Mag-log in
บทที่ 1 แผลเป็นที่ไม่เคยจาง
ภาพสะท้อนที่กระจกบานใหญ่ ร่างเล็กของหญิงสาวในชุดเดรสสีดำสนิท ใบหน้าคม สวยนัยน์ตาคมกริบ แต่ทว่ามันว่างเปล่าจนน่ากลัว มือเรียวเอื้อมไปแตะที่สร้อยคอเส้นเล็กที่มีจี้รูปหยดน้ำ สิ่งดูต่างหน้าชิ้นสุดท้ายจากครอบครัวของเธอ “เธอต้องจำไว้ให้ขึ้นใจ... มนศิชา” มนศิชา คือชื่อเดิมที่พ่อแม่ตั้งให้เธอ ทว่าตอนนี้เธอเปลี่ยนชื่อแซ่หมดแล้ว เปลี่ยนทุกๆ อย่าง ไม่เหลือเค้าโครงเดิมเลยแม้แต่น้อย ชื่อปัจจุบันของเธอคือ ‘กวาง’ เสียงเคาะประตูห้องดังขึ้น ก่อนที่ชายหนุ่มวัยกลางคนในชุดสูทภูมิฐานจะก้าวเข้ามา เขาคือ ‘คุณอนันต์’ ทนายความเก่าแก่ของตระกูลเธอ และเป็นคนเดียวที่รู้ว่าเธอยังมีชีวิตอยู่ “หนูกวางแน่ใจจริงๆ เหรอ ที่จะเดินเส้นทางนี้?” อนันต์เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเป็นห่วงเป็นใย แววตาของเขาเต็มไปด้วยความกังวล เพราะเธอคือคนสุดท้ายของตระกูลแล้ว “หนูไม่มีทางเลือกอื่นแล้วค่ะอา” กวางหันกลับมาเผชิญหน้า “สิบกว่าปีที่ผ่านมา หนูอยู่เพื่อรอวันนี้ วันที่หนูจะลากคอคนที่ทำลายชีวิตพ่อกับแม่ลงนรกด้วยมือของหนูเอง” “แต่อีกฝ่ายคือ คัตเตอร์ เลวิน นะกวาง เขาไม่ใช่มาเฟียกระจอกๆ ที่หนูจะเดินเข้าไปแทงข้างหลังได้ง่ายๆ ผู้ชายคนนั้นน่ากลัวกว่าที่หนูคิดไว้มาก” “หนูรู้ค่ะว่าเขาไม่ธรรมดา เขาคุมธุรกิจอสังหาริมทรัพย์บังหน้า แต่เบื้องหลังคุมเส้นทางสีเทาทั้งหมดในแถบนี้ คนที่เลือดเย็นขนาดยืนมองพ่อแม่คนอื่นตายต่อหน้าได้โดยไม่กระพริบตา หนูไม่มีวันลืมแน่นอน!” หญิงสาวกำหมัดแน่นจนเล็บแทบฝังลงไปในเนื้อ “อาเข้าใจ แต่อดีตมันผ่านมานานแล้ว หลักฐานที่ชี้ไปที่เขาตอนนั้นมันก็...” “หลักฐานทุกอย่างมันชัดเจนค่ะอาอนันต์! บริษัทของพ่อถูกโกงจนล้มละลายภายในข้ามคืน หุ้นทั้งหมดถูกโอนไปเป็นของเลวินกรุ๊ป แล้วภาพสุดท้ายที่หนูเห็นคืนที่พ่อกับแม่ตาย ก็คือผู้ชายคนนั้นยืนอยู่กลางบ้านหนู เขามองดูศพพ่อแม่หนูด้วยสายตาเฉยชาเหมือนเห็นผักเห็นปลา!” “แล้วแผนของหนูล่ะ? การเปลี่ยนชื่อจาก มนศิชา เป็น กวาง แล้วปรับลุคตัวเองแบบนี้ มันจะทำให้เขาจำไม่ได้จริงๆ เหรอ?” อนันต์ถาม พลางมองใบหน้าสวยคมที่ดูต่างจากเด็กหญิงแก้มป่องในอดีตอย่างสิ้นเชิง “ตอนนั้นหนูเพิ่งจะสิบขวบ แถมคืนนั้นไฟก็มืด เขาไม่เคยสนใจหนูด้วยซ้ำ สายตาของเขามองเห็นแค่ผลประโยชน์และอำนาจค่ะ เขาจำหนูไม่ได้แน่” กวางเหยียดยิ้ม แววตาซ่อนความเด็ดเดี่ยวเอาไว้ “และตอนนี้ หนูพร้อมแล้วสำหรับตำแหน่งเลขาของเขาแล้วค่ะ” “อาสืบมาให้แล้วนะ พรุ่งนี้จะเป็นวันสัมภาษณ์รอบสุดท้าย คัตเตอร์เป็นคนขี้ระแวงมาก เลขาสองคนก่อนหน้านี้ถูกไล่ออกเพราะแอบสืบเรื่องส่วนตัวของเขา หนูต้องระวังตัวให้ดีนะ” อนันต์ยื่นซองเอกสารสีน้ำตาลให้กับเธอ “ขอบคุณค่ะอา... ข้อมูลพวกนี้แหละที่จะเป็นใบเบิกทางของหนู” กวางรับซองมาเปิดดู ในนั้นมีตารางเวลา ข้อมูลความชอบ และพฤติกรรมส่วนตัวของชายหนุ่ม “กวาง... สัญญากับอาอย่างหนึ่งได้ไหม?” อนันต์มองสบตาหญิงสาวตรงหน้า “อะไรคะ?” “ถ้าเกิดอะไรขึ้น หนูต้องหนีทันที อย่าเอาชีวิตไปทิ้ง” “หนูไม่กลัวตายค่ะอา สิ่งเดียวที่หนูกลัวคือ... ไม่ได้ล้างแค้นให้พ่อแม่” กวางตอบน้ำเสียงเรียบ นัยน์ตาไม่มีความหวาดกลัวเลยแม้แต่นิดเดียว ด้านคัตเตอร์ บริษัท เลวินกรุ๊ป ภายในห้องทำงานกว้างขวางชั้นบนสุด บรรยากาศเงียบสงัดจนได้ยินเสียงเครื่องปรับอากาศทำงาน ชายหนุ่มร่างสูงใหญ่ในชุดสูทสีเข้มกำลังยืนมองออกไปนอกกระจกบานยักษ์ แววตาคู่คมดูดุดันและแสนจะเย็นชา เขาทอดสายตามองเมืองหลวงราวกับเสือร้ายที่กำลังมองดูเหยื่อ “นายครับ รายชื่อผู้ผ่านเข้ารอบสัมภาษณ์เลขาวันพรุ่งนี้ครับ” ‘ธีร์’ มือขวาคนสนิทเดินเข้ามารายงาน พร้อมวางไอแพดลงบนโต๊ะทำงานของผู้เป็นเจ้านาย “กี่คน?” เขาเอ่ยถามน้ำเสียงเรียบ ไม่แม้แต่จะหันกลับมองที่ไอแพดเลยด้วยซ้ำ “สามคนครับนาย สองคนแรกเป็นคนของพันธมิตรเราที่ส่งมาเพื่อเชื่อมสัมพันธ์ ส่วนคนสุดท้าย...” ธีร์เว้นจังหวะไปเล็กน้อย “ทำไม? มีอะไรแปลกงั้นเหรอ” คัตเตอร์หันกลับมามองมือขวาของเขาทันที “เธอชื่อ กวาง ครับ ประวัติการทำงานดีเยี่ยม จบโทจากต่างประเทศด้วยคะแนนเกียรตินิยม แต่อดีตค่อนข้างลึกลับ ประวัติก่อนอายุยี่สิบเหมือนถูกลบหรือทำขึ้นมาใหม่ครับนาย” ธีร์เอ่ยพูดรายงานตามตรง ตามที่เขาสืบมาได้ คัตเตอร์เหยียดยิ้มมุมปากเล็กน้อย นัยน์ตาคมเข้มฉายแววถูกใจบางอย่าง ยิ่งปกปิด ยิ่งน่าค้นหา ยิ่งหลบซ่อน เขาก็ยิ่งอยากจะเปิดเผย “ประวัติสะอาดเกินไป หรือลึกลับเกินไป... ก็น่าสนใจดีทั้งนั้น” “ให้ผมตัดชื่อเธอออกไหมครับ? ในเมื่อเราไม่รู้ที่มาที่ไปของเธออย่างชัดเจน มันอาจจะเป็นอันตราย” “ไม่ต้อง! ปล่อยให้เธอเข้ามา” คัตเตอร์เดินกลับมานั่งที่เก้าอี้หนังตัวใหญ่ “ถ้าเธอเป็นหนอนบ่อนไส้ที่ศัตรูส่งมา ฉันจะได้บดขยี้มันด้วยมือของฉันเอง แต่ถ้าเธอมีความสามารถจริงๆ... ฉันก็อยากจะเห็นว่าผู้หญิงคนนี้จะเล่นเกมอะไร” “รับทราบครับ ผมจะเตรียมการสัมภาษณ์วันพรุ่งนี้ให้พร้อมที่สุด” ธีร์โค้งศีรษะเตรียมตัวจะเดินออกไป “อ้อ... ธีร์” คัตเตอร์เอ่ยเรียกไว้ “ครับ?” “สั่งคนของเราให้จับตาดูผู้หญิงที่ชื่อกวางไว้ตั้งแต่ก้าวแรกที่เหยียบเข้ามาในตึกนี้ อย่าให้คลาดสายตา” “ครับ” เมื่อประตูห้องทำงานปิดลง คัตเตอร์หยิบไอแพดขึ้นมาดูรูปถ่ายของหญิงสาวทันที ใบหน้าสวยคม นัยน์ตาคมที่ซ่อนความเศร้าและเด็ดเดี่ยวในรูปนั้นทำให้หัวใจของมาเฟียใหญ่รู้สึกแปลกๆ ขึ้นมาทันที “แววตาแบบนี้... เหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน” คัตเตอร์เอ่ยพึมพำกับตัวเองเบาๆ นิ้วหนาลูบไล้ไปที่หน้าจอตรงดวงตาของเธอ “กวางงั้นเหรอ... อย่าทำให้ฉันผิดหวังล่ะ” เช้าวันต่อมา บริษัทเลวินกรุ๊ป จำกัด หญิงสาวก้าวเข้ามาในตึกเลวินกรุ๊ปด้วยท่าทางสง่างามและมั่นใจ ชุดเดรสทำงานสีเทาเข้มขับให้เธอดูสวย และน่าเกรงขามในเวลาเดียวกัน สายตาของพนักงานชายหลายคนจับจ้องมาที่เธอเป็นตาเดียว แต่กวางไม่ได้สนใจเลยแม้แต่น้อย เพราะเป้าหมายของเธออยู่ชั้นบนสุดของตึกนี้เท่านั้น หญิงสาวนั่งรออยู่ในห้องรับรองร่วมกับผู้สมัครอีกสองคนที่เป็นลูกสาวนักธุรกิจตระกูลใหญ่ ทั้งสองคนมองกวางด้วยสายตาเหยียดๆ “คิดยังไงถึงมาสมัครงานที่นี่จ๊ะ รู้ไหมว่าคุณคัตเตอร์เขาเลือกคนจากระดับไหน?” หนึ่งในผู้สมัครเอ่ยจิกกัดน้ำเสียงแหลม กวางไม่ได้หันไปมอง เธอยังคงเปิดแฟ้มเอกสารอ่านทบทวนเรียบๆ ก่อนที่จะเอ่ยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “คุณคัตเตอร์เลือกเลขามาทำงานค่ะ... ไม่ได้เลือกคู่ขา ถ้าเน้นระดับหรือชาติตระกูล ป่านนี้พวกคุณคงได้นั่งโต๊ะทำงานไปแล้ว ไม่ต้องมานั่งรอสัมภาษณ์แบบนี้หรอกค่ะ” “นี่แก!! กล้าดียังไงมาปากดีใส่ฉัน” หญิงสาวคนเดิมลุกขึ้นยืนชี้หน้ากวางด้วยความโกรธ “คุณกวางครับ คุณคัตเตอร์เรียกพบครับ” เสียงของธีร์ที่เดินเข้ามาขัดจังหวะทำให้สถานการณ์ตึงเครียดยุติลงทันควัน หญิงสาวยันตัวลุกขึ้นยืน จัดแจงชุดเดรสให้เรียบร้อยแล้วหันไปยิ้มบางๆ ให้ผู้สมัครทั้งสองคน “ขอตัวก่อนนะคะ... หวังว่าจะไม่ได้เจอกันอีก” ธีร์มองท่าทางของกวางแล้วลอบยิ้มในใจ ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาจริงๆ เขาผายมือเชิญเธอเดินไปยังห้องทำงานส่วนตัวของผู้เป็นเจ้านายทันที “คุณคัตเตอร์รออยู่ด้านในครับ ขอให้โชคดี” ธีร์เปิดประตูให้ กวางสูดหายใจเข้าลึกๆ ดึงความกล้าทั้งหมดที่มีขึ้นมา ก่อนจะก้าวเดินเข้าไปในห้องทำงานที่อบอวลไปด้วยกลิ่นบุหรี่ราคาแพงและไอเย็นจากเครื่องปรับอากาศ ประตูข้างหลังปิดลง พร้อมกับหัวใจของเธอที่เต้นรัวอย่างห้ามไม่อยู่ หลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ ชายหนุ่มผู้ทรงอิทธิพลที่เธอเกลียดเข้าไส้ เขากำลังนั่งกอดอก สายตาคมเข้มปัดมองมาที่เธอตั้งหัวจรดเท้า “นั่งลงสิ” เสียงทุ้มต่ำเอ่ยขึ้นเป็นเชิงอนุญาต หญิงสาวเดินไปนั่งที่เก้าอี้ฝั่งตรงข้ามอย่างมีมารยาทที่สุด เธอสบตาเขาตรงๆ ไม่มีอาการหลบสายตาหรือตื่นกลัวเหมือนผู้หญิงคนอื่นที่เคยเจอเขา “ฉันอ่านประวัติของเธอแล้ว... กวาง” คัตเตอร์เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ “ประวัติสวยหรู เกียรตินิยมอันดับหนึ่ง ความสามารถรอบด้าน แต่... ทำไมประวัติก่อนอายุยี่สิบของเธอถึงว่างเปล่าเหมือนคนไม่มีตัวตน?” คำถามแรกก็แทงใจดำทันที แต่เธอเตรียมใจมาแล้ว เธอเหยียดยิ้มบางๆ ก่อนที่จะเอ่ยตอบเขาน้ำเสียงเรียบ “คุณต้องการเลขาที่ทำงานเก่ง ข้อมูลไม่รั่วไหล หรือต้องการสืบประวัติครอบครัวของฉันไปทำทะเบียนราษฎร์คะ?” คัตเตอร์เลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย แววตาอันตรายฉายแววความพึงพอใจในความใจกล้าของเธอ “ปากดี หยอกย้อน” “ฉันไม่ได้ย้อนค่ะ ฉันแค่ชี้แจง ความเป็นส่วนตัวในอดีตของฉันไม่มีผลต่อประสิทธิภาพในการทำงานของเลวินกรุ๊ปแน่นอนค่ะ คุณสามารถทดสอบฉันได้ทุกเรื่อง... ถ้าฉันทำไม่ได้ตามที่พูด ฉันจะเดินออกไปเอง” “ทุกเรื่องงั้นเหรอ?” คัตเตอร์ลุกขึ้นยืน ร่างสูงใหญ่เดินอ้อมโต๊ะทำงานมาหยุดอยู่ด้านหลังเก้าอี้ของกวาง ความเงียบและรังสีความกดดันจากมาเฟียใหญ่ ทำให้บรรยากาศในห้องอึดอัดจนแทบหายใจไม่ทั่วท้อง เขาซ่อนความอันตรายไว้ภายใต้ท่าทางนิ่งสงบ คัตเตอร์ก้มลงมาใกล้จนหญิงสาวได้ยินเสียงลมหายใจของเขา กลิ่นน้ำหอมผสมกลิ่นบุหรี่จางๆ ของเขาโชยเข้าจมูกเธอ ยิ่งกระตุ้นความทรงจำในคืนวันนั้น... คืนที่ครอบครัวเธอต้องพินาศ “ถ้าฉันบอกว่า... งานของเลขาฉัน ไม่ใช่แค่การจัดการเอกสาร แต่ต้องรวมถึงการ เก็บความลับ ที่อาจจะทำให้เธอติดคุกหรือตายได้ทุกเมื่อล่ะ เธอจะยังอยากทำงานนี้อยู่ไหม?” คัตเตอร์กระซิบเอ่ยถามที่ข้างหู เสียงทุ้มต่ำนั้นเต็มไปด้วยความเย้ายวนและข่มขวัญเธอบทที่ 90 คนที่ไว้ใจที่สุดในบ้านเธอมองซองสีดำในกล่องอีกครั้ง ความรู้สึกบางอย่างบอกว่าความลับที่อยู่ข้างในอาจเกี่ยวข้องกับผู้หญิงที่เธอยังเรียกว่าแม่ และคนที่กำลังพยายามทำลายหลักฐานทุกชิ้น“คุณกวางครับ มีแฟ้มอีกใบอยู่ด้านหลังชั้น”ผู้เชี่ยวชาญเอ่ยขึ้นพร้อมดึงแฟ้มบางๆ ออกมา ความรู้สึกตื่นเต้นปรากฏในน้ำเสียงกวางรับแฟ้มด้วยมือที่สวมถุงมือแล้วเปิดดู หน้าแรกไม่มีชื่อ แต่มีข้อความเขียนด้วยลายมือว่า{ ถ้าคุณกวางได้อ่านแฟ้มนี้ แปลว่าผมไม่สามารถปกป้องคุณได้อีกต่อไป }เธออ่านต่อด้วยหัวใจที่เต้นแรง{ คนที่คุณไว้ใจที่สุดในบ้าน คือคนที่รู้ความจริงทั้งหมด }กวางรู้สึกเย็นวาบไปทั่วร่าง เธอหันไปมองทางประตูที่คัตเตอร์เพิ่งเดินออกไป ความรู้สึกสงสัยวูบหนึ่งเกิดขึ้นในใจ ก่อนที่เธอจะรีบปฏิเสธทันที“ไม่ใช่พี่คัตเตอร์ค่ะ”กวางพูดออกมาอย่างหนักแน่น ความรู้สึกไม่ยอมให้ใครมาทำลายความเชื่อใจปรากฏชัดในแววตาคุณวิทย์มองเธออย่างตกใจ“คุณกวางยังไม่ได้อ่านรายชื่อเลยนะครับ”“กวางรู้ค่ะว่าเขาไม่ใช่”กวางตอบพร้อมกำแฟ้มแน่นขึ้น“พี่คัตเตอร์อาจมีเรื่องที่ยังไม่ได้บอกกวาง แต่เขาไม่เคยทำร้ายกวาง และเขาไม่ใช่คนที่กวางต้องสง
บทที่ 89 ห้องลับใต้ชั้นเก็บของแสงไฟจากรถหลายคันส่องกระทบประตูโกดังเก่าท่ามกลางความมืด เสียงลมพัดผ่านต้นไม้แห้งดังเสียดสีกันเป็นระยะ บรรยากาศรอบตัวเงียบผิดปกติมีเพียงเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยและทีมกฎหมายที่กำลังเตรียมอุปกรณ์ตรวจสอบพื้นที่ตามคำสั่งของคัตเตอร์กวางยืนอยู่ข้างรถ มือเรียวกำแฟ้มเอกสารแน่น ภายในแฟ้มนั้นมีสำเนาไฟล์เสียงและบันทึกของนายสมชาย สิ่งที่พวกเขาได้ยินจากเครื่องบันทึกเสียงยังคงติดอยู่ในหัว โดยเฉพาะประโยคที่บอกว่าแฟ้มตัวจริงถูกซ่อนไว้ในห้องลับใต้ชั้นเก็บของคัตเตอร์เดินเข้ามาหาเธอพร้อมเสื้อคลุมสีเข้ม เขาหยุดยืนตรงหน้าแล้วจัดปกเสื้อของเธอให้เข้าที่ แม้สถานการณ์โดยรอบจะเต็มไปด้วยความตึงเครียด แต่ท่าทางของเขายังคงอ่อนโยนเช่นเดิม“หนาวไหมครับ?”คัตเตอร์เอ่ยถามพร้อมวางมือแตะไหล่เธอ ความรู้สึกเป็นห่วงซ่อนอยู่ในแววตาคมเข้ม“ไม่หนาวค่ะ แต่กวางรู้สึกเหมือนกำลังกลับมาที่เดิมอีกครั้ง”กวางตอบพร้อมมองประตูโกดัง ความรู้สึกหวาดกลัวจากวัยเด็กค่อยๆ ไหลย้อนกลับมา เธอจำได้ถึงเสียงประตูเหล็ก กลิ่นฝุ่น และมือของนายสมชายที่พาเธอออกจากบ้านในคืนนั้น“ครั้งนี้กวางไม่ได้กลับมาในฐานะเด็กคนนั
บทที่ 88 ความจริงเมื่อถึงโรงพยาบาล นายสมชายถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินทันที กวางกับคัตเตอร์นั่งรออยู่หน้าห้อง โดยมีเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยยืนอยู่ไม่ไกลเวลาผ่านไปเกือบหนึ่งชั่วโมง แพทย์จึงเดินออกมา“คนไข้พ้นขีดอันตรายแล้วครับ แต่ยังมีอาการมึนงงและต้องพักสังเกตอาการ”แพทย์กล่าวพร้อมเปิดแฟ้ม ความรู้สึกโล่งใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของทุกคน“เขาพอจะพูดคุยได้ไหมคะ?”กวางถามพร้อมก้าวเข้าไปใกล้ด้วยความรู้สึกเป็นห่วง“ได้ครับ แต่ไม่ควรนานเกินไป และอย่าถามคำถามที่ทำให้คนไข้เครียด”“ขอบคุณค่ะ”กวางตอบพร้อมพยักหน้า ก่อนจะหันไปมองคัตเตอร์“กวางขอเข้าไปพบเขาได้ไหมคะ?”“พี่จะเข้าไปด้วยครับ”คัตเตอร์ตอบทันที ความรู้สึกห่วงใยปรากฏชัดในน้ำเสียงภายในห้องพัก นายสมชายนอนอยู่บนเตียง ใบหน้าซีดเซียวและมีผ้าพันแผลพันรอบศีรษะ เมื่อเห็นกวาง เขาพยายามขยับตัวลุกขึ้น แต่คัตเตอร์รีบยกมือห้าม“ไม่ต้องลุกครับ พักก่อน”คัตเตอร์เอ่ยด้วยน้ำเสียงนุ่มลง ความรู้สึกระมัดระวังและให้เกียรติผู้สูงอายุปรากฏอยู่ในท่าทาง“คุณหนูกวาง…”นายสมชายเรียกเธอด้วยเสียงแผ่ว ความรู้สึกตกใจและสำนึกผิดปรากฏขึ้นในดวงตา“คุณจำกวางได้เหรอคะ?”กวางถาม
บทที่ 87 เสียงบันทึกจากคืนนั้นภายในบ้านของนายสมชายเต็มไปด้วยร่องรอยการรื้อค้น ลิ้นชักถูกเปิดค้าง เอกสารกระจัดกระจายอยู่บนพื้น และตู้ไม้เก่าหลายใบถูกเลื่อนออกจากผนังจนเห็นรอยฝุ่นเป็นแนวยาว กลิ่นยาหม่องและกลิ่นอับจากห้องนอนลอยปะปนกันอยู่ในอากาศกวางยืนอยู่ข้างคัตเตอร์ ดวงตาจับจ้องเครื่องบันทึกเสียงเก่าที่วางอยู่บนพื้นใกล้ร่างของชายชรา ความรู้สึกหวาดหวั่นและเร่งร้อนก่อตัวขึ้นในใจ เพราะสิ่งของชิ้นนี้อาจเป็นหลักฐานสำคัญที่ใครบางคนพยายามตามหาคัตเตอร์ก้มลงตรวจชีพจรของนายสมชาย ก่อนจะหันไปสั่งเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัย“เรียกรถพยาบาลเดี๋ยวนี้ครับ”เขาเอ่ยด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ความรู้สึกเป็นห่วงปรากฏชัดในแววตา ขณะเดียวกันก็ยังคงรักษาความสงบเพื่อไม่ให้กวางตื่นตระหนก“เขายังมีชีพจรอยู่ค่ะ”กวางถามพร้อมมองชายชราที่นอนหมดสติอยู่บนพื้น ความรู้สึกกังวลบีบรัดหัวใจเมื่อเห็นรอยช้ำบริเวณขมับของเขา“ยังมีครับ แต่ต้องให้แพทย์ตรวจทันที”คัตเตอร์ตอบพร้อมถอดเสื้อคลุมของตัวเองออกมารองศีรษะให้ชายชราอย่างระมัดระวัง ความรู้สึกอ่อนโยนที่มีต่อผู้สูงอายุปรากฏขึ้น แม้เขาจะยังคงมีท่าทีเด็ดขาดเหมือนเดิม“กวางอยู่ตรงน
บทที่ 86 เข้าใกล้ความจริงทุกที“ใครเป็นคนอยู่ปลายสายคะ?”“ฉันไม่รู้ค่ะ แต่เสียงเป็นผู้หญิง”กวางเงยหน้าขึ้นทันที ความรู้สึกชาวาบเกิดขึ้นทั่วร่าง“คุณมาลีจำเสียงได้ไหมคะ?”“จำได้ไม่ทั้งหมดค่ะ แต่จำคำพูดหนึ่งได้”คุณมาลีหลับตาลง พยายามรื้อฟื้นความทรงจำ“เธอพูดว่า ‘ทำตามที่สั่ง แล้วเด็กคนนั้นจะถูกส่งออกไปคืนนี้’ ค่ะ”กวางรู้สึกเหมือนอากาศรอบตัวหายไปในทันที ภาพใบหน้าของมารดาปรากฏขึ้นในความทรงจำ พร้อมเสียงที่เคยสั่งให้เธอเก็บของและออกจากบ้านโดยไม่อธิบายเหตุผลคัตเตอร์กระชับมือเธอแน่นขึ้น“กวางครับ”“กวางยังไหวค่ะ”เธอตอบ แม้น้ำเสียงจะสั่น ความรู้สึกเจ็บปวดปรากฏอยู่บนใบหน้าแต่เธอยังคงพยายามตั้งสติ“กวางอยากไปพบคุณสมชายต่อค่ะ”คัตเตอร์มองเธอด้วยความเป็นห่วง ก่อนจะหันไปทางคุณมาลี“บ้านคุณสมชายอยู่ตรงไหนครับ?”“อยู่ท้ายหมู่บ้านค่ะ แต่เขาไม่ค่อยพบคนแปลกหน้า หลังจากเกษียณก็เก็บตัวอยู่บ้าน”คุณมาลีตอบพร้อมเขียนแผนที่ให้ กวางเก็บเอกสารทั้งหมดลงแฟ้มอย่างระมัดระวัง“ขอบคุณมากนะคะคุณมาลี”“คุณกวางคะ”คุณมาลีเรียกไว้ก่อนที่เธอจะลุกขึ้น ความรู้สึกลังเลปรากฏอยู่บนใบหน้า“ฉันขอโทษที่วันนั้นไม่ได้ช่วยคุณ”
บทที่ 85 เงาของคนในคืนนั้นแสงเช้ายามสายส่องผ่านกระจกหน้ารถเป็นริ้วสีทอง ถนนสายยาวทอดผ่านทุ่งนาและแนวต้นไม้ที่เรียงรายอยู่สองข้างทาง รถยนต์คันสีดำเคลื่อนตัวออกจากกรุงเทพตั้งแต่เช้า โดยมีรถรักษาความปลอดภัยขับตามอยู่ห่างๆ อีกหนึ่งคันบนเบาะด้านหลัง กวางกำแฟ้มเอกสารไว้บนตัก ภายในนั้นมีข้อมูลของคุณมาลี อดีตพนักงานฝ่ายจัดเก็บเอกสาร และคุณสมชาย อดีตพนักงานรักษาความปลอดภัยที่อยู่ในบริษัทในคืนเกิดเหตุ ความจริงที่ทั้งคู่ตามหากำลังเข้าใกล้ขึ้นทุกที แต่ความรู้สึกในใจของกวางกลับหนักอึ้งกว่าเดิมคัตเตอร์นั่งอยู่ข้างเธอ มือข้างหนึ่งถือแท็บเล็ตตรวจสอบเส้นทาง ส่วนอีกข้างวางอยู่ใกล้มือเธอ ราวกับพร้อมให้กวางจับได้ทุกเมื่อ“ถ้าเหนื่อยก็บอกพี่นะครับ” คัตเตอร์เอ่ยขึ้นโดยไม่ได้ละสายตาจากหน้าจอ ความรู้สึกเป็นห่วงซ่อนอยู่ในน้ำเสียงอย่างชัดเจน“กวางไม่เหนื่อยค่ะ แค่กำลังคิดว่าคุณมาลีจะยอมเล่าให้เราฟังไหม”“พี่ไม่คิดจะบังคับเธอครับ”“กวางรู้ค่ะ แต่ถ้าเธอกลัวจนไม่ยอมพูด เราอาจเสียโอกาสได้หลักฐานสำคัญนะคะ”“เราไม่ได้ไปเพื่อบังคับให้ใครพูดครับ เราไปเพื่อฟังสิ่งที่เขาพร้อมจะเล่า”คัตเตอร์ตอบพร้อมวางแท็บเล็ตลง แล้ว







