Share

บทที่ 2

last update Tanggal publikasi: 2025-11-03 17:37:18

อิงหลิวลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยการปลุกของแม่นม นางถูกพาไปเช็ดตัวและป้อนอาหารเด็กเล็ก ในระหว่างที่นางรับอาหารเสร็จ เสียงของหญิงชราที่คุ้นเคยก็ดังขึ้นจากหน้าประตูเรือนเล็ก

“ทำไมลูกใหญ่ถึงไม่ให้คุณหนูใหญ่ไปส่งที่หน้าจวนกัน ทำอย่างกับเด็กสาวคนนี้ไม่ใช่ลูก” ฮูหยินผู้เฒ่าโจว อดีตฮูหยินรองของอดีตนายใหญ่โจวคนก่อน บิดาของนายใหญ่โจวคนปัจจุบัน หรือก็คือ ปู่ของนาง ในชาตินี้ ดังขึ้นก่อนจะเดินก้าวเข้ามาในห้องที่นางอาศัยอยู่

“ท่านย่า” อิงหลิวเปิดปากทักผู้เป็นย่าของนางในชาตินี้ หากว่าใครดีกับนางที่สุดในบ้านตระกูลโจว ก็คือ ฮูหยินผู้เฒ่าตรงหน้านี้แหละ แม้ไม่ได้รักนางมากมาย แต่ก็สนิทสนมกับนางที่สุด อาจจะเป็นเพราะสงสาร หรืออะไรก็ตาม นางก็ไม่ได้สนใจ

“บิดาของเจ้ามีธุระที่ต่างแคว้น มารดาของเจ้าก็ต้องตามไปด้วย เจ้าไม่ต้องกังวลนะ ยังมีย่าอยู่ ทั้งอารอง และอาสาม ก็ยังอยู่ด้วย” หญิงชราอดไม่ได้ที่จะสงสารเด็กน้อยตรงหน้า นางรู้ดีสายตาที่ลูกใหญ่ของนางมองมาที่เด็กน้อยคนนี้ แทบไม่มีเศษเสี้ยวของความรักเลยแม้แต่น้อย ไม่รู้ศัตรูของนางในอดีต ฮูหยินเอกของสามีนาง เลี้ยงลูกอย่างไรกัน บุตรชายของนางผู้นั้นถึงได้ไม่สนใจใยดีสายเลือดของตัวเองเลย

“เจ้าค่ะ” อิงหลิวขานรับพร้อมรอยยิ้มกว้าง ยังไงแล้วนางก็เป็นเด็กสองขวบ ยังไม่มีกำลังจะปกป้องตัวเอง คงทำได้แต่พึ่งพาญาติ ๆ คนอื่น อารอง กับอาสามก็เป็นบุตรชายแท้ ๆ ของฮูหยินผู้เฒ่า ถือได้ว่ามีอำนาจมากสุดรองจากบิดาของนาง

อิงหลิวใช้ชีวิตแต่ละวันในการเล่าเรียนศาสตร์จากอาจารย์ที่ถูกจ้างมาสอนโดยอาสะใภ้รองและอาสะใภ้สาม สลับกับอ่านหนังสือตำราเองในห้องสมุดของตระกูล อารองมีภรรยาถึงสี่คนรวมฮูหยินเอก ส่วนอาสามมีภรรยาสองคนรวมฮูหยินเอก ทำให้ภายในบ้านตระกูลโจว ที่นางอาศัยอยู่มีเด็กเล็กเกือบสิบคนเลยทีเดียว แน่นอนว่านาง โจวอิงหลิวอายุมากสุด คือ หกขวบ

ในตอนที่นางอายุสามขวบ ฮูหยินผู้เฒ่าก็ได้รับจดหมายว่าบิดาและมารดาของนางหายตัวไประหว่างรอยต่อของแคว้นที่อยู่เหนือสุด ในตอนนั้นท่านย่าของนางตัดสินใจรับนางมาอาศัยอยู่ในเรือนใหญ่ เพราะไม่ต้องการให้บ่าวรับใช้มีโอกาสรังแกนาง สินเดิมของมารดารวมถึงสมบัติต่าง ๆ ของผู้เป็นบิดาของนางก็ถูกส่งมาเก็บในห้องเก็บของที่นางอาศัยอยู่ โดยมีท่านย่าดูแลไว้และไม่ต้องการให้ใครก็ตามมาหยิบของที่เป็นของหลานสาวตัวน้อย อิงหลิวรู้อย่างดีเพราะกฎเหล็กของตระกูลโจว คือ ความซื่อสัตย์ หากบุตรหลานคนใดทำผิด ย่อมถูกขับไล่ออกจากตระกูลทันที

อารองและอาสามค่อนข้างเอ็นดูนางเป็นพิเศษ เพราะก่อนที่พวกเขาจะมีบุตรเป็นของตนเอง พวกเขาก็แวะเวียนมาเล่นกับนางไม่เว้นแต่ละวัน แม้กระทั่งตอนนี้ พวกเขาก็ยังคงดูแลนางเช่นเดิม ยิ่งนางกำพร้า ไร้บิดามารดา พวกเขาก็ไม่ปล่อยให้บ่าวรับใช้รังแกนาง มีก็แต่ บรรดาภรรยาของอารองและอาสาม ที่ไม่ค่อยจะชอบนางนัก แม้ไม่ได้รังแก แต่ก็ไม่ได้ดูแลเช่นกัน

บรรดาลูกพี่ลูกน้องของนางก็ไม่ได้มีท่าทีสนิทสนมกับนางแต่นางเห็นได้ชัดว่าเมื่อไรที่มีบ่าวรับใช้ในจวนที่ยกตนข่มนางหรือมีท่าทีกระด้างกระเดื่องใส่นาง พวกเขาก็ตรงมาจัดการให้นางทันที อาจเป็นเพราะศักดิ์ศรีของตระกูลโจว หรือเพราะสายเลือดที่ไหลเวียนในตัวของนางเองที่พวกเขายังต้องให้ความสำคัญ

ตระกูลโจวเป็นตระกูลพ่อค้าที่ใหญ่ที่สุดในแคว้น ทำการค้าขายระหว่างแคว้นเป็นหลัก รายได้ที่ไหลเข้ามาในตระกูลมีเยอะเสียจนต้องหาทางระบายออกไปโดยการบริจาคสร้างถนน สร้างโรงหมอ ตั้งโรงทาน หรือซ่อมแซมบำรุงวัดทั้งในเมืองหลวงและนอกเมืองหลวง ตลอดจนบริจาคเงินทองเข้าคลังหลวง เพื่อช่วยราชวงศ์และสร้างฐานที่มั่นให้กับตระกูล แม้จะไม่ใช่ขุนนาง แต่ปากเสียงของคนในตระกูลโจวก็มีความสำคัญต่อการตัดสินใจของคนในราชวงศ์

เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่า อิงหลิวตัดสินใจอย่างเด็ดขาดว่าตนจะออกไปใช้ชีวิตภายนอก ในแต่ละปีนางเตรียมความพร้อมนับไม่ถ้วน แผนการต่าง ๆ ถูกเตรียมไว้ นางรู้จุดยืนของตนในตระกูลเป็นอย่างดี แม้ว่าหลายครั้งที่นางไม่ใส่ใจต่อสายตาของคนบางพวก แต่นางก็รู้ดีว่าหากปล่อยให้เป็นแบบนี้ต่อไป ล้วนไม่เป็นผลดีต่อทุกฝ่าย

“แผ่นดินกว้างใหญ่ ย่อมมีที่ที่ข้าจะอยู่ได้อย่างสบายใจ ทั้งยังมีสมบัติที่อยู่ในจี้หยก ก็ล้วนเป็นของวิเศษ” อิงหลิวนึกดีใจอยู่ไม่น้อย ที่ครั้งนั้นมารดาของนางในชาตินี้ได้มอบสิ่งของเหล่านี้ไว้ให้ หากไม่มีสมบัติพวกนี้ ชีวิตนางคงต้องยุ่งยากกว่านี้เป็นแน่

เรือนที่อิงหลิวอาศัยอยู่ในปัจจุบันเป็นเรือนเก่าของฮูหยินผู้เฒ่า ท่านย่าของนางผู้ที่นางสนิทด้วยมากที่สุด ได้ตัดสินใจย้ายไปอยู่กับอาสามที่ออกไปตั้งรกรากที่ต่างแคว้น ตระกูลโจวในตอนนี้ถือว่ามีสายหลักถึงสองสาย ตระกูลโจวสายหลักในแคว้นอ้ายที่นางอยู่ และตระกูลโจวสายหลักของอาสามที่แคว้นไป๋ ไม่รวมแคว้นเล็ก ๆ อีกสองสามแคว้นที่มีตระกูลโจวสายรองอยู่ซึ่งส่วนใหญ่ต่างเป็นบ่าวรับใช้ที่ได้รับแซ่

“สมบัติของท่านพ่อและสินเดิมของท่านแม่ที่ท่านย่าเคยดูแลให้ก็อยู่ครบ แผนการต่อไปก็เหลือเพียงแค่รอเวลาเท่านั้น” อิงหลิวเผยยิ้มออกมาก่อนจะเดินออกจากห้องเก็บของ ที่เคยเต็มไปด้วยสมบัติล้ำค่า แต่ยามนี้กลับว่างเปล่าหลงเหลือแต่เพียงร่องรอยเท่านั้นที่ชี้ชัดว่าเคยมีสิ่งของวางอยู่

“ตื่นเต้นจริง เพิ่งได้ลองใช้จี้หยกเป็นครั้งแรก” อิงหลิวที่เพิ่งได้ลองใช้จี้หยกเป็นครั้งแรกรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อยหลังเห็นพื้นที่ว่างขนาดสี่คูณสี่ที่เต็มไปด้วยสมบัติวิเศษ อย่างม้วนผ้าที่นำมาทำเป็นชุดที่นางเคยสวมใส่ตอนเด็ก หรือเครื่องประดับที่มีความสามารถหลากหลาย

“ของพวกนี้เป็นสิ่งล้ำค่าสำหรับคนธรรมดาที่ไม่สามารถบ่มเพาะได้ แต่สำหรับผู้ที่บ่มเพาะจนมีพลังสูงส่งอาจเป็นแค่ของไร้ราคา” อิงหลิวจำได้ในตอนที่อารองและอาสามพานางออกไปเดินเล่นข้างนอก นางเห็นผู้ฝึกตนที่สามารถใช้พลังสร้างความอบอุ่นให้กับตนเองอย่างง่ายดาย บางคนถึงขั้นใช้กระบี่เดินทางบนฟ้าหรือหายตัวไปต่อหน้าต่อตานาง

“อีกแค่เพียงสามวันเท่านั้น ข้าก็จะเป็นอิสระแล้ว” อิงหลิวหยิบจดหมายที่ท่านย่าตอบกลับนางขึ้นมาอ่านอีกครั้ง

อิงหลิวหลานรัก ย่าย่อมหวังว่าเจ้าจะมีความสุข แต่หากว่าเจ้ารู้สึกว่าการที่ออกไปอยู่ตัวคนเดียวเจ้าจะมีความสุขมากกว่า ย่าจะไม่ห้ามเจ้า ขอเพียงเจ้าเขียนจดหมายหาย่าบ้าง ย่าก็พอใจแล้ว อารองและอาสามย่อมรักเจ้า เพราะเจ้าก็มีสายเลือดเหมือนกับพวกเขา หวังว่าจากนี้ไปเจ้าจะมีความสุขในที่ที่เป็นของเจ้า

ด้วยรัก

ย่าของเจ้า

ก่อนหน้าวันปักปิ่นสัญลักษณ์ของเด็กสาวที่พร้อมสู่วัยออกเรือน อิงหลิวตัดสินใจเข้าพบอารองและอาสะใภ้รองบอกเรื่องที่นางได้ตัดสินใจแน่วแน่ว่าตนจะออกไปใช้ชีวิตอยู่ตัวคนเดียว หลังที่อารองทราบเรื่องที่นางนำมาบอก สายตาที่มองมาทางนางก็ฉายแววความกังวลออกมาเล็กน้อยก่อนจะเผยรอยยิ้มเข้าใจ และแน่นอนว่าอาสะใภ้รองย่อมเห็นด้วยกับนาง

ในงานปักปิ่นของอิงหลิวอบอวลไปด้วยความอบอุ่นที่แท้จริง บรรดาลูกหลานของครอบครัวอารองต่างรับรู้ถึงการตัดสินใจของอดีตสายเลือดหลักตระกูลโจว โจวอิงหลิวยืนขอบคุณแขกมากหน้าหลายตาที่ทยอยนำของขวัญมาให้นางในตอนที่งานปักปิ่นสิ้นสุดลง อารองและอาสะใภ้ต่างแยกย้ายไปพูดคุยกับบรรดาสหายสนิท

ภายในเรือนที่นางอาศัยตั้งแต่เล็กยามนี้กลับเต็มไปด้วยลูกพี่ลูกน้องวัยไล่เลี่ยกับนาง อิงหลิวอดไม่ได้ที่จะแปลกใจ เพราะนางจำได้ว่าพวกเขาเหล่านี้ไม่ได้ท่าทีสนิทสนมกับนางเลย โจวอิงหลิวเดินเข้าไปนั่งในที่ประจำของนางพร้อมเผยยิ้มเล็กน้อย

“พวกเจ้ามาทำไมหรือ?” นางหันไปมองผู้ที่มีอายุมากที่สุด หากว่านางจำไม่ผิดเด็กสาวตรงหน้าก็เกือบจะครบสิบสามปีแล้วกระมั้ง

“พี่อิงหลิว ข้าพาน้อง ๆ มาส่งท่านเจ้าค่ะ และมีของขวัญมอบให้พี่ด้วย หวังว่าท่านจะมีความสุขกับเส้นทางที่ท่านเลือกนะเจ้าคะ” โจวเหมยฮวา บุตรสาวคนโตของครอบครัวอารอง ผู้ที่เกิดจากฮูหยินใหญ่พูดเสร็จ ก็มอบของกล่องเครื่องประดับสีสวยให้นางพร้อมทั้งคำอวยพรอีกเล็กน้อย หลังจากนั้นก็มีกล่องเครื่องประดับและเงินอีกจำนวนไม่น้อยตามมาเรื่อย ๆ จนถึงผู้มอบของขวัญคนสุดท้าย ซึ่งเป็นเด็กชายอายุแค่สี่ขวบเท่านั้น

“ขอบใจพวกเจ้ามากนัก พี่ก็มีของจะมอบให้พวกเจ้าเหมือนกัน ถึงว่าเป็นของขวัญที่พี่มอบให้ล่วงหน้า” โจวอิงหลิวพูดเสร็จก็เดินไปหยิบกล่องที่นางเตรียมไว้ล่วงหน้าเพื่อมอบให้กับครอบครัวอารอง

“เป็นของที่มารดาของพี่เคยมอบไว้ เมื่อตอนที่พี่ยังเด็ก เป็นสมบัติวิเศษ พี่หวังว่าพวกเจ้าจะชอบมันนะ” นางพูดพร้อมมอบม้วนผ้าให้กลุ่มเด็กตรงหน้าคนละม้วน แต่ละคนที่ได้รับสมบัติวิเศษไปก็เผยสีหน้าตื่นเต้นเล็กน้อย ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่เคยเห็น แต่สมบัติวิเศษบางชนิดต่อให้มีเงินมากก็ใช่ว่าจะซื้อได้ และนี่เป็นครั้งแรกที่พวกเขาได้มาครอบครองเป็นจำนวนมาก ม้วนผ้าหนึ่งม้วนตัดชุดได้มากกว่าสามชุดเลยนะ

เช้าวันใหม่มาเยือน โจวอิงหลิวมองสำรวจเรือนที่นางอาศัยอยู่เป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินออกจากนอกเรือน อารอง อาสะใภ้รอง พร้อมด้วยครอบครัวที่เหลือต่างพาเดินมาส่งนางที่หน้าบ้านตระกูลโจว นางกล่าวขอบคุณ อารองและอาสะใภ้รองอีกครั้ง ก่อนจะกล่าวร่ำลาลูกพี่ลูกน้องที่เหลือ

“ขอบคุณอารองสำหรับทุกอย่างนะเจ้าคะ อาสะใภ้รองขอบคุณในความเมตตาของท่านด้วย ส่วนพวกเจ้าดูแลตัวเองดี ๆ หวังว่าเจอกันครั้งหน้า พวกเจ้าจะเติบโตขึ้นอย่างงดงาม ข้าลาล่ะ” โจวอิงหลิวมองภาพตรงหน้าเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะก้าวขึ้นรถม้าที่อารองเตรียมไว้ให้

“ข้าเป็นผู้ชาย ไม่ได้อยากโตไปงดงามเสียหน่อย ต้องหล่อเหลาเหมือนท่านพ่อสิ” เสียงเด็กชายอายุสี่ขวบเอ่ยแย้งเสียงเบา

“เจ้านี่ พี่อิงหลิวแค่เปรียบเทียบเท่านั้น” เสียงของพี่สาวคนโตสุดอย่าง โจวเหมยฮวามองไปยังน้องชายของนางอย่างเอ็นดู

“แคว้นหนานไห่ อย่างมากสุดก็ใช้เวลาในการเดินทางเกือบสามเดือนสินะ” อิงหลิวมองแผนที่ในมือพร้อมทั้งคำนวณเวลาที่นางต้องใช้ในการเดินทาง

“ก่อนหน้านั้นต้องเปลี่ยนรถม้าระหว่างทางที่แคว้นชิงไห่เสียก่อน” ใช้เวลาแค่เพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น จะได้เตรียมเสบียงเพิ่มด้วย อิงหลิวคิดในใจพลางจะมองภาพความวุ่นวายที่อยู่นอกรถม้า

Lanjutkan membaca buku ini secara gratis
Pindai kode untuk mengunduh Aplikasi

Bab terbaru

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 474

    “นั่น เทพทั้งห้า? บรรพบุรุษของข้าไม่ใช่หรือ?” อิงหลิวเอ่ยขึ้นด้วยความไม่มั่นใจ“โฮสต์ครับ ระบบเคยอธิบายเรื่องจักรวาลที่โฮสต์อาศัยอยู่ไปแล้วใช่ไหมครับ? แล้วโฮสต์จำเรื่องของจักรวาลพวกนั้นได้ไหมครับ?” ระบบตัวน้อยถามขึ้นหลังเห็นโฮสต์ของตนเกิดความสงสัย“ข้าจำได้ หรือว่า!?” อิงหลิวเผยแววตาที่เปล่งประกายออ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 473

    บทที่ 223ร้านค้ามิติเลื่อนระดับ? ( จบภาค 4 )“ตัวข้า อิงหลิว ขอร้องการตัดสินจากเบื้องบน ดวงวิญญาณของตัวตนตรงหน้านั้นมีความผิดที่ไม่สามารถจะมองข้ามได้ การกระทำในอดีตนับพันปี หมื่นปีที่กระทำต่อทุกสรรพชีวิต ทั้งเข่นฆ่า ช่วงชิง ข่มขู่ทารุณและทรมานเหล่าผู้ที่ไร้ซึ่งทางสู้กลับ แม้จะเป็นการกระทำปกติของผู้

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 472

    “ภารกิจฉุกเฉินในฐานะผู้เป็นมหามิตรแห่งธรรมชาติ ตัวตนที่ก้าวเดินบนเส้นทางการเข่นฆ่าและช่วงชิงลมหายใจของสรรพชีวิต คือ สิ่งที่ผู้เป็นมหามิตรไม่อาจจะมองข้ามได้ เสียงร่ำไห้ของเหล่าจิตวิญญาณที่ล้มตายไปอย่างอยุติธรรมดังก้องถึงการดำรงอยู่ของธรรมชาติ โปรดปลดปล่อยดวงวิญญาณเหล่านั้น และชะล้างกลิ่นอายโลหิตที่ไ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 471

    บทที่ 222เทพเจ้าแห่งความงาม ปาเหม่ยอิง!อิงหลิวและเฟิ่งหย่ามองกลุ่มคนตรงหน้าที่ปล่อยจิตสังหารออกมาครอบคลุมทั่วบริเวณ ทั้งยังแฝงด้วยกลิ่นอายกดดันหมายจะคร่าชีวิตพวกนางด้วยแววตาเรียบเฉย“ช่างไม่รู้จักเจียมตัว!” เฟิ่งหย่าเปิดปากขึ้น ก่อนจะก้าวเท้าไปตรงหน้าหนึ่งก้าว โดยดันให้ผู้มีศักดิ์เป็นหลานสาวของตนไ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 470

    ...ในขณะที่พวกของซือหลิวรุ่นหานต้องพบเจอกับการไล่ล่าของกลุ่มสัตว์อสูร พวกของจีหวงหมิงและสำนักเพลิงวิหคนั้นก็ต้องเผชิญสถานการณ์ที่คล้ายคลึงกัน แต่เปลี่ยนจากการหลบหนีสัตว์อสูรเป็นหนีการไล่ล่าของเหล่าผู้บ่มเพาะจากมิติอื่นแทน เพราะพวกเขานั้นดันไปรับรู้ถึงแผนการของคนพวกนั้น! ทั้งยังเป็นแผนการเลวร้ายที่จ

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 469

    บทที่ 221บันทึกต้นกำเนิด สมบัติวิเศษระดับเทพ...“เทพห้าตนเหรอ? หมายความว่าอย่างไรหลานข้า” เฟิ่งหย่าที่ยืนอยู่ไม่ไกลนั้นเอ่ยปากถามขึ้นหลังได้ยินคำเรียกที่ค่อนข้างแตกต่างจากที่นางรู้จัก หากเป็นเทพเจ้า นางย่อมรู้ดี เพราะมารดาของนางก็เป็นผู้ที่ถูกเรียกว่าเทพเจ้า แต่ เทพ? ตัวตนนั้นคล้ายคลึงกับเทพเจ้าหรื

  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 96

    “ศิษย์เข้าใจแล้วขอรับ” หลังตัวเขาได้ยินคำถามของผู้อาวุโสตรงหน้า เขาก็เข้าใจทันทีว่าทำไมผู้อาวุโสตรงหน้าถึงได้อาสามาด้วยตนเองโดยไม่มีทีท่าจะขัดคำสั่งของเจ้าสำนักคนปัจจุบันเลยแม้แต่น้อย ในสำนักอสูรคำรามไม่ว่าจะเป็นศิษย์ใหม่หรือศิษย์ ผู้มีตำแหน่งสูงหรือผู้มีตำแหน่งต่ำ ต่างก็รู้กันดีว่าเจ้าสำนักคนปัจจุบ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 88

    15 ปีก่อนโจวหลานตัดสินใจออกเดินทางหลังที่เห็นชื่อของพี่ใหญ่ของเขาขึ้นเป็นผู้นำตระกูลได้ไม่นาน หลังเดินทางติดต่อกันเกือบสองเดือน เขาก็เดินทางมาถึงแคว้นไป๋ แคว้นที่ขึ้นชื่อว่าร่ำรวยที่สุด หัวหน้าผู้คุ้มกันที่เขาจ้างมา เดินเข้ามาหาเขาบอกว่าในคืนนี้ให้หยุดพักที่นี่ก่อน ตอนเช้าของวันพรุ่งนี้จึงจะเดินทาง

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 91

    อิงหลิวหยิบเอาผลึกอาณาเขตออกมาอีกครั้งเพื่อติดตั้งรอบตัวเรือนรับรอง หลังนางท่านั่งลงแล้ว เจ้าก้อนขนตัวน้อยก็หยิบเอาถุงมิติที่มีอาคมล่องหนออกมายื่นให้ผู้เป็นนายทันที หลังจากนั้นอาคมที่ประทับอยู่ก็สลายหายไปทันที แม้ว่าการทำงานของมันควรจะสลายไปเมื่อเข้าไปอยู่ในพื้นที่ของบ้านพักของนางตามที่ถูกเขียนอักขร

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
  • ระบบของผู้เกิดใหม่   บทที่ 100

    “เจ้ากำลังจะพูดอะไรกันแน่!?” ผู้อาวุโสเจียงแห่งสำนักเทียบฟ้าถามขึ้นมาด้วยแววตาที่แฝงไปด้วยความสงสัย แต่ก็ไม่น่าแปลกใจมากนัก เพราะหากเป็นตัวนาง นางก็ย่อมระมัดระวังตัวเป็นเรื่องธรรมดา“ผู้อาวุโสเจียงไม่รู้สึกแปลกใจบ้างหรือว่า ช่วงนี้มีผู้บ่มเพาะไม่คุ้นหน้าเดินไปมาให้เห็นกันได้ทั่ว ทั้งที่ปกติแล้วผู้ฝึ

    last updateTerakhir Diperbarui : 2026-03-21
Bab Lainnya
Jelajahi dan baca novel bagus secara gratis
Akses gratis ke berbagai novel bagus di aplikasi GoodNovel. Unduh buku yang kamu suka dan baca di mana saja & kapan saja.
Baca buku gratis di Aplikasi
Pindai kode untuk membaca di Aplikasi
DMCA.com Protection Status