Mag-log inหลายสิบปีผ่านไป... กาลเวลาได้เปลี่ยนเส้นผมสีดำให้กลายเป็นสีดอกเลา เปลี่ยนใบหน้าที่เคยอ่อนเยาว์ให้มีริ้วรอยแห่งวัย แต่กลับไม่อาจพรากรอยยิ้ม ความรัก และความอบอุ่นของครอบครัวนี้ไปได้แม้แต่น้อยค่ำคืนนี้... แสงจันทร์สีเงินทอดยาวเหนือผืนทะเล คลื่นยังคงซัดเข้าฝั่งเป็นจังหวะไม่ต่างจากวันแรกที่จ้าวชิงหรานได้ย้อนกลับมามีชีวิตใหม่หญิงชราผู้หนึ่งนั่งอยู่บนโขดหินริมชายหาด แม้อายุจะล่วงเลยมาหลายสิบปี แต่แววตาของจ้าวชิงหรานยังคงอ่อนโยนเหมือนเดิม เธอเพิ่งเดินทางกลับจากปักกิ่ง การไปครั้งนี้ใช้เวลานานกว่าทุกครั้งเพราะ... ซ่งซีห่าว ลูกชายคนโตของเธอ เพิ่งได้เป็นพ่อคน หลิวซือหน่วน ลูกสะใภ้คนโตให้กำเนิดลูกชายคนแรกของตระกูลซ่งในฐานะคุณย่า... จ้าวชิงหรานจึงอยู่ช่วยดูแลลูกสะใภ้ เลี้ยงหลานชาย และจัดการทุกอย่างจนกระทั่งงานเลี้ยงครบเดือนเสร็จสิ้น เธอยิ้มเมื่อนึกถึงเหตุการณ์ในวันนั้น… ภายในงานเลี้ยงครบเดือน แขกเหรื่อแน่นขนัดไปทั้งคฤหาสน์ ทุกคนต่างผลัดกันอุ้มเหลนคนแรกของตระกูลซ่งด้วยความเอ็นดู จ้าวชิงหรานกำลังอุ้มหลานชายอยู่ขณะนั้นเอง... ซ่งฉางเยว่ก็เดินเข้ามา เขามองหลานชายเพียงครู่เดียว ก่อนหันไปหาลูกชาย“ซ
สายลมทะเลยามเย็นพัดเอื่อย ๆ กลิ่นอายเค็มของทะเลยังคงเหมือนเดิม… แต่ทุกสิ่งทุกอย่างกลับเปลี่ยนไปจนแทบจำไม่ได้กู้หมิงเจ๋อเดินช้า ๆ ไปตามถนนคอนกรีตสายใหม่ของหมู่บ้าน ดวงตาคู่เดิมทอดมองบ้านเรือนสองข้างทางด้วยความรู้สึกซับซ้อนบ้านไม้เก่า ๆ หลายหลังถูกแทนที่ด้วยบ้านอิฐสองชั้น หน้าบ้านแต่ละหลังมีรถบรรทุกจอดอยู่หลายคันเด็ก ๆ วิ่งเล่นอย่างร่าเริง สวมเสื้อผ้าสะอาดสะอ้าน ต่างจากเมื่อสิบกว่าปีก่อนที่ทุกคนต้องปะชุนเสื้อผ้าจนแทบไม่เหลือผืนเดิมริมท่าเรือ... เรือประมงขนาดใหญ่จอดเรียงรายเป็นแถวโกดัง ห้องเย็น โรงงานแปรรูปอาหารทะเล และสำนักงานของบริษัทฉงซินไคว่เล่อตั้งตระหง่านอยู่ริมชายฝั่งชายวัยกลางคนที่เดินผ่านเห็นเขาก็เอ่ยขึ้น“มาหาใครหรือ”กู้หมิงเจ๋อยิ้มบาง ๆ“ผมแค่กลับมาเยี่ยมบ้านครับ”ชายคนนั้นพยักหน้า“ช่วงหลายปีมานี้หมู่บ้านของพวกเราเปลี่ยนไปเยอะมากจริงๆ”กู้หมิงเจ๋อพยักหน้าช้า ๆ อย่างเห็นด้วย“เปลี่ยนแปลงไปมากจริง ๆ”อีกฝ่ายยิ้มภูมิใจ“ทั้งหมดนี้ต้องยกความดีความชอบให้คุณซ่งกับคุณนายซ่ง ถ้าไม่มีสองคนนั้น พวกเราก็คงยังจนเหมือนเดิม ทุกวันนี้ลูกหลานในหมู่บ้านแทบไม่ต้องออกไปทำงานไกลบ้านแล้ว อ
กาลเวลา... ผ่านไปอย่างรวดเร็ว พริบตาเดียวเวลาก็ผ่านไปสิบปีแล้ว จากเด็กชายตัวน้อยที่เดินโซเซอยู่ในอ้อมแขนของพ่อแม่ วันนี้ซ่งซีห่าวเติบโตเป็นเด็กหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ฉลาด กล้าคิดกล้าทำ และมีแววความเป็นผู้นำไม่ต่างจากซ่งฉางเยว่ส่วนน้องสาวของเขา... ซ่งซีเยว่ ก็กลายเป็นแก้วตาดวงใจของคนทั้งบ้านเด็กหญิงหน้าตางดงามราวกับแกะออกมาจากจ้าวชิงหราน รอยยิ้มหวานสดใสทำให้ใครพบเห็นก็อดเอ็นดูไม่ได้จ้าวชิงเฉิงกับหวังฮุ่ยเหมยเองก็มีลูกสาวและลูกชายเพิ่มขึ้นอีกอย่างละหนึ่งคน บ้านจ้าวเต็มไปด้วยเสียงหัวเราะของเด็ก ๆ อยู่ทุกวันขณะที่หลิวต้าไห่กับลู่หงอิง ก็มีลูกสาวหนึ่งคนและลูกชายอีกหนึ่งคน เด็กทั้งเจ็ดคนเติบโตมาด้วยกัน มีความสนิทสนมกันราวกับเป็นพี่น้องสายเลือดเดียวกัน ยกเว้นซ่งซีห่าวเพียงเท่านั้นที่ชอบทำตัวแก่แดดประกาศต่อหน้าทุกคนว่าเขาคือว่าที่ลูกเขยคนโตของหลิวต้าไห่ วันหน้าหลิวซือหน่วนจะต้องเป็นเจ้าสาวของเขาคำพูดของซ่งซีห่าวทำให้หลิวต้าไห่หัวฟัดหัวเหวี่ยงแทบจะทุกวัน บอกกับซ่งฉางเยว่ว่าเมื่อก่อนเขาไม่น่าพูดจาล้อเล่นว่าจะจับจองซ่งซีห่าวเป็นลูกเขยของเขา ตอนนี้หัวผักกาดที่เขาเฝ้าฟูมฟักทะนุถนอมทุกเมื่อเชื่อว
เวลาผ่านไปราวกับสายน้ำที่ไม่ไหลย้อนกลับ กิจการของ ฉงซินไคว่เล่อ เติบโตเร็วกว่าที่จ้าวชิงหรานเคยคาดคิดเอาไว้ห้องเย็นแห่งแรกประสบความสำเร็จอย่างงดงาม จนต้องขยายพื้นที่จัดเก็บเพิ่มขึ้นอีกหลายเท่าตัว เรือประมงจากหลายเมืองเริ่มนำสินค้าเข้ามาฝากเก็บที่คลังของพวกเธอ ขณะที่โรงงานแปรรูปอาหารทะเลเองก็เดินเครื่องแทบตลอดทั้งวันตราสินค้า “ฉงซินไคว่เล่อ” ไม่ได้เป็นเพียงชื่อของอาหารทะเลแปรรูปอีกต่อไปแต่กลายเป็นสัญลักษณ์ของอาหารทะเลแปรรูปที่มีคุณภาพสูง บรรดาพ่อค้าและผู้บริโภคต่างให้ความไว้วางใจฉงซินไคว่เล่อสิ่งที่ทำให้จ้าวชิงหรานยินดีที่สุด ไม่ใช่ตัวเลขผลกำไรที่เพิ่มขึ้นทุกเดือน แต่เป็นเพราะแผนการบริหารทั้งหมดที่เธอวางรากฐานเอาไว้ตั้งแต่แรก เริ่มผลิดอกออกผลแล้วกิจการทุกส่วนถูกแบ่งหน้าที่อย่างเป็นระบบ โรงงานมีผู้จัดการ ห้องเย็นมีหัวหน้าคลังสินค้า ฝ่ายขนส่งมีผู้รับผิดชอบโดยเฉพาะ บัญชีมีหวังฮุ่ยเหมยช่วยดูแล ส่วนซ่งฉางเยว่ก็คอยกำหนดทิศทางการลงทุนในระยะยาว ทุกคนต่างทำหน้าที่ของตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม จนเจ้าของกิจการอย่างจ้าวชิงหรานแทบไม่ต้องวิ่งวุ่นเหมือนในอดีตหลายครั้ง... เธอมีเวลานั่งดื่มชากับแม่จ
บนชั้นสองของอาคาร ห้องทำงานของจ้าวชิงหรานตกแต่งอย่างเรียบง่าย ชั้นหนังสือเรียงรายอยู่เต็มผนัง ทั้งตำราการค้า การบริหาร และหนังสือภาษาต่างประเทศ ลู่หงอิงมองรอบห้องด้วยความชื่นชม“คุณจ้าวขยันกว่าที่ฉันคิดอีก”หลิวต้าไห่ยิ้ม“ฉางเยว่เล่าให้ผมฟังว่า เธออ่านหนังสือแทบทุกคืน ถึงจะสร้างกิจการใหญ่โตได้ขนาดนี้แล้ว ก็ยังไม่เคยหยุดเรียนรู้”ลู่หงอิงพยักหน้าเบา ๆ“ไม่น่าแปลกใจเลย... ที่เธอประสบความสำเร็จ”หลิวต้าไห่เดินไปหยิบสมุดบันทึกบนโต๊ะหนังสือ ก่อนยื่นให้เธอ“เล่มนี้น่าจะใช่แล้วนะครับ”หญิงสาวรับมาเปิดดู“ใช่แล้วล่ะค่ะ”เธอกำลังจะปิดสมุด แต่สายตากลับสะดุดกับแบบร่างระบบห้องเย็นด้านใน“ละเอียดมาก...”“ฉันไม่คิดเลยว่ากิจการแห่งนี้จะมีการวางแผนล่วงหน้าอย่างละเอียดขนาดนี้”หลิวต้าไห่ยิ้มบาง“ชิงหรานเป็นคนออกความคิดทุกอย่าง”“ส่วนฉางเยว่ก็ลงมือทำ”“สองคนนี้... เหมือนเกิดมาเพื่อเป็นคู่หูและคู่ชีวิตของกันและกัน”ลู่หงอิงหัวเราะเบา ๆ“อิจฉาพวกเขานิดหน่อยนะคะ”คำพูดนั้นทำให้หลิวต้าไห่ชะงักไป ก่อนจะรวบรวมความกล้าเอ่ยขึ้น“คุณลู่...”หญิงสาวเงยหน้ามอง“คะ”เขาสูดลมหายใจลึก“วันนั้น... ที่บ้านตระกูลลู่ ผ
ซ่งฉางเยว่เดินเข้ามาข้างภรรยา“ยิ้มอะไร”“ดูสิคะ”จ้าวชิงหรานพยักพเยิดไปทางคนทั้งสอง“คุยกันตั้งนานแล้ว”ซ่งฉางเยว่แอบมองก่อนหัวเราะ“เหมือนจะเข้ากันได้”“ใช่ไหมล่ะ”จ้าวชิงหรานยิ้มอย่างภูมิใจ“ฉันบอกแล้วว่าสร้างวาสนาได้”“ยังไม่ทันสร้างอะไรเลย”ซ่งฉางเยว่แกล้งแซว“แค่ให้เขาเดินชมโรงงานด้วยกันเอง”“นั่นแหละคือการสร้างวาสนา”หญิงสาวยักคิ้ว“คนสองคนถ้าไม่มีโอกาสได้คุยกัน ต่อให้ถูกลิขิตให้เป็นเนื้อคู่ก็คงเดินสวนกันไปเฉย ๆ”ซ่งฉางเยว่หัวเราะจนส่ายหน้า“พี่เริ่มสงสารต้าไห่แล้ว”“ทำไมคะ”“ถ้าเขาแต่งงานเมื่อไร... คงต้องถูกแม่สื่ออย่างเธอทวงบุญคุณอย่างแน่นอน”จ้าวชิงหรานหัวเราะเสียงใส“ถ้าพวกเขาได้แต่งงานกันจริงๆ ฉันจะเรียกค่าตอบแทนเป็นค่าอาหารมื้อเย็นของพวกเราตลอดหนึ่งปี”“โลภมากจริง ๆ”“ก็ฉันเป็นพ่อค้านี่คะ”ทั้งสองหัวเราะไปพร้อมกันขณะเดียวกัน... ภายในห้องเย็นหลัก ลู่หงอิงมองไอเย็นสีขาวที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ภายในห้อง ก่อนเผลอเดินเข้าไปใกล้เครื่องทำความเย็นมากเกินไปพื้นคอนกรีตที่มีละอองน้ำแข็งเกาะบาง ๆ ทำให้รองเท้าส้นเตี้ยของเธอลื่นโดยไม่ทันตั้งตัว“อ๊ะ!”ร่างบางเสียหลักทันที หลิวต้าไห่ที่เดิน







