Share

บทที่ 2

Author: อีอู่
วันต่อมา ผมไปทำงานตามปกติ ภายในร้านเงียบกริบจนน่าขนลุก

พอผมเงยหน้าขึ้นมอง

แม่นั่งอยู่ตรงกลางโถงร้าน ด้านหน้ามีถ้วยชาที่ไม่ถูกแตะต้องตั้งอยู่ สีหน้าเธอมืดมนจนน่ากลัว

ผู้จัดการร้านปาดเหงื่อพลางส่งยิ้มประจบ

“ประธานเสิ่น เรื่องเมื่อวานทางเราจะตรวจสอบให้กระจ่าง ต้องมีคำตอบที่น่าพอใจให้คุณแน่ๆ...”

พูดไม่ทันขาดคำ สายตาของแม่ก็จ้องเขม็งมาที่ผมไม่คลาดสายตา

ความรู้สึกกดดันที่คุ้นเคยพุ่งปะทะเข้ามา

ผมรู้ดี เธอพุ่งเป้ามาที่ผมโดยเฉพาะ

ผมเดินเข้าไปหา พร้อมน้ำเสียงกระด้าง

“คุณเสิ่น คุณต้องการอะไรครับ?”

เธอเงยหน้าขึ้นมองผม น้ำเสียงเย็นยะเยือก

“เมื่อวานของร้านพวกคุณมีปัญหา ลูกสาวฉันกลับไปแล้วท้องเสีย”

“พ่อของเธอโกรธมากเลยนะ”

ผมแค่นยิ้มมุมปาก

“แล้วไงครับ?”

“คุณคิดจะใช้ข้ออ้างนี้มาหาผม หรือว่าอยากจะทำเหมือนเมื่อสามปีก่อน ที่ลากผมกับพ่อไปก้มหัวขอโทษกู้เฉิงอันอีก?”

สีหน้าของเธอเปลี่ยนไปถนัดตา ในดวงตาฉายแววสับสนและรู้สึกผิดวูบหนึ่ง

ผมรู้ เธอจำได้แล้ว

นึกถึงคืนนั้นเมื่อสามปีก่อน

คืนที่เธอปั่นหัวหลอกลวงผมกับพ่อจนหลงเชื่อหัวปักหัวปำ

ตอนนั้น ผมกับพ่อคิดมาตลอดว่าเธอสิ้นเนื้อประดาตัวแล้วจริงๆ

เธอบอกว่าบริษัทไม่เหลือแล้ว หนี้สินท่วมหัว ตัวเธอเองสู้รับมืออยู่ข้างนอกไม่ไหวแล้ว และตัดสินใจหย่าเพราะไม่อยากให้ผมกับพ่อต้องพลอยลำบากไปด้วย

พ่อต้องทำงานวันละสิบกว่างานเพื่อหาเงินมาใช้หนี้แทนเธอ เหน็ดเหนื่อยถึงขั้นยืนอยู่ก็หลับได้

เจ้าหนี้ตามมาทวงถึงบ้านหลายหน สุดท้ายพ่อทำได้แค่ยอมตามพวกนั้นไปคลินิกเถื่อน ยอมถูกเฉือนตับออกไปส่วนหนึ่งทั้งที่ยังรู้สติอยู่

วันที่เขากลับมา ใบหน้าซีดเซียวจนน่ากลัว

แต่ทั้งที่เป็นอย่างนั้น เขาก็ยังกัดฟันทนเจ็บ ซื้อเค้กชิ้นเล็กๆ ให้ผม พร้อมทำอาหารเต็มโต๊ะ

ผมหิวจนไส้กิ่ว แต่ก็ไม่ได้จับตะเกียบเลย

เพราะพ่อลูบหัวผมแล้วเอ่ยว่า

“รออีกหน่อยนะ รอแม่กลับมาเป่าเทียนด้วยกัน”

ผมกับเขารอตั้งแต่ฟ้ามืดจนฟ้าสว่าง

กับข้าวถูกยกไปอุ่นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

ทว่าแม่ก็ไม่กลับมาเลย

เช้าตรู่วันถัดมา จอมอนิเตอร์ในห้างสรรพสินค้าและข่าวบนโทรศัพท์มือถือต่างประโคมข่าวเรื่องเดียวกัน

แม่สวมชุดราตรีสั่งตัดพิเศษ กุมมือกู้เฉิงอันเข้าพิธีวิวาห์แห่งศตวรรษ ท่ามกลางคำอวยพรของทุกคน

ผมยืนอยู่ใต้จอภาพ ดึงชายเสื้อพ่อพลางเอ่ยถามเขาเสียงเบา

“พ่อฮะ นั่นแม่หรือเปล่า?”

พ่อยืนสั่นสะท้านไปทั้งตัวอยู่หน้าทีวี ฝ่ามือเย็นเยียบราวกับน้ำแข็ง

เขาจูงมือผม มุ่งตรงไปยังสถานที่จัดงานแต่งงานทันที

วินาทีที่เขาพรวดพราดเข้าไป คนทั้งงานต่างเงียบกริบ

พ่อตาแดงก่ำ โกรธจนแทบควบคุมอารมณ์ไม่ได้

“คุณบอกว่าตัวเองล้มละลายไปแล้วไม่ใช่รึไง?”

“คุณหลอกผมมาตลอด!”

“ผมต่างหากที่เป็นสามีคุณ ทำไมตอนนี้คุณถึงไปแต่งงานกับคนอื่น…”

พูดถึงตรงนี้ เสียงของเขาก็แหบแห้งไป

กู้เฉิงอันหน้าซีดลงทันที พร้อมกับซุกตัวเข้าไปในอ้อมกอดของแม่

“พี่จือเหยียน ที่เขาพูดพูดเป็นเรื่องจริงเหรอครับ?”

แม่กกกอดเขาพลางเอ่ยปลอบเสียงนุ่ม

แต่พอหันมามองพวกเรา ใบหน้ากลับเย็นชาลงในชั่วพริบตา ราวกับกำลังมองขยะก็ไม่ปาน

“ใครก็ได้ ยังไม่รีบไล่คนบ้าสองคนนี้ออกไปอีก!”

วินาทีนั้น รอบข้างเกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที

คำเยาะเย้ยถากถางนับไม่ถ้วนราวกับฝ่ามือที่ตบลงบนใบหน้าของผมกับพ่ออย่างแรง

“พาลูกติดมาด้วย แถมยังอยากเข้าตระกูลไฮโซ ช่างหน้าด้านจริงๆ”

“ใครจะไม่รู้ว่าคุณกู้กับประธานเสิ่นโตมาด้วยกัน แถมประธานเสิ่นก็ขึ้นชื่อเรื่องคลั่งรัก พวกกระจอกที่ไหนกล้ามาตีสนิทด้วย?”

หลังจากนั้น แม่ถือของขวัญมาหาพ่ออีกครั้ง

เธอยืนยันซ้ำแล้วซ้ำเล่าว่า คนที่รักที่สุดยังคงเป็นพวกเรา

อ้างว่าเรื่องล้มละลายเป็นแค่การลองใจพ่อ

อ้างว่ากู้เฉิงอันป่วยเป็นโรคร้าย เธอแค่ต้องการทำความฝันของเขาให้เป็นจริง

เธอบอกให้พ่ออดทนอีกนิด

“จริงๆ นะ รอให้เขาตายเมื่อไหร่ ฉันจะรับคุณกับลูกกลับมาอย่างผ่าเผย แล้วหลังจากนี้จะชดเชยให้พวกคุณเป็นเท่าตัวเลย”

พ่อน้ำตาไหลนองหน้า แล้วปัดมือเธอทิ้งอย่างแรง

เขาชกใส่หน้าอกเธอทีละหมัด แล้วตะโกนออกมาอย่างสติหลุด

“ที่แท้คุณก็รู้มาตลอดว่า ผมต้องบริจาคตับขายเลือดเพื่อใช้หนี้แทนคุณ!”

“คุณก็รู้ว่าลูกชายคุณไม่มีแม้แต่เงินจะเรียนหนังสือ!”

“เสิ่นจือเหยียน ผมเกลียดคุณ คุณทำกับพวกเราแบบนี้ได้ยังไง!”

รองเท้าที่ผมใส่ตอนนั้น พื้นแทบจะสึกจนเป็นรู

แต่ผมไม่เคยปริปากบ่นเลยสักคำ

แถมยังเคยบอกว่า จะช่วยแม่ประหยัดเงินด้วย

แม่ยืนอยู่ที่เดิม ในดวงตาก็เริ่มมีความรู้สึกละอายใจขึ้นมานิดหนึ่งแล้ว

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูด ที่ประตูพลันมีเสียงดังเพล้งขึ้นมา

กู้เฉิงอันยืนหน้าซีดเผือดอยู่ตรงนั้น

“พี่จือเหยียน ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่ล่ะครับ?”

แม่สีหน้าเปลี่ยนไปทันใด รีบผลักพ่อออกอย่างแรง แล้วหันไปปลอบกู้เฉิงอัน

“เฉิงอัน นายอย่าเข้าใจผิดนะ”

“ก็แค่คนบ้าคนหนึ่ง เขาต่างหากที่คอยตอแยรังควานฉัน”

พูดจบ เธอก็หันกลับมามองพ่อด้วยสีหน้ารำคาญเต็มทน

“คุณทำเฉิงอันตกใจแล้ว ยังไม่รีบขอโทษเขาอีก!”

คืนนั้น บอดี้การ์ดกดตัวพ่อไว้หน้าประตู บีบบังคับให้เขาคุกเข่าลง

ผมเองก็คุกเข่าลงเป็นเพื่อนพ่อด้วย

หลังประตู เป็นคืนส่งตัวเข้าห้องหอของพวกเธอ

ผมกับพ่อหนาวจนตัวสั่นอยู่ข้างนอก หิมะตกหนักจนค่อยๆ ทับถมร่างของพวกเรา

“เลิกงี่เง่าเสียที”

น้ำเสียงของแม่ดึงผมกลับสู่โลกความจริง

ผมจ้องมองผู้หญิงที่อยู่ตรงหน้า ความทรงจำบดขยี้ซ้ำไปซ้ำมา จนไม่เหลือความเจ็บปวดให้เค้นออกมาได้อีกแล้ว

เธอคงยังไม่รู้ว่า พ่อต้องสังเวยชีวิตให้กับเธอไปแล้ว

Continue to read this book for free
Scan code to download App

Latest chapter

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 9

    ต่อมา ลูกสาวของกู้เฉิงอันเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันกับตา ก็ตกใจร้องไห้โฮ แล้วพูดว่า“พ่อน่ากลัวจัง...แม่ก็น่ากลัว...”“หนูไม่เอาพ่อแม่แบบนี้...”แม่ถึงกับตะลึงไปตลอดหลายปีมานี้ เธอประคบประหงมเด็กคนนั้นราวกับไข่ในหิน อยากได้อะไรก็ประเคนให้ทุกอย่างทว่าต่อให้ชีวิตความเป็นอยู่จะสุขสบายเพียงใด ก็ไม่อาจลบล้างภาพที่เด็กคนนั้นต้องมาเห็นความโสโครกของพ่อแม่ตัวเองกับตาได้หลังจากนั้นไม่นาน เด็กคนนั้นก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตที่หน้าทางเข้าวิลลาตอนที่ทีวีออกข่าวเรื่องนี้ ผมกำลังนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยผู้ประกาศข่าวรายงานว่า ลูกสาวของประธานเสิ่นซื่อกับสามีคนปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าทางเข้าเขตวิลลาผมมองหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉยจะยังไงเสีย นั่นก็เป็นเด็กคนหนึ่งทว่ายามที่พ่อผมจากไป กลับไม่มีใครรู้สึกว่าพ่อบริสุทธิ์เลยยิ่งไม่มีใครแยแสว่า ในตอนนั้นตัวผมเองก็เป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งเหมือนกันและในวันนั้นเอง กู้เฉิงอันก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องผู้ป่วยราวกับคนคลุ้มคลั่ง ในมือถือมีดพุ่งตรงเข้ามาโถมใส่ผม“เพราะแกคนเดียว!”“ถ้าไม่ใช่เพราะแกป่าวประกาศเร

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 8

    ปลายสายมีน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยของกู้เฉิงอันดังมาจากทางนั้นอย่างรวดเร็ว“ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ?”“คนระดับพวกมัน มีสิทธิ์อะไรมาใช้เงินของพี่เล่า?”“ผมก็แค่สั่งสอนให้พวกมันรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวก็เท่านั้น”“ผู้ชายไส้แห้งที่แกล้งทำเป็นน่าสงสาร กับไอ้ตัวภาระคู่หนึ่ง สมควรได้รับเงินของพี่งั้นเหรอ?”สีหน้าของแม่ยิ่งบึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆ“นายแตะต้องบัตรใบนั้นใช่ไหม?”กู้เฉิงอันหัวเราะเบาๆ ออกมาทีหนึ่ง“ก็ใช่น่ะสิ ผมสั่งคนให้โอนเงินออกไปแล้ว”“ทำไมกัน?”“มันชอบเรียกร้องความสงสารนักไม่ใช่เหรอ? ผมก็แค่อยากจะรู้ว่าถ้าไม่มีสองล้านห้าแสนนั่น มันจะยังเสแสร้งต่อไปได้อีกไหม”“อีกอย่างนะ ก็แค่ให้เงินน้อยลงไปหน่อยไม่ใช่หรือไง? ตัวมันเองสุขภาพไม่ดี ทนไม่ไหวจนตายไปเอง เป็นความผิดผมเหรอ?”ลมหายใจของแม่พลันหนักหน่วงขึ้นมาทันที“นายรู้ไหมว่าเขาตายแล้ว?”“รู้หรือเปล่าว่าคนที่นายทำร้ายจนตายคือหนึ่งชีวิต!”ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นน้ำเสียงก็เย็นชาลง“จือเหยียน พี่มาขึ้นเสียงใส่ผมทำไม?”“มันตายก็เพราะมันดวงกุดเองต่างหาก”“อีกอย่าง เพิ่งจะมาคิดบัญชีเอาป่านนี้ พี่ไม่คิดว่ามันสายไปหน

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 7

    ผมนอนอยู่ในห้องผ่าตัดถึงสองวันเต็ม เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ตรงหน้าก็มีเพียงสีขาวโพลนไปหมดข้างเตียงผู้ป่วยมีแม่นั่งอยู่ขอบตาของเธอคล้ำเสียจนดำสนิท สภาพดูทรุดโทรมอิดโรยไปหมด ราวกับไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายวันหลายคืน“อย่าเพิ่งขยับนะ”“หมอบอกว่าแกเสียเลือดไปมาก อย่าเพิ่งขยับตัวตามใจชอบสิ เดี๋ยวแผลก็ปริออกมาหรอก”ผมชักมือกลับมา โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ“ออกไปซะ”ภายในห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบสงัดอยู่นานแสนนานในที่สุดเธอก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาประโยคหนึ่ง“ขอโทษนะ”ผมกลับรู้สึกว่ามันน่าขำสิ้นดี“เพิ่งจะมาพูดเอาตอนนี้ ไม่คิดว่ามันสายเกินไปหน่อยหรือไง?”ลำคอของเธอเกร็งขยับ น้ำเสียงแหบพร่ารุนแรง“ฉันติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหูที่ต่างประเทศเอาไว้แล้ว”“เรื่องหูของแก ฉันจะหาทาง…”“คุณจะหาทางงั้นเหรอ?”ผมขัดจังหวะเธอทันที“คนที่ทำหูผมหนวกเมื่อตอนนั้น ก็คือคุณไม่ใช่รึไง?”“ตอนนี้มาเสแสร้งทำเป็นชดเชยอะไรกัน?”สีหน้าของเธอซีดเผือดลงทันทีแต่ผมไม่ได้อยากฟังเธอพูดเลยสักนิด“สรุปว่ายังต้องการอะไรจากตัวผมอีกกันแน่?”“พ่อผมก็ตายไปแล้ว งานก็ไม่มีแล้ว แม้แต่ชีวิตนี้ก็เก

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 6

    สัญชาตญาณแรกของผมคือรีบพุ่งไปปิดประตูทว่าก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งแม่ยื่นมือออกไปดันบานประตูไว้ แล้วแทรกตัวเข้ามาทันทีเธอยืนนิ่งอยู่ในห้อง มองดูโต๊ะบูชาและรูปถ่ายบนผนัง ขอบตาค่อยๆ แดงก่ำขึ้นทีละน้อย“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”น้ำเสียงของเธอแหบพร่าผมไม่ได้ตอบคำถามเธอพุ่งเข้ามาหาผม แล้วคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของผมอย่างแรง“แกพูดมาสิ! นี่มันอะไรกัน?”“พวกนี้เรื่องโกหกทั้งนั้นใช่ไหม?”“พ่อแกสั่งให้ตั้งไว้ใช่ไหม? เขาตั้งใจแสดงให้ฉันดูใช่ไหม?”ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งสติหลุด แรงที่บีบไหล่ผมก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆผมถูกเธอเขย่าจนมึนหัวไปหมด ในที่สุดก็หลุดตะคอกออกมาอย่างคุมตัวเองไม่ได้“ปล่อยผม!”แต่เธอกลับยิ่งบีบแน่นขึ้นไปอีก“เขาอยู่ที่ไหน?”“บอกฉันมานะว่า ตกลงเขาอยู่ที่ไหนกันแน่!”“เขาไม่มีทางตายหรอก!”“เขาเสแสร้งเก่งขนาดนั้น จะตายได้ยังไง!”ผมกอดรูปหน้าศพไว้ในอก พอถูกเธอเขย่าแบบนั้นมือก็คลายออก กรอบรูปตกลงพื้นเสียงดัง “เพล้ง” เศษกระจกแตกเกลื่อนเต็มพื้นชั่วขณะนั้น สมองผมอื้ออึงไปหมด“อย่ามาแตะต้องเขานะ!”ผมเงื้อมือขึ้น ตบหน้าเธอเข้าอย่างจังการตบครั้งนี้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่ผมมีเธอโ

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 5

    พอได้ยินประโยคนี้ แม่ก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด“แกบ้าไปแล้วหรือไง?”“แกใช้คำพูดแบบนี้มาแช่งพ่อตัวเองงั้นเหรอ?”“คนอย่างเขาน่ะเสแสร้งแกล้งทำเป็นน่าสงสารเก่งที่สุด จะไปตายง่ายๆ ได้ยังไง?”“หรือว่าเขาหลบหน้าไปอีกแล้ว? หรือว่าเขาเป็นคนสั่งให้แกมาพูดแบบนี้?”ผมได้แต่มองเธอด้วยสายตาเย็นชา“ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไปหาเขาสิ แน่จริงก็ไปขุดเอาตัวพ่อผมขึ้นมาจากใต้ดินเลย”เธอจ้องมองผมตาไม่กระพริบ ราวกับพยายามมองหาร่องรอยการโกหกแม้เพียงนิดบนใบหน้าของผมทว่าผมกลับไม่หลบสายตาเลยแม้แต่น้อยในที่สุดเธอก็ทอดถอนใจ ท่าทีอ่อนลงทีละนิด พร้อมทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งว่า “แกอย่ามานึกเสียใจทีหลังก็แล้วกัน” ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปคล้อยหลังเธอไป ผู้จัดการร้านถึงค่อยๆ เดินเข้ามาหา“เอ่อคือ…วันนี้นายกลับไปก่อนเถอะนะ”“เรื่องทางร้าน…”เขายังพูดยังไม่ทันจบ ผมก็กระจ่างแจ้งแล้วผมเก็บข้าวของเงียบๆ แล้วเดินกลับห้องเช่าไปเพียงลำพังพอกลับถึงห้องเช่า ผมก็ผลักประตูเดินเข้าไปรูปหน้าศพบนโต๊ะบูชาวางอยู่อย่างสงบเงียบด้านข้างมีดอกเบญจมาศขาวกับกระถางธูปตั้งคู่กันผมเดินเข้าไปหา พลางยื่นมือไปสัมผัสใบ

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 4

    ช่วงเวลานั้น ผมโทรหาแม่ไปไม่รู้ตั้งกี่สายแต่กลับไม่มีใครรับเลยสักสายเดียวทว่าบนโลกออนไลน์กลับมีแต่ข่าวของเธอกับกู้เฉิงอันประมูลนาฬิการาคาแพงลิบลิ่ว เหมาเรือยอร์ชฉลองวันเกิด ติดเทรนด์ค้นหายอดนิยมต่อเนื่องไม่ขาดสายสุดท้าย ผมเลยถือหนังสือแจ้งภาวะวิกฤตไปหาเธอด้วยตัวเองแต่เธอกลับโมโหสุดขีด แล้วมองเหยียดผมพร้อมกับต่อว่า“เพิ่งอยู่กับพ่อแกได้ไม่กี่วัน แกก็รู้จักโกหกแล้วเหรอ?”“เขาก็แค่อยากกลับมาไม่ใช่รึไง? ทำไมต้องอาละวาดจนเป็นเรื่องขนาดนี้ด้วย?”เธอโยนบัตรใบหนึ่งใส่หน้าผม“ในนี้มีสองล้านห้าแสน เอาไปแล้วก็ไสหัวไปซะ อย่ามารบกวนเวลาที่เหลืออยู่ของฉันกับเฉิงอัน”บัตรบาดหน้าผมจนเป็นแผลแต่ตอนนั้นผมไม่สนใจความเจ็บเลยสักนิดผมคิดแค่ว่า ในที่สุดพ่อก็มีทางรอดเสียทีผ่านไปไม่นาน กู้เฉิงอันก็มาที่โรงพยาบาลเขาเข้ามาดักหน้าผมตรงทางเดิน แล้วพูดเปิดอกตรงๆพอเห็นหน้าผม เขาก็ส่งสายตาท้าทายทันที“ฉันรู้นานแล้วว่าพ่อแกกับพี่จือเหยียนเคยแต่งงานกัน แล้วก็รู้ด้วยว่าแกเป็นลูกชายของเธอ”“ฉันแค่ใช้อุบายเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้เธอหลงฉันจนหัวปักหัวปำ แถมยังไล่แกกับพ่อแกออกจากบ้านได้สบายๆ”“ถ้าแกเจีย

More Chapters
Explore and read good novels for free
Free access to a vast number of good novels on GoodNovel app. Download the books you like and read anywhere & anytime.
Read books for free on the app
SCAN CODE TO READ ON APP
DMCA.com Protection Status