Masukเมื่อพระเอกปากแจ๋วอย่างเฮียนนท์ กับ สุรางค์รัตน์นางเอกหน้าสวยจอมยั่วประสาทเขาได้กลายมาเป็นคุณภรรยาข้ามคืนของเขาเสียนี่... เมื่อโลกใบกว้าง เหวี่ยงคนขั้วเดียวกันให้มาพบกันเรื่องราวความรักร้อน ๆ จึงเกิดขึ้นโดยที่หญิงสาวไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัวว่าไปตกหลุมรักผู้ชายปากร้าย หน้าหล่อ นิสัยกวนประสาท แถมขี้หึงเป็นบ้า ตรงไหนเช่นกัน มาติดตามเรื่องราวความหวานปนความแซ่บ ผ่านนิยายฟินจิกหมอนเรื่องนี้ “ร้อนรักคุณภรรยา (ข้ามวัน) ” กันได้แล้ว นิยายพาฝันเบา ๆ แต่ฟินเหมือนลอยตัวอยู่นอกจักรวาลทางช้างเผือก โปรย สุรางค์รัตน์เงยหน้ามองไปรอบ ๆห้องที่ใหญ่โตโอ่งโถงด้วยอารมณ์สงสัยใคร่รู้ไปเสียหมด “อะเเฮ่ม” ชายหนุ่มกระเเอมไอเพื่อเรียกสติของหญิงสาวตรงหน้าให้หันมาสบสายตาของเขา หญิงสาวเบือนหน้ากลับมาทางเดิมพลันต้องตกใจสุดขีด ยามเมื่อเวลานี้ใบหน้าของเทพบุตรหนุ่มอยู่ใกล้เธอแค่คืบ “ว้าย” สุรางค์รัตน์กรีดเสียงดังลั่นพลางถอยกรูดจนไปชิดพนักของโซฟาสีแดงหนานุ่มที่เธอนั่งอยู่ “นี่นะเหรอลูกสาวนาย” เสียงเข้มของชายหนุ่มหันมามองดวงหน้าหวานของหญิงสาวอย่างพินิจพิเคราะห์ “ฉันเป็นลูกสาวของเขาแล้วยังไงล่ะลุง” สุรางค์รัตน์เหลืออดในการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้าเธอ หญิงสาวเลิกคิ้วตามประสาคนเลือดร้อนอย่างยียวน
Lihat lebih banyakชิงช้าสวรรค์ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้าของหญิงสาว ดวงตาคู่กลมโตของสุรางค์รัตน์เบิกกว้างยามเมื่อเห็นเครื่องจักรหมุนด้วยแรงของมือมนุษย์กำลังหมุนอย่างเชื่องช้า
“ออยดูอะไรอยู่ลูก” อมรเดช เอ่ยถามบุตรสาวเพียงคนเดียวของเขา
“เปล่าค่ะพ่อ…ออยว่าจะไปดูร้านกิ๊บติดผมค่ะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยบอกบิดาของตนเอง
“งั้นเดี๋ยวพ่อเดินไปเป็นเพื่อน” อมรเดชกล่าวพลางเดินจูงมือบุตรสาวไปยังร้านขายอุปกรณ์ทำผมที่สุรางค์รัตน์ชอบไป
“ได้มาเดินงานวัดแบบนี้ก็ดีเหมือนกันนะออย” ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นพลางหันมามองบุตรสาวหัวแก้วหัวแหวนของตนเอง
เด็กสาวตากลมโตแป๋วในวันวานถูกกาลเวลาเปลี่ยนผ่านให้เป็นหญิงสาวอายุครบยี่สิบสองปีบริบูรณ์ ผู้เป็นพ่อได้แต่ปลื้มใจอยู่ไม่น้อยที่เขาสามารถเลี้ยงสุรางค์รัตน์ให้เติบใหญ่มาได้คนเดียว
ภรรยาของเขาจากไปตั้งแต่ลูกสาวของเขาเพิ่งเข้าโรงเรียนไปได้ไม่นาน แม้กระนั้นเขาจำได้ดี สุรางค์รัตน์มักถูกล้ออยู่เป็นประจำที่ไม่มีมารดาเหมือนคนอื่นเขา
สองข้างทางเป็นร้านค้าขายหอยทอดกลิ่นควันหอมคลุ้งของอาหารจานโปรดลอยมาแตะจมูกของอมรเดช
“ออยกินหอยทอดไหมลูก” อมรเดชเสนอ
“เอาสองห่อค่ะ” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้น
ไม่นานนักก็มีรถมาจอดข้างหลังของสองพ่อลูก รถยนต์สีดำคันหรูทว่าอมรเดชที่หันไปเห็นทะเบียนของรถยนต์คันนั้นพอดี ทำให้เขาตัดสินใจจับมือบุตรสาววิ่งหนีฝ่าฝูงชนเข้าไปทันที
อากัปกิริยาเมื่อครู่ทำให้ร่างสูงโปร่งที่ลอบมองกิริยาของสองพ่อลูกผ่านแว่นกันแดดสีดำยกยิ้มที่มุมปากบางอย่างสมใจ
“มันหนีไปแล้วครับนาย” เสียงเข้มของบุรุษหนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างกังวลใจ
มือหนาของธนนนท์ยกขึ้นปรามลูกน้องด้วยรอยยิ้มที่มุมปาก เรียวปากบางขยับเป็นคำพูดสองคำ
“จับมัน” เสียงนุ่มเอ่ยขึ้นอย่างใจเย็น
สุรางค์รัตน์กวาดสายตาไปมองรอบด้านอย่างหวาดกลัว เวลานี้เธอและพ่อของเธอถูกโจรชั่วจับตัวมา
บรรยากาศในห้องค่อนข้างอับ หญิงสาวได้กลิ่นสีที่ทายังไม่เสร็จดีลอยปะทะจมูก บนฝ้าเพดานห้องมีโคมไฟเก่าคร่ำคร่าที่ปลายโคมไฟมีหยากไย่เกาะเสียจนรกรุงรัง
“ปล่อยผมนะ ผมไม่รู้เรื่อง” เสียงเข้มของอมรเดช ชายวัยกลางคนเอ่ยขึ้นอย่างโวยวายขณะนั่งอยู่อีกฟากของฝาห้องเดียวกันกับสุรางค์รัตน์
หากสุรางค์รัตน์คาดคะเนไม่ผิดเธอเชื่อว่ากลุ่มชายฉกรรจ์ที่สวมหมวกคลุมหน้าที่จับพวกเธอมาคงเป็นผู้ทรงอิทธิพลของบิดาของเธอเป็นแน่
“เอาตัวมันมา” เสียงเข้มดังขึ้นนอกห้องของที่หญิงสาวอยู่
ประตูบานใหญ่เปิดผาง ไม่นานนักกลุ่มชายสวมโม่งก็กรูกันเข้ามาจับชายวัยกลางคนและบุตรสาวของเขา
“คุณพ่อ” เสียงของหญิงสาวเอ่ยด้วยความหวาดกลัว เวลาในหัวใจของสุรางค์รัตน์หล่นวูบไปถึงตาตุ่ม ความเย็นเหยียบแทรกผ่านหัวใจของเธอยามเมื่อได้ยินเสียงของบิดาเธอ
“ออย” อมรเดชเอ่ยเรียกชื่อหญิงสาวที่ร้องเรียกหาเขาด้วยความตกใจ
กลุ่มชายสวมโม่งสวมชุดสีดำสนิทจับสุรางค์รัตน์แยกออกจากอมรเดชได้สำเร็จ
“เดินไป” เสียงของชายในชุดสีดำสนิทเอ่ยขึ้นพลางดันหลังให้ชายวัยกลางคนเดินไปก่อน
ชายวัยกลางคนจำต้องเดินไปอย่างเสียไม่ได้ อีกใจของเขาเป็นห่วงบุตรสาวเพียงคนเดียวไม่น้อย
สุรางค์รัตน์เดินตามหลังบิดาอย่างห่าง ๆ ไปตามทางแคบเล็กอย่างจำนน ด้วยความหวาดกลัวในปืนของชายสวมโม่งที่จ่อด้านหลังของเธอ
“นั่งลง” เสียงเข้มเอ่ยบอกชายวัยกลางคนพลางหันมาทางสุรางค์รัตน์อย่างพยักพเยิดให้หญิงสาวรับรู้
หญิงสาวจำต้องนั่งลงอย่างเสียไม่ได้ สุรางค์รัตน์มองบรรยากาศรอบ ๆ ห้องอย่างตื่นตะลึง
โซฟาสีแดงขนสัตว์นุ่มฟูที่เธอกำลังนั่งอยู่นี้ หากหญิงสาวคะเนไม่ผิดนัก โซฟาตัวนี้น่าจะทำจากขนสัตว์ทั้งตัว ใครหนอช่างใจร้ายอำมหิตใจดำกับเหล่าสัตว์ที่แสนน่ารักได้มากถึงเพียงนี้
เธอชักอยากเห็นใบหน้าของคนสั่งซื้อเสียแล้วซิยังไม่ทันที่ สุรางค์รัตน์จะได้คิดอะไรต่อ ประตูบานใหญ่สลักลายวิจิตรพลันเปิดออกกว้างตามด้วยร่างสูงโปร่งที่สาวเท้าเข้ามาแล้วนั่งลงตรงหน้าอมรเดชเละสุรางค์รัตน์
สุรางค์รัตน์เงยหน้ามองไปรอบ ๆห้องที่ใหญ่โตโอ่งโถงด้วยอารมณ์สงสัยใคร่รู้ไปเสียหมด
“อะเเฮ่ม” ชายหนุ่มกระเเอมไอเพื่อเรียกสติของหญิงสาวตรงหน้าให้หันมาสบสายตาของเขา
หญิงสาวเบือนหน้ากลับมาทางเดิมพลันต้องตกใจสุดขีด ยามเมื่อเวลานี้ใบหน้าของเทพบุตรหนุ่มอยู่ใกล้เธอแค่คืบ
“ว้าย” สุรางค์รัตน์กรีดเสียงดังลั่นพลางถอยกรูดจนไปชิดพนักของโซฟาสีแดงหนานุ่มที่เธอนั่งอยู่
“นี่นะเหรอลูกสาวนาย” เสียงเข้มของชายหนุ่มหันมามองดวงหน้าหวานของหญิงสาวอย่างพินิจพิเคราะห์
“ฉันเป็นลูกสาวของเขาแล้วยังไงล่ะลุง” สุรางค์รัตน์เหลืออดในการกระทำของชายหนุ่มตรงหน้าเธอ หญิงสาวเลิกคิ้วตามประสาคนเลือดร้อนอย่างยียวน
ตั้งแต่เกิดมาธนนนท์ไม่เคยเห็นสตรีคนไหนมีกิริยาหยาบกระด้างเช่นเธอมาก่อน แม้แต่เส้นผมของหญิงสาวยังยุ่งเหยิงฟูฟ่องเสียจนธนนนท์แอบถอนหายใจ
“เธอเรียกใครว่าลุงหะ” เสียงเข้มของธนนนท์เอ่ยขึ้นอย่างฉุนเฉียว
“หมาละมั้ง” สุรางค์รัตน์เอ่ยขึ้นด้วยเสียงแหวว
“ไหนหมา” ธนนนท์เหลืออด ชายหนุ่มเถียงหญิงสาวกลับอย่างไม่ยอมแพ้
“ก็นายไง” หญิงสาวยกมือเท้าสะเอวพลางพยักเพยิกดวงหน้าง้ำไปทางชายหนุ่ม
ธนนนท์ ชายวัยกลางคนก้มลงมองตนเองอย่างไม่เชื่อสายตาว่าลูกสาวของลูกหนี้จะปากคอเราะร้ายได้มากมายขนาดนี้ เขากัดฟันกรอดอย่างลืมตัว
ดวงหน้าของหญิงสาวในเวลานี้ไร้ซึ่งการแต่งแต้มสีสันฉูดฉาดเสมือนสตรีคนอื่น ๆ ที่เขาเคยได้เจอ
ธนนนท์ลอบมองริมฝีปากของหญิงสาวชวนหลงใหลอย่างกรุ่นไปด้วยอารมณ์เกรี้ยวกราด
อังคณาสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ เป็นเธอเองไม่ใช่เหรอที่เลือกจะผ่านทุกอย่างไปพร้อมกับเขา“อังอังขอโทษ” อังคณากล่าวเสียงแผ่วเบา“ไม่เป็นไรครับ” ธนภัทรเอ่ยอย่างปลอบประดลมอีกฝ่าย“ธนภัทรขอโทษอังอังเช่นกัน” ธนภัทรกล่าว“ไม่เป็นไรค่ะ” อังคณาเอ่ยขึ้น“ใกล้จะได้เวลาแล้ว เรากลับเข้าไปข้างในงานกันนะครับ” ธนภัทรเอ่ยกับอังคณา เจ้าสาวของเขา“ตกลงค่ะ อังจะแต่งงานกับคุณ” อังคณากล่าวแล้วแต้มรอยยิ้มบนใบหน้าเล็กน้อย“เกิดอะไรขึ้น” อินตามารดาของอังคณาอดกังวลในชื่อเสียงของตระกูลไม่น้อยกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อครู่“ยัยอังอยู่ไหน” อินตาเอ่ยขึ้นด้วยสีหน้าเคร่งขรึม“นั่นไงคะ เจ้าบ่าวเจ้าสาวมาแล้ว” กีตาร์เอ่ยเมื่อเห็นบ่าวสาวเดินเข้ามาในงานแต่งงานเวลานี้อังคณาควงแขนกับธนภัทรอย่างใกล้ชิดจนสื่อหลายสำนักข่าวอดถ่ายรูปหญิงสาวและชายหนุ่มไว้ไม่ได้“ขออภัยพี่ๆนักข่าวทุกคนด้วยค่ะ เดี๋ยวหลังจากฮันนีมูนเสร็จอังอังจะอธิบายทุกอย่างให้พี่ๆนักข่าวฟังนะคะ” อังคณากล่าวด้วยรอยยิ้มพิมพ์ใจบนใบหน้าสวย“ผมจะร่วมแถลงด้วยครับ” ธนภัทรเอ่ยแล้วจับมือของหญิงสาวที่ควงเขาไว้แน่นพิธีแต่งงานดำเนินไปอย่างเรียบง่ายและราบรื่น อังคณาอดรู้สึกไม่ไ
“อีอังอัง” เสียงเรียกของอันนาดังขึ้นโวยวายมาจากด้านนอก“มาโวยวายอะไรในงานดิฉันคะ” อังคณากล่าวเสียงดังลั่นอังคณาเดินออกมาในชุดเจ้าสาวยาวกรุยกราย หญิงสาวในเวลานี้ดูโดดเด่นสะดุดตามากที่สุดในงานอันนาเผยอริมฝีปากขึ้นด้านบนแล้วเบ้ปากใส่อังคณาในชุดเจ้าสาวจากห้องเสื้อดัง“เธอคงมีความสุขมากซินะที่ได้แต่งงานกับธนภัทร” อันนาเอ่ยอย่างจีบปากจีบคอ แววตาของหญิงสาวฉายรอยริษยาเป็นพันทวี“ค่ะ ดิฉันมีความสุข” อังคณากล่าว“แย่งของคนอื่นมา เธอนี้มันหน้าด้านหน้าทน” อันนากล่าวเสียงดังลั่น“ดิฉันไม่เคยแย่งของใครก่อน คุณธนภัทรมาหาฉันเอง หวังว่าคุณคงเข้าใจ” อังคณากล่าวท่ามกลางเสียงอื้ออึ้งดังขรมของเหล่านักข่าวที่กรูกันเข้ามาร่วมงานแต่งงานของอังคณา“ทุกคนเห็นแล้วใช่ไหมล่ะคะว่าอีอังอังนี่มันแย่งธนภัทรไปจากอันนา” อันนาเอ่ยอย่างเป็นต่อ“ถ้าคุณไม่ทำตัวเองก่อนธนภัทรก็คงไม่ไปจากคุณหรอกค่ะ” อังคณาเอ่ยตอบ“อีอังคณาแกหมายความว่าอย่างไร” อันนาเอ่ยถาม“ก็หมายความว่าอย่างที่พูด ลองดูคลิปนี้หน่อยดีไหมคะ” อังคณาโยนโทรศัพท์ใส่หน้าของอันนา อันนาหยิบขึ้นมาแล้วหวีดร้องเสียงดังลั่น“แก อย่าไปเชื่อนะคะ อีอังคณามันตัดต่อ” หญิงสาว
“นาทีนี้ไม่มีอะไรจะด่วนจี๋ไปมากกว่าเรื่องนี้อีกแล้วค่ะ คุณผู้ชม” เสียงพิธีกรสาวในโทรทัศน์เอ่ยขึ้น“อะไรกันค่ะล่ะคุณ ดี” เสียงพิธีกรสาวกล่าว“ก็จะอะไรซะอีกคะคุณเอ ก็ข่าวว่านักแสดงสาวเกิดปิ๊งรักชุลมุนแต่งงานกับหนุ่มหล่อเจ้าของอสังหาริมทรัพย์อย่างเจ้าของรีสอร์ทดาหรันนะซิครับ” เสียงพิธีกรหนุ่มเอ่ยขึ้น“ว้าวว้าวว้าว ว่าที่เจ้าสาวจะเป็นใครนางเอกคนไหนน้า” พิธีกรสาวเอ่ยขึ้น“จะใครซะอีกล่ะคะ นอกจากน้องอังคณาของเรานั่นเอง” เสียงพิธีกรยังคงดังอย่างต่อเนื่อง“เรียนเชิญนะฮะ น้องอังคณาฝากมาเรียนเชิญทุกท่านพี่สื่อๆทุกคนไปร่วมงานแต่งของเธอที่โรงแรมแกรนด์ดิโอเรียวกระบี่ของเรานั่นเอง” พิธีกรหนุ่มกล่าว“กรี๊ด...อีอังอัง” เสียหวีดร้องของอันนาดังลั่นคับห้องเช่าของตนเอง“ที่ฉันต้องมาตกระกำลำบากเป็นเพราะแกคนเดียว” อันนากรีดร้องด้วยความเกลียดชังอังคณา“เพราะแก คอยดูนะฉันจะทำให้แกอับอายเพราะท้องก่อนแต่งให้ดู” อันนาเอ่ยอย่างเกรี้ยวกราด“ฉันจะเอาคลิปเหล่านี้ไปแฉดูซิว่างานแต่งธนภัทรจะออกมาได้ไหม แกอีอังคณา” อันนากรีดร้องราวกับคนบ้าคลั่ง แววตาของหญิงสาวเวลานี้ฉายรอยวาวโรจน์ด้วยแววตาริษยาชิงชังสุดหัวใจ“อังคณา” อั
“บ้านของคุณทำงานอะไร” อินตามารดาของอังคณากล่าว“ผมเป็นเจ้าของรีสิอร์ทดาหรัน และเจ้าของหมู่เกาะที่อยู่ที่กระบี่ครับ บ้านของผมยังทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และยังเป็นผู้ผลิตคิดค้นแชทบอทด้วยครับ” ธนภัทรกล่าวด้วยน้ำเสียงฉะฉาน“ค่ะ” อินตากล่าวด้วยเสียงเข้ม“แม่ให้แต่ง’ อินตาเอ่ยแล้วหันไปยิ้มหวานให้กับอังคณาบุตรสาวของตนเอง“ขอบคุณครับคุณแม่” ธนภัทรเอ่ยกับมารดา อินตาของอังคณาอย่างรวดเร็ว“ขอบคุณครับคุณพ่อ ผมสัญญาว่าผมจะดูแลอังอังให้ดีที่สุดพร้อมกับลูกของผมเองครับ” ธนภัทรกล่าวแล้วยอมรับอย่างลูกผู้ชาย“อ้าวไหน ๆก็ไหนแล้ว อังไปเตรียมห้องให้ธนภัทรเขาซะสิ” บิดาของอังคณากล่าว“คุณลูกกำลังท้องกำลังไส้ เดี่ยวฉันไปทำเอง” อินตากล่าวแล้วหันไปมองหน้าอังคณาด้วยสีหน้าอ่อนลง“อ้าวอยู่คุยกันไปก่อนนะ” อินตากล่าวแล้วเดินขึ้นไปบันไดบนบ้านหลังใหญ่ไปอังคณาอดรู้สึกอบอุ่นไม่ได้เมื่อธนภัทรเอ่ยคำว่าจะขอดูแลเธอและลูก นี่อาจเป็นวันที่หญิงสาวรอคอยมาทั้งชีวิตก็เป็นได้“ยัยหนูไปอาบน้ำอาบท่าซะสิ เดี๋ยวพ่อขอคุยกับลูกเขยของพ่อซะหน่อย” กรวิชญ์บิดาของเธอกล่าวอย่างติดตลก“ค่ะคุณพ่อ” อังคณากล่าวพลางลุกขึ้นเดินออกไปทิ้งให้ธนภัทรเผช
“พลอยอยากเห็นของพี่บ้าง” ดุจพลอยเอ่ยด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม “ได้สิพลอย พี่ก็อยากให้พลอยเห็นเหมือนกัน” วิชญืกล่าวขึ้นด้วยสีหน้ากระหาย “งั้นพลอยขอดูตอนนี้ได้เลยไหมคะ” ดุจพลอยเอ่ยถามพลางเคล้นซาลาเปาสองข้างของตนเองโชว์หน้ากล้องอย่างไม่สนใจอะไรอีกต่อไป เวลานี้มีเพียงไฟราคะเท่านั้นที่จะกร
“อ๊า” เสียงครวญของดุจพลอยดังลั่นจนทำให้วิชญ์ที่กำลังจะข่มตานอนหลับไม่อาจหลับได้ลง ทันทีที่เสี้ยวเพชรลืมตาตื่นขึ้น หญิงสาวก็โวยวายใส่เขาเสียงดังลั่นแล้วบึ่งรถสปอร์ตคันหรูหราออกไปหามารดาของเธอทันทีทิ้งวิชญ์ให้กำซาบซ่านเมื่อชายหนุ่มได้ยินเสียงเชื้อเชิญจากดุจพลอย วิชญ์ครุ่นคิดไม่ตกว่า
“พอได้แล้วเพชร น้องกลัวหมดแล้ว” วิชญ์เอ่ยขึ้นขณะลอบยิ้มอย่างสะใจกับผลลัพธ์ตรงหน้าของเขา ภาพที่เห็นตรงหน้าของชายหนุ่มคือสภาพของเสี้ยวเพชร บุตรสาวคนโตที่ช่วงชิงกล่องดวงใจบิดาที่เขารักที่สุดของเขาไป ทายาทของตระกูลสกปรกก็ควรได้รับของโสมมนั่นแหละถึงจะเรียกว่าคู่ควรแล้ว วิชญ์อดกระหยิ
“เพชรพลอยอธิบายได้นะ” ดุจพลอยเอ่ยเสียงสั่นขณะที่วิชญ์รีบนุ่งผ้า “วิชญ์ทำแบบนี้ได้อย่างไร” เสี้ยวเพชรเอ่ยขึ้นด้วยเสียงสั่นพร่ากว่าเดิม เสี้ยวเพชรหันขวับไปเผชิญหน้ากับวิชญ์ด้วยใบหน้าที่มีหยาดน้ำใสไหลนองหน้า “ไม่วิชญ์ก็อธิบายได้ น้องพลอยเขาให้ท่าพี่ก่อน” วิชญ์เอ่ยขึ้นขณะที่เสี้ยวเ





