Beranda / รักโบราณ / ย้อนเวลากลับมาทวงแค้น / ตอนที่ 9 บุรุษชุดขาวในสายลมราตรี

Share

ตอนที่ 9 บุรุษชุดขาวในสายลมราตรี

last update Terakhir Diperbarui: 2025-07-25 08:23:18

ค่ำคืนเงียบงันยิ่งกว่าที่เคย ลมเย็นพัดเบา ๆ ผ่านแนวต้นหลิวที่ปลิดใบอย่างเชื่องช้า ในจวนสกุลเซียว แม้ภายนอกจะดูเงียบสงบ หากแต่ในความมืดของราตรีนั้น จิตใจของใครหลายคนต่างเต็มไปด้วยแรงเคลื่อนไหวที่ยากจะหยุดยั้ง

เรือนหลังที่เงียบเชียบของเซียวลี่อินกลับไม่มืดสนิทเหมือนเช่นทุกคืน ตะเกียงน้ำมันถูกจุดไว้ตรงกลางห้อง ราวกับนางตั้งใจ ‘เปิดทาง’ ให้ใครบางคนที่กำลังจะมา

เสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นหน้าประตูหลัง ลี่อินไม่แสดงท่าทีแปลกใจ นางลุกขึ้นอย่างสงบ แล้วเปิดประตูออกด้วยมือนิ่งมั่น

บุรุษในชุดผ้าฝ้ายสีขาวยืนอยู่ตรงหน้า รูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมครึ่งหน้านั้นมีเพียงดวงตาคมลึกที่จ้องมองนางนิ่ง ๆ

“เจ้าคือผู้ที่จิ้งอ๋องส่งมาหรือ?” ลี่อินเอ่ยเสียงเบา

บุรุษชุดขาวพยักหน้า “ข้า ไป๋อวิ๋น เคยเป็นองครักษ์ลับประจำกรมคลัง เมื่อหกปีก่อนข้าเห็นสิ่งหนึ่ง แต่ไม่อาจกล่าวออกมาได้”

เสียงของเขานุ่มทุ้ม แต่ทว่าเย็นยะเยือกคล้ายลมภูผา

“และข้าจะไม่พูดกับใคร หากไม่มีเหตุผลพอ”

ลี่อินไม่ตอบในทันที นางเชื้อเชิญเขาเข้าไปนั่งในเรือนอย่างสงบ ตะเกียงสว่างเพียงพอให้เห็นเงาบนฝาผนังสั่นไหว แต่ไม่มากพอให้เห็นสีหน้าของทั้งสองชัดเจน นางเอ่ยขึ้นอย่างราบเรียบ

“หกปีก่อน มีการเบิกจ่ายเงินหลวงผ่านทางกรมคลังโดยตรง แต่กลับไม่มีใบตรายางประทับจากส่วนกลาง บิดาข้าเป็นผู้ลงนาม ขณะเดียวกัน เจินซูเม่ยกลับเป็นผู้ส่งบ่าวจากเรือนในไปติดต่อกับพ่อค้าอาวุธเถื่อน”

เสียงนั้นไม่ดุดัน ไม่กล่าวโทษ หากแต่มีพลังประหนึ่งคมดาบที่ลับจนคมกริบ ไป๋อวิ๋นยังคงนั่งเงียบก่อนจะค่อย ๆ เอ่ยออกมา

“ข้าเห็นกระดาษแผ่นนั้น ข้าเคยล้วงมันมาจากโต๊ะของท่านเสนาบดีเซียว แต่วันรุ่งขึ้น บ่าวที่อยู่เวรกับข้าคืนนั้นก็หายไป ศพเขาถูกพบในคลองหลังเรือน พร้อมตราประทับปลอมในอกเสื้อ”

ลี่อินหลับตาลงชั่วครู่ ความคุ้นเคยบางอย่างพลันแทรกเข้ามาในหัว เสียงของเขา ท่วงท่า การวางตัว ดูไม่ใช่เพียงองครักษ์หลวงธรรมดา

“ไป๋อวิ๋น เจ้าเคยอยู่ในจวนนี้หรือไม่?” นางถามตรง ๆ

เขาเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนเอ่ยเสียงเบา “เมื่อสิบปีก่อน ข้าเคยเป็นบ่าวในเรือนของฮูหยินใหญ่ หลี่ฟางเยว่”

คำตอบนั้น ทำให้นางชะงัก

ลี่อินจ้องเขม็งไปยังดวงตาเบื้องหลังผ้าปิดหน้า ริมฝีปากเม้มแน่นเล็กน้อย

“ข้าจำเจ้าไม่ได้ แต่ข้าจำได้ว่าท่านแม่เคยพูดถึงเด็กหนุ่มคนหนึ่งที่เคยเฝ้าเดินตามนาง แม้เพียงถือกระบอกน้ำชา ก็ยืนห่างไม่เกินสามก้าว”

ไป๋อวิ๋นก้มหน้าลง “เพราะข้าไม่อาจช่วยฮูหยินได้ ข้าจึงไม่คู่ควรจะเปิดหน้าให้ท่านเห็น”

ภายในห้องเงียบลงไปอีกครั้ง ตะเกียงสั่นไหวหนักขึ้นตามแรงลมที่ลอดเข้าทางหน้าต่าง ทว่าไม่มีใครลุกขึ้นหรือเบือนหน้า ต่างฝ่ายต่างจมอยู่กับอดีตที่ไม่กล้าแตะต้อง

ในความมืด เงาของใครบางคนที่หายไปจากความทรงจำ กำลังกลับมา และครานี้ เขาจะมิใช่เงาอีกต่อไป...

รุ่งเช้าของวันถัดมา ท้องฟ้าปกคลุมด้วยหมอกจาง ใบเหมยสีขาวโปรยร่วงปะทะกับแผ่นศิลาทางเดินอย่างเงียบงัน ลี่อินยืนอยู่หน้าต่างเรือนหลัง เฝ้ามองเงาของใครบางคนที่เดินหายไปทางกำแพงหลังจวน

ไป๋อวิ๋นจากไปเงียบ ๆ โดยไม่เอ่ยคำลาทิ้งท้าย แต่สิ่งที่เขาทิ้งไว้ คือสมุดบันทึกเก่าเล่มหนึ่ง มีรอยเปื้อนหมึก และรอยเลือดจาง ๆ ตรงขอบกระดาษ

นางเปิดอ่านทีละหน้า เป็นลายมือที่ละเอียด ตรงทุกขีด ทุกย่อหน้าเหมือนถูกวัดด้วยไม้บรรทัด เนื้อหาในนั้น คือรายชื่อบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการเบิกจ่ายเงินหลวงในช่วงเวลาต้องห้าม รวมถึงบันทึกถึง “สตรีผู้หนึ่งที่นำของมาให้” และ “บุรุษที่ปลอมตราประทับของกรมวัง”

ทุกคำคือดาบที่พร้อมจะเฉือนเนื้อผู้ทรยศ เมื่อถึงเวลา...

เสี่ยวจูยกสำรับอาหารเช้ามาวางเงียบ ๆ พอเห็นสีหน้าของคุณหนูตนแล้วก็อดไม่ได้ที่จะถามเบา ๆ

“คุณหนู บุรุษชุดขาวคนนั้น เขาเป็นผู้ใดหรือเจ้าคะ?”

ลี่อินยังคงจ้องสมุดบันทึก “เขาคือคนในอดีต คนที่ข้าเคยมองข้าม และตอนนี้ เขากำลังเป็นอนาคตที่ข้าจะต้องวางใจ แม้เพียงครึ่งหนึ่งก็ตาม...”

บ่ายวันเดียวกัน ที่เรือนรับรองด้านตะวันตกของตำหนักอ๋อง เฉินอี้นำเอกสารทั้งหมดที่ไป๋อวิ๋นทิ้งไว้ ส่งให้จิ้งอ๋อง

ชายหนุ่มในชุดคลุมดำขลิบทองอ่านอย่างเงียบงัน ก่อนจะกล่าวเรียบ ๆ

“ไป๋อวิ๋นคนนี้ รู้จักลี่อินมานานแล้วใช่หรือไม่?”

เฉินอี้พยักหน้า “ขอรับ เขาเคยอยู่ในเรือนของฮูหยินหลี่มาก่อน จะว่าไปอาจเป็นคนเดียวที่เคยภักดีต่อครอบครัวนางอย่างแท้จริง”

จิ้งอ๋องมองออกนอกหน้าต่าง ดวงตานิ่งลึก

“ถ้าเช่นนั้น เขาจะเป็นสิ่งที่ทดสอบความใจแข็งนางได้ดีที่สุด คนที่ข้าใช้ได้ ต้องไม่หวั่นไหวต่อเรื่องใดทั้งสิ้น”

ค่ำวันนั้น ฝนหลงฤดูโปรยปรายลงมาเบา ๆ เหนือจวนสกุลเซียว ลี่อินนั่งซ้อนมืออยู่ตรงชานไม้ เสียงหยดฝนกระทบพื้นแผ่วเบาแต่ชัดเจนยิ่งกว่าความคิดของนาง

“ไป๋อวิ๋น…”

ชื่อหนึ่งที่เคยเลือนรางในอดีต ตอนนี้กลับชัดเจนในความทรงจำยิ่งกว่าภาพบิดาผู้ให้กำเนิดเสียอีก

นางเคยวิ่งเล่นอยู่ในเรือนเดียวกับเขา เคยหัวเราะตอนเขาที่สะดุดรากไม้ตอนวิ่งเล่น เคยให้ซาลาเปาแป้งหยาบลูกสุดท้ายที่เหลือในถาด…

“ท่านแม่ ไม่ว่าก็ตามที่มันเคยทำให้ท่านเจ็บปวดทรมาน ข้าจะให้มันได้ชดใช้อย่างสาสมแน่นอน”

แสงสายฟ้าแลบผ่านฟ้าคืนฝนตก ลี่อินลุกขึ้นจากตั่ง หยิบผ้ามาคลุมไหล่ เสียงในใจดังชัดยิ่งกว่าสายลม

“ครั้งนี้ ข้าจะไม่หันหลังให้ใครอีก แต่หากใครคืออุปสรรค ข้าก็พร้อมจะแทงคนผู้นั้นด้วยมือข้าเอง...”

ค่ำคืนนี้เงียบกว่าคืนใด ๆ ในตรอกแคบหลังโรงเก็บผ้าของจวนสกุลเซียว เงาดำสามร่างเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็ว ไร้เสียง มือหนึ่งถือกระบี่ อีกคนมีธนูสั้นติดหลัง อีกคนแอบอยู่บนหลังคาพร้อมมีดสั้นคมกริบ เป้าหมายของพวกมันไม่ใช่จวนใหญ่ แต่เป็นเรือนหลังเล็กที่ซึ่งไม่มีใครใส่ใจ

ในห้องของลี่อิน แสงตะเกียงริบหรี่แทบจะดับ นางนั่งสงบนิ่งในความมืด หูฟังเสียงก้าวย่างที่ไม่ใช่ของคนรับใช้ เสียงที่ดังขึ้นใกล้เรื่อย ๆ จากด้านข้างเรือน เสียงถอนหายใจเบา ๆ ดังขึ้นจากเงามืดมุมห้อง เงานั้นเคลื่อนตัวออกมาช้า ๆ เผยให้เห็นชายชุดขาวที่ยืนพิงผนังมาตั้งแต่เมื่อใดมิอาจทราบได้

“เจ้ารู้ตัวนานแล้วใช่หรือไม่” ลี่อินเอ่ยขึ้น

“ก่อนข้าก้าวเข้ามาในรั้วเรือนในคืนนี้ คุณหนูเงยหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอย่างไร้สาเหตุถึงสามครั้ง” ไป๋อวิ๋นกล่าวเรียบ ๆ

เสียงหน้าต่างฝั่งตะวันตกถูกแง้มเบา ๆ หนึ่งในนักฆ่ากระโจนเข้ามาอย่างเงียบกริบ แต่ไม่ทันที่ฝ่าเท้าจะเหยียบพื้น กระบี่ในมือของไป๋อวิ๋นก็ฟาดออกไปอย่างแม่นยำ

ฉัวะ!

ร่างหนึ่งร่วงลงกับพื้นอย่างไร้เสียงร้อง

“พวกมันส่งนักฆ่ามาไม่ใช่เพื่อลอบสังหารท่าน” เสียงของไป๋อวิ๋นแผ่วต่ำแต่หนักแน่น

“แต่เป้าหมายคือเผาทำลายเอกสารในเรือนนี้ และจับตัวท่านไปให้ใครบางคน”

ลี่อินไม่ถามว่าคนผู้นั้นคือใคร เพราะนางรู้ดีว่า คนที่ทำถึงขนาดนี้ได้มีเพียง...

เจินซูเม่ย!

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ย้อนเวลากลับมาทวงแค้น   ตอนที่ 50 คลื่นซัดเข้าคลังหลวง

    เสียงกลองยามเช้าดังสะท้อนก้องไปทั่วราชสำนัก ขุนนางทั้งหลายถูกเรียกเข้าประชุมด่วนในท้องพระโรง เพราะมีรายงานใหม่จากการสอบสวนเกี่ยวกับกรมคลัง ขันทีผู้ถือรายงานก้าวออกมากลางห้อง กล่าวเสียงดังฟังชัด“ถวายบังคมฝ่าบาท จากการตรวจสอบเส้นทางการเงิน พบว่ามีการลักลอบเบิกจ่ายโดยไม่ผ่านบัญชีหลวง และมีการโอนเข้าสกุลพ่อค้าหลายราย สุดท้ายวนกลับสู่สกุลเซียวพ่ะย่ะค่ะ!”เสียงซุบซิบดังฮือทันที“ถึงขั้นโยงไปถึงกรมคลังเลยหรือ”“เช่นนั้น ผู้ที่เกี่ยวข้องย่อมไม่ใช่แค่ฮูหยินรองแล้ว แต่ต้องมีขุนนางใหญ่ในกรมคลังหนุนหลังด้วย!”ฮ่องเต้นั่งนิ่งบนบัลลังก์ พระเนตรหรี่มองขุนนางเบื้องล่างหลายคนหน้าซีดเผือด บางคนพยายามก้มหน้าหลบสายตาจิ้งอ๋องก้าวออกมา เสียงทุ้มกังวานก้อง“ฝ่าบาท ขอเวลาสืบสวนต่ออีกเพียงสามวัน กระหม่อมจะลากผู้ที่อยู่เบื้องหลังทั้งหมดออกมาให้เห็นต่อหน้าพระพักตร์!”หลังม่านกั้นสตรี เซียวลี่อินฟังถ้อยคำเหล่านั้นด้วยหัวใจเต้นแรง ดวงตาเต็มไปด้วยเปลวเพลิงเย็นเยียบสามวันนี้จะเป็นเวลาที่ข้าลากบิดาของข้าและผู้ที่ร่วมมือทั้งหมดออกมาประจานต่อหน้าฟ้าดิน!ภายในตำหนักอ๋อง โต๊ะไม้เรียงรายด้วยเอกสารและสมุดบันทึก จิ้งอ๋

  • ย้อนเวลากลับมาทวงแค้น   ตอนที่ 49 เงาที่ซ่อนอยู่

    หลังจากที่เจินซูเม่ยและเซียวถิงฮวาถูกนำตัวไปคุมขัง ข่าวนี้ก็แพร่สะพัดไปทั่วเมืองหลวงในเวลาเพียงชั่วข้ามคืน ผู้คนต่างพูดถึงด้วยทั้งความสะใจและหวาดกลัว“คนที่เคยเชิดหน้าชูตา วันนี้กลับกลายเป็นนักโทษเสียแล้ว”“สวรรค์มิอาจละเว้นคนชั่วได้จริง ๆ”ท้องพระโรงแม้จะเงียบลงหลังการพิพากษา แต่คลื่นใต้น้ำกลับโหมแรงขึ้นบรรดาขุนนางที่เคยปกป้องสกุลเซียว บัดนี้ต่างเงียบงันแต่ในเงามืด กลับเริ่มมีการเคลื่อนไหวบางอย่างที่ผิดปกติยามค่ำ เซียวลี่อินยืนอยู่บนระเบียงตำหนักอ๋อง สายตาเหม่อมองฟากฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวเสียงฝีเท้าแผ่วเบาดังขึ้นด้านหลัง ก่อนที่เสียงทุ้มคุ้นเคยดังขึ้น“เจ้ากำลังคิดสิ่งใดอยู่”นางหันกลับมา เห็นจิ้งอ๋องยืนอยู่ในชุดคลุมสีเข้ม ดวงตาคมกริบทอดมองนางด้วยความสนใจเซียวลี่อินยกพัดแตะริมฝีปาก แววตาเยือกเย็น“แม้เจินซูเม่ยจะถูกจับ แต่ผู้ที่หนุนหลังนางยังมิได้เผยตัวออกมาทั้งหมดเพคะ เพียงถูกดึงเงาหนึ่งออกมา ย่อมยังเหลืออีกหลายเงาที่แอบซ่อนอยู่”จิ้งอ๋องนิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเสียงหนักแน่น“หากเป็นเช่นนั้น ข้าจะสืบจนถึงรากเหง้า ไม่ว่าผู้ใดซ่อนที่ตัวอยู่เบื้องหลัง ก็ต้องลากออกมาทั้งหมด!”เพี

  • ย้อนเวลากลับมาทวงแค้น   ตอนที่ 48 พิพากษา

    เช้าวันรุ่งขึ้น ท้องฟ้าปกคลุมด้วยเมฆหนาทึบ ราวกับสวรรค์เองก็ยังเฝ้ารอการพิพากษาครั้งใหญ่เสียงกลองพิธีดัง ตึง! ตึง! ตึง! ก้องไปทั่ว ประกาศเรียกเหล่าขุนนางเข้าสู่ท้องพระโรงเจินซูเม่ยถูกองครักษ์คุมตัวเข้ามา นางสวมชุดงดงามแต่เส้นผมกลับยุ่งเหยิง ใบหน้าซีดเซียว แววตาสั่นไหวเสียงซุบซิบของขุนนางและสตรีฝ่ายในดังระงม“นี่หรือฮูหยินเซียวที่เคยได้ชื่อว่างดงามและเจ้าเล่ห์ที่สุดในเมืองหลวง…”“วันนี้กลับถูกลากมาเป็นจำเลยต่อหน้าฝ่าบาทเสียเอง”“ดูนางตอนนี้สิ ดูสมเพชสิ้นดี ฮึ!”ฮ่องเต้ประทับบนบัลลังก์สูง พระเนตรลึกล้ำทอดมองลงมา พระสุรเสียงเย็นเยียบดังขึ้น“เจินซูเม่ย มีผู้กล่าวโทษเจ้าว่าเกี่ยวข้องกับการลอบนำสมุนไพรปนเปื้อนเข้าสู่วังหลวง อีกทั้งยังพยายามทำลายหลักฐาน เจ้าจะว่าอย่างไร”เจินซูเม่ยรีบคุกเข่าลง น้ำตาไหลพราก“ฝ่าบาท! หม่อมฉันถูกใส่ร้ายเพคะ! ทุกสิ่งล้วนเป็นการจัดฉากของพวกที่อิจฉาริษยาหม่อมฉัน!”จิ้งอ๋องก้าวออกมาอย่างสง่างาม ร่างสูงใหญ่เปล่งบารมีจนท้องพระโรงเงียบกริบเขาวางรายงานและหลักฐานลงตรงหน้า เสียงทุ้มต่ำเอ่ยอย่างชัดถ้อยคำ“หลักฐานทั้งหมดอยู่ที่นี่แล้ว คำสารภาพของบ่าว พยานผู้เห็นเหตุกา

  • ย้อนเวลากลับมาทวงแค้น   ตอนที่ 47 พายุใหญ่กำลังมา

    รุ่งอรุณปกคลุมเมืองหลวงด้วยหมอกสีขาว แต่ในราชสำนักกลับคลาคล่ำไปด้วยบรรยากาศที่ตึงเครียดยิ่งนักข่าวการพยายามทำลายหลักฐานของเจินซูเม่ยแพร่สะพัดไปทั่ว ทั้งในหมู่ขุนนางและเหล่าราษฎร“สกุลเซียวคงไม่รอดแล้ว…”“ครั้งนี้แม้แต่ฝ่าบาทก็มิอาจเพิกเฉยได้อีก”เสียงซุบซิบในตลาดและตามตรอกซอยกลายเป็นพายุข่าวลือที่โหมกระหน่ำไม่หยุดในท้องพระโรง ขุนนางแบ่งออกเป็นสองฝ่ายอย่างชัดเจนฝ่ายหนึ่งเร่งรัดให้ลงโทษสกุลเซียวโดยเร็วอีกฝ่ายหนึ่งกลับยืนหยัดพยายามหาทางประวิงเวลา เสมือนกำลังยื้อชีวิตให้ผู้เกี่ยวข้องฮ่องเต้ประทับนิ่งบนบัลลังก์สูง ดวงพระเนตรลึกล้ำมองลงมา พระสุรเสียงเรียบแต่แฝงไปด้วยความกดดัน“จิ้งเหยียน พรุ่งนี้เจ้าจงนำพยานหลักฐานทั้งหมดมาตรวจสอบต่อหน้าข้า หากพิสูจน์ได้ว่ามีความผิดจริง ต่อให้เป็นสกุลใหญ่ ข้าก็จะไม่ละเว้น”จิ้งอ๋องค้อมกายรับโองการ ดวงตาคมวาวสะท้อนความมุ่งมั่นเมื่อหันไป เห็นเงาร่างของเซียวลี่อินหลังม่านกั้นสตรี นางยืนนิ่ง ราวกับมั่นคงดุจขุนเขาเพียงสบตาในระยะไกล หัวใจเขากลับสงบลงราวกับได้รับพลังพายุใหญ่กำลังจะโหมกระหน่ำ แต่เราจะฝ่ามันไปด้วยกัน!ภายในเรือนใหญ่ของจวนสกุลเซียว เจินซูเม่ย

  • ย้อนเวลากลับมาทวงแค้น   ตอนที่ 46 แผนลับในเงามืด

    ค่ำคืนคลี่คลุมจวนสกุลเซียว บรรยากาศภายในเรือนใหญ่เต็มไปด้วยความกดดัน เจินซูเม่ยนั่งอยู่เบื้องหน้าโต๊ะเครื่องหอม มือกำถ้วยชาแน่นจนสั่น น้ำชาเอ่อล้นออกมาโดยไม่รู้ตัว นางกัดฟันสะกดความโกรธ“ไม่ได้! ข้าไม่มีวันยอมให้ทุกสิ่งที่ข้าสร้างมาพังลงเพียงเพราะนังเซียวลี่อินแน่!”เซียวถิงฮวานั่งอยู่ด้านข้าง ใบหน้าของนางยังคงซีดเซียวจากเหตุการณ์ในท้องพระโรง“ท่านแม่ เราจะทำเช่นไรต่อดีเจ้าคะ หากถูกสอบสวนต่อไป สกุลเซียวคงถูกลากลงเหวแน่”เจินซูเม่ยหรี่ตาลงอย่างอำมหิต“แม้จะถูกบีบแทบจนมุม แต่ยังมีหนทาง หากหลักฐานที่มันถืออยู่ถูกทำลายเสีย ต่อให้เป็นท่านอ๋องเจ็ดก็ไม่อาจทำอะไรได้!”....ขณะเดียวกัน ภายในตำหนักอ๋อง จิ้งอ๋องนั่งพินิจรายงานที่กองอยู่ตรงหน้า ข้างกายมีเซียวลี่อินนั่งสงบนิ่ง ดวงตาไล่ตามทุกบรรทัดอย่างตั้งใจ เสียงทุ้มของเขาเอ่ยขึ้นช้า ๆ“ศัตรูกำลังดิ้นรน พรุ่งนี้อาจมีการเคลื่อนไหว เจ้าต้องอยู่ใกล้ข้าไว้ ห้ามเสี่ยงคนเดียว”เซียวลี่อินแย้มยิ้มบาง พลางตอบเสียงเบา“เพคะท่านอ๋อง แต่บางครั้งหมากตัวสำคัญ ก็ต้องใช้เหยื่อล่อให้อีกฝ่ายเผยพิรุธออกมาเองนะเพคะ”สายตาทั้งคู่สบกัน ความแน่วแน่และความไว้วางใจเริ่

  • ย้อนเวลากลับมาทวงแค้น   ตอนที่ 45 เสี้ยนหนามในราชสำนัก

    เช้าวันใหม่ท้องพระโรงคลาคล่ำไปด้วยเหล่าขุนนางที่ยืนเรียงราย บรรยากาศเต็มไปด้วยแรงกดดัน ข่าวการจับคนของเจินซูเม่ยเมื่อคืนแพร่ไปทั่วแล้ว ทำให้ราชสำนักปั่นป่วนขันทีขานเสียงกังวาน “ถวายพระบังคมฝ่าบาท ท่านอ๋องเจ็ดได้นำพยานและหลักฐานเข้ามากราบทูลพ่ะย่ะค่ะ!”สายตาทุกคู่จับจ้องไปยังจิ้งอ๋องผู้ก้าวเข้ามาด้วยท่วงท่าสง่างาม เบื้องหลังเขามีองครักษ์นำคนร้ายที่ถูกจับได้คุมตัวเข้ามา พร้อมเอกสารบันทึกคำสารภาพเสียงซุบซิบดังไปทั่วท้องพระโรง“ครั้งนี้จวนสกุลเซียวคงรอดยากแล้ว”“แต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีขุนนางคอยหนุนหลัง หากพวกนั้นออกหน้า เรื่องอาจไม่ง่ายเช่นกัน”จริงดังว่า เมื่อจิ้งอ๋องยื่นรายงานต่อหน้าฮ่องเต้ทันใดนั้น ขุนนางผู้ใหญ่ฝ่ายหนึ่งก็ก้าวออกมาขัดทันที สีหน้าเต็มไปด้วยความไม่พอใจ“ฝ่าบาท! แม้จะมีบ่าวรับใช้สารภาพ แต่ก็ใช่ว่าจะเชื่อถือได้ หากทั้งหมดเป็นการจัดฉากเพื่อกำจัดสกุลเซียวเล่าพ่ะย่ะค่ะ ขอฝ่าบาททรงพิจารณาด้วย!”เสียงถกเถียงเริ่มระอุขึ้นอีกครั้ง คล้ายไฟที่พร้อมลุกโชนกลางท้องพระโรงเซียวลี่อินที่ยืนอยู่ด้านหลังม่านกั้นสำหรับสตรีสูงศักดิ์กำพัดแน่น ดวงตาเย็นยะเยือกพวกขุนนางหนุนหลังพวกนั้น พวกมันคือ

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status