مشاركة

บทที่ 3

مؤلف: อีอู่
พอเห็นผมเงียบกริบ แววตาของแม่ก็ทวีความหงุดหงิด

“พ่อแกสั่งสอนแกจนเสียคน ไม่มีสัมมาคารวะเลยสักนิด”

“อายุอานามเขาก็ควรจะได้เป็นปู่คนแล้ว ยังจะงี่เง่าไร้เหตุผลเหมือนเดิมอีก”

ผมจ้องมองเธอตาค้าง รู้สึกแค่ว่ามันบ้าบอจนน่าขำ

“งี่เง่าไร้เหตุผลเหรอ?”

“สามปีมานี้ผมกับพ่อไม่เคยไปหาคุณเลย พวกเราใช้ชีวิตของตัวเอง แล้วมันไปขวางหูขวางตาพวกคุณตรงไหนกัน?”

คิ้วของเธอขมวดแน่นขึ้นมาทันที

“เรื่องของผู้ใหญ่ แกเป็นเด็กจะไปรู้อะไร?”

ผมจ้องหน้าเธอ

“ผมไม่รู้เหรอ?”

“งั้นคุณรู้ดีนักหรือไง? หรือกู้เฉิงอันรู้ดีกันล่ะ?”

น้ำเสียงของเธอเริ่มแข็งกระด้างขึ้น

“ตอนพ่อแกขอหย่า เคยคิดแทนแกบ้างไหม?”

“เขาสนใจแค่ทิฐิของตัวเอง ไม่เคยคิดวางแผนเผื่อแกเลย”

“ถ้าเขาไม่ดื้อด้านขนาดนั้น แกจะต้องตกต่ำจนมีสภาพแบบนี้เหรอ?”

ผมจ้องหน้าเธอ รู้สึกว่าทุกคำพูดมันช่างบาดหูเหลือเกิน

“คุณยังมีหน้ามาพูดคำนี้อีกเหรอ?”

“คนที่ไล่ผมกับพ่อออกไป มันไม่ใช่คุณหรือไง?”

เธอทำเป็นหูหนวกตาบอด แล้วพูดต่อ

“เฉิงอันสุขภาพไม่แข็งแรง ทนเรื่องสะเทือนใจไม่ไหว”

“ที่ตอนนั้นให้พวกแกย้ายออกไป มันก็เพื่อผลดีของทุกคนทั้งนั้น”

“อีกอย่างเขาสงสารที่เมื่อก่อนฉันต้องลำบาก เลยอยากมาอยู่เป็นเพื่อนฉันในสถานที่ที่ฉันเคยใช้ชีวิตอยู่”

พอผมได้ยินประโยคนี้ มือไม้ก็เย็นเฉียบไปหมด

แค่ประโยคเดียว ช่วงเวลาหลายปีที่ผมกับพ่อลำบากตรากตรำมา กลับกลายเป็นเรื่องตลกขบขันสิ้นดี

ผมโกรธจนเสียงสั่น

“แล้วยังไงล่ะ?”

“การที่ผมกับพ่อต้องไปนอนใต้สะพาน นอนม้านั่งในสวนสาธารณะ มันเป็นเพราะพวกเราสมควรโดนแล้วเหรอ?”

เธอเงียบกริบ

และผมก็ไม่คิดจะเปิดโอกาสให้เธอได้ปริปากอีก

“คุณรู้ไหมว่าทำไมหูผมถึงหนวก?”

“คุณรู้ไหมว่าหลังจากนั้นผมกับพ่อรอดชีวิตมาได้ยังไง?”

หลังจากหย่ากัน พวกเราก็ไม่เหลืออะไรเลย

วันที่โดนขับไล่ออกไป ผมขัดขืนสุดกำลัง แต่กลับถูกเธอตบฉาดจนล้มกลิ้งลงกับพื้น

เลือดทะลักออกจากหูทันที

พ่อรีบร้อนพาผมส่งโรงพยาบาล หลังจากนั้นพอเขาไปหาเธออีกครั้ง กลับถูกขวางไว้นอกประตู แถมยังถูกยามเอาไม้ไล่ตี

เพื่อรักษาหูของผม พ่อต้องออกไปรับจ้างรายวันไปทั่วในตอนกลางวัน ที่ไหนรับคนก็ไปที่นั่น

หลังเลิกเรียน ผมเองก็ออกไปเก็บลังกระดาษ แจกใบปลิว และขายกระดาษทิชชู

ฤดูหนาวไม่มีที่ซุกหัวนอน พวกเราก็ใช้นอนม้านั่งในสวนสาธารณะ

พ่อเอาเสื้อคลุมตัวหนาเพียงตัวเดียวมาห่มให้ผม ส่วนตัวเองหนาวจนไอทั้งคืน

ต่อมาผมก็เริ่มจับไข้ เป็นๆ หายๆ อยู่เรื่อย

ครั้งนั้นผมไข้ขึ้นสูงมาก จนในหูมีเสียงวิ้งๆ ดังไม่หยุด

พ่ออุ้มผมวิ่งไปตั้งหลายคลินิก สุดท้ายก็ซื้อได้แค่ยาที่ถูกที่สุด

นับตั้งแต่นั้น หูของผมก็เริ่มยินไม่ชัดขึ้นเรื่อยๆ

นานเข้าก็ทำได้แค่ใส่เครื่องช่วยฟัง

ส่วนสุขภาพของพ่อผม ก็ค่อยๆ ทรุดโทรมลงไปทีละนิด

เขาเริ่มมีอาการบวมน้ำ เวียนศีรษะ จนสุดท้ายแม้แต่จะยืนทรงตัวก็ยังทำไม่ไหว

หมอบอกว่า เพราะติดเชื้อหลังการผ่าตัด ตับส่วนที่เหลืออยู่จึงเริ่มเสื่อมสภาพอย่างหนัก

ส่วนค่าผ่าตัดก็สูงถึงสองล้านห้าแสนบาท ซ้ำร้ายการรักษาต่อเนื่องหลังจากนั้นยังเป็นเหมือนหลุมดำที่ไม่มีวันเต็ม

استمر في قراءة هذا الكتاب مجانا
امسح الكود لتنزيل التطبيق

أحدث فصل

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 9

    ต่อมา ลูกสาวของกู้เฉิงอันเห็นพ่อแม่ทะเลาะกันกับตา ก็ตกใจร้องไห้โฮ แล้วพูดว่า“พ่อน่ากลัวจัง...แม่ก็น่ากลัว...”“หนูไม่เอาพ่อแม่แบบนี้...”แม่ถึงกับตะลึงไปตลอดหลายปีมานี้ เธอประคบประหงมเด็กคนนั้นราวกับไข่ในหิน อยากได้อะไรก็ประเคนให้ทุกอย่างทว่าต่อให้ชีวิตความเป็นอยู่จะสุขสบายเพียงใด ก็ไม่อาจลบล้างภาพที่เด็กคนนั้นต้องมาเห็นความโสโครกของพ่อแม่ตัวเองกับตาได้หลังจากนั้นไม่นาน เด็กคนนั้นก็ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตที่หน้าทางเข้าวิลลาตอนที่ทีวีออกข่าวเรื่องนี้ ผมกำลังนั่งอยู่บนเตียงผู้ป่วยผู้ประกาศข่าวรายงานว่า ลูกสาวของประธานเสิ่นซื่อกับสามีคนปัจจุบัน ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ บริเวณหน้าทางเข้าเขตวิลลาผมมองหน้าจอด้วยสีหน้าเรียบเฉยจะยังไงเสีย นั่นก็เป็นเด็กคนหนึ่งทว่ายามที่พ่อผมจากไป กลับไม่มีใครรู้สึกว่าพ่อบริสุทธิ์เลยยิ่งไม่มีใครแยแสว่า ในตอนนั้นตัวผมเองก็เป็นเพียงแค่เด็กคนหนึ่งเหมือนกันและในวันนั้นเอง กู้เฉิงอันก็พุ่งพรวดเข้ามาในห้องผู้ป่วยราวกับคนคลุ้มคลั่ง ในมือถือมีดพุ่งตรงเข้ามาโถมใส่ผม“เพราะแกคนเดียว!”“ถ้าไม่ใช่เพราะแกป่าวประกาศเร

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 8

    ปลายสายมีน้ำเสียงเอื่อยเฉื่อยของกู้เฉิงอันดังมาจากทางนั้นอย่างรวดเร็ว“ทำไมจู่ๆ ถึงถามเรื่องนี้ขึ้นมาล่ะ?”“คนระดับพวกมัน มีสิทธิ์อะไรมาใช้เงินของพี่เล่า?”“ผมก็แค่สั่งสอนให้พวกมันรู้จักเจียมเนื้อเจียมตัวก็เท่านั้น”“ผู้ชายไส้แห้งที่แกล้งทำเป็นน่าสงสาร กับไอ้ตัวภาระคู่หนึ่ง สมควรได้รับเงินของพี่งั้นเหรอ?”สีหน้าของแม่ยิ่งบึ้งตึงขึ้นเรื่อยๆ“นายแตะต้องบัตรใบนั้นใช่ไหม?”กู้เฉิงอันหัวเราะเบาๆ ออกมาทีหนึ่ง“ก็ใช่น่ะสิ ผมสั่งคนให้โอนเงินออกไปแล้ว”“ทำไมกัน?”“มันชอบเรียกร้องความสงสารนักไม่ใช่เหรอ? ผมก็แค่อยากจะรู้ว่าถ้าไม่มีสองล้านห้าแสนนั่น มันจะยังเสแสร้งต่อไปได้อีกไหม”“อีกอย่างนะ ก็แค่ให้เงินน้อยลงไปหน่อยไม่ใช่หรือไง? ตัวมันเองสุขภาพไม่ดี ทนไม่ไหวจนตายไปเอง เป็นความผิดผมเหรอ?”ลมหายใจของแม่พลันหนักหน่วงขึ้นมาทันที“นายรู้ไหมว่าเขาตายแล้ว?”“รู้หรือเปล่าว่าคนที่นายทำร้ายจนตายคือหนึ่งชีวิต!”ปลายสายเงียบไปชั่วครู่ จากนั้นน้ำเสียงก็เย็นชาลง“จือเหยียน พี่มาขึ้นเสียงใส่ผมทำไม?”“มันตายก็เพราะมันดวงกุดเองต่างหาก”“อีกอย่าง เพิ่งจะมาคิดบัญชีเอาป่านนี้ พี่ไม่คิดว่ามันสายไปหน

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 7

    ผมนอนอยู่ในห้องผ่าตัดถึงสองวันเต็ม เมื่อตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ตรงหน้าก็มีเพียงสีขาวโพลนไปหมดข้างเตียงผู้ป่วยมีแม่นั่งอยู่ขอบตาของเธอคล้ำเสียจนดำสนิท สภาพดูทรุดโทรมอิดโรยไปหมด ราวกับไม่ได้หลับไม่ได้นอนมาหลายวันหลายคืน“อย่าเพิ่งขยับนะ”“หมอบอกว่าแกเสียเลือดไปมาก อย่าเพิ่งขยับตัวตามใจชอบสิ เดี๋ยวแผลก็ปริออกมาหรอก”ผมชักมือกลับมา โดยไม่แม้แต่จะมองหน้าเธอ“ออกไปซะ”ภายในห้องผู้ป่วยตกอยู่ในความเงียบสงัดอยู่นานแสนนานในที่สุดเธอก็เอ่ยขึ้นมาด้วยน้ำเสียงแผ่วเบาประโยคหนึ่ง“ขอโทษนะ”ผมกลับรู้สึกว่ามันน่าขำสิ้นดี“เพิ่งจะมาพูดเอาตอนนี้ ไม่คิดว่ามันสายเกินไปหน่อยหรือไง?”ลำคอของเธอเกร็งขยับ น้ำเสียงแหบพร่ารุนแรง“ฉันติดต่อผู้เชี่ยวชาญด้านโรคหูที่ต่างประเทศเอาไว้แล้ว”“เรื่องหูของแก ฉันจะหาทาง…”“คุณจะหาทางงั้นเหรอ?”ผมขัดจังหวะเธอทันที“คนที่ทำหูผมหนวกเมื่อตอนนั้น ก็คือคุณไม่ใช่รึไง?”“ตอนนี้มาเสแสร้งทำเป็นชดเชยอะไรกัน?”สีหน้าของเธอซีดเผือดลงทันทีแต่ผมไม่ได้อยากฟังเธอพูดเลยสักนิด“สรุปว่ายังต้องการอะไรจากตัวผมอีกกันแน่?”“พ่อผมก็ตายไปแล้ว งานก็ไม่มีแล้ว แม้แต่ชีวิตนี้ก็เก

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 6

    สัญชาตญาณแรกของผมคือรีบพุ่งไปปิดประตูทว่าก็ยังช้าไปก้าวหนึ่งแม่ยื่นมือออกไปดันบานประตูไว้ แล้วแทรกตัวเข้ามาทันทีเธอยืนนิ่งอยู่ในห้อง มองดูโต๊ะบูชาและรูปถ่ายบนผนัง ขอบตาค่อยๆ แดงก่ำขึ้นทีละน้อย“นี่มันเรื่องอะไรกัน?”น้ำเสียงของเธอแหบพร่าผมไม่ได้ตอบคำถามเธอพุ่งเข้ามาหาผม แล้วคว้าหมับเข้าที่ไหล่ของผมอย่างแรง“แกพูดมาสิ! นี่มันอะไรกัน?”“พวกนี้เรื่องโกหกทั้งนั้นใช่ไหม?”“พ่อแกสั่งให้ตั้งไว้ใช่ไหม? เขาตั้งใจแสดงให้ฉันดูใช่ไหม?”ยิ่งพูดเธอก็ยิ่งสติหลุด แรงที่บีบไหล่ผมก็ยิ่งหนักขึ้นเรื่อยๆผมถูกเธอเขย่าจนมึนหัวไปหมด ในที่สุดก็หลุดตะคอกออกมาอย่างคุมตัวเองไม่ได้“ปล่อยผม!”แต่เธอกลับยิ่งบีบแน่นขึ้นไปอีก“เขาอยู่ที่ไหน?”“บอกฉันมานะว่า ตกลงเขาอยู่ที่ไหนกันแน่!”“เขาไม่มีทางตายหรอก!”“เขาเสแสร้งเก่งขนาดนั้น จะตายได้ยังไง!”ผมกอดรูปหน้าศพไว้ในอก พอถูกเธอเขย่าแบบนั้นมือก็คลายออก กรอบรูปตกลงพื้นเสียงดัง “เพล้ง” เศษกระจกแตกเกลื่อนเต็มพื้นชั่วขณะนั้น สมองผมอื้ออึงไปหมด“อย่ามาแตะต้องเขานะ!”ผมเงื้อมือขึ้น ตบหน้าเธอเข้าอย่างจังการตบครั้งนี้ใช้เรี่ยวแรงทั้งหมดที่ผมมีเธอโ

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 5

    พอได้ยินประโยคนี้ แม่ก็ผุดลุกขึ้นยืนทันที สีหน้าย่ำแย่ถึงขีดสุด“แกบ้าไปแล้วหรือไง?”“แกใช้คำพูดแบบนี้มาแช่งพ่อตัวเองงั้นเหรอ?”“คนอย่างเขาน่ะเสแสร้งแกล้งทำเป็นน่าสงสารเก่งที่สุด จะไปตายง่ายๆ ได้ยังไง?”“หรือว่าเขาหลบหน้าไปอีกแล้ว? หรือว่าเขาเป็นคนสั่งให้แกมาพูดแบบนี้?”ผมได้แต่มองเธอด้วยสายตาเย็นชา“ถ้าคุณไม่เชื่อก็ไปหาเขาสิ แน่จริงก็ไปขุดเอาตัวพ่อผมขึ้นมาจากใต้ดินเลย”เธอจ้องมองผมตาไม่กระพริบ ราวกับพยายามมองหาร่องรอยการโกหกแม้เพียงนิดบนใบหน้าของผมทว่าผมกลับไม่หลบสายตาเลยแม้แต่น้อยในที่สุดเธอก็ทอดถอนใจ ท่าทีอ่อนลงทีละนิด พร้อมทิ้งท้ายไว้ประโยคหนึ่งว่า “แกอย่ามานึกเสียใจทีหลังก็แล้วกัน” ก่อนจะสะบัดหน้าเดินหนีไปคล้อยหลังเธอไป ผู้จัดการร้านถึงค่อยๆ เดินเข้ามาหา“เอ่อคือ…วันนี้นายกลับไปก่อนเถอะนะ”“เรื่องทางร้าน…”เขายังพูดยังไม่ทันจบ ผมก็กระจ่างแจ้งแล้วผมเก็บข้าวของเงียบๆ แล้วเดินกลับห้องเช่าไปเพียงลำพังพอกลับถึงห้องเช่า ผมก็ผลักประตูเดินเข้าไปรูปหน้าศพบนโต๊ะบูชาวางอยู่อย่างสงบเงียบด้านข้างมีดอกเบญจมาศขาวกับกระถางธูปตั้งคู่กันผมเดินเข้าไปหา พลางยื่นมือไปสัมผัสใบ

  • รักครั้งนั้น สูญเปล่าไป   บทที่ 4

    ช่วงเวลานั้น ผมโทรหาแม่ไปไม่รู้ตั้งกี่สายแต่กลับไม่มีใครรับเลยสักสายเดียวทว่าบนโลกออนไลน์กลับมีแต่ข่าวของเธอกับกู้เฉิงอันประมูลนาฬิการาคาแพงลิบลิ่ว เหมาเรือยอร์ชฉลองวันเกิด ติดเทรนด์ค้นหายอดนิยมต่อเนื่องไม่ขาดสายสุดท้าย ผมเลยถือหนังสือแจ้งภาวะวิกฤตไปหาเธอด้วยตัวเองแต่เธอกลับโมโหสุดขีด แล้วมองเหยียดผมพร้อมกับต่อว่า“เพิ่งอยู่กับพ่อแกได้ไม่กี่วัน แกก็รู้จักโกหกแล้วเหรอ?”“เขาก็แค่อยากกลับมาไม่ใช่รึไง? ทำไมต้องอาละวาดจนเป็นเรื่องขนาดนี้ด้วย?”เธอโยนบัตรใบหนึ่งใส่หน้าผม“ในนี้มีสองล้านห้าแสน เอาไปแล้วก็ไสหัวไปซะ อย่ามารบกวนเวลาที่เหลืออยู่ของฉันกับเฉิงอัน”บัตรบาดหน้าผมจนเป็นแผลแต่ตอนนั้นผมไม่สนใจความเจ็บเลยสักนิดผมคิดแค่ว่า ในที่สุดพ่อก็มีทางรอดเสียทีผ่านไปไม่นาน กู้เฉิงอันก็มาที่โรงพยาบาลเขาเข้ามาดักหน้าผมตรงทางเดิน แล้วพูดเปิดอกตรงๆพอเห็นหน้าผม เขาก็ส่งสายตาท้าทายทันที“ฉันรู้นานแล้วว่าพ่อแกกับพี่จือเหยียนเคยแต่งงานกัน แล้วก็รู้ด้วยว่าแกเป็นลูกชายของเธอ”“ฉันแค่ใช้อุบายเล็กๆ น้อยๆ ก็ทำให้เธอหลงฉันจนหัวปักหัวปำ แถมยังไล่แกกับพ่อแกออกจากบ้านได้สบายๆ”“ถ้าแกเจีย

فصول أخرى
استكشاف وقراءة روايات جيدة مجانية
الوصول المجاني إلى عدد كبير من الروايات الجيدة على تطبيق GoodNovel. تنزيل الكتب التي تحبها وقراءتها كلما وأينما أردت
اقرأ الكتب مجانا في التطبيق
امسح الكود للقراءة على التطبيق
DMCA.com Protection Status