เสด็จลุงห้ามใจไม่ไหว

เสด็จลุงห้ามใจไม่ไหว

Oleh:  หลิ่วเยว่Tamat
Bahasa: Thai
goodnovel4goodnovel
8.7
38 Peringkat. 38 Ulasan-ulasan
330Bab
125.6KDibaca
Baca
Tambahkan

Share:  

Lapor
Ringkasan
Katalog
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi

[หักหน้าแบบสะใจ] [แข็งแกร่งบริสุทธิ์ทั้งคู่] ล่อจี่นซูเป็นผู้อำนวยการสำนักงานการแพทย์เทียนจ้าน เธอได้ข้ามภพและกลายเป็นเด็กสาวกำพร้าราชวงศ์หยานและถูกสงสัยว่าเป็นคนฆ่าพระชายาหซู่และ ถูกตามล่าไปทั่วทั้งเมือง มันง่ายมากที่จะพิสูจน์ความบริสุทธ์จริงไหม ก็แค่ช่วยพระชายาหซู่ซึ่งยังมีชีวิตอยู่ให้รอดจากอันตราย เธอไม่รู้ว่าข้อสงสัยเกี่ยวกับการฆ่าคนนั้นได้กระจ่างแล้ว แต่เธอก็ยังถูกเจ้าชายหซู่และยัยขี้ต่อแหลการเรื่องตลอด ก็ได้ งั้นเอาเลย เธอจะอาละวาดแล้ว จะฉีดหน้าไอ่ชั่วที่ทำลายการแต่งงานของเธอ แล้วจัดการยัยตอแหลนั่น และช่วยลุงของจักรพรรดิเจ้าชายเซียวที่ได้รับบาดเจ็บสาหัส ลุงของจักรพรรดิ์มีอำนาจในวังมาก มีความสามารถและได้ชื่อว่าเป็นชายที่หล่อที่สุดในราชวงศ์หยาน แต่เขากลับยังโสดอยู่? พอดีเลย เธอมีความสามารถ เขาหน้าตาดี เป็นคู่ที่ฟ้าสร้างมาให้คู่กันชัด ๆ พวกที่ถืออำนาจ: มีหญิงสาวตระกูลชนชั้นสูงชื่นชมเจ้าชายเซียวไม่รู้เท่าไหร่ ทำไมถึงเลือกเด็กสาวกำพร้าที่ดื้อรั้นและโหดแบบนี้ ? สามัญชน: เจ้าจอมเซียวเป็นคนดีมาก เธอมีความสามารถด้านการต่อสู้ การแพทย์ และการด่า เจ้าชายเซียวมีภรรยาที่แข็งแกร่งแบบรนี้ ซึ่งเป็นบุญเขาที่สะสมมาเมื่อชาติก่อน ดวงตาของเจ้าชายเซียวอบอุ่น: เส้ายวนช่างโชคดีอะไรขนาดนี้ที่ได้แต่งงานกับผู้หญิงที่ใจดีและทุ่มเทอย่างจี่นซู จี่นซูกรอกตาเล็กน้อย: "น้ำอ่อนมีสามพัน ข้าจะเอาแค่หนึ่ง... สอง สาม สี่ ห้าช้อนเท่านั้นเพื่อดู ข้าสาบานว่าข้าแค่จะดูเฉยๆ

Lihat lebih banyak

Bab 1

บทที่ 1 นังแพศยานี่ต้องฝังไปพร้อมนาง

Saat ketiga kalinya aku memergoki suamiku bersama asistennya, aku tidak lagi bisa menahan diri. Aku membongkar perbuatan hina mereka ke publik agar seluruh dunia melihatnya.

Namun, aksi nekatku hanya berbuah gugatan dari pihak keluarga dan cap "psikopat" oleh putraku sendiri.

Saat itulah aku benar-benar muak. "Aku mau cerai."

"Livia Mardana, kamu didakwa dengan sengaja membocorkan urusan pribadi Keluarga Mardana dan menyebabkan kerusakan serius pada reputasi keluarga."

Suara hakim menggema di ruang sidang. Aku duduk di kursi terdakwa, dinginnya besi di pergelangan tanganku menjadi pengingat keras akan harga yang harus kubayar.

Tiga hari lalu, aku mengirimkan video suamiku, Dante, dan asistennya, Angel, yang sedang berbuat mesum di kantornya ke Majalah Cimago.

Sekarang, aku menanggung akibatnya.

"Apakah terdakwa ingin menyampaikan sesuatu?"

Pengacaraku berdiri. "Yang Mulia, klien saya sangat menyes ...."

"Nggak." Aku memotong ucapannya.

Ruang sidang langsung senyap.

"Livia!" Dante bangkit dari kursinya, matanya menyala oleh amarah. "Apa kamu sadar dengan apa yang kamu lakukan?"

Aku menoleh, menatap pria yang telah menemaniku selama sepuluh tahun. Dia masih setampan hari pertama kami bertemu. Hanya saja sekarang, yang kurasakan hanyalah rasa jijik.

"Aku tahu persis apa yang kulakukan," kataku tenang.

Hakim mengetukkan palunya. "Terdakwa dijatuhi hukuman enam bulan penjara. Uang jaminan ditetapkan sebesar 7,5 miliar."

Bunyi palu itu terdengar mutlak.

Di ruang kunjungan penjara, Dante duduk di seberangku. Dia mengenakan setelan Ivalia buatan tangan, kancing baju zamrud yang dulu kuberikan kini tersemat di pergelangan bajunya. Hadiah dari mas kawinku.

"Kamu memang gila," tuduhnya. "Kamu mau menghancurkan keluarga ini cuma demi perempuan yang nggak penting?"

"Nggak penting?" Aku tertawa. "Dante, uang yang kamu habiskan untuknya cukup untuk membeli setengah pelabuhan."

"Itu cuma urusan bisnis ...."

"Bisnis macam apa? Bisnis yang dilakukan di atas meja kantor? Atau di ranjang kita?"

Wajah Dante memerah.

"Cukup!" Dante menghantam meja. "Kamu pikir para wartawan di luar sana akan membiarkan ini berlalu? Leo jadi bahan tertawaan di sekolah. Para tetua keluarga menuntut penjelasan. Dan semua ini gara-gara kamu!"

Hatiku mencelos saat nama putra kami disebut.

"Gimana keadaan Leo?"

"Dia baik-baik saja. Bahkan lebih baik tanpa ibu gilanya." Dante menyeringai. "Faktanya, dia menulis sebuah esai. Judulnya 'Mamaku Seorang Psikopat'."

Saat itulah duniaku runtuh.

"Itu nggak mungkin ...."

Dante mengeluarkan selembar kertas dari sakunya dan menggesernya ke arahku. Tulisan tangan Leo yang kekanak-kanakan terpampang.

[ Mamaku itu seorang psikopat. Dia menghancurkan barang-barang di rumah dan berteriak pada Papa. Dia menceritakan rahasia keluarga pada orang asing. Aku malu punya Mama seperti dia. Aku berharap Tante Angel bisa jadi mamaku. Dia lembut dan pintar, nggak gila seperti mamaku .... ]

Tanganku gemetar.

"Dia yang menulis ini?"

"Setiap kata-kata di sana," kata Dante sambil menarik kembali kertas itu sambil tersenyum puas. "Sekarang kamu paham? Bahkan anakmu sendiri nggak tahan melihatmu."

Aku memejamkan mata ketika air mata akhirnya jatuh.

Sepuluh tahun pernikahan. Aku mengorbankan segalanya demi keluarga ini. Karierku, mimpiku, bahkan namaku. Aku membentuk diriku menjadi Nyonya Keluarga Mardana yang sempurna. Mencuci uang mereka, menjilat relasi, melahirkan pewaris.

Sekarang, anakku sendiri malah membenciku.

"Cerai saja," kataku sambil membuka mata. Suaraku dingin dan sangat tenang. "Aku setuju bercerai."

Dante tertegun. Dia mengira aku akan memohon, meratap, menyerah demi Leo.

"Apa katamu?"

"Aku mau cerai. Aku cuma mau uang 750 miliar dalam bentuk tunai. Selebihnya milikmu. Termasuk Leo."

"Livia, kamu nggak bisa ...."

"Aku bisa." Aku berdiri. "Sampaikan pada para tetua, masalah pengkhianat sudah beres."

Dante menatapku lama, lalu akhirnya mengangguk. "Kamu akan menyesal, Livia."

Soal uang jaminan, jelas dia tidak berniat mengeluarkanku lebih cepat.

Aku pikir aku akan mendekam di penjara selama enam bulan penuh, tetapi keesokan harinya, pintu ruang kunjungan kembali terbuka.

Beberapa pria bersetelan hitam menerobos masuk. Di depan mereka berdiri seorang wanita berambut pirang, sekitar lima puluh tahun, mengenakan setelan Chanel, cerutu terselip di jemarinya.

"Ibu?" Aku menatapnya terpana.

Victoria Waluyo. Ibuku, yang sudah bertahun-tahun tidak kutemui.

Ibuku menebus jaminanku.

Di luar penjara, ibuku menyalakan cerutunya.

"Dua puluh empat tahun, Livia. Akhirnya kamu siap menerima nasihatku?"

Aku teringat ucapannya saat aku berusia enam tahun, ketika dia mencoba membawaku pergi dari ayahku. "Sayang, ingat ini. Jangan pernah membiarkan dirimu hidup tanpa senjata."

Dulu aku memilih bertahan. Sekarang, aku akhirnya mengerti.

Suaraku serak tetapi mantap. "Begitu perceraian selesai, aku ikut dengan Ibu."
Tampilkan Lebih Banyak
Bab Selanjutnya
Unduh

Ulasan buku

Bab terbaru

Bab Lainnya

Peringkat

10
76%(29)
9
0%(0)
8
0%(0)
7
0%(0)
6
8%(3)
5
0%(0)
4
0%(0)
3
0%(0)
2
11%(4)
1
5%(2)
8.7 / 10.0
38 Peringkat · 38 Ulasan-ulasan
Tulis Ulasan

Ulasan-ulasanLebih banyak

Ampha Kaewkhamthep
Ampha Kaewkhamthep
ใครที่กำลังหรือคิดจะอ่านเรื่องนี้ไปอ่านเรื่องอื่นเถอะเพราะว่ามันเทคนอ่านลงไม่จบ จบแบบเฮียๆ เทคนอ่านไม่ลงต่อแล้วระบุว่าจบ
2025-04-20 13:45:46
7
0
璨璨🏀
璨璨🏀
หซู่ อ่านว่าอะไร คนแปลเป็นคนไทยรึเปล่า อ่านว่า สู่ มั้ย หรือ สวี่ หรือ ซู่ หรือ ... แค่ชื่อยังเหนือจินตนาการขนาดนี้ เนื้อเรื่องจะเหนือขนาดไหน รบกวนคนเขียนช่วยแก้ให้คนไทยอ่านออกด้วย อยากอ่านแต่ขัดใจตัวสะกด
2025-01-31 03:22:24
2
0
ขวัญเดือน
ขวัญเดือน
แอปนี้ หลายเรื่องลงไม่จบ แนะนำ ให้ดูก่อนว่าลงจบมั๊ย ค่อยอ่าน เพราะซื้อไปแล้วอ่านได้ไม่จบเรื่อง รู้สึกเสียดานเงินค่ะ
2024-12-31 14:56:34
21
0
วุฒิ ปุ๋ยดี
วุฒิ ปุ๋ยดี
พกแทวขปกกกปแอ
2024-12-23 16:43:43
3
0
booksecondhand
booksecondhand
ดีนะที่เข้ามาดูก่อนว่าจบจริงมั้ย เห็นมีหลายเม้นบอกว่าไม่จบ ก็บอกผ่านไปเลยค่ะจะไม่อ่านให้เสียดายเงิน แอพนี้เทคนอ่านเยอะมากเลย
2024-11-04 02:59:39
5
0
330 Bab
บทที่ 1 นังแพศยานี่ต้องฝังไปพร้อมนาง
ราชวงศ์ต้าหยาน ในจวนหซู่ล่อจี่นซูคุกเข่าท่ามสายฝนที่ตกหนักพร้อมกับข้าที่ไม่เรียบร้อยและตัวสั่น“ นังสารเลว ข้าจะให้เจ้าถูกฝังไปพร้อมกับนาง!” เสียงตะคอกอันดุเดือดแทบดังกว่าฟ้าร้อง และรองเท้าบูทสีดำเตะไปที่หน้าท้องของนางอย่างแรง และนางก็กระเด็นออกไปราวกับผ้าขี้ริ้วล่อจี่นซูขดตัวด้วยความเจ็บปวด โดยมีเลือดไหลบนใบหน้าของนาง ราวกับกระต่ายที่ถูกสัตว์ร้ายกดดันจนไร้ทางหงนี ปากของนางสั่นด้วยความกลัวนางตัวสั่นและถอยไปทีละนิด มองดูดวงตาอัลมอนด์สีเข้มของเจ้าชายหซู่ที่โกรธและดุร้ายด้วยความกลัวและสิ้นหวัง ริมฝีปากของนางสั่นขณะนั้นนางอธิบายว่า " ข้าไม่ได้ฆ่าพระชายาหซู่ เจ้าชายโปรดเชื่อข้าด้วย"ผู้หญิงที่ใส่ชุดเขียวรีบวิ่งออกไปตบหน้านางอย่างบ้าคลั่ง " เจ้ายังกล้าพูดแก้ตัวอีกเหรอ สาวใช้ของเจ้าเสี่ยวหลู่สารภาพแล้วว่าเจ้าอิจฉาพี่สาวคนโตของข้าแย่งเจ้าชาย ดังนั้นเจ้าจึงจะอาศัยโอกาสที่ท่านพี่จะคลอดลูกทำให้นางตายท้องกลม เจ้าบอกว่าถ้านางตายเจ้าก็สามารถเป็นพระชายาได้ ล่อจี่นซู เจ้าเป็นผู้หญิงเลวใจทราม เสียดายที่พี่สาวข้าดีต่อเจ้าขนาดนั้น เจ้าฆ่านางไม่พอ แล้วทำให้นางเสียโฉมอีก "ใบหน้าของล่อจี่นซูตกตะลึ
Baca selengkapnya
บทที่ 2 พระชายาจะตายไม่ได้
เจ็บ……เจ็บเหมือนโดนแทง...นาง ล่อจี่นซูผู้อำนวยการการแพทย์เทียนจ้าน ได้พัฒนาระบบการแพทย์เลือดสีน้ำเงินของสำนักการแพทย์เทียนจ้าน แต่ถูกกล่าวหาว่าฆ่านักพัฒนาหลายคนและขโมยผลการวิจัยและพัฒนาของพวกเขานางถูกจำคุกในคุกทะเลของสำนักเทียนจ้านระยะเวลาห้าปี นั่นเป็นนรกบนโลกที่เต็มไปด้วยคนร้ายและผู้อ่อนแอตกเป็นเหยื่อของผู้แข็งแกร่งแม้ว่านางจะถูกทรมานทั้งกลางวันและกลางคืน แต่นางก็มีความยึดมั่นอย่างเดียวในใจคือการหลบหนีและค้นหาความจริงเกี่ยวกับการฆาตกรรมเจ้าหน้าที่พัฒนาน่าเสียดายที่นางไม่มีโอกาสนั้น หลังจากทนทุกข์ทรมานในเรือนจำทะเลเป็นเวลาห้าปีนางก็ถูกประหารชีวิตนางเสียชีวิตอย่างไม่ยุติธรรมและข้ามภพมาเป็นลูกสาวกำพร้าของท่านแม่ทัพล่อในราชวงศ์หยานล่อจี่นซูเด็กสาวกำพร้าที่ถูกใส่ร้ายและเกือบถูกข่มขืนส่วนเจ้าชายหซู่หยุนจินเฟิงเขาผิดสัญญาเรื่องแต่งงานก่อนและยังกักบริเวรนางอีก ตอนนี้เขายังกล่าวหานางว่านางได้ฆ่าพระชายาและต้องการให้คนเลี้ยวม้าข่มขืนนางจนตายช่างเป็นชายชั่วที่ทำตัวเหมือนว่าตนนั้นเป็นคนที่รักเดียวรู้สึกเจ็บแสบเล็กน้อยที่ข้อมือ นางยกมือขึ้นและเห็นเครื่องหมายของโล่เลือดสีน้ำเงิน
Baca selengkapnya
บทที่ 3 ไปดูนางแพศยานั่น
เจ้าของเดิมไม่รู้อะไรเลยเกี่ยวกับเมืองหลวง หลังจากที่นางเดินทางจากเป๋ยโจวมาถึงเมืองหลวง นางถูกกักบริเวณในบ้านและไม่สามารถก้าวออกจากบ้านได้ แต่นางรู้ว่าเรือนข้าง ๆ เป็นจวนเซียว ครึ่งปีที่แล้ว เจ้าชายเซียวได้รับบาดเจ็บในสนามรบและอาศัยอยู่อย่างสันโดษและปฏิเสธผู้มาเยือน ยิ่งไปกว่านั้น กำลังคนในเรือนก็ลดลงมาก เหลือเพียง ทหารสองสามคนและคนใช้สองหรือสามคน เสียงเงียบและไม่รบกวน เหมาะสำหรับการผ่าตัดฉุกเฉิน หลังจากตัดสินใจได้แล้ว นางก็ก้มลงแล้วอุ้มพระชายาหซู่ ขึ้นมาแล้วเดินออกไป ร่างกายของเจ้าของเดิมขาดสารอาหารและถูกทุบตีทำร้าย ดังนั้นจึงอ่อนแอมาก อย่างไรก็ตามหลังจากใส่โล่เลือดสีน้ำเงินเข้าไปในร่างกายก็สามารถรักษาตัวเอง ซ่อมแซมเซลล์ที่เสียหาย และกระตุ้นศักยภาพของมันได้ ฝนตกหนักและกลางคืนก็มืดมิด นางเปิดใช้งานฟังก์ชันการหลบหนีของระบบป้องกันในช่วงสงคราม และโล่เลือดสีน้ำเงินได้รวมเอาพลังสองอันไว้บนหลังของนาง ราวกับสร้างปีกสองปีกบินอย่างรวดเร็วผ่านลมฝน ตลอดทางไม่มีใครเห็น บวกกับฝนตกหนักขนาดนี้ แม้แต่ทหารยามก็หยุดลาดตระเวนและเฝ้าเฉพาะทางออกและจุดสำคัญของเรือนเท่านั้น แม้ว่าจะมียามคอยลา
Baca selengkapnya
บทที่ 4 ค้นหาล่อจี่นซูทั่วเมือง
ในเวลาเดียวกัน เหลิ่งซวงซวงก็วิ่งออกห้องหลักและพบว่าหยุนจินเฟิงหมดสติอยู่บนพื้น และพี่สาวคนโตก็หายตัวไปนานแล้ว เมื่อสื่นเหรินวิ่งกลับไปที่หอเหยาเยว่ หยุนจินเฟิงเพิ่งฟื้นขึ้นมาจากการฝังเข็มของหมอหลวงและได้รู้ว่าพระชายาหายตัวไป ไม่รอให้สื่นเหรินรายงานล่อจี่นซูได้สังหารคนเลี้ยงม้าและหายตัวไป หยุนจินเฟิงพูดด้วยความโกรธ “ เป็นล่อจี่นซูนางแพศยานั่น ไปหาตัวนังนั่นมา ต่อให้ต้องพลิกหากันทั้งเรือนก็ต้องเอาตัวมันมาให้ข้า ” ใบหน้าของสื่นเหรินเข้มลง หันกลับไปและสั่งให้ทหารตรวจค้นบ้านทั้งหลัง และยังไปหาคนเฝ้าประตูตรวจดูว่าล่อจี่นซูไม่ได้ออกไป หยุนจินเฟิงโกรธมาก เขาคว้าแส้แล้ววิ่งออกไป ดวงตาของเขาแดงก่ำ และความโกรธของเขาเผาผลาญเขาจนสูญเสียความมีเหตุผลทั้งหมด หากเขาหานังแพศยานั้นเจอ เขาจะตีนางให้ตาย แต่หลังจากที่ค้นหาไปทั่ว พวกเขาก็ไม่พบล่อจี่นซูและพระชายาหซู่ ประตูหน้า ประตูด้านข้าง และประตูหลังได้รับการเฝ้าระวังทั้งหมด ไม่มีใครเข้าหรือออกยกเว้นคนของเรือนขุนนางลั่นหนิง หยุนจินเฟิงเตะคนเฝ้าประตูด้วยความโกรธจัด “ พวกเจ้ามันขยะไร้ประโยชน์ คนตัวโตขนาดนั้นก็ไม่สังเกตเห็น สื่นเหริน สั่งให้ทหารทั้
Baca selengkapnya
บทที่ 5 หาให้เจอ
การค้นหาดำเนินไปจนถึงค่ำและทุกส่วนของเมืองหลวงถูกตรวจค้น ค่ายลาดตระเวนและจวนจิงเจ้า เข้าไปในบ้านพลเรือน เจ้าหน้าที่และเรือนเชื้อพระวงศ์ แม้ว่าจะมีความขุ่นเคืองอยู่บ้าง แต่ฮ่องเต้ก็ออกพระราชกฤษฎีกาให้ตามหาฆาตกรและร่างของพระชายาไม่ว่าต้องแลกด้วยอะไรก็ตาม ดังนั้น แม้ว่าเขาจะมีความคับข้องใจเขาก็ทำได้แค่ยอมรับการค้นหาเท่านั้น หลังค่ำ ผู้บัญชาการกองพันลาดตระเวนและหัวหน้าบ้านของจวนจิงเจ้า ได้พบกับหยุนจินเฟิงและขุนนางลั่นหนิงที่ประตู และแลกเปลี่ยนข้อมูล ดวงตาของหยุนจินเฟิงเต็มไปด้วยดวงตาแดงก่ำและดูบ้าคลั่งและดุร้าย “ ค้นหาต่อไปไม่ว่าจะเป็นเรือนของใครก็ตามค้นหาให้ข้าจนเจอ ” ทุกคนพบว่ามันแปลกที่เด็กผู้หญิงที่ได้รับบาดเจ็บได้พาศพหญิงท้องแก่ไปซ่อนตัวที่ไหน โดยปกติจะอยู่ได้แค่ใกล้ ๆ เท่านั้น ไปไหนไกลไม่ได้เพราะในช่วงเคอร์ฟิว ทางค่ายตระเวนจะลาดตระเวนและบุคคลต้องสงสัยจะถูกสอบปากคำ มีคนจากค่ายลาดตระเวนถามว่า “นางหนีไปได้ใกล้ ๆ นี้เหรอ นางจะไปไหนได้ไกลพร้อมร่างของพระชายาได้อย่างไร นางเป็นเพียงผู้หญิงอ่อนแออายุสิบหกหรือสิบเจ็ด ” ทันทีที่พูดออกมา หยุนจินเฟิงและขุนนางลั่นหนิงต่างก็มองดูจวนเซีย
Baca selengkapnya
บทที่ 6 ท่านไม่สงสัยเหรอ
“ ฟิ้ว ๆ ” เป็นเสียงลูกธนูที่ตัดผ่านอากาศอย่างรวดเร็ว ลูกธนูมากกว่าสิบลูกออกมาจากที่ไหนไม่รู้เลยและตกลงไปข้าง ๆ หยุนจินเฟิง และล้อมรอบเขาไว้อย่างแน่นหนา สิ่งที่น่าตกใจที่สุดคือลูกธนูถูกฝังอยู่ในแผ่นหินตรงประตู และก็ตั้งขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าพลังงานภายในของผู้ยิงธนูนั้นดีแค่ไหน ยิ่งไปกว่านั้น หยุนจินเฟิงยังยืนอยู่ที่ประตูหากลูกธนูถูกยิงจากที่สูงในเรือนแล้วมันจะตกลงไปข้าง ๆ หยุนจินเฟิงโดยไม่ทำร้ายเขาได้อย่างไร ลูกศรจะโค้งได้เหรอ ยังสามารถรักษาทางโค้งและระยะอย่างแม่นยำได้ การกระทำนี้ทำให้ผู้คนที่อยู่ตรงนั้นหวาดกลัว และทำให้ผู้คนในค่ายลาดตระเวนและจวนจิงเจ้าโกรธ เจ้าชายเซียวเป็นแม่ทัพที่สร้างคุณประโยชน์ให้กับประเทศอย่างยิ่งใหญ่ เขาเข้ารับตำแหน่งแม่ทัพล่อและออกไปต่อสู้ ขับไล่กองทัพศัตรูอย่างหวุดหวิดเพื่อช่วยราชวงศ์หยาน ตัวเขาเองกลับมาได้รับบาดเจ็บสาหัส และหมอหลวงต้องใช้เวลาสามเดือนในการรักษาเพื่อช่วยชีวิตเขา พระชายาหซู่ถูกสังหารอย่างโหดร้าย ตายท้องกลม ทุกคนรู้สึกเสียใจกับนางและเกลียดฆาตกร พวกเขาเข้าใจความโกรธของเจ้าชายหซู่ได้ แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าทุกคนจะต้องรู้สึกแบบเดียวกับเ
Baca selengkapnya
บทที่ 7 ให้ตะเกียบคู่หนึ่งได้ไหม
เจ้าชายเซียวยิ้ม แต่เขาไม่พูดอะไรเลย หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็พูดช้าๆ ว่า “ หลานจี้ ส่งอาหารไปที่หอวูเหิ่น วางไว้นอกประตูแล้วบอกคนที่อยู่ข้างในก็พอ ถ้านางต้องการออกมาพบข้า นางจะออกเอง ถ้านางยังไม่อยากเจอ นางจะออกไปหลังจากธุระของนางเสร็จแล้ว พวกน้าก็คิดว่านางไม่เคยมาก็พอ ” องครักษ์หลานจี้หันกลับมา นายท่านตแหลนะเนี่ย เขาก็สงสัยเหมือนกัน ใช่ใครบ้างไม่อยากรู้ ? การได้ยินและการระวังตัวของนายท่านนั้นสูง แต่เขาและฝูงหมาป่าไม่สังเกตเห็นว่ามีใครแอบแฝงเข้ามา จนกระทั่งเสียงร้องของทารกดังขึ้นเมื่อคืนนี้ทุกคนจึงรู้เรื่องนี้ แต่ว่า นายท่านบอกว่านางมาแบบไม่รบกวน ซึ่งพิสูจน์ได้ว่านางแค่อยากยืมสถานที่และไม่จำเป็นต้องทำให้นางลำบากใจ หอวูเหิ่นล่อจี่นซูถอนหายใจ นางทั้งหิว หนาวและง่วงมาก ผ่านไปท้งวันทั้งคืนแบบนี้ นางดื่มน้ำกลูโคสและนมแพะเพียงเล็กน้อยเท่านั้น นางไม่ชอบรสชาติของนมแพะจริง ๆ หลังจากดื่มแล้วนางรู้สึกอยากจะอ้วกเด็กถูกวางไว้ในตู้ของระบบและนำนมแพะออกจากระบบและป้อนหลายครั้ง เด็กสบายดี แต่พระชายาหซู่ยังอยู่ในสภาพวิกฤติ เพราะเหตุนี้นางจึงยังไม่จากไป พระชายาหซู่ยังคงอยู่ในอาการโคม่า
Baca selengkapnya
บทที่ 8 คนร้ายเป็นใครกันแน่
ดื่มโจ๊กชามใหญ่และกินผักทั้งหมดโดยไม่สิ้นเปลือง แม้ว่ามันจะไม่อร่อยก็ตาม ไก่ผัดและเนื้อแกะตุ๋น เห็นได้ชัดว่าทั้งสองเมนูใช้วัตถุดิบชั้นเลิศ นางอยากรู้จักพ่อครัวคนนี้จริง ๆ วัตถุดิบดี ๆ แบบนี้แต่ทำอาหารได้ไม่อร่อยมาก แต่ยังสามารถเอาตัวรอดในวังได้ต้องเป็นสิ่งที่พิเศษแน่ หลังจากรับประทานอาหารแล้วร่างกายจะรู้สึกอบอุ่น นางควรออกไปแสดงความขอบคุณ แต่นางเดินจากไปไม่ได้ สถานการณ์ของพระชายาหซู่อาจเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ความทรงจำเกิดขึ้น มันเป็นเรื่องของเจ้าชายเซียว เจ้าชายเซียวหยุนเส้ายวนเป็นน้องชายของฮ่องเต้องค์ปัจจุบัน และจักรพรรดินีอัครมเหสีให้กำเนิดเขาในวัยสี่สิบของนาง ดังนั้นเขาและหยุนจินเฟิงจึงมีอายุไม่แตกต่างกันมากนัก เขาไหว้อาจายร์ดังตั้งแต่อายุยังน้อยและมีทักษะศิลปะการต่อสู้อย่างสูง เมื่อคนรงบุกเข้ามาเมื่ออายุสิบห้า เขาก็เป็นทหารและออกรบพร้อมกับกองทัพ ในการต่อสู้ครั้งแรกเขาฆ่าได้มากกว่าร้อยคนและมีชื่อเสียงในคราวเดียว หลังจากนั้นเขาได้ออกรบหลายครั้งและสร้างความสำเร็จทางรบให้กับราชวงศ์หยาน ครึ่งปีที่แล้วคนรงกลับมาบุกรุกอีกครั้ง บุกเข้าห้วยโจว พ่อของเจ้าของร่างแม่ทัพล่อได้รั
Baca selengkapnya
บทที่ 9 รื้อหลุมฝังศพ
ในเรืองนางมีญาติสนิทเพียงสองคน คนหนึ่งคือ เหลิ่งซวงซวงนางสาวแท้ ๆ ที่มาดูแธอ คนหนึ่งคือหยุนจินเฟิงสามีของนาง แล้วใครล่ะ จู่ ๆ ล่อจี่นซูก็จำความทรงจำบางอย่างของเจ้าของเดิมได้ คนรวยที่มาจากเมืองหลวงบอกว่าให้พวกเขาไปที่เมืองหลวง นามสกุลของคนนั้นคือเล้ง คือเหลิ่งซวงซวงเหรอ เหตุใดเหลิ่งซวงซวงจึงขอให้เจ้าของเดิมไปที่เมืองหลวงเพื่อขัดขวางการแต่งงานระหว่างหยุนจินเฟิงกับพี่สาวคนโตของนาง นี่เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก จวนหซู่ หยุนจินเฟิงแทบจะเป็นบ้า เขาอาลวาดในวังและสังหารสาวใช้และผู้หญิงทั้งหมดที่รับใช้พระชายาหซู่ รวมทั้งคุณนายหยิงที่มากับนางถูกเขาตั้งให้เป็นสนมน้อย ความผิดเดียว ปกป้องเจ้านายไม่ได้ ไม่มีใครกล้าร้องขอความเมตตา แม้ว่าสื่นเหรินจะรู้สึกโหดร้าย แต่คนเหล่านี้สมควรตาย ใครให้พวกเขาไม่ระวังแล้วปล่อยให้พระชายาพบกับนังแพศยาคนนั้นเพียงลำพัง ? หยุนจินเฟิงเดินไปอย่างหมดความอดทนและกระสับกระส่ายเพื่อรอรุ่งสางเขาจะไปที่พระราชวังทันทีเพื่อขอคำสั่งเขาต้องการนำผู้คนไปค้นหาจวนเซียว นังแพศยานั่นไม่สามารถวิ่งไปได้ไกล และก็พบจี้หยกของพระชายาอยู่ใต้กำแพง ซึ่งนางยังคงสวมอยู่ตอนที่ได้รับบ
Baca selengkapnya
บทที่ 10 ขอเข้าค้นจวนเซียว
สื่นเหรินปฏิเสธที่จะไป แต่มีคนอื่นที่อยากไป ประตูจวนเปิดออกกว้าง และอัศวินดำมากกว่าสิบคนก็รีบวิ่งออกไปโดยถือป้ายของพระราชวังของเจ้าชายหซู่และมุ่งหน้าไปยัง เป๋ยโจว เป๋ยโจวอยู่ติดกับเมืองหลวงและระยะทางไม่ไกลใช้เวลาเพียงวันเดียวในการทำลายสุสานและกลับสู่เมืองหลวง เนื่องจากสื่นเหรินห้ามเรื่องขุดหลุมศพหยุนจินเฟิง จึงโกรธและเฆี่ยนตีเขาเป็นการส่วนตัวสิบครั้งเพื่อระบายความโกรธ ไม่มีใครไม่ทำตามคำสั่งของเขาได้ สื่นเหรินไม่รักดี หลังจากที่สื่นเหรินคุกเข่าลงและถูกเฆี่ยนตีสิบที เขายังต้องพาผู้คนออกไปค้นหาล่อจี่นซูทั้งคืน เช้าวันรุ่งขึ้น หยุนจินเฟิงเข้าไปในพระราชวังเพื่อเจอฮ่องเต้และอธิบายเหตุผลของเขาในการขอตรวจค้นที่ประทับของเจ้าชายเซียว ฮ่องเต้รักลูกชายคนนี้มากที่สุดเมื่อเห็นว่าเขากำลังจะเป็นพ่อ แต่พระชายากลับเจอกับหายนะเช่นนี้ เขาก็รู้สึกปวดใจมาก หลังจากได้ยินเขาอธิบายอย่างโกรธเคืองถึงเหตุผลในการค้นหาจวนเซียว ฮ่องเต้ก็ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งแล้วพูดว่า “ มีเหตุผลที่เจ้าจะสงสัยว่าฆาตกรอยู่ในจวนเซียว แต่ท่านลุงของเจ้าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย เจ้าไปบอกเขาว่าข้าได้สั่งให้เขาเปิดประต
Baca selengkapnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status