เป็นสัตว์เลี้ยงเหมือนพวกอื่น ๆ พอเธอเลือกของรางวัลเสร็จเดินออกมา ก็ถูกบอดี้การ์ดคนหนึ่งขวางไว้ เขายืนอย่างนอบน้อมแล้วเอ่ยว่า “คุณซู คุณชายสามเชิญครับ”แน่นอนว่าที่นี่ไม่มีคุณชายสามคนที่สองดังนั้นก็ต้องเป็นหรงอวี้คนเดียวเท่านั้นซูย่างเดินตามบอดี้การ์ดขึ้นไปยังชั้นสอง ชายหนุ่มนั่งอย่างสบายอารมณ์บนเก้าอี้ริมหน้าต่าง จ้าวเสี่ยวฉีกำลังขยันขันแข็งผสมเหล้าอยู่ ก้อนน้ำแข็งแช่อยู่ในสุราสีม่วง แสงสะท้อนออกมาเป็นประกายยั่วยวนใจพอเห็นเธอมา จ้าวเสี่ยวฉีตาก็เป็นประกาย ก่อนจะแซวขึ้นว่า “โอ้ พี่สาวจริง ๆ ด้วย สรุปว่าพี่กับพี่สามของผมนี่มีซัมติงกันแน
اقرأ المزيد
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status