Masukบรรยากาศในมหาวิทยาลัยช่วงบ่ายเต็มไปด้วยสีสันกลุ่มเฟรชชี่สาว ๆ เดินผ่านลานหน้าคณะศิลปกรรมและสถาปัตย์ พวกเธอพากันส่งเสียงดังคิกคักเป็นระยะ ๆ เมื่อเห็นร่างสูงในเสื้อช็อปสีเทาควันบุหรี่เดินตรงมาทางตึกฝั่งวิจิตรศิลป์
“นั่นไงพี่โจ! หล่อแบบตะโกน…” หนึ่งในนั้นว่า “เขาว่าพี่โจเหมือนพระเอกซีรีส์เกาหลีเลย แต่อัพเลเวลด้วยรอยสักนิดๆ ที่ใครแทบไม่เคยเห็น” เสียงซุบซิบดังขึ้นทั่วกลุ่ม “ได้สักที แม่จะไม่ลืมพระคุณ” “เห็นว่าเขาก็เสือผู้หญิงนะแก อยากรู้จัง ผู้หญิงแบบไหนกันนะที่เขาจะเลือกขยุ้ม อยากให้เป็นฉันจัง” ด้วยส่วนสูงกว่า 195 เซนติเมตร ผิวขาวน่ากิน สาวๆ ก็อดนึกไปถึงไอ้เจ้าแท่งสีชมพูใต้ร่มผ้าไม่ได้ ผมเซ็ตลวกๆ และสายตาที่มองเมื่อไหร่ก็เหมือนสะกดใจใครได้ทุกคน เขากลายเป็นตำนานของสาวน้อยหน้าใหม่ไปโดยปริยาย วนิสายืนมองอยู่ไกล ๆ ตรงบันไดทางขึ้นตึก เธอเห็นทุกอย่าง เห็นพวกสาวๆ พากันยื่นขนม ตุ๊กตา หรือแม้แต่ “ขวดน้ำที่ผ่านปากตัวเองแล้ว” ให้พี่เขาแบบไม่อายฟ้าอายดิน รอยยิ้มมุมปากของเขาเมื่อรับของเหล่านั้น …มันทำให้เธอเหมือนถูกบีบรัดบางอย่างในอกจนแน่นไปชั่วขณะ “นิสา เราฝากของให้พี่โจหน่อยดิ” เสียงของโบว์ เพื่อนเอกเดียวกันดังขึ้นทำเอาคนร่างบางถึงกับสะดุ้ง เธอยื่นซองสีชมพูอ่อนในมือมาให้ พร้อมทั้งเอียงคอแล้วยิ้มกรุ้มกริ่ม “เห็นว่าเธอเป็นหลานรหัสเขาอะนะ คนเข้าหาเขาน่าจะง่ายสุดแล้วป่ะ” วนิสารับซองอย่างชั่งใจ มองแค่แวบเดียวก็รู้ว่าข้างในไม่ใช่แค่ "ของฝากธรรมดา" “ให้ฉันบอกว่าของจากใครเหรอ?” เธอถามเบา ๆ “จากเพื่อนอีกกลุ่มอะ ของยัยจูน ยัยมินต์อะ เห็นว่าพี่โจเข้าเวิร์กช็อปบ่อย ๆ แล้วแอบปลื้มใหญ่เลย” วนิสาหลุบตาลงมองซองในมือ ขณะเดียวกันสายตาก็เหลือบไปเห็นคนตัวสูงกำลังนั่งยองๆ ข้างสนามฟุตบอลกับรถบิ๊กไบค์คันประจำ กำลังคุยกับรุ่นพี่ปีสี่คนหนึ่ง และมีสาวเฟรชชี่อีกคนยืนถือร่มให้ด้วยท่าทางออดอ้อน เธอกำลังชั่งใจอยู่ว่าจะเอาไปให้เขาตอนนี้ดีไหม ทว่าพลอยชมพูก็เดินมากับแม็กซ์เวลพอดี “นิสาเราไปหาอะไรกินกันเถอะ บัดดี้แกว่าจะเลี้ยงอ่ะ” พลอยชมพูที่แอบปลื้มบัดดี้ของเพื่อนสนิทก็ชวนหญิงสาวยกใหญ่ ทำให้วนิสาต้องรีบเก็บซองที่เพื่อนอีกกลุ่มฝากมาใส่ในกระเป๋าผ้าอย่างลวกๆ “ไปสิ..” ใครอีกคนที่แอบมองกันแต่แรกแล้วเห็นแบบนั้นเข้า เขาเข้าใจว่าแม็กซ์เวลคงเอาของบางอย่างให้เธอ คนสายตาคมหึงแรงมองกันอย่างเกรี้ยวกราดก่อนจะเดินอาจๆ ตรงมาทางนี้ “เดี๋ยวนิสา” เสียงทุ้มห้าวของคนปากหยักหนาเรียกขึ้นกลางลานหน้าคณะ ทำเอาร่างบางของเธอรวมถึงแม็กซ์เวลและพลอยชมพูที่เดินขนาบอยู่ข้างๆ กันต้องหยุดชะงัก วนิสาหันกลับไปมองเขาด้วยแววตาเลิ่กลั่กเล็กน้อย “คะ…ลุงโจ?” เขาเดินเข้ามาหาทั้งสามในชุดช็อปที่พับแขนขึ้นถึงข้อศอก พร้อมรอยสักลายจางๆ ที่โผล่พ้นออกมานิดหน่อย แน่นอนว่าเธอเคยเห็นมันมากกว่านั้น แล้วปากหยักหนาก็เอ่ยเสียงเรียบถามเธอ “วันนี้มีเรียนถึงกี่โมง” เขาถามแต่ดวงตามองลึกอย่างไม่ปิดบังความหึงหวงเท่าไหร่ “แล้วพี่เกี่ยวอะไรด้วยวะโจ?” แม็กซ์เวลถามสวนขึ้นทันที เสียงนั้นออกเข้มเจือหงุดหงิดอย่างชัดเจน ก่อนที่พลอยชมพูจะรีบคว้าแขนเสื้อแม็กซ์เวลไว้ “ใจเย็นก่อนพ่อบัดดี้…อันนี้ลุงเขา!” คนตัวสูงปรายตามองแม็กซ์เวลครู่หนึ่ง ก่อนแค่นยิ้มมุมปาก “ก็จะไปส่งหลานรหัส…นายเกี่ยวอะไรด้วยแม็กซ์?” น้ำเสียงฟังดูเถื่อนนิดๆ ใบหน้าเย็นชา แต่แววตานั้น…บอกชัดว่าไม่พอใจ “หลานรหัสงั้นเหรอ…ข้ออ้างสิไม่ว่า” แม็กซ์เวลยักคิ้วสูง “ดูสนิทดีนะ” วนิสาได้แต่ยืนนิ่ง หัวใจเธอเต้นระส่ำเมื่อสายตาคมจ้องกันเขม็ง บรรยากาศรอบตัวราวกับหยุดเคลื่อนไหว มันเหมือนเสือสองตัวกำลังวัดเขี้ยวเล็บกัน…โดยมีเธอเป็นจุดศูนย์กลางที่ไม่อาจหลบหนีไปทางไหนได้ “ว่าไง?” เสียงของลุงรหัสถามย้ำอีกครั้ง วนิสากลืนก้อนเหนียวๆ ลงคอ ก่อนจะตอบเสียงเบา “เลิกประมาณห้าโมงเย็นค่ะ…” “อืม..” เขาพยักหน้า ก่อนจะว่าเสียงนุ่ม “พี่จะมารับ” แม็กซ์เวลหัวเราะในลำคอทันที “เธอบอกหรือยังว่าอยากให้มารับ?” สายตาของเขาเหลือบมองวนิสา ก่อนจะปรายกลับไปยังโจอย่างท้าทาย ลุงรหัสแค่นยิ้ม ริมฝีปากหยักหนายกขึ้นน้อย ๆ “งั้นบอกนายนั่นไปสิ ว่าจะให้พี่มารับรึเปล่า” สายตาคมเฉี่ยวมองดุมาหากัน คคำพูดนั้นทำเอาใบหน้าของวนิสาร้อนวูบวาบ แม็กซ์เวลถึงกับขบกรามแน่น ขณะที่พลอยชมพูเบิกตากว้าง รีบดึงเพื่อนถอยห่างออกมา “ค่ะ ให้มารับ” “ก็แค่นั้น” คนตัวสูงเดินจากไปโดยไม่พูดอะไรอีก ทิ้งไว้เพียงอารมณ์บางอย่างที่ค้างคาอยู่ในบรรยากาศ วนิสา พลอยชมพู และแม็กซ์เวลต่างยืนมองตามแผ่นหลังกว้างที่ค่อย ๆ ห่างออกไปเรื่อย ๆ ก่อนที่ดวงตากลมโตจะมองไปยังมุมสแตนด์ใต้ต้นไม้ ที่ซึ่งข้าวของนานาชนิดวางกองกันอยู่ ทั้งของกิน ของใช้ ตุ๊กตา ขนมโฮมเมด น้ำหอม และอีกสารพัดสิ่งที่สาว ๆ ประเคนให้ เธอถอนหายใจออกมายาวเหยียด “ของดีทั้งนั้น…น่าเสียดายแทนเจ้าของเลยแฮะ” เธอบ่นพึมพำกับตัวเองเบาๆ อย่างคนพยายามไม่รู้สึกเสียดายอะไร ขณะเดียวกัน…อีกฟากหนึ่งของตึก “เจมส์” เสียงเรียกจากด้านหลังดังขึ้นเรียบๆ “ว่าไงวะ” เจมส์ เพื่อนสนิทที่กำลังเล่นโทรศัพท์อยู่เงยหน้าขึ้นมา โจนาธานยืดคางไปทางกองของ “แกช่วยเก็บของพวกนั้นไปใส่รถให้ฉันหน่อย” เจมส์ชะงัก “หือ? เอาจริงดิ? นี่นายจะเอาเหรอวะ” เจมส์ถามด้วยความสงสัย ปกติโจไม่เคยแตะของพวกนี้เลยสักครั้ง เขาเคยพูดติดปากว่า ‘ไม่อยากรับของจากคนที่ไม่ได้สนใจ’ โจปรายตามองเพื่อนอีกครั้งนิดหนึ่ง “ยังยืนงงอยู่อีก? กูจะเอาไปให้หลาน” “อ๋อ…อ่า หลาน…” เจมส์พยักหน้าช้า ๆ พลางคิดในใจว่า สงสัยเป็นลูกพี่ลูกน้องหรือไม่ก็คงเป็นเด็กข้างบ้านละมั้ง แต่เอ้า!! มันพักคอนโดนี่หว่า หรือมีสาวๆ ที่คอนโดวะ เจมส์ครุ่นคิด โจนาธานหันหลังมาบอกกับเพื่อนที่ตัวสูงพอๆ กันอีกครั้ง “วันนี้ไม่ได้เอารถยนต์มา มึงช่วยเอาไปไว้ใต้คอนโดกูก่อน เดี๋ยวที่เหลือกูจัดการต่อเอง” เขาหมายถึงเอาใส่ในรถเจมส์ แล้วให้เจมส์เป็นธุระเอาไปไว้ใต้คอนโดให้เขา “อ๋อ… เออ ๆ ได้ ไม่มีปัญหา” เจมส์ตอบง่ายๆ ไม่ได้คิดอะไร…เขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่า “หลาน” ที่ว่า แท้จริงแล้วคือ “หลานรหัส” …. เสียงเครื่องยนต์ของบิ๊กไบค์คันหรูดังกระหึ่มอยู่ตรงลานจอดหน้าคณะ ท่ามกลางสายตาของนักศึกษาทั้งรุ่นพี่รุ่นน้องที่กำลังทยอยกรูกันออกจากตึกหลังจบคลาสเรียนในช่วงเย็น ทุกคนต่างพากันเหลียวมองเป็นตาเดียว “ให้ตายเถอะ…นั่นพี่โจใช่มั้ยอะ?” “โห หล่อสลบเลยวันนี้” แต่สิ่งที่ทำให้เสียงซุบซิบเพิ่มระดับขึ้นอีก…ไม่ใช่แค่ความหล่อร้ายของชายหนุ่มในชุดช็อป หากเป็นคนที่เขาเปิดหมวกกันน็อกแล้วยื่นส่งให้อย่างตั้งใจ ขณะที่โจยกมือจับหมวกกันน็อกสวมให้เธออย่างใจเย็น วนิสาไม่รู้ตัวเลยว่าภาพตรงหน้ากำลังกลายเป็นขี้ปากทั่วมหาลัยในนาทีถัดมา “โหหห นี่เขาไม่เคยให้ใครซ้อนท้ายเลยนะเว้ย!” “บอกว่าแค่สายรหัสไง อย่าคิดมาก” “สายรหัสที่ซ้อนท้ายพี่โจอะนะ? ฉันยอมตายเถอะ!!” “แต่ผู้หญิงคนนั้นก็สวยมากเลยนะ สวยแบบ...ดารายังอาย เห็นว่าเป็นดาวคณะด้วยนะ เผลอๆ ประกวดดาวมหาลัยแม่นี้ขึ้นแท่นซุปตาร์” เสียงซุบซิบระคนระริกอยู่ทั่วลาน บ้างก็คิดดีว่า ‘คงเป็นแค่สายรหัส’ บ้างก็ไม่ชอบใจ เพราะรู้สึกว่าวนิสา ‘เกินหน้าเกินตา’ แต่ก็มีอีกบางเสียงที่แอบอิจฉาหญิงสาวเบาๆ ... “ฉันว่าเหมาะกันนะ...ทั้งสวยทั้งหล่อ เหมือนพระนางซีรีส์ดังเลย” บิ๊กไบค์คันหรูเคลื่อนตัวออกไปอย่างช้าๆ ท่ามกลางแสงแดดยามเย็นที่สาดกระทบเงาร่างของทั้งสองคนแนบชิดกันบนเบาะหลัง มือของโจเอื้อมไปจับมือเล็กของเธอมากำไว้แน่น โดยไม่พูดอะไร มือเล็กยื่นไปจับชายเสื้อของเขาไว้ แต่เพียงไม่กี่นาที รถก็พุ่งออกจากลานมหาวิทยาลัยอย่างรวดเร็วด้วยซีซีรถที่ใหญ่ ทำเอาหญิงสาวแทบหงายหลังลมพัดปะทะใบหน้า “กอดพี่ไว้แน่นๆ เดี๋ยวตก” ไม่ว่าเปล่า มือหนายังกุมมือเธอเข้ามากระชับเขาไว้แน่น “หอมจัง…” กลิ่นหอมประจำตัวเขา มันหอม…หอมละมุนแบบผู้ชายมีเสน่ห์ กลิ่นอ่อน ๆ ของมักส์ (musk) ลอยแทรกในอากาศ คล้ายกลิ่นกายสะอาดหลังอาบน้ำแต่ยังติดความเร้าใจบางอย่างในตัว ผสมกับกลิ่นของ ไม้ซีดาร์ (cedarwood) ที่ให้ความรู้สึกอบอุ่น มั่นคง มีพลังแต่ก็อ่อนโยน มันเป็นความหอมในแบบที่...ไม่หวาน ไม่ฉุน แต่ยิ่งอยู่ใกล้ยิ่งอยากซุกตัวเข้าไปใกล้กว่าเดิม ไหนจะกลิ่นหนังจากเสื้อช็อปจางๆ มันหอมเย้ายวนเธอยิ่งนัก ยิ่งคิดหัวใจเต้นแรงเหมือนกำลังหลุดเข้าไปอยู่ในหนังโรแมนติกฉากเปิดเรื่องที่มีพระเอกขับมอเตอร์ไซค์คันใหญ่ โดยมีนางเอกซ้อนท้าย โจนาธานไม่พูดอะไรตลอดทางจนมาถึงคอนโดคนตัวเล็กเดินดุ่มๆ ลงจากตึกเรียนตรงไปยังลานจอดรถใต้ตึกสถาปัตย์ ที่มุมค่อนข้างลับตา ผู้คนก็ไม่พลุกพล่านเท่าไหร่นักในช่วงพักกลางวันแบบนี้ อีกอย่างคนเจ้าเล่ห์ก็น่าจะเลือกมุมที่ดูลับตาคนที่สุดเสียงรองเท้าคัทชูเล็กกระทบพื้นดังเบาๆ แต่ไม่เบาพอจะหลุดพ้นจากสายตาเพื่อนสนิท“นิสา แกจะไปไหนน่ะ?”เสียงพลอยชมพูเอ่ยถามขึ้นจากด้านหลังวนิสาชะงักไปครู่หนึ่งก่อนจะหันมาตอบ“พอดี…จะไปเอาของที่รถพี่โจน่ะ”“อ้อเหรอ… ให้ฉันไปเป็นเพื่อนมั้ย?”น้ำเสียงเธอฟังดูใสซื่อแต่สายตาก็จับจ้องเพื่อนรักอย่างไม่ไว้ใจ คนถูกถามมีท่าทีอึกอักเล็กน้อย ก่อนหลบตาแล้วตอบเบา ๆ“ไม่เป็นไรจ้ะพลอย พี่โจ…มีเรื่องจะคุยกับฉันด้วยนิดหน่อย”“อื้อหือออ…แค่นั้นเองน่ะหราา…”พลอยชมพูทำตาวาวเหมือนรู้ทันทุกอย่าง ก่อนจะหัวเราะคิกอย่างคนรู้ทัน“บ้า…”“เอ๊า!! มาว่าคนที่รู้ทันแกซะงั้น”“ยัยพลอย!!”“โอเคๆ …งั้นตามสบายเลยนะ ฉันจะไปกินข้าวกับแม็กซ์กับจีพอดี” แล้วพลอยชมพูก็โน้มตัวมากระซิบข้างหูเพื่อนรัก “ไปนาน ๆ เลยก็ได้นะ…” ยิ้มล้อเลียนแบบนางร้ายสายซัพพอต“บ้า!”วนิสาหันไปค้อนแรงแต่หน้าแดงระเรื่ออย่างปิดไม่มิด….เสียงฝีเท้าคนตัวเล็กชะงักลงเมื่อเห็น
ร่างบอบบางที่นั่งทับความขึงขังลำหนาใหญ่ มันบดเบียดก้นงอนงามของเธอและเด้งสู้อยู่ใต้น้ำ ชายหนุ่มจับเธอให้หันหลังให้กันก่อนจะยกก้นเธอขึ้น ร่างบอบบางรู้สึกได้ถึงมวลกล้ามท้องของเขาที่ชนแผ่นหลังของเธอ มือหนายังคงกอบกุมเคล้นคลึงกับยอดทรวงอย่างเอาแต่ใจ ปากหนาร้ายก็เม้มดูดไปทั่วซอกคอขาวอย่างหื่นกระสัน“อื้ม…”ร่างหนายิ่งบดเบียดเสียดสีถูไถก้นเธอมากขึ้น มันทั้งแข็งและแผ่ขยายใหญ่ในเวลาเดียวกัน“โคตรเสียวเลยเมียจ๋า…”“ซี้ดด…” ปากหยักหนาครางสั่น“จับมันกดเข้าไปข้างในของเมียจ๋าหน่อยสิ บดเข้ามาลึกๆ จนสุดลำเลยนะยาหยี”ร่างของเธอแนบลงกับอกเขา กล้ามท้องแข็งตึงสั่นสะท้านเมื่อเธอขยับเอวบดเบียดลงมา ลมหายใจของเขากระชั้นรัวข้างหู เสียงครางกระเส่าหนัก“...โคตรทรมานเลยที่รัก อย่าทรมานพี่แบบนี้”เธอหลับตา ยกสะโพกขึ้นเพียงน้อย ก่อนจะค่อยๆ กดลงในจังหวะเดียวกับที่มือของเขารั้งเอวเธอไว้แน่น เสียงน้ำกระเซ็นพร้อมเสียงครางต่ำในลำคอ“โคตรเสียวเลยเมียจ๋า…บดแรงๆ…ซี้ดดด….”เขาช่วยพยุงเอวบางขึ้นเล็กน้อย ก่อนจะออกแรงกดสะโพกสวนกระแทกเข้ามาจากด้านล่างอย่างหนักหน่วงในแต่ละจังหวะ เสียงเนื้อกระทบกันกลางอ่างน้ำดังก้องพร้อมกับแรงส
ครืดด…เอี๊ยดด…เสียงเบรกของรถยนต์คันหรูดังกระแทกพื้นลานจอดจนร่างบางแทบหัวทิ่ม ดีที่เข็มขัดนิรภัยยังคาดอยู่ ไม่งั้นเธอคงได้ฝังหน้าลงคอนโซลแน่ๆ“พี่โจ!”เธอร้องขึ้นด้วยความตกใจ แต่ไม่มีเสียงตอบกลับใด ๆ จากเขา ประตูฝั่งคนขับเปิดออกอย่างแรง เสียงรองเท้าหนังกระทบพื้นคอนกรีตดังกังวาน ไม่กี่วินาทีต่อมา ประตูฝั่งเธอก็เปิดออก แล้วร่างหนาก็โน้มเข้ามาหาเธอ“พี่จะทำอะไร!?”เธอเบิกตากว้าง ยังไม่ทันตั้งตัว ร่างบางก็ถูกเขาอุ้มขึ้นพาดบ่าอย่างง่ายดายราวกับตุ๊กตาตัวเบาหวิว“ว้าย! พี่โจ!!”เธอทั้งทุบ ทั้งดิ้น ทั้งหวีดร้องเบา ๆ ด้วยความตกใจและอับอาย“อย่าดิ้น!!”เขาพูดเสียงเรียบลอดไรฟัน…แต่เสียงนั้นแหบพร่าและเครียดขึงจนน่ากลัว ฝ่ามือหนาตีก้นเธอกลับเบา ๆ มือหนาบีบที่ต้นขาอย่างจงใจ เขาเดินดิ่งเข้าตึกโดยไม่สนใจว่าใครจะมอง ไม่สนว่ากล้องวงจรปิดจะจับภาพไว้ ไม่สนแม้แต่สายตาของพนักงานที่ลอบหันมามองอย่างตกตะลึงและเพียงไม่นานหลังประตูห้องก็ถูกปิดลง“ปึก!”แผ่นหลังเธอก็แนบชิดกับบานประตู มือหนาตรึงข้อมือเธอไว้ทั้งสองข้างด้วยมือของเขาเพียงข้างเดียว“คิดจะหนี?”เสียงของเขาต่ำพร่า ดวงตาร้อนระอุราวกับไฟ ใบหน้าคมก้มต่ำ
เสียงเพลงอิเล็กทรอนิกส์ดังกระแทกจังหวะหัวใจในผับหรูใจกลางเมือง แสงไฟหมุนวนเหนือศีรษะ สาดส่องลงมาที่โต๊ะวีไอพีซึ่งเต็มไปด้วยเหล่าคนสวยแต่งตัวจัดจ้านวนิสาอยู่ในชุดเดรสสีดำผ่าข้าง ส้นสูงห้าคูณห้า เรียกได้ว่าฟาดฟันทุกสายตาในร้าน หญิงสาวสวยสะกดมาก ข้างเธอคือแม็กซ์เวล ที่แทบจะกลายเป็นร่างแปะส่วนตัว ชายหนุ่มยิ้มกรุ้มกริ่มไม่ห่าง และข้างเธออีกฝั่ง...พลอยชมพู ในชุดเดรสสีชมพูอมส้มสุดจี๊ด แต่งหน้าโทนแซ่บสะท้านใจ มือหนึ่งถือแก้วไวน์ อีกมือกอดอกมองแม็กซ์เวลอย่างจับผิด“แม็กซ์ นายจะเข้าไปใกล้เพื่อนฉันเกินไปละนะ”เสียงเธอดังพอจะได้ยินชัดในจังหวะเพลงเว้นวรรค“โห่...เพื่อนกันก็ยังหวง”แม็กซ์เวลกระซิบพลางมองวนิสา แต่เจอสายตาคาดโทษจากอีกคนจ้องกลับจนต้องยิ้มกลบเกลื่อนเสียงฮือฮาจากหน้าประตูร้านดังขึ้นเบาๆ ก่อนจะแรงขึ้นเรื่อยๆ เมื่อคนตัวสูงหน้าตาดีเดินเข้ามาพร้อมกับสาวสวยอีกคนเขาอยู่ในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสบายๆ กางเกงสแลคเข้ารูป ผมเซ็ทเนี้ยบ เคียงข้างเขา...คือสาวสวยคนหนึ่งคนนี้… อลิสสินะ… ผู้หญิงที่ขึ้นชื่อว่า “รักแรก” ที่ใครๆ ก็พูดถึง เธออยู่ในชุดเดรสแดงเพลิง ริมฝีปากแดงจัด และท่าทางที่ “มากกว่าเพื่อน”สาย
เสียงเพลงแนวอัลเทอร์เนทีฟร็อกดังกระหึ่มเคล้ากับกลิ่นควันบุหรี่และกลิ่นอายของแอลกอฮอล์อบอวลไปทั่วร้าน บรรยากาศยามค่ำคืนพลุกพล่านไปด้วยผู้คนที่มาปลดปล่อยความเครียด เตชินท์กับโจนาธานนั่งอยู่ที่โต๊ะมุมสุดในร้านประจำ สายตาของเตชินท์ทอดมองเลยออกไปนอกกระจกใสด้วยแววตากึ่งสนุก ส่วนโจนาธาน… มือถือแก้วเหล้าพร่องลงเรื่อย ๆ ก่อนเขาจะยกมือเรียกพนักงานอีกครั้งโดยไม่ต้องรอให้หมดแก้วไม่ทันไร กวินก็เดินเข้ามาที่โต๊ะ ใบหน้าติดงัวเงียจากการถูกปลุกกลางดึก“มีอะไรพี่โจ? ทำไมดูเครียดจัง”เขาทรุดตัวลงนั่งตรงข้าม พลางรับแก้วจากเตชินท์มาจิบเบา ๆ ดวงตามองอีกฝ่ายด้วยความเป็นห่วง โจนาธานยังไม่ตอบในทันที เขายกแก้วเหล้าขึ้นดื่มจนหมด ก่อนจะวางมันลงบนโต๊ะพร้อมถอนหายใจเฮือกใหญ่“…อลิสจะกลับไทย”เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยขึ้นในที่สุด ทำลายความเงียบที่ปกคลุมรอบโต๊ะ ใบหน้าคมเข้มฉายแววปั่นป่วนที่ไม่อาจกลั้นไว้ ทั้งเตชินท์และกวินนิ่งไปทันที ชื่อนั้น… พวกเขารู้ดีว่าหมายถึงอะไรอลิส…รักแรกที่ฝังแน่นในใจของโจนาธาน ผู้หญิงที่เขาไม่เคยลืม และไม่เคยเลิกรอ … แต่ตอนนี้...เขาไม่รู้ว่าความรู้สึกที่ว่านั้นมันยังคงเหมือนเดิมรึเปล่ากวินหรี
ดวงตาคมก้มลงมองร่างบางที่อยู่ตรงหน้า เธอกำลังใช้ริมฝีปากอุ่น ๆ ของตัวเอง กลืนกินความเป็นชายของเขา ตาคมก้มลงมองร่างบางอย่างพึงใจเพียงแค่เธอขยับปากครอบครองรอบปลายอย่างระมัดระวัง แล้วใช้ลิ้นแตะตวัดวนรอบส่วนปลายหัวที่ไวต่อสัมผัส ร่างของเขาก็สะดุ้งเฮือก มันเสียว สะท้านร่างไปหมด“ซี้ดดด….โอ้ว…เมียจ๋า…”เสียงสูดลมหายใจเข้าชัดเจนเมื่อความรู้สึกเสียวซ่านแผ่กระจายตั้งแต่ปลายสันหลังจนถึงต้นคอ“โคตรเสียว…โคตรทรมานพี่เลย…” โจนาธานขบกรามแน่น มือหนาทั้งสองข้างสอดเข้ากับเรือนผมของเธอกระชับแน่นขึ้นและกดมันเข้าออกอย่างลืมตัววนิสายังคงขยับอย่างเชื่องช้า ลิ้นเล็กๆ ตวัดวนสลับกับดูดปลายแผ่วเบาในจังหวะที่ทำให้ร่างสูงใหญ่แทบจะระเบิดเขาโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ร่างกายกระตุกเป็นพักๆ ไปกับทุกแรงสัมผัสที่เธอมอบให้“ดีมาก…เมียพี่เก่งมากเลยครับ…ค่อยๆ ลากลิ้นแบบนั้นแหละ…” เสียงแหบพร่าครางออกมา“อื้มมม…” เธอตอบรับ“ซี้ดดด…” เขาครางตอบ“อ๊าาา…ใจจะขาดแล้วที่รัก…” เสียงหอบพร่าของเขาประสานกับจังหวะสะโพกที่เผลอขยับตามแรงดูดของเธอเบาๆ ทำให้บรรยากาศในห้องเต็มไปด้วยความเร่าร้อนที่ใกล้จะปะทุขึ้นมาอีกครั้ง“อย่าหยุดนะ…อืม







