~ระเริงรักมาเฟียร้าย~
.
.
.
เสียงฟ้าคำรามด้านนอกบ่งบอกว่าอีกไม่นานฝนคงจะตกลงมาห่าใหญ่ หากแต่ภายในห้องพักสุดหรูบนชั้นที่ยี่สิบเก้าบนโรงแรมห้าดาวกำลังร้อนระอุเพราะบนเตียงกว้างมีสองร่างที่เปลือยเปล่ากำลังโรมรันด้วยไฟเสน่หา
ภาธรรู้สึกหงุดหงิดเล็กน้อยที่เด็กสาวไม่ให้ความร่วมมือคล้ายกับว่าเธอไร้เดียงสาเรื่องแบบนี้เสียเหลือเกินทั้งที่ก็ตกลงกับเขาเป็นมั่นเหมาะว่าจะยอมนอนกับเขาเพื่อแลกกับเงินจำนวนหกหลัก
"อ่า...... ถ่างขาออกหน่อย"
ทอปัดยินยอมทำตามที่อีกฝ่ายบอก เรื่องมาถึงขี้นนี้แล้ว ถ้าหากเธอจะโดนหลอกเรื่องเงินหนึ่งแสนนั้นก็ช่างหัวมันเถอะ เพราะเธอคงจะทำอะไรกับนักธุรกิจที่รวยล้นฟ้าอย่างเขาไม่ได้ แต่อย่างน้อยเธอก็ขอให้เขารักษาสัญญาด้วยการโอนเงินค่าเอ็นเตอร์เทนและค่าดื่มไวน์ให้เธอด้วยก็แล้วกัน
เมื่อรู้สึกถึงความแข็งขืนที่กำลังดุนดันกลีบดอกไม้กลางกาย ร่างเล็กก็สั่นระริก เธอกัดฟันแน่นด้วยความตื่นกลัวระคนเจ็บปวด ปลายเล็บมือของเธอจิกลงบนบ่าแกร่งของเขา สัมผัสของท่อนเอ็นอุ่นร้อนกำลังครูดกับผนังอ่อนนุ่มที่แนบแน่นตราตรึงจนเด็กสาวต้องเผลอครางเสียงหวีดหวิวในลำคอ
"อื้อ...... คุณแทค คุณ....."
ภาธรหยัดเอวสอบเพื่อตอกตรึงท่อนเอ็นจนสุดปลาย แท่งเนื้อแข็งขืนทำลายเยื่อกั้นบางเบา ถึงแม้ว่าทุกสัมผัสจะไม่อาจผ่านเครื่องป้องกันที่บางเฉียบหากแต่เขาก็รู้สึกได้ถึงความคับแน่นจนแทบขยับตัวตนไม่ได้
"อ่าห์...... "
เขาคำรามอยู่ในลำคอยามที่ขยับเอวสอบเข้าใส่เชื่องช้า แสงแปลบปลาบจากฟากฟ้าทะลุผ่านกระจกใสสะท้อนให้เห็นเรือนร่างขาวผ่องที่นอนบิดเร่าๆ ภายใต้กายของเขา ภาธรแลบลิ้นเลียริมฝีปากหยัก นัยน์ตาสีเข้มลุ่มลึกจ้องมองเข่าของเด็กสาวที่มีร่องรอยบาดแผลพลางหวนนึกไปถึงเด็กสาวที่วิ่งตัดหน้ารถเขาเมื่อวันก่อน มันคงจะไม่บังเอิญถึงขนาดนั้น หรือถ้าหากมันบังเอิญ....
ก็คงมีคนทำให้มันบังเอิญ...
"อ่ะคุณ..... หนูเจ็บ"
ภาธรพลิกร่างของเด็กสาวที่อ่อนปวกเปียกให้ขึ้นคร่อม นัยน์ตาสีเข้มวาววามหรี่มองเรือนร่างอรชรที่เนื้อตัวมีร่องรอยเป็นจ้ำซึ่งเกิดจากฝีมือของเขา ไม่ใช่ว่าเจ้าพ่อเงินกู้อย่างเขาจะไม่เคยเปิดบริสุทธิ์ผู้หญิง สมัยนี้ถ้าหากมีเงินทุกอย่างก็เป็นเรื่องเล็กน้อย และครั้งนี้ขจรก็ทำให้เขาถูกใจอย่างมาก สงสัยว่าเขาคงจะต้องขึ้นเงินเดือนให้เสียแล้ว
"ทำงานของเธอให้สมกับเงินที่ฉันจ้างหน่อยสิ"
"ฮือ..... ค.... คุณจะให้หนูทำอะไรคะ หนูทำไม่เป็น"
ภาธรยกฝ่ามือหนาขึ้นประสานกับฝ่ามือเล็กของเด็กสาว เขาขบสันกรามแน่นยามที่เธอบดเบียดสะโพกผายลงบนแท่งเนื้อแต่กลับบอกว่าทำไม่เป็น เขาจึงแกล้งสวนเอวสอบขึ้นไป เด็กสาวสะดุ้งเฮือก ใบหน้าน่ารักพยายามข่มซ่อนความซ่านเสียว เธอสะบัดหน้าไปมา เนื้อตัวแดงก่ำสั่นระริก
"หนูไม่ไหว..... ไม่ไหวค่ะ"
"กดตัวเธอลงมา..... เร็วๆ"
ภาธรเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำแกมบังคับ ทอปัดรู้สึกเวียนหัว เธอมองเห็นใบหน้าของนักธุรกิจหนุ่มซึ่งนอนหงายกำลังจ้องมองเธออย่างจาบจ้วง เธอจึงรวบรวมสติที่ยังหลงเหลืออยู่ ขยับบั้นท้ายขึ้นแล้วทิ้งตัวลง กลีบดอกไม้แรกแย้มกลืนกินแท่งเนื้อร้อนจนมิดด้าม เรือนร่างขาวเนียนสั่นระริก เธอครางเครือด้วยน้ำเสียงแหบแห้ง
ภาธรขบสันกรามแน่น เด็กสาวคนนี้ทำเขาเกือบหลั่ง ให้ตายเถอะ...... เซ็กส์กับสาวแรกแย้มมันทำให้เขาเหนื่อยเป็นสองเท่า ชายหนุ่มเก็บซ่อนความซ่านเสียวเอาไว้ได้อย่างแยบยลภายใต้สีหน้าเรียบเฉย เส้นเลือดที่ส่วนกลางกายเต้นตุบ รู้สึกหฤหรรษ์ที่เห็นสาวน้อยบนร่างกำลังเคลิบเคลิ้ม เธอหมุนสะโพกเป็นวงกลมพลางเชิดหน้าขึ้น และก่อนที่เขาจะกระชากเธอให้กลับมานอนอยู่ใต้ร่าง เด็กสาวก็กระตุกและหวีดร้องอย่างสุขสม ร่างเล็กทิ้งตัวลงบนกายกำยำ เขาจึงละฝ่ามือหนาออกจากมือนุ่มแล้ววางมันลงบนบั้นท้ายของเธอ ตอกตรึงส่วนแข็งขืนอย่างรวดเร็ว จนได้ยินเสียงเนื้อกระทบกันเป็นจังหวะ ร่างเล็กสั่นคลอนอยู่บนตัวของเขาอย่างน่าสงสาร ภาธรพรูลมหายใจเมื่อจุดสิ้นสุดมาถึง เขาเด้งเอวสอบเป็นครั้งสุดท้าย ปลดปล่อยสายธารรักจนเต็มเครื่องป้องกัน
"อ๊า...... "
ร่างระหงที่อ่อนปวกเปียกยังคงซบอยู่บนแผงอกแกร่ง ภาธรพลิกตัวเธอให้ล้มลงนอน เธอมีทีท่าว่าคงจะหลับอีกยาว เพราะเขาเคี่ยวกรำเธออีกทั้งเธอยังดื่มไวน์เข้าไปทั้งที่ไม่เคยดื่มอีก
ร่างสูงหยัดตัวลุกขึ้น เขาคว้าผ้าขนหนูแล้วเดินเข้าห้องน้ำ ถึงแม้ว่าความสุขที่ตักตวงจากร่างกายของเด็กสาวยังคงไม่คุ้มกับค่าเงินที่เสียไป หากแต่เขาก็ไม่ได้คิดที่จะทำกับเธอต่อ เห็นแก่ครั้งแรกของเธอหรอกนะสาวน้อย ไม่อย่างนั้นเขาคงจะกลายเป็นวัวแก่ที่กินหญ้าอ่อนเสียจนเหี้ยนเตียนไปแล้ว
ครืน!.....
เสียงคำรามของท้องฟ้าที่ยังมืดครึ้มถึงแม้ว่าจะเริ่มต้นเช้าวันใหม่แล้วก็ตาม ฝนยังคงตกหนักอย่างต่อเนื่องแบบไม่ลืมหูลืมตา การจราจรบนท้องถนนติดแหงก บนรถไฟฟ้าเต็มไปด้วยผู้คนที่ต่างเบียดเสียดยัดเยียดอย่างเช่นทุกวัน หากแต่ภายในห้องกว้างบนโรงแรมหรูกลับเงียบสนิท บนเตียงมีร่างเปลือยเปล่าของเด็กสาวที่ยังคงนอนหลับใหล หากแต่เมื่อถึงเวลาเธอก็สะดุ้งตื่นคล้ายกับว่ามีนาฬิกาชีวิตติดตัวอยู่ตลอดเวลา ข้างกายของเธอว่างเปล่า ไม่มีนักธุรกิจคนที่ย่ำยีเธอเมื่อคืน ทอปัดค่อยๆ ขยับตัว เธอรู้สึกปวดร้าวไปทั้งตัวโดยเฉพาะตรงบริเวณนั้น ทั้งที่ยังนึกเสียดายความสาวหากแต่เวลานี้เธอจำเป็นที่จะต้องรีบกลับบ้าน เพราะแม่กำลังรอเธออยู่ ไหนจะเจ้าหนี้ของพ่อที่ถึงกำหนดชำระในวันนี้พอดี
"โอ๊ย...... ไม่ปราณีกันเลย"
ทอปัดพึมพำเสียงในลำคอ เธอไม่มีเวลาอาลัยอาวรณ์กับเรื่องเมื่อคืน สิ่งที่เสียไปแล้วเธอไม่อาจจะเรียกร้องเอาคืนมาได้ แต่สิ่งที่เธอจะต้องได้ก็คือค่าจ้าง
แกร๊ก!.....
หลังจากพยุงตัวเองเพื่อใส่เสื้อผ้าแล้วหญิงสาวจึงพาร่างสะบักสะบอมเดินออกมาจากห้อง เธอไม่อยากจะใช้ห้องน้ำภายในห้องของคนอื่น แต่เมื่อเธอเปิดประตูออกมา เธอกลับเจอกับผู้ชายคนเมื่อวานที่เป็นคนพาเธอมาที่นี่ เขายื่นซองสีน้ำตาลให้เธอ และเธอก็รับมาด้วยความงุนงง
"อะไรหรือคะ"
"ค่าจ้างของเธอ"
ทอปัดเปิดซองออก ภายในมีธนบัตรสีเทาถูกมัดรวมกันหลายปึกเธอไม่ทันนับว่ามันมีเท่าไหร่เพราะเวลานี้เธอกำลังตกตะลึง ในชีวิตของเธอไม่เคยเห็นเงินจำนวนมากมายขนาดนี้มาก่อน
"ค่าจ้างของหนู ทำไมมันมากมายขนาดนี้ละคะ"
"คุณแทคบอกว่าค่าจ้างเธอทั้งหมด รับไปเถอะ เดี๋ยวฉันจะให้รถไปส่งเธอ"
"แต่คุณคะ..... หนูแค่จะเอาค่าจ้างที่หนูดื่มไวน์กับค่าจ้างเอ็นเตอร์เทนแค่นั้น ส่วนค่า..... ค่าอย่างอื่น หนูคิดว่า...."
"รับไปเถอะ..... ฉันทำตามคำสั่ง"
ขจรหมุนตัวเดินนำเด็กสาว เขาได้รับคำสั่งจากเจ้านายให้นำเงินมาให้เธอ เรื่องที่ว่าเงินนั้นเป็นค่าจ้างอะไรเขาไม่มีสิทธิ์ไปก้าวก่าย รู้แต่เพียงว่าปกติถ้าเสร็จงาน เขาก็มีหน้าที่ให้คนไปส่งผู้หญิงเหล่านั้นนอกเหนือจากที่ให้คนพาพวกเธอไปตรวจโรคก่อนพามาให้เจ้านาย
เด็กสาวเดินตามมาจนถึงชั้นล่างของล็อบบี้โรงแรม เธอเพิ่งจะได้เคยเหยียบย่างเข้าสถานที่ใหญ่โตอย่างนี้เป็นครั้งแรกนอกจากมหาวิทยาลัยที่เธอเรียนอยู่ พนักงานต้อนรับที่นี่ท่าทางเป็นมิตรมาก เพราะเมื่อทุกคนเห็นลูกน้องของนักธุรกิจคนนั้น พวกเขาก็พร้อมใจกันน้อมศีรษะให้ หรือไม่บางคนก็ยกมือไหว้ แถมยังเรียกชื่อเขาเหมือนรู้จักคุ้นเคย ทอปัดจีงคิดเอาเองว่า นักธุรกิจคนนั้นคงจะใช้บริการโรงแรมนี้เป็นประจำพนักงานทุกคนจึงจำคนสนิทของเขาได้
เมื่อเดินมาถึงหน้าโรงแรม ขจรจึงบอกให้เธอยืนรอรถ เดี๋ยวจะมีรถมารับเธอไปส่ง ส่วนเขาก็แทรกตัวเข้าไปนั่งในรถหรูอีกคันแล้วรถคันนั้นก็เคลื่อนตัวออกไป
สองแขนเรียวกอดถุงกระดาษสีน้ำตาลเอาไว้แนบอก เธอรู้สึกได้ถึงก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายที่กำลังเต้นกระหน่ำด้วยความตื่นเต้นยินดี เธอจะมีเงินเป็นค่าผ่าตัดให้แม่ มีเงินไปใช้หนี้ให้พ่อ และยังมีเงินเหลือเอาไว้จ่ายค่าเทอมสุดท้ายอีก นักธุรกิจคนนั้นเขาคงรวยมากจึงได้จ่ายเงินสดให้เธอเป็นฟ่อนๆ แลกกับพรหมจรรย์ของเธอเพียงแค่ครั้งเดียว
เมื่อรถแล่นเข้ามาจอด ก็มีผู้ชายวัยกลางคนวิ่งลงมาจากรถแล้วเอ่ยบอกกับเธอว่านักธุรกิจคนนั้นให้พาเธอไปส่ง เธอจึงยอมที่จะขึ้นรถไปด้วย เหตุผลคงเพราะเธอไม่รู้ว่าโรงแรมแห่งนี้มันอยู่ตรงส่วนไหนของกรุงเทพ ถ้าให้พี่เขาไปส่งโดยไม่ต้องเสียเงินค่าแท็กซี่ก็คงจะดีกว่า
"ให้ผมไปส่งที่ไหนหรือครับ"
"เอ่อ.... หนูอยากไปธนาคารก่อนค่ะ"
"ได้ครับ"
×-------------------------×