Compartilhar

ตอนที่ 2 ภาพจำ

Autor: Melyssa
last update Data de publicação: 2026-08-01 01:07:48

“หมอก...” เสียงกระซิบที่แผ่วเบายังคงเคลียคลออยู่ข้างหู ช่วยปลุกเร้าอารมณ์คุกรุ่นภายในของหมอกให้ตื่นขึ้นอย่างต่อเนื่อง

“..อ่า...ซี๊ดดด!” เสียงสูดปากนั้นหลุดออกมาจากลำคอหนา เมื่อมือบางที่นุ่มนวลและคุ้นเคยกำลังลูบไล้อย่างแผ่วเบาไปตามแผงอกของเขาที่เต็มไปด้วยกล้ามเนื้อหลายมัด สัมผัสนั้นช่วยเพิ่มความเคลิบเคลิ้มให้ทวีคูณยิ่งขึ้นไปอีก

“หมอก...” เสียงนั้นเรียกชื่อเขาอีกครั้ง คล้ายจะกระตุ้นให้ตื่นขึ้นจากห้วงภวังค์อันแสนลึก แต่เขากลับรู้สึกอยากจะจมดิ่งลงไปในความฝันนั้นให้นานเท่านานเสียมากกว่า

“อืมม...” หมอกส่งเสียงอื้ออึงอีกครั้ง ก่อนที่เสียงเรียกครั้งต่อมาจะทำให้เขาต้องสะดุ้งโหยง

“ไอ้หมอก!!!” เสียงตะโกนดังก้องลั่นห้อง แทบจะกระชากวิญญาณของหมอกให้ได้ดึงสติกลับมาสู่ความเป็นจริง ประหนึ่งถูกสายฟ้าฟาดทำลายความฝันอันแสนหวานให้สิ้นไปในพริบตาเดียว หมอกที่กำลังจมดิ่งอยู่ในห้วงแห่งความสุขสะดุ้งสุดตัว ลืมตาและดีดตัวขึ้นมานั่งหลังตรงบนโซฟาอย่างรวดเร็ว

“เฮ้ย! อะ...อ้าว ไอ้เมฆ! สะ เสียงดังทำไมวะ ตกใจหมด!” หมอกละล่ำละลักเรียกชื่ออีกฝ่ายด้วยความตกใจสุดขีด เมื่อคนที่อยู่ตรงหน้านั้นไม่ใช่เรือนร่างของคนที่กำลังเย้ายวนเขาอยู่เมื่อครู่นี้ แต่กลับเป็นใบหน้าคมเข้มของ เมฆ ม่านเมฆ พี่ชายฝาแฝดของเขาเอง ที่กำลังยืนกอดอกมองเขาด้วยแววตาจับผิด

หมอกกวาดสายตาไปทั่วบริเวณห้องนั่งเล่นที่เขาเพิ่งตื่นขึ้นมาเพื่อมองหาช่อแก้ว แต่กลับพบเพียงความว่างเปล่าไร้ร่องรอย ไม่มีใครอื่นนอกจากเขากับเมฆ

“ก็ใช่อ่ะดิ คิดว่าเป็นใครวะ นี่ฝันอยู่หรือไงถึงได้ทำท่าทำทางแปลก ๆ” เมฆเลิกคิ้วพลางเอ่ยถามด้วยความด้วยความประชดอยู่เบา ๆ เพราะเมื่อเขากลับมาถึงบ้านก็เห็นหมอกมานอนหลับอยู่บนโซฟาตัวโปรด ซึ่งกลายเป็นเรื่องปกติไปเสียแล้ว นับตั้งแต่ช่วงที่หมอกเริ่มทำวิทยานิพนธ์อย่างหนักหน่วงจนแทบไม่มีเวลานอน แต่ครั้งนี้ต่างออกไปตรงที่เขาได้ยินเสียงครวญครางชวนสยิวซะจนอดแซวไม่ได้

“เออ คงงั้น...มั้ง ไม่รู้ว่ะ” หมอกตอบกลับไปอย่างไม่เต็มใจนัก เขายังคงสับสนในตัวเองอย่างหนัก พยายามก้มหน้าลงครุ่นคิดทบทวนเหตุการณ์เมื่อครู่ ภาพความฝันนั้นยังคงชัดเจนราวกับเกิดขึ้นจริง สีหน้าของเขานิ่งอึ้งคล้ายมีอาการช็อกไม่หาย

‘อย่าบอกนะว่าทั้งหมดเป็นแค่... ความฝัน’

“ฝันจริงด้วย” เมฆยกยิ้มกริ่มทำทีจะล้อเลียน เมื่อสายตาของเขาสังเกตเห็นบางอย่างที่ทำให้เขายิ่งมั่นใจในสิ่งที่คิด แต่หมอกที่ไม่เข้าใจสายตาของอีกฝ่ายก็เลิกคิ้วขึ้นด้วยความสงสัย เขาไม่รู้ว่าทำไมพี่ชายฝาแฝดของเขาถึงทำท่าทางเจ้าเล่ห์เช่นนั้น

“ฝันเปียกฟิน ๆ เลยดิ” เมฆโน้มตัวลงไปกระซิบเสียงต่ำพลางส่งสายตาจับจ้องไปตรงเป้ากางเกงลำลองขายาวสีเทาของหมอก ที่ตอนนี้เปียกชื้นเป็นวงกว้างอย่างเห็นได้ชัดจนแทบจะทะลุเนื้อผ้าออกมา

“เชี่ย!!!!” หมอกร้องอุทานเสียงหลง สีหน้าของเขาแดงเถือกขึ้นมาทันทีด้วยความอับอาย เขารีบเอามือกุมเป้ากางเกงเพื่อปกปิดร่องรอยจากความฝันอันเร่าร้อนไว้ ก่อนจะรีบดีดตัวลุกจากโซฟาแล้ววิ่งขึ้นบันไดกลับไปที่ห้องนอนของตัวเองอย่างรวดเร็ว โดยไม่หันกลับมามองเมฆอีกเลย

“ฝันว่าโจ๊ะพรึม ๆ อยู่หรือไงวะหมอก! ฝันเปียกขนาดนี้ต้องใช่แน่ ๆ! ไปล้างให้เรียบร้อยนะเว้ย!” เมฆที่ตะโกนไล่หลังมาหัวเราะร่าอย่างอารมณ์ดี เขามั่นใจว่าหมอกต้องฝันว่ากำลังมีเซ็กซ์อยู่เป็นแน่ แต่ก็อดสงสัยไม่ได้ว่าผู้หญิงในฝันคนนั้นจะเป็นใครกันนะ ที่ทำให้น้องชายฝาแฝดของเขาฝันไปไกลได้ถึงขนาดนี้

เสียงน้ำจากฝักบัวดังซู่ซ่าในห้องน้ำกว้าง หมอกกำลังยืนนิ่งปล่อยให้น้ำเย็นฉ่ำจากฝักบัวไหลรินชโลมทั่วร่าง รวมทั้งคราบเหงื่อไคลที่ซึมออกมาจากเป้า ความฝันและความมึนงงจากการตื่นนอนอย่างกะทันหันถูกชะล้างออกไปพร้อมกับสายน้ำเย็นเฉียบ ไม่นานเขาก็ก้าวออกมาจากใต้ฝักบัว แล้วหยิบผ้าขนหนูสีขาวสะอาดผืนใหญ่นุ่มฟูมาซับหน้าและเส้นผมสีเข้มที่เปียกชื้น ก่อนจะพันมันไว้รอบสะโพก ร่างกายของหมอกนั้นเต็มไปด้วยกล้ามหน้าท้องที่แข็งแรงและกระชับขึ้นรูปจากการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ

หมอกเดินมายืนหยุดอยู่หน้ากระจกเงาบานใหญ่ตรงเคาน์เตอร์อ่างล้างมือที่ทำจากหินอ่อน มองภาพสะท้อนของตัวเองในกระจกเงา ใบหน้าคมคายนั้นดูหล่อเหลาเอาการมาก ทว่านัยน์ตาของเขายังคงเต็มไปด้วยความสับสนไม่หาย

แม้จะเป็นเพียงแค่ความฝัน แต่ความรู้สึกที่ได้รับกลับเหมือนจริงจนน่าประหลาดใจ ร่างเย้ายวนของช่อแก้วในความฝันยังคงตราตรึงอยู่ในห้วงความทรงจำของเขาอย่างชัดเจน ความรู้สึกร้อนรุ่มยังคงแผ่ซ่านอยู่ทั่วร่างกาย หมอกผ่อนลมหายใจร้อนผ่าวออกมาอย่างช้า ๆ พยายามควบคุมจังหวะการเต้นของหัวใจที่ยังคงเต้นระรัวไม่เป็นจังหวะ ก่อนที่ดวงตาของเขาจะยิ่งสับสนหนักกว่าเดิม เขาเผลอยกมือขึ้นลูบไล้ริมฝีปากตัวเองเบา ๆ ราวกับยังสัมผัสได้ถึงรสจูบในความฝันนั้น แล้วความคิดก็ย้อนไปถึงเรื่องราวในอดีต วันที่เขาได้เจอเธอ และได้เป็นเพื่อนกัน เติบโตมาด้วยกัน เป็นความผูกพันที่ก่อร่างสร้างตัวมาตลอดหลายปี

หมอกยังคงจำภาพนั้นได้ดีราวกับเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อวาน ภาพเรียวขาเล็กบอบบางของเด็กหญิงวัยเก้าขวบที่เต็มไปด้วยร่องรอยของความรุนแรงจากการถูกทุบตีอย่างโหดเหี้ยมโดยแม่เลี้ยงใจร้าย เพียงเพราะความผิดพลาดเล็ก ๆ น้อย ๆ อย่างการทำจานตกแตก หรือออกไปเล่นเพลินจนลืมทำงานบ้านที่ได้รับมอบหมาย มันเป็นภาพที่บาดลึกในหัวใจของหมอกเสมอมา เขาจำได้ดีถึงความเจ็บปวดและความหวาดกลัวที่ฉายชัดในแววตาของเด็กหญิงตัวเล็ก ๆ คนนั้น ที่ทำให้เขาอยากจะยื่นมือเข้าไปปกป้องเหลือเกิน

วรา เฌอสลัล คุณพ่อผู้ใจดี และ มุก มุกไหม คุณแม่ผู้เปี่ยมไปด้วยความเมตตาของหมอกกับเมฆ ไม่อาจทนดูการกระทำที่ทารุณโหดร้ายเช่นนี้ได้อีกต่อไป พวกเขาตัดสินใจยื่นมือเข้าช่วยเด็กหญิงคนนั้นอย่างสุดความสามารถ พยายามเจรจากับผู้เป็นพ่อแท้ ๆ แต่กลับไม่มีคำว่าเปลี่ยนใจเลยสักนิด ทั้งจากนายชัย ผู้เป็นพ่อแท้ ๆ และ นางบุษ แม่เลี้ยงใจร้าย

ทว่าสองคนผัวเมียเป็นคนที่เห็นแก่เงินมากกว่าสิ่งใดในโลกใบนี้ เมื่อเงินมันมีอำนาจล้นฟ้า สามารถซื้อได้ทุกอย่างในสายตาของพวกเขา เงินหนึ่งล้านบาทจึงเป็นข้อแลกเปลี่ยนอันแสนเลวร้ายกับการยก ช่อ ช่อแก้ว ให้เป็นลูกบุญธรรมของ ฟลอยด์ อดีตบอดี้การ์ดคนสนิทที่ซื่อสัตย์ของครอบครัว และ ปุ้ย อดีตพี่เลี้ยงที่ผูกพันกับเมฆกับหมอกมาตั้งแต่เด็ก

พวกเขาตกลงรับช่อแก้วมาดูแลภายใต้เงื่อนไขสัญญาที่ระบุอย่างชัดเจนว่านายชัยไม่มีสิทธิ์เรียกร้องใด ๆ จากช่อแก้วในภายภาคหน้าอีกต่อไป และจะได้รับเงินก็ต่อเมื่อการจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมเสร็จสมบูรณ์แล้วเท่านั้น

ภาพอันน่าเวทนานั้นยังคงฝังลึกในความทรงจำของหมอก ภาพของลูกสาวตัวน้อย ๆ ที่กอดขาขอร้องอ้อนวอนผู้เป็นพ่อและไม่ยอมไปอยู่กับคนอื่น ใบหน้าเล็ก ๆ เต็มไปด้วยคราบน้ำตาและเสียงสะอื้นที่ไม่สามารถกลั้นไว้ได้ แต่ก็ยังได้รับการผลักไสอย่างไร้เยื่อใยจากผู้เป็นพ่ออย่างเลือดเย็น สุดท้ายแล้วจำต้องใช้วิธีฝืนใจ ฟลอยด์อุ้มช่อแก้วออกมาจากบ้านของพ่อแท้ ๆ และแม่เลี้ยง

“มะ ไม่เอา! หนูไม่ไปนะ พ่อ!”

ทว่าร่างเล็กก็ยังดิ้นรนหวีดร้องปานจะขาดใจ ไขว่คว้าหาพ่อบังเกิดเกล้าด้วยมือเล็ก ๆ ที่เต็มไปด้วยรอยแผลและรอยช้ำจากการถูกทำร้าย ถึงแม้จะไม่ได้รับการแยแสเลยแม้แต่น้อยก็ตาม เพราะเงินหนึ่งล้านบาทมันหอมหวนเย้ายวนใจมากกว่าสายสัมพันธ์ระหว่างพ่อกับลูก ทำให้ตัดขาดลูกน้อยได้อย่างง่ายดายและไร้หัวใจสิ้นดี

แม้เวลาจะผ่านมาสิบกว่าปีแล้วก็ตาม แต่เรื่องราวเหล่านี้ก็คือจุดเริ่มต้นของความเป็นเพื่อนของเขากับช่อแก้วที่ได้เติบโตมาด้วยกันอย่างใกล้ชิด จากความเห็นอกเห็นใจและความรักที่บริสุทธิ์ของคนรอบข้าง จนกระทั่งเขาต้องเดินทางมาเรียนต่อระดับไฮสคูลที่นิวยอร์ก ประเทศสหรัฐอเมริกา และตอนนี้กำลังจะเรียนจบปริญญาโทด้านบริหารธุรกิจ เพื่อกลับมาสืบทอดกิจการของครอบครัว

“ช่อแก้ว...จะรู้บ้างไหมนะว่าเพื่อนคนนี้มันคิดไปไกลถึงไหนแล้ว”

หมอกพึมพำกับตัวเอง เขาแอบชอบเธอมาตั้งแต่เริ่มแตกเนื้อหนุ่ม ตั้งแต่หัวใจเริ่มรู้จักความรู้สึกที่ซับซ้อนและลึกซึ้งยิ่งกว่ามิตรภาพ และเขาก็ต้องการเป็นมากกว่าเพื่อนมาโดยตลอด แต่ไม่รู้จะทำยังไงดี ไม่กล้าคิดไปเอง ไม่กล้าก้าวข้ามเส้นบาง ๆ นั้นที่กั้นกลางระหว่างความรู้สึกของเขากับเธอ เขารู้สึกเหมือนตัวเองติดอยู่ในสถานะเฟรนด์โซน และไม่สามารถเปลี่ยนสถานะจากเพื่อนเป็นแฟนได้เลย ทั้ง ๆ ที่ความรู้สึกในใจมันล้นปรี่จนแทบจะระเบิดออกมาอยู่ทุกวัน

“เฮียหมอก!” เสียงอ่อนเสียงหวานเจื้อยแจ้วของ ฟ้า ฟ้าลดา และ ฝน ฝนธิดา น้องสาวฝาแฝดจอมแสบของหมอกกับเมฆที่ยังเรียนไฮสคูลอยู่ สาวน้อยทั้งสองคนต่างวิ่งปรี่เข้ามาควงรอบแขนของหมอกคนละข้างทันที

“นี่เฮียยังมีตัวตนอยู่ไหม หืม” เมฆที่กำลังง่วนอยู่กับการทาแยมบนขนมปังแผ่นโปรดแสร้งทำเป็นน้อยใจที่น้องสาวฝาแฝดเห็นตัวเองเป็นเหมือนหัวหลักหัวตอ พลางส่งขนมปังปิ้งเข้าปากอย่างไม่ยี่หระกับการประท้วงของน้องสาว

“มีสิคะ!” เสียงใส ๆ ของสองสาวตอบพร้อมกัน แต่คนที่พวกเธอยังคงให้ความสนใจและรุมล้อมอยู่ก็ยังคงเป็นเฮียหมอกที่เพิ่งออกมาจากห้องน้ำอยู่ดี

“ถ้าเฮียหมอกกลับไทย หนูต้องคิดถึงมากแน่ ๆ” เสียงเศร้า ๆ ของฟ้าพูดพร้อมซบหน้าลงบนแขนของหมอกอย่างออดอ้อน

“ส่วนหนูก็ต้องเหงาม๊ากมากเลยด้วย” เสียงของฝนก็เศร้าไม่ต่างกัน เธอเองก็ซบหน้าลงบนแขนอีกข้างของหมอกเช่นกัน ราวกับกำลังจะร้องไห้ออกมาจริง ๆ

“ดีใจล่ะสิไม่ว่า ที่ไม่มีคนคอยคุมน่ะ” หมอกแกล้งเอ่ยแซวกลับพลางลูบผมของน้องสาวเบา ๆ

ก็ในเมื่อคนหล่อมันดีต่อใจ สองน้องสาวจอมแสบจึงมักหาเรื่องหนีเที่ยวไปหาสิ่งที่ทำให้เจริญหูเจริญตา ให้คนเป็นพี่ต้องปวดหัวเวียนหัวเป็นประจำจนชิน

“ลืมไปหรือเปล่าว่ายังมีคนคอยคุมอยู่ตรงนี้อีกคนน่ะ” เมฆที่เคี้ยวขนมปังตุ้ย ๆ เอ่ยแทรกขึ้น เขายังไม่ได้เดินทางกลับประเทศไทยพร้อมหมอกในครั้งนี้ เพราะเลือกเดินกันคนละเส้นทาง ตัวเขาเองมุ่งมั่นที่จะเป็นนักบินและจุดมุ่งหมายอีกหนึ่งอย่างก็คือเป็นเจ้าของสายการบินในอนาคต จึงยังต้องเก็บเกี่ยวชั่วโมงบินควบคู่ไปกับการเรียนธุรกิจการบินอย่างหนัก ส่วนหมอกเรียนจบด้านบริหารธุรกิจโดยตรง เพื่อสืบทอดตำแหน่งท่านประธานบริษัท Captivating W Enticing Co.,Ltd. ซึ่งเป็นธุรกิจใหญ่ของครอบครัวที่กำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว

“คิดจะคุม ก็คุมน้องให้อยู่ ไม่ใช่น้องหายออกจากบ้านไปตอนไหนก็ไม่เคยรู้” หมอกโต้กลับทันควัน

“คอยดูเถอะ จะเข้มงวดให้ดู! อย่าหวังว่าจะได้ออกไปลั้ลลาได้อีก คอยดู!” เมฆทำเสียงเข้มพร้อมทำหน้าโหด ๆ อย่างหาเรื่อง แต่กลับไม่ได้ทำให้น้องสาวรู้สึกกลัวเลยสักนิด แต่ในทางตรงข้าม หากเป็นหมอกที่ทำเสียงเข้มขึ้นมาเมื่อไหร่ ทั้งคู่จะเกรงมากกว่าหลายเท่าตัว

“น่ากลัวจริง ๆ เลย ขนลุกมากนะเนี่ย แบร่~” ฟ้ากับฝนลอยหน้าลอยตา ก่อนจะแลบลิ้นใส่เฮียเมฆที่ทำเป็นเข้มดุอย่างไม่เกรงกลัว ราวกับจะบอกว่าทำอะไรพวกเธอไม่ได้หรอก

“โทรหาแม่มุกดีกว่า จะฟ้องว่าเมื่อวานลูกสาวแอบไปส่องหนุ่มที่ Bleecker Street” เมฆพูดจบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาพร้อมกับเอ่ยชื่อสถานที่ที่น้องสาวแอบไปเที่ยว ซึ่ง Bleecker Street เป็นถนนที่เชื่อมระหว่างตะวันออกกับตะวันตกในเขต Lower Manhattan เมืองนิวยอร์ก ปัจจุบันถนนสายนี้มีชื่อเสียงมากที่สุดในฐานะย่านไนต์คลับและสถานบันเทิงยามค่ำคืน และแค่เอ่ยชื่อแม่มุกที่พวกเธอเกรงกลัวก็ช่วยลดความดื้อของน้องสาวได้แล้ว

“พวกหนูไปซื้อเสื้อผ้าเองนะ!” ฟ้ากับฝนร้อนตัวขึ้นมาทันที เธอรีบแก้ตัวอย่างร้อนรน พยายามหาข้ออ้างที่ฟังดูเป็นไปได้

“ตอนสองทุ่มเนี่ยนะ” เมฆยื่นโทรศัพท์ที่หน้าจอปรากฏชื่อ แม่มุก พร้อมกับรูปโปรไฟล์น่ารัก ๆ ไปให้น้องสาวจอมแสบทั้งสองคนเห็นเต็มสองตา

“เฮียเมฆขา” สองสาวเข้าไปออดอ้อน กะพริบตาปริบ ๆ เรียกคะแนนความสงสารขั้นสุด ราวกับเป็นแค่ลูกแมวตัวน้อย ๆ ที่กำลังอ้อนขอขนม

“จะรีบเที่ยวไปไหนกัน รอให้อายุถึงก่อนค่อยเที่ยวก็ได้ ไม่มีใครว่าหรอก” หมอกเอ่ยขึ้นด้วยน้ำเสียงจริงจังและแฝงไปด้วยความเป็นห่วงใย เพราะเรื่องนี้เป็นเรื่องที่หมอกห่วงน้องสาวมากที่สุด และหากต้องกลับไปอยู่ไทยถาวร เขาก็ไม่อยากกังวลเพราะเป็นห่วงน้องสาวในเรื่องนี้อีกต่อไปแล้ว

“ก็ได้…เข้าใจแล้วค่ะ”

สองสาวตอบเสียงอ่อนลงทันที พลางทำหน้ามุ่ยเล็กน้อย แต่ก็ยอมจำนนในที่สุด ลึก ๆ แล้วพวกเธอก็แค่อยากออกไปเปิดโลกกว้างบ้าง อยากสัมผัสชีวิตอิสระเหมือนเพื่อนคนอื่น ๆ แต่อย่างน้อยพวกเธอก็เข้าใจความเป็นห่วงของพี่ชายทั้งสองคนดี และรับรู้ถึงความรักที่พวกเขามีให้เสมอมา

Continue a ler este livro gratuitamente
Escaneie o código para baixar o App

Último capítulo

  • รักที่เป็นม่านหมอก    ตอนที่ 100 HAPPY END

    สุดสัปดาห์ต่อมาแสงยามเช้าของวันเสาร์ส่องเป็นประกายผ่านเข้ามาทางกระจกใสของร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว กระทบกับตัวอักษรไม้แกะสลักชื่อร้านที่ประดับอยู่หน้าร้าน และวันนี้บรรยากาศภายในร้านก็ไม่ได้เงียบเชียบและเรียบง่ายเหมือนทุกวัน หากแต่เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและบทสนทนาที่ดังอยู่ตลอด เพราะวันนี้เป็นวันทำงานพิเศษของ “ทีมพนักงานจิ๋ว” ผู้ช่วยคนสำคัญของช่อแก้วและหมอกนั่นเองช่อแก้วผู้เป็นเจ้าของร้านรับหน้าที่เป็นผู้ว่าจ้างในการทำงานของเด็ก ๆ ในวันนี้ และเธอก็กำลังยืนพิงเคาน์เตอร์กาแฟ กวาดสายตามองไปทั่วร้านอย่างภูมิใจในตัวลูก ๆ ทั้งสี่ที่ดูจะขะมักเขม้นกับการสวมบทบาทพนักงานอย่างเต็มที่ข้าวหอมสวมชุดเอี๊ยมสีครีมตัวเล็ก ๆ และกำลังจัดวางขนมบนถาดอย่างระมัดระวัง ส่วนข้าวปั้นกับข้าวปุ้นใส่ผ้ากันเปื้อนลายการ์ตูนที่กำลังยืนเท้าเอวจังก้า ตั้งท่าเตรียมพร้อมอยู่หลังเคาน์เตอร์บาร์ ส่วนข้าวฟ่างก็สวมกันเปื้อนสีชมพูลายเจ้าหญิงยืนรอประจำตำแหน่งแคชเชียร์อย่างกระตือรือร้นเช่นกัน ทุกคนล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกัน นั่นคือ ‘ค่าจ้าง’ ที่แม่สัญญาไว้“นี่คือปุกใฉ่เงินของพวกเยานะ”ข้าวฟ่างยกมือชี้ไปที่กระปุก

  • รักที่เป็นม่านหมอก    ตอนที่ 99 นี่แหละครอบครัว

    รถยนต์คันหรูของหมอกเคลื่อนตัวมาจอดเทียบหน้าบ้านในยามเย็น ช่วงเวลาที่แสงแดดสีส้มอ่อน ๆ สาดส่องลงมากระทบกับตัวบ้านที่ดูกว้างขวางและมีพื้นที่ใหญ่โตมาก แต่ภาพของความสงบเบื้องหน้านั้นก็อยู่ได้ไม่นานนัก เพราะทันทีที่ประตูรถเปิดออก เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ทั้งสี่คนก็ดังขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง“หม่าม้าขา หนูหิวแย้ว” ข้าวฟ่างร้องทักท้วงเสียงดังลั่นพร้อมกับกระโดดลงจากรถด้วยท่าทางที่กระฉับกระเฉงเป็นพิเศษ“ปะป๊าฮับ! ปั้นก็หิวแย้วเหมืองกังฮับ” ข้าวปั้นพูดแล้ววิ่งมาเกาะขาพ่อไว้แน่นส่วนข้าวปุ้นนั้นไม่ได้พูดอะไรแต่ก็พยักหน้ารัว ๆ พร้อมวิ่งตามพี่ ๆ ไปติด ๆ ส่วนช่อแก้วกับหมอกมองหน้ากันแล้วยกยิ้มอีกครั้ง พวกเขาได้แต่ส่ายหน้าอย่างอ่อนใจกับพลังอันแสนล้นเหลือของลูก ๆ แต่ก็มีความสุขที่ได้เห็นเด็ก ๆ ร่าเริงมากแม้จะเพิ่งไปโรงเรียนวันแรกกันมาก็ตามเมื่อเข้ามาในบ้าน เด็ก ๆ ก็พากันวิ่งตรงไปที่ห้องครัวทันที ส่วนช่อแก้วกับหมอกที่เดินตามเข้าไปแล้วก็พบว่าทุกคนมานั่งรวมตัวกันรออยู่ที่โต๊ะอาหารเรียบร้อยแล้ว“หนูพาน้อง ๆ มานั่งรอแบบเรียบร้อยมากเลยค่ะปะป๊า” ข้าวหอมกล่าวด้วยรอยยิ้ม“พี่ข้าวหอมเก่งอีกแล้วนะครับเนี่ย รับมือ

  • รักที่เป็นม่านหมอก    ตอนที่ 98 ว่าที่แฟน

    หนึ่งอาทิตย์ต่อมาในที่สุดก็ถึงวันสำคัญที่ทุกคนในบ้านต่างตั้งหน้าตั้งตารอคอยแล้ว เพราะวันนี้เป็นวันเปิดเทอมวันแรกของสามแสบ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น บรรยากาศในบ้านยามเช้าจึงเต็มไปด้วยความวุ่นวายที่น่ารักน่าเอ็นดูเป็นพิเศษ เสียงเจื้อยแจ้วของเด็ก ๆ ดังไปทั่วบ้านตั้งแต่เช้าตรู่ ขณะที่หมอกกับช่อแก้วกำลังพยายามอย่างสุดความสามารถที่จะจัดแจงให้เด็ก ๆ แต่งตัวในชุดนักเรียนได้อย่างเรียบร้อย“ข้าวฟ่าง อย่าดึงโบว์ออกสิลูก” ช่อแก้วร้องห้ามเสียงหลง เมื่อเห็นลูกสาวตัวน้อยกำลังจะแกะโบว์สีขาวบริสุทธิ์ออกจากเปียผมที่เพิ่งถักเสร็จไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว“หม่าม้าขา หนูไม่ชอบโบว์” ข้าวฟ่างตอบเสียงอ่อยพลางส่ายหัวไปมาจนโบว์แทบจะหลุด“แต่เราต้องติดไว้นะคะมันจะได้ดูเรียบร้อย นี่หม่าม้าก็เพิ่งถักเปียให้สวย ๆ เลยนะ” ช่อแก้วพูดพร้อมกับพยายามจับตัวลูกสาวให้นิ่ง ๆ เพื่อติดโบว์กลับเข้าไปใหม่ แต่ข้าวฟ่างก็ยังไม่ยอมอยู่นิ่ง ๆ“ข้าวปั้น ข้าวปุ้น ไม่ต้องดึงเสื้อออกมาจากกางเกงสิครับ”ทางฝั่งของหมอกเองก็ต้องรีบเข้ามาช่วยจัดการ เมื่อเห็นว่าลูกชายทั้งสองคนกำลังแข่งกันดึงชายเสื้อนักเรียนสีขาวออกมาจากขอบกางเกงที่ใส่ไปเม

  • รักที่เป็นม่านหมอก    ตอนที่ 97 วันเกิดแฝดสาม

    เมื่อถึงเวลาปิดร้าน ป้ายคำว่าปิดก็ถูกหันออกไปนอกประตู และภายในร้านก็กำลังจะเริ่มงานฉลองวันเกิดครบรอบสามขวบให้แฝดสามจอมแสบ“เค้กมาแล้ว” ข้าวหอมร้องบอกเสียงดังด้วยความตื่นเต้นเสียงใสเจื้อยแจ้วก้องไปทั่วร้าน หมอกค่อย ๆ ยกเค้กช็อกโกแลตฟัดจ์รูปปราสาทที่ตกแต่งด้วยตุ๊กตาน้ำตาลปั้น และมีลวดลายรูปเจ้าหญิงและเจ้าชายที่ทุกคนร่วมกันทำมาวางลงบนโต๊ะกลางร้านทุกคนที่ตื่นกันเต็มตาหลังจากงีบหลับไปสักพักก็พากันหันมามองด้วยสายตาวาววับ โดยเฉพาะเด็กแฝดสามคนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ ใบหน้ากลม ๆ ปรากฏรอยยิ้มกว้าง ปากเล็ก ๆ อ้าค้างอย่างตกตะลึงกับความสวยงามของเค้กที่ตกแต่งด้วยครีมสีฟ้า สีชมพู และเนื้อช็อกโกแลตฟัดจ์ที่ดูน่าอร่อย ราวกับไม่อยากจะเชื่อสายตาว่าที่คือผลงานจากความวุ่นวายเมื่อครู่แสงไฟสีนวลในร้านส่องกระทบให้เนื้อเค้กดูเงาวับน่ากิน ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น ข้าวปุ้น ทั้งสามคนมองตากันอย่างรู้ใจ ก่อนจะพูดออกมาพร้อมกัน“น่ากิงมากเยย”“สุขสันต์วันเกิดนะข้าวฟ่าง ข้าวปั้น ข้าวปุ้น”หลังจากนั้นหมอกและช่อแก้วก็โทรหาคนอื่นในครอบครัวที่ไม่ได้มาร่วมงานด้วย เพราะบางคนก็ติดงาน บางคนก็ติดเรียน ซึ่งเป็นสิ่งที่น่าเสียดายมาก โดย

  • รักที่เป็นม่านหมอก    ตอนที่ 96 คุณพ่อคุณแม่ลูกสี่

    สามปีต่อมาเสียงเจื้อยแจ้วเล็ก ๆ หลายเสียงที่ดังสลับกับเสียงหัวเราะใส ๆ ดังขึ้นตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ของวัน ณ ร้าน Time To Love Bakery & Café ของช่อแก้ว ซึ่งวันนี้พิเศษกว่าวันอื่น ๆ เพราะเป็นวันเกิดครบรอบสามขวบของข้าวฟ่าง ข้าวปุ้น และข้าวปั้น เจ้าแฝดน้อยทั้งสามโดยที่เจ้าของวันเกิดทั้งสามคนในวันนี้กำลังสวมผ้ากันเปื้อนอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา ส่วนข้าวหอมที่โตเป็นสาวน้อยวัยเจ็ดขวบก็สวมชุดเดรสกระโปรงฟูฟ่องสีขาวสลับกับสีชมพู สีสันสดใสแบบที่ตนชอบ และกำลังคอยเดินตามดูน้อง ๆ ทั้งสามคนอย่างไม่ห่างไปไหน“หม่าม้าขา น้อง ๆ หิวเค้กแล้วค่ะ” ข้าวหอมที่พูดชัดถ้อยชัดคำขานเรียกแม่ของเธอด้วยความตื่นเต้น“งั้นเราต้องช่วยกันทำเค้กก่อนนะคะ ถึงจะได้ทาน” ช่อแก้วตอบพลางหัวเราะเบา ๆ ก่อนที่เธอจะกวาดสายตามองไปรอบ ๆ ร้าน เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับความวุ่นวายที่กำลังจะเกิดขึ้นทางด้านหลังร้าน หมอก วรา และมุก ก็กำลังช่วยกันจัดเตรียมวัตถุดิบและอุปกรณ์ต่าง ๆ ตามที่ช่อแก้วบอก แล้วมาวางไว้บนโต๊ะไม้ขนาดใหญ่“ปะป๊าฮับ! ปั้นอยากทำเค้ก” ข้าวปั้นพูดพลางกระโดดไปมา“ปุ้นก็อยากทำเค้กฮับ” ข้าวปุ้น แฝดคนสุดท้องก็เอ่ยสมทบเช่นกันส่วนข้าว

  • รักที่เป็นม่านหมอก    ตอนที่ 95 เลี้ยงแฝด

    เช้าวันใหม่เริ่มต้นขึ้นด้วยความวุ่นวายที่แสนจะคุ้นเคยในบ้านหลังใหญ่หลังนี้ ด้วยเสียงร้องอ้อแอ้ของ ข้าวฟ่าง ข้าวปั้น และข้าวปุ้น ดังสลับกับเสียงหัวเราะเหนื่อยอ่อนของหมอก ช่อแก้ว และทุกคนในบ้าน ทำให้บรรยากาศดูมีชีวิตชีวาอยู่ตลอดเช้านี้ช่อแก้วก็กำลังให้นมลูก ๆ ทั้งสามคนอยู่บนโซฟาในห้องนั่งเล่นตามเวลาเดิมเช่นเคย ส่วนหมอกที่เพิ่งจะแต่งตัวเสร็จก็กำลังเตรียมจะออกไปทำงานอย่างรีบร้อน“เร็ว ๆ หน่อยสิคะปะป๊าลูกสี่” ช่อแก้วแกล้งเอ่ยเร่งสามี “เดี๋ยวไปทำงานสายนะคะ”หมอกที่ได้ยินก็ทำหน้ายู่เล็กน้อย สีหน้าเหมือนกันกับข้าวหอมเวลาที่โดนช่อแก้วดุไม่มีผิด“แต่ปะป๊าไม่อยากไปทำงานนี่ครับหม่าม้า” เขาพูดพลางเดินเข้าไปเอียงหัวแล้วซบหน้าลงบนไหล่ของเธอ “เราอยากอยู่ช่วยช่อแก้วเลี้ยงลูก”“ไม่ต้องเลยหมอก” ช่อแก้วหัวเราะเบา ๆ “เรามีคนช่วยเลี้ยงลูกเยอะแยะไปหมดแล้วนี่ไง หมอกน่ะไปทำงานได้แล้ว”“แต่เราอยากอยู่กับช่อแก้ว ไม่งั้นเราคงคิดถึงช่อแก้วกับลูกแย่แน่เลย ถ้าปะป๊าตรอมใจขึ้นมา…หม่าม้าต้องรับผิดชอบทั้งวันทั้งคืนเลยนะครับ” หมอกยังคงออดอ้อนแต่ก็ไม่วายพูดจาทะลึ่งตึงตังใส่ภรรยาอีก“เดี๋ยวเถอะหมอก! คนอยู่กันเยอะแยะยังจะ

Mais capítulos
Explore e leia bons romances gratuitamente
Acesso gratuito a um vasto número de bons romances no app GoodNovel. Baixe os livros que você gosta e leia em qualquer lugar e a qualquer hora.
Leia livros gratuitamente no app
ESCANEIE O CÓDIGO PARA LER NO APP
DMCA.com Protection Status