LOGINใช้อำนาจมืดคุกคามชีวิตครอบครัว บังคับเธอเข้าพิธีแต่งงาน... เขายึดครองได้ทุกสิ่ง ทั้งร่างกาย สิทธิ์ตามกฎหมาย เมื่อร้อยเล่ห์กลไม่อาจสยบความพยศ จึงลากชายหนุ่มอีกคนเข้ามาเป็น 'ของเล่นชิ้นโปรด' ในคฤหาสน์ เพื่อเหยียบย่ำหัวใจเธอ
View Moreท่ามกลางเสียงสายฝนโหมกระหน่ำกระแทกบานกระจกยามค่ำคืน... ภายในห้องนอนมืดมิดกลับร้อนระอุไปด้วยเปลวไฟแห่งเสน่หาที่ไร้ทางออก
ร่างบางของ ‘ลูน่า’ ถูกตระกองกอดและกดทับด้วยเรือนร่างหนาอันอุ่นร้อน ชายหนุ่มโถมกายเข้าหาเธอด้วยความโหยหาอย่างหนักหน่วง ทุกสัมผัสที่แทรกซึมเข้ามาสอดประสานกันทุกอณูเนื้ออย่างแนบชิดสนิทกาย ทำลายล้างสติสัมปชัญญะของเธอจนสิ้น เสียงหายใจกระเส่าติดขัดดังสอดประสานไปกับจังหวะหัวใจที่เต้นระรัว
“อื้อ...อ๊ะ! คุณ...”
“อืมมม... ลูน่า...”
ริมฝีปากอุ่นจัดของชายหนุ่มทาบทับลงมาบดเบียดอย่างดูดดื่ม จูบนั้นแนบแน่น ลึกซึ้ง และเต็มไปด้วยความทรมานอันแสนหวานและความรักที่โหยหา ฝ่ามือใหญ่เรียวยาวลูบไล้ไปตามแผ่นหลังเนียน รั้งเอวบางให้แอ่นรับสัมผัสอันดุดันที่ส่งผ่านเข้าไป ร่างกายของทั้งคู่สอดประสานกันอย่างลงตัวและบ้าคลั่ง หยาดเหงื่อโซมกายและหยดน้ำตาแห่งความรักอันเปี่ยมล้นไหลซึมจากหางตาของลูน่า
เธอชูแขนขึ้นไขว่คว้าคอของเขาไว้แน่น แอ่นกายยกสะโพกตอบรับจังหวะรักอันเร่าร้อนอย่างไม่คิดจะหลีกหนี ความรู้สึกบีบรัดและแก่นกายใหญ่ที่แนบชิดเสียดสีทำให้อกข้างซ้ายของเธอสั่นสะท้าน ราวกับความรักในคืนนี้คือลมหายใจสุดท้ายของชีวิต
“ผมรักเธอนะ... ลูน่า” เสียงทุ้มแหบพร่าเอ่ยกระซิบชิดใบหูท่ามกลางเสียงเนื้อกระทบเนื้ออันเปียกชื้นและดุเดือด เขาบดเน้นแก่นกายใหญ่ลงไปจนสุดเพื่อฝากฝังความรู้สึกทั้งหมดไว้ภายในกายเธอ
“ฉันก็รักคุณ... อ๊า!”
“อึก!... อื้มม! จำไว้... ต่อให้โลกนี้จะใจร้ายกับเธอแค่ไหน แต่หัวใจของเธอเป็นของผม... และผมก็เป็นของเธอคนเดียวเท่านั้น ทั้งกายและใจ”
“ค่ะ...” เธอตอบรับอย่างเต็มพลางส่งยิ้มหวานอยู่ใต้ร่างของเขา
“อ่า... ลูน่า...ที่รักของผม..”
เสียงครางทุ้มต่ำพร่ำเรียกชื่อเธอซ้ำๆด้วยความรัก ความรุ่มร้อนที่แผดเผาและความรักอันอบอุ่นลึกซึ้งฉากนั้น... คือความสุขเดียวที่สลักลึกอยู่ในจิตวิญญาณของลูน่า ก่อนที่ทุกอย่างจะถูกย่อยยับลงในรุ่งอรุณถัดมา
เช้าวันต่อมา... ณ คฤหาสน์ตระกูลจิณณ์วรา
ลูน่าเดินกลับเข้ามาในบ้านด้วยร่างกายที่อ่อนล้าและความรู้สึกหนักอึ้งในอก ทว่าบรรยากาศภายในห้องรับแขกกลับเต็มไปด้วยความตึงเครียด ‘ชัยวัฒน์ จิณณ์วรา’ ผู้เป็นพ่อนั่งหน้าเครียดขรึมอยู่บนโซฟาหนัง ขณะที่ ‘ลีอา’ พี่สาวคนโตนั่งอยู่ข้างๆ ด้วยท่าทางมั่นใจ
เมื่อเห็นลูน่าเดินเข้ามา ลีอาก็ยกมือขึ้นยกอก เชิดหน้าขึ้นเล็กน้อยพร้อมรอยยิ้มเย้ยหยัน ดวงตาคู่สวยของพี่สาวเต็มไปด้วยความเหย่อหยิ่งอย่างปิดไม่มิด
"กลับมาได้สักทีนะ..." ชัยวัฒน์เอ่ยเสียงเรียบ ท่าทางกลุ้มใจอย่างหนัก "ถ้านั่งกันครบแล้ว พ่อก็มีเรื่องสำคัญจะบอก... คุณไซรัส เดสมอนด์ สั่งคนส่งข่าวมาแล้ว ว่าเขาจะแต่งงานกับคนในตระกูลจิณณ์วราของเรา"
ทันทีที่สิ้นเสียงผู้เป็นพ่อ ลีอาก็ยิ้มออกมาทันที เธอหัวเราะในลำคออย่างผู้ชนะ เพราะรู้ดีว่าตัวเธอเองเคยตกเป็นของไซรัสมาตั้งนานแล้ว ความสัมพันธ์ลับๆ ที่เธอคิดว่าสามารถผูกมัดมาเฟียหนุ่มทรงอิทธิพลคนนั้นได้ ทำให้เธอปักใจเชื่อร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าเจ้าสาวคนนั้นต้องเป็นใครไปไม่ได้นอกเสียจากเธอ
"แหม... คุณไซรัสนี่ก็ใจร้อนจังเลยนะคะพ่อ" ลีอาพูดพลางจริตจ้าน มองมาทางลูน่าด้วยสายตาข่มอย่างเห็นได้ชัด
"ยินดีกับพี่ด้วยนะลูน่า... ที่พี่สาวของเธอจะได้แต่งงานกับชายที่ทรงอิทธิพลที่สุดในเอเชีย ไม่เหมือนใครบางคน... ที่วันๆ เอาแต่ไปคว้าผู้ชายกระจอกๆ ไม่มีฐานะ ไร้อำนาจ มาทำเป็นคนรัก ชาตินี้ทั้งชาติคงไม่มีวันได้เชิดหน้าชูตาในสังคมหรอก!"
ลูน่านิ่งเงียบ ไม่ได้ตอบโต้อะไร เธอทำเพียงเอ่ยคำสั้นๆ ด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
"ยินดีด้วยค่ะพี่ลีอา"
"เงียบซะที ลีอา!"
เสียงตวาดลั่นของชัยวัฒน์ทำให้อารมณ์ลำพองของลีอาชะงักกึก ชัยวัฒน์ถอนหายใจยาว หันไปมองลูกสาวคนโตด้วยสายตาผิดหวังและเครียดแค้น ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ทำให้โลกทั้งใบของลีอาพังทลายลง
"คนที่คุณไซรัสเลือกลงนามแต่งงานด้วย... คือลูน่าไม่ใช่แก!"
"คุณพ่อว่าไงนะคะ?!" ลีอากรีดร้องออกมาอย่างลืมตัว สีหน้าประหม่าและสะใจเมื่อครู่แปรเปลี่ยนเป็นความตกใจสุดขีด ดวงตาถลนด้วยความไม่พอใจอย่างรุนแรง
"เป็นไปไม่ได้! คุณไซรัสเป็นของหนู! หนูเสนอกายให้เขาแล้ว เขาจะแต่งงานกับอีน้องคนนี้ได้ยังไง!"
"เพราะแกมันใจเร็วไปไงลีอา!" ชัยวัฒน์ตบโต๊ะดังปัง! "แกคิดว่าแกใช้เต้าไต่รวบหัวรวบท้ายเขาได้เหรอ? ไซรัส เดสมอนด์ มันไม่เคยโง่! มันตลบหลังเรา มันใช้เรื่องหุ้นและค้ำประกันธุรกิจบีบบังคับมัดมือชกพ่อทุกทาง! ตอนนี้มันถือไพ่เหนือกว่าตระกูลจิณณ์วราทั้งหมด แล้วมันก็ระบุชื่อลูน่ามาคนเดียวเท่านั้น!"
ลีอายืนสั่นไปทั้งตัว จ้องมองลูน่าด้วยสายตาเคียดแค้นและอิจฉาริษยา ขณะที่ลูน่าทำได้เพียงยืนนิ่ง... หัวใจของเธอดิ่งลงสู่อเวจีเมื่อรู้ว่ากรงขังชีวิตได้เปิดออกเพื่อต้อนเธอเข้าไปแล้วโดยที่เธอไม่เต็มใจ...
.
.
สองปีต่อมา...
บรรยากาศเงียบสงบแต่แฝงไปด้วยความอึดอัดเย็นเยือกภายในคฤหาสน์เดสมอนด์
ลูน่านั่งอยู่บนเก้าอี้ข้างหน้าต่างกระจกบานโต สายตาของเธอมองออกไปข้างนอกอย่างว่างเปล่า ทว่ามือเรียวกลับกอดรัดเด็กชายวัยสองขวบในอ้อมกอดไว้แน่น ‘เซมัส เดสมอนด์’ เด็กน้อยหน้าตาน่ารักน่าเอ็นดู ผู้มีดวงตาสุกใสบริสุทธิ์ กำลังซบหน้าลงกับอกของผู้เป็นแม่
เซมัสคือสิ่งเดียวที่ยึดรั้งลมหายใจของลูน่าไว้ในกรงขังแห่งนี้ ตลอดสองปีที่ผ่านมา เธอต้องทนอยู่กับความเย็นชา ความบีบคั้น และอำนาจของไซรัส แต่ดวงตาของเธอกลับไม่เคยส่องประกายความรักให้ชายผู้เป็นสามีตามกฎหมายเลยสักครั้งเดียว...
รอยยิ้มจางๆ ปรากฏบนใบหน้าสวยเพียงชั่วครู่ยามจ้องมองลูกชาย แต่รอยยิ้มนั้นก็มลายหายไปทันทีเมื่อเสียงประตูห้องเปิดออก
ก้าวขาหนักแน่นของ ‘ไซรัส เดสมอนด์’ เดินเข้ามาในห้อง ชายหนุ่มในชุดสูทเนื้อดี ลุคเพอร์เฟกต์และทรงอิทธิพลจ้องมองสองแม่ลูกด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก เขาเดินเข้าไปใกล้ หยุดยืนอยู่เบื้องหน้าเธอ แล้วยื่นมือหนาที่มีรอยสักเลื้อยพันขึ้นมาหมายจะสัมผัสแก้มเด็กในอ้อมแขน
ทว่า... ลูน่ากลับเอียงตัวหลบสัมผัสของเขาทันที
ดวงตาสีเข้มของไซรัสไหววูบไปด้วยความหงุดหงิดและความกดดันที่เก็บซ่อนไว้ เขาชักมือกลับ พลางเหยียดยิ้มเย็นชา
“จะมองฉันด้วยสายตาเย็นชาแบบนี้ไปถึงเมื่อไหร่... ลูน่า” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นด้วยความไม่พอใจ “ในเมื่อตอนนี้เธอคือภรรยาของฉัน... และเด็กคนนี้ก็อยู่ในฐานะลูกชายของฉัน”
ลูน่าเงยหน้าขึ้นสบตากับชายหนุ่มตรงหน้า ดวงตาคู่สวยว่างเปล่า ไร้ซึ่งความรู้สึกใดๆ ราวกับก้อนน้ำแข็งที่ไม่มีวันละลาย
“ฉันทำหน้าที่ของฉันในฐานะแม่เสร็จสิ้นแล้วค่ะ... คุณไซรัส” น้ำเสียงของเธอนิ่งเรียบ ไร้เยื่อใย “และโปรดจำไว้ด้วย... ว่าอย่ามาแตะต้องฉัน”
ความเงียบปกคลุมคนทั้งคู่ ไซรัสบดขยี้ฟันแน่นด้วยความรู้สึกพ่ายแพ้ ชายผู้มีทุกอย่างในกำมือ กลับไม่เคยได้ครอบครองหัวใจของผู้หญิงตรงหน้าเลยสักครั้งเดียว โดยที่เขาไม่เคยรู้เลยว่า... ความเย็นชาที่เธอใช้ยืนหยัดอยู่นี้ คือเกราะป้องกันเดียวที่ซ่อนความจริงบางอย่างเอาไว้ใต้เงามืดในคฤหาสน์เดสมอนด์แห่งนี้...
“หึ... ไม่ให้แตะตัวงั้นเหรอ?”
เสียงทุ้มต่ำเอ่ยเยาะพร้อมรอยยิ้มเหยียดที่จุดมุมปาก มือหนาบีบหมับเข้าที่ปลายคางมนสวยอย่างถือดี ก่อนจะบดบังแสงสว่างด้วยการยื่นใบหน้าคมคายเข้ามาใกล้ ดวงตาสีฟ้าคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลเข้มของเธออย่างไร้ความเมตตา
“อึก! คุณไซรัส... นี่มันต่อหน้าลูกนะ”
แรงบีบมหาศาลทำให้เธอนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด ลูน่าพยายามเบือนหน้าหนีแต่กลับทำไม่ได้ ไซรัสทำเพียงปัดสายตาเย็นชาไปมองเด็กน้อยที่ซบหลับอยู่บนอ้อมอกเธอ แล้วหัวเราะหึในลำคออย่างไม่ใส่ใจ
“ไม่อยากให้ลูกเห็น... งั้นก็จำไว้ให้ดี” ลมหายใจอุ่นร้อนทว่าให้ความรู้สึกเย็นเยียบรดผ่านผิวแก้ม
“เธอเป็นภรรยาฉัน นามสกุลเดสมอนด์ที่เธอใช้อยู่มันคือหลักฐานว่าเธอเป็นของฉัน! ฉันจะทำยังไงกับเธอมันก็สิทธิ์ของฉัน ลูน่า... ทั้งหมดของเธอ ทุกสัดส่วนของร่างกายนี้ เป็นของฉันคนเดียว!”
เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นพร้อมแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องผ่านกระจกบานโตของคฤหาสน์เดสมอนด์...ลูน่าเดินจูงมือเซมัสลูกชายตัวน้อยวัยสองขวบลงมาจากชั้นบน ทว่าทันทีที่เธอก้าวเท้าเข้ามาภายในห้องอาหาร เรียวขาบางกลับต้องชะงักกึก ร่างกายแข็งเกร็งไปในทันตาภาพเบื้องหน้า... คือชายหนุ่มเรือนร่างโปร่งเจ้าของใบหน้าหวานที่เธอคุ้นเคย นั่งก้มหน้าเขี่ยข้าวต้มในถ้วยไปมาด้วยแววตาบอบช้ำและไร้ชีวา ลูน่ารู้สึกเหมือนลมหายใจของเธอถูกสูบหายไป ชั่วขณะหนึ่งเธอแทบไม่อาจก้าวขาเดินต่อได้เลย“แด๊ดดี้!”เสียงสดใสของเด็กชายตัวน้อยแผดดังขึ้น เซมัสสะบัดหลุดจากมือผู้เป็นแม่ แล้ววิ่งร่าตรงเข้าไปหาไซรัสที่นั่งอยู่หัวโต๊ะอย่างน่ารัก ลูน่าขบกรามแน่น กำมือเข้าหากันจนเล็บแทบจิกเข้าเนื้อเพื่อสะกดข่มความแตกตื่นและเจ็บปวดในอก เธอพยายามกดความรู้สึกทั้งหมดลงไปใต้ใบหน้าเรียบเฉย ก่อนจะก้าวเดินด้วยท่วงท่าสง่างามไปนั่งลงบนเก้าอี้ตรงข้ามกับชายหนุ่มหน้าหวานคนนั้นอย่างเงียบเชียบนับหนึ่งค่อยๆ เงยหน้าขึ้นมองลูน่า นัยน์ตาคู่สวยเต็มไปด้วยความละอายและกล้ำกลืน กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เขาปรายสายตาผ่านไซรัส ก่อนจะค้อมศ
ทันทีที่ลูน่าเดินลับหายเข้าไปในตัวอาคาร ไซรัสก็เอ่ยสั่งคนขับรถด้วยน้ำเสียงเรียบเย็นและดุดัน“ออกรถ...”รถยนต์คันหรูทะยานออกจากประตูรั้วคฤหาสน์เดสมอนด์อย่างรวดเร็ว ไซรัสหยิบโทรศัพท์เครื่องหรูขึ้นมากดต่อสายหาใครบางคนทันที สายตาของอสูรร้ายวาวโรจน์ไปด้วยความคลั่งไคล้และความแค้นที่อยากระบายเพียงไม่กี่วินาที ปลายสายก็ถูกกดรับ...(“ซะ... ไซรัสคะ”) เสียงของลีอาเอ่ยขึ้นอย่างสั่นเครือและประหม่า“เปิดห้องที่โรงแรมเดอะแกรนด์... เดี๋ยวนี้!” ไซรัสเค้นเสียงดุดันและหงุดหงิดสั่งใส่โทรศัพท์อย่างไม่ไว้หน้า“แต่งหน้า แต่งตัวด้วยชุดสีแดงไวน์... และใส่น้ำหอมกลิ่นเดียวกับน้องสาวเธอซะ”(“ไซรัส... คุณหมายความว่า...”)“ฉันให้เวลาสิบห้านาที ลีอา!” ไซรัสตวาดขัดขึ้นเสียงต่ำ นัยน์ตาสีฟ้าบิดเบี้ยวไปด้วยตัณหามืดมน“ถ้านานกว่านั้น... ฉันจะทำให้ตระกูลจิณณ์วราของพวกเธอพังวินาศภายในคืนนี้!”ติ๊ด!ไซรัสกดตัดสายทิ้งทันที ชายหนุ่มเอนหลังพิงเบาะรถแล้วบดขยี้ฟันแน่น... ภาพใบหน้าเย็นชาท้าทายของลูน่าในชุดราตรีสีแดงไวน์ยังค
หญิงสาวทำเพียงเชิดหน้าขึ้นอย่างสง่างาม ส่งรอยยิ้มการเมืองไร้ความรู้สึกให้ดาริส แล้วเอ่ยเสียงนิ่งเรียบ“จริงอย่างที่ไซรัสพูดค่ะพี่ดาริส... ยังดีที่ฉันมีไซรัสคอยดูแลอยู่แล้ว พี่ดาริสไม่ต้องเป็นห่วงนะคะ”ดาริสทำเพียงแค่ยักไหล่เบาๆ พร้อมกับจุดรอยยิ้มลึกล้ำที่มุมปาก ชายหนุ่มยกแก้วไวน์ขึ้นจิบอย่างนิ่งเฉย ปล่อยให้ความตึงเครียดจางหายไปในอากาศยามเมื่อน้องชายสร้างรังสีครอบครองอย่างเปิดเผยทันทีที่สลัดสายตาของพี่ชายออกไปได้ ไซรัสก็ปรับสีหน้าฉับพลัน ใบหน้าหล่อคมคายที่เคยเย็นชาแปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มละมุน อบอุ่น และแสนอ่อนโยนชายหนุ่มโน้มตัวลงมาเล็กน้อย กระซิบชิดใบหูของลูน่าด้วยน้ำเสียงที่ฟังดูนุ่มนวลต่อหน้าผู้คน ก่อนจะผายมือไปทางกลุ่มแขกเหรื่อชั้นสูงที่กำลังยืนล้อมวงรอทักทายเขาและคุณนายเดสมอนด์และในกลุ่มคนเหล่านั้น... คือ ‘ชัยวัฒน์ จิณณ์วรา’ และ ‘ดวงลออ จิณณ์วรา’ พ่อและแม่ของเธอเองลูน่ารับแก้วไวน์แดงจากถาดของบริกรรอบข้างมาถือไว้ด้วยท่วงท่างดงาม เส้นผมดัดลอนทิ้งปอยหวานเคลียข้างแก้มและชุดราตรีสีแดงไวน์ก่ำส่งให้เธอโดดเด่นด
ฟีนิกซ์เดินกลับออกมาพร้อมขวดไวน์แดงราคาแพงในมือ เขาก้าวเข้ามาหานอบน้อม ร่างสูงย่อตัวลงเล็กน้อยยื่นขวดไวน์ส่งให้คุณนายของเขาลูน่ารับขวดไวน์มาถือไว้ เธอไม่แม้แต่จะถามหาแก้วสเตมทรงสวยหรือแคร์ภาพลักษณ์ความสง่างามของคุณนายเดสมอนด์อีกต่อไป มือเรียวถอดจุกคอร์กออกแล้วยกขวดไวน์ขึ้นกระดกดื่มเข้าปากตรงๆ หยดน้ำสีแดงสดราวกับหยดเลือดไหลผ่านริมฝีปากบางลงมาตามลำคอระหง ตัดกับผิวขาวเนียนและชุดราตรีสีแดงไวน์อย่างเย้ายวนปนประชดประชันชีวิตฟีนิกซ์มองภาพตรงหน้าด้วยสายตาที่ยากจะอ่านออก บอดี้การ์ดหนุ่มยืนนิ่ง คอยสังเกตการณ์อยู่ใกล้ๆ ด้วยความระมัดระวัง“ดื่มแบบนี้... ไม่กลัวนายท่านจะลงโทษหรือครับ” ฟีนิกซ์เอ่ยถามเสียงเรียบทลายความเงียบขึ้นเบาๆลูน่าลดขวดไวน์ลง นัยน์ตาสีน้ำตาลเข้มฉายแววเย้ยหยันชะตากรรม เธอยกหลังมือขึ้นเช็ดคราบไวน์ที่มุมปากเบาๆ ก่อนจะเอ่ยเสียงแผ่ว“เขาจะคิดยังไง... ฉันไม่เคยแคร์อยู่แล้ว”ทว่า... พูดจบได้เพียงครู่เดียว เสียงก้าวขาหนักแน่นของรองเท้าหนังเนื้อดีก็ดังกังวานขึ้นมาจากด้านหลังฟีนิกซ์เบาๆ ร่างสูงใหญ่ของ ไซรัสก้าวเดินออกจากประตูโถงงานเลี้ยงตรงเ





