Se connecterหลังจากพิธีฉลองงานสมรสเสร็จสิ้นลง พ่อแม่ของปัทม์และพ่อแม่ของฉันก็ขึ้นมาส่งตัวเราเข้าห้องหอตามฤกษ์ ก่อนจะอวยพรแล้วปล่อยให้เราอยู่ตามลำพัง“ปัทม์คะ คุณอาบน้ำก่อนเถอะ ดาวน่าจะใช้เวลาสระผมนาน” ฉันบอกสามีตามกฎหมายแล้วแกะบรรดาเครื่องประดับออกจากผม“ให้ผมช่วยนะ จะได้อาบน้ำด้วยกัน” ปัทม์กระซิบข้างหูฉัน“ไม่ต้องเลยนะ ไปอาบน้ำเลย คืนนี้คงไม่ได้หรอก ดาวเหนื่อยและปวดขามาก” ฉันบอกเขาเสียงจริงจัง“ใจร้ายจังเลยนะเมียจ๋า แต่ผมรู้ว่าคุณยังไหว” ปัทม์บอกแล้วเดินเข้าห้องน้ำไป เขาใช้เวลาอาบน้ำอยู่สักพักก็ออกมานั่งเป่าผมให้แห้ง แล้วฉันก็เข้าห้องน้ำต่อจากเขาฉันใช้เวลาอาบน้ำค่อนข้างนานเพราะว่าต้องสระผมที่โดนสเปรย์ฉีดแต่งทรงผม พอฉันออกมาปัทม์ก็นอนหลับไปแล้วฉันยิ้มเล็กน้อยแล้วนั่งเป่าผมจนแห้งก่อนจะขึ้นไปนอนหลับข้างๆเขา แล้วรู้ตัวว่าตัวเองพลาดไปเมื่อโดนสามีดึงเข้าไปหาตัวเขาแล้วคร่อมทับร่างฉันเอาไว้“อุ้ย ปัทม์!! ดาวนึกว่าคุณนอนหลับไปแล้ว” ฉันร้องออกมาอย่างตกใจ“นี่คืนส่งตัวนะดาว คุณคิดว่าผมจะพลาดเหรอ” ปัทม์บอกแล้วยิ้มให้ฉันอย่างเจ้าเล่ห์“ปัทม์” ฉันเรียกชื่อเขา มองแววตาที่ลุกโชนนั้นด้วยความเขิน
ผมนั่งทำงานด้วยจิตใจที่ว้าวุ่น เมื่อคืนเหมือนดาวบ่นว่าเหนื่อย อาบน้ำแล้วเข้านอนเลย ไม่พูดอะไรกับผมสักคำ ตอนเช้านั่งรถมาด้วยกันก็เอาแต่หลับตาพิงเบาะ เงียบมาตลอดทางผมนั่งกระวนกระวายจนใกล้ถึงเวลาพักเที่ยง ผมปากกาในมือลง ตัดสินใจออกไปหาเหมือนดาวที่แผนก แต่กลับไม่เจอเธอ“อ้าว คุณปัทม์” พี่วารุณีทักผม“ดาวล่ะครับ”“คุณดาวพาวิทยากรออกไปทานข้าวค่ะ” พี่วารุณีบอก ผมเพิ่งนึกได้ว่าวันนี้มีวิทยากรมาบรรยายเกี่ยวกับหัวข้อความจริยธรรมในการทำงานให้กับพนักงานฟังในช่วงบ่าย“หล่อมากกกก ค่ะ”“ครับ?”“วิทยากรหล่อมาก คุณดาวยังตะลึงเลยค่ะ” พี่วารุณีบอก ผมถึงกับอึ้ง เจ็บจี๊ดขึ้นมา“เขาไปทานกันที่ไหนครับ”“น่าจะร้านอาหารไทย ที่ท่านประธานชอบไปทานค่ะ” พี่วารุณีบอกผมขับรถตามออกไปทันที เห็นรถตู้ของบริษัทฯจอดอยู่ก็มั่นใจเลยว่าต้องเป็นที่นี่ผมเดินเข้าไปมองหาเหมือนดาวข้างในร้าน มองไปเห็นเหมือนดาวนั่งอยู่กับพี่วาสนาและวิทยากรอีกสองคน หนึ่งในนั้นหน้าตาหล่อเหลาเหมือนอย่างพี่วารุณีบอก ส่วนอีกคนเป็นคนทึ่มๆ ดูเชยๆ หน้าตาธรรมดาผมเดินเข้าไปขอนั่งด้วย เหมือนดาวมองหน้าผมนิ่งไปสักพัก ก็แนะนำผมในฐานะผู้บริหารให้กับวิทยากรรู้
ตั้งแต่ผมขอแต่งงานที่งานรับปริญญา ครอบครัวของเราก็ให้หมั้นกันไว้ก่อน เพราะยังเด็กด้วยกันทั้งคู่ ผมกับเหมือนดาวเราหมั้นกันมาได้4ปีแล้วเรามีแผนที่จะจัดงานแต่งงานขึ้นในปีหน้า เพราะแม่ของเหมือนดาวอยากให้เราก้าวผ่านช่วงที่เรียกว่าอาถรรพ์เจ็ดปีไปก่อน และปีนี้เป็นปีที่เจ็ดที่เรารักกันมาอีกไม่กี่เดือนก็จะครบแปดปีแล้ว ก็ยังไม่มีอาถรรพ์เกิดขึ้นกับคู่ของเราเลย และเราดีใจที่เป็นแบบนี้เราย้ายมาอยู่คอนโดหรูที่คุณย่ายกให้เหมือนดาวเป็นของขวัญงานหมั้นด้วยกัน โดยที่ครอบครัวเราสองฝ่ายไม่ว่าอะไรที่อยู่ด้วยกันก่อนแต่งงาน เพราะยังไงซะทุกคนรู้ว่าเราสองคนไม่มีทางเลิกกันอยู่แล้ววันนี้ผมได้รับมอบหมายให้ไปต้อนรับคณะดูงานจากบริษัทฯที่เป็นคู่ค้าคนสำคัญ แทนพ่อแม่ที่ไปเที่ยวต่างประเทศ ประกอบไปด้วยประธานบริษัทฯมากับภรรยาและลูกสาว พร้อมผู้ติดตามอีก4-5คนผมพาทั้งคณะเดินชมทุกแผนกในบริษัทฯ โดยเฉพาะแผนกส่งออกที่ทางคณะดูสนใจเป็นพิเศษ จนไม่ได้สังเกตว่า ยิหวาลูกสาวของประธานบริษัทฯคู่ค้านั้นสนใจผมเป็นพิเศษเช่นกันหลังจากดูงานเสร็จ ผมก็เลี้ยงส่งทั้งคณะที่ร้านอาหารดัง เหมือนดาวที่ติดธุระเลยไม่ได้มาด้วย“คุณปัทม์เก่งจังนะคะ
เทอมสุดท้ายของเราสองคนผ่านไป ตอนนี้เราทำงานที่บริษัทของผมอย่างเต็มตัว เหมือนดาวขอร้องคุณย่าขอรับแค่ตำแหน่งพนักงานธรรมดาก่อนเพื่อเรียนรู้งานตั้งแต่ขั้นพื้นฐาน แต่ก็ไม่สามารถทัดทานอำนาจของคุณย่าได้ เลยต้องรับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการแผนกบุคคล โดยมีหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยของแผนกบุคคลแต่เหมือนดาวก็ให้ความเคารพพี่ๆ ในแผนก ซึ่งทุกคนเข้าใจถึงที่มาของตำแหน่งไม่มีใครคิดแง่ร้ายกับเหมือนดาว เพราะเธอทำงานเก่งและเอาใจใส่งานดีกว่าคนที่ทำงานมานานหลายปีซะอีกส่วนผมได้ขึ้นมาทำในตำแหน่งกรรมการบริหาร และดูแลการตลาดควบคู่ไปด้วย ยังไม่พร้อมที่จะรับตำแหน่งที่สูงกว่านี้เพราะผมคิดว่าประสบการณ์ยังไม่เพียงพอเราทำงานหลังจากเรียนจบภายในสามปีครึ่งตามที่คาดไว้ และรอรับปริญญาในปลายปีนี้พร้อมกับรุ่นพี่ปีที่แล้วผมกับเหมือนดาวมีอภิสิทธิ์ในการหยุดวันเสาร์ และอาทิตย์ต่างจากพนักงานคนอื่นที่ทำงานจันทร์ถึงเสาร์ สามารถเข้างานเวลาไหนก็ได้ แต่เหมือนดาวไม่เคยใช้อภิสิทธิ์เหล่านี้เลย เพราะเธอทุ่มเทกับงานมาก ถูกใจคุณย่าและพ่อแม่ของผม รวมทั้งเป็นที่รักของทุกคนในบริษัทฯ“ดาวครับ ผมมารับไปทานข้าว” ผมเดินมาเรียกเหมือนดาวที่ห้
บรรยากาศของเทอมแรกในปีสุดท้ายของเรา เป็นไปอย่างปกติ จะเรียกว่าเทอมแรกก็คงไม่ถูกนัก เพราะผมและเหมือนดาวจะเรียนเทอมนี้เป็นเทอมสุดท้าย เพราะเราเก็บหน่วยกิจครบแล้ว เหลือแค่วิชาเอกคนละสองวิชาที่เปิดให้เรียนเฉพาะปีสี่เทอมหนึ่งเท่านั้น เราก็จะจบสามปีครึ่ง รับปริญญาพร้อมกับรุ่นพี่ที่จบปกติสี่ปี ในปลายปีนี้ครอบครัวของผมปลื้มใจมากที่รู้ว่าผมจะจบสามปีครึ่งพร้อมแฟน วางแผนจะชวนครอบครัวเหมือนดาวไปเที่ยวที่บ้านพักตากอากาศส่วนตัวที่ทะเลพร้อมหน้ากันสองครอบครัว หลังจากนัดทานข้าวพร้อมกันมาหลายหนแล้วครอบครัวเราเข้ากันได้ดี เรียกว่าตั้งแต่คบกันมาเราแทบจะไม่มีอุปสรรคอะไรเลย มันราบรื่นไปหมดทุกอย่าง เรื่องใหญ่สุดก็แค่โดนข่าวโจมตีจากน้องรหัสผมก็แค่นั้นน้องปีหนึ่งถึงปีสาม รวมทั้งเพื่อนๆ ในมหาวิทยาลัยต่างยกให้เราเป็นคู่รักต้นแบบ ทั้งในด้านการวางตัว การเรียนที่เราทั้งคู่ตั้งใจเรียนจบสามปีครึ่งด้วยเกรดที่สูง ถ้าไม่ติดปีแรกที่เกรดผมตก ป่านนี้ผมคงได้เหรียญทองเกียรตินิยมเหมือนแฟนสาวไปแล้วรวมทั้งด้านความรักความเอาใจใส่ของเราทั้งคู่ รุ่นน้องหลายคนตั้งใจเรียนเพราะอยากมีความรักดีๆ เหมือนเรา ถึงจะเป็นจุดประสงค์ที่ผิด
“เรื่องนี้เคลียร์ แต่ดาวมีเรื่องที่ต้องสารภาพกับเราอีกเรื่องไม่ใช่เหรอ” ผมแกล้งทำเสียงเข้ม ตอนนี้ในใจ โล่งมากที่ไอ้เด็กฝึกงานนั่นไม่ได้มาจีบแฟนผม“ถ้าเค้าพูดแมวเหมียวอย่าดุเค้านะ” เหมือนดาวทำเสียงอ้อนแบบที่ไม่เคยทำมาก่อน‘เอื้อออ ตาย แฟนผมอ้อนน่ารักมาก’ผมพยายามกลั้นไม่ให้ยิ้ม ทำหน้านิ่ง นาทีนี้ผมกำลังได้เปรียบ ต้องทำให้รู้ซะบ้างว่าผมนะคือพ่อบ้านใจกล้าที่แท้ทรู“พูดมา รอฟังอยู่” ผมเดินไปนั่งที่โซฟา เหมือนดาวเดินตามมานั่งแล้วถอนหายใจออกมาก่อนจะเริ่มพูด“เราแอบกินยาลดความอ้วน” เหมือนดาวสารภาพเสียงอ่อย“เห้ย! หมูน้อย” ผมตกใจกับสิ่งที่แฟนบอก“คือตอนแรกเราก็ไม่คิดจะกินหรอก พี่วาสนาเขาเอามาเสนอขายให้ตั้งแต่เข้ามาฝึกงานใหม่ๆ เลยซื้อเพราะความเกรงใจ กล่องเดียวเอง นี่กินแล้วก็เพลียๆ เหมือนจะวูบ เลยเลิกกินไปแล้ว เค้าเลยไม่ได้บอกแมวเหมียวไง อย่าโกรธเค้าเลยน๊าาาา นะ นะ” หมูน้อยของผมอ้อนน่ารักอีกรอบ แบบนี้ใครจะไปดุได้ลงคอ“เราไม่ได้โกรธ เราเป็นห่วง เรียนมาก็สูง ทำไมเชื่อคำโฆษณาแบบนี้ง่ายๆ เค้าต้องพูดจูงใจและหลอกให้เราเชื่อ ถ้ากินยาแล้วผอม ป่านนี้ประเทศไทยไม่มีคนอ้วนหรอก” ผมดุเหมือนดาวเล็กน้อย เหมือ







![คุณพ่อเลี้ยง(เดี่ยว) [ เซ็ตพ่อลูกติด ]](https://acfs1.goodnovel.com/dist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)