เข้าสู่ระบบฉันเติบโตอยู่ต่างประเทศตั้งแต่เด็ก แม่กลัวว่าฉันจะไปหาลูกเขยฝรั่งมาให้ เลยจัดการหาคู่หมั้นที่ทั้งเก่งและหน้าตาดีไว้ให้ฉันที่เมืองจิง แล้วเรียกให้ฉันกลับมาเพื่อหมั้นหมายกัน ฉันไปที่ร้านแบรนด์หรูเพื่อเลือกชุดหมั้น พอเห็นชุดเดรสยาวเกาะอกสีขาวนวลชุดหนึ่งที่ถูกใจ กำลังจะหยิบไปลองสวมใส่ ผู้หญิงที่ยืนอยู่ข้างๆ เหลือบมองชุดเดรสในมือของฉัน ก่อนจะหันไปบอกพนักงานว่า “ชุดนี้ดีไซน์ค่อนข้างเก๋เลย เอามาให้ฉันลองหน่อยสิ” พนักงานรีบเข้ามาอย่างหยาบคาย คว้าชุดเดรสไปจากมือของฉันทันที ฉันพูดอย่างไม่พอใจว่า “ทำอะไรก็ต้องมีมาก่อนมาหลัง ชุดนี้ฉันเป็นคนเห็นก่อนนะ พวกคุณยังมีเหตุผลกันอยู่ไหม?” แต่เธอกลับมองฉันอย่างดูแคลน แล้วพูดว่า “ชุดนี้ราคาเก้าแสนสี่หมื่นนะ คนจนอย่างเธอซื้อไหวเหรอ?” “ฉันเป็นน้องสาวบุญธรรมของประธานกู้ซื่อกรุ๊ป กู้เหวินอวี่ ที่เมืองจิง คำว่า ‘เหตุผล’ มีแค่ตระกูลกู้เท่านั้นที่มีอำนาจตัดสิน!” บังเอิญจริงๆ กู้เหวินอวี่ก็คือคู่หมั้นของฉันไม่ใช่เหรอ? ฉันเลยโทรหากู้เหวินอวี่ทันที “น้องสาวบุญธรรมของคุณมาแย่งชุดหมั้นของฉัน เรื่องนี้จะเอายังไงกันดี?”
ดูเพิ่มเติมเสียงที่เธอก้มกราบกระแทกพื้นดังสนั่นไม่หยุด ไม่นานหน้าผากก็แตก เลือดซึมเป็นรอยแดงบนพื้นเมื่อเห็นภาพนั้น ในที่สุดกู้เหวินอวี่ก็ยอมก้มหัวศักดิ์ศรีลงต่อหน้าฉัน“คุณหนูหว่านหว่าน เป็นผมเองที่ตาบอดไม่รู้จักคน ทำให้คุณต้องบาดเจ็บ ต่อไปนี้ผมไม่กล้าอีกแล้ว ผมจะไม่ใช้อำนาจรังแกคนอื่นอีก ได้โปรดเมตตา ยกโทษให้ผมสักครั้งเถอะ…”ฉันดื่มกาแฟในมือจนหมด ก่อนจะวางถ้วยลงข้าง ๆ แล้วมองไปยังทุกคน พร้อมพูดอย่างเอื่อยเฉื่อยว่า “ดูสิที่พวกคุณพูดกัน เหมือนฉันเป็นฆาตกรโหดอะไรอย่างนั้นเลย เดี๋ยวนี้เป็นสังคมที่ปกครองด้วยกฎหมายแล้วนะ ฉันจะไปทำเรื่องผิดกฎหมายแบบนั้นได้ยังไงกัน!”กู้ซิงชางเปิดปากถามอย่างระแวดระวังว่า “ที่คุณหนูหว่านหว่านพูดแบบนี้ หมายความว่าจะยกโทษให้ไอ้ลูกไม่เอาไหนคนนี้แล้วใช่ไหมครับ?”ฉันยกมุมปากยิ้มบาง ๆ “แน่นอนค่ะ ถึงพวกเขาจะทำให้ฉันบาดเจ็บจริง ๆ แต่ฉันก็เอาคืนไปแล้วเหมือนกัน แค้นต่อแค้นไม่รู้จบ เรื่องนี้ก็ให้มันผ่านไปเถอะ”ทั้งสองคนก็รีบก้มกราบฉันอย่างบ้าคลั่งอีกครั้ง เพื่อขอบคุณที่ฉันยอมให้อภัยฉันกระแอมลำคอเบา ๆ แล้วพูดว่า “ฉันไม่เพียงแค่จะให้อภัยพวกคุณเท่านั้น แต่ยังจะช่วยทำให้พวกคุณ
เขาชี้นิ้วมาที่ฉัน “ก็เพราะเธอคนนี้แหละ เธอขังผมไว้ในคุกน้ำ ทำให้ผมนอนไม่ได้ทุกวัน แถมยังให้ผมกินข้าวบูดอีก!”ฉันยกมุมปากยิ้มเล็กน้อย มองไปที่เขาแล้วพูดว่า “แต่ถึงจะเป็นข้าวบูด คุณกู้ก็ยังกินอย่างเอร็ดอร่อยทุกวันไม่ใช่เหรอ?”ศักยภาพของมนุษย์นี่มันไร้ขีดจำกัดจริง ๆ ทุกวันฉันให้คนเอาข้าวเย็น ๆ ที่บูดเสียแล้วไปส่งให้พวกเขากินแค่มื้อเดียวช่วงแรกกู้เหวินอวี่ก็ยังโวยวาย อ้างว่าตัวเองเป็นประธานกู้ซื่อ ต่อให้ต้องอดตายก็จะไม่มีวันยอมกินของพรรค์นั้นเด็ดขาดแต่พออดอยากได้สามวัน เมื่อเผชิญหน้ากับการเอาชีวิตรอด ทุกอย่างก็กลายเป็นเรื่องเล็กน้อยไปหมด ข้าวเย็นบูดหนึ่งมื้อ ทั้งสองคนกลับแย่งกันกินจนเกลี้ยง ไม่เหลือแม้แต่เม็ดข้าวสักเม็ดเดียวกู้เหวินอวี่มองมาที่ฉันด้วยสีหน้าดุดันน่ากลัว “นังผู้หญิงใจพิษเอ๊ย ตอนนี้พ่อฉันมาช่วยแล้ว จุดจบของเธอมาถึงแล้ว…”บางครั้งฉันก็อดถอนหายใจไม่ได้ว่า สวรรค์ช่างยุติธรรมจริง ๆ ให้สิ่งหนึ่งกับคนเรา ก็ย่อมต้องเอาอีกสิ่งหนึ่งไป เห็นได้ชัดว่าพระเจ้าเอาสติปัญญาของกู้เหวินอวี่ไป แลกกับหน้าตาที่ดูดีของเขาคำพูดข่มขู่ของเขายังไม่ทันจะจบ กู้ซิงชางก็ฟาดฝ่ามือลงใส่ตัวเขาอย่า
ฉันชิงลงมือก่อน เตะเข้าที่กลางหลังของกู้เหวินอวี่อย่างแรง จนเขาล้มคว่ำหน้าลงไปกองกับพื้น“แม่ โกรธเพราะคนงี่เง่าแบบนี้ไม่คุ้มเลย ส่งเขามาให้หนูจัดการ หนูมีวิธีจัดการสั่งสอนพวกเขา”พูดจบ ฉันก็สั่งให้บอดี้การ์ดคุมตัวพวกเขาทั้งสองคนพาออกไปทันทีจากนั้นฉันก็เข้าไปใกล้แม่ ทำท่าออดอ้อนแล้วพูดว่า “แม่ หน้าหนูเจ็บมากเลย แม่ไปรักษาหน้าเป็นเพื่อนหนูก่อนนะ ได้ไหมคะ?”ประโยคนี้ในที่สุดก็ทำให้แม่ของฉันได้สติกลับมา เธอยกมือขึ้นลูบแผลบนแก้มของฉันอย่างแผ่วเบา แล้วพาฉันไปโรงพยาบาลเพื่อรักษาผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนังและศัลยกรรมความงามที่ดีที่สุดของทั้งเมืองมารวมตัวกันในห้องตรวจ หลังจากทำความสะอาดและฆ่าเชื้อบาดแผลบนใบหน้าของฉันแล้ว ก็ร่วมกันหารือแผนการรักษา เพื่อให้แน่ใจว่าหลังฟื้นตัวจะไม่เหลือร่องรอยแผลเป็นแม้แต่น้อยหลังจากยืนยันแผนการรักษาเรียบร้อยแล้ว ทุกคนก็ทยอยกันออกไปทีละคน ในห้องพักคนไข้จึงเหลือเพียงฉันกับแม่แค่สองคนฉันเอียงศีรษะพิงไหล่แม่ แล้วพูดปลอบเธอเบา ๆ ว่า “แม่ ไม่ต้องไปใส่ใจกับคำพูดของไอ้โง่กู้เหวินอวี่นั่นเลยนะ”น้ำเสียงของแม่ฉันแฝงไปด้วยความรู้สึกผิดและความเสียใจอย่างหนัก “หว่านห
เดิมทีฉันก็ไม่ใช่คนประเภทที่ คนที่ถูกทำร้ายแล้วยังไม่คิดเอาคืนอยู่แล้ว วันนี้เหออวี่โหรวปฏิบัติกับฉันแบบนี้ แน่นอนว่าฉันไม่มีวันปล่อยเธอไปเด็ดขาดฉันจ้องมองเธออย่างเคียดแค้น ก่อนจะยกมือขึ้นตบเธอรัว ๆ หลายที เพื่อระบายความโกรธที่อัดแน่นอยู่ในใจจากนั้นฉันก็เก็บกรรไกรตัดเล็บที่เธอเพิ่งใช้ข่วนหน้าฉันขึ้นมา แล้วค่อย ๆ ขยับเข้าไปใกล้ใบหน้าของเธอทีละนิดเหออวี่โหรวตกใจจนตัวสั่นไปทั้งร่าง “เธอ…ถ้าเธอกล้าทำอะไรกับหน้าฉัน ฉันจะสู้กับเธอจนสุดชีวิต…”ฉันฟันลงไปอย่างเด็ดขาดในครั้งเดียวเหออวี่โหรวกรีดร้องอย่างโหยหวนในทันที แก้มด้านหนึ่งของเธอปูดบวมขึ้นอย่างรวดเร็ว พร้อมรอยแผลยาวที่มีเลือดไหลซึมฉันฟันลงไปซ้ำอีกครั้ง แล้วก็ทำซ้ำแบบนั้นอีกหลายครั้ง ไม่นานใบหน้าของเธอก็บวมช้ำเสียจนเหมือนหัวหมู แทบดูไม่ออกแล้วว่าเดิมทีหน้าตาเป็นอย่างไรทั้งตัวของเธอถูกบอดี้การ์ดกดเอาไว้จนขยับทำอะไรไม่ได้ ทำได้เพียงส่งเสียงร้องคร่ำครวญอย่างน่าสังเวชและสิ้นหวังเท่านั้น“โอ๊ย…หน้าฉัน…หน้าฉันพังแล้ว…”แผลบาดเจ็บไปอยู่บนตัวใคร คนนั้นเท่านั้นถึงจะรู้ว่ามันเจ็บแค่ไหน ตอนที่เธอคิดจะทำลายใบหน้าของฉัน เธอก็ควรจะคิดไว้แ





