共有

บทที่ 3

作者: มู่หือ
“พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้ว มุมตรงระเบียงนั่นเดี๋ยวจะกั้นไว้ แล้วเอาเตียงพับไปวางให้แกนอน”

ระเบียงงั้นเหรอ?

นั่นมันที่ที่ลมพัดโกรกในหน้าหนาวและแดดเปรี้ยงในหน้าร้อน แถมยังไม่มีอะไรบังเลยสักนิด

เมื่อเห็นฉันร้องไห้โวยวาย พ่อกับแม่ก็ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว ทุกคำพูดล้วนบีบบังคับให้ฉันรู้จักความ น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดจนไม่อาจโต้แย้งได้

“เดิมทีพอมีสมาชิกใหม่ ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ต้องรัดเข็มขัด เมิ่งเมิ่ง ตอนนี้แกก็ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จแล้ว มีความสามารถพอที่จะไปทำงานหาเงินเหมือนผู้ใหญ่ได้แล้วนะ”

“หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้าเสร็จ ขอให้แกสละสิทธิ์เรียนต่อ แล้วออกไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้ให้พ่อกับแม่ซะ!”

ไม่ได้นะ!

ฉันต้องเรียนต่อ!

คุณครูบอกไว้ว่า การเรียนคือทางรอดเดียวของฉัน

ฉันพยายามโต้แย้งอย่างมีเหตุผล

แต่กลับถูกแม่ตบหน้าด้วยความโมโห

พ่อกับแม่หยิบสมุดบัญชีปกดำพร้อมกับปึกสัญญาเงินกู้ที่มีลายเซ็นของฉันโยนลงตรงหน้าฉัน

“ทำความเข้าใจซะใหม่นะ แกไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ ครอบครัวเราไม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูส่งเสียแกจนโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราใช้ระบบแชร์มาตั้งหลายปี แกไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่าติดหนี้พ่อกับแม่ไปเท่าไหร่แล้ว? แกเป็นโปรเจกต์ที่ขาดทุนย่อยยับไปแล้วนะ!”

ฉันยกมือขึ้นกุมแก้มที่บวมแดง

สายตาทอดมองไปยังแม่ที่กำลังดื่มด่ำอยู่กับความสุขจากการตั้งครรภ์

แม่คะ

แม่ลืมไปแล้วเหรอ ว่าหนูไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ

แต่หนูเป็นเลือดเนื้อเชื้อไขของแม่นะ

ทว่าแม่กลับเอาแต่ก้มหน้าลูบท้อง ดำดิ่งอยู่ในความสุขที่ได้ตั้งท้องลูกสายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ

เนิ่นนานผ่านไป แม่ถูกสายตาเคียดแค้นของฉันจ้องมองจนต้องหลบตา ในที่สุดก็เหมือนตัดสินใจอะไรบางอย่างได้ จึงเงยหน้าขึ้นมามองฉัน

“เมิ่งเมิ่ง แกอย่าโทษพ่อกับแม่เลยนะ เลี้ยงเด็กคนนึงมันใช้เงินเยอะมาก น้องชายแกยังไม่ทันเกิดก็ต้องเก็บเงินค่านมกับทุนการศึกษาไว้แล้ว แกโตป่านนี้แล้ว ควรจะรู้ความและช่วยแบ่งเบาภาระของที่บ้านบ้าง อีกอย่างแกก็ติดหนี้ก้อนโตกับพ่อแม่อยู่แล้วด้วย...”

ขอบตาของฉันร้อนผ่าว

ฉันมองแม่ด้วยความรู้สึกไม่อยากจะเชื่อ

ในที่สุดฉันก็เข้าใจ

ในบ้านหลังนี้ ฉันก็เป็นแค่คนนอกที่ติดหนี้พวกเขาเท่านั้น

ฉันหันหลังกลับไปเก็บข้าวของอย่างเงียบ ๆ

สายเลือดที่แท้จริงของแม่และพ่อซึ่งอยู่ในท้องยังไม่ทันลืมตาดูโลก

ทว่าเพื่อแสดงให้เห็นถึงความสำคัญของลูกแท้ ๆ คนนี้

พ่อกับแม่จึงตัดสินใจจัดเตรียมห้องไว้ให้ลูกในท้องล่วงหน้า

ดังนั้น พ่อกับแม่จึงรีบไล่ฉันให้ไปอยู่ที่ระเบียง

คืนแรกที่ย้ายออกมาอยู่ตรงระเบียง

ฉันก็จับไข้ขึ้นมาอีกครั้ง

ตอนนั้นเป็นหน้าฝนในเดือนมิถุนายน

แม้ว่าระเบียงจะปิดหน้าต่างเอาไว้ แต่ก็ยังมีลมและฝนสาดเข้ามาได้รอบทิศทาง ราวกับเป็นห้องเก็บน้ำแข็งที่ชื้นแฉะ

ฉันต้องห่มผ้าห่มนวมถึงสองผืนเพื่อนอนหลับในทุก ๆ วัน

มีอยู่กลางดึกคืนหนึ่ง

ฉันตื่นขึ้นมาเพราะความกระหายน้ำ จึงอยากจะไปรินน้ำอุ่นที่ห้องนั่งเล่น

ทว่าพอเดินมาถึงห้องนั่งเล่น

ก็มองเห็นเชอร์รี่กล่องหนึ่งที่ยังกินไม่หมดวางอยู่บนโต๊ะน้ำชา

ลูกเชอร์รี่มีขนาดใหญ่ สีแดงอมม่วง ส่งกลิ่นหอมหวานเย้ายวนใจ

ด้านข้างมีกระดาษโน้ตที่พ่อเขียนทิ้งไว้

[ที่รัก นี่คือเชอร์รี่นำเข้า ช่วยบำรุงเลือดและผิวพรรณ ที่รักกำลังอุ้มท้องสายเลือดของเราอยู่ นี่เป็นของที่เอาไว้เพิ่มวิตามินให้ลูกแท้ ๆ ของเราโดยเฉพาะ ครึ่งกิโลเก้าร้อยบาท จำไว้นะว่าอย่าให้คนนอกกินเด็ดขาด]

คนนอกที่ว่านั่น ย่อมหมายถึงฉันอย่างแน่นอน

ฉันมองดูเชอร์รี่กล่องนั้น

ในใจแค่นหัวเราะออกมาอย่างไม่หยุดหย่อน

ในตอนนั้นเอง

จู่ ๆ ก็มีเสียงร้องครวญครางของแม่ดังมาจากห้องนอนใหญ่

“น้ำ... รินน้ำให้ฉันหน่อย...”

พ่อไปทำงานต่างจังหวัด

ช่วงใกล้สอบเข้ามหาวิทยาลัย พี่สาวยังคงไปเล่นสนุกที่บ้านเพื่อนตามปกติ

และเพราะเล่นจนดึกเกินไป พี่สาวก็เลยค้างคืนที่บ้านเพื่อน

คืนนี้พวกเขาไม่อยู่บ้านกันหมด

ฉันผลักประตูเข้าไป

เห็นแม่ที่กำลังตั้งท้องนอนหน้าซีดเผือดอยู่บนเตียง บนหน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อ

เนื่องจากอายุมากแล้ว อาการแพ้ท้องของแม่จึงรุนแรงมาก

กลางดึกก็มักจะเป็นตะคริวที่ขาและเท้า

ทั้งกระหายน้ำและเจ็บปวด

พอเห็นว่าเป็นฉัน แม่ก็ออกคำสั่งกับฉันอย่างถือสิทธิ์ทันที

“เมิ่งเมิ่ง หูหนวกหรือไง? แม่เรียกตั้งนานทำไมไม่เข้ามา? ไม่เห็นเหรอว่าแม่ทรมานจะแย่แล้ว? รีบมานวดขาให้แม่เร็วเข้า แม่เป็นตะคริว ปวดจะตายอยู่แล้ว”

ฉันยืนเงียบ ๆ อยู่ข้างเตียง

“แม่คะ ตอนนี้ตีสามแล้วนะคะ”

ฉันมองแม่ที่นอนอ่อนแรงอยู่บนเตียงด้วยสายตาเย็นชา “ถือเป็นเวลานอกเหนือการทำงาน ตาม ‘กฎหมายแรงงาน’ ค่าบริการดูแลยามวิกาลต้องคิดเพิ่มเป็นสองเท่านะคะ”

แม่เบิกตากว้าง ราวกับคนไม่รู้จักฉันมาก่อน

“แกพูดอะไรของแก?”

この本を無料で読み続ける
コードをスキャンしてアプリをダウンロード

最新チャプター

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 8

    ……ลุงจางกุมหน้าอก ชี้หน้าฉัน “แก... แก...”สิ้นเสียง “พรวด” เขาก็หายใจไม่ทัน แล้วหมดสติไปทันทีลุงจางถูกส่งตัวเข้าห้องไอซียูอย่างเร่งด่วนหมอบอกว่าเขามีเลือดออกในสมองเฉียบพลัน อาการอยู่ในขั้นวิกฤต ต้องผ่าตัดด่วน และยังต้องพักรักษาตัวในห้องผู้ป่วยหนักค่ามัดจำล่วงหน้า ห้าแสนบาทค่าผ่าตัดและค่ารักษาต่อเนื่อง อย่างน้อยหนึ่งล้านห้าแสนบาทพอพี่สาวได้ยินตัวเลขนี้ก็ตกใจจนทำโทรศัพท์ตก หันหลังวิ่งหนีไป อ้างว่าจะกลับไปเอาบัตรประกันสุขภาพ แต่ผลคือหายหน้าไปถึงสามวันจางจื่อหานยังเรียนอยู่ชั้นอนุบาล ได้แต่ร้องไห้งอแงจะกินเคเอฟซีโถงทางเดินในโรงพยาบาลเหลือเพียงแม่คนเดียว เธอจับแขนเสื้อฉันไว้ด้วยความลนลาน คุกเข่าลงกับพื้นแล้วโขกศีรษะให้ฉัน“เมิ่งเมิ่ง! แม่ขอร้องล่ะ! แกมีเงิน ช่วยพ่อแกหน่อยเถอะ! ยังไงเขาก็เป็นรักแรกของแม่ เป็นพ่อของแกนะ แถมเขายังเป็นเสาหลักของครอบครัว ถ้าเขาไม่อยู่ แล้วแม่กับน้องชายแท้ ๆ ของแกจะอยู่กันยังไง?”ฉันมองดูผู้หญิงที่กำลังทำตัวต่ำต้อยอยู่ตรงหน้าหลายสิบปีที่ผ่านมา เพื่อเอาใจรักแรกในวัยเยาว์ของตัวเอง เอาใจลูกสาวของรักแรกในวัยเยาว์ เธอถึงกับยอมลดทอนคุณค่าของตัวเอง

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 7

    “แม่รู้ว่าเมื่อก่อนทำผิดต่อแก แต่ในโลกนี้ไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่หวังดีหรอก ตอนนี้แกหาเงินได้แล้ว ช่วย... ช่วยให้แม่ยืมสักสองแสนห้าหมื่นบาทได้ไหม? แม่จะเขียนสัญญากู้ยืมให้! คิดดอกเบี้ยมาได้เลย!”เมื่อได้ยินคำว่า “สัญญากู้ยืม” ฉันก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา“แม่ ลืมไปแล้วเหรอคะ? บ้านเราใช้ระบบหารจ่ายนะคะ”“ว่าไงนะ?”“ในเมื่อเป็นระบบหารจ่าย งั้นเราก็ต้องทำตามกฎของตลาด”ฉันส่งยิ้มให้กับภาพสะท้อนอันงดงามและทะมัดทะแมงของตัวเองบนกระจกหน้าต่าง แล้วเริ่มคิดเล็กคิดน้อยกับทุกสรรพสิ่งอีกครั้ง“ตอนนี้ฉันเป็นกลุ่มคนที่มีความมั่งคั่งสูง เงินของฉันจะลงทุนเฉพาะในสินทรัพย์คุณภาพดีเท่านั้น ส่วนพวกคุณ...”ฉันหยุดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะเอ่ยเน้นทีละคำ“พวกคุณคือสินทรัพย์ติดลบ ความเสี่ยงสูงเกินไป ฉันไม่ลงทุนด้วย”พูดจบ ฉันก็วางสายไปพร้อมกับบล็อกเบอร์ของแม่หน้าจอโทรศัพท์ดับลง สะท้อนให้เห็นใบหน้าอันเย็นชาของฉันลุงจางกับแม่พบว่าไม้อ่อนใช้ไม่ได้ผล จึงเปลี่ยนมาใช้ไม้แข็งทันทีครึ่งเดือนต่อมา ฉันได้รับหมายศาลลุงจางกับแม่ฟ้องร้องฉันโดยเรียกร้องให้ฉันจ่ายค่าเลี้ยงดูเดือนละหนึ่งหมื่นบาทไม่เพียงแค

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 6

    ตอนที่ฉันเดินผ่านแม่น้ำตาของแม่ร่วงหล่นราวกับไข่มุกขาดสาย“เมิ่งเมิ่ง...” เธอพยายามเอื้อมมือมาดึงชายเสื้อฉัน “แกอย่าไปเลยนะ ถ้าแกไปแล้วแม่จะทำยังไง? แม่ยังตั้งท้องน้องชายแท้ ๆ ของแกอยู่นะ...”ฉันหยุดฝีเท้าลงทว่าไม่ได้หันกลับไปมองแม่อีก“แม่คะ” ฉันเรียกเบา ๆ“นี่จะเป็นครั้งสุดท้ายที่หนูเรียกคุณว่าแม่”พูดจบ ฉันก็ปัดมือเธอออกอย่างแผ่วเบาประตูใหญ่ปิดลงเสียงดัง “ปัง”ชั่วพริบตานั้นฉันได้ยินเสียงขว้างปาข้าวของด้วยความโมโหเดือดดาลดังมาจากด้านหลังแต่ฉันก็ไม่ได้หันหลังกลับไปอีกแสงแดดด้านนอกช่างสว่างจ้าเหลือเกินจ้าเสียจนน้ำตาของฉันไหลพรากนี่คือหยาดน้ำตาหยดสุดท้ายที่ฉันจะหลั่งให้กับบ้านหลังนี้นับจากนี้เป็นต้นไป เงินทุกบาททุกสตางค์และความพยายามทุกหยาดเหงื่อ จะเป็นของฉันแต่เพียงผู้เดียวตลอดสี่ปีในรั้วมหาวิทยาลัยฉันต้องหาเงินมาเลี้ยงดูตัวเองฉันใช้ชีวิตราวกับเครื่องจักรหาเงินที่ไม่มีวันหยุดพักเมื่อหลุดพ้นจากการสูบเลือดสูบเนื้อของครอบครัวเดิมแล้ว ฉันก็พบว่าการหาเงินนั้นไม่ได้ยากเย็นอะไรเลยช่วงปีหนึ่ง ฉันอาศัยบารมีจากการสอบเข้ามหาวิทยาลัยได้อันดับท็อปห้าสิบของมณฑล รับ

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 5

    ฉันพยักหน้าอย่างสงบนิ่ง “ค่ะ”หลังจากนั้น ทั้งสองคนก็ไม่มีอะไรจะพูดกันอีกวินาทีที่หันหลังเดินออกจากบ้าน ฉันลูบคลำบัตรประจำตัวผู้เข้าสอบในกระเป๋าเสื้อครึ่งเดือนต่อมา ผลสอบก็ประกาศออกมาฉันได้ 685 คะแนน ติดอันดับท็อปห้าสิบของมณฑลพี่สาวได้ 280 คะแนน แม้แต่เกณฑ์ขั้นต่ำของระดับอนุปริญญาก็ยังไม่ถึงวันที่ตรวจสอบคะแนนบรรยากาศภายในบ้านอึมครึมจนชวนให้รู้สึกอึดอัดแทบขาดใจพ่อจ้องมองคะแนนของพี่สาวที่ทิ่มแทงสายตาบนหน้าจอคอมพิวเตอร์ แววตายิ่งมายิ่งดูมืดมน“เป็นไปไม่ได้! ครูคนตรวจข้อสอบต้องทำผิดพลาดแน่ ๆ!”ทว่าแม่กลับมีปฏิกิริยารุนแรงยิ่งกว่าพ่อ เธอแผดเสียงกรีดร้องขึ้นมา“ลูกรักออกจะฉลาดขนาดนั้น เป็นไปได้ยังไงที่จะสอบได้คะแนนแค่นี้?”“เมิ่งเมิ่ง... ปกติเมิ่งเมิ่งไม่ค่อยพูดค่อยจา จะสอบได้คะแนนสูงขนาดนี้ได้ยังไง? แอบ... แอบโกงข้อสอบหรือเปล่า?” แม่ตวัดสายตาที่เต็มไปด้วยความเคลือบแคลงสงสัยมามองฉันพ่อ แม่ ไม่มีใครในบ้านสักคนที่ใส่ใจฉัน ดังนั้นจึงไม่มีใครรู้ว่าฉันสอบได้ที่หนึ่งของระดับชั้นที่โรงเรียนฉันมองกลับไปยังสายตาที่เต็มไปด้วยความแคลงใจของแม่เปลวไฟแห่งความผูกพันสายใยครอบครัวสาย

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 4

    เพราะฉันไม่เคยขัดใจพ่อกับแม่ และไม่เคยใช้น้ำเสียงเย็นชากับพวกเขาเลยในวินาทีนั้น แม่จึงรู้สึกว่าฉันเป็นคนแปลกหน้า“เมิ่งเมิ่ง ฉันเป็นแม่แกนะ! แม่กำลังท้องกำลังไส้ ให้แกช่วยนวดขาแค่นี้ แกกำลังพูดอะไรของแกน่ะ?”“แม่ลูกสายเลือดเดียวกันก็ต้องคิดเงินให้ชัดเจน แม่ไม่มีสิทธิพิเศษความเป็นแม่สำหรับหนู นี่คือสิ่งที่พ่อกับแม่สอนหนูเอง”ฉันเริ่มเลียนแบบท่าทีที่พ่อกับแม่เคยทำ โดยการคิดเล็กคิดน้อยกับทุกสิ่งทุกอย่างทุกสิ่งทุกอย่างสามารถตีค่าออกมาเป็นตัวเงินได้“รินน้ำ มีค่าบริการห้าสิบบาท นวดขาสิบห้านาที ราคาเริ่มต้นสองร้อยห้าสิบบาท เนื่องจากเป็นช่วงกลางคืน ต้องจ่ายทิปอีกร้อยห้าสิบบาท รวมทั้งหมดสี่ร้อยห้าสิบบาท”แม่โกรธจัดจนคว้าหมอนปาใส่ฉันฉันเบี่ยงตัวหลบหมอนใบนั้นอย่างเย็นชา หมอนจึงร่วงลงไปบนพื้น“แน่นอนว่าถ้าแม่จะให้หนูเก็บหมอนคืนให้ ต้องจ่ายเพิ่มอีกยี่สิบห้าบาท”ฉันจดบัญชีเพิ่มไปอีกรายการด้วยสีหน้าเรียบเฉย ไม่มีอีกแล้วการตอบสนองทุกความต้องการของแม่เหมือนตอนเด็ก ๆ“แม่เลือกที่จะไม่รับบริการก็ได้นะคะ ยังไงคนที่เจ็บก็คือแม่ คนที่ทรมานก็คือสายเลือดแท้ ๆ ของพ่อที่อยู่ในท้องของแม่”พูดจบ

  • รอยร้าวในสายเลือด   บทที่ 3

    “พ่อกับแม่ปรึกษากันแล้ว มุมตรงระเบียงนั่นเดี๋ยวจะกั้นไว้ แล้วเอาเตียงพับไปวางให้แกนอน”ระเบียงงั้นเหรอ?นั่นมันที่ที่ลมพัดโกรกในหน้าหนาวและแดดเปรี้ยงในหน้าร้อน แถมยังไม่มีอะไรบังเลยสักนิดเมื่อเห็นฉันร้องไห้โวยวาย พ่อกับแม่ก็ยังคงมีท่าทีแข็งกร้าว ทุกคำพูดล้วนบีบบังคับให้ฉันรู้จักความ น้ำเสียงนั้นเด็ดขาดจนไม่อาจโต้แย้งได้“เดิมทีพอมีสมาชิกใหม่ ค่าใช้จ่ายในบ้านก็ต้องรัดเข็มขัด เมิ่งเมิ่ง ตอนนี้แกก็ใกล้จะสอบเข้ามหาวิทยาลัยเสร็จแล้ว มีความสามารถพอที่จะไปทำงานหาเงินเหมือนผู้ใหญ่ได้แล้วนะ”“หลังจากสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีหน้าเสร็จ ขอให้แกสละสิทธิ์เรียนต่อ แล้วออกไปทำงานหาเงินมาใช้หนี้ให้พ่อกับแม่ซะ!”ไม่ได้นะ!ฉันต้องเรียนต่อ!คุณครูบอกไว้ว่า การเรียนคือทางรอดเดียวของฉันฉันพยายามโต้แย้งอย่างมีเหตุผลแต่กลับถูกแม่ตบหน้าด้วยความโมโหพ่อกับแม่หยิบสมุดบัญชีปกดำพร้อมกับปึกสัญญาเงินกู้ที่มีลายเซ็นของฉันโยนลงตรงหน้าฉัน“ทำความเข้าใจซะใหม่นะ แกไม่ใช่สายเลือดแท้ ๆ ของพ่อ ครอบครัวเราไม่มีหน้าที่ต้องเลี้ยงดูส่งเสียแกจนโต โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนที่เราใช้ระบบแชร์มาตั้งหลายปี แกไม่รู้ตัวเลยหรือไงว่า

続きを読む
無料で面白い小説を探して読んでみましょう
GoodNovel アプリで人気小説に無料で!お好きな本をダウンロードして、いつでもどこでも読みましょう!
アプリで無料で本を読む
コードをスキャンしてアプリで読む
DMCA.com Protection Status