Mag-log in“หนี้ที่คุณติดผมไว้ คุณยังไม่จ่ายผม” เสียงเข้มของชายหนุ่มตรงหน้ากดลงต่ำสุด ดวงตาของเขาทอดมองไปยังชายวัยกลางคนอย่างเหี้ยม
หญิงสาวอดรู้สึกถึงรังสีอำมหิตของเขาแผ่ซ่านออกมาไม่ได้ ทว่าเขาไม่ได้มีควันสีดำเหมือนในภาพยนตร์ สุรางค์รัตน์กลับจับ ออร่าของชายหนุ่มผู้นี้ได้
สีหน้าของหญิงสาวเมื่อครู่ไม่อาจทำให้เขาสงบลงได้เลย แววตาของสุรางค์รัตน์บ่งบอกว่าหวาดกลัวเขาถึงที่สุด
“ส่วนหนี้ที่ก่อเพิ่มก็ยังไม่ได้ชำระ” ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้าเรียบเฉยราวกับว่าเป็นเรื่องปกติท้ายประโยคเขาเน้นเสียงต่ำกว่าเดิม
“ผมเคยให้เวลาคุณมานานแล้วนะอมรเดช” ชายหนุ่มกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจังพลางโบกมือขึ้นเป็นสัญญาณบางอย่าง
ภาพที่ปรากฏตรงหน้าสุรางค์รัตน์ชวนให้อารมณ์ของหญิงสาวเกรี้ยวกราดถึงขีดสุด หญิงสาวกระโดดพรวดเข้าขวางการกระทำของชายหนุ่มที่จะเดินมาถึงบิดาของเธอพอดิบพอดี
“หยุดถ้านายแตะต้องพ่อฉัน ฉันจะเรียกตำรวจ” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นอย่างไม่รอรี
ร่างสูงโปร่งเหลียวมองสตรีร่างเล็กที่เข้าขวางทางกระสุนอย่างไม่มีทีท่าว่าจะเกรงกลัวในอิทธิพลของเขาเลยสักนิด
ปืนกระบอกหนึ่งถูกดึงขึ้นจากด้านหลังเล็งมายังศีรษะของสุรางค์รัตน์อย่างรวดเร็ว บอดี้การ์ดของธนนนท์เล็งปืนหมายจะยิงทิ้ง
“ไม่ต้อง” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยเกรี้ยวกราดใส่บอดี้การ์ดหนุ่มที่ต้องการจะปลิดชีวิตหญิงสาวที่เข้าขวางทางการกระทำของเขา
“แต่นังนี่…” บอดี้การ์ดเอ่ยขึ้นด้วยท่าทีตกใจกว่าเดิมเมื่อเห็นสีหน้าของธนนนท์
“ปล่อยเธอซะ” เสียงเข้มของธนนท์ดังขึ้นเป็นอีกหนึ่งคำรบใหญ่ ทั่วทั้งห้องโอ่งโถงเงียบกริบจนสุรางค์รัตน์ได้ยินเสียงของลมหายใจตนเอง
ปืนด้ามที่ถูกขึ้นนกเพื่อยิงปลดล็อคกระสุนให้ลูกระสุนร่วงหล่นลงมาอย่างเชื่องช้า
เสียงของลูกกระสุนที่ร่วงหล่นทำให้หญิงสาวตัวสั่นอยู่ไม่น้อย ทว่าวินาทีนี้เธอยังต้องรักษาชีวิตครอบครัวของเธอเอาไว้
แม้จะมีบิดาที่ไม่เอาไหน แต่บิดาก็คือบิดา เช่นนั้นสุรางค์รัตน์จึงคิดหาคำตอบอย่างรวดเร็วในสมองของหญิงสาวประมวลผลอย่างหนัก หากเธอไม่ทำอะไรสักอย่างบิดาของเธอจะต้องแย่แน่ ๆ
“ฉันขอถาม” เรียวปากอวบอิ่มขยับขึ้นอย่างรวดเร็ว
“ว่ามา” เจ้าหนี้หนุ่มกล่าวด้วยสีหน้าบึ้งตึงสุดขีด เวลานี้เขาเริ่มจะหมดความอดทนกับหญิงสาวเสียแล้ว
“พ่อฉันติดหนี้คุณอยู่เท่าไหร่” สุรางค์รัตน์เอ่ยถามเขาในสิ่งที่ค้างคาใจหล่อนมานานแสนนาน
“ยี่สิบล้าน” เสียงเข้มของธนนท์เอ่ยชัดถ้อยชัดคำแต่นั่นก็มากพอที่จะทำให้มือเรียวบางของคนตัวเล็กสั่นระรัวไม่ได้
“ฉันต้องการแลกตัวฉันกับเงินยี่สิบล้าน” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นอย่างจนมุมในการกระทำบิดาของเธอ
“คุณหมายความว่าอย่างไร” ธนนท์เอ่ยถามเสียงแผ่วเบา เขาพยายามสงบสติอารมณ์ของเขาต่อหญิงสาวสวยตรงหน้า
“ในเมื่อคุณจับฉันมาด้วยนั่นหมายถึงฉันย่อมมีส่วนที่ต้องรับผิดชอบในการกระทำครั้งนี้ของพ่อฉันด้วย” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน
“แต่คนก่อหนี้ไม่ใช่เธอ” ชายหนุ่มพูดราวกับว่าเขาเป็นเครื่องจักรยนต์ที่ไร้ชีวิตและจิตวิญญาณ
ดวงตาของสุรางค์รัตน์เปล่งประกายวาววับทอประกายกล้า ทว่าเวลานี้เธอยังต้องหาข้อเสนอที่คุ้มค่าเพื่อแลกบางสิ่งกับเขา
“ต่อให้คุณฆ่าพ่อฉันตาย คุณก็ไม่ได้เงินคืนอยู่ดี” สุรางค์รัตน์เอ่ยอย่างเหลืออด เรียวปากอวบอิ่มยังขยับเอ่ยประโยคต่อไป
“แต่ถ้าคุณเลือกฉันฉันก็ยังหาเงินให้คุณได้” หญิงสาวเอ่ยด้วยไพ่ใบสุดท้ายที่เธอมั่นใจว่าถือเหนือกว่า
ดวงตาของชายหนุ่มเปล่งประกายวิบวับ ยามเมื่อธนนนท์ได้ยินข้อเสนอสุดแสนจะแปลกประหลาดของหญิงสาว
‘ยัยนี่ ถ้าจะเพี้ยนแต่ก็อาจจะจริงของยัยนี่’ ธนนท์คิดในใจ
“ตกลง…แต่เธอจะต้องลงลายเซ็นเป็นลายลักษณ์อักษรด้วยการจดทะเบียนสมรสกับฉัน” ธนนนท์เอ่ยด้วยน้ำเสียงเข้มจนเกือบจะตวาดหญิงสาวตรงหน้าของเขา
“ฉันตกลง” สุรางค์รัตน์เอ่ยด้วยแววตาเป็นประกายอย่างสมใจ
“ปล่อยตัวพวกเขาได้” เสียงเข้มเกือบคำรามของชายหนุ่มทำให้ลูกน้องของเขาถอยกลับไปยืนตามเดิม
“ออยทำไมทำแบบนี้ล่ะลูก” บิดาของออยเอ่ยถามเสียงอ่อน
“ออยต้องถามพ่อมากกว่าเมื่อไหร่จะหยุดสร้างปัญหาให้ครอบครัวเราสักทีคะ พ่อไม่ต้องพูดแล้วค่ะ กลับบ้านค่ะ เรามีเรื่องต้องคุยกัน” สุรางค์รัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง
มือเรียวขาวนวลละเอียดของหญิงสาวลากบิดาของตนเองออกจากห้องนั้นอย่างทุลักทุเล
ประตูบานกว้างปิดลงไปแล้ว หากแต่ชายหนุ่มยังกรุ่นด้วยอารมณ์โกรธเมื่อครู่อยู่
“เงินก็ไม่ได้แต่กลับได้จดทะเบียนสมรสแทน โธ่เว้ย” ธนนนท์เอ่ยขึ้นพลางปัดเอกสารหล่นกระจายเต็มพื้นห้อง
มือหนาของชายหนุ่มหยิบสัญญามากำไว้แน่นพลางเขวี้ยงทิ้งอย่างอารมณ์เสียแล้วทุบโต๊ะปังใหญ่สามครั้ง แววตาของฉายหนุ่มวาวโรจน์กว่าเดิมเป็นพันทวี
ที่ว่าการอำเภอ
หญิงสาวมาตามนัดที่ชายหนุ่มเอ่ยปากขอให้เธอเซ็นสัญญา สุรางค์รัตน์ไม่นึกฝันว่าหล่อนจะมีวันนี้ วันที่ไม่ต้องทำอะไรก็มีผู้ชายมาให้เซ็นทะเบียนสมรสเสียดื้อ ๆ
ไม่รู้ว่าควรร้องไห้ดีหรือควรหัวเราะในวาสนาอันสูงส่งดี หากแต่สุรางค์รัตน์หยิบปากกามาไว้ในมือขาวนวลผ่อง
มือเรียวจดปากกาลงไปบนช่องว่างเปล่า หญิงสาวสูดลมหายใจเข้าเต็มปอดเฮือกใหญ่อย่างเก็บอาการ
หลังจากธนนนท์เซ็นเรียบร้อย มือหนาของชายหนุ่มก็เอื้อมมากอบกุมมือของหญิงสาวไว้
อังคณาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เป็นเธอเองไม่ใช่เหรอที่เลือกจะผ่านทุกอย่างไปพร้อมกับเขา“อังอังขอโทษ” อังคณากล่าวเสียงแผ่วเบา“ไม่เป็นไรครับ” ธนภัทรเอ่ยอย่างปลอบประดลมอีกฝ่าย“ธนภัทรขอโทษอังอังเช่นกัน” ธนภัทรกล่าว“ไม่เป็นไรค่ะ” อังคณาเอ่ยขึ้น“ใกล้จะได้เวลาแล้ว เรากลับเข้าไปข้างในงานกันนะครับ” ธนภัทรเอ่ยกับอังคณา เจ้าสาวของเขา“ตกลงค่ะ อังจะแต่งงานกับคุณ” อังคณากล่าวแล้วแต้มรอยยิ้มบนใบหน้าเล็กน้อย“เกิดอะไรขึ้น” อินตามารดาของอังคณาอดกังวลในชื่อเสียงของตระกูลไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่“ยัยอังอยู่ไหน” อินตาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“นั่นไงคะ เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาแล้ว” กีตาร์เอ่ยเมื่อเห็นบ่าวสาวเดินเข้ามาในงานแต่งงานเวลานี้อังคณาควงแขนกับธนภัทรอย่างใกล้ชิดจนสื่อหลายสำนักข่าวอดถ่ายรูปหญิงสาวและชายหนุ่มไว้ไม่ได้“ขออภัยพี่ๆนักข่าวทุกคนด้วยค่ะ เดี๋ยวหลังจากฮันนีมูนเสร็จอังอังจะอธิบายทุกอย่างให้พี่ๆนักข่าวฟังนะคะ” อังคณากล่าวด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจบนใบหน้าสวย“ผมจะร่วมแถลงด้วยครับ” ธนภัทรเอ่ยแล้วจับมือของหญิงสาวที่ควงเขาไว้แน่นพิธีแต่งงานดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและราบรื่น อังคณาอดรู้สึกไม่ไ
“อีอังอัง” เสียงเรียกของอันนาดังขึ้นโวยวายมาจากด้านนอก“มาโวยวายอะไรในงานดิฉันคะ” อังคณากล่าวเสียงดังลั่นอังคณาเดินออกมาในชุดเจ้าสาวยาวกรุยกราย หญิงสาวในเวลานี้ดูโดดเด่นสะดุดตามากที่สุดในงานอันนาเผยอริมฝีปากขึ้นด้านบนแล้วเบ้ปากใส่อังคณาในชุดเจ้าสาวจากห้องเสื้อดัง“เธอคงมีความสุขมากซินะที่ได้แต่งงานกับธนภัทร” อันนาเอ่ยอย่างจีบปากจีบคอ แววตาของหญิงสาวฉายรอยริษยาเป็นพันทวี“ค่ะ ดิฉันมีความสุข” อังคณากล่าว“แย่งของคนอื่นมา เธอนี้มันหน้าด้านหน้าทน” อันนากล่าวเสียงดังลั่น“ดิฉันไม่เคยแย่งของใครก่อน คุณธนภัทรมาหาฉันเอง หวังว่าคุณคงเข้าใจ” อังคณากล่าวท่ามกลางเสียงอื้ออึ้งดังขรมของเหล่านักข่าวที่กรูกันเข้ามาร่วมงานแต่งงานของอังคณา“ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมล่ะคะว่าอีอังอังนี่มันแย่งธนภัทรไปจากอันนา” อันนาเอ่ยอย่างเป็นต่อ“ถ้าคุณไม่ทำตัวเองก่อนธนภัทรก็คงไม่ไปจากคุณหรอกค่ะ” อังคณาเอ่ยตอบ“อีอังคณาแกหมายความว่าอย่างไร” อันนาเอ่ยถาม“ก็หมายความว่าอย่างที่พูด ลองดูคลิปนี้หน่อยดีไหมคะ” อังคณาโยนโทรศัพท์ใส่หน้าของอันนา อันนาหยิบขึ้นมาแล้วหวีดร้องเสียงดังลั่น“แก อย่าไปเชื่อนะคะ อีอังคณามันตัดต่อ” หญิงสาว
“นาทีนี้ไม่มีอะไรจะด่วนจี๋ไปมากกว่าเรื่องนี้อีกแล้วค่ะ คุณผู้ชม” เสียงพิธีกรสาวในโทรทัศน์เอ่ยขึ้น“อะไรกันค่ะล่ะคุณ ดี” เสียงพิธีกรสาวกล่าว“ก็จะอะไรซะอีกคะคุณเอ ก็ข่าวว่านักแสดงสาวเกิดปิ๊งรักชุลมุนแต่งงานกับหนุ่มหล่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อย่างเจ้าของรีสอร์ทดาหรันนะซิครับ” เสียงพิธีกรหนุ่มเอ่ยขึ้น“ว้าวว้าวว้าว ว่าที่เจ้าสาวจะเป็นใครนางเอกคนไหนน้า” พิธีกรสาวเอ่ยขึ้น“จะใครซะอีกล่ะคะ นอกจากน้องอังคณาของเรานั่นเอง” เสียงพิธีกรยังคงดังอย่างต่อเนื่อง“เรียนเชิญนะฮะ น้องอังคณาฝากมาเรียนเชิญทุกท่านพี่สื่อๆทุกคนไปร่วมงานแต่งของเธอที่โรงแรมแกรนด์ดิโอเรียวกระบี่ของเรานั่นเอง” พิธีกรหนุ่มกล่าว“กรี๊ด...อีอังอัง” เสียหวีดร้องของอันนาดังลั่นคับห้องเช่าของตนเอง“ที่ฉันต้องมาตกระกำลำบากเป็นเพราะแกคนเดียว” อันนากรีดร้องด้วยความเกลียดชังอังคณา“เพราะแก คอยดูนะฉันจะทำให้แกอับอายเพราะท้องก่อนแต่งให้ดู” อันนาเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด“ฉันจะเอาคลิปเหล่านี้ไปแฉดูซิว่างานแต่งธนภัทรจะออกมาได้ไหม แกอีอังคณา” อันนากรีดร้องราวกับคนบ้าคลั่ง แววตาของหญิงสาวเวลานี้ฉายรอยวาวโรจน์ด้วยแววตาริษยาชิงชังสุดหัวใจ“อังคณา” อั
“บ้านของคุณทำงานอะไร” อินตามารดาของอังคณากล่าว“ผมเป็นเจ้าของรีสิอร์ทดาหรัน และเจ้าของหมู่เกาะที่อยู่ที่กระบี่ครับ บ้านของผมยังทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และยังเป็นผู้ผลิตคิดค้นแชทบอทด้วยครับ” ธนภัทรกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน“ค่ะ” อินตากล่าวด้วยเสียงเข้ม“แม่ให้แต่ง’ อินตาเอ่ยแล้วหันไปยิ้มหวานให้กับอังคณาบุตรสาวของตนเอง“ขอบคุณครับคุณแม่” ธนภัทรเอ่ยกับมารดา อินตาของอังคณาอย่างรวดเร็ว“ขอบคุณครับคุณพ่อ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลอังอังให้ดีที่สุดพร้อมกับลูกของผมเองครับ” ธนภัทรกล่าวแล้วยอมรับอย่างลูกผู้ชาย“อ้าวไหน ๆก็ไหนแล้ว อังไปเตรียมห้องให้ธนภัทรเขาซะสิ” บิดาของอังคณากล่าว“คุณลูกกำลังท้องกำลังไส้ เดี่ยวฉันไปทำเอง” อินตากล่าวแล้วหันไปมองหน้าอังคณาด้วยสีหน้าอ่อนลง“อ้าวอยู่คุยกันไปก่อนนะ” อินตากล่าวแล้วเดินขึ้นไปบันไดบนบ้านหลังใหญ่ไปอังคณาอดรู้สึกอบอุ่นไม่ได้เมื่อธนภัทรเอ่ยคำว่าจะขอดูแลเธอและลูก นี่อาจเป็นวันที่หญิงสาวรอคอยมาทั้งชีวิตก็เป็นได้“ยัยหนูไปอาบน้ำอาบท่าซะสิ เดี๋ยวพ่อขอคุยกับลูกเขยของพ่อซะหน่อย” กรวิชญ์บิดาของเธอกล่าวอย่างติดตลก“ค่ะคุณพ่อ” อังคณากล่าวพลางลุกขึ้นเดินออกไปทิ้งให้ธนภัทรเผช
“แล้วคุณเป็นใคร” มารดาของอังคณาเอ่ยอย่างหวงแหนในตัวของบุตรสาว“ไหนบอกแม่ว่าไปโรงพยาบาล” อินตาเอ่ยกับลูกสาวเพียงคนเดียวของเธอด้วยน้ำเสียงดุดัน“อังไปมาจริงๆค่ะแม่” อังคณากล่าว“คุณน้าอินตาครับ” ธนภัทรเอ่ยพลางเรียกชื่อมารดาของอังคณา“คุณรู้จักชื่อฉันได้อย่างไร” อินตากล่าว“ผมขออนุญาตรบกวนเวลาคุณน้าหน่อยได้ไหมครับ” ธนภัทรกล่าวพลางจับมือของอังคณาอย่างปลอบประโลม“ได้ เชิญเข้ามา” อินตาเอ่ยเสียงห้วนอย่างไม่พอใจมากนัก.“นี่มันอะไรกัน” อินตากล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาด“ยัยอังตอบมาสิ” อินตาเอ่ยซักบุตรสาวของตนเอง“ธนภัทรขอโทษครับคุณพ่อคุณแม่” ธนภัทรเอ่ยกับผู้ปกครองของหญิงสาวทั้งสองคน โดยเฉพาะอินตาที่มีสีหน้าบูดบึ้งอย่างเห็นชัดเจนเหงื่อเม็ดเป้งของธนภัทรผุดพรายขึ้นตรงหน้าผากของชายหนุ่มขณะเล่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นระหว่างอังคณาและเขาให้ผู้ปกครองของหญิงสาวฟังอินตามีสีหน้าบอกบุญไม่รับกับเหตุการณ์ในครั้งนี้เธออยากจะจับบุตรสาวของหล่อนมาฟาดก้นของอังคณาในความประมาทของลูกสาวของเธอเอง“พ่อกับแม่ให้อภัยธนภัทรน” กรวิชญ์บิดาของอังคณากล่าว“เกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นทำไมกีตาร์ไม่บอกแม่” อินตาเอ่ยเสียงดังแล้วหันไปหาทาง
ภายในรถอังคณานั่งตัวลีบเล็กไปตลอดทาง หญิงสาวอดคิดสารพันต่างนานาไม่ได้ว่า มารดาของเธอจะว่าอย่างไรบ้างตั้งแต่เกิดมาอังคณาไม่เคยเกิดมาเป็นที่พึงพอใจของมารดาเธอเองได้เลย แม้ว่าอังคณาจะเป็นบุตรสาวเพียงคนเดียวก็ตามของครอบครัวติเสกุล“คุณหิวไหม” ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวขณะที่พวกเขากำลังจะขับรถไปยังบ้านของอังคณา“ไม่ค่ะ คุณรีบไปเถอะค่ะ” อังคณาเอ่ยกับชายหนุ่มอย่างร้อนรน“ทำใจให้สบายครับ” ธนภัทรเอ่ย“จะให้อังสบายใจได้ไงคะ นี่มันเรื่องคอขาดบาดตายชัดๆ” อังคณาบ่นอุบอิบกับชายหนุ่มชายหนุ่มอมยิ้ม เหลียวมองดูอังคณาแล้วเหยียบเบรกรถสปอร์ตคันหรูของเขาทันที“ภัทรเหยียบเบรกทำไม” อังคณาถามด้วยสีหน้างุนงง“ภัทรอยากให้อังอังสบายใจ” ธนภัทรกล่าว“สบายใจ ทั้งที่จะโดยเชือดนี่นะ” อังคณากล่าวอย่างกังวลใจ“เชื่อใจผมนะอัง ผมจะไม่ทำให้คุณต้องเดือดร้อน” ธนภัทรเอ่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง“ฉันจะเชื่อใจคุณ” อังคณากล่าวแล้วสบสายตาคู่นั้นของเขาอย่างหนักแน่นเส้นทางสัญจรไปมาในตอนนี้คราคร่ำไปด้วยรถบนท้องถนน ธนภัทรเหลียวมองอังคณาที่หลับไปด้วยความอ่อนเพลียหากธนภัทรคาดคะเนไม่ผิด อังคณาน่าจะเพลียจากการถ่ายแบบให้กับรีสอร์ทของเขา โชคด
ชั่วขณะเดียวที่ชาเอมเห็นคือ หญิงสาวสวมชุดเดรสสั้นกุด มีแขนจั๊มพ์พองๆ หญิงสาวคนนั้นนุ่งสั้นจนเกือบจะเห็นกางเกงซับในโผล่ออกมาดวงหน้าคู่หวานคมสวยเสมือนตุ๊กตาบลายธ์ส่งยิ้มหวานกระชากใจมาให้เอรอน หากแต่ชาเอมสังเกตเอรอนกลับเพียง แค่มองชั่วขณะเดียวเท่านั้นแล้วยกมือเรียกบริกรเช็คบิลทันที“คุณจะกลับเลยใ
ภัคพรรณเรียนจบหมอ แม้ว่าบ้านเกิดของภัคพรรณจะอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ก็ตามแต่เวลานี้เขาได้มาทำงานให้กับเจ้าพ่อมาเฟียอย่างธนนนท์ในเซฟเฮาส์ที่ซ่อนลึกเข้าในตอกซอยเล็กแห่งหนึ่ง ธนนนท์เปิดคลินิกไว้สำหรับให้ผู้ป่วยที่เป็นลูกหลานมาเฟียในแก๊งค์ของพวกเขาได้ใช้ยามเมื่อใครเจ็บป่วยมาที่เซฟเฮาส์แห่งนี้ภ
ใบหน้าคมคายราวเทพบุตรมาจุติเคลื่อนเข้าใกล้ใบหน้าสวยคม ทว่าหญิงสาวที่ได้สติก่อนดันหัวชายหนุ่มออกไปอย่างแรง“ยัยออย ยัยบื้อใครอยากได้เธอกัน” ธนนนท์เอ่ยขึ้นอย่างหลุดปาก“ก็ไม่รู้เหมือนกัน แต่มีคนแถวนี้อยากจูบออย” สุรางค์รัตน์กล่าวด้วยน้ำเสียงสดใสกว่าเดิม“ยัยบ้า…ใครชอบเธอกัน” ธนนนท์เอ่ยถามหญิงสาวแล้วเ
รถยนต์คันหรูแล่นออกมาจอดหน้าบ้านนานแล้วหากแต่ชายหนุ่มอดรู้สึกห่วงความสัมพันธ์ระหว่างเขาและสุรางค์รัตน์ไม่ได้ “เสียงอะไร ทำไมมันไปนานจัง” ธนนนท์กล่าวพลางชะเง้อมองไปยังในบ้านอย่างกระวนกระวายใจบางอย่าง “หรือออยจะเป็นอะไร” ธนนนท์เอ่ยขึ้นพลางเปิดประตูรถยนต์คันหรูหราแล้วก้าวออกไปยื







