แชร์

บทที่ 7

ผู้เขียน: V-44
last update วันที่เผยแพร่: 2026-08-23 13:23:19

~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~

.

.

.

ภาธรออกจากโรงแรมตั้งแต่ช่วงเช้า เมื่อคืนเขากลับไปนอนที่ห้องส่วนตัวซึ่งอยู่ชั้นบนสุดของโรงแรมหลังจากที่เพิ่งผ่านสมรภูมิที่ดุเดือดเลือดพล่านกับสาวน้อยคนนั้น ยอมรับว่าเธอทำให้เขามีความสุขและก็ทำให้เขาเกือบจะมาไม่ทันนัดเพราะหมดแรงไปกับเธอ

บีเอ็มดับเบิลยูคันหรูเลี้ยวเข้าจอดหน้าตึกสูงระฟ้าซึ่งเป็นที่ตั้งของบริษัทขนส่งสินค้าระหว่างประเทศซึ่งเป็นของน้องชายพ่อบุญธรรม เขาไม่เคยนับว่า 'ดนัย' เป็นอา คงเหมือนกับดนัยที่ไม่เคยนับญาติกับเขาเช่นเดียวกัน

ภาธรถูกเลี้ยงดูมาอย่างดีในฐานะทายาทเพียงคนเดียวของ 'ภพ' เจ้าของ 'หยาดตะวันรีสอร์ทแอนด์สปา' ซึ่งตั้งอยู่ที่ภูเก็ต หากแต่เขาก็มาด่วนจากไปด้วยโรคหัวใจ ทิ้งให้ลูกชายเพียงคนเดียวต้องสานต่อธุรกิจท่ามกลางความขัดแย้งของญาติพี่น้องที่ไม่มีใครเห็นด้วย

มือซ้ายคนสนิทเดินนำเจ้านายขึ้นไปยังชั้นบนของตึกสูง ภาธรใช้สายตาคมสำรวจโดยรอบบริเวณ ชั้นล่างของตึกถูกแบ่งพื้นที่ให้ร้านค้า ส่วนสำนักงานออฟฟิศตั้งอยู่ชั้นบน เขามาตามนัดของน้องชายพ่อ เมื่อเสร็จธุระแล้วก็จะกลับทันที

ประตูซึ่งหน้าห้องมีป้ายสีทองติดบอกตำแหน่งถูกเปิดออก อติเดชน้อมศีรษะให้กับคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้นวมตัวใหญ่ ดนัยวางซิการ์ลงเมื่อเห็นว่าคนที่นัดมาถึง ชายวัยใกล้เกษียณเหลือบมองลูกน้องของภาธรพลางคลี่ยิ้มเย้ยหยัน

"หึ..... เดี๋ยวนี้หลานชายมีมือปืนคอยขนาบข้างแล้วอย่างนั้นหรือ?"

ภาธรพยักหน้าเป็นเชิงบอกให้ลูกน้องออกไปรอข้างนอกก่อน เพราะเขารู้ดีว่าดนัยเป็นคนปากร้าย และตัวเขาเองไม่ชอบให้ใครมาพูดกับคนติดตามด้วยประโยคแบบนี้

เมื่ออติเดชปิดประตู ภาธรจึงทรุดตัวลงนั่งโดยไม่รอให้เจ้าของสถานที่เชื้อเชิญ เขาหรี่ตามองคนแก่หัวหงอกที่วางอำนาจและมองเขาเหมือนเห็บหมัดอย่างท้าทาย

"อามีอะไรก็ว่ามาเถอะ ผมไม่มีเวลามาก"

"อวดดี จองหอง "

ภาธรนิ่งเงียบ ปีนี้อายุเขาย่างสามสิบ ไม่มีเวลาจะมาต่อปากต่อคำกับคนแก่ที่ไม่ยอมแก่ เขาหมายถึงน้องชายพ่อที่พยายามจะยึดรีสอร์ทซึ่งเป็นของพ่อ และเป็นสิ่งสุดท้ายที่พ่อฝากให้เขาเก็บรักษาเอาไว้ให้กับคนๆหนึ่งหากแต่อาดนัยกลับอยากจะเก็บเอาไว้เสียเอง

"พูดธุระของอามาเถอะครับ"

"หึ.... แกก็รู้ว่าธุระของฉันหมายถึงอะไร"

"ถ้าหากอาหมายถึงรีสอร์ท ผมคงยืนยันคำเดิม"

"ไอ้แทค!"

ดนัยตบโต๊ะดังปัง เขาเกลียดท่าทางเย็นชาของไอ้เด็กไม่มีหัวนอนปลายตีนที่สุด เด็กที่แม่มันเห็นแก่เงิน อุตส่าห์พามันมาเดินเร่ขายเพื่อเอาเงินไปเข้าบ่อน เกลียดท่าทางหยิ่งยโสของมันที่คิดว่าตัวเองเป็นหงส์ ทั้งที่มันก็เป็นเพียงกาฝาก เป็นลูกที่พี่ชายของเขาอุ้มชูเลี้ยงดูจนโตแล้วมันยังมาชุบมือเปิบได้ทรัพย์สมบัติทั้งหมดของพี่ชายเขาไปอย่างหน้าด้านๆ

"ฉันไม่สนว่าแกจะเป็นลูกของพี่ภพ เพราะถึงอย่างไรแกมันก็แค่ลูกเลี้ยง ส่วนฉัน เป็นน้องชายแท้ๆ มีสายเลือดเดียวกัน เลือดมันต้องข้นกว่าน้ำอยู่แล้ว"

ภาธรขยับตัวลุกขึ้น เขากระชับสูทตัวนอกพลางมองคนอายุมากกว่าด้วยสายตาเย็นชาแบบที่ดนัยเกลียด พลางเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ

"ผมไม่เถียงหรอกครับ ว่าเลือดต้องข้นกว่าน้ำ แต่บางทีน้ำสกปรกอย่างผมอาจจะดีกว่าเลือดข้นๆของคุณอาก็ได้"

"ไอ้แทค ไอ้เด็กเวร ฉันให้โอกาสแกนะ ถ้าแกไม่เซ็นมอบรีสอร์ทให้ฉัน ฉันจะให้ทนายฟ้องแก"

ภาธรเดินมาหยุดอยู่ตรงประตู เป็นจังหวะเดียวกับที่อติเดชเปิดประตูไว้ให้พอดี เขาหันมองคนแก่ที่ยืนขบสันกรามด้วยความโมโห เสี้ยวหนึ่งเขานึกถึงพ่อ ผู้ชายคนที่ให้ชีวิตแก่เขา ถ้าจะเปรียบพ่อเป็นสีขาว อาดนัยก็คงจะเป็นสีดำอย่างไม่ต้องสงสัย

บีเอ็มดับเบิลยูเคลื่อนตัวออกจากตึกสูงด้วยความเร็ว วันนี้เขาเสียเวลามามากพอแล้ว ทั้งรู้ว่าน้องชายของพ่อเรียกเขามาด้วยเรื่องอะไร หากแต่เขาก็ปฏิเสธไม่ได้จึงต้องสละเวลาไปแต่ก็เสียเวลาเปล่า

"เรื่องที่ฉันให้ไปสืบ ได้อะไรบ้าง"

"คุณหยาดเปลี่ยนชื่อครับ ผมกำลังให้คนไปตามสืบหาที่อยู่"

"ได้เรื่องอย่างไง รีบรายงานฉัน"

"ได้ครับ"

"โทรหาขจรให้ฉันด้วย"

"ครับนาย"

ภาธรพิงศีรษะกับพนัก ใบหน้าหล่อเหลาครุ่นคิด พ่อของเขาเพิ่งจะเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ก่อนที่ท่านจะเสียได้ฝากฝังให้เขาดูแลรีสอร์ทและให้ทำงานสำคัญอย่างหนึ่งให้สำเร็จ หากแต่เขามีข้อมูลของคนที่พ่อจะให้ตามหาเพียงน้อยนิด แต่ถึงอย่างไรเขาก็ต้องทำงานนี้ให้สำเร็จ

"นายครับ"

อติเดชส่งโทรศัพท์ให้กับเจ้านายซึ่งนั่งอยู่ด้านหลัง วันนี้เขาเหนื่อยและรู้สึกปวดหัว อยากนอนพักและอยากผ่อนคลาย เพราะพรุ่งนี้เขาจะต้องบินไปนิวยอร์กอีกครั้ง

"งานที่ฉันสั่งเรียบร้อยดีใช่ไหม"

(ครับคุณแทค ทีแรกเธอดูตกใจที่เห็นเงิน แต่พอผมบอกว่ามันเป็นของเธอ เธอจึงได้รับไปครับ)

"เธอเป็นคนเดียวกับเด็กสาวที่ตัดหน้ารถคืนนั้นใช่ไหม?"

(มันบังเอิญจริงๆครับที่เป็นเธอ ทางนั้นเขาส่งมาให้)

"ไปสืบมาให้ฉันว่าเธอเป็นใคร"

(คุณแทคสงสัยเธอหรือครับ)

"เรื่องมันคงไม่บังเอิญขนาดนั้น บางทีเธอน่าจะเป็นคนของไอ้เภา"

(ได้ครับ เดี๋ยวผมจะจัดการเอง)

นักธุรกิจที่เบื้องหน้าใสสะอาดแต่เบื้องหลังสีเทาอย่างเขาไม่เคยไว้ใจใครง่ายๆ คนที่ต้องการจะกำจัดเขาก็มี เพราะธุรกิจที่ขัดแข้งขัดขา และไม่ลงรอยกัน วงการนี้มันก็สกปรกไม่ต่างอะไรกับเงินที่เขาได้มา

ร่างสูงปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตพลางล้มตัวลงนอนบนเตียงกว้าง ก่อนที่เขาจะเรียนจบ ธุรกิจรีสอร์ทของพ่อก็เกือบจะเจ๊ง ยังดีที่เขาเข้าไปบริหารและประคับประคองจนมันกลับมาเป็นรีสอร์ทระดับแถวหน้าอย่างเช่นทุกวันนี้ แล้วจู่ๆ อาดนัยจะมายึดมันไปโดยที่ตัวเองไม่เคยทำอะไรเลย เขาคิดว่ามันไม่แฟร์ ไม่ว่าอาดนัยจะใช้วิธีไหน เขาก็ไม่มีทางยกรีสอร์ทนั้นให้อย่างแน่นอน

ครืด....

ครืด ....

โทรศัพท์เครื่องบางสั่นครืดคราด ภาธรล้วงมันออกมาจากกระเป๋ากางเกง เขากรอกเสียงทุ้มลงไปเมื่อเห็นว่าหน้าจอเป็นชื่อของลูกน้อง

"คุณแทคครับ ได้ที่อยู่เธอมาแล้วครับ"

"สืบประวัติของเธอมาให้ฉันด้วย"

"ได้ครับ"

ไม่ว่าเด็กสาวคนนั้นจะเป็นคนของคู่แข่งหรือคนของอาดนัย เขาก็จะไม่มีทางปล่อยให้เธอมาหลอกเขาได้ง่ายๆ และจุดจบของคนที่เข้ามาล้วงความลับของเขาทุกรายมักจะจบแบบศพไม่สวยเสียด้วย

×-------------------------×

อ่านหนังสือเล่มนี้ต่อได้ฟรี
สแกนรหัสเพื่อดาวน์โหลดแอป

บทล่าสุด

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 68

    ~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . อีกหนึ่งสัปดาห์ต่อมา ภาธรได้พาเด็กสาวที่มีอาการแพ้ท้องอย่างหนักไปโรงพยาบาล ระหว่างทางที่อยู่ในรถเธออาเจียนอย่างหนักโดยมีเขาคอยประคอง เมื่อเห็นว่าอาการของเธอไม่สู้ดี เขาจึงรั้งร่างเล็กให้นอนซบลงบนตักแกร่ง เอ่ยน้ำเสียงเร่งเร้าให้ลูกน้องรีบขับรถไปให้ถึงโรงพยาบาลโดย

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 67

    "น้าหยาด ทำไมคุณปัดเธอต้องไปทำงานที่อื่นด้วยล่ะจ้ะ" "เขาอาจอยากโตขึ้นละมัง ถ้าเขาคิดถึงน้า เขาก็คงจะกลับมาเอง " ในขณะที่หยาดฟ้ากำลังนั่งคุยอยู่กับเด็กสาว ที่รั้วหน้าบ้านก็มีรถยนต์คันหรูแล่นเข้ามาจอด ชายหนุ่มตัวสูงก้าวลงมาจากรถโดยไม่รอให้ลูกน้องลงมาเปิดประตูเหมือนเช่นทุกที ฝ่ามือหนากระชับสูทสีเข้

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 66

    ~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . ทอปัดลังเลที่จะตัดสินใจ เธอยังคงกังวลทั้งเรื่องของแม่และเจ้าตัวเล็กในท้อง เธอไม่รู้ถึงเหตุผลที่เขาตามหาเธอ และบอกให้เธอกลับไปกับเขา ทุกอย่างมันดูคลุมเครือ ไม่มีอะไรที่แน่นอนสักอย่าง เธออยากรู้เหตุผลของเขาจริงๆ ภาธรยอมปล่อยเธอออกจากอ้อมแขน เขาใช้สายตาสำรวจภายใน

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 65

    ~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . รถยนต์ติดฟิล์มดำมืดจอดหลบมุมอยู่ข้างรั้ว เมื่อรถแท็กซี่แล่นสวนออกไป ขจรซึ่งอยู่ในรถจึงได้ขยับตัวให้ใกล้กับหน้าต่าง เขาเพ่งมองเข้าไปภายในบ้านเช่าหลังเล็กที่เปิดไฟสว่าง เมื่อแน่ใจว่าเด็กสาวที่ออกมาจากร้านกาแฟหน้ามหาลัยเดินเข้าไปในบ้านหลังนั้นจริงๆ เขาจึงส่งข้อความ

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 64

    หลังจากที่ม่านมุกได้ผิดคำสัญญากับเพื่อน เธอไปตามหาไมตี้ ตัวการของเรื่องทั้งหมด เธอได้เบอร์ของขจรมาจากไมตี้ และไม่รอช้าเธอจึงติดต่อเขาไปทันที ร้านกาแฟตรงข้ามกับมหาลัยเป็นสถานที่นัดพบของเด็กสาวที่อ้างตัวว่าเป็นเพื่อนกับทอปัดและนักธุรกิจหนุ่ม ภาธรอยู่ในชุดเสื้อยืดโปโลสีขาวขลิบน้ำเงินตรงปลายแขน ช่วงล่

  • ระเริงรักมาเฟียร้าย   บทที่ 63

    ~ ระเริงรักมาเฟียร้าย ~ . . . ม่านมุกรู้สึกตกใจกับประโยคนั้นของเพื่อนสนิท ทอปัดเป็นเพื่อนกับเธอตั้งแต่ปีหนึ่ง พวกเราคบกันโดยไม่รังเกียจเรื่องฐานะ ทั้งที่บ้านของม่านมุกและมุจรินทร์นั้นมีอันจะกิน แตกต่างจากฐานะของทอปัดโดยสิ้นเชิง แต่ทอปัดก็เป็นเพื่อนที่ดี ขยันและมีน้ำใจกับเพื่อนทุกคน ทั้งที่เป

บทอื่นๆ
สำรวจและอ่านนวนิยายดีๆ ได้ฟรี
เข้าถึงนวนิยายดีๆ จำนวนมากได้ฟรีบนแอป GoodNovel ดาวน์โหลดหนังสือที่คุณชอบและอ่านได้ทุกที่ทุกเวลา
อ่านหนังสือฟรีบนแอป
สแกนรหัสเพื่ออ่านบนแอป
DMCA.com Protection Status