تسجيل الدخولถูกใส่ร้ายจนทั้งตระกูลต้องโทษเนรเทศไปยังดินแดนชายแดนที่แห้งแล้งที่สุดในแผ่นดิน กู้หลันซีต้องพาท่านยายที่ป่วยหนัก น้องชายตัวน้อย และคนแก่ไร้ทางสู้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ใน “หมู่บ้านหินเดี่ยว” สถานที่ซึ่งแม้แต่น้ำสักหยดยังหาได้ยาก ทว่าไม่มีผู้ใดรู้ว่า นางมี “ระบบร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง” ติดตัวมาด้วย ยามถูกทหารรังแก นางมีสเปรย์พริกไทยไว้สวนกลับ ยามผู้คนอดอยาก นางมีบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปหอมกรุ่นไว้ซื้อใจ ยามโรคภัยคุกคาม นางมียาและเวชภัณฑ์ช่วยชีวิต ยามศัตรูยกทัพมา นางมีทั้งกลยุทธ์ อุปกรณ์ล้ำยุค และอดีตแม่ทัพไร้พ่ายคอยยืนอยู่เคียงข้าง จากหมู่บ้านโจรที่ไม่มีใครต้องการ นางจะสร้างถนน ขุดบ่อน้ำ เปิดตลาดราตรี ตั้งโรงพยาบาล และเปลี่ยนดินแดนร้างให้กลายเป็นเมืองท่าที่มั่งคั่งที่สุดในแผ่นดิน ผู้ใดเคยเหยียบย่ำตระกูลกู้ นางจะให้มันคุกเข่าชดใช้ ผู้ใดคิดช่วงชิงเมืองของนาง นางจะทำให้มันกลับไปมือเปล่า ส่วนแม่ทัพตกอับที่นางเคยช่วยชีวิตไว้ เหตุใดจึงเอาแต่ตามหลังนางไม่ห่าง ซ้ำยังประกาศต่อหน้าผู้คนทั้งเมืองว่า... “เจ้าสร้างเมือง ส่วนข้าจะปกป้องทั้งเมืองและตัวเจ้าเอง”
عرض المزيدสายลมคิมหันต์อันร้อนระอุพัดหอบฝุ่นแดงฟุ้งกระจายปกคลุมทั่วเส้นทางเกวียนอันคดเคี้ยว เสียงล้อไม้ครูดบดก้อนหินดัง กุก...กัก...กุก...กัก สลับกับเสียงไอแห้งและเสียงถอนหายใจอันอ่อนล้าของผู้คนบนขบวนเนรเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสิ้นหวังราวกับไม่มีวันได้เห็นแสงแห่งวันพรุ่งนี้
ท้ายเกวียนเก่าโยกคลอนไปตามหลุมบ่อ กู้หลันซีในชุดผ้าป่านสีหม่นเนื้อหยาบนั่งตากแดดที่แผดเผาอย่างเงียบงัน มือเรียวที่แม้จะสั่นเพราะความเหนื่อยล้าแต่ยังคงอบอุ่น กอบกุมมือเหี่ยวย่นของหญิงชราผู้เป็นยายเอาไว้แน่น ราวกับหวังส่งผ่านกำลังใจให้อีกฝ่าย
ข้างกายนางคือกู้หมิง เด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบขดตัวซุกอยู่มุมเกวียน ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ ริมฝีปากแห้งแตกเพราะทั้งหิว ทั้งกระหาย แม้แต่เสียงสะอื้นยังเบาราวกับไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ
"พี่ใหญ่ ข้าหิวจังเลยขอรับ" เสียงเล็กแผ่วเบาจนแทบปลิวหายไปกับสายลม ทำให้หัวใจของหลันซีบีบรัดอย่างรุนแรง
นางยกมือลูบศีรษะน้องชายอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วไล้ผ่านเส้นผมที่เต็มไปด้วยฝุ่นแดง ก่อนฝืนยิ้มบาง ๆ ให้เด็กน้อย แม้ภายในใจจะหนักอึ้งราวถูกหินพันชั่งกดทับ
ครั้งหนึ่ง ตระกูลกู้เคยเป็นตระกูลกุนซือผู้ทรงเกียรติ เคียงข้างราชบัลลังก์มาหลายชั่วอายุคน เป็นมันสมองของแผ่นดิน ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัยจากฮ่องเต้ผู้ล่วงลับ
ทว่าเมื่อฮ่องเต้องค์ใหม่ขึ้นครองราชย์ เสนาบดีเหวย ผู้ทะเยอทะยานกลับใส่ร้ายว่าตระกูลกู้คิดก่อกบฏ
เพียงชั่วข้ามคืน บุรุษทุกคนในตระกูลถูกจับประหารชีวิตอย่างไร้ความเมตตา เลือดสดย้อมลานประหารจนแดงฉาน ส่วนผู้ที่เหลือ ทั้งสตรี คนชรา และเด็ก ถูกถอดยศริบทรัพย์ ก่อนถูกสั่งเนรเทศไปยัง "หมู่บ้านหินเดี่ยว" ชายแดนทิศอุดร ดินแดนกันดารที่ขึ้นชื่อว่าแห้งแล้งที่สุดในใต้หล้า ไร้ทั้งแหล่งน้ำ อาหาร และเต็มไปด้วยโจรภูเขาผู้เหี้ยมโหด ไม่มีผู้ใดเชื่อว่าคนที่ถูกส่งไปยังที่แห่งนั้นจะมีชีวิตรอดกลับมา
"อดทนอีกนิดนะหมิงเอ๋อร์ เดี๋ยวเกวียนหยุดพัก พี่จะหาอะไรให้เจ้ากิน" น้ำเสียงของหลันซีนุ่มนวล อบอุ่นดังเช่นเคย แต่เบื้องหลังแววตาสงบนั้นกลับซ่อนประกายเย็นเยียบและความมุ่งมั่นอันแน่วแน่ไว้ลึกสุดหัวใจ
ต่อให้สวรรค์ผลักนางลงเหว นางก็จะปีนกลับขึ้นมาให้ได้
ทันใดนั้นเอง...
ครืด!
เกวียนทั้งเล่มกระตุกหยุดกะทันหันจนผู้คนบนเกวียนเสียหลักโยกไปข้างหน้า ท่านยายเกือบตกจากที่นั่ง โชคดีที่หลันซีรีบยื่นมือประคองไว้ได้ทัน
"หยุดเกวียน ตรวจค้น!" เสียงตวาดดุดันดังขึ้นจากด้านหน้า
ทหารคุมนักโทษร่างกำยำสามนายเดินย่างสามขุมเข้ามาอย่างไม่เร่งรีบ ราวกับเจ้าของชีวิตของทุกคนในขบวน
ชายที่เดินนำมีรอยแผลเป็นพาดยาวตั้งแต่หางคิ้วลงมาถึงแก้มซ้าย ใบหน้าดุดันเต็มไปด้วยความหยาบช้า เขายกด้ามหอกเคาะขอบเกวียนเสียงดัง ปัง! ปัง!
แรงกระแทกทำให้ท่านยายสะดุ้งเฮือก กู้หมิงรีบซุกตัวอยู่ด้านหลังพี่สาวด้วยความหวาดกลัว
หลันซีค่อย ๆ ลุกขึ้นยืน ก่อนก้าวออกมาบังท่านยายและน้องชายเอาไว้ด้านหลัง นางก้มศีรษะเล็กน้อย ปรับสีหน้าให้ดูตื่นตระหนกและหวาดหวั่นได้อย่างแนบเนียน ราวกับเป็นสตรีอ่อนแอที่ไร้ทางสู้
"หัวหน้าทหาร มีเรื่องอันใดหรือเจ้าคะ"
"มีเรื่องอันใดรึ" นายทหารคนนั้นแค่นหัวเราะอย่างดูแคลน เขาเอื้อมมือคว้าถุงเสบียงใบเล็กของตระกูลกู้มาเปิดดู ก่อนโยนลงพื้นอย่างไม่ไยดี แล้วใช้ส้นเท้าขยี้ซ้ำจนอาหารแห้งด้านในแตกละเอียดปะปนกับฝุ่นดิน
"เส้นทางข้างหน้าแห้งแล้งนัก เสบียงของพวกเจ้ากินพื้นที่เกวียน ข้าจะ 'ช่วย' ลดภาระให้"
ดวงตาของกู้หมิงเบิกกว้าง ก่อนร้องไห้ออกมาทันที
"ท่าน! นั่นมันเสบียงก้อนสุดท้ายของพวกเรานะขอรับ" เด็กน้อยรีบกระโจนลงจากเกวียนหมายจะเก็บเศษอาหารที่กระจัดกระจาย
ทว่า นายทหารอีกคนกลับยกเท้าขึ้น เตรียมถีบเด็กน้อยอย่างไร้ปรานี
"หมิงเอ๋อร์ ถอยมา!" เสียงของหลันซีดังขึ้นอย่างเฉียบขาด
นางตวัดสายตามองนายทหารผู้นั้นเพียงครั้งเดียว แววตาเย็นเยียบที่แฝงด้วยรังสีอำมหิตทำให้อีกฝ่ายชะงักค้าง เท้าที่ยกขึ้นถึงกับแข็งทื่ออยู่กลางอากาศ
อาศัยจังหวะนั้น หลันซีรีบดึงตัวน้องชายกลับมาไว้ด้านหลัง ก่อนหันไปเผชิญหน้ากับหัวหน้าทหารอย่างไม่หลบสายตา
"ใต้เท้า ตามกฎหมายราชสำนัก ผู้ถูกเนรเทศยังคงมีสิทธิ์ถือครองเสบียงสำหรับประทังชีวิตตามอัตราที่กำหนด การที่ท่านทำลายเสบียงของพวกเราเช่นนี้ หากพวกเราตายระหว่างทางก่อนถึงเมืองชายแดน นายอำเภอผู้รับมอบตัวย่อมต้องรายงานต่อกรมอาญา ท่านแน่ใจหรือว่าศีรษะของท่านจะคุ้มค่ากับความสะใจเพียงชั่วครู่นี้"
นายทหารคนนั้นชะงักไปเพียงเสี้ยวอึดใจ ก่อนระเบิดเสียงหัวเราะลั่น ราวกับเพิ่งได้ยินเรื่องน่าขันที่สุดในชีวิต
"ฮ่า ๆ ๆ แม่นางกู้ เจ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นคุณหนูใหญ่แห่งตระกูลกุนซืออยู่อีกหรือ" เขาเชิดหน้าพูดอย่างเหยียดหยาม
"ที่นี่คือชายแดน ราชสำนักอยู่ไกลสุดหล้าฟ้าเขียว คนที่อดตายระหว่างทางเนรเทศมีทุกวัน ใครจะเสียเวลามาสอบสวนเรื่องของ 'ขยะ' อย่างพวกเจ้า"
กล่าวจบ สายตาสกปรกก็ไล่มองเรือนร่างของหลันซีตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้าอย่างไม่คิดปิดบังความหมาย รอยยิ้มบนใบหน้าของมันชวนให้ผู้พบเห็นรู้สึกคลื่นเหียน
"แต่ก็ใช่ว่าข้าจะใจดำเสียทีเดียว" มันก้าวเข้ามาใกล้อีกก้าว กลิ่นเหล้าคละคลุ้งโชยออกมาจนชวนสำลัก
"หากเจ้าไม่อยากให้ยายแก่กับเด็กนี่อดตาย คืนนี้ก็มาที่กระโจมของข้า ถูหลัง ปรนนิบัติข้าให้พอใจ แล้วข้าจะแบ่งขนมปังแห้งให้สักชิ้นสองชิ้น เป็นอย่างไร"
ท่านยายที่นอนซมอยู่บนเกวียนพยายามฝืนยันกายขึ้น ดวงตาเต็มไปด้วยความโกรธแค้น
"เลว... พวกเจ้ามันเลวทรามสิ้นดี"
หลันซียกมือแตะไหล่ท่านยายเบา ๆ เป็นเชิงห้าม ก่อนส่งสายตาให้อีกฝ่ายวางใจ
จากนั้นนางจึงเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง ใบหน้างดงามยังคงสงบนิ่ง หากรอยยิ้มที่มุมปากกลับเย็นชาจนน่าหวาดหวั่น ดวงตาคู่นั้นไร้ซึ่งความหวาดกลัว เหลือเพียงความเยือกเย็นราวกับกำลังมองคนตาย
"ข้อเสนอของใต้เท้า น่าสนใจไม่น้อย" หลันซีเอ่ยด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ก่อนยิ้มอ่อน
"แต่ข้ามีของสิ่งหนึ่ง ที่ดีกว่าขนมปังแห้งของท่านเสียอีก ใต้เท้าอยากดูหรือไม่"
นายทหารคนนั้นเลิกคิ้วสูง ความโลภฉายชัดบนใบหน้า
"หืม ยังมีของดีซ่อนอยู่อีกหรือ นำออกมาให้ข้าดูสิ"
หลันซีหยิบกล่องไม้ใบเล็กที่วางอยู่ข้างตัวขึ้นมาบังสายตาของทุกคน มือขวาซ่อนอยู่ภายในแขนเสื้อกว้าง
ในห้วงสำนึก นางเอ่ยขึ้นอย่างหนักแน่น
ระบบร้านสะดวกซื้อ 24 ชั่วโมง เปิดใช้งาน
ยืนยันตัวตนผู้ใช้คือกู้หลันซี
แต้มเริ่มต้น 100 แต้ม
โปรดเลือกสินค้าที่ต้องการแลกเปลี่ยน
เบื้องหน้าปรากฏหน้าต่างโปร่งแสงสีฟ้าซึ่งมีเพียงนางผู้เดียวที่มองเห็น รายการสินค้าปรากฏเรียงรายอย่างชัดเจน
สเปรย์พริกไทยสูตรเข้มข้นพิเศษ 20 แต้ม
มีดพกเซรามิคพกพา 30 แต้ม
"แลกทั้งสองชิ้น"
ยืนยันการแลกเปลี่ยนสำเร็จ หักแต้ม 50 แต้ม สินค้าถูกส่งเข้าสู่มือผู้ใช้เรียบร้อย
เพียงเสี้ยววินาที สัมผัสเย็นเฉียบของขวดโลหะขนาดเล็กและด้ามมีดเซรามิคก็ปรากฏขึ้นในมือของหลันซีใต้แขนเสื้ออย่างไร้ร่องรอย มุมปากของนางยกขึ้นน้อย ๆ ระบบ ใช้งานได้จริง
หลันซีเงยหน้ามองนายทหารคนนั้น ก่อนยื่นมือข้างที่ถือสเปรย์ออกไปใกล้ใบหน้าของมัน พลางยิ้มหวานจนดูไร้พิษภัย
"ของสิ่งนี้เรียกว่า 'น้ำมันหอมหยกสวรรค์' เจ้าค่ะ" นางขยับขวดเข้าไปใกล้อีกนิด
"ใต้เท้าลองดมดูสิ ว่าหอมหรือไม่"
"หน็อย นังหนูนี่พูดจาสามหาว" โจรคนหนึ่งตวาดอย่างโมโห พลางยกมีดพร้าขึ้นขู่"พวกข้าเป็นโจร อยากได้ก็แย่งเอา เหตุใดต้องจ่ายค่าตอบแทนให้เจ้า""เช่นนั้นก็ลองก้าวเข้ามา" หลันซีลดสายตาลง มือขวาค่อย ๆ สอดเข้าไปในแขนเสื้อเพียงการเคลื่อนไหวง่าย ๆ กลับทำให้ชายที่ยกมีดพร้าชะงักโดยไม่รู้ตัว"พวกเจ้าคิดว่าคนตระกูลกู้ถูกเนรเทศมาถึงชายแดนโดยไม่มีวิธีป้องกันตัวเลยหรือ ทหารคุมขบวนสามนายเพิ่งคุกเข่าขอชีวิตจากข้าไปเมื่อบ่าย หากพวกเจ้าคิดว่าคอของตนแข็งกว่าคมมีด หรือร่างกายทนต่อยาพิษสลายกระดูกได้ ก็ลองเข้ามาดู" คำพูดของนางไม่ได้ดังทว่าความมั่นใจและไอสังหารที่แผ่ออกมาจากร่างบางกลับทำให้คนที่คุ้นเคยกับการปล้นชิงถึงกับนิ่งงันหัวหน้าโจรหรี่ตามองหลันซีเขาไม่ได้โง่ สตรีกับคนแก่และเด็กสามคนถูกส่งมายังหมู่บ้านหินเดี่ยว แต่กลับยังมีอาหารร้อนกลิ่นประหลาดกินอย่างสบายใจ ที่สำคัญทหารคุมขบวนซึ่งปกติชอบข่มเหงนักโทษกลับรีบจากไปทันทีที่ส่งพวกนางถึงที่นี่ เรื่องนี้ไม่ปกติแน่"เจ้าต้องการสิ่งใดแลกเปลี่ยน" น้ำเสียงของหัวหน้าโจรอ่อนลงอย่างเห็นได้ชัดหลันซียกมุมปากอย่างพึงพอใจ อย่างน้อยคนผู้นี้ก็ยังรู้จักดูสถานการณ์"ง่ายมา
ติดตัวมาอีก เอาเถอะ! ในเมื่อสวรรค์ส่งนางมาอยู่ในร่างนี้แล้ว นางก็จะใช้สิ่งที่มี พลิกชะตากรรมครั้งนี้ให้ดีที่สุดสายลมยามพลบค่ำพัดหอบไอร้อนและฝุ่นทรายเข้าปะทะใบหน้า ขบวนเกวียนเนรเทศค่อย ๆ หยุดลงเบื้องหน้าทางเข้า "หมู่บ้านหินเดี่ยว"ป้ายไม้เก่าผุพังเอียงกะเท่เร่จนแทบหลุดจากเสา ตัวอักษรบนป้ายเลือนรางตามกาลเวลา รอบด้านมีเพียงผืนดินแตกระแหง ซากบ้านดินพังทลาย และความเงียบงันชวนวังเวง มองไปทางใดก็แทบไม่เห็นร่องรอยของพื้นที่เพาะปลูกหรือแหล่งน้ำทหารคุมขบวนไม่กล้าแม้แต่จะสบตากู้หลันซี หลังเหตุการณ์ระหว่างทาง พวกเขารีบช่วยกันยกสัมภาระของตระกูลกู้ลงจากเกวียนอย่างลุกลี้ลุกลน"ของพวกเจ้าอยู่ครบแล้ว พวกข้ามีหน้าที่ส่งถึงหมู่บ้านเท่านั้น จากนี้ก็เอาตัวรอดกันเอาเอง"พูดจบก็แทบไม่รอคำตอบ รีบหันหัวเกวียนแล้วเร่งจากไปทันที ราวกับกลัวว่าหากชักช้าอีกเพียงครู่เดียว สตรีผู้นั้นอาจเปลี่ยนใจหยิบ 'ยาพิษสลายกระดูก' ออกมาจัดการพวกเขาจริง ๆ"พี่ใหญ่ ที่นี่น่ากลัวจังขอรับ"กู้หมิงกอดแขนเสื้อของหลันซีแน่น ดวงตากลมโตมองซากปรักหักพังรอบตัวด้วยความหวาดหวั่น"ไม่ต้องกลัว มีพี่ใหญ่อยู่"หลันซีลูบศีรษะน้องชายเบา ๆ ก่อนปร
นายทหารคนนั้นหัวเราะหยัน"น้ำมันหอมรึ ไหน เอามาสิ"มันก้มหน้าเข้ามาอย่างไม่ระวังตัว"อ๊ากกกกกกก!"เสียงร้องดังสนั่นไปทั่วขบวนเกวียน ละอองสเปรย์พริกไทยสูตรเข้มข้นพุ่งเข้าดวงตาและจมูกของนายทหารเต็ม ๆเพียงชั่วพริบตา ดวงตาทั้งสองข้างของมันก็แสบร้อนราวถูกไฟเผา น้ำตาไหลพราก หายใจติดขัดจนแทบขาดใจ"ตาข้า ตาข้า แสบ แสบจะตายแล้ว!" ชายร่างใหญ่ล้มกลิ้งลงกับพื้น กุมใบหน้าเอาไว้แน่น ร้องโหยหวนพลางดิ้นทุรนทุรายไม่ต่างจากสัตว์ที่กำลังถูกเชือด"หัวหน้า" ทหารอีกสองนายตกใจจนหน้าถอดสี รีบชักดาบออกจากฝักทันที"นังเด็กนี่ทำอะไรหัวหน้า!" แต่ยังไม่ทันที่พวกมันจะได้ขยับตัว หลันซีก็ก้าวข้ามร่างของนายทหารแผลเป็นอย่างรวดเร็วฟึ่บ!ร่างบางพุ่งเข้าไปประชิดทหารคนที่สองด้วยความเร็วเหนือความคาดหมายคมมีดเซรามิคสีขาวบริสุทธิ์ไร้ประกายสะท้อนแสง แตะลงบนหลอดลมของอีกฝ่ายอย่างแม่นยำเพียงสัมผัสเบา ๆ ก็ทำให้ชายผู้นั้นตัวแข็งทื่อ ลมหายใจของเขาชะงักทันที"อย่าขยับ..." หลันซีกระซิบเสียงแผ่วข้างใบหูของอีกฝ่าย หากน้ำเสียงนั้นกลับเย็นเยียบยิ่งกว่าธารน้ำแข็ง"มีดเล่มนี้ทำจากหินเกล็ดหิมะหมื่นปี ไร้เงา ไร้สนิม คมกริบจนตัดเส้นเลือดใ
สายลมคิมหันต์อันร้อนระอุพัดหอบฝุ่นแดงฟุ้งกระจายปกคลุมทั่วเส้นทางเกวียนอันคดเคี้ยว เสียงล้อไม้ครูดบดก้อนหินดัง กุก...กัก...กุก...กัก สลับกับเสียงไอแห้งและเสียงถอนหายใจอันอ่อนล้าของผู้คนบนขบวนเนรเทศ บรรยากาศเต็มไปด้วยความสิ้นหวังราวกับไม่มีวันได้เห็นแสงแห่งวันพรุ่งนี้ท้ายเกวียนเก่าโยกคลอนไปตามหลุมบ่อ กู้หลันซีในชุดผ้าป่านสีหม่นเนื้อหยาบนั่งตากแดดที่แผดเผาอย่างเงียบงัน มือเรียวที่แม้จะสั่นเพราะความเหนื่อยล้าแต่ยังคงอบอุ่น กอบกุมมือเหี่ยวย่นของหญิงชราผู้เป็นยายเอาไว้แน่น ราวกับหวังส่งผ่านกำลังใจให้อีกฝ่ายข้างกายนางคือกู้หมิง เด็กน้อยวัยเพียงห้าขวบขดตัวซุกอยู่มุมเกวียน ดวงตาแดงก่ำจากการร้องไห้ ริมฝีปากแห้งแตกเพราะทั้งหิว ทั้งกระหาย แม้แต่เสียงสะอื้นยังเบาราวกับไม่มีเรี่ยวแรงเหลือ"พี่ใหญ่ ข้าหิวจังเลยขอรับ" เสียงเล็กแผ่วเบาจนแทบปลิวหายไปกับสายลม ทำให้หัวใจของหลันซีบีบรัดอย่างรุนแรงนางยกมือลูบศีรษะน้องชายอย่างอ่อนโยน ปลายนิ้วไล้ผ่านเส้นผมที่เต็มไปด้วยฝุ่นแดง ก่อนฝืนยิ้มบาง ๆ ให้เด็กน้อย แม้ภายในใจจะหนักอึ้งราวถูกหินพันชั่งกดทับครั้งหนึ่ง ตระกูลกู้เคยเป็นตระกูลกุนซือผู้ทรงเกียรติ เคียงข้











![ผัวแฝดกระแทกแรง [3P] + [PWP] + [NC30+]](https://www.goodnovel.com/pcdist/src/assets/images/book/43949cad-default_cover.png)