เข้าสู่ระบบลูกชายฉันอายุสามขวบแล้ว แต่หน้าตาไม่เหมือนสามีฉันเลยสักนิด พ่อสามีของฉันสงสัยไม่เลิกก็เลยแอบพาลูกชายฉันไปตรวจดีเอ็นเอกับตัวเอง ผลการตรวจดีเอ็นเอปรากฏว่าพวกเขาตาหลานไม่เกี่ยวข้องกันทางสายเลือด พ่อสามีโมโหมาก ทั้งด่าทอฉัน แล้วยังขู่จะฆ่าพวกเราแม่ลูกให้ตายอีก สามีฉันก็ตบหน้าฉันอย่างแรง "ผู้หญิงหน้าด้าน! หลอกให้ฉันเลี้ยงลูกผู้ชายคนอื่นมาตั้งสามปี!” พอเห็นพวกเขาทำนิสัยแบบนั้น ฉันก็เลยปาใบรับรองผลตรวจดีเอ็นเอของพ่อสามีกับสามีให้ดู----สองคนนี้ไม่มีความเกี่ยวข้องกันทางสายเลือด พ่อสามีกับสามีอึ้งไปเลย ฉันหัวเราะเบาๆ "ใครกันแน่ที่ไม่ใช่พ่อลูกกัน..."
ดูเพิ่มเติมบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งที่ให้บริการด้านสินเชื่อ ไม่ว่าจะเป็นรับจำนองที่ดิน บ้าน รถ เล่มทะเบียน หรือการปล่อยเงินกู้ คือที่ทำงานของผมเองครับ ผมทำงานที่นี่มาหลายเดือนแล้ว ตำแหน่งของผมคือฝ่ายติดตามสินเชื่อ หรือเรียกง่าย ๆ ก็ตามหนี้นั่นแหละครับ
เป็นตำแหน่งที่ไม่ค่อยมีใครสมัคร เพราะต้องออกไปหาลูกค้า ไปสอบถามเรื่องการผ่อนชำระ ไปแต่ละทีไม่เจอหมาไล่ก็โดนด่าบ้าง แต่ผมชอบนะ เพราะไม่อยากอยู่บริษัท ผมไม่ชอบการจับกลุ่มคุยกันหรือนั่งนินทาเจ้านาย ที่แม้ไม่อยากฟังก็ต้องมีเรื่องให้ได้ยินเข้าหูเสมอ
โชคดีหน่อยที่ตำแหน่งของผมกับเจ้านายไม่ต้องเจอกันบ่อย หรือจะเรียกว่าแทบไม่เจอกันเลยก็ได้ ตั้งแต่ผมทำงานที่นี่มาเราเคยเจอกันแค่ครั้งเดียว และหน้าหมอนั่นก็ดูไม่รับแขกเอาซะเลย เป็นไปได้ก็ขออยู่ห่าง ๆ ดีกว่า แค่ได้ยินพี่ ๆ ในที่ทำงานตั้งฉายาให้เขาว่า บอสวินน้ำแข็ง ผมก็ไม่อยากเอาตัวไปเฉียดแล้วครับ
"เลขาลาออกไปแล้ว เค้าลือกันทั้งบริษัท"
เสียงเจื้อยแจ้วของพี่ดา พี่ที่นั่งโต๊ะทำงานใกล้ผมเอ่ยคุยกับป้าแม่บ้านจนมาเข้าหูผมระหว่างที่กำลังจะเดินไปมุมกาแฟ ทำให้ผมแปลกใจเล็กน้อย เพราะเท่าที่รู้มา เลขาคนปัจจุบันของบอสวินดูจะทำงานเข้าขากันที่สุดแล้ว แต่ทำไมจู่ ๆ ถึงลาออกไปได้นะ และเพราะความอยากรู้ ผมจึงขยับเข้าไปใกล้วงสนทนา ทำทีจัดเอกสารบนโต๊ะตัวเองเพื่อจะได้รู้เรื่องราวมากขึ้น
"โอ๊ย ใครจะไปทำงานด้วยได้ เวลายอดตกทีไรก็เอาแต่หงุดหงิดใส่ลูกน้อง ยิ่งปีนี้เศรษฐกิจไม่ดี ฉันว่าไม่ใช่แค่เลขาหรอกป้า พวกเราด้วยเถอะ เตรียมตัวกันให้ดี มีหวังโดนไล่ตะเพิดกันหมดแน่"
"นั่นสิคะน้องดา ป้านี่กลัวใจบอสเหลือเกิน วันไหนนึกจะดีก็ซื้อขนมซื้อน้ำมาฝากเยอะแยะ วันไหนอารมณ์ไม่ดี เอกสารในห้องนะ ถูกรื้อกระจัดกระจาย ป้านี่เบื่อจะเก็บแล้วค่ะ”
ผมเดินออกมาจากโต๊ะทำงานแล้วตรงไปยังมุมกาแฟของบริษัทตามเดิม ไม่อยากรู้เรื่องราวของบอสไปมากกว่านั้นอีกแล้ว รู้แค่ว่าถ้าเลขาคนเก่าลาออก อีกเดี๋ยวก็ต้องมีการแต่งตั้งเลขาคนใหม่ ไม่รู้ใครจะเป็นคนดวงซวยคนนั้น ส่วนผมน่ะ ขออยู่แผนกเร่งรัดหนี้สินแบบนี้แหละ สบายใจที่สุดแล้ว
“ภัท ภัท น้องภัท !!”
“อ้อ ครับ ๆ พี่ดา”
ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ผมยืนเหม่อ รู้ตัวอีกทีพี่ดาก็มายืนข้าง ๆ ตรงมุมกาแฟแล้ว แถมยังเรียกผมซะเสียงดังจนคนที่อยู่รอบ ๆ หันมามอง
“คิดอะไรอยู่เนี่ย ใจลอยไปไหน”
“ปะ เปล่าครับ ภัทก็คิดอะไรไปเรื่อย พี่ดาจะชงกาแฟเหรอครับ เดี๋ยวภัทชงให้”
พูดจบผมก็เปิดขวดโหลสีใสที่ด้านในมีผงกาแฟยี่ห้อดังเตรียมไว้ ผมจำได้ว่าพี่ดาทานกาแฟไม่ใส่น้ำตาล การชงกาแฟจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไร แค่ตักกาแฟสองช้อน กดน้ำร้อนจากกาน้ำร้อนที่วางอยู่ข้าง ๆ แค่นี้ก็เรียบร้อยแล้ว ซึ่งระหว่างที่ผมกำลังเตรียมกาแฟให้พี่ดา อีกฝ่ายก็พูดเรื่องพนักงานในบริษัทไปเรื่อย ๆ จนมาหยุดที่บอสวิน
“ภัทรู้รึยังเรื่องเลขาบอสวินที่ลาออกไปน่ะ”
“อ้อ ครับ ภัทได้ยินมาบ้างแล้ว”
“พี่ได้ข่าวมาว่าครั้งนี้บอสจะเลือกเองเลยล่ะ ว่าจะให้ใครย้ายไปทำตำแหน่งเลขาแทน พี่นะภาวนาเก้าสิบเก้าจบอย่าให้เป็นพี่เลย คนแบบบอสน่ะเดาอารมณ์ยากจะตายไป พี่ไม่อยากอยู่ใกล้”
พี่ดาพูดจบก็รับแก้วกาแฟจากมือผมไปพร้อมกล่าวขอบคุณเล็กน้อย หลังจากนั้นเราสองคนก็เอาตัวเองออกมาจากตรงนั้นเพราะมีพนักงานคนอื่นรอที่จะชงกาแฟต่อ ระหว่างเดินกลับมายังโต๊ะทำงาน พี่ดายังคงพูดเรื่องบอสไปเรื่อย ๆ เพียงแต่ลดระดับเสียงเบาลงกว่าเดิมนิดหน่อย
“เขาดุมากเลยเหรอครับ”
ผมตัดสินใจเอ่ยถามเรื่องที่สงสัยมานาน เพราะได้ยินเรื่องความเย็นชาของบอสมาหนาหู ทุกคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกัน จนถึงขั้นที่พี่ ๆ ในที่ทำงานตั้งฉายาให้เขาว่า บอสวินน้ำแข็ง
“ยิ่งกว่าดุอีก งานต้องเนี้ยบ ทุกอย่างต้องเป๊ะ ยอดต้องได้ ผลประกอบการต้องดี ถ้ามีคะแนนเต็มร้อยสำหรับบอสต้องได้ร้อยยี่สิบ เมื่อก่อนน่ะบอสไม่ได้ประจำการที่นี่หรอก เขาอยู่บริษัทใหญ่อีกที่นึง แต่ได้ข่าวว่ามีปัญหากับคุณธงชัย พ่อเขานั่นแหละ เลยถูกส่งมาประจำการที่นี่ แล้วก็ต้องทำให้ผลประกอบการของสาขานี้เติบโตให้ได้มากที่สุดด้วย”
พี่ดานั่งลงที่โต๊ะทำงาน ส่วนผมก็เลื่อนเก้าอี้โต๊ะทำงานตัวเองออก ก่อนจะเอื้อมมือไปกดเปิดหน้าจอคอมพิวเตอร์ รอให้มันเริ่มทำงาน และผมเองก็จะได้ทำงานตัวเองสักที
“ภัทว่าที่บอสเขาดูดุ ๆ คงเครียดเรื่องผลประกอบการด้วยมั้งครับ”
ผมหันไปคุยกับพี่ดาพร้อมกับนั่งหมุนเก้าอี้ทำงานไปด้วย ระหว่างรอคอมพิวเตอร์เปิดเครื่อง
“เรื่องนั้นพี่เข้าใจบอสนะคะน้องภัท แต่คนเรามันจะต้องปั้นหน้านิ่งตลอดเวลาเลยรึไง น้องภัทเคยเห็นเค้ายิ้มบ้างมั้ยล่ะ”
ผมนึกย้อนคำถามของพี่ดา แน่นอนว่าภาพนั้นไม่เคยเกิดขึ้นในหัวของผม
“จะว่าไปก็ไม่เลยครับ ภัทไม่เคยเห็นบอสยิ้มเลย”
“อืม นั่นแหละ พวกพี่ ๆ เลยเรียกเขาว่าบอสน้ำแข็ง แต่น้องภัทไม่ต้องกังวลหรอก พนักงานที่เพิ่งมาทำงานน่ะ ส่วนมากไม่เข้าตาบอสหรอก ไม่ต้องกังวลไปเรื่องตำแหน่งเลขา”
“ครับ ภัทเองก็ยังอยากทำตำแหน่งติดตามทวงหนี้เหมือนเดิม”
บทสนทนาของผมและพี่ดาจบลงแค่นั้น หลังจากนั้นเราสองคนก็กลับไปทำหน้าที่ของตัวเอง
ผมเปิดไฟล์ข้อมูลในคอมพิวเตอร์ที่บันทึกข้อมูลลูกค้าที่ค้างค่างวดและเลื่อนการผ่อนชำระเอาไว้หลายราย รายชื่อที่มีแถบสีแดงกำกับไว้แผ่หลาเต็มหน้าจอ ผมกวาดสายตาไปยังรายชื่อลำดับที่หนึ่งและเริ่มทำหน้าที่ของตัวเองอย่างเช่นทุกวัน
"สวัสดีครับ คุณชนัญญา ผมโทรมาจากบริษัท.."
"ไม่ใช่ค่ะไม่ใช่ ชนัญญาไม่มีค่ะ บ้านนี้ไม่มีคนชื่อนี้!"
~ ตู๊ด ๆ ๆ~
ไม่ทันที่จะพูดจบประโยคปลายสายก็กดวางสายไปทันที และนี่ไม่ใช่เคสแรกที่เจอเหตุการณ์แบบนี้ มันกลายเป็นเรื่องปกติไปแล้วมากกว่า แต่เพราะมันเป็นหน้าที่ ผมก็ต้องทำงานแบบเดิม ๆ ซ้ำ ๆ ทุกวันอย่างเลี่ยงไม่ได้
ช่วงนี้เศรษฐกิจซบเซา เหตุการณ์บ้านเมืองก็วุ่นวาย ทั้งภัยพิบัติ และข่าวอาชญากรรมที่มีให้เห็นแทบทุกวัน บริษัทของเราจึงพอจะเป็นที่พึ่งพายามยากให้คนกลุ่มน้อยได้บ้าง แต่ถึงแม้จะมีลูกค้ามากู้เงินและจำนำเล่มทะเบียนเพิ่มมากขึ้น ถึงอย่างนั้นลูกค้าที่ค้างค่างวด และจ่ายล่าช้าก็มีมากขึ้นตามไปด้วย แน่นอนว่ามันทำให้งานของผมเพิ่มขึ้นตาม บางทีก็แอบคิดว่า ถ้าเงินเดือนเพิ่มตามงานที่มากขึ้นก็คงดีไม่น้อย แต่ก็ได้แค่คิด
หลังจากการโทรติดตามเร่งรัดลูกค้าที่จ่ายค่างวดล่าช้าเรียบร้อยแล้ว ราว ๆ สิบโมงก็เป็นเวลาที่ผมจะต้องออกไปนอกบริษัทเพื่อลงพื้นที่ยังบ้านลูกค้าที่ค้างชำระเกินสามงวดขึ้นไป แน่นอนว่าการได้ออกไปข้างนอกคือช่วงเวลาที่ผมชอบมากที่สุด
“วันนี้กี่เคสล่ะภัท”
พี่ดาหันมาถามผม
“วันนี้สี่เคสครับพี่ดา คิดว่าไม่เกินสี่โมงผมน่าจะกลับมาถึงบริษัท”
“เหนื่อยหน่อยนะช่วงนี้ ลูกค้าหนี้เสียเยอะมาก อย่างว่าแหละ เศรษฐกิจไม่ดีเนอะ”
“สบายมากครับพี่ดา ผมไม่เหนื่อยเท่าไหร่หรอก”
“จ้า พ่อคนเก่ง งั้นไปข้างนอกก็ขับรถดี ๆ ล่ะ เอ้อ พี่ลืมบอกไปว่าบอสเค้าให้ใช้รถยนต์ของบริษัทได้แล้วนะ ภัทเอารถไปสิแล้วเดี๋ยวมาทำเบิกค่าน้ำมัน ขับมอไซต์ออกไปทุกวันเดี๋ยวก็ไหม้หรอก แดดประเทศไทยร้อนอย่างกับอะไรดี”
ผมครุ่นคิดครู่หนึ่ง ถึงแม้จะมีใบขับขี่ทั้งรถยนต์และมอเตอร์ไซต์ แต่การจราจรในกรุงเทพคงเหมาะกับรถมอไซต์มากกว่า และการไปบ้านลูกค้าด้วยรถยนต์ก็ดูจะเป็นทางการเกินไป
“ไม่ดีกว่าครับพี่ดา ภัทสะดวกมอไซต์ ไปก่อนนะพี่”
“โอเค ๆ งั้นก็ตามใจ”
ผมโบกมือให้พี่ดาเล็กน้อยแล้วเดินออกมาจากโต๊ะทำงานพร้อมกับสะพายกระเป๋าใส่เอกสารสีดำไว้บนไหล่เช่นทุกครั้ง พร้อมแล้วสำหรับการทำงานในวันนี้
เห็นคุณครูกำลังจะพาอันอันออกมา ฉันเตรียมจะเดินออกไป แต่หลี่ยวนกลับคุกเข่าลงตรงหน้าฉันพร้อมน้ำตาไหลพราก"อี้หลิน ไม่สิ ที่รัก ผมรู้ตัวแล้วว่าทำผิด แม่ผมนอนอยู่ที่โรงพยาบาลไม่มีคนดูแล ผมก็ต้องทำงานหาเงิน แค่คนเดียวดูแลทุกอย่างไม่ไหวจริงๆ เห็นแก่ที่เราเคยเป็นสามีภรรยากัน กลับมาเถอะนะ ถ้าคุณกลับมา ผมจะโอนบ้านให้เป็นชื่อคุณ..."ฉันไม่สนสายตาแปลกๆ ของคนรอบข้าง ตวาดเสียงดัง "สามีภรรยาอะไร? ถ้าให้พูดถึงชีวิตที่อยู่กับคุณมาหลายปี ฉันก็แทบจะอาเจียน ทำไมล่ะ? พอไม่มีแม่บ้านคอยรับใช้แล้วเลยนึกถึงฉันเหรอ? คิดว่าฉันโง่มากหรือไง? ฉันอยู่กับลูกมีความสุขดี จะให้กลับไปรับใช้คุณกับแม่คุณเนี่ยนะ? ฝันไปเถอะ!"หลี่ยวนถูกฉันด่าจนหน้าเสีย ก้มหน้านิ่งไม่พูดอะไรคุณครูพาอันอันมายืนที่ประตู ฉันมองไปที่หลี่ยวน "อย่ามาหาฉันอีก ออกไปให้พ้นหน้าฉัน นี่เป็นคำที่คุณเคยพูดกับฉัน ตอนนี้ขอคืนให้คุณ""อ้อ คุณยังมีพ่อแท้ๆ อยู่นะ ตอนนี้ลำบากมากนักก็ลองไปหาเขาสิ อย่ามายุ่งกับฉัน"หลี่ยวนโกรธจนลุกขึ้นยืน "เธอ!"ฉันทิ้งท้ายไว้เพียงเท่านั้นก็รีบพาอันอันขึ้นแท็กซี่ที่จอดอยู่ข้างๆ แล้วจากไป ไม่สนใจหลี่ยวนที่ยืนแข็งทื่ออยู่ที
พ่อสามีมองไปที่แม่สามี "คุณนั่นแหละที่ขัดขวางไม่ให้อี้หลินตรวจดีเอ็นเอใหม่ ที่แท้คุณวางแผนจะโยนความผิดให้อี้หลินมาตั้งแต่แรก! ความจริงคุณนั่นแหละที่เป็นคนทำเรื่องน่าอับอายพวกนี้! ตลอดหลายปีที่ผ่านมาฉันไม่เคยระแคะระคายเลยสักครั้ง! บอกมา! หลี่ยวนเป็นลูกของคุณกับใครกันแน่?"หลี่ยวนก็แสดงสีหน้าเคียดแค้น "แม่! แม่ทำให้ผมต้องหย่ากับอี้หลิน แล้วอันอันก็เป็นลูกแท้ๆ ของผม!"ในที่สุดแม่สามีก็ควบคุมอารมณ์ไม่อยู่ เธอมองมาที่ฉัน "เธอหย่ากันแล้ว เงินก็เอาไปแล้ว จะกลับมาทำไมอีก? เรื่องนี้ฉันปิดบังมาได้ตั้งสามสิบปี แต่มาพังหมดเพราะเธอ!"ฉันกลอกตา "คุณแม่เป็นคนทำร้ายฉันก่อน อันอันเพิ่งสามขวบ คุณไล่พวกเราสองแม่ลูกออกจากบ้านกลางดึก ทำไมคะ? ทำไมจะกลับมาแก้แค้นไม่ได้? ฉันจะบอกให้นะ นี่แหละกรรมตามสนอง คุณคงไม่คิดจริงๆ หรอกนะว่าจะปิดบังเรื่องนี้ได้ไปตลอดชีวิต! คุณคิดว่าฉันจะยอมเป็นแพะรับบาปด้วยความเต็มใจเหรอ?"พ่อสามีโกรธจนตัวสั่น เขาตบหน้าแม่สามีอย่างแรง "สามสิบปี! ผมเลี้ยงลูกคนอื่นมาตั้งสามสิบปี!"หลี่ยวนพยายามจะไกล่เกลี่ย แต่ถูกพ่อสามีผลักออก "แม่ลูกไร้ยางอายพวกนี้ หลอกฉันมาตั้งสามสิบปี ฉันจะบีบคอแกใ
ข่าวการหย่าร้างระหว่างฉันกับหลี่ยวนแพร่สะพัดไปถึงญาติพี่น้องและเพื่อนฝูงอย่างรวดเร็ว พวกเขาด่าทอฉันในกลุ่มแชทครอบครัวโดยไม่สนใจว่าฉันจะยังอยู่ในกลุ่มเมื่อเห็นคำพูดที่น่ารังเกียจเหล่านั้น ฉันเพียงแค่เลิกคิ้วและเก็บทุกอย่างไว้เป็นหลักฐาน แล้วรีบนำไปแจ้งความกับตำรวจหลี่ยวนโกรธจัดและถามฉันว่า "เราหย่ากันแล้ว เธอยังจะเอายังไงอีก? เธอนี่มันใจร้ายใจดำจริงๆ!"ฉันไม่ตอบอะไร คว้าหยิบกระเป๋าแล้วตรงไปที่บ้านของพวกเขาสถานการณ์ภายในบ้านกำลังลุกเป็นไฟ เพราะฉันแจ้งความข้อหาใส่ร้ายหมิ่นประมาท ญาติที่แสนดีของพวกเขาคงได้ไปเที่ยวสถานีตำรวจกันครบแล้วฉันเคาะประตู คนที่มาเปิดคือหลี่ยวนไม่เจอกันแค่ไม่กี่วัน เขาดูแก่ลงไปเป็นสิบปี สภาพทรุดโทรมรุงรังมาก"มาทำไม? ยังทำให้พวกเราเดือดร้อนไม่พออีกเหรอ?""ลืมแล้วเหรอ ฉันยังมีของขวัญชิ้นใหญ่ที่ยังไม่ได้มอบให้นาย"ฉันมองเขาอย่างรังเกียจแล้วเดินไปนั่งไขว่ห้างบนโซฟาพ่อสามีแม่สามีก็อยู่ที่บ้านด้วย พอเห็นฉันเดินเข้ามา ทั้งคู่ก็ทำหน้าเหมือนอยากจะฉีกฉันเป็นชิ้นๆฉันไม่อยากอ้อมค้อม โยนผลตรวจผลตรวจดีเอ็นเอจากในกระเป๋าลงบนโต๊ะ "ก่อนที่พวกคุณจะมาเอาเรื่องฉัน ดูอ
สีหน้าของแม่สามีแข็งทื่ออย่างเห็นได้ชัด เธอกัดฟันมองหลี่ยวน "ลูกชาย อย่ามัวเสียเวลากับผู้หญิงคนนี้เลย พวกเราไม่ใช่คนไร้เหตุผล คืนเงินในส่วนของเธอไปก็พอ จะได้ไม่ต้องมายุ่งวุ่นวายกันอีกในภายหลัง พวกเราจะได้อยู่อย่างสงบสุข”หลี่ยวนงุนงงอย่างมาก "แม่ พูดอะไรกันครับ? หลังจากที่เธอทำเรื่องแบบนั้นลงไป ตามกฎหมายเธอควรจะแยกตัวออกไปโดยไม่ได้รับเงินสักบาท ทำไมผมต้องให้เงินเธอด้วย? แม้แต่ศาลก็ต้องตัดสินว่าเราเป็นฝ่ายถูก"พ่อสามีอดไม่ได้ที่จะด่า "ใช่แล้ว ถึงบ้านหลังนี้จะไหม้เป็นเถ้าถ่าน ฉันก็ไม่มีวันยกมันให้ผู้หญิงอย่างเธอหรอก""ถ้าอย่างนั้นฉันก็จะไปยื่นฟ้องหย่าที่ศาล คืนนั้นคุณผลักอันอัน ทำให้เขาศีรษะบาดเจ็บจนเลือดออก นั่นถือเป็นการทำร้ายร่างกาย อันอันก็เป็นพยานให้ได้ ฉันอยากรู้ว่าผู้พิพากษาจะเข้าข้างใคร ตอนนั้นฉันจะเรียกญาติพี่น้องของพวกคุณทั้งหมดมานั่งฟังที่ศาลด้วย"แม่สามีตกใจจนพูดไม่เป็นภาษา "ไม่ได้ ห้ามไปศาล หลี่ยวน รีบเซ็นชื่อเร็วเข้าสิ หน้าที่การงานของลูกกำลังก้าวหน้า จะปล่อยให้ผู้หญิงคนนี้มาทำลายชีวิตที่เหลือของลูกเหรอ? ถ้าเรื่องถึงศาล พวกเราจะเสียหน้าหมด"หลี่ยวนจ้องมองฉันด้วยสายตาดุ
ฉันเคยเห็นผลตรวจสุขภาพของพ่อสามีและแม่สามี พวกเขาทั้งคู่มีกรุ๊ปเลือด Oตามแผนผังบนกำแพง ลูกของพวกเขาก็ต้องมีกรุ๊ปเลือด O เท่านั้น ไม่สามารถเป็นกรุ๊ปเลือดอื่นได้แต่ฉันจำได้ชัดเจนว่าหลี่ยวนเพิ่งตรวจสุขภาพที่บริษัทเมื่อครึ่งปีก่อน ตอนนั้นฉันเป็นคนช่วยกรอกแบบฟอร์มให้เขา ในนั้นระบุว่าเขามีกรุ๊ปเลือด A
เขามองฉันด้วยความโกรธ "ฉันจะให้เกียรติเธอเป็นครั้งสุดท้าย บอกฉันมาตามตรง อันอันเป็นลูกของเธอกับใคร? ไม่งั้นถ้าเรื่องอื้อฉาวนี้แพร่ออกไป คนที่อับอายที่สุดก็คือเธอเอง!"ฉันลูบแก้มที่บวมแดงและร้อนผ่าว พลางยิ้มเยาะ "งั้นก็ป่าวประกาศออกไปเลยสิ ฉันไม่ได้ทำอะไรผิด จะพูดยังไงก็ตามใจ"สามีฉันคว้าคอเสื้อฉัน





