LOGINไซรัสแค่นยิ้มร้ายกาจ นัยน์ตาสีฟ้าทอแววบ้าคลั่งไร้สติสัมปชัญญะ มือหนายื่นไปบีบเค้นสันกรามมน บังคับ
ไซรัสเหยียดยิ้มอำมหิตยโสขณะก้าวเข้าหาเรือนร่างบอบบางที่นอนสั่นเทาอยู่บนเตียงกว้าง อสูรร้ายโถมตัวเข้าหากดร่างของลูน่าไว้ใต้อาณัติ ทว่าในวินาทีที่ใบหน้าหล่อเหลาโน้มลงประชิดอย่างถือสิทธิ์... นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มของลูน่าพลันวาวโรจน์ด้วยเพลิงแค้น ไร้ซึ่งร่องรอยแห่งความหวาดกลัวมือเรียวที่ซุกซ่อนใต้ฟูกที่นอนตวัดกำเศษแก้วเจียระไนแหลมคม ออกมาเต็มแรง ก่อนจะจ้วงแทงปักลึกเข้าสู่ต้นขาของไซรัสอย่างโหดเหี้ยมสุดกำลัง!ฉึก!!“อั่ก... !!”เสียงคำรามด้วยความเจ็บปวดอย่างแสนสาหัสแผดลั่นไปทั่วห้องนอนใหญ่ เลือดสีสดทะลักทะลักออกจากบาดแผล ไซรัสทรุดกายลงกุมต้นขาที่โดนแทงมิดด้าม ล้มคว่ำลงข้างเตียงด้วยความทรมานและตกตะลึงสุดชีวิตในเสี้ยววินาทีนั้นเอง เชนที่ก้าวพรวดเข้ามาตามเสียงร้องหมายจะชักปืนสังหาร ทว่าฟีนิกซ์ที่หยัดกายยืนโชกเลือดอยู่มุมห้องกลับไม่ปล่อยให้โอกาสทองหลุดลอย สัญชาตญาณทหารรับจ้างระดับอาวุธสังหารตื่นขึ้นในทันทีฟีนิกซ์พุ่งตัวเข้าประชิดเชน หมุนตัวใช้ศอกตอกเข้าที่จุดตายตรงขมับอย่างรวดเร็วและแม่นยำจนเชนสลบฟุบลงกับพื้นอย่างไร้ทางสู้ฟีนิกซ์ไม่เ
ฝ่ามือหนาค่อยๆ ช้อนจับเรียวแขนบาง ค่อยๆ ดันเรือนร่างที่สั่นเทานั้นออกห่างอย่างระมัดระวังที่สุด ทว่าลูน่ากลับยิ่งกระชับวงแขนกอดรอบคอเขาไว้แน่นขึ้น ซุกใบหน้าหวานเปรอะคราบน้ำตาลงกับแผ่นอกแกร่งใต้เสื้อสูทเนื้อดีความอบอุ่นและกลิ่นกายอันนุ่มนวลของบอดี้การ์ดหนุ่ม ถูกฤทธิ์แอลกอฮอล์ในสมองหล่อหลอมให้กลายเป็นอ้อมกอดของชายคนรักอย่างสมบูรณ์แบบ“คิดถึง... ฮึก... ฉันอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีนับหนึ่ง รู้บ้างไหม... คิดถึงเหลือเกิน...”เสียงพร่ำเพ้อแหบพร่าสั่นเครือที่เต็มไปด้วยความโหยหาเด็ดดี่ยว กรีดแทงลงกลางใจของฟีนิกซ์จนก้อนเนื้อในอกซ้ายบีบเกร็ง หยาดน้ำตาอุ่นจัดของเธอซึมผ่านเนื้อผ้าสูทสีเข้มประทับลงตรงตำแหน่งหัวใจของเขาพอดี... มันทรมานเหลือเกินที่ต้องยืนรับฟังคำบอกรักอันแสนลึกซึ้งนี้ ในฐานะ ตัวแทนของคนตาย ที่เธอชิงชังโลกทั้งใบเพื่อโหยหาเขาฟีนิกซ์สูดลมหายใจเข้าลึก ประคองสรีระที่ซวนเซอ่อนแรงของเธอให้ยังคงทรงตัวอยู่ พาเธอก้าวถอยหลังกลับเข้ามาภายในห้องนอนใหญ่ เพื่อบังสายตาจากมุมกล้องภายนอก ทว่าริมฝีปากหนากลับต้องส่งเสียงเรียบนิ่งและแข็งกร้าวออกไปเพื่อให้ลำโพงของก
ณ คฤหาสน์ตระกูลจิณณ์วรา... รถยนต์คันหรูเคลื่อนเข้าเทียบจอดนิ่งสนิทตรงหน้าประตูใหญ่ ชัยวัฒน์ผู้นำตระกูลและดวงลออผู้เป็นภรรยา ต่างยืนรอคอยด้วยหัวใจตื่นตระหนก หลังจากตรีภพได้รับสายข่าวจากลูน่าว่าจะมีคนนำตัวลีอากลับมาส่ง ทว่าสิ่งที่ไม่มีใครคาดคิด... คือสภาพอันแหลกสลายไร้สติของผู้เป็นลูกสาวคนโตฟีนิกซ์สืบเท้าก้าวลงจากรถ พร้อมบอดี้การ์ดอีกสองคนที่ช่วยกันพยุงเรือนร่างบอบบางของลีอาลงมาจากเบาะหลัง"ลีอา! ลีอาลูก! โธ่..."ดวงลออโผรี่เข้าไปสวมกอดลูกสาวทั้งน้ำตาไหลพราก ยามเห็นสภาพของลีอา... จากหญิงสาวทรงเสน่ห์ เย่อหยิ่ง และงดงามจับตา บัดนี้กลับกลายเป็นเพียงสตรีเสียสติร่างกายสั่นเทิ่มขวัญผวา เนื้อตัวมอมแมมเปรอะเปื้อนคราบสกปรกชัยวัฒน์ที่ยืนมองภาพนั้นถึงกับต้องเบือนหน้าหนี สะกดกั้นหยาดน้ำตาและก้อนความจุกอกไว้สุดกำลัง ก่อนจะหันกลับมาสบสายตากับบอดี้การ์ดหนุ่ม“ขอบใจ... ขอบใจนายมากนะ ถึงนายจะเป็นคนของไซรัส แต่ฉันก็ขอบใจจากใจจริง”ชัยวัฒน์เอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ ชายวัยกลางคนจำดวงหน้าเรียบเฉยของฟีนิกซ์ได้ดี เพราะไม่ว่าจะงานส
ทันทีที่ขบวนรถหรูแล่นกลับเข้ามาจอดภายในพื้นที่คฤหาสน์เดสมอนด์ ไซรัสก็ไม่ยินยอมปล่อยให้ลูน่าได้ก้าวเดินไปไหนตามใจชอบแม้เพียงก้าวเดียว ฝ่ามือหนาคว้าหมับเข้าที่ต้นแขนเรียว ออกแรงฉุดลากรั้งร่างบางให้ก้าวเดินตามเขาตรงไปยังคุกใต้ดินลึกด้านล่างของคฤหาสน์ไออับชื้นและลมเย็นเยือกปะทะเข้ากับผิวกายยามก้าวลงตามบันไดหินกว้าง แสงไฟสลัวรอบข้างทอดเงายาวน่าหวาดหวั่นไปตามทางเดิน กระทั่งสุดทางเดินเบื้องล่าง บอดี้การ์ดร่างยักษ์สี่ถึงห้าคนยืนคุมเชิงแน่นหนา หน้ากรงเหล็กเส้นหนาที่สร้างสูงจรดเพดานห้องใต้ดินและภายในกรงขังนั้น... ปรากฏเรือนร่างบอบบางของ 'ลีอา' ในชุดราตรีตัวเดิมที่บัดนี้เปรอะเปื้อนคราบสกปรก ผมเผ้ากระเซอะกระเซิงยุ่งเหยิง สภาพที่เห็นย้ำเตือนอย่างชัดเจนว่าเธอไม่ได้สัมผัสหยดน้ำมานานนับเดือน ร่างกายสั่นเทาคลานกอดเข่าอยู่มุมกรง ตื่นตระหนกทอดสายตามองรอบข้างด้วยความหวาดระแวงสุดชีวิตลูน่าแทบก้าวขาต่อไปไม่ไหว นัยน์ตาคู่สวยทอดมองพี่สาวร่วมสายเลือดด้วยความรู้สึกสงสารและเวทนาจับใจ... ไซรัสสืบเท้าเข้ามาชิดแผ่นหลังบาง โน้มใบหน้าลงกระซิบชิดใบหูเรียว“เข้าไปสิ... ลูน่า นี่ไงพี่สา
ฟีนิกซ์ทอดมองใบหน้าสวยที่สวนคำพูดขึ้นมาทันทีอย่างไม่ยอมคน เขารู้ดีว่าการที่ตนรายงานความเคลื่อนไหวให้ไซรัสมาตลอด ทำให้เธอมองเขาเป็นเพียงสุนัขรับใช้ผู้จงรักภักดี บอดี้การ์ดหนุ่มขยับคอเสื้อสูทเล็กน้อย ก่อนจะยอมปริปากเอ่ยความจริงออกมา“ผมเป็นลูกครึ่งไทย-เกาหลี-ฝรั่งเศสครับ... มาจากประเทศเกาหลีใต้ พ่อของผมเป็นลูกครึ่งเกาหลี-ฝรั่งเศส ส่วนแม่เป็นลูกครึ่งไทย-เกาหลี”ลูน่าเลิกคิ้วขึ้นข้างหนึ่ง มองเขาด้วยสายตาทบทวน “โฮ่... ต้องยาวขนาดนั้นเลย? ฉันแค่ต้องการรู้ชื่อจริงของนาย แล้วก็นายมาจากไหนก็เท่านั้น”ฟีนิกซ์กระแอมเบาๆ แก้เก้อ ปรับท่วงท่าให้มั่นคง “ชื่อจริงๆ ผมไม่สามารถบอกใครได้ ทุกคนในวงการรู้จักผมในนาม ฟีนิกซ์ คิม...”“แม้กระทั่งไซรัสอย่างนั้นเหรอ?”“...ครับ” ชายหนุ่มพยักหน้ารับนิ่งลูน่าขมวดคิ้วเข้มด้วยความสงสัย “คนอย่างไซรัส ยอมจ้างบอดี้การ์ดที่ปกปิดข้อมูลส่วนตัวอย่างนั้นเหรอ?”“เพราะผมอยู่ทีมเดียวกับเชน... พวกเราเป็นทหารรับจ้างมากกว่าบอดี้การ์ดทั่วไป นั่นเป็นหลักประกันแล้วว่าเขาควรจ้างและใช้งานพวกเราในขอบเขตไหน”“อ้อ... คนอย่างไซรัส
ลูน่าเหยียดยิ้มหวาน เอียงดวงหน้าประชิดปลายจมูกชายหนุ่มอย่างยั่วยวนดุจจิ้งจอกเจ้าเล่ห์“งดงามเพียงนั้นเลยหรือคะ... แล้วจะไม่ดึงไปครอบครองหรือ?”“อยากดึงใจจะขาด... แต่คนอย่างดาริสไม่ชอบบังคับจิตใจใคร”ลูน่ายกแก้วไวน์ขึ้นจิบ สบประสานนัยน์ตาสีเขียวมรกตนั้นอย่างไม่วางตา“ถ้าอย่างนั้น... เทวดาตนนี้คงต้องรอเก้อแน่เลยค่ะ”ร่างบางหมุนตัวสะบัดชายกระโปรงกี่เพ้าแหวกสูง ก้าวเดินจากไปทิ้งรอยยิ้มและปริศนาไว้ให้ดาริสลุ่มหลงลูน่ารู้ดีว่าการ 'ส่งเสียง' ของดาริส คือการบอกพิกัดให้เขาปลิดชีพน้องชายเพื่อส่งเขาขึ้นครองอำนาจ... ทว่าการตายมันแสนสบายเกินไปสำหรับอสูรร้ายอย่างไซรัส คนอย่างมัน... ต้องพบกับความทรมานอย่างถึงที่สุด สมกับทุกหยดน้ำตาที่เธอต้องเสียไปในนรกบนดินแห่งนี้ลูน่าก้าวเดินออกจากดาริสพร้อมกับแผนการที่ถูกวางไว้อย่างแยบยลในหัว หญิงสาวเดินไปหยิบแก้วไวน์ใบใหม่ขึ้นมาจิบแผ่วเบา ก่อนจะย่างก้าวออกจากโถงงานเลี้ยงอันอึดอัด มุ่งหน้าไปยังสวนหินด้านหลังพิพิธภัณฑ์ สายลมเย็นยามค่ำคืนพัดปะทะผิวกาย ช่วยปัดเป่าความเหนื่อยล้าจากสมองที่ต้องแบกรับการวางหมากอันหนักห







