Accueil / โรแมนติก / รักซ้อนใจ / ๑ ไม่อยากเจอ

Partager

๑ ไม่อยากเจอ

Auteur: Kaowsethong
last update Date de publication: 2024-11-02 11:36:29

ไม่อยากเจอ

รถยนต์คันหรูสัญชาติยุโรปสีเข้มขับเข้ามาภายในรั้วอัลลอย บ้านทรงยุโรปสีไข่มุกตั้งตระหง่านท่ามกลางสวนสวยทั้งสองฝั่ง ลานตรงหน้าเป็นบ่อน้ำพุนางเงือกนั่งจับผมอยู่ตรงกลางก่อนจะมีน้ำพุ่งออกมาจากโขดหินที่เงือกสาวนั่ง สีสันสวยงามจนผู้พบเห็นอดจะถ่ายรูปเอาไว้ไม่ได้ เสียงเครื่องยนต์รถดับลงเมื่อถึงหน้าประตูทางเข้าบ้าน

เรียวขาสวยก้าวลงจากรถก่อนจะยืนขึ้นเต็มความสูง เสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงยีนส์สีซีด ผมยาวดัดลอนถูกมัดรวบนำมาไว้ข้างเดียว หุ่นเพรียวราวนางแบบยิ่งท่วงท่าการก้าวเดินน่ามองยิ่งนัก ใบหน้าหวานมีรอยยิ้มประดับกระทั่งขึ้นบันไดเดินไปถอดรองเท้าส้นสูงสีครีมใส่ตู้เปลี่ยนเป็นสลิปเปอร์สำหรับใส่ในบ้าน ดวงตากลมโตมองไปโดยรอบพลางคิดในใจ

‘ไม่เปลี่ยนไปเลย’

เดินเข้ามาถึงโถงกลางบ้านเป็นแท่นแจกันมีดอกไม้สีสันสวยงามและส่งกลิ่นหอมไปทั่วบ้านก่อนจะมีบันไดวนเดินขึ้นไปบนห้อง ด้านซ้ายเป็นห้องรับแขกมีขนาดใหญ่โต ถัดไปเป็นห้องสังสรรค์ของบิดาและบรรดาเพื่อนของท่าน ส่วนปีกขวาทำไว้เป็นห้องนั่งเล่นสำหรับครอบครัว โทนสีอบอุ่น ทุกคนมักจะมารวมกันเมื่อถึงวันหยุดสุดสัปดาห์หรือวันประเพณีต่างๆ เช่นสงกรานต์ วันแม่ วันพ่อ วันปีใหม่

มองรอบบ้านยังไม่ทันรอบก็ได้ยินเสียงเรียกดังมาจากบนบ้าน

“ป้อนข้าว!”

เธอเงยหน้าขึ้นไปมองก่อนจะฉีกยิ้ม

“แม่ขา” ใครจะเชื่อว่ามารดาของเธออายุห้าสิบกว่าแล้วในเมื่อท่านยังดูแข็งแรงขนาดนี้ ดูสิรีบเดินลงมาหาลูกสาวจนเป็นเธอต้องเดินขึ้นมารับมารดาลงมาข้างล่างแทน นึกว่าจะไม่มีใครอยู่บ้านเสียแล้ว

สองแม่ลูกกอดกันแน่นเมื่อคุณศลิษาลงมาข้างล่าง ท่านลูบหลังบุตรสาวที่สูงนำตนไปหลายเซนติเมตรทั้งที่แต่ก่อนตัวเล็กนิดเดียวแท้ๆ ใครจะเชื่อว่าจากเด็กน้อยที่ร้องหาเพียงมารดาจะเติบโตมาเป็นหญิงสาวที่หน้าตาสวยหวานจับใจขนาดนี้ น่าจับลูกส่งประกวดนางงามเสียจริง

“ไหนบอกว่าจะมาพรุ่งนี้ โกหกแม่เหรอ” ผละออกจากกันก็จ้องใบหน้าสาวน้อยวัย 23 ปี ไม่เจอกันตั้งหลายปีลูกสาวเธอโตขึ้นมากเหลือเกิน ไม่มีเค้าของเด็กหญิงณชาจอมตะกละเหมือนที่เคยโดนล้อไว้เลย จากเด็กน้อยตัวอ้วนกลมเป็นที่รักของพี่ๆ กลายร่างเป็นหญิงสาวรูปร่างงดงาม ไม่น่าเชื่อเลยจริงๆ

“ป้อนไม่ได้โกหกนะ ก็ที่จริงว่าจะมาพรุ่งนี้ แต่พอดี๊พอดีมีไฟลต์ว่างวันนี้เลยเปลี่ยนกะทันหัน เป็นไงคะลูกแม่เก่งไหม” คนช่างพูดช่างเจรจาออดอ้อนมารดา

คุณศลิษามองบุตรสาวพลางส่ายหน้ากับความลื่นไหลจับไม่เคยได้เสียที สงสัยครั้งนี้ก็คงอยากมาเซอร์ไพรส์อีกตามเคย จับจูงมือลูกไปยังห้องนั่งเล่นในขณะที่ลูกสาวก็มองหาผู้คน

“ทำไมบ้านดูเงียบจังคะแม่ แล้วพ่อ พี่เป๊ป คุณยายหายไปไหนกันหมด ตั้งแต่มายังไม่เห็นใครเลยนะคะ แต่ว่าทุกคนไม่อยู่บ้านก็เป็นเรื่องปกติอยู่เพราะต้องทำงาน แต่ทำไมแม่ไม่ทำงานล่ะ แม่ว่างงานเหรอคะ” บุตรสาวเย้ามารดาเล่นเป็นประจำเรื่องว่างงานทั้งที่จริงท่านต้องดูแลร้านขนมถึงสี่สาขาด้วยกัน เคยขอให้ลูกสาวมาช่วยก็บอกไม่มีทักษะเรื่องอาหารหรือของหวาน หากให้สร้างเรือหรือตกปลาก็พอจะเข้าที

..ลูกคนนี้ได้พ่อมาหมดจริงๆ

แต่ดีหน่อยที่เลือกเรียนคณะบริหารธุรกิจตามมารดาขอร้องทั้งที่จริงลูกเลือกเรียนคณะนิเทศศาสตร์ตอนที่อยู่ไทยแท้ๆ ดันกลับลำครั้งที่ขอไปเรียนไกลถึงเมืองนอกเมืองนา ครั้นจะขัดลูกก็ไม่กล้าเพราะใบหน้าบุตรสาวเศร้าจนกลัวว่าจะคิดสั้นจำต้องตามใจส่งไปเรียนไกลหูไกลตา

“จ้ะ แม่เป็นคนว่างงานที่ส่งลูกสาวไปเรียนเมืองนอกเมืองนา กลับมาแล้วก็มาใช้ทุนคืนแม่ด้วยนะจ๊ะ”

ได้ยินอย่างนั้นร่างบางก็แสร้งโอดครวญทันที

“โอ๊ยคุณแม่ขา ลูกล้อเล่นนิดเดียวเองถึงขนาดต้องทวงกันเลยเหรอคะ ขอผลัดไปก่อนนะเดี๋ยวจะใช้คืนถ้าหาผู้ชายมาสู่ขอสักร้อยล้านได้” คนปากดีแกล้งแซวเล่น

จนคุณศลิษาต้องตีแขนเรียวไปหนึ่งที

“ดูพูดจาเข้าสิ ชักจะแก่นขึ้นไปทุกวันแล้วนะเรา แล้วดูท่าทางเหมือนลิงเหมือนค่างแบบนี้จะมีผู้ชายที่ไหนมาชอบคะคุณลูกสาว ไม่รู้ว่าจะขายออกหรือเปล่า บางทีแม่อาจจะต้องยกให้เขาฟรีๆ ซะแล้ว”

สองแม่ลูกเอ่ยล้อกันไปมาจนกระทั่งเสียงโทรศัพท์คุณผู้หญิงของบ้านดังขึ้น

“ว้ายตายแล้ว ฮัลโหลเปรม ฉันกำลังจะออกไป พอดีลูกสาวตัวดีมาก่อนน่ะสิเลยคุยกันยาว อุ๊ยไม่ต้องยกเลิกหรอกฉันไม่ได้เจอเธอนานแล้วนะส่วนลูกสาวปล่อยไว้แบบนี้แหละ โตแล้วหาอะไรกินเองได้ จ้า เจอกัน”

..ดูมารดาพูดเข้าสิ ลูกกลับมาจากอเมริกายังไม่สำคัญเท่าเพื่อนเลย เฮ้อ เกิดเป็นณชาช่างน่าเศร้าเสียจริง

“แม่จะไปบ้านน้าเปรมนะ อะจริงสิ ลูกจะไปด้วยไหมจะได้ไปสวัสดีน้าเปรม”

คำชวนนั้นทำให้รอยยิ้มบนใบหน้าหวานชะงักก่อนจะส่ายหน้าปฏิเสธโดยฉับพลัน

..ยังไม่ใช่เวลานี้ เธอยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับเขา

“เดินทางมาเหนื่อยๆ ขอพักแล้วกันนะคะ” กอดแขนมารดาแล้วออดอ้อนท่านอย่างที่เคยทำ

“อะไรกันลูกคนนี้ แม่ดูแล้วก็ไม่เห็นจะเหนื่อยตรงไหน ไปไหว้น้าเขาหน่อยสิ เผื่อเจอพี่ทัพด้วยไง เมื่อก่อนตัวติดกับเขาอย่างกับตังเม”

ชื่อที่ไม่ได้ยินมานานถูกกล่าวขานถึง ณชาตัวแข็งทื่อหัวใจเต้นรัวอีกครั้งยามนึกถึงภาพเหตุการณ์สุดท้ายระหว่างกันและกัน

เขาอาจจะจำไม่ได้แต่สำหรับเธอ

ไม่มีวันลืม..

“ป้อนไม่ไปนะแม่ ช่วงนี้ยุ่งมากเลยแม่ไปบ้านน้าเปรมคนเดียวได้ใช่ไหม”

มารดาขมวดคิ้วหันมามองบุตรสาว

“ยุ่งอะไรแม่ตัวดี พึ่งกลับมาก็ยุ่งแล้วเหรอ”

พยักหน้าอย่างแข็งขัน

“ก็ต้องไปดูแลกิจการให้คุณแม่ ไหนจะไปช่วยคุณพ่อที่บริษัทอีก ก็ต้องยุ่งเป็นธรรมดาสิคะ”

มีลูกเล่นจนแม้กระทั่งคุณศลิษาเองยังต้องยอมแพ้ ท่านส่ายหน้าอ่อนใจก่อนจะพูดคุยอีกครู่หนึ่งจึงค่อยออกไปหาเพื่อนสนิท

คล้อยหลังมารดาใบหน้าหวานหุบยิ้มลงทันทีราวกับเมื่อสักครู่ต้องใช้พลังงานในการแสดงนักหนา

กระเป๋าใบใหญ่ถูกนำมาไว้บนห้องนอนชั้นสองของบุตรสาวคนเดียว ห้องนอนของเธออยู่ปีกขวาของตึกค่อนข้างเป็นส่วนตัว มีระเบียงที่เห็นสวนดอกกล้วยไม้ของบิดาและได้กลิ่นต้นดอกแก้วของคุณยาย

ร่างบางมองเตียงนอนที่ตั้งติดผนังมีตุ๊กตาอยู่สามสี่ตัวเพราะตอนนั้นติดการกอดตุ๊กตามาก ปลายเตียงเป็นโต๊ะอ่านหนังสือข้างกันนั้นมีชั้นวางหนังสือทั้งตำราเรียนและนิยายวัยรุ่นหลายเรื่อง

มีโต๊ะคอมพิวเตอร์สำหรับใช้งานทั้งพิมพ์รายงานหรือตัดต่อวิดีโอส่งอาจารย์ หวนคิดถึงช่วงเวลาแห่งอดีตก็รีบสลัดความรู้สึกนั้นออกไปแล้วเปิดประตูห้องแต่งตัวเผยให้เห็นห้องบิลต์อินขนาดใหญ่กว้างขวาง เธอเป็นคนชอบแต่งตัวจึงมีเสื้อผ้าหลากหลายแนวทั้งสายหวาน เปรี้ยว เซ็กซี่ ดูขี้เล่นทำให้ณชากลายเป็นคนน่าค้นหา

ร่างบางก้าวเข้าห้องน้ำล้างหน้าให้สดชื่นก่อนออกมาเปลี่ยนเป็นชุดอยู่บ้าน

..คงต้องขอนอนสักตื่นเพราะเหนื่อยจากการเดินทางเกือบยี่สิบชั่วโมง

ตืด ตืด ตืด

ถึงเตียงนอนโทรศัพท์ที่ใส่ไว้ในกระเป๋าถือก็ดังขึ้น เดินไปเปิดแล้วกดรับทันที

“สวัสดีค่ะพี่หมอ” ทักทายเสียงหวานพลางเดินไปห้องแต่งตัวนั่งหน้าโต๊ะเครื่องสำอางใช้คลีนซิ่งเพื่อเช็ดใบหน้าที่ถูกแต่งแต้มด้วยเครื่องสำอางออกจนสะอาด

‘ถึงไทยแล้วใช่ไหมครับ’

เสียงทุ้มมีแววอบอุ่นเอ่ยถามจนคนพึ่งเหยียบบ้านตนเองอมยิ้ม เขามักจะเป็นห่วงเธอเสมอและคอยโทรเช็กตลอดเวลากระทั่งมาถึงเมืองไทย

“ถึงแล้วค่ะ ตอนนี้นั่งอยู่หน้าโต๊ะเครื่องแป้งบนห้อง เช็ดหน้าเช็ดตาแล้วกลังจากนั้นก็ว่าจะนอนสักหน่อย” รายงานอย่างละเอียด

จนปลายสายหัวเราะออกมาราวอารมณ์ดีนักหนาทั้งที่งานตรงหน้าไม่ได้เบาเลยสักนิด

‘ดีแล้ว พักผ่อนนะครับ พี่ก็คงไม่ได้โทรหาสักหกชั่วโมงมีเคสผ่าตัด ถ้ายังไงตอนเย็นพี่จะไปหานะถือโอกาสสวัสดีพ่อแม่ของป้อนด้วย’

อันที่จริงณชาก็ไม่ได้เสพติดการพูดคุยกันขนาดนั้น เธอเว้นช่องว่างให้พื้นที่ส่วนตัวกับอีกฝ่ายเสมอ

“ได้ค่ะ พี่หมอเองก็พักผ่อนบ้างนะ ไม่ใช่โหมงานหนักจนไม่สบายนะคะ” บอกกล่าวด้วยความเป็นห่วง อีกฝ่ายมักจะทำงานหนักเสมอเหมือนครั้งที่ไปเรียนแพทย์เฉพาะทางอยู่อเมริกา ชายหนุ่มโหมอ่านหนังสือหนักจนไม่สบายแต่ดีหน่อยที่ไม่หนักถึงขนาดต้องส่งโรงพยาบาล

‘รับทราบครับผม’

บอกลากันก่อนที่จะวางโทรศัพท์ลง คนตัวเล็กเหม่อลอยทันทีจ้องมองเครื่องมือสื่อสารสีดำพลางขอโทษนับพันครั้งที่ดึงชายหนุ่มเข้ามาในชีวิตทั้งที่คิดกับเขาเพียงพี่น้อง

พี่หมอ หรือนายแพทย์ตฤณ ศิลาชัย แฟนหนุ่มของเธอที่คบหากันได้เพียงสามเดือนแต่รู้จักกันมาแล้วกว่าสองปี เขาเพียรตามจีบจนกระทั่งณชาใจอ่อนตกลงคบหาก่อนที่ตฤณจะบินกลับเมืองไทย หากให้พูดตามความรู้สึกในตอนนี้เขาเป็นเหมือนพี่ชายอีกคนที่เธอไม่เคยคิดเกินเลยแต่เพราะความสงสารจึงไม่อาจปฏิเสธได้ รู้ว่าตัวเองเป็นคนไม่ดีที่ทำแบบนี้แต่ไม่รู้ว่าควรจะแก้ไขอย่างไรดีในเมื่อเรื่องเลยเถิดไปขนาดนี้แล้ว

“เฮ้อ”

ถอนหายใจตัดความคิดวุ่นวายออกไป ร่างบางล้มตัวลงบนเตียงนอนห่มผ้าหนาเปิดแอร์อุณหภูมิต่ำก่อนจะผล็อยหลับไปในที่สุด

ความฝันล่องลอยไปยังอดีตที่ราวกับติดในสมองไม่มีลืม เด็กหญิงตัวอวบที่โดนเพื่อนรังแกกลับมีพี่ชายหุ่นหนามาปกป้องเอาไว้ คอยคุ้มกันไม่ให้น้องน้อยโดนใครกระทำ ชักชวนมากินขนมด้วยกันสัญญาว่าจะพาไปกินขนมอร่อยๆ ทุกวัน

“โตขึ้นเราแต่งงานกันนะพี่ทัพ” เด็กน้อยไม่รู้ประสาเอ่ยชวนพี่แต่งงานหลังจากนั่งเล่นชิงช้าอยู่ที่สนามเด็กเล่นของหมู่บ้าน

“ได้สิ โตขึ้นแต่งงานกัน” พี่ชายหันมาพยักหน้าให้น้องก่อนเช็ดไอศกรีมที่เลอะปากเล็กอย่างอ่อนโยน

เธอยึดถือคำมั่นนั้นมาตลอด เกาะติดเขาไม่ปล่อยจนกระทั่งทุกอย่างเปลี่ยนไปเมื่อชายหนุ่มโตขึ้น เขาแสดงท่าทีรำคาญอย่างเห็นได้ชัดแต่ณชาก็สู้ไม่ถอยพยายามตื้อเพราะถือคติเหมือนที่เคยได้ยินว่าตื้อเท่านั้นที่ครองโลก

แต่สุดท้ายก็ไม่เป็นไปอย่างที่คิด กองทัพถอยห่างออกไปเรื่อยๆ ก่อนจะไปพบรักกับผู้หญิงคนอื่น ที่แย่ไปกว่านั้นคือผู้ญิงคนนั้นมีแฟนแล้ว และแฟนของเธอยังเป็นเพื่อนสนิทของกองทัพอีกด้วย..ปลายฟ้าเป็นแฟนของพณณกรเจ็บจนแทบขาดใจนอนร้องไห้หลายคืน เรียนไม่รู้เรื่อง พึ่งเคยรับรู้ความรู้สึกแบบนี้เป็นครั้งแรก

ณชาตัดสินใจไปเรียนต่อเมืองนอกแต่ก่อนไปก็เกิดเหตุการณ์บางอย่างขึ้นก่อนและคืนนั้น..เธอยอมพลีกายให้เขาเชยชมอย่างผู้หญิงไม่อาย ก่อนฟ้าสว่างณชารีบตื่นมามองใบหน้าคมที่ยังหลับใหลไม่ได้สติ

“ลาก่อนนะคะ ความรักของป้อน” น้ำตาไหลกระทบเปลือกตาของชายหนุ่มก่อนที่เธอจะหายออกไปจากชีวิตของเขา..

“กลับมาบ้านได้แล้วเหรอพ่อตัวดี” ลูกชายคนเล็กโผล่มากินข้าวเย็นพร้อมหน้าครอบครัวคนเป็นมารดาจึงเอ่ยขึ้น

นักรบ วิจิตรประภา น้องเล็กของตระกูลที่โดนพี่ๆ ตามใจตั้งแต่เด็ก ไม่ว่าจะอยากได้อะไรทุกคนมักหามาให้จนเสียนิสัย

ใบหน้าคมยิ้มให้มารดาก่อนจะเดินมากอดเอวท่านพร้อมหอมแก้มเสียงดัง

“อยากมาบ้านทุกวันแหละครับแต่ว่าช่วงนี้ติดสอบ ยากมากเลยนะแม่”

ความขี้อ้อนขอให้บอก เคยอ้อนจะเอารถยนต์ตั้งแต่มัธยมศึกษาปีที่ห้าคุณแม่แพ้ทางยอมซื้อให้แต่ขับได้ไม่กี่วันก็เบื่อจนตอนนี้จอดทิ้งไว้ที่โรงรถเพราะพ่อเจ้าประคุณเห่อรถมอเตอร์ไซค์คันใหม่แทน

“จริงหรือเปล่า ไม่ใช่ไปติดสาวที่ไหนนะ”

นักรบยืนขึ้นเดินไปนั่งกับพี่ชายคนโตพลางส่ายหน้าปฏิเสธ

“สาวที่ไหนแม่ ไม่มีหรอก โสดสนิทครับ แม่มีลูกสาวเพื่อนแนะนำไหม” คนอารมณ์ดีเอ่ยถามเสียงร่าเริง

เวลาจะดีก็ดีใจหายเวลาร้ายมาใครก็เอาไม่อยู่ อย่างเรื่องชกต่อยมีบ่อยแทบจะเดือนละครั้งจนคุณเปมิกาคุมเข้มบุตรชายช่วงหนึ่ง

“แนะนำก็ไม่เอาสักคนหรอก”

นักรบอมยิ้มให้คำพูดของมารดา

..ก็ลูกสาวของเพื่อนแม่แต่ละคนไม่มีใครน่าสนใจสักนิด

“จริงสิ พี่ดลคะ วันนี้ลิซมาหาเปรมเลยชวนกันไปพักผ่อนที่ลำปางเห็นว่าบรรยากาศดีมากเลย เดี๋ยวเราไปด้วยกันทั้งครอบครัวเลยนะ” หันไปถามสามีที่มีสีหน้ากระอักกระอ่วน

“จะไปวันไหนล่ะ พี่จะได้เคลียร์งานให้เสร็จ” ไม่อยากขัดใจภรรยาจึงเอ่ยถาม

“เดือนหน้าค่ะ ทัพกับรบก็ไปด้วยกันนะ ไปสูดอากาศบริสุทธิ์สักหน่อย”

ลูกชายคนเล็กส่ายหน้าทันที

“รบไม่ว่างครับ เดือนหน้ายังสอบไม่เสร็จเลยแม่ ให้พี่ทัพไปแล้วกัน”

คนโดนน้องโยนมาให้อย่างกองทัพรีบหันไปมองอีกฝ่ายแล้วด่าแบบไม่มีเสียง

‘ไอ้เลว’

ทำเอานักรบยิ้มออกมาอย่างอารมณ์ดี

“มหา’ลัยเขาไม่สอบเป็นเดือนหรอก” คนพี่รีบหาเหตุผลเพื่อไม่ให้นักรบเอาตัวรอดแต่เพียงผู้เดียว หากเขาได้ไปหนุ่มนักศึกษาก็ต้องได้ไปด้วย

แต่มีหรือที่น้องชายคนสุดท้ายจะยอมให้พี่ชายเอาคืนได้จึงรีบหาเหตุผลต่างๆ

“ต้องเตรียมเอกสารฝึกงานอีก ยุ่งมากเลยแม่ ไม่มีเวลา ไม่ว่างและไม่ไปนะครับ”

เจอเหตุผลร้อยแปดแบบนี้เปมิกาก็คร้านจะบังคับบุตรชายคนเล็กจึงหันไปมองกองทัพที่นั่งรับประทานอาหารด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์เท่าไหร่

..พักนี้ลูกชายคนโตดูจะทำงานหนักจนแทบไม่ได้พักผ่อน ชวนลูกไปก็ดีเหมือนกัน

“ถ้าน้องยุ่ง ทัพไปกับแม่นะลูก”

น้ำเสียงนุ่มนวลกึ่งอ้อนวอนของมารดาเป็นไม้ตายที่ทำให้กองทัพยอมโอนอ่อนตลอด

..เขาไม่อยากไปเลยสักนิด ไม่มีสิ่งน่าอภิรมย์เท่าไหร่นักในความรู้สึกไหนจะมีณชาน้องสาวช่างตื้ออีกด้วย ผ่านไปหลายปีหวังว่านิสัยนั้นอาจจะหายไป บางทีเธออาจจะเลิกชอบเขาแล้วก็ได้

“ขอดูก่อนนะครับ”

แบ่งรับแบ่งสู้จนเปมิกาถอนหายใจเอ่ยตัดพ้อสามหนุ่มซึ่งดูท่าจะไม่อยากไปสักคน

“ไม่เป็นไร แม่ไปคนเดียวก็ได้ พ่อลูกก็เฝ้าบ้านแล้วกัน”

ใครจะเชื่อว่าจากผู้หญิงพูดน้อยเมื่อแก่ตัวลงคุณแม่จะขี้งอนขนาดนี้ ภราดรที่เห็นภรรยาทำท่าน้อยใจก็หันไปมองลูกชายพลางส่งสายตาคาดโทษที่ทำให้มารดาเสียใจ

“ไม่หรอก พี่ก็ไปกับเปรมนั่นแหละ ทัพก็ด้วยงานช่างมันก่อน” คนที่เอาใจเมียหันมาบอกลูกชายคนโต

ส่วนนักรบก็แอบยิ้มมุมปากที่ตนเองรอดพ้น ใบหน้าหวานที่มีริ้วรอยแห่งวัยยิ้มให้สามีที่คอยตามใจเธอตลอดไม่มีขัด

“ต้องอย่างนี้สิคะ”

หลังจากนั้นทุกคนก็ลงมือรับประทานอาหารอีกครั้ง แต่ดูเหมือนอาหารตรงหน้าจะไม่อร่อยสำหรับกองทัพแล้ว ไม่นานชายหนุ่มก็ขอตัวขึ้นไปเคลียร์งานบนห้อง

ทุกวันนี้หายใจเข้าออกก็เป็นงานจนมารดาเริ่มเป็นห่วงมองตามแผ่นหลังหนาที่ขาดรอยยิ้มไปหลายปี ลูกชายเปลี่ยนไปตั้งแต่วันนั้น..

ขณะที่ทุกคนบนโต๊ะทานอาหารอิ่มนักรบก็เอ่ยถามมารดา

“แม่ครับ ถ้าผมทำผู้หญิงท้องแม่จะว่าไหม”

ทำเอาคุณผู้หญิงของบ้านตกอกตกใจยกใหญ่

“อะไรตารบ ไปทำผู้หญิงที่ไหนท้อง บอกแม่สิ”

ถามเสียงดังจนสามีต้องลุกขึ้นมาจับไหล่เอาไว้ก่อนมองลูกชายเช่นเดียวกัน

“เปล่าทำครับ แค่ถามเฉยๆ” ปฏิเสธแบบนั้นยิ่งสร้างความสงสัยให้มากขึ้นไปอีก “โธ่แม่ ผมล้อเล่นแค่นั้นเอง ทำหน้าซีเรียสไปได้ หาว ง่วงแล้ว ขอตัวไปนอนก่อนนะครับ” ไม่รอให้ได้ซักไซ้ไล่ความนักรบก็หนีเอาตัวรอดด้วยการรีบวิ่งขึ้นบนห้..

ปล่อยให้เปมิกานั่งหน้าเครียดอยู่โต๊ะอาหาร

“”มีลูกแต่ละคนไม่ได้ดั่งใจสักคน

“เปรมอย่าคิดมากเลย เจ้ารบก็ชอบกวนแบบนี้แหละ ไม่มีอะไรหรอก” สามีบีบนวดให้ภรรยาคลายความเครียด

“จะไม่ให้คิดมากได้ไงคะ ตารบเรียนอยู่ปีสามเองนะพี่ดล ถ้าเกิดทำผู้หญิงท้องขึ้นมา..” ไม่อยากจะคิดต่อไปเลย ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้มไม่รู้ว่าคืนนี้จะนอนหลับหรือเปล่า

ส่วนคนต้นเหตุก็ยิ้มร่าเคาะห้องพี่ชายเพียงสองครั้งก่อนเปิดเข้าไป

“เฮ้ย ไอ้รบ ก่อนเข้ามาเคาะหลายครั้งก่อนได้ไหมวะ” เจ้าของห้องอยู่ในชุดเตรียมพร้อมอาบน้ำที่มีเพียงผ้าขนหนูพันท่อนล่าง

..เห็นหุ่นพี่ชายแล้วอิจฉาชะมัดเลย หุ่นสูงร่างหนาทั้งยังมีซิกซ์แพ็กเป็นลอนสวยงาม ไหนบอกว่าทำงานหนักแต่ก็ยังมีเวลาไปออกกำลังกายอีก ผิวออกสีเข้มเพราะเล่นกีฬากลางแจ้งดูรวมๆ แล้วมีเสน่ห์จนหญิงสาวต้องหลงใหล

“อายทำไมพี่ แต่ก่อนผมก็เห็นหมดแล้ว หรือว่าตอนนี้กลายเป็นมังกรยักษ์เลยอยากหวงไว้ให้สาวดูว่างั้น” น้องชายเอ่ยแซวเดินไปนั่งบนเตียงกว้าง

นักรบเหมือนได้นิสัยของพ่อและอาพสุธารวมกัน ทั้งได้ความขี้เล่นเป็นกันเองจากอาหนุ่มและความเงียบขรึมใจร้อนในบางครั้งจากบิดา เป็นส่วนผสมที่ช่างลงตัวเสียเหลือเกิน

“เฮ้อ เหนื่อยใจกับแกจริงๆ แล้วเข้ามาหาฉันมีอะไร” ยักไหล่พลางมองรอบห้อง มองไปทางไหนก็มีแต่สีเทา

..ไม่น่าอภิรมย์สักนิด

วิเคราะห์ห้องนอนของพี่ชายโดยลืมไปเสียสนิทว่าห้องของตนเองเป็นสีดำ เข้มกว่าห้องนี้เป็นไหนๆ

“พรุ่งนี้ไปเอาผลตรวจที่โรงพยาบาลให้ผมหน่อยสิ”

ร่างสูงชะงักมองน้องชายที่นั่งทำหน้าเครียด จากคนร่าเริงเมื่อสักครู่กลายเป็นอีกบุคลิกทันที เขาเข้าไปนั่งข้างน้องชายคาดว่าคงเป็นเรื่องหนักหนาพอสมควร

“แกไปตรวจอะไร”

ความเงียบเข้าครอบงำก่อนที่นักรบจะบอกพี่ชาย

“ตรวจเลือด”

หลังจากนั้นได้ยินเพียงเสียงเครื่องปรับอากาศ สองหนุ่มมองหน้ากันนิ่งความกลัวเกาะกินใจคนเป็นพี่ชายไม่แพ้นักรบที่กินไม่ได้นอนไม่หลับมาหลายคืน

“ผมนอนกับผู้หญิงคนหนึ่ง คราวนี้เมื่อสัปดาห์ที่แล้วเขามาบอกผมว่าไปตรวจเลือดผลเลือดเป็นบวก”

กองทัพตบบ่าน้องชายพลางถอนหายใจไม่รู้จะปลอบว่าอย่างไรดี เขาไม่เคยเจอสถานการณ์แบบนี้แต่คาดว่ามันคงจะหนักหนาพอสมควร

“โคตรเครียดเลยพี่ ถ้าผมเป็น..” พูดไม่ทันจบก็เงียบเหมือนมีอะไรมาจุกที่คอ

“ผลยังไม่ออกอย่าตีตนไปก่อน แกใส่ถุงยางทุกครั้งไม่ใช่เหรอ” เขาเตือนน้องเสมอเรื่องความปลอดภัยระหว่างมีเพศสัมพันธ์ ไม่ว่าจะมั่วแค่ไหนก็ห้ามลืมป้องกันเพราะยังอยู่ในวัยเรียน

“ทุกครั้ง แต่มันก็กังวลเหมือนเดิม”

น้องหน้าหงอยลง

“อย่าพึ่งตีตนไปก่อนไข้ เดี๋ยวพรุ่งนี้พี่ไปเอาผลตรวจให้เอง”

พยักหน้าแล้วหันไปกอดพี่ชายจนอีกฝ่ายหน้าเหวอ

“ขอบคุณมากนะพี่ ผมมีเรียนทั้งวันเลย โคตรซาบซึ้งที่มีพี่ชายแสนดีขนาดนี้”

รู้ว่าอีกฝ่ายทำเป็นพูดจาตลกกลบเกลื่อนแต่ก็กอดตอบพลางตบหลังนักรบเสียงดังจนเจ็บไปหมดทั่วแผ่นหลัง

“อึก พอแล้วมั้งพี่ ตบขนาดนี้ช้ำในตายพอดี”

สองหนุ่มผละออกจากกันก่อนที่นักรบจะพูดคุยเกี่ยวกับชีวิตในช่วงนี้ซึ่งร่างสูงของนักบริหารหนุ่มก็เดินไปยังโซฟาใกล้ระเบียงห้องหยิบเอกสารออกมานั่งอ่านระหว่างคุย หลังจากนั้นห้องก็ต้องอยู่ในความเงียบเพราะคนเป็นพี่ไม่ได้สนใจจะสนทนากับนักศึกษาคณะวิศวกรรมแม้แต่น้อยจนอีกฝ่ายต้องล่าถอยเดินกลับห้องทว่าก่อนออกก็ไปก็ยังมองไปที่คนพี่พลางถอนหายใจด้วยความเสียดาย คิดถึงพี่ชายที่มีแต่รอยยิ้ม เขาไม่รู้ตื้นลึกหนาบางว่าทำไมพี่ชายถึงเปลี่ยนไป

“จ๊ะเอ๋เสียงใสเอ่ยขึ้นพร้อมโผล่เพียงใบหน้าเข้ามาภายในห้องพักของแพทย์ที่โรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง

คุณหมอที่นั่งหลับบนเก้าอี้ทำงานลืมตาขึ้นทันทีเพราะได้ยินเสียงคุ้นเคย ร่างโปร่งเดินเข้ามาหาพร้อมรอยยิ้มอ่อนหวานทำเอาความเหนื่อยที่สะสมทั้งวันมลายไปทันที ร่างสูงลุกขึ้นยืนเดินไปหาอีกฝ่ายจับจูงมือเล็กมานั่งที่โซฟายาว

คุณหมอพึ่งผ่าตัดคนไข้เสร็จก็เข้ามาพักที่ห้องพักรวมของแพทย์ ห้องขนาดสี่เหลี่ยมมีความสะดวกครบครันทั้งเตียงนอนสองชั้นขนาดสามเตียง มีห้องน้ำและห้องอาบน้ำพร้อมทั้งตู้เสื้อผ้าและโซฟาขนาดกว้างสำหรับพักผ่อน มีโต๊ะเก้าอี้ยาวไว้เพื่อประชุมหรือรับประทานอาหารเที่ยงร่วมกัน

“มาได้ยังไงครับ”

เมื่อคืนจากที่จะไปสวัสดีพ่อแม่ของหญิงสาวก็ต้องล้มเลิกเพราะมีงานด่วนเข้าแถมปฏิเสธไม่ได้เสียด้วย เอ่ยขอโทษหญิงสาวหลายครั้งด้วยรู้สึกผิด

“มารถยนต์ค่ะ กลัวคุณหมอคิดมากว่าจะทำให้ป้อนโกรธ แล้วก็เอาอาหารเที่ยงมาให้ด้วยค่ะ” ชูปิ่นโตที่ฝากแม่บ้านทำมาให้คุณหมอตฤณ

ร่างสูงยิ้มทันทีไม่คิดว่าเธอจะมาหาเขาถึงที่แบบนี้

“ขอบคุณมากนะ พี่หิวพอดีเลย”

ณชาลุกขึ้นจัดการเทอาหารใส่ถ้วยให้เขาแล้วนั่งคุยระหว่างหมอหนุ่มรับประทานอาหาร ระหว่างนั้นก็มีแพทย์บางคนเข้ามาแต่ไม่นานก็ออกไปเพราะงานแต่ละวอร์ดยุ่งเกินกว่าจะมีเวลาพัก

“อิ่มไหมคะ” มองดูอาหารที่หมดเกลี้ยงก็เอ่ยถามแกมเย้า

..คิดไม่ผิดจริงๆ ที่บอกให้แม่ครัวทำอาหารมาด้วยคาดว่าอีกฝ่ายคงไม่ห่วงเรื่องปากท้องไหนจะทำงานหามรุ่งหามค่ำอีก

มองใบหน้าคมมีแววสดใสขึ้นก็ยิ้มให้เขา

“อิ่มมากเลย ต้องขอบคุณป้อนที่เอาอาหารมาส่ง แบบนี้คงต้องรีบให้แม่ไปขอเสียแล้ว” แววตากรุ่มกริ่มส่งไปให้แฟนสาวก่อนจะเลื่อนมือไปกอบกุมมือเธอเอาไว้

“เอ่อ เร็วไปไหมคะ”

..เพิ่งคบกันได้ไม่กี่เดือนหากจะให้แม่มาขอเธอว่ามันเร็วเกินไป อย่างน้อยก็น่าจะยืดเวลาไปสักปีหรือสองปี

“สำหรับพี่ช้าเกินไปด้วยซ้ำ พี่อยากจะแต่งงานกับป้อนเสียวันนี้พรุ่งนี้”

ไม่รู้ว่าควรจะจัดการกับสถานการณ์ตอนนี้อย่างไรพอดีกับที่มารดาโทรเข้าเครื่องณชาจึงสบโอกาสขอออกไปรับสายข้างนอก ลอบถอนหายใจอย่างโล่งอกทันที

..ไม่รู้ว่าจะเจอเหตุการณ์แบบนี้อีกทีตอนไหน แต่ก็ขอให้ไม่ใช่เร็วๆ นี้ก็แล้วกัน

“ค่ะแม่ ป้อนกำลังจะกลับแล้วแต่จะแวะไปร้านขนมของแม่ที่สาขาหนึ่งก่อน ค่ะ แล้วเจอกันค่ะ”

กลับมาไทยยังไม่มีงานเป็นหลักแหล่งจึงลอยไปลอยมาช่วยงานมารดาไปก่อน บางทีอาจจะไปสมัครบริษัทใหญ่โตสักแห่งหรือไม่ก็ช่วยงานที่บ้านเพราะธุรกิจของบิดาก็เติบโตมากขึ้นพอสมควร

ร่างบางเข้าไปหาคุณหมอในห้องขณะที่อีกฝ่ายกำลังเก็บถ้วยชามไว้ซิงก์ล้างจาน

“ป้อนคงต้องกลับแล้วคุณแม่โทรตาม ไว้โอกาสหน้าจะมาหาใหม่นะคะ” หยิบกระเป๋าเตรียมลาแฟนหนุ่ม

“เดี๋ยวพี่ไปส่งนะครับ” ร่างสูงเดินลงไปส่งแฟนสาว

ในขณะที่พยาบาลต่างมองตามก่อนหันไปพูดคุยกันอย่างเสียดาย หล่อขนาดนี้ไม่น่ามีแฟนเร็วเลยแม้ว่าหญิงสาวจะสวยมากก็ตามควรจะหล่อให้คนได้ชื่นชมนานกว่านี้เสียหน่อย

สองร่างเดินเคียงข้างกันก่อนที่ใบหน้าหวานจะซีดเผือดแล้วรีบหลบข้างหลังคุณหมอสุดหล่อในชุดกาวน์

“เป็นอะไรครับ ทำเหมือนหลบใครอย่างนั้นแหละ”

ณชาไม่ได้ตอบแต่ในใจกลับเต้นรัว หลายปีที่ไม่พบกันอีกฝ่ายไม่เปลี่ยนไปเลย อาจจะดูภูมิฐานมากขึ้นด้วยชุดที่ใส่หรือใบหน้าคมเข้มแต่สำหรับเธอพี่ชายคนนั้นไม่ต่างจากเดิมเลย

กองทัพเดินผ่านเธอไปด้วยความเร่งรีบไม่แม้แต่จะชายตามองในขณะที่คนหลบก็หันหน้าหนีเขาทันที ใกล้กันชนิดได้กลิ่นกายแต่กลับไม่แม้จะหันหน้ามอง

ณชาเม้มปากหลับตาแน่นกระทั่งรับรู้ว่าเขาคงเดินผ่านไปไกลแล้ว เพราะอะไรกันร่างสูงจึงได้เร่งรีบขนาดนี้

“ว่าไงครับ หลบใครเหรอ” มองซ้ายขวาก็ไม่เห็นใครน่าสงสัย

ก่อนที่ร่างบางจะได้สติ รีบออกมายืนเคียงกายแล้วส่ายหน้าพลางฝืนยิ้มให้

“เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร ป้อนกลับก่อนนะคะ” โบกมือลาอย่างรวดเร็วพลางเดินแกมวิ่งไปข้างนอกโดยมีคนขับรถจอดรถรออยู่

ร่างบางขึ้นไปนั่งด้วยหัวใจตุ๊มๆ ต่อมๆ แม้รถจะเคลื่อนตัวไกลแต่ใบหน้าหวานก็อดหันไปมองไม่ได้เผื่อร่างสูงจะออกมาหากก็ไม่พบ

..เธอกำลังหวังอะไรอยู่กันนะ ต้องการให้เขาเห็นแล้วเดินเข้ามาหาอย่างนั้นเหรอ ฝันลมๆ แล้งๆ นะป้อนข้าว

..พอได้แล้ว หยุดแค่นี้ เธอมีแฟนแล้วนะอีกทั้งเขาคนนั้นยังเป็นคนดีจนไม่กล้าจะทำร้ายจิตใจเสียด้วย

Continuez à lire ce livre gratuitement
Scanner le code pour télécharger l'application

Dernier chapitre

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษ...หนีเที่ยว

    ตอนพิเศษ...หนีเที่ยวงานแต่งระหว่างกองทัพและณชาจัดขึ้นอย่างใหญ่โตขัดกับความต้องการของทั้งสองที่อยากได้แบบเรียบง่าย ทว่าหน้าที่การงานไม่เอื้ออำนวยในเมื่อเจ้าบ่าวเป็นถึงคณะกรรมการของบริษัทมีคนนับหน้าถือตา ทั้งยังคู่ค้าที่ติดต่อกันมานานหากจะไม่เชิญก็กระไรอยู่“เฮ้ยไอ้เอิร์ธ มึงกลับมาแล้วเหรอวะ” ขณะที่ยืนรอต้อนรับแขกที่ด้านหน้างานดวงตาคมก็เห็นเพื่อนสนิทใส่สูทผูกไทด์ผมที่เคยรุงรังหรือหนวดเคราครึ้มก็ถูกจัดการจนกลับมาหล่อเกินหน้าเกินเจ้าของงาน สองหนุ่มก่อนกันเนื่องจากไม่พบกันเกือบสามปีครึ่ง“กูแค่มางานแต่งมึง เดี๋ยวก็บินกลับแล้ว” กองทัพแทบจะปรบมือให้ในความทุ่มเทของอีกฝ่ายเพราะขนาดน้องแท้ๆ ยังปฏิเสธจะมาร่วมงานแต่งของพี่มันเลย“ดีใจที่มึงมา งานนี้ขอซองหนักๆ” ตบบ่าหนาเต็มแรงไปหนึ่งที“ได้ เดี๋ยวกูขอไปซื้อหินมาใส่ซองก่อนแล้วกัน” รั้งไว้แทบไม่ทันเพราะดูเหมือนสัตวแพทย์หนุ่มจะทำจริงอย่างที่ว่า ณชามองพี่ชายทั้งสองพลางอมยิ้มมีความสุข กระทั่งพณณกรหันมาหาน้องสาวคนสนิท“ลงเอยกับมันสักทีนะเรา หลังจากร้องไห้มานาน” จะเอื้อมมือขึ้นไปลูบศีรษะเจ้าสาวก็โดนเจ้าบ่าวจับมือเอาไว้ก่อน“ตามองมืออย่าต้องครับ เจ้าสาวก

  • รักซ้อนใจ   สุขสันต์วันปีใหม่

    สุขสันต์วันปีใหม่ เทศกาลที่หลายคนรอคอยมาถึงอีกครั้งแม้ประเทศจะไม่ใช่เมืองหนาวทว่าประชาชนส่วนใหญ่ก็ทำตัวให้กลมกลืนได้อย่างไม่น่าเชื่อเมื่อออกมาจากบ้านแล้วเจอผู้คนสวมเสื้อแขนยาวท่ามกลางแดดร้อนกว่าสามสิบสามองศา การคาดการณ์ของกรมอุตุนิยมวิทยาไม่น่าเชื่อถืออีกครั้ง เมื่อประกาศว่าจะหนาวจนปากสั่นแต่สิ่งที่ได้รับคือร้อนตับแทบแตก ยิ่งทำงานกลางแดดด้วยแล้วแม้จะโบกครีมกันแดดทับด้วยสเปรย์มาหนามากแค่ไหน เพียงเหงื่อไหลก็ดูเหมือนว่ามันจะหลุดออกโดยง่ายไม่เหมือนกับที่โฆษณาเอาไว้สักนิด “พักกองค่ะ” เสียงช่างภาพดังขึ้นพร้อมปาดเหงื่อที่ไหลออกมาตามไรผม วันนี้ออกมาถ่ายรูปพรีเวดดิงที่สวนสาธารณะในยามที่พระอาทิตย์ตรงศีรษะเหตุผลเพราะคุณเจ้าสาวและคุณเจ้าบ่าวมีเวลาจำกัด เสร็จจากนี่ก็ต้องไปแจกการ์ด ไหนจะต้องบินไปต่างประเทศเพื่อเชิญบรรดาเพื่อนสนิทแทบหาเวลาให้ช่างภาพไม่ได้ จนต้องเลือกเอายามพระอาทิตย์ส่องแสงแรงกล้าที่สุด “แค่สิบนาทีได้ไหมคะ บ่ายสองพวกเราต้องไปจิบน้ำชากับท่านผู้ว่าจังหวัดสุพรรณ” ฝ่ายเจ้าสาวในชุดกระโปรงยาวเฟื้อยตะโกนบอกจนต้องกัดฟันตอบรับ “ได้ค่

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษ...หวานใจของนายไข่ตุ๋น

    ตอนพิเศษ...หวานใจของนายไข่ตุ๋น เคยคิดหลายครั้งว่าหากวันนี้มาถึงเธอจะเป็นอย่างไร วันที่เพื่อนคนสนิทอย่างตฤณ..แต่งงาน ณัชชาเดินเข้ามาภายในโรงแรมด้วยหัวใจหนักอึ้งขาทั้งสองแทบก้าวไม่ออกอันที่จริงมันเป็นมานานนับตั้งแต่วันที่ได้รับการ์ดจากเจ้าบ่าวแล้ว ใบหน้าคมมีรอยยิ้มประดับดวงตาก็ส่องประกายเจิดจ้าอย่างน่าอิจฉา วันนี้เธออยู่ในชุดเดรสแขนตุ๊กตาสีชมพูยาวเพียงเข่า เพราะไม่ค่อยมีเวลาไปซื้อชุดจึงต้องขอยืมจากน้องสาวมาใส่ก่อน ใบหน้าหวานยังคงมีแว่นตาบดบังและผมยาวก็ปล่อยสยายกลางหลัง ริมฝีปากอวบอิ่มเคลือบด้วยลิปกลอสสีชมพูวาว ใบหน้าที่เคยไร้สีดูสดใสขึ้นมาเล็กน้อยเพราะได้น้องสาวช่วยเพิ่มสีสันให้ทว่าก็ยังคงจืดจางเมื่อรวมกับคนหมู่มาก มือเล็กเซ็นในสมุดอวยพรบ่าวสาวแล้วหย่อนซองลงในกล่องก่อนหยิบของชำร่วยเป็นพวงกุญแจรูปหัวใจสองดวงคล้องกัน เก็บมันลงกระเป๋าทันทีแล้วก้าวเข้าไปภายในงานพยายามสูดลมหายใจเรียกกำลังให้ตนแต่ก็ไม่เป็นผลเมื่อเห็นคู่บ่าวสาวยืนอยู่หน้าแบ๊กดร็อปในจังหวะที่เจ้าบ่าวช่วยเช็ดเหงื่อให้เจ้าสาวด้วยความอ่อนโยน หัวใจสั่นไหวจนอยากจะหันหลังออก

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษหมอตฤณกับต้นหนาว

    ตอนพิเศษหมอตฤณกับต้นหนาว นาฬิกาบ่งบอกเวลาตีสามทว่าชายหนุ่มที่อยู่ภายในผับยังคงนั่งดื่มเหล้าราวเป็นน้ำเปล่าไม่รู้สึกระคายคอสักนิด พนักงานหันมองหน้ากันไปมาไม่รู้ว่าควรทำอย่างไรจนกระทั่งผู้จัดการเดินไปแจ้งลูกค้าหน้าใหม่ให้รู้ว่าร้านปิดแล้วเขาจึงวางเงินเอาไว้พร้อมเดินเซออกไปทางประตู “รถอยู่ไหน” ร่างสูงพยายามเพ่งมองรถยนต์ของตนเอง หลับตาลืมตาอยู่หลายครั้งเพราะดูอย่างไรก็มองอะไรไม่ชัดสักอย่าง แถมรู้สึกเหมือนศีรษะเอนไปเอียงมาพยายามทำให้หัวตั้งตรงด้วยการเอนไปทางด้านขวาก่อนจะพบว่าไม่ตรงเลยสักนิด เขาจึงลองเอนหัวมาทางด้านซ้ายแทน ก็ไม่ตรงอีกถ้าอย่างนั้นควรทำอย่างไรดีถึงจะมองตรงได้ คุณหมอหนุ่มตัดสินใจล้มตัวลงนอนบนพื้นเพราะทนความหนักของศีรษะไม่ไหว “อ่า ตรงแล้ว” ใบหน้าคมยิ้มออกมาเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกพะอืดพะอมจนต้องรีบลุกขึ้นนั่งแล้วโก่งคออาเจียนเต็มที่โดยไม่รู้เลยว่าตอนนี้กำลังนั่งอยู่หน้าลานจอดรถของผับที่ตนเองมาตั้งแต่สามทุ่ม เมื่อรู้สึกโล่งจึงล้มตัวนอนที่เดิมมือหนาคว้าสะเปะสะปะก่อนจะสัมผัสได้ถึงขนนุ่มนิ่มก็คว้าเข้าไปกอดคลายหนาวทันที ไม่รู้ส

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษ...รักเธอได้ยินไหม

    ตอนพิเศษ...รักเธอได้ยินไหมเด็กหญิงหุ่นอวบเดินเข้ามาภายในโรงเรียนด้วยท่าทีมั่นอกมั่นใจ เธอรวบรวมกำลังใจเพื่อที่วันนี้จะได้ทำภารกิจอันสำคัญอากาศยามเช้าแสนจะสดใสราวทุกอย่างเปิดสว่างให้กับความรักของเธอ ณชารู้จักความรักครั้งแรกคือสิ่งที่เรียกว่า ‘ขนม’ เธอหลงรักมันอย่างถอนตัวไม่ขึ้นแต่ก็มักจะโดนเพื่อนล้อว่าตัวอ้วน กินแต่ของหวานฟันผุ กระทั่งได้รู้จัก ‘พี่ทัพ’ ผู้ชายที่ทำให้คำว่ารักของเธอเปลี่ยนไป‘อร่อยก็กินสิ เดี๋ยวพี่กินเป็นเพื่อน’จากที่เคยคิดจะลดของหวานณชาก็ยิ้มร่าหยิบเค้กชิ้นโตขึ้นมากินอย่างมีความสุข ผู้ชายตรงหน้าเธอมีหุ่นที่ไม่ต่างกันมากนัก แววตาของเขาทอประกายความสุขและนั่นเองทำให้เด็กหญิงที่ไม่ประสาเรื่องความรักหัวใจเต้นแรงจนต้องเดินไปถามมารดา“แม่ขา ป้อนหัวใจเต้นเร็วมากเลย แม่จับดู ป้อนจะตายไหมคะ” จับมือคุณแม่มาไว้ที่หัวใจเพื่อรับรู้อัตราการเต้นคุณศลิษาหัวเราะบุตรสาวก่อนจะลูบศีรษะน้อยๆ“ไม่ตายหรอกค่ะ อาการแบบนี้เขาเรียกว่าตกหลุมรัก”ตอนนั้นเธอไม่เข้าใจว่ามันคืออะไร แต่มักจะเกิดขึ้นเมื่อได้สบตากับพี่กองทัพเสมอและเมื่อโตขึ้นเธอจึงได้เข้าใจคำว่าตกหลุมรักที่คุณแม่บอกเด็กหญิงชวนพี่ชาย

  • รักซ้อนใจ   ตอนพิเศษ...เมื่ออดีต

    ตอนพิเศษ...เมื่ออดีตมือหนาเลื่อนขึ้นไปปิดน้ำที่ไหลรดกายก่อนจะคว้าผ้าเช็ดตัวพันบริเวณเอวไม่ลืมหยิบผ้าขนหนูพื้นเล็กเช็ดศีรษะที่ชุ่มไปด้วยน้ำ ใบหน้าคมเข้มหล่อเกินวัยทำเอาสาวหลายคนใจละลายมานักต่อนัก ดวงตาเรียวยาวเพียงแค่ปรายตามองก็พานให้หัวใจสั่นไหว จมูกโด่งเป็นสันรับกับริมฝีปากเรียวราวอิสตรีเพียงเท่านี้ก็ทำให้กองทัพ วิจิตรประภากลายเป็นหนุ่มหล่อที่ถูกกล่าวขานไปทั่วมหาวิทยาลัย“อื้อ ทัพ ตื่นเร็วจัง” สาวสวยหุ่นเพรียวลุกขึ้นจากที่นอนคว้าเสื้อคลุมมาสวมทับปกปิดร่างกายของตนเองจากสายตาคมกริบที่ทำให้หัวใจสั่นไหวทุกครั้งที่มอง“ผมมีเรียนเช้า คุณนอนต่อเถอะ” คนตัวเล็กกว่าเดินเข้ามากอดเขย่งปลายเท้าขึ้นจุมพิตปลายคางอย่างน่ารักจนอดใจไม่ไหวต้องคว้ามากอด เธอน่ารักขี้อ้อนจนเขายอมทำทุกอย่างขอแค่ได้มาครอบครอง ยอมแม้กระทั่ง..เป็นชู้..“อือ ตอนเย็นเจอกันนะคะ” ใบหน้าหวานยิ้มจนตาเป็นสระอิ ความน่ารักนี้ที่เขาหลงใหล รอยยิ้มแสนหวานที่มักมอบให้ ชอบเหลือเกิน ชอบจนไม่อาจจะตัดใจได้ทั้งที่รู้ว่าผู้หญิงคนนี้เป็นคนของเพื่อนสนิท เพื่อนที่เป็นทั้งญาติไม่อาจจะตัดกันขาด“เดี๋ยวเราจะทำของที่ทัพอยากกินไว้รอ” เธอเดินมาส่งเขาท

  • รักซ้อนใจ   ๒๕ ไม่ใช่เธอคนเดิม

    ๒๕ไม่ใช่เธอคนเดิมหลังจากวันนั้นกองทัพก็ไม่ใช่แค่คนสวนของบ้านอีกต่อไป ชายหนุ่มสามารถเข้ามาภายในบ้านพิบูลกนกในฐานะแขกอีกครั้งโดยคนต้อนรับคือคุณสุนิสาผู้เป็นใหญ่ที่สุดจนลูกสาวอย่างศลิษาไม่กล้าขัดมารดาจำต้องยอมให้ท่านได้ทำตามใจและวันนี้ก็เป็นดังเช่นทุกครั้งที่ชายหนุ่มแวะมารับประทานอาหารเย็นร่วมกับสองแม่

  • รักซ้อนใจ   ๒๔ กลับมาได้ไหม

    ๒๔กลับมาได้ไหมหลังจากนั้นชายหนุ่มก็ไม่ยอมแพ้ที่จะมาบ้านพิบูลกนกแม้จะโดนไล่ทุกครั้งก็ตาม ประโยคสุดท้ายที่นนกุลบอกเขายังจำได้ขึ้นใจ‘ผมกับพ่อไม่รู้หรอกว่าน้องอยู่ไหน แต่คิดว่าแม่น่าจะรู้ถ้าพี่อยากตามหาป้อนจริงก็เอาชนะใจแม่ให้ได้แล้วกัน ตื๊อเข้าไว้พี่’เขาเชื่อและทำตามที่อีกฝ่ายบอกทว่าผลลัพธ์กลับไม่เป็นอ

  • รักซ้อนใจ   ๒๓ หลุดพ้น

    ๒๓หลุดพ้นสถานที่ซึ่งทั้งสองมาคุยกันคือร้านกาแฟชั้นหนึ่งของโรงพยาบาล เนื่องจากไม่ค่อยมีผู้คนและค่อนข้างเป็นส่วนตัว หญิงสาวเดินไปซื้อกาแฟมาให้อีกฝ่ายโดยให้กองทัพเข้าไปเลือกที่นั่งเขาจึงจับจองด้านในสุดที่ไม่ค่อยเป็นจุดสังเกตและมีกระถางต้นไม้บดบังกองทัพกำลังแอบสำรวจผู้หญิงที่ไม่คุ้นหน้าและไม่รู้ว่าเธอเป

  • รักซ้อนใจ   ๒๒ เธออยู่ที่ไหน

    ๒๒เธออยู่ที่ไหนปลายฟ้าถูกย้ายเข้าไปที่ห้องพักพิเศษโดยมีกองทัพดูแลอยู่ทั้งคืนกระทั่งเช้าพยาบาลพิเศษเข้ารับช่วงต่อชายหนุ่มจึงได้เวลาไปพักบ้าง อีกทั้งยังต้องเข้าบริษัทแต่เช้าเพราะมีเอกสารให้เซ็นกองเป็นตั้ง ถอนหายใจอย่างเหนื่อยหน่ายขณะกลับไปยังรถยนต์ของตนเองไม่รู้ณชาเอากุญแจรถให้ตอนไหนแต่เมื่อตื่นขึ้นมา

Plus de chapitres
Découvrez et lisez de bons romans gratuitement
Accédez gratuitement à un grand nombre de bons romans sur GoodNovel. Téléchargez les livres que vous aimez et lisez où et quand vous voulez.
Lisez des livres gratuitement sur l'APP
Scanner le code pour lire sur l'application
DMCA.com Protection Status