Share

บทที่ 2

Penulis: มู่หือ
สิ่งที่ฉันได้รับคือหนี้สินที่พอกพูนขึ้นเรื่อย ๆ ราวกับก้อนหิมะกลิ้ง

ฉันไม่มีเวลาเข้าสังคมในโรงเรียนเลย

แม้ว่าจะใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัยแล้วก็ตาม

ทุกวันฉันยังคงใช้เวลาช่วงพักเที่ยงไปเก็บของเก่า ช่วยเพื่อนซื้อข้าว หรือแม้แต่แอบอยู่มุมสนามเพื่อรับจ้างคัดลายมือแก้โทษให้พวกเด็กหลังห้องที่ไม่อยากทำการบ้าน ในราคาพันตัวอักษรต่อยี่สิบห้าบาท

แต่ฉันไม่คาดคิดเลยว่า พี่สาวจะพาเพื่อนร่วมชั้นมาต้อนฉันที่กำลังเก็บขวดน้ำแร่จนมุมอยู่ที่ซอกกำแพง

พี่สาวล้วงกระดาษแผ่นหนึ่งออกมาจากกระเป๋าเสื้อนักเรียน

มันคือสัญญากู้ยืมเงินที่ฉันเพิ่งเซ็นให้พ่อไปเมื่อวานซืน

บนนั้นเขียนไว้ว่า

รายละเอียดการขอกู้ยืมเงินล่วงหน้าเพื่อเป็นค่าผ้าอนามัยของเดือนหน้า

“เห็นไหม? ฉันไม่ได้โกหก! ที่ฉันพูดมาเป็นความจริงทั้งหมด หลินเมิ่งเมิ่งถึงขนาดต้องเขียนสัญญากู้ยืมเงินพ่อฉันเพื่อไปซื้อผ้าอนามัยเลยนะ”

“น้องสาวบุญธรรมของฉันอายุแค่นี้ ไม่รู้จักทำตัวให้ดี เป็นหนี้บ้านเราตั้งสามล้านกว่าบาทแล้ว”

“ตัวผลาญเงินแบบนี้ ยังไม่ทันหาเงินได้ก็เริ่มสร้างหนี้แล้ว ไม่รู้ว่าลับหลังจะใช้เงินมือเติบขนาดไหน”

“ฉันพูดเรื่องจริงทั้งนั้น! ใครจะคบกับเธอ ก็ระวังโดนขโมยเงินด้วยล่ะ!”

ที่แท้ พี่สาวก็เอาเรื่องของฉันไปเป็นหัวข้อสนทนาเล่าให้เพื่อนของเธอฟัง

เพื่อน ๆ รอบข้างเริ่มซุบซิบนินทาฉันกันยกใหญ่

ใบหน้าของฉันร้อนผ่าวและแดงก่ำขึ้นมาในทันที

ผ้าอนามัย

เรื่องส่วนตัวของผู้หญิงถูกพี่สาวนำมาป่าวประกาศกลางผู้คนมากมายเช่นนี้ ความอับอายทำให้ฉันแทบอยากจะแทรกแผ่นดินหนี

ฉันตาแดงก่ำ พุ่งเข้าไปแย่งสัญญากู้ยืมเงิน

แต่พี่สาวกลับชูมันขึ้นสูง

หลังจากนั้น พี่สาวยังไม่เพียงแต่เอาให้พวกผู้ชายดู แต่ยังเอาไปแปะไว้บนบอร์ดประกาศของโรงเรียนด้วย

“ให้ทุกคนได้เห็นกันไปเลย นี่แหละโฉมหน้าที่แท้จริงของที่หนึ่งของระดับชั้นโรงเรียนเรา สอบได้ที่หนึ่งแล้วจะมีประโยชน์อะไร อายุแค่นี้กลับมีหนี้สินตั้งสามล้านสามหมื่นหกพันห้าร้อยบาท! สันดานเน่าเฟะไปถึงกระดูก!”

บ่ายวันนั้น ฉันกลายเป็นตัวตลกของทั้งโรงเรียน

“แม้แต่ผ้าอนามัยยังต้องติดหนี้” กลายมาเป็นป้ายแปะติดตัวฉัน

คุณครูเรียกฉันกับพี่สาวไปที่ห้องพักครู

ครูประจำชั้นเป็นครูผู้หญิงที่มีความรับผิดชอบมาก

เธอตักเตือนพฤติกรรมที่ไม่ให้เกียรติผู้อื่นของพี่สาวด้วยความโกรธจัด จากนั้นก็โทรศัพท์เรียกผู้ปกครอง

พ่อกับแม่มากันทั้งคู่

พ่อสวมชุดสูทผูกไท ดูเป็นสุภาพชน ทันทีที่เดินเข้ามาก็กล่าวขอโทษคุณครูก่อนเป็นอันดับแรก

ท่าทางนั้นดูราวกับสุภาพบุรุษผู้ได้รับการอบรมมาเป็นอย่างดี

แต่เมื่อคุณครูกล่าวอย่างอ้อมค้อมถึงเรื่อง “การอบรมสั่งสอนในครอบครัวควรใส่ใจปกป้องความเป็นส่วนตัวของเด็กผู้หญิง” และ “การรับประกันสวัสดิภาพขั้นพื้นฐาน” พ่อกลับดันแว่นตาแล้วหัวเราะออกมา

“คุณครูครับ คุณเข้าใจผิดแล้ว นี่คือการศึกษาด้านความฉลาดทางการเงินของครอบครัวเรา เมิ่งเมิ่งเด็กคนนี้ไม่มีแนวคิดเรื่องเงินมาตั้งแต่เด็ก การหารายจ่ายในครอบครัว หรือการทำสัญญากู้ยืมเงินส่วนบุคคล สิ่งเหล่านี้ล้วนเป็นวิธีที่ผมใช้ปลูกฝังทักษะการเอาตัวรอดและจิตสำนึกในการพึ่งพาตนเองให้กับเธอครับ”

คุณครูถึงกับอึ้งจนพูดไม่ออก

เมื่อออกจากห้องพักครู

เดินไปถึงมุมหัวโค้งทางเดินที่ไม่มีคน

รอยยิ้มบนใบหน้าของพ่อกับแม่ก็หายวับไปในพริบตา

พ่อหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาดูเวลา แม่ก็เข้าใจได้ในทันทีและเริ่มต่อว่าฉัน

“เมิ่งเมิ่ง เป็นเพราะแกก่อเรื่องวุ่นวายในโรงเรียน ทำให้พ่อกับแม่ต้องลางานหนึ่งชั่วโมงเพื่อมาจัดการ ค่าจ้างรายชั่วโมงของพ่อคือสองพันห้าร้อยบาท ของแม่คือหนึ่งพันห้าร้อยบาท บวกกับค่าน้ำมันรถและค่าสึกหรออีกสองร้อยห้าสิบบาท รวมเป็นสี่พันสองร้อยห้าสิบบาท”

แม่จดตัวเลขลงไปอย่างรวดเร็ว

“หนี้ก้อนนี้ จะถูกบันทึกไว้ในบัญชีของแก เพราะแกเป็นคนทำให้พ่อกับแม่ต้องเสียต้นทุนทางเวลาเพิ่มขึ้น”

ด้วยเหตุนี้ หนี้สินของฉันจึงเพิ่มพูนขึ้นอีกแล้ว

ระหว่างทางกลับบ้าน

พี่สาวจูงมือพ่อกับแม่อย่างมีความสุข

มีเพียงฉันที่ถูกทิ้งให้เดินรั้งท้าย

จู่ ๆ พี่สาวก็หันหน้ากลับมา

แล้วแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ฉันอย่างยิ้มเยาะ

บนโต๊ะอาหารเย็นวันนั้น

จู่ ๆ แม่ก็เอามือปิดปาก ร้อง “อุแหวะ” แล้วรีบวิ่งพุ่งเข้าห้องน้ำไป

พ่อชะงักไปครู่หนึ่ง

จากนั้นดวงตาก็เป็นประกาย ตะเกียบในมือร่วงหล่นลงมา

“เสี่ยวอวี่!” เขาพุ่งเข้าไปเคาะประตู “เป็นอะไรไป? หรือว่า...”

ข้อสันนิษฐานนั้นได้รับการยืนยันที่โรงพยาบาลในเวลาไม่นาน

คุณแม่ในวัยสี่สิบสองปี ตั้งครรภ์แล้ว

แม่ตั้งท้องเลือดเนื้อเชื้อไขของพ่อใหม่

แม่ลูบหน้าท้อง ใบหน้าแดงระเรื่อเปี่ยมไปด้วยความสุข

การมาเยือนของพยานรักทำให้พ่อกับแม่อารมณ์ดีเป็นอย่างมาก

พ่อหันมามองฉัน

“เพื่อรับประกันคุณภาพชีวิตและการเลี้ยงดูที่ดีของสมาชิกใหม่ การจัดสรรทรัพยากรในบ้านจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนใหม่ทั้งหมด”

“เพราะงั้น เมิ่งเมิ่ง ห้องของแก จะถูกนำไปทำเป็นห้องเด็กอ่อนให้น้องชายในอนาคตนะ”

ใจฉันหล่นวูบ

“แล้ว... แล้วหนูจะไปอยู่ที่ไหนคะ?”

พ่อใหม่เคาะโต๊ะเบา ๆ แล้วชี้ไปทางระเบียง

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 8

    ……ลุงจางกุมหน้าอก ชี้หน้าฉัน “แก... แก...”สิ้นเสียง “พรวด” เขาก็หายใจไม่ทัน แล้วหมดสติไปทันทีลุงจางถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียูอย่างเร่งด่วนหมอบอกว่าเขามีเลือดออกในสมองเฉียบพลัน อาการอยู่ในขั้นวิกฤต ต้องผ่าตัดด่วน และยังต้องพักรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนักค่ามัดจำล่วงหน้า ห้าแสนบาทค่าผ่าตัดและค่ารักษาต่อเนื่อง อย่างน้อยหนึ่งล้านห้าแสนบาทพอพี่สาวได้ยินตัวเลขนี้ก็ตกใจจนทำโทรศัพท์ตก หันหลังวิ่งหนีไป อ้างว่าจะกลับไปเอาบัตรประกันสุขภาพ แต่ผลคือหายหน้าไปถึงสามวันจางจื่อหานยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ได้แต่ร้องไห้งอแงจะกินเคเอฟซีโถงทางเดินในโรงพยาบาลเหลือเพียงแม่คนเดียว เธอจับแขนเสื้อฉันไว้ด้วยความลนลาน คุกเข่าลงกับพื้นแล้วโขกศีรษะให้ฉัน“เมิ่งเมิ่ง! แม่ขอร้องล่ะ! แกมีเงิน ช่วยพ่อแกหน่อยเถอะ! ยังไงเขาก็เป็นรักแรกของแม่ เป็นพ่อของแกนะ แถมเขายังเป็นเสาหลักของครอบครัว ถ้าเขาไม่อยู่ แล้วแม่กับน้องชายแท้ ๆ ของแกจะอยู่กันยังไง?”ฉันมองดูผู้หญิงที่กำลังทำตัวต่ำต้อยอยู่ตรงหน้าหลายสิบปีที่ผ่านมา เพื่อเอาใจรักแรกในวัยเยาว์ของตัวเอง เอาใจลูกสาวของรักแรกในวัยเยาว์ เธอถึงกับยอมลดทอนคุณค่าของตัวเอง

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 7

    “แม่รู้ว่าเมื่อก่อนทำผิดต่อแก แต่ในโลกนี้ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่หวังดีหรอก ตอนนี้แกหาเงินได้แล้ว ช่วย... ช่วยให้แม่ยืมสักสองแสนห้าหมื่นบาทได้ไหม? แม่จะเขียนสัญญากู้ยืมให้! คิดดอกเบี้ยมาได้เลย!”เมื่อได้ยินคำว่า “สัญญากู้ยืม” ฉันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา“แม่ ลืมไปแล้วเหรอคะ? บ้านเราใช้ระบบหารจ่ายนะคะ”“ว่าไงนะ?”“ในเมื่อเป็นระบบหารจ่าย งั้นเราก็ต้องทำตามกฎของตลาด”ฉันส่งยิ้มให้กับภาพสะท้อนอันงดงามและทะมัดทะแมงของตัวเองบนกระจกหน้าต่าง แล้วเริ่มคิดเล็กคิดน้อยกับทุกสรรพสิ่งอีกครั้ง“ตอนนี้ฉันเป็นกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูง เงินของฉันจะลงทุนเฉพาะในสินทรัพย์คุณภาพดีเท่านั้น ส่วนพวกคุณ...”ฉันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเน้นทีละคำ“พวกคุณคือสินทรัพย์ติดลบ ความเสี่ยงสูงเกินไป ฉันไม่ลงทุนด้วย”พูดจบ ฉันก็วางสายไปพร้อมกับบล็อกเบอร์ของแม่หน้าจอโทรศัพท์ดับลง สะท้อนให้เห็นใบหน้าอันเย็นชาของฉันลุงจางกับแม่พบว่าไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนมาใช้ไม้แข็งทันทีครึ่งเดือนต่อมา ฉันได้รับหมายศาลลุงจางกับแม่ฟ้องร้องฉันโดยเรียกร้องให้ฉันจ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละหนึ่งหมื่นบาทไม่เพียงแค

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 6

    ตอนที่ฉันเดินผ่านแม่น้ำตาของแม่ร่วงหล่นราวกับไข่มุกขาดสาย“เมิ่งเมิ่ง...” เธอพยายามเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อฉัน “แกอย่าไปเลยนะ ถ้าแกไปแล้วแม่จะทำยังไง? แม่ยังตั้งท้องน้องชายแท้ ๆ ของแกอยู่นะ...”ฉันหยุดฝีเท้าลงทว่าไม่ได้หันกลับไปมองแม่อีก“แม่คะ” ฉันเรียกเบา ๆ“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูเรียกคุณว่าแม่”พูดจบ ฉันก็ปัดมือเธอออกอย่างแผ่วเบาประตูใหญ่ปิดลงเสียงดัง “ปัง”ชั่วพริบตานั้นฉันได้ยินเสียงขว้างปาข้าวของด้วยความโมโหเดือดดาลดังมาจากด้านหลังแต่ฉันก็ไม่ได้หันหลังกลับไปอีกแสงแดดด้านนอกช่างสว่างจ้าเหลือเกินจ้าเสียจนน้ำตาของฉันไหลพรากนี่คือหยาดน้ำตาหยดสุดท้ายที่ฉันจะหลั่งให้กับบ้านหลังนี้นับจากนี้เป็นต้นไป เงินทุกบาททุกสตางค์และความพยายามทุกหยาดเหงื่อ จะเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียวตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยฉันต้องหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองฉันใช้ชีวิตราวกับเครื่องจักรหาเงินที่ไม่มีวันหยุดพักเมื่อหลุดพ้นจากการสูบเลือดสูบเนื้อของครอบครัวเดิมแล้ว ฉันก็พบว่าการหาเงินนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยช่วงปีหนึ่ง ฉันอาศัยบารมีจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อันดับท็อปห้าสิบของมณฑล รับ

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 5

    ฉันพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง “ค่ะ”หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ไม่มีอะไรจะพูดกันอีกวินาทีที่หันหลังเดินออกจากบ้าน ฉันลูบคลำบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบในกระเป๋าเสื้อครึ่งเดือนต่อมา ผลสอบก็ประกาศออกมาฉันได้ 685 คะแนน ติดอันดับท็อปห้าสิบของมณฑลพี่สาวได้ 280 คะแนน แม้แต่เกณฑ์ขั้นต่ำของระดับอนุปริญญาก็ยังไม่ถึงวันที่ตรวจสอบคะแนนบรรยากาศภายในบ้านอึมครึมจนชวนให้รู้สึกอึดอัดแทบขาดใจพ่อจ้องมองคะแนนของพี่สาวที่ทิ่มแทงสายตาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แววตายิ่งมายิ่งดูมืดมน“เป็นไปไม่ได้! ครูคนตรวจข้อสอบต้องทำผิดพลาดแน่ ๆ!”ทว่าแม่กลับมีปฏิกิริยารุนแรงยิ่งกว่าพ่อ เธอแผดเสียงกรีดร้องขึ้นมา“ลูกรักออกจะฉลาดขนาดนั้น เป็นไปได้ยังไงที่จะสอบได้คะแนนแค่นี้?”“เมิ่งเมิ่ง... ปกติเมิ่งเมิ่งไม่ค่อยพูดค่อยจา จะสอบได้คะแนนสูงขนาดนี้ได้ยังไง? แอบ... แอบโกงข้อสอบหรือเปล่า?” แม่ตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยมามองฉันพ่อ แม่ ไม่มีใครในบ้านสักคนที่ใส่ใจฉัน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าฉันสอบได้ที่หนึ่งของระดับชั้นที่โรงเรียนฉันมองกลับไปยังสายตาที่เต็มไปด้วยความแคลงใจของแม่เปลวไฟแห่งความผูกพันสายใยครอบครัวสาย

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 4

    เพราะฉันไม่เคยขัดใจพ่อกับแม่ และไม่เคยใช้น้ำเสียงเย็นชากับพวกเขาเลยในวินาทีนั้น แม่จึงรู้สึกว่าฉันเป็นคนแปลกหน้า“เมิ่งเมิ่ง ฉันเป็นแม่แกนะ! แม่กำลังท้องกำลังไส้ ให้แกช่วยนวดขาแค่นี้ แกกำลังพูดอะไรของแกน่ะ?”“แม่ลูกสายเลือดเดียวกันก็ต้องคิดเงินให้ชัดเจน แม่ไม่มีสิทธิพิเศษความเป็นแม่สำหรับหนู นี่คือสิ่งที่พ่อกับแม่สอนหนูเอง”ฉันเริ่มเลียนแบบท่าทีที่พ่อกับแม่เคยทำ โดยการคิดเล็กคิดน้อยกับทุกสิ่งทุกอย่างทุกสิ่งทุกอย่างสามารถตีค่าออกมาเป็นตัวเงินได้“รินน้ำ มีค่าบริการห้าสิบบาท นวดขาสิบห้านาที ราคาเริ่มต้นสองร้อยห้าสิบบาท เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน ต้องจ่ายทิปอีกร้อยห้าสิบบาท รวมทั้งหมดสี่ร้อยห้าสิบบาท”แม่โกรธจัดจนคว้าหมอนปาใส่ฉันฉันเบี่ยงตัวหลบหมอนใบนั้นอย่างเย็นชา หมอนจึงร่วงลงไปบนพื้น“แน่นอนว่าถ้าแม่จะให้หนูเก็บหมอนคืนให้ ต้องจ่ายเพิ่มอีกยี่สิบห้าบาท”ฉันจดบัญชีเพิ่มไปอีกรายการด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอีกแล้วการตอบสนองทุกความต้องการของแม่เหมือนตอนเด็ก ๆ“แม่เลือกที่จะไม่รับบริการก็ได้นะคะ ยังไงคนที่เจ็บก็คือแม่ คนที่ทรมานก็คือสายเลือดแท้ ๆ ของพ่อที่อยู่ในท้องของแม่”พูดจบ

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 3

    “พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้ว มุมตรงระเบียงนั่นเดี๋ยวจะกั้นไว้ แล้วเอาเตียงพับไปวางให้แกนอน”ระเบียงงั้นเหรอ?นั่นมันที่ที่ลมพัดโกรกในหน้าหนาวและแดดเปรี้ยงในหน้าร้อน แถมยังไม่มีอะไรบังเลยสักนิดเมื่อเห็นฉันร้องไห้โวยวาย พ่อกับแม่ก็ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว ทุกคำพูดล้วนบีบบังคับให้ฉันรู้จักความ น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดจนไม่อาจโต้แย้งได้“เดิมทีพอมีสมาชิกใหม่ ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ต้องรัดเข็มขัด เมิ่งเมิ่ง ตอนนี้แกก็ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จแล้ว มีความสามารถพอที่จะไปทำงานหาเงินเหมือนผู้ใหญ่ได้แล้วนะ”“หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้าเสร็จ ขอให้แกสละสิทธิ์เรียนต่อ แล้วออกไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้ให้พ่อกับแม่ซะ!”ไม่ได้นะ!ฉันต้องเรียนต่อ!คุณครูบอกไว้ว่า การเรียนคือทางรอดเดียวของฉันฉันพยายามโต้แย้งอย่างมีเหตุผลแต่กลับถูกแม่ตบหน้าด้วยความโมโหพ่อกับแม่หยิบสมุดบัญชีปกดำพร้อมกับปึกสัญญาเงินกู้ที่มีลายเซ็นของฉันโยนลงตรงหน้าฉัน“ทำความเข้าใจซะใหม่นะ แกไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ ครอบครัวเราไม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูส่งเสียแกจนโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราใช้ระบบแชร์มาตั้งหลายปี แกไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่า

Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status