[คิริน Part]
“ลลิน พิชญธิดา”
ผมอ่านชื่อเธอซ้ำช้า ๆ พลางใช้นิ้วแตะที่มุมเอกสาร ก่อนจะพลิกไปดูรูปถ่ายหน้าตรงเล็ก ๆ บนใบสมัครนั้น
“ใช่แน่นอน ไม่ผิดตัวแน่”
หญิงสาวในชุดเดรสเมื่อคืนนั้น คนที่ผมไม่ควรจะมีส่วนเกี่ยวข้องด้วยเลยสักนิด แต่โชคชะตา ดูเหมือนจะไม่ได้คิดเช่นนั้นถึงยัดเยียดเธอเข้ามาในชีวิตของผม
ผมเหยียดยิ้มจาง ๆ ยังจำทุกอย่างในคืนนั้นได้ดี แม้จะอยู่ในสภาพกึ่งมีสติจากฤทธิ์ยา แต่สัมผัสของเธอก็ชัดเจนจนแทบฝังลงในสมอง
“มาสมัครงานที่บริษัทฉันงั้นเหรอ? หรือว่าเป็นแผนอะไรของใครอีก?”
ผมพึมพำกับตัวเอง ดวงตาคมหรี่ลงขณะวางเอกสารลงบนโต๊ะ ก่อนจะกดปุ่มบนรีโมตเพื่อเปิดจอวงจรปิดที่ซ่อนอยู่ในบานกระจกเงาฝั่งตรงข้าม
ภาพจากชั้นสี่ของฝ่ายบุคคลแสดงให้เห็นหญิงสาวเจ้าของชื่อในใบสมัครนั่งรออยู่หน้าโต๊ะพนักงานด้วยท่าทางไม่มั่นใจ เธอนั่งขดตัวเหมือนจะพับลงไปได้ทุกเมื่อ มือบีบกันแน่นขณะเหม่ออย่างใจลอย ผมจ้องภาพนั้นนิ่ง ก่อนเอ่ยเรียบ ๆ กับเลขาส่วนตัวที่ประจำอยู่หน้าห้องผ่านอินเตอร์คอม
“แจ้งฝ่ายบุคคลว่าผู้สมัครชื่อนี้ให้ขึ้นมาสัมภาษณ์กับฉันโดยตรงในวันพรุ่งนี้”
เสียงอีกฝ่ายนิ่งไปครู่หนึ่งเพราะรู้ว่าโดยปกติแล้วผมไม่เคยสนใจเรื่องรับพนักงานตำแหน่งเล็ก ๆ ด้วยตัวเอง
“ได้ค่ะ ท่านประธาน”
ผมตัดสาย ไม่พูดอะไรอีก แล้วทอดสายตามองภาพลลินในจออีกครั้ง ไม่รู้ว่าโชคดีหรือโชคร้ายกันแน่ ที่เราได้กลับมาเจอกันอีกครั้ง
และในครั้งนี้....
เธอจะหนีฉันไม่ได้อีกแล้ว ลิลิน...
[ระบบหญิง] “ภารกิจใหม่มาแล้วว~ ใช้เท้าเกี่ยวขาเขาใต้โต๊ะ!”
“ฮะ!!?” ฉันเบิกตากว้างทันทีที่เห็นข้อความนั้นผุดขึ้นมาในหัว
“ไม่เอาน่า จะบ้าเหรอ นี่มันห้องสัมภาษณ์นะ!”
[ระบบชาย] “ทำภารกิจสำเร็จจะได้เงิน 2,000 บาท แต่ถ้าไม่ทำ จะถูกหัก 5,000 บาทจากบัญชี”
“นี่มันบ้าไปแล้ววว! เกิดแต่กับกูของจริง!” ฉันโวยลั่นในใจ
จากนั้นค่อย ๆ นั่งลงตรงที่นั่งฝั่งตรงข้ามเขา สายตาทุกคู่จับจ้องมา ฉันพยายามทำใจให้มั่นคงและข่มความอับอายลงไปให้ได้
“คุณลลิน พิชญธิดา ใช่ไหมครับ?” เขาถามด้วยเสียงเรียบเย็น
ฉันเงยหน้าขึ้นสบตา “ค่ะ ดิฉันเอง”
“คุณสนใจตำแหน่งนี้เพราะอะไร?”
เขาถามพลางเหลือบมองใต้โต๊ะนิดหน่อย เหมือนจะรู้ว่าอะไรบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น
ฉันยิ้มแห้ง “เพราะดิฉันอยากเรียนรู้จากบริษัทที่มีระบบบริหารจัดการที่ดีค่ะ”
[ระบบหญิง] “ตอบเก่ง~ แต่ยังไม่พอหรอก ต้องใช้เท้าเกี่ยวขาเขาด้วย!”
ฉันหลับตาปี๋ และแล้วก็ขยับปลายเท้าไปอย่างช้า ๆ…
[คิริน Part]
ผมสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อโดนบางอย่างที่อยู่ใต้โต๊ะสัมภาษณ์สัมผัสที่ขา
“ลลิน พิชญธิดา อายุ 23 ปี จบคณะบริหารธุรกิจ เกรดเฉลี่ยปานกลาง แต่มีเกียรติบัตรการทำกิจกรรมและการฝึกงานครบถ้วน”
ผมเอ่ยขึ้นในขณะที่อีกคนที่นั่งอยู่ฝั่งตรงข้ามยังเอาเท้าของเธอเขี่ยที่ขาผมไม่หยุด นี่เธอคิดจะทำอะไรกันแน่ คำถามนี้ผมได้แต่ถามอยู่ในใจ สายตาจ้องเธอเขม็งแต่สาวน้อยคนนี้กลับเหมือนไม่หวั่นเกรงเลยสักนิด ปลายเท้าของเธอยังคงไล้ไปมาที่ขาของผมจนตอนนี้ขนทั้งตัวเริ่มลุกชัน
“คิดจะเล่นแบบนี้เหรอยัยตัวแสบ!”
เมื่อคณะกรรมการคนอื่น ๆ สัมภาษณ์เธอและถามคำถามไปได้พอประมาณแล้ว ผมในฐานะประธานบริษัทจึงบอกให้ทุกคนออกไปด้านนอกก่อน และขอคุยกับเธอตามลำพังอีกครั้ง โดยอ้างว่าผมต้องการสัมภาษณ์เธอเป็นการส่วนตัวสำหรับการพิจารณารับเข้าทำงาน
[ลลิน Part]
ผมชายคนนี้เป็นท่อนไม้หรือยังไงกันนะ ขนาดว่าฉันเขี่ยขาเขามาสักพักใหญ่ ทั้งเขี่ย ทั้งเอาปลายเท้าลูบไล้ขึ้นลง แต่เขาก็ยังนิ่งได้อยู่อีก
ฉันสูดหายใจแรง แล้วค่อย ๆ ขยับขาใต้โต๊ะไปหาเขามากขึ้น สัมผัสที่ข้อเท้าชนกัน ฉันแทบจะละลายด้วยความอาย แต่คิรินก็ยังไม่สะดุ้ง ไม่ขยับหนี และไม่แสดงสีหน้าอะไรเลย
แต่งครั้งนี้เขากลับเอื้อมมือมาจับข้อเท้าของฉันเอาไว้ แล้วโน้มลงมากระซิบใกล้ ๆ
“เธอคิดจะทำอะไรกันแน่?”
เสียงของเขานุ่ม แต่ทรงพลังจนฉันกลืนน้ำลายแทบไม่ลง ฉันเงยหน้าขึ้นสู้ จ้องตาเขาแน่นิ่งก่อนจะตอบเสียงชัด
“ก็จะจีบคุณไง”
แล้วฉันก็โน้มตัวไปจูบเขาเบา ๆ ตรงมุมปาก “จุ๊บ!”
[ระบบหญิง] “กรี๊ดดดดด!!! ทำถึง! เอาเงิน 10,000 ไปเลยจ้ะเธอ!!!”
[คิริน Part]
ผมนั่งนิ่งอยู่สักครู่ ปล่อยให้ริมฝีปากยังรู้สึกถึงสัมผัสจากจูบนั้นอยู่
“เธอนี่...น่าสนใจจริง ๆ”
“ชักอยากรู้แล้วสิว่าเธอเป็นใครกันแน่...”
ดวงตาของผมไม่หลบสายตาเธอเลยแม้แต่น้อย และคราวนี้ เธอก็ไม่ได้หลบตาเหมือนเดิม ยังคงจ้องหน้าผมด้วยแววตาเย้ายวนและท้าทาย
“หึ! ยัยตัวแสบ!!” ผมเขี้ยวฟันในใจ
“ออกไป!” ผมเอ่ยเสียงกร้าว
“คะ?”
“ฉันบอกว่าออกไป!”
ยัยตัวแสบเหมือนจะงงว่าทำไมจู่ ๆ ผมเปลี่ยนท่าทีไปขนาดนั้น เธออ้ำอึ้งอยู่พักหนึ่งก่อนจะลุกเดินออกจากห้องไป
[ลลิน Part]
หลังจากหลุดพ้นออกจากห้องสัมภาษณ์ ฉันยืนพิงผนังทางเดินเหมือนคนหมดแรง มือยังสั่นไม่หยุด หัวใจเต้นรัวจนรู้สึกปวดไปหมด
“ฉันทำแบบนั้นเขาจะรับฉันไหมเนี่ย หรือจะโยนใบสมัครทิ้งเลยหลังจากนี้ ตาย ๆ นี่ฉันทำอะไรลงไป”
[ระบบหญิง] “ไม่โยนทิ้งแน่นอน~ เขากำลังหลงเธอ! ฉันเห็นสายตาคู่นั้นก็รู้แล้ว!~”
[ระบบชาย] “เตรียมตัวเข้าสู่ภารกิจใหม่ หากได้รับการตอบรับเข้าทำงาน โปรดพร้อมสำหรับการฝึกงานในวันถัดไป”
ฉันพยักหน้าช้า ๆ เหมือนซึมซับความจริง
“แค่นี้ก็เหมือนวิ่งผ่านระเบิดลูกแรกมาได้แล้วใช่ไหมวะ…”
สองเท้าเดินอย่างหมดแรงออกจากตึกใหญ่ จนไปถึงร้านอาหารตามสั่งข้างทาง
“ขอกินเติมพลังหน่อยละกัน ผู้ชายคนนั้นทำฉันเสียพลังไปเยอะชะมัด”
ฉันบ่นอุบพลางก้าวเข้าไปในร้านอาหารตามสั่ง แต่ลึก ๆ ในใจ มันกลับมีความรู้สึกบางอย่างที่แปลกประหลาดก่อตัวขึ้น
นี่เรียกว่าเขินเหรอ?
หรือแค่ความวูบวาบจากคำพูดของเขา?
‘ชักอยากรู้แล้วสิว่าเธอเป็นใครกันแน่...’
คำพูดนั้นยังดังก้องอยู่ในหัวฉันซ้ำไปซ้ำมา
บางทีเขาอาจจะไม่ใช่แค่บอสทั่วไปก็ได้นะ
เมื่อกลับถึงคอนโด ตอนกลางคืน ฉันนอนไม่หลับเลย ไม่ใช่เพราะกลัวว่าจะไม่ได้งานหรอกนะ เอ่อ..ถึงจะกลัวนิดหน่อยก็เถอะ แต่เพราะใจมันเต้นตุบ ๆ อยู่ตลอดเวลา เหมือนเพิ่งโดนคนหล่อระดับเทพพระเจ้าใช้สายตาทะลุทะลวงเข้าไปในสมอง เสียงของเขาดังก้องในหูไม่หยุด
‘ชักอยากรู้แล้วสิว่าเธอเป็นใครกันแน่...’
จำเป็นต้องพูดจาแบบนั้นไหม!?
จำเป็นต้องส่งสายตาแบบนั้นมาด้วยไหม!?
ฉันมุดหัวอยู่ใต้ผ้าห่ม กลิ้งไปกลิ้งมาเหมือนหนอนดิ้น ดิ้นจนเตียงแทบยุบ เสียงแจ้งเตือนจากมือถือดังขึ้นเบา ๆ
ติ๊ง!
เสียงแจ้งเตือนอีเมลดังงขึ้น ฉันรีบเปิดดูทันที แล้วก็แทบจะกรี๊ดลั่น
[จาก
: HR ซาเรน่ากรุ๊ป] ....แสงแดดยามเช้าส่องลอดผ้าม่านเข้ามาในห้อง ร่างบางเล็กขยับตัวเล็กน้อย รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นที่โอบกอดตัวเธออยู่ เมื่อลืมตาขึ้น เธอก็แทบอยากมุดลงไปใต้เตียงเมื่อรู้ว่าตอนนี้เธออยู่ในอ้อมกอดของคิรินเมื่อคืนหลังจากกิจกรรมร้อนรักบนเตียง เธอก็เผลอหลับไปด้วยความเหนื่อยคนตัวเล็กหัวใจเต้นแรงจนแทบจะทะลุออกมาจากอก เธอหลับตาแน่น ทำเป็นเหมือนยังไม่ตื่น ทั้งที่จริง ๆ แล้วตอนนี้มันรู้สึกเขินจนตัวแทบระเบิด ขืนดิ้นลุกขึ้นไปตอนนี้ เขาต้องรู้แน่ว่าเธอตื่นแล้วแต่....ลิลินอดไม่ได้ที่จะค่อย ๆ ลืมตาขึ้นแอบมองใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาใกล้ ๆ ขอมองอีกหน่อย มองแบบนี้อีกสักหน่อยเถอะ ดวงตาคมที่ปิดสนิท ริมฝีปากได้รูป และเส้นผมที่ปรกหน้าผากนิด ๆ ทุกอย่างมันช่างดูดีไร้ที่ติไปหมด“บ้าเอ๊ย! ยัยลิลิน ทำไมต้องใจเต้นแรงเพราะเขาด้วยเนี่ย”หญิงสาวอุบอิบในใจ ใบหน้าเริ่มร้อนผ่าวขึ้นมาเธอจ้องมองเขาอยู่สักพักก็ค่อย ๆ ยกมือขึ้น ลังเลอยู่ชั่วครู่ ก่อนจะปล่อยให้ปลายนิ้วแตะเบา ๆ ไปตามแนวกรามของเขา ไล้ขึ้นไปที่แก้ม แล้วหยุดอยู่ตรงริมฝีปากนั้น“คนอะไร หล่อจัง...” คนตัวเล็กพึมพำเสียงเบาเหมือนกลัวใครได้ยินแต่ทันใดนั้นเอง ร่างสูงก็ขยั
อุณหภูมิในห้องสูงขึ้นทีละน้อยพร้อมมือของเขาที่ขยับอย่างมั่นใจแต่ระมัดระวัง ฉันปล่อยให้อารมณ์พาไปช้า ๆ อย่างคนที่ยอมแพ้ต่อแรงดึงดูดที่ตัวเองพยายามต่อต้านมาหลายครั้ง จนกระทั่ง...มือหนานั้นเลื่อนไล้ลงมาปลดกระดุมเสื้อของฉันทีละเม็ด...“บะ...บอส”ฉันเอ่ยอย่างอยากลำบาก พยายามสูดเอาอากาศหลังจากที่คิรินผละจูบออก“หากเธอปฏิเสธตอนนี้ ฉันจะหยุด”ฉันไม่ตอบ ได้แต่หลับตาลงช้า ๆ ปล่อยให้อารมณ์นำพาทุกอย่างคิรินโน้มเข้ามาจูบฉันอีกครั้ง คราวนี้มันกลับร้อนแรงก่อนครั้งก่อน เสื้อผ้าที่ปกปิดกายฉันถูกปลดเปลื้องออกจนหมดด้วยมือไม้ที่ซุกซนของเขา ฉันเขินอายจะไม่กล้าลืมตามองริมฝีปากหนาค่อย ๆ ซุกไซ้ลงมาที่ซอกคอ และไล่ลงมาเรื่อย ๆ จนถึงเนินอกที่ตอนนี้เม็ดทับทิมสีชมพูระเรื่อกำลังตั้งชูชันจากการถูกปลุกเร้าแผล่บ“อ๊า~”คนตัวเล็กเผลอร้องครางออกมาอย่างห้ามไม่อยู่ เธอเชิดคอขึ้นด้วยความเสียวซ่าน มือเรียวยกขึ้นขยำกลุ่มผมระบายความเสียว“อื้อออ...”ร่างบางเล็กบิดเร่าเมื่ออีกฝ่ายเลื่อนไล้ลิ้นร้อนลงมาผ่านหน้าท้อง ตอนนี้ทั้งร่างร้อนวูบวาบ ห้ามความเสียวที่ได้รับไม่อยู่จนร่างบางส่งเสียงร้องครางไม่เป็นภาษาลิ้นร้อนเลื่อนผ่านล
[ลิลิน]ริมฝีปากฉันยังชาอยู่เลยหลังจากที่เขาผละออก แผ่นหลังชนผนังเบา ๆ ลมหายใจไม่ยอมเข้าที่ มือที่เคยกอดอกอยู่เผลอเลื่อนขึ้นแตะมุมปากตัวเองแบบโง่ ๆ เหมือนเด็กเพิ่งถูกขโมยลูกอมจากปากแบบไม่ตั้งตัวคิรินยังนั่งอยู่ใกล้มาก ใกล้จนเงาของเขาทับเงาฉัน กลิ่นน้ำหอมสะอาด ๆ ที่คุ้นเคยปะปนกับกลิ่นผ้าฝ้ายจากเสื้อเชิ้ตของเขาทำให้หัวใจฉันเต้นไม่เป็นจังหวะ เขาก้มลงนิดเดียว สบตาฉันนิ่ง ๆ ก่อนถามช้า ๆ“ที่เธอหงุดหงิดแบบนี้ เพราะหึงฉันเหรอ”คำว่าหึงกระแทกเข้ากล่องเสียงฉันดังตุบ! จนฉันเผลอกลืนน้ำลายฝืด ๆ ลงคอ ร้อนฉ่าที่หน้า ร้อนที่ปลายหู ร้อนถึงกลางอก“ใครหึงคะ ไม่มี” ฉันตอบทันที เร็วเกินไปจนฟังดูน่าสงสัยเข้าไปใหญ่เขายกคิ้วน้อย ๆ “เหรอ”“ก็แค่...”ฉันหลบสายตา พลิกหาคำแก้ตัวในหัวเหมือนคนกำลังค้นหาทางออกในเขาวงกต “ก็แค่ขัดตา ขัดใจ ขัดระบบนิเวศทางสายตาเฉย ๆ”มุมปากเขายกขึ้นน้อยมาก แบบ แทบมองไม่เห็น แต่ฉันเห็น “ขัดระบบนิเวศทางสายตา?”“ค่ะ” ฉันตอบกลับแบบห้วน ๆ“หึ!”เขาหัวเราะในลำคอ ดวงตาคมของเขาอุ่นขึ้นกว่าตอนเข้ามาในห้อง “ลิลิน”“คะ”“มองฉัน”ฉันฝืนเงยหน้าขึ้น ทั้งที่ในอกกำลังชุลมุนวุ่นวาย เขาโน้มหน้าลงจนป
[ลิลิน]เช้าวันจันทร์เริ่มต้นแบบไม่ธรรมดา ตั้งแต่ประตูลิฟต์ชั้นผู้บริหารเลื่อนเปิดแล้วเจอช่อดอกไม้ใหญ่เบ่อเริ่มตั้งเด่นอยู่หน้าห้องประธานพร้อมการ์ดสีทองแวววาวเขียนว่า “ยินดีต้อนรับสู่สัปดาห์ใหม่ค่ะ - มินตรา” ตัวหนังสือสวยจัดเหมือนผ่านการคัดลายมือมาโดยเฉพาะฉันยืนถือแก้วกาแฟในมือสองแก้วที่เพิ่งซื้อมาจากร้านกาแฟชั้นล่างของตึก แก้งนึงของฉัน ส่วนอีกแก้วคือของบอสก๊อก ก๊อก ก๊อก“เข้ามา”เสียงของบอสเรียบตามสไตล์ ฉันเปิดประตูเข้าไปแต่ภาพที่เห็นทำให้ฝ่าเท้าชะงักไปในเสี้ยววินาทีมินตราในชุดเดรสคัตติ้งนั่งไขว่ห้างบนโซฟารับแขก ข้างตัวเธอคือแฟ้มหนังชั้นดี ฝั่งตรงข้ามคิรินนั่งหลังตรง สายตานิ่ง ฟังเธอพูดอะไรบางอย่างเกี่ยวกับการลงทุนร่วม ผูกพันธมิตรทางธุรกิจฉันวางแก้วกาแฟลงที่โต๊ะข้างเขา“เอสเปรสโซ่กับน้ำแร่ของบอสค่ะ”มินตราหันมาและยิ้มหวานใส่ฉัน“ดีจังเลยนะคะ คุณคิรินช่างมีเลขาที่เอาใจใส่ซะจริง”น้ำเสียงนั้นบ่งบอกว่าเธอไม่ได้กำลังชมฉัน แต่กำลังกระแนะกระแหนอย่างเห็นได้ชัดฉันยิ้มตอบตามมารยาทเพียงสั้น ๆ “ขอบคุณค่ะ”....[ระบบหญิง] “แป๊ง! ยกที่หนึ่ง เริ่มได้!”....เสียงจากระบบหญิงดังขึ้นอย่างแซว ๆ
พอได้รับคำพูดแบบจากอีกฝ่าย คำพูดที่ทำให้รู้สึกเหมือนโดนวัดราคา ฉันก็ค้อมหัวรับ “ขอบคุณนะคะ”เธอเท้ามือกับพื้นโต๊ะ เล่นขอบแก้วไวน์ด้วยนิ้วนาง “คุณคิรินน่ะเป็นคนละเอียด เขาไม่ค่อยพาใครออกงานด้วยบ่อย ๆ”มิตราเอียงหน้าหน่อยเดียวแล้วยิ้ม “แต่ก็ดีใจแทนนะ ที่วันนี้เขาอุตส่าห์พามาด้วย”ประโยคนี้ฟังแล้วรู้สึกถึงการเหยียดหยามได้ชัดเจนมาก ผู้หญิงคนนี้กำลังประกาศเป็นศัตรูกับฉันสินะ!“ถ้าไม่มีอะไรแล้ว ฉันขอตัวก่อนนะคะ” ฉันพูดแค่นั้น แล้วรีบเดินออกไป ถ้าอยู่นานกว่านี้ ฉันอาจจะเผลอฟาดหน้ายัยนี่ไปสักฉาดแต่แล้วธอก็เดินตามมาที่โต๊ะที่พวกเรานั่งอยู่ มือเรียววางแก้วลงอย่างมีจังหวะ “เจอกันระเบียงฝั่งซ้ายนะคะ อย่าลืมล่ะ วิวตอนกลางคืนสวยมาก คุณต้องไปให้ได้นะ”ท้ายประโยค มินตราก็ขยิบตาให้คิรินหนึ่งครั้งเป็นการเชิญชวนฉันถือแก้วสองใบในมือ สูดลมหายใจเข้าลึก แล้วยื่นแก้วน้ำแร่ให้บอส เขารับโดยไม่เงยดูว่าใครเป็นคนยื่นให้ เหมือนมือเราฝึกจังหวะกันมาหลายร้อยครั้ง นิ้วเราเฉียดกันแวบเดียว ความอุ่นนั้นยังทำให้ใจฉันสั่นไหว“ขอบใจ” เขาพูดเบามาก“ค่ะ” ฉันตอบเสียงเบาไม่ต่างกันเพลงไวโอลินเปลี่ยนทำนองเป็นทำนองวอลทซ์ช้
[ลิลิน]เย็นวันเสาร์ ท้องฟ้าเมืองใหญ่ทอสีส้มอมชมพูละเลียดปลายเมฆดูงดงาม วันนี้เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ฉันได้มาร่วมงานเลี้ยงตระกูลนายทุนระดับประเทศ ในฐานะผู้ช่วยส่วนตัวของท่านประธานคิริน ฉันสูดลมหายใจเข้าลึกขณะที่ประตูรถยนต์สีดำด้านเปิดออก พรมแดงเส้นยาวทอดสู่โถงคฤหาสน์ตระกูลมีทรัพย์อนันต์ ตระกูลใหญ่อีกหนึ่งตระกูลที่น่าจับตามองคิรินยื่นมือมา ฉันลังเลแค่เสี้ยววินาที ก่อนจะวางปลายนิ้วลงบนฝ่ามือเขา ความเย็นนิด ๆ จากแหวนโลหะที่ข้อนิ้วกระทบผิวฉันทำให้หัวใจเต้นผิดจังหวะ“ไม่ต้องกังวล” เขาพูดเสียงเรียบ ๆ ขณะประคองฉันลงจากรถ “เธอแค่อยู่ข้าง ๆ ฉันก็พอ”“ค่ะ” ฉันตอบสั้น ย้ำในใจตัวเองรอบที่ร้อยว่าคืนนี้ต้องทำตัวให้สวย ให้สงบ ต้องไม่ทำให้บอสขายหน้าเด็ดขาด....[ระบบหญิง] “ว้ายยย จับมือกับ! โอ๊ยเขิน วันนี้ลูกสาวสวยมาก[ระบบชาย] “เปิดโหมดเฝ้าระวัง ระดับความเสี่ยง ปานกลางถึงสูง ระบบตรวจสอบพบสัญญาณผิดปกติ”....โถงคฤหาสน์กว้างราวพิพิธภัณฑ์ โคมระย้าแก้วคริสตัลห้อยลดหลั่นเหนือหัวส่องแสงประกายแตกกระจายบนพื้นหินอ่อนจนเหมือนเดินอยู่ในบ่อดวงดาว ช่อดอกพีโอนีและกุหลาบตั้งเรียงรายตามแนวทางเดิน กลิ่นดอกไม้หอมอ