Masukยังไงคะ!!! ย้อนมาเกิดใหม่ในยุคจีนโบราณแต่ไม่ใช่นักฆ่า ไม่ใช่เชฟ ไม่ใช่ดีไซน์เนอร์ แถมไม่ใช่แม่ศรีเรื่อนด้วยจ๊ะ แต่ฉันเป็นครูคณิตวันๆท่องสูตรคูณ แถมสามีก็ยังจะมาหย่าขาดอีก ไม่รอด! ตายกับตายเท่านั้น!!! เฉินเฟยเทียน x จางเจียวซิน “อย่าได้กล่าวอันใดให้มากความ ข้ายืนยันจะยื่นฏีกาขอหย่าขาดกับเจ้า” “ไม่หย่า ยังไงก็ไม่หย่า!” เหอะ! ขืนหย่าออกไปทั้งที่ทำอะไรไม่เป็นเช่นนี้มีหวังนางและหนิงเออร์ได้อดตายเป็นแน่ “น่ารำคาญเสียจริง” “ไม่หย่าได้ไหม..นะเพคะ..ขอเพียงสองหนาว ข้าจะหย่าให้ท่าน ระหว่างนี้ข้าจะมิทำให้ท่านต้องเคืองใจแม้แต่น้อย” เมื่อดื้อดึงไม่ได้ผลจึงหันมาขอร้องด้วยท่าทีน่าสงสาร “หึ เพียงเท่านั้นจะพอได้อย่างไร ข้าต้องการมากกว่านั้น” “แล้ว…ท่านต้องการสิ่งใด”
Lihat lebih banyak“ยึ้ย! นี่มันอันใดกัน! ใครถ่ายหนักแล้วเอามาเช็ดตรงนี้ แหวะ!” ไฉ่หงรีบเช็ดมือเข้ากับบานประตูแล้วรีบออกมาทันที เพราะกลัวว่าจะมีผู้ใช้ห้องสุขาต่อและคิดว่าตนเองเป็นคนทำ แต่ทว่าเด็กน้อยมิทันได้ระวังจึงเหยียบเข้ากับน้ำมะม่วงที่สองแฝดเทเอาไว้จนรองเท้าหรูเปรอะเปื้อนไปหมด“อ่าว! ไฉ่หงอยู่นี่เอง ข้าอยากขอโทษที่ต่อว่าเจ้าเมื่อวันก่อน ยกโทษให้ข้านะ” ซินอี๋ทำทีว่าบังเอิญเจอไฉ่หงที่หน้าห้องสุขา เขาแสร้งตีหน้าเศร้าราวกับว่าเรื่องวันก่อนเขาได้ทำผิดไป“อะ เอ่อ ข้ายกโทษให้ แต่เจ้าอย่าได้มาขึ้นเสียงกับข้าอีกเล่า มิเช่นนั้นอย่าหาว่าข้าไม่เตือน หึ!”“ขอบใจเจ้ามากนะไฉ่หง น้องข้าก็เอาแต่ใจเช่นนี้ มิได้ความเสียจริง” หย่งเล่อที่จู่ก็โผล่มาเกาะไหล่ไฉ่หงจากด้านหลัง มือเล็กของหย่งเล่อลูบไปทั่วแผ่นหลังและบั้นท้ายของไฉ่หง“อืม ข้าต้องไปแล้ว เจ้าก็สั่งสอนน้องเจ้าให้ดีด้วยเล่า” ว่าแล้วไฉ่หงก็เดินกลับเข้าห้องเรียนของตนทันทีหย่งเล่อและซินอี๋ที่มองไฉ่หงจากด้านหลังก็ยิ้มกริ่มพอใจกับผลงานตนเอง เพราะอาภรณ์ด้านหลังของไฉ่หงเปรอะเปื้อนไปด้วยน้ำมะม่วงสุกที่หย่งเล่อลงทุนใช้มือตนเองป้ายลงไป“ข้าว่าเจ้าไปล้างมือก่อนเถิด ข้าเหม
“หย่งเล่อเจ้าว่าน้องของเราจะเป็นหญิงหยือชาย” ซินอี๋และหย่งเล่อกำลัง ยืนเกาะขอบประตูห้องทำคลอด ที่บัดนี้ด้านในกำลังทำคลอดให้มารดาของพวกเขาอยู่หลังจากที่บิดาของพวกเขาให้คำมั่นว่าจะมีน้องชายน้องสาวมาให้พวกเขาเลี้ยงมานานนับหลายปีจนตอนนี้พวกเขาอายุได้สี่หนาวย่างเข้าห้าหนาวแล้วมารดาพวกเขาถึงได้ตั้งครรภ์และกำลังจะคลอด มิเหมือนกับท่านลุงซีห่าวกับท่านน้าเฟยเฟิ่งที่บัดนี้มีทั้งน้องชายวัยสองหนาว ทั้งท่านน้าเฟยเฟิ่งยังตั้งครรภ์ได้กว่าแปดเดือนแล้ว แต่ก็ช่างเถิด อย่างไรเสด็จพ่อก็ทำตามสัญญาแม้จะช้าไปหลายปีก็เถอะนะ…“ไม่รู้” หย่งเล่อจดจ้องอยู่ที่ประตูตาไม่กระพริบ เด็กน้อยกำลังกังวลว่าเสด็จแม่และน้องจะปลอดภัยหรือไม่ แต่ปากเล็กก็ยังเอ่ยตอบน้องชาย“แล้วเจ้าว่าน้องจะหน้าตาเหมือนผู้ใด เสด็จพ่อหยือเสด็จแม่”“ไม่รู้”“แต่ข้าว่าให้น้องเหมือนข้าน่าจะเข้าท่า เพราะข้าเป็นชายหนุ่มที่หย่อเหยาที่สุดในแคว้นเฉินแห่งนี้” ซินอี๋ใช้มือเล็กๆ ลูบคางของตนเองไปมา ดึงท่าทีคล้ายต้องการแสดงให้ผู้อื่นเห็นว่าตนเองนั้นหล่อเหลาเพียงใด สองแฝดคู่นี้แม้หน้าตา จะเหมือนกันจนแยกไม่ออกแต่ทว่านิสัยใจคอกลับแตกต่างกับลิบลับ คนหนึ่งนิ่งข
“อ๊ะ อื้ออออ”จุ๊บ! จ๊วบ! ปากหนาเลื่อนไปครอบยอดถันสีแดงก่ำ ทั้งไล่เลีย ทั้งดูดดึงดั่งทารกที่หิวโหย เฟยเฟิ่งที่พึ่งเคยถูกสัมผัสที่ลึกซึ้งถึงกับตัวอ่อนระทวย ปล่อยให้ร่างหนารุกเร้าอยู่อย่างนั้น ปากบางถูกเจ้าของขบกัดจนแดงก่ำ สองมือลูบไล้ไปตามร่างกายอันกำยำของสามีอย่างหลงไหล“ทะ ท่านพี่ ของ ของท่านมัน-” ร่างกายเปลือยเปล่าบดเบียดแนบชิดกันจนเฟยเฟิ่งรู้สึกได้ว่ามีบางสิ่งดุนดันอยู่ที่บั้นท้ายของนางอยู่“อะฮึ่ม! มันคงอยากมาเล่นกับเจ้ากระมัง มาเถิด ทำให้พี่ดูว่าที่เจ้าเล่าเรียนมานั้นจะใช้ได้จริงหรือไม่” ซีห่าวผละกายออกจากเฟยเฟิ่งพลางถอยไปพิงอ่าง สองแขนแกร่งยกขึ้นพาดขอบอ่างดั่งคุณชายเจ้าสำราญที่รอรับการปรนนิบัติ เฟยเฟิ่งที่ถูกทวงถามก็รีบเค้นบทเรียนที่เล่าเรียนมาปรนนิบัติให้สามีประทับใจ“อึก! ของท่านดูเหมือนจะใหญ่กว่าแท่งหยกที่เสด็จแม่นำมาสอน” เฟยเฟิ่งเอื้อมมือที่สั่นเทาไปแตะแท่งทวนของสามีที่อยู่ใต้น้ำ มือบางชักรูดเบาๆ พลางวนนิ้วโป้งบนปลายหยัก“อืมมมม ดี มือเจ้านุ่มเหลือเกิน ซี๊ดดด” ซีห่าวแหงนหน้าสูดลมเข้าปากด้วยความเสียวซ่าน เฟยเฟิ่งเห็นท่าทีของสามีก็ได้ใจรีบรูดรั้งแท่งทวนช้าบ้างเร็วบ้างหวังให้สา
“เป็นอย่างไรบ้าง มาให้แม่ดูเสียหน่อยว่าเรียบร้อยดีหรือไม่” ฮองเฮาหลี่เดินเข้ามาจัดชุดพิธีการสีแดงปักดิ้นทองที่เฟยเฟิ่งใส่อยู่ให้เป็นระเบียบมากขึ้น มือบางลูบไล้จัดแต่งเรือนผมของบุตรีพลางย้อนนึกถึงตอนที่เฟยเฟิ่งยังเป็นเด็กซุกซนวิ่งเล่นอยู่ในตำหนัก แต่มาบัดนี้เด็กน้อยแสนซนผู้นั้นกำลังจะได้ตบแต่งออกไปมีครอบครัวเป็นของตนเองแล้ว“ลูกงดงามหรือไม่เพคะ” เฟยเฟิ่งที่เห็นว่ามารดานิ่งเงียบไป จึงเอ่ยถามขึ้น“งดงาม แต่คงมิเท่าแม่ หึๆ”“โถ่! วันนี้เป็นวันสมรสของลูก เสด็จแม่จะมิยอมให้ลูกงดงามที่สุดบ้างเลยหรือเพคะ”“ฮ่าๆ ได้ๆ วันนี้แม่ให้เจ้างดงามที่สุด…เฟิ่งเออร์ แม้ตบแต่งออกไปแล้วแต่เจ้าก็ยังเป็นบุตรของแม่และเสด็จพ่อ หากว่าซีห่าวทำสิ่งใดให้เจ้าเจ็บช้ำน้ำใจขอเพียงเข้าบอกแม่ แม่จะให้เสด็จพ่อจัดการกับเขาเอง” ฮองเฮาหลี่อดเป็นห่วงบุตรีของตนมิได้ ด้วยเพราะตั้งแต่เกิดมาเฟยเฟิ่งมิเคยห่างจากอกบิดามารดาเลยสักครา“หึ อย่างซีห่าวนะหรือจะทำให้เฟิ่งเออร์เจ็บซ้ำน้ำใจ คงจะมีแต่คนของเรามากกว่าที่จะทำให้เขาปวดหัว” ฮ่องเต้เฟยหลงที่เพิ่งเดินเข้ามาเอ่ยเย้าบุตรของตน“โถ่ เสด็จพ่อละก็ ลูกมิได้ซุกซนถึงเพียงนั้นเสียหน่อย อีก
“คลอดอีกคนแล้วเพคะ เป็นท่านชายทั้งสองเลยเพคะ” เฟยเทียนนิ่งอึ้งไป ชั่วครู่ก็หัวเราะร่าออกมา มิคิดว่าในท้องของชายาจะมีถึงสองชีวิต แขกเหรื่อที่มารอฟังข่าวก็พลอยยินดีไปด้วย โดยเฉพาะองค์ฮ่องเต้ที่บัดนี้ทั้งยิ้มทั้งหัวเราะ“แล้วซินซินของข้าเล่า เป็นอย่างไรบ้างของข้าเข้าไปดูนางหน่อยเถิด”“เชิญเพคะ” เฟยเที
“ห๊า!!! ปะ ปวดท้องหรือ! จิ้นหนาน หนิงเออร์ พวกเจ้าไปแจ้งท่านหมอ เร็วเข้า! ชายาข้าจะคลอดแล้ว” เฟยเทียนตะโกนโหวกเหวกเสียงดังไปทั่วทั้งจวนจนเหล่าข้ารับใช้ต่างสะดุ้งตื่นขึ้นมาในปลายยามโฉว่ (01.00 – 02.00 น.) เหล่าข้ารับใช้เมื่อรู้เช่นนั้นก็เร่งรีบจัดเตรียมสิ่งต่างๆ จนวุ่นวายไปทั้งจวนเฟยเทียนร้อนรนจนมิ
“เทียนเกอ น้องสงสัย” เจียวซินที่นอนอยู่ในอ้อมกอดของสวามีเอ่ยขึ้นด้วยความใคร่รู้“สงสัยอันใดหรือ”“เหตุใดชายชุดดำพวกนั้นจึงกลายเป็นทหารของท่านได้เล่า”“อ่อ เป็นเพราะพี่ให้พ่อครัวที่เป็นสายของเราใส่ยาถ่ายท้องลงไปในอาหารให้คนพวกนั้นกิน ตามที่เจ้าได้เอ่ยไว้ก่อนหน้าอย่างไรเล่า คนพวกนั้นกินเข้าไปก็ถ่ายท้
เฟยเทียนพาเจียวซิน เฟยเฟิ่งและหนิงหลงกลับมาที่จวน จากนั้นจึงให้นางกำนัลมาปรนนิบัติอาบน้ำแต่งกายเสียใหม่ เสื้อผ้าอาภรณ์ที่สวมใส่ในวันนี้ถูกขันทีจิ้นหนานนำไปเผานอกจวนมิให้เหลือแม้แต่กลิ่นอายสิ่งอัปมงคลที่ติดมา“น่าเสียดาย น้องสั่งตัดเย็บเสียไปหลายตำลึงแต่จิ้นหนานกลับนำของน้องไปเผาเสียหมด” เสียงหวานเอ












Ulasan-ulasan