LOGIN"เธอคือจำเลยที่เขาตีตราว่าฆาตกร และพันธนาการไว้ด้วยไฟแค้น" เมื่อภาคิน ปักใจเชื่อว่า พิมพ์ขวัญ คือต้นเหตุที่ทำให้คนรักของเขาต้องตาย 3 ปีที่เขาพยายามทรมานเธอด้วยความเร่าร้อน แต่ถูกความดีของเธอชนะ
View Moreแสงแดดแห่งรุ่งอรุณได้ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องนอนสีครีมอ่อน หญิงสาวในวัย 23 ปี ได้ค่อยๆ ลืมตาขึ้นและลุกจากที่นอนอันแสนนุ่ม วันนี้เป็นวันแรกที่พิมพ์ขวัญ จะต้องเข้าทำงานในฐานะพนักงานฝึกงาน ฝ่ายการตลาด ซึ่งตรงตามสาขาวิชาที่ได้เรียนจบมา แต่ด้วยความเป็นลูกสาวคนสุดท้องของท่านประธานนาวินเอง และเป็นบุตรสาวที่แสนรักและหวงแหนเป็นอย่างมาก จึงให้บุตรสาวเข้าทำงานในบริษัทของตนเอง ในฐานะพนักงานฝึกงานก่อน ในการเรียนรู้งานเบื้องต้น
“คุณพ่อคะ รอพิมพ์ทานข้าวเช้าทำไมคะ ทานก่อนลูกได้เลยนะคะ”
พิมพ์ขวัญได้เดินเข้ามาหอมแก้มพร้อมกอดผู้เป็นพ่ออย่างอ่อนโยน
“แล้วแม่ล่ะจ๊ะ”
คุณหญิงประภาถามลูกสาวด้วยรอยยิ้มที่อ่อนหวาน พิมพ์ขวัญได้เข้าไปหอมแก้มและสวมกอดผู้เป็นมารดาอย่างอ่อนโยนเช่นเดียวกัน กับผู้เป็นพ่อ
“พี่นภา ยังไม่ลงมาหรอค่ะ เมื่อคืนวานนี้หนูเห็นพี่กลับมา ค่อนข้างดึก ไม่แน่ใจว่าไม่สบายไหม”
“ไม่ต้องห่วงพี่เขาหรอกลูกพิมพ์ รีบทานข้าวต้มเถอะ เดี๋ยวหายร้อน คุณพ่อจะรอนานด้วย ส่วนพี่เขาเผื่อจะตื่นน่าจะสายๆ”
“ใครว่านภา จะตื่นสายคะ”
หญิงสาวร่างบอบบาง ก้าวลงเดินจากบันได กำลังเดินเข้ามาร่วมรับประทานอาหารเช้า ร่วมกับครอบครัว นภาเป็นผู้หญิงที่สวย ทันสมัย และมีความมั่นใจ ในตัวเองสูง
“เป็นยังไงบ้าง ยัยพิมพ์ ตื่นเต้นไหม สำหรับวันทำงานวันแรกของน้องสาวพี่”
“ตื่นเต้นสิคะ พี่นภา แต่หนูจะตั้งใจทำงานให้เต็มที่ค่ะ”
ประธานนาวินได้ฟัง ก็แอบยิ้มปนขำเล็กน้อย พร้อมหันไปมองลูกสาวทั้งสองคน ซึ่งลูกสาวทั้งสองคนนี้ บุคลิกและนิสัยช่างแตกต่างกันมาก แต่คนที่น่าเป็นห่วงของผู้เป็นพ่อและแม่ก็คงเป็นพิมพ์ขวัญ เพราะมีนิสัยอ่อนโยน และเป็นคนโอบอ้อมอารี
เมื่อก้าวเข้าสู่บริษัทของผู้เป็นพ่อ บริษัทนาวิน กรุ๊ป เป็นบริษัทที่ผลิตยางรถยนต์และจัดจำหน่ายทั่วไปทั้งในไทยและส่งออกต่างประเทศด้วย
“พิมพ์ พ่อจะแนะนำคุณสายใจให้รู้จัก คุณสายใจเป็นหัวหน้าแผนกการตลาดของลูกนะ คุณสายใจรบกวนด้วย ช่วยสอนงานให้ยายพิมพ์ด้วยนะครับ เธอพึ่งจบใหม่ ยังไม่มีประสบการณ์มากพอ”
“ได้สิคะ ท่านประธาน ดิฉันจะตั้งใจสอนงานคุณพิมพ์ขวัญให้ดีที่สุดค่ะ”
“คุณพิมพ์ขวัญคะ เดี๋ยวสายใจจะพาไปยังแผนกเราก่อนนะคะ”
“คุณสายใจ เรียกพิมพ์ สั้นๆ ก็ได้นะคะ”
คุณสายใจเป็นหญิงวัยกลางคน แต่เป็นหัวหน้าแผนกที่ใจดี เมื่อรู้ว่าพิมพ์ขวัญจะเข้ามาทำงาน เธอได้จัดโต๊ะทำงานริมหน้าต่างที่สามารถมองวิวออกไปข้างนอก เพื่อพักสายตาและรีแล็กซ์ในเวลาที่เครียดจากงาน
“คุณพิมพ์นั่งทำงานที่โต๊ะตรงนี้นะคะ เดี๋ยวอีกสักครู่พี่จะพาไปรู้จักแผนกต่างๆ ที่เราจะต้องประสานงานนะคะ”
“ขอบคุณมากนะคะ คุณสายใจที่ดูแลพิมพ์”
“นี่…ทุกคน มารู้จักคุณพิมพ์กัน คุณพิมพ์จะมาช่วยงานที่แผนกเรานะจ๊ะ”
สายตาทุกคู่ในห้องแผนกการตลาดได้มองมาที่พิมพ์ขวัญด้วยความสนใจ และความตื่นเต้น เพราะไม่คิดว่าจะมีลูกสาวของท่านประธานบริษัทมาร่วมทำงานที่แผนกนี้
“คุณพิมพ์ขวัญ สวยมากๆ นะคะ”
นาตาชาหญิงสาววัยกันเคียงกับพิมพ์ขวัญกล่าวชื่นชมด้วยความตื่นเต้น และต้องเป็นบัดดี้ในการสอนงานกับพิมพ์ขวัญ
“คุณพิมพ์ นี่คือน้องนาตาชาที่จะมาช่วยสอนงานคุณพิมพ์นะคะ และเป็นบัดดี้กับคุณพิมพ์ในการทำงาน”
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ คุณนาตาชา พิมพ์ก็ดีใจนะคะ ที่ได้นาตาชามาช่วยสอนงานพิมพ์”
“ยินดีเช่นกันนะคะ คุณพิมพ์”
วันแรกในการเข้ามาทำงานของพิมพ์ขวัญ เป็นการทำงานที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น และการทำความเข้าใจงานที่ตัวเองต้องปฏิบัติงาน และต้องเยี่ยมชมแผนกที่จะต้องประสานงาน ทำให้สาวน้อยร่างบอบบางอย่างพิมพ์ขวัญถึงกับเหนื่อยไปบ้าง แต่ยังคงมีความมุ่งมั่นในการเรียนรู้งาน
เสียงโทรศัพท์ที่โต๊ะพิมพ์ขวัญดังขึ้นมา ซึ่งปลายสายเป็นใครไม่ต้องเดา
“ยัยพิมพ์...เป็นอย่างไรบ้าง ทำงานวันแรก สนุกไหมจ๊ะ”
“พี่นภา...น้องยังต้องเรียนรู้งานอีกเยอะเลยนะคะ พี่นภามีอะไรหรือเปล่าคะ”
“พี่จะโทรมาบอกเราว่า อีก 3 วัน คุณพ่อและคุณแม่จะพาพวกเราไปเรางาน แต่งงานของลูกชายที่เป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อ พี่ตื่นเต้นมาเลยนะ เพราะจะได้เจอคุณภาคิน”
“เขาเป็นใครหรอคะ คุณภาคิน”
“น้องยังคงไม่รู้จักล่ะซิ คุณภาคิน...เขาเป็นถึงท่านประธานบริษัทนำเข้ารถยนต์ และมีโรงแรมหลายแห่งในการบริหารงานภายใต้การดูแลของเขาเอง ซึ่งเข้ามาบริหารงานแทนท่านประธานเกียรติศักดิ์ ที่เสียชีวิตไปด้วยโรคมะเร็งเมื่อ 2 ปี ก่อนที่เราจะเรียนจบไง ยายพิมพ์”
พิมพ์ขวัญแอบขำในสายสนทนา ระหว่างพี่น้องที่สนิท และในความลงรายละเอียดของพี่สาวของตน ที่จำรายละเอียดของท่านประธานภาคินได้
“เราไม่ต้องขำพี่เลย... ยัยพิมพ์ เดี๋ยวเราเจอจะตะลึงในความหล่อของคุณภาคิน”
บนตู้ในระหว่างทางกลับบ้าน พิมพ์ขวัญได้เผลอหลับระหว่างทาง ทำให้ผู้เป็นพ่ออดคิดไม่ได้ว่าวันนี้ลูกต้องเรียนรู้งานเยอะขนาดไหน แต่ยังทำให้อดภูมิใจในตัวลูกสาวทั้งสองคน โดยเฉพาะพิมพ์ขวัญแม้จะเจอปัญหาอะไรหรือเจอเรื่องหนักขนาดไหน ลูกสาวจะไม่เคยยอมแพ้หรือมาฟ้องพ่อ ซึ่งเป็นถึงประธานบริษัท
เมื่อรถตู้เข้าสู่คฤหาสน์ของท่านประธานนาวิน คุณหญิงประภายืนรอรับ อย่างยิ้มแย้มด้วยรอยยิ้มที่อบอุ่น พร้อมก้าวเท้าเข้าไปทักทาย 3 คนพ่อลูกที่กำลังลงรถตู้
“เป็นอย่างไรกันบ้างจ๊ะ กลับบ้านกันมาเหนื่อยๆ วันนี้แม่ทำไข่พะโล้ ของชอบของทุกคนไว้ให้เลยนะ”
“คุณแม่คะ ไข่พะโล้ยัยพิมพ์เขาชอบมากนะคะ”
เมื่อได้ยินดังนั้น พิมพ์ขวัญได้เข้าไปสวมกอดคุณหญิงประภาอย่างอ่อนโยน พร้อมมองมายังผู้เป็นพ่อได้ยิ้มมามองทั้ง 2 แม่ลูก
“คุณหญิง เราเข้าไปทานข้าวเย็นกันดีกว่า ผมอยากทานไข่พะโล้ฝีมือคุณหญิงล่ะ”
ในระหว่างมื้อค่ำ นภาได้พูดขึ้นเรื่องงานแต่งของลูกชายที่เป็นเพื่อนสนิทของ คุณพ่อว่านานแล้วที่ไม่ได้เจอคุณอาเจริญศิลป์เลย ตั้งแต่หลังการผ่าตัดเข่า ที่ครอบครัวประธานนาวินได้ไปเยี่ยม เป็นเวลาเกือบ 5 ปีได้ นี่ถือว่าเป็นข่าวสำคัญมาก สำหรับกลุ่มไฮโซและเซเลบริตี้ ทายาทของกลุ่มนักธุรกิจจะได้มารวมตัวกันในงานแต่งลูกชายท่านเจ้าสัวเจริญศิลป์ในครั้งนี้
“คุณพ่อคะ คุณอาเจริญศิลป์ หลังจากผ่าตัดเข่ายังคงเดินถนัดขึ้นไหมคะ นภาไม่ได้เจอคุณอานานแล้ว”
“พ่อ พบก็ประมาณ 3 เดือนก่อนนี้ ยังคงเดินไม่ถนัดเท่าไร ก็ตามวัยนะลูก”
“คนอายุ 60 ปี ร่างกายไม่ได้แข็งแรงเท่าคนหนุ่ม คนสาวแล้ว ใช้เวลานานกว่าร่างกายจะดีขึ้น”
หลังรับประทานอาหารค่ำแล้วพิมพ์ขวัญได้หอบแฟ้มงานที่จะต้องเรียนรู้ มาศึกษาต่อด้วยความตั้งใจ เพราะนี้คืองานแรกของตนหลังจากเรียนจบมาจากเมืองนอก และหวังว่าจะได้ช่วยธุรกิจของครอบครัว และไม่ทำให้ผู้เป็นพ่อผิดหวัง จนตัวเองได้เผลอหลับด้วยความเหนื่อยล้ามาตลอดทั้งวัน
“ฮัลโหล คุณสมเจตน์ รบกวนหาเครื่องเพชรที่เหมาะกับคุณพิมพ์ขวัญทั้งชุดให้ด้วยนะครับ ผมจำได้ว่ายังไม่ได้มีเครื่องเพชรสำหรับออกงานให้เธอเลย”“รับทราบครับ คุณภาคิน”หลังจากที่ภาคินโทรศัทพ์แจ้งคุณสมเจตน์ให้หาเครื่องเพชรให้พิมพ์ขวัญ เขาก็เดินกลับเข้าห้องนอนหลังจากที่เคลียร์งานแฟ้มเอกสารต่างๆ เสร็จสิ้นซึ่งช่วงเวลานั้นพิมพ์ขวัญได้นอนหลับ เพราะเหนื่อยจากการทำงานมาตลอดทั้งวัน ภาคินได้ตรงเข้าไปอาบน้ำและแช่น้ำอุ่นเพื่อเป็นการผ่อนคลาย และเขาได้มีช่วงเวลาที่ทบทวนเรื่องราวทั้งหมด นี้ก็ใช้เวลาอยู่ร่วมกับพิมพ์ขวัญมาเกือบจะ 2 ปี ครึ่งแล้ว และอีกไม่นานก็จะหมดสัญญาที่ได้ทำการตกลงกับเธอไว้แล้ว และไม่สามารถที่จะหาเหตุผลใดๆ มาเพื่อรั้งเธอให้อยู่ต่อ และเขาก็ไม่รู้ว่าทำไมความแค้นที่มีต่างพิมพ์ขวัญได้จางหายไปภาคินได้ลุกจากอ่างอาบน้ำจากุซซี่ และทำการเช็ดตัวและใส่สวมชุดนอน เพื่อเข้านอนพักผ่อน แต่ก็ได้เดินมาจ้องมองพิมพ์ในขณะที่เธอกำลังนอนหลับพักผ่อน แล้วภาคินได้บรรจงจุมพิตอย่างแผ่วเบาไปที่หน้าผากของพิมพ์ขวัญก่อนที่ตนจะขึ้นเตียง เพื่อหลับพักผ่อนต่อไปทั้งสองได้นอนอิงแอบซึ่งกันแล้วกันในห้วงราตรีแห่งรัตติกาล สัมผัสก
ช่วงนี้ทางเชียงใหม่ฝนจะตกค่อนข้างบ่อย ทำให้บรรยากาศเริ่มเย็นลง ต้นไม้และดอกไม้ที่ปลูกบริเวณคฤหาสน์เริ่มบานสะพรั่ง ต้นไม้เริ่มเขียวขจี นกน้อยเริ่มลงมาเกาะกินน้ำค้างบนใบไม้“ก๊อก…ก๊อก”“ผมขออนุญาตเข้าไปนะครับ”“เข้ามาได้เลย คุณสมเจตน์”“ทางออฟฟิศข้างหน้าคฤหาสน์ ได้รับจดหมายเรียนเชิญจากเลขาท่านเจ้าสัวเจริญศิลป์มานะครับ ผมเลยนำมาให้นะครับ”“นั่งก่อนสิ...คุณสมเจตน์”พิมพ์ขวัญก้มหน้าทำงานเพื่อรีบเคลียร์งานที่ตกค้างมาหลายสัปดาห์ และต้องแปลรายละเอียดการประชุมเป็นภาษาอังกฤษอีกหลายบริษัทในเครือ“ท่านเจ้าสัวได้ส่งจดหมายมาเชิญ เราไปร่วมงานเลี้ยงครบรอบวันเกิดของท่าน ในอาทิตย์หน้าที่คฤหาสน์ของท่านนะ”“งั้น…”“ใช่ คุณสมเจตน์”ภาคินได้ตอบคุณสมเจตน์โดยที่ไม่รอให้คุณสมเจตน์พูดจบ เพราะตนได้รู้ว่าคุณสมเจตน์จะถามเรื่องพิมพ์ขวัญ ว่าจะต้องเดินทางไปกรุงเทพฯ เช่นกัน“งั้นเดี๋ยวฝากคุณสมเจตน์ เรียกคุณมลฤดีเข้ามาตัดชุดสูทให้ผมกับชุดออกงานเลี้ยงให้พิมพ์ขวัญด้วยนะครับ”“ได้ครับ คุณภาคิน”“เดี๋ยวให้คนเตรียมเครื่องบินเจ็ทให้ผมด้วยนะครับ”หลังที่พิมพ์ขวัญทำงานไปได้สักพักหนึ่ง เธอได้ลุกขึ้นไปเพื่อชงกาแฟให้ภาคิน แต่ด้ว
รุ่งเช้าวันถัดมา พิมพ์ขวัญลุกขึ้นมาช่วงเวลา ตี 5 และลงจากเตียงนอน พร้อมแสงไฟสลัวของห้องนอนใหญ่ และเดินตรงไปเพื่ออาบน้ำ แต่เมื่อสังเกตร่างกายก็พบรอยแดงบนลำคอ และรอยซ้ำบนเนินอกจากฝีมือของภาคินเมื่อคืน ประกอบเสื้อผ้าที่ภาคินหามาให้ค่อนข้างเปิดเผยเนื้อตัว ทำให้ได้แต่ต้องเอาผมมาปิดบังไว้ แต่ก็ไม่สามารถปิดได้ทั้งหมดพิมพ์ขวัญลงมาทำอาหารเช้าตามปกติ เหมือนทุกวัน เมื่อลงมาชั้นล่าง ประตูห้องครัวใหญ่ได้เปิดไว้“คุณพิมพ์…ป้ามารอคุณพิมพ์ตั้งแต่ตอนตี 4 ครึ่ง ป้าเป็นห่วงคุณพิมพ์มากเลยนะคะ”“ป้าอุ่น พิมพ์ต้องขอโทษด้วยนะคะ ที่ทำให้ป้าอุ่นต้องมาเป็นห่วงพิมพ์”“เมื่อคืนนี้ได้ยินเสียงคุณภาคินเสียงดังมาก ป้ารีบไล่พวกแม่บ้านลงคฤหาสน์กัน เกือบหมด”“ดีแล้วค่ะ ป้าอุ่น”“งั้นวันนี้เรามาทำโจ๊กไก่ฉีกดีไหมคะ คุณภาคินตื่นมาจะได้ทานอะไรร้อนๆ จะได้สร่างเมา”“คุณพิมพ์เป็นคนดีจริงๆ คุณภาคินทำร้ายคุณพิมพ์ขนาดนี้ คุณพิมพ์ยังคิดเผื่อถึงคุณภาคินอีก”“คุณเล็กนี้ก็ทำเกินไปจริงๆ”พิมพ์ขวัญได้ลงมือทำอาหารพร้อมกับป้าอุ่น และแม่บ้านก็เริ่มทยอยลงครัวเพื่อช่วยงานห้องครัวกันตามปกติ“นี่เกิดอะไรขึ้นกับคุณพิมพ์คะ ตรงคอทั้งแดง และเนื
เมื่อรถเก๋งของคุณากรได้แล่นเข้ามาจอดหน้าคฤหาสน์ ป้าอุ่นได้ยืนรอรับพิมพ์ขวัญอย่างกังวลใจ ด้วยใบหน้าที่ไม่สบายใจกับเหตุการณ์ที่กำลังจะเกิดขึ้น“พี่กร ขอบคุณมากนะคะ ที่สละเวลาพาพิมพ์ไปเที่ยวข้างนอก”“พี่ยินดีมากๆ ครับ น้องพิมพ์ไม่ต้องเกรงใจพี่เลย”“เอาไว้โอกาสหน้าเราไปเที่ยวกันใหม่นะครับ”พิมพ์ขวัญได้ลงจากรถเก๋งของคุณากร และรถเก๋งของคุณากรได้ค่อยแล่นออกจากตัวคฤหาสน์จากไป“คุณพิมพ์ไปเที่ยวข้างนอกเป็นยังไงบ้างคะ”“รู้สึกสบายใจขึ้นนะคะ ป้าอุ่น”“แล้วทานข้าวเย็นมาหรือยังค่ะ”“อ๋อ…พี่กรพาทานข้าวมาจากข้างนอกแล้วค่ะ”“แล้วคุณภาคินล่ะป้าอุ่น”“เอ่อ…คุณภาคินอยู่ในห้องทำงานค่ะ คุณภาคินแจ้งว่าถ้าคุณพิมพ์กลับมาแล้ว ให้รีบขึ้นไปพบทันทีค่ะ”“ได้ค่ะ เดี๋ยวพิมพ์ขอตัวไปพบคุณภาคินก่อนนะคะ”พิมพ์ขวัญได้เดินขึ้นชั้น 2 ของตัวคฤหาสน์ขึ้นไปยังห้องทำงาน ซึ่งตัวเองได้เตรียมใจไว้รอกับเหตุการณ์พายุที่กำลังจะเกิดขึ้นอยู่แล้ว“ก๊อก….ก๊อก”“พิมพ์เองนะคะ ขออนุญาตเข้าไปนะคะ”พิมพ์ขวัญได้เปิดประตูเข้าห้องทำงานเข้าไป หลังจากที่ตนได้เอ่ยปากขออนุญาตเข้าไป ทำให้ตนต้องตะลึงกับภาพที่อยู่ตรงหน้า สภาพพื้นห้องเต็มไปด้วยกระดาษและ





