หน้าหลัก / มาเฟีย / ระยะนี้อันตราย / บทที่ 10 อย่าเล่นกับไฟ

แชร์

บทที่ 10 อย่าเล่นกับไฟ

ผู้เขียน: ฅนบนดอย
last update ปรับปรุงล่าสุด: 2025-09-19 19:38:49

บทที่ 10 อย่าเล่นกับไฟ

รถเคลื่อนตัวออกจากสนามแข่งอย่างช้าๆ ทิ้งเสียงวุ่นวายและกลิ่นน้ำมันไว้เบื้องหลัง เส้นทางที่ทอดยาวเบื้องหน้าเงียบงัน มีเพียงแสงไฟถนนที่สะท้อนเข้ามาในรถเป็นระยะ กับเสียงเครื่องยนต์ที่ดังสม่ำเสมอ ราวกับปลอบโยนความคิดฟุ้งซ่านของหญิงสาวที่นั่งเงียบอยู่เบาะข้างคนขับ

ณคุณเหลือบมองน้องเป็นระยะ นาเนียร์ยังคงมองออกไปนอกหน้าต่าง ดวงตานิ่งสงบ แต่ในความนิ่งนั้นกลับซ่อนบางอย่างไว้จนคนเป็นพี่รู้สึกได้ มันคือความเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่เขาไม่ค่อยสบายใจนัก

“เขาไม่ใช่คนธรรมดาเนียร์” ณคุณพูดขึ้นอีกครั้ง น้ำเสียงนิ่งจริงจัง “คนแบบนั้น ถ้าเข้าไปใกล้มากเกินไป มันจะเปลี่ยนเราโดยไม่รู้ตัว”

นาเนียร์หันกลับมามองพี่ชาย ชั่ววินาทีนั้นเองที่แววตาเธอเผยความสับสนออกมาอย่างปิดไม่มิด

“น้องแค่…แค่อยากรู้จักมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ได้อยากให้ไฟแผดเผาตัวเองจนตายขนาดนั้น” เธอสารภาพเสียงแผ่ว “เขาเหมือนมีอะไรบางอย่างที่น้องอยากเข้าใจ อยากมองให้ลึกลงไปกว่าสิ่งที่เขาแสดงออก”

ณคุณถอนหายใจยาว เขาไม่ได้ต่อว่า ไม่ได้พูดห้ามเหมือนก่อนหน้านี้ แต่สีหน้าเขายังคงเคร่งเครียด

“ตัวตนของเฮดเตอร์มันไม่สวยงามอย่างที่เราคิดนะเนียร์ มันไม่ใช่พล็อตหนังที่นางเอกเข้าไปค้นหาแล้วสุดท้ายเจอเจ้าชายในคราบคนดุ…เขาเป็นคนจริงๆ ที่มีแผลจริงๆ แล้วก็พร้อมจะทำร้ายใครก็ได้ที่พลาดเข้าใกล้เกินไป”

นาเนียร์นิ่งเงียบอยู่พักใหญ่ ก่อนจะเอ่ยขึ้นช้าๆ

“น้องแค่…อยากรู้ว่าสายตาที่เขามองมา มันหมายความว่าอะไร”

“นั่นแหละที่อันตรายที่สุด” ณคุณหันกลับมามองเธอ ดวงตาเต็มไปด้วยความห่วงใย “เมื่อไรที่เราหลงเข้าไป มันก็เท่ากับว่าเรากำลังยอมให้เขาลากเราไปในโลกของเขาโดยไม่รู้ตัว”

หญิงสาวยิ้มจางๆ ไม่ได้ยืนยันหรือปฏิเสธอะไร เธอแค่เอนหัวพิงกระจกรถ มองแสงไฟริมถนนไหลผ่านไปเรื่อยๆ ความรู้สึกภายในใจเธอซับซ้อนเกินกว่าจะอธิบาย บางทีอาจเป็นเพียงความรู้สึกวูบไหวชั่วขณะจากภาพชายหนุ่มบนสนามแข่ง หรือบางที…มันอาจเป็นจุดเริ่มต้นของบางอย่างที่แม้แต่เธอเองก็ยังไม่รู้ว่าจะพาเธอไปไกลแค่ไหน

แต่เธอกลับรู้สึกได้ว่า มันเพิ่งเริ่มต้นเท่านั้นเอง

หลังจากงานแข่งจบไปสองวัน สนามเงียบสงบลงมาก ไม่มีเสียงเครื่องยนต์ ไม่มีเสียงโห่ร้องจากผู้ชม มีเพียงเสียงรองเท้าบู๊ตกระทบพื้นคอนกรีตของทีมงานที่ทยอยเก็บของ และเสียงเหล็กกระทบกันแผ่วเบาจากโรงรถฝั่งขวา

นาเนียร์มาถึงสนามตามหน้าที่ เธอได้รับมอบหมายจากพี่ชายให้นำของบางอย่างมาให้ทีมช่าง เป็นงานเล็กน้อยที่ไม่น่ามีอะไร แต่เธอไม่คิดเลยว่าแค่เดินอ้อมมายังเต็นท์ฝั่งหลัง จะพาตัวเองมาเจอกับภาพที่ไม่ควรเห็น

ในโรงเก็บรถ เฮดเตอร์กำลังยืนพิงโต๊ะวางอุปกรณ์ ส่วนหญิงสาวคนหนึ่ง ที่เธอจำได้ว่าเคยอยู่ใต้ร่างของเขาเมื่อวันก่อน กำลังซุกซบอยู่ในอ้อมแขนเขา ท่าทีของทั้งคู่แนบชิดเกินกว่าความสนิทธรรมดา เสียงหัวเราะต่ำๆ แฝงความยั่วยวนลอยออกมาเบาๆ

นาเนียร์ชะงักเท้า สายตาเผลอมองอยู่นานกว่าที่ควร ก่อนจะตั้งสติได้แล้วเบือนหน้ารีบถอยกลับออกมาโดยไม่ออกเสียง ทว่า…เธอลืมไป เฮดเตอร์ไม่ใช่คนที่จะปล่อยใครไปง่ายๆ หากไม่ได้คำตอบ

เขาหันขวับมาในทันที สายตาคมกริบที่เธอจำได้ดีฉายวูบหนึ่งอย่างจับสังเกต ก่อนที่ร่างสูงจะขยับลุกเดินตามออกมาอย่างไม่รีบร้อน แต่ฝีเท้าหนักแน่น

นาเนียร์เดินเร็วขึ้น หัวใจเต้นแรงไม่เป็นจังหวะ เธอไม่รู้ว่าตกใจเพราะถูกจับได้ หรือเพราะภาพนั้นมันสะท้อนความรู้สึกบางอย่างที่เธอไม่กล้ายอมรับ

เสียงรองเท้าหนักๆ หยุดลงตรงด้านหลังเธอ

“ยืนอยู่ตรงนั้น” เสียงทุ้มต่ำแหบพร่าเอ่ยขึ้น

นาเนียร์หยุดเดินทันที เหงื่อเย็นๆ ผุดขึ้นกลางหลัง เธอไม่หันกลับไป แต่ยืนนิ่งราวกับเด็กที่ถูกจับได้คาหนังคาเขา

“แอบดูคนอื่นมีอะไรกัน สนุกดีเหรอ?” น้ำเสียงของเขาไม่ได้ดุดัน ไม่ได้โกรธ แต่มันเย็นยะเยือกจนขนลุก

“…เปล่าค่ะ เนียร์แค่…ไม่ได้ตั้งใจ” เธอตอบเสียงเบา พยายามควบคุมเสียงไม่ให้สั่น

เขาเดินเข้ามาใกล้จนร่างสูงใหญ่ของเขาเงาทาบทับเธอจากด้านหลัง

“แต่ก็เห็นไปแล้วใช่ไหม?”

“…ค่ะ”

เฮดเตอร์หัวเราะในลำคอเบาๆ มันไม่ใช่เสียงหัวเราะที่มีความสุข แต่มันคือเสียงของคนที่รู้ว่าตัวเองถูกมองด้วยสายตาที่อาจกำลังเปลี่ยนไป

“อย่าทำหน้าแบบนั้นนะ มันจะทำให้ฉันคิดว่าเธอกำลังคาดหวังอะไรที่ไม่ควรคาดหวังจากฉัน”

นาเนียร์ค่อยๆ หันหน้ามามองเขา ดวงตาเธอสั่นไหวอย่างที่แม้แต่ตัวเองก็ไม่เข้าใจ

“ไม่ได้คาดหวัง…แค่ไม่คิดว่าเฮียจะเป็นคนแบบนั้น”

เขายกคิ้วเล็กน้อย ก่อนจะยิ้มมุมปากอย่างเจ้าเล่ห์

“เธอก็ไม่ใช่เด็กแล้วนาเนียร์ อย่าใช้คำว่าไม่คิดกับโลกของฉัน”

“แล้วเฮีย…มีอะไรกับใครก็ได้แบบนั้นเหรอคะ” คำถามหลุดออกไปก่อนที่เธอจะห้ามตัวเองทัน

เฮดเตอร์เงียบไปชั่วขณะ ก่อนจะโน้มตัวลงมาเล็กน้อย ดวงตาเขาจ้องลึกเข้ามาในดวงตาของเธอจนเธอแทบหายใจไม่ออก

“ใช่…มีได้ถ้าฉันอยาก”

“แล้วคุณคนนั้นเธอไม่โกรธเหรอ ที่เฮียเตอร์ไปนอนกับคนอื่น”

เธอไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมถึงถามออกไปแบบนั้น ราวกับคำพูดทั้งหมดในหัวพุ่งออกมาทะลุกำแพงที่เธอสร้างไว้เอง และมันทำให้เฮดเตอร์นิ่งงันไปชั่ววินาที เขาหัวเราะออกมาเบาๆ อีกครั้ง แต่คราวนี้…ดวงตากลับไม่หัวเราะด้วย

“เธอจะโกรธทำไม ในเมื่อเราอยู่ในสถานะคู่นอน ไม่ใช่คู่ชีวิต”

“คู่นอน? แล้วไม่มีสิทธิ์หวงเลยเหรอคะ”

เฮดเตอร์ยกยิ้มมุมปาก ก่อนจะเชยคางมนขึ้นเล็กน้อย จนใบหน้าเขาและเธอเสมอกัน

“อย่าเล่นกับไฟนะเนียร์…ฉันเตือนแล้ว”

จากนั้นเขาก็หันหลังเดินจากไป ทิ้งให้หญิงสาวยืนอยู่ท่ามกลางอากาศร้อนอบอ้าว แต่ภายในใจกลับเย็นเยียบอย่างประหลาด นี่…อาจไม่ใช่แค่คำเตือนธรรมดา แต่มันคือการขีดเส้นระหว่างเขากับเธออย่างชัดเจนที่สุด

และถ้าเธอถลำเข้าไปในโลกของเขาเมื่อใด อาจจะเป็นเธอเองที่ถูกไฟแผดเผาจนไม่เหลือชิ้นดี ระยะที่ปลอดภัยสำหรับเธอคืออยู่ให้ไกลจากผู้ชายคนนี้

—————————————

ถ้าเธอเป็นไฟ เราจะเป็นน้ำมันเอง 😆

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ระยะนี้อันตราย   ตอนพิเศษ 2

    ตอนพิเศษ 2เช้าวันหยุดในบ้านหลังใหญ่บรรยากาศเต็มไปด้วยความคึกคัก ห้องโถงกลางถูกจัดแต่งด้วยดอกไม้สีขาวสลับชมพูอ่อน กลิ่นหอมอวลไปทั่วจนสร้างความอบอุ่นราวกับงานหมั้นเล็กๆ ที่แฝงไปด้วยความหมายยิ่งใหญ่กันต์กำลังช่วยช่างจัดดอกไม้ยกแจกันไปตั้งตรงมุมโต๊ะอย่างตั้งใจ“พวกนายวางตรงนี้สิ จะได้บาลานซ์กับเวที” เขาพูดพร้อมหันไปเช็กตำแหน่งต้นหนยืนพับแขนเสื้อเชิ้ตขึ้น พลางก้มหน้ากางแผนผังการจัดโต๊ะ“นี่พวกแขกผู้ใหญ่ต้องนั่งฝั่งไหนกันแน่ เฮดเตอร์ถ้าไม่รีบตอบ เดี๋ยวพรุ่งนี้คนมาแล้วจะมั่วกันหมดนะเว้ย”ลีอองหัวเราะพลางยกถาดแก้วน้ำมาวางเรียงบนโต๊ะรับแขก“ใจเย็นๆ หน่อยเถอะไอ้ต้น มึงก็เหมือนแม่บ้านไปทุกทีแล้วนะ”เสียงหยอกล้อทำให้เฮดเตอร์ที่นั่งตรวจเช็กรายชื่อแขกอยู่เงยหน้าขึ้น เขายิ้มบางๆ รู้สึกได้ถึงความอบอุ่นจากเพื่อนสนิทที่ร่วมลงแรงกันเต็มที่ระหว่างที่ทุกคนกำลังวุ่นอยู่ เสียงฝีเท้าดังขึ้นจากทางประตูบ้าน ก่อนจะปรากฏร่างชายหนุ่มรูปร่างสูงโปร่ง ใบหน้ามีเค้าโครงคล้ายเฮดเตอร์ไม่ผิดเพี้ยน“เซอร์ไพรส์!”ทุกสายตาหันไปทันที เฮดเตอร์ชะงักไปชั่วอึดใจ ก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง ดวงตาคมวาวด้วยความดีใจ“ไอ้คิว!”ร่างส

  • ระยะนี้อันตราย   ตอนพิเศษ 1

    ตอนพิเศษ 1ย่างเข้าสู่ปีที่สี่ของการเป็นนักเรียนแพทย์ การเจอกันกับเฮดเตอร์ก็น้อยลงตามตารางเรียนที่มากขึ้น และเป็นปีสี่ของนาเนียร์ที่ต้องขึ้นชั้นคลินิกและได้ราวน์คนไข้จริงๆ กับอาจารย์หมอเสียงโทรศัพท์สั่นและดังเบาๆ อยู่ในกระเป๋าเสื้อของนาเนียร์ เธอวางแฟ้มเอกสารลงบนเคาน์เตอร์แล้วเดินไปหลบมุมเพื่อรับสายของเฮดเตอร์“เฮีย เนียร์ยุ่งอยู่ค่ะ มีอะไรด่วนไหม”(เปล่า แค่คิดถึงเด็กดื้อน่ะ)“อ๋อ คิดถึงเหมือนกันนะคะ อย่าน้อยใจนะที่เนียร์ไม่มีเวลาให้ ช่วงนี้ยุ่งมากจริงๆ”เสียงถอนหายใจทุ้มต่ำลอดผ่านมาทางสายคล้ายจะกลั้นความน้อยใจเอาไว้ไม่มิด(รู้หรอกว่าเรายุ่ง แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่า…ตอนนี้ใครกันแน่ที่อยู่กับเนียร์มากกว่าเฮีย)น้ำเสียงติดกระเซ้า ทว่ามีความน้อยใจแฝงอยู่จนหัวใจนาเนียร์สะดุ้ง เธอกัดริมฝีปากแน่น พยายามอธิบายเสียงเบา“ไม่มีใครทั้งนั้นค่ะเฮีย มีแต่คนไข้กับอาจารย์หมอ เนียร์อยากให้เฮียเข้าใจนะ”เฮดเตอร์หัวเราะหึเบาๆ แต่ก็ยังไม่อาจปิดบังความรู้สึกในใจได้(แต่เฮียก็ยังอยากให้เราเจอกันบ้าง…ไม่ใช่แค่ได้ยินเสียงผ่านโทรศัพท์แบบนี้)มือที่จับโทรศัพท์ของนาเนียร์สั่นน้อยๆ เธอหลับตาลง สูดลมหายใจลึกแล้วตอบด

  • ระยะนี้อันตราย   บทที่ 55 บทส่งท้าย

    บทที่ 55 บทส่งท้ายเปิดเทอมปีสองของนักศึกษาแพทย์มาได้ไม่กี่สัปดาห์ แต่นาเนียร์ก็สัมผัสได้ถึงความหนักหน่วงที่ต่างจากเดิม ทั้งชั่วโมงเรียนที่ยาวนานกว่าปีแรก และเนื้อหาวิชาที่เข้มข้นขึ้นจนแทบไม่มีเวลาหายใจ เธอมักกลับมาบ้านหรือคอนโดพร้อมกับความเหนื่อยล้าเต็มสองแขน แต่สิ่งที่แตกต่างจากเมื่อก่อนคือเธอไม่เคยต้องแบกรับเพียงลำพังอีกแล้วเฮดเตอร์เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด แม้ยังคงนิสัยเจ้าเล่ห์และแฝงความกวนประสาทอยู่ตลอด แต่เวลามีเธออยู่ใกล้กลับกลายเป็นคนใจเย็นลงอย่างน่าประหลาด ยิ่งหลังจากผ่านเรื่องราวมากมาย ความสัมพันธ์ของทั้งคู่แน่นแฟ้นขึ้นจนเหมือนหายใจด้วยจังหวะเดียวกันเย็นวันหนึ่งหลังเลิกเรียน นาเนียร์เดินก้มหน้าก้มตาออกมาจากมหาวิทยาลัยอย่างอิดโรย แต่ทันทีที่เห็นร่างสูงคุ้นตายืนพิงรถหรูรออยู่ หัวใจที่หนักอึ้งกลับเบาสบายอย่างน่าประหลาด“เฮียขา…” เสียงหวานอ้อนดังขึ้นทันทีที่ก้าวเข้ามาใกล้ เธอยกแขนคล้องเอวเขาแน่นเหมือนหาที่พักพิงเฮดเตอร์ก้มลงสบตา ดวงตาคมอ่อนแสงลงอย่างไม่รู้ตัว มือหนายกขึ้นลูบผมเธอเบาๆ“เหนื่อยอีกแล้วใช่ไหมตัวเล็ก”เธอพยักหน้าหงึกๆ พลางซบลงกับอกกว้าง“เหนื่อยมากเลยค่ะ วันนี้เรี

  • ระยะนี้อันตราย   บทที่ 54 เด็กขี้อ้อน

    บทที่ 54 เด็กขี้อ้อนหลายเดือนต่อมานาเนียร์เดินมาหาเฮดเตอร์ที่ยืนรออยู่หน้าบ้านด้วยท่าทางอิดโรยสุดๆ ทันทีที่ปลายรองเท้าและกับปลายรองเท้าเขา แขนสองข้างก็อ้าออกและสวมกอดเอวสอบอัตโนมัติ“ขออ้อนหน่อย เรียนเหนื่อยมาทั่งอาทิตย์เลย”“อยากกินอะไรอร่อยๆ ไหม เฮียตามใจเราหนึ่งวัน”“ไม่อยากกินอะไรเลยค่ะ อยากนอนบนตัวเฮียมากกว่า”“ขี้อ้อนจริงๆ นะเรา”“น้อยๆ หน่อยน้องสาว” เสียงณคุณดังขึ้นจากทางด้านหลังนาเนียร์ เขาถือถุงผ้าใบโปรดของน้องสาวมายื่นให้เฮดเตอร์พลางยกมือขึ้นไปแตะหน้าผากน้องด้วยความมันเขี้ยว “ฝากด้วยเฮีย บ่นว่าเหนื่อยตั้งแต่ไปรับมาจากมหา‘ลัยแล้ว”“อืม แล้วมึงจะเข้าบริษัทตอนไหน ถ้าเข้าไปกูฝากดูรถแข่งด้วย”“อีกหนึ่งชั่วโมงเฮีย”“อืม”“ไปเถอะ อยากนอนแล้ว” นาเนียร์หันไปยกมือไหว้พี่ชาย แล้วเดินอ้อมไปขึ้นรถอีกฝั่งเองเมื่อเห็นแบบนั้นเฮดเตอร์จึงเชิดหน้าน้อยๆ ให้ณคุณแล้วเปิดประตูเข้าไปนั่งในรถ“เหนื่อยขนาดนั้นเลย?”“มากค่ะ เรียนว่าหนักแล้วนะ อาจารย์บอกว่าเทอมสองจะต้องเรียนผ่าอาจารย์ใหญ่แล้ว ขนลุกไม่หาย”“ก็เราเลือกเอง”“ก็จริงค่ะ แค่บ่นให้ฟันเฉยๆ สนใจมาเป็นอาจารย์ใหญ่ให้เนียร์ลองผ่าเล่นๆ ไหม”“ตลก

  • ระยะนี้อันตราย   บทที่ 53 แฟนหรือพ่อ?

    บทที่ 53 แฟนหรือพ่อ?หลังกลับจากไปเยี่ยมครอบครัวเฮดเตอร์ นาเนียร์ก็เข้าสู่โหมดปกติ เธอเรียนเช้าเลิกค่ำ บางวันก็ดึกเพราะทำรายงานกับกลุ่มเพื่อน ส่วนเฮดเตอร์ก็รับหน้าที่คอยส่งข้าวส่งน้ำเช่นเคย และเขายังเป็นที่รู้จักของเพื่อนๆ ในกลุ่มของนาเนียร์อีก“เฮีย”“หืม?” เขารีบวางโทรศัพท์แล้วหันหน้ามองนาเนียร์ทันที“อาทิตย์นี้ขอนอนหอกับรูมเมทนะคะ อาทิตย์หน้าค่อยจะไปค้างกับเฮียที่คอนโด”เฮดเตอร์ชะงักไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำขอจากปากเธอ ดวงตาคมกริบที่เมื่อครู่ยังเต็มไปด้วยความผ่อนคลายค่อยๆ แปรเปลี่ยนเป็นแววเคร่งขรึม แต่ก็ยังมีความอ่อนโยนซ่อนอยู่“ทำไมล่ะ” เสียงทุ้มถามเรียบๆ แต่แฝงน้ำหนักบางอย่างที่นาเนียร์ฟังออกเธอยกมือขึ้นเสยผมทัดหู เกิดอาการประหม่าเล็กๆ“ก็…อยากอยู่ทำงานกับเพื่อนๆ ให้เสร็จ จะได้ไม่เกรงใจเฮีย อีกอย่าง…นอนหอบ้างก็ดีเหมือนกันค่ะ เนียร์กลัวว่าเฮียจะลำบาก ต้องคอยรับส่งทุกวัน”เฮดเตอร์กอดอก เอนตัวพิงพนักเก้าอี้ สีหน้าเหมือนกำลังชั่งใจระหว่างความหวงแหนกับความเข้าใจ เขานิ่งไปครู่หนึ่ง ก่อนจะหัวเราะหึในลำคอเบาๆ“พูดซะดีเชียวนะ” เขาโน้มตัวมาข้างหน้า เอื้อมมือแตะปลายคางมนให้เงยหน้าขึ้นสบตา “แ

  • ระยะนี้อันตราย   บทที่ 52 ครอบครัวของเฮดเตอร์

    บทที่ 52 ครอบครัวของเฮดเตอร์ในห้องทำงานของเฮดเตอร์ ณคุณเดินตามทั้งสองมา และได้เอ่ยขึ้นเสียงเรียบเมื่อเห็นเฮดเตอร์รั้งใบหน้าน้องสาวไปจูบเบาๆ ต่อหน้าต่อตาเขา“เฮียก็เบาๆ หน่อยแล้วกัน ผมไม่อยากให้นาเนียร์เสียอนาคตที่จะเป็นหมอตอนนี้”“รู้หรอกน่า”“ก็…เบาๆ หน่อย”“พี่ณ…”“เรานั่นแหละตัวดีเลย แล้วจะกลับบ้านเลยไหม หรือจะกลับไปนอนที่หอพัก?” ณคุณเอ่ยถามนาเนียร์ ทว่าเฮดเตอร์กลับโอบเอวบางไว้หลวมๆ“นาเนียร์จะกลับไปนอนที่คอนโดกับกู”“โอเค” ณคุณส่ายหน้าเบาๆ อย่างเอือมระอาใจ แล้วหันหลังเดินออกมาจากห้องทำงานของเฮดเตอร์ทันทีที่ประตูห้องทำงานปิดลงตามร่างสูงของณคุณ ความเงียบก็เข้ามาแทนที่ เฮดเตอร์ยังคงโอบเอวนาเนียร์ไว้แน่น ร่างสูงโน้มตัวลงเล็กน้อยจนปลายจมูกเฉียดผิวแก้มใสของเธอ“พี่ณของเธอนี่แม่ง…ทำอย่างกับฉันจะกินเธอตรงนี้เลย” เขาเอ่ยเสียงทุ้ม แฝงรอยหัวเราะในลำคออย่างขี้เล่นนาเนียร์หน้าแดงจัด รีบผลักแผ่วๆ ที่อกหนา แต่กลับไม่ขยับแม้แต่น้อย เพราะเฮดเตอร์จงใจยืนขวางเอาไว้ ดวงตาคมสบมองเธอแน่วแน่ ริมฝีปากหนากระตุกยิ้มเจ้าเล่ห์“ว่าแต่…” เขาโน้มเข้ามาใกล้ขึ้นอีกนิด “ถ้าจะเดินจับมือไปด้วยกันจริงๆ แบบที่ถามต

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status